ละครหลังข่าว...สิ่งที่ได้หลังคราบน้ำตาและความผิดหวัง

ความทรงจำอีกประการหนึ่งเมื่อครั้งยังเด็กและเล็กมากนักแต่ความสามารถในการจดจำเริ่มทำงานแล้วพอที่จะจดจำเรื่องราวที่ประทับใจและกระทบกระเทือนจิตใจได้อย่างดี ทำให้จดจำเรื่องราวในครั้งนั้นได้ ความรู้สึกแห่งความหวังเมื่อครั้งเตี่ยของผมบอกว่าจะซื้อจักรยานให้ ความตื่นเต้นดีใจ ความหวังของเด็กผู้ชายคนหนึ่งลุกโชนเป็นประกายและเขียนตราตรึงลงในความทรงจำด้านดีนี้ไว้ในจิตและห้วงคำนึง ภาพเตี๋ยขึ้นรถยนต์ไปตลาดยังติดตราเด็กชายคนนั้นด้วยหวังว่าเมื่อเตี๋ยกลับมาจะมีจักรยานติดมือมาดังที่มุ่งหวังไว้

เวลาผ่านไปนานเพียงใดเด็กชายคนนั้นไม่รู้ รู้เพียงว่าการรอคอยในวันนี้มันเป็นการรอคอยที่แสนทรมาณและเป็นสุขปะปนกัน ใจที่จดจ่ออยู่กับเส้นทางของถนนลูกรังสีแดงที่ปลายทางไกลโพ้นคือตลาดกระทุ่มแบนที่มีของขายมากมายและเตี๋ยของเขาคงกำลังเดินทางกลับมาพร้อมจักรยานที่ฝันไฝ่จนไม่สนใจทุกสิ่งอย่าง แม้แม่เรียกกินข้าวก็ยังไม่อยากกิน แต่ก็ต้องเข้าบ้านมากินข้าวเพราะแม่เริ่มโกรธ





ข้าวกับปลาทูและน้ำซีอิ้ว คืออาหารโปรดปราณที่ผมมักร้องขอแม่ให้ทำให้กินเสมอว่า "แม่...อยากกินข้าวกับน้ำอิ้ว" ประโยคนี้แม่ชอบบอกเล่าให้คนอื่นฟังเสมอ ๆเกี่ยวกับผมเมื่อครั้งยังเด็ก ผมตีกอาหารจานโปรดเข้าปากได้ไม่กี่คำ พลันเสียงรถที่เตี๋ยขึ้นไปตลาดก็ดังขึ้นที่หน้าบ้านและดับลงเป็นเครื่องบ่งบอกว่าเตี๋ยได้เดินทางมาถึงแล้ว

ผมละทิ้งจานข้าวและวิ่งไปยังหน้าบ้านทันทีเพื่อยลโฉมรถจักรยานที่ถวิลหาและรอคอยมานานเนิ่น ผมพยายามวิ่งวนไปมารอบรถหลายรอบก็ไม่มีวี่แววรถจักรยานเลย มีเพียงกล่องกระดาษใบใหญ่ที่ข้างในบรรจุอะไรก็ไม่รู้ แต่ในใจยังมุ่งหวังว่ามันคือจักรยาน

เตี๋ยและเพื่อนบ้านที่ขับรถไปให้ช่วยกันยกกล่องนั้นลงมาวางกลางบ้านโดยมีผมเดินวนไปวนมาด้วยใจที่ยังไม่สิ้นหวัง ลุ้นระทึกว่า เพียงแต่เตี๋ยเปิดกล่องออกมาจะปั่นจักรยานรอบบ้านให้หนำหัวใจ






เพียงแค่กล่องแย้มออกมา ผมก็รู้ว่าตัวเองต้องผิดหวังพร้อมเดินออกจากที่ตรงนั้นไปช้า ๆกลับไปนั่งที่โตะกินข้าว พร้อมทั้งก้มหน้ามองจานข้าวกับน้ำอิ้วอย่างนิ่งเงียบ น้ำตาแห่งความผิดหวังหยดลงจานข้าวเปาะแล้วเปาะเล่า โดยมีแม่นั่งปลอบประโลมอยู่ข้าง ๆว่า ไว้แม่มีเงินจะซื้อให้นะลูก

ผมไม่รู้ว่าผมนั่งนิ่งอยู่แบบนั้นนานเพียงใด น้ำตาหมดต่อมไปมากแค่ไหน มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า มีเสียงละครโทรทัศน์ดังมาจากกลางบ้าน ตรงที่เตี๋ยแกะกล่องใบใหญ่นั้น ผมรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นคราบที่แก้มพร้อมวิ่งไปดู

โทรทัศน์ขาวดำ 20 นิ้ว ยี่ห้อชาร์ป มีขาตั้งสีขา ในสมัยนั้นมันคือความสุดยอดของโทรทัศน์หากใครได้ครอบครองนับว่าเป็นผู้มีฐานะระดับหนึ่งเลยทีเดียวมันกำลังวางอยู่บนโต๊ะ โดยที่เตี๋ยเปิดช่องแล้วช่องเล่าเพื่อทดสอบสัญญาณภาพ โดยมีผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไม่ห่างจากโทรทัศน์มากนักอย่างใจจดจ่อ

เวลานั้น ผมคงหลงลืมจักรยานและความเสียใจไปอย่างไม่รู้ตัว







โทรทัศน์...ในสมัยนั้นคือเครื่องมือเปิดโลกทัศน์ชั้นเลิศ คือศูนย์รวมของความบันเทิง และคงมีเพียงไม่กี่คนที่ปฏิเสธมัน
หลังจากวันนั้น บ้านผมซึ่งเป็นร้านขายของชำขนาดใหญ่ก็ครึกครื้นตลอดทั้งวันและกลางคืน เพราะเป็นร้านเป็นบ้านหลังเดียวในสมัยนั้นที่มีโทรทัศน์เปิดให้ดูฟรี ทำให้คนที่ชอบดูมวยในตอนกลางวันก็มานั่งดูพร้อมสั่งของที่ร้านกิน ทำให้ยอดขายของที่บ้านดีขึ้น ส่วนในตอนกลางคืน แม่จะเป็นคนทำของกินขายคนที่มาดูโดยเฉพาะการย่างข้าวเกรียบว่าวขายคนที่มาดู...ละครหลังข่าว

ละครหลังข่าว...เมื่อย้อนนึกดูมันถูกปลูกฝังและซึมซับกันมาหลายปีแล้ว มีเรื่องราวมากมายสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่น ไม่ว่าจะเป็น ดาวพระศุกร์ ที่สมัยนั้นเรียกน้ำตาคนมานั่งดูที่บ้านผมกันแบบนองท่วมจอเลย หรือจะเป็น กระสือ ปอบผีฟ้า ทายาทอสูรหรือคุณยายวรนาถ ... ต่างล้วนเป็นเรื่องที่น่ากลัวสยดสยองที่สุดในสมัยนั้น และผมก็รู้จักละครหลังข่าวจากนั้นมา

ละครหลังข่าว...ทำให้เรามีเรื่องคุยมากมายที่โรงเรียนในวันรุ่งขึ้น ^^






ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร

ละครหลังข่าว...ยังคงมีบทบาทสำหรับผู้คน

ไม่ว่าละครหลังข่าวจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร

ผู้คน...ยังคงเป็นส่วนสำคัญ

ที่ทำให้ ละครหลังข่าว อยู่คู่ผู้คน...นิรันดร์


Smiley

...................................................

บล็อคนี้ร่วมโครงการ "ถนนสายนี้...มีตะพาบ" หลักกิโลเมตรที่ ๑๓๑

"ละครหลังข่าว"

Smiley




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2558
14 comments
Last Update : 2 มิถุนายน 2558 21:40:50 น.
Counter : 935 Pageviews.

 

ละครหลังข่าวคงจะอยู่คู่เมืองไทยไปอีกนานค่ะ
ที่จริงถ้าทำละครให้ดี ให้ข้อคิดกับคนดู ถึงจะน้ำเน่าก็โอเคนะคะ
ภาพถ่ายงามได้ใจมาก โหวตหมวดภาพถ่ายให้เฮียค่า

 

โดย: haiku 2 มิถุนายน 2558 21:49:15 น.  

 

ผมไม่ดูละครตั้งแต่เด็กเลยครับเฮีย
เป็นเพราะชอบอ่านหนังสือ
ทีวีเลยไม่มีอิทธิพลกับความคิดเท่าหนังสือ

แต่โตมาคราวนี้ผมติดดูวีดีโอมากเลยครับ
ตนนั้นยังเป็นม้วนวีดีโอ เช่าตามร้านวีดีโอ
ดูแล้วใจเต้นตึกตักตอนฉากเลิฟซีนครับ 555

ละครไทยเลยไม่รู้จักเลยครับ
ดังแค่ไหนก็ไม่ค่อยได้ตามดูจริงๆครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 3 มิถุนายน 2558 7:46:33 น.  

 

เฮียเหมาะที่จะเขียนไดอารี่จริงๆนะ
ทั้งวัยและประสบการณ์เลย น่าเสียดายที่
มานึกว่าเฮียน่าจะเขียนแบบนี้เอาในวันนี้ซึ่ง
สำหรับหนูหล่อแล้ว เรื่องการประกวดบล็อก
รู้สึกเหมือนอาทิตย์อัสดง อยากเขียนบล็อก
เหมือนตอนที่เจอเฮียวันแรกๆนั่นแหละ

ชอบภาพของเฮียก็เข้ามาดูและโหวตเงียบๆ
เพราะรู้ว่า เฮียไม่มีเวลาเดินสาย เรารู้จักกัน
มานานพอจะเข้าใจอัธยาศัยซึ่งกันและกัน
ระหว่างเราจึงไม่มีอะไรต้องคิดมาก

แล้วที่เฮียบอกว่า.. โหยคิดแล้ว...เครียด
มันก็มีวิธีจัดการให้ไม่ต้องเครียดนะคะ เพราะ
ถ้ามันเครียดจริง หนูหล่อก็เจ๊งไปนานแว้ววว
ไม่ลงทุนเครียดกับเรื่องนี้หรอกค่ะ

ดีใจที่เฮียสละเวลาไปคุยที่บ้านนะคะ

 

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) 3 มิถุนายน 2558 14:02:55 น.  

 

ละครหลังข่าวมักเป็นหัวข้อสนทนา
ในวันรุ่งขึ้นจริงๆค่ะ เรื่องไหนดังนี่คือ
คนไม่ดูก็เหมือนได้ดูด้วย ฟังคนนั้นเล่าทีคนนี้เล่าที ^^

ภาพสวยค่ะ

 

โดย: NENE77 3 มิถุนายน 2558 15:35:19 น.  

 

ภาพสวยมาก อยากรู้จังว่าดอกอะไร

ดาวพระศุกร์เด็กๆที่บ้านชอบดูมาก
แต่เราแม่บ้านไม่ได้ดูกะเขาหรอก ได้แต่ฟังเสียงเอา อิอิ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 3 มิถุนายน 2558 20:36:53 น.  

 

นึกถึงทีวีสมัยก่อน..ใช่เลย ทีวีมีขาตั้ง 4 ขา

รู้สึกจะของ RTV ขายด้วย เพื่อนบางคนอาจจะ
ไม่รู้จัก รอแยลทีวี ของ กองทัพบกนั่นแหละครับ

เมื่อก่อนผมไม่ค่อยดูละครเหมือนกัน ดูข่าวเป็น
ส่วนใหญ่ครับ

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 3 มิถุนายน 2558 22:56:13 น.  

 

สมัยเราดูเรื่องอะไรน้า .... ลืมค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 4 มิถุนายน 2558 15:15:28 น.  

 

ละครหลังข่าวทำให้เรมีเรื่องคุยในวันรุ่งขึ้น

นี่คือเรื่องจริง

 

โดย: ชลบุรีมามี่คลับ 4 มิถุนายน 2558 21:59:22 น.  

 

ผมทันโทรทัศน์ขาวดำนะ แต่สมัยก่อนสถานีโทรทัศน์ก็เปิด-ปิดเหมือนกันไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนทุกวันนี้

ขนาดโทรศัพท์บ้านยังตั้ง 5หมื่น แถมต้องรอ3-4เดือน ไม่แปลกใจครับ แต่ที่เล่ามาซื้อโทรทัศน์ท่าทางจะหมดไปหลายอยู่นะครับ

เมื่อก่อนไม่ชอบดูข่าวดูละครบ้าง (ดูตามคนที่บ้าน) เดี๋ยวนี้กลับกันดูข่าวมากกว่า ส่วนละครยังดูตามคนที่บ้านเหมือนเดิม แต่ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 5 มิถุนายน 2558 0:35:47 น.  

 

ตามมาอ่านบันทึกของคุณเทียนที่นาน ๆ จะได้อ่านสักครั้งหนึ่ง
สมัยปอป้าเกิดโทรทัศน์เพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเราได้ไม่นานเท่าไร
ยุคนั้น ละครร้อง ละครดี ๆ จะมีเฉพาะบางวันเท่านั้น
ยิ่งเรื่องดนตรี ก้อต้องวงสุนทราภรณ์ทุกสิ้นเดือน ต้องตาตานั่งรอชม
ต่อมา หนังอินตะระเดีย เริ่มเข้ามาในบ้านเรา
พระเอกนางเอกจีบกันต้องร้องเพลงวิ่งฝ่าดงพงไพรข้ามภูเขาสักสามลูก อิอิ

มาถึงยุคดิจิตอล ละครมีให้ดูมากมาย มากเสียจนเกินกว่าจะดูทันดูหมด
ปอป้าเป็นคนไม่ติดทีวีมาตั้งแต่เกิดแล้ว ชอบฟังเพลงมากกว่า
เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงฝาหรั่ง ฟังได้หมด แต่จำเนื้อเพลง ชื่อเพลงไม่เคยได้สักที
ต่อมาก็มีวงสตริงค์เกิดขึ้น อันนี้ฟังทีไร ปวดหัวไปเจ็ดวัน 555

ค่อนข้างจะติดหนังสือพระมาตั้งแต่จำความได้มากกว่าค่ะ

บล๊อกคุณเทียนวันนี้ เนื้อเรื่องดี ภาพไม่ต้องชม เพราะสวยเริ่ดอยู่แล้ว
นาน ๆ คุณเทียนจะอัพบล๊อก ก็ถือโอกาสมาเยี่ยม มาชม มาคุยด้วย
และหวังว่า เวลานี้ สุขภาพร่างกายของคุณเทียนคงจะดีขึ้นมากแล้วนะคะ

ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงตลอดไปค่ะ



 

โดย: พรหมญาณี 5 มิถุนายน 2558 12:04:28 น.  

 

อิอิ อ่านแล้วก็ยิ้มตามค่ะ มิลยังเคยชักแถวกับพี่ๆ น้องๆ เดินข้ามห้วยข้ามทุ่ง ป่ายาง ไปดูทีวี บ้านคนอื่นด้วยค่ะ ละครหลังข่าวนี่แหละจำได้ ดูเสร็จชักแถวกลับบ้านเป็นแถวยาวเลย 555

 

โดย: มิลเม 5 มิถุนายน 2558 15:08:47 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
tiensongsang Literature Blog

ทายาทอสูรหรือคุณยายวรนาถ ... เรื่องโปรดมี้เก๋เลยค่ะ 5555


 

โดย: kae+aoe 5 มิถุนายน 2558 17:13:09 น.  

 

กลับมาส่งเฮียเข้านอนค่ะ
เมื่อวันก่อนไม่ได้ส่ง อิอิ
ก็มาตอนบ่ายอ่ะ

 

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) 5 มิถุนายน 2558 23:11:23 น.  

 

สวัสดีค่า คุณเทียน ^^
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องแม่ตอนเด็กๆเลย
แม่เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนที่บ้านไม่มีทีวี ตาไม่ให้ลูกๆดู
แม่เป็นลูกสาวคนโตหัวโจกพาน้องๆปีนหน้าต่างไปดูทีวีบ้านลุง
กลับมาก็เลยเจอตีเรียงตัวเลย ><

ตอนเด็กๆจำแม่นเลยค่ะ ชอบดูละครมากๆ
แต่โตมาค่อยห่างๆไปแล้ว

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่า
ภาพสวยอีกแล้วค่า

 

โดย: lovereason 7 มิถุนายน 2558 0:12:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


tiensongsang
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




เริ่มเขียน ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑


Tien Tiensongsang






Interview .. the blogger
บทสัมภาษณ์ โดย มัชชาร
๑ มีนาคม ๒๕๕๕


Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tiensongsang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.