จินตนาการจากความว่างเปล่า
Imagination from the emptiness
Group Blog
 
 
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
17 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
กฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา 2 - ลักษณะ 2 ฏีกา

ลักษณะ 1. อุทธรณ์

หมวด 1. หลักทั่วไป

มาตรา 216: ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 217 ถึง 221 คู่ความมีอำนาจฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่าน หรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่ฎีกาฟัง
ฎีกานั้น ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา 200 และ 2O1 มาบังคับโดยอนุโลม

Note:
- การฏีกาต้องเป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
- จะตั้งประเด็นมาในคำแก้ฏีกาไม่ได้
- การเพิ่มเติมประเด็นจากฏีกาที่ยื่นไว้แต่เดิ่มต้องยื่นภายในกำหนดฏีกา
- คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยใช้มาตรา 185 คู่ความฏีกาได้
- ในคดีที่ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการโจทก์ศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ แต่โจทก์ไม่ร่วมอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ร่วมไม่มีสิทธิ์ฏีกา
- โจทก์และจำเลยต่างไม่อุทธรณ์ ถือว่ายุติ จะมีฏีกาไม่ได้
- ผู้ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีอำนาจฏีกา


มาตรา 217: ในคดีซึ่งมีข้อจำกัดว่า ให้คู่ความฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ข้อจำกัดนี้ให้บังคับแก่คู่ความและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีด้วย

กรณีต้องห้ามฏีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

มาตรา 218*: ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีหรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

Note:
- ชั้นต้นลงโทษจำเลย แล้วยกฟ้อง แม้ศาลอุทธรณ์จะลงโทษจำเลยก็ไม่เข้าข้อห้ามฏีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
- ชั้นต้นลงบทหนัก อุทธรณ์กลับให้ลงบทเบา ไม่ห้ามฏีกาในปัญหาข้อเท็จจริง


มาตรา 219*: ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่จำเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย

มาตรา 219 ทวิ ห้ามมิให้คู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งในข้อเท็จจริงในปัญหาเรื่องวิธีการเพื่อความปลอดภัยแต่อย่างเดียว แม้คดีนั้นจะไม่ต้องห้ามฎีกาก็ตาม
ในการนับกำหนดโทษจำคุกตามความในมาตรา 218 และ 219 นั้นห้ามมิให้คำนวณกำหนดเวลาที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยรวมเข้าด้วย

มาตรา 219 ตรี ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุกหรือเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก หรือคดีที่เกี่ยวกับการกักขังแทนค่าปรับหรือกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์สิน ถ้าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

มาตรา 220*: ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์

มาตรา 221: ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา 218,219 และ 220 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกาไว้พิจารณาต่อไป

มาตรา 222: ถ้าคดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน

มาตรา 223: ให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจน

มาตรา 224: เมื่อศาลชั้นต้นไม่ยอมรับฎีกา ผู้ฎีกาอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลนั้นต่อศาลฎีกาได้ คำร้องเช่นนี้ให้ยื่นที่ศาลชั้นต้นภายในกำหนดสิบห้านับแต่วันฟังคำสั่ง แล้วให้ศาลนั้นรีบส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลฎีกาพร้อมด้วยฎีกาและคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
เมื่อศาลฎีกาเห็นสมควรตรวจสำนวนเพื่อสั่งคำร้องเรื่องนั้น ก็ให้สั่งศาลชั้นต้นส่งมาให้

หมวด 2. การพิจารณา คำพิพากษาและคำสั่งชั้นฎีกา

มาตรา 225: ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณา และว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งชั้นอุทธรณ์มาบังคับในชั้นฎีกาโดยอนุโลม เว้นแต่ห้ามมิให้ทำความเห็นแย้ง


Create Date : 17 กันยายน 2548
Last Update : 18 กันยายน 2548 11:41:02 น. 8 comments
Counter : 1120 Pageviews.

 
แวะมาทักทาย...สวัสดีครับ


โดย: **mp5** วันที่: 17 กันยายน 2548 เวลา:13:28:29 น.  

 
--- คุณ **mp5** ---

สวัสดีค่ะ ;-)


โดย: ไร้นาม วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:0:06:49 น.  

 


โดย: **มะบอย**ข- - - IP: 203.114.98.34 วันที่: 20 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:26:10 น.  

 
งัยเจ้าคะ สบายดีทุกคนใช่ไหมคะ
วนนี้มาเจอกันอีกนะ ต้องไปแล้วละคะ
แล้วก้อขอขอบคุณสำหรับข้อความนะคะ


โดย: แป้ง/วัยทีนสีลูกกวาด IP: 203.172.213.33 วันที่: 5 มกราคม 2550 เวลา:14:19:26 น.  

 
+++ คุณมะบอย +++

:)


+++ คุณแป้ง +++

Welcome ka


โดย: ไร้นาม วันที่: 26 สิงหาคม 2550 เวลา:12:24:15 น.  

 
ผมเป็นคนหนึ่งทียื่นฏีกาขอลดโทษ แต่ความผิดนี้หนักมากสำหรับผม การที่ทำผิดโดยไม่คาดคิด คบเพื่อนรู้จักกันไม่กี่วัน ชวนไปเที่ยวแล้วดันไปกระชากกระเป๋าคนอื่นแล้วหนี ปล่อยผมรับกรรมคนเดียว ผมไม่รู้จะทำไงดี ช่วยแนะนำหน่อยนะ ตอนนี้อยูชั้นฏีกาแล้ว โทษตั้ง3ปี9เดือนยื่นอุทธรณืก็ยืนศาลช้นต้น 086-6745632 (ระวังการคบเพื่อนนะครับ ขออย่าเป็นเหมือนผม)


โดย: วัชระ รังวรรณา IP: 61.19.90.18 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:02:27 น.  

 
เรียนกฏหมายค่ะ ยากเหมือนกันนะค่ะ


โดย: เด็กกฏหมาย IP: 119.31.52.127 วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:21:22:37 น.  

 
ดิฉันมีปัญหากังวลใจเกี่ยวกับเรืองสามีของดิฉัน สามีโดนคดีอนาจารกระทำชำเรากับเด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้สามีได้มีแฟนอายุต่ำกว่า 15 แต่ก็ได้มีการแต่งงานด้วยกันแล้วมีลูกด้วยแต่หลังจากแต่งงานด้วยกันไม่ถึง 1 เดือน ก็มีปัญหากันจนต้องแยกกันอยู่ ทางฝ่ายผู้หญิงไปฟ้องร้อง ศาลชั้นต้นตัดสิน 7 ปี อุทรณ์ยืนศาลชั้นต้น ตอนนี้สามีดิฉันอยู่ในเรือนจำอยู่ ยังไม่สามารถประกันตัวได้ต้องทำเรื่องฏีกาพร้อมประกันตัว ดิฉันเป็นกังวลมากว่าจะประตัวได้หรือเปล่า เคลียดมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เ


โดย: ผู้ร่วมเดินทางลำดับที่ 8 IP: 116.68.150.180 วันที่: 2 ตุลาคม 2552 เวลา:17:35:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไร้นาม
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]





"อ่านคนอ่านที่ความคิด
หาใช่ชื่อเสียงเรียงนาม"
Friends' blogs
[Add ไร้นาม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.