จินตนาการจากความว่างเปล่า
Imagination from the emptiness
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
ม.รามฯ เข้าง่ายจบยาก

ถึงตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้คนถึงพูดกันว่า ม. รามฯ เข้าง่ายจบยาก
อีกเหตุผลหนึ่งนอกจากการเรียนคงเป็นเรื่องขั้นตอนการทำเรื่องจบ

ไร้นามพบว่าการเรียนให้จบไม่ใช่เรื่องยาก แต่การทำเรื่องจบนั้น...
ต้องใช้ ความอดทน มากๆ ทีเดียว ดังจะเล่าต่อไปนี้...


วันแรก

1. ติดต่อดูวิธีการทำเรื่องจบที่ชั้นสองของคณะฯ ได้รับเอกสารสองฉบับไปกรอก ด้วยความที่ไร้นามมีคำถามที่สงสัยบางอย่างที่บอร์ดไม่ได้ติดขั้นตอนไว้ เลยติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ กลับโดนดุกลับมาให้งงๆ ว่า "ถามทำไมไม่ไปอ่านบอร์ด" ไร้นามก็เลยบอกกลับไปอย่างสุภาพว่า "อ่านบอร์ดแล้วค่ะ แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้บอกไว้" คุณเจ้าหน้าที่ก็ยังตำหนิต่อไปว่า "ก็กลับไปอ่านบอร์ดให้ดีๆ" ก็เลยไปอ่านใหม่ ก็ไม่มีเลยช่างเถอะ (ไร้นามอยากจะทำเรื่องจบ แต่อยากรอรับปริญญาพร้อมน้องชายที่คงจบไม่ทันปีนี้ เลยอยากทราบว่าถ้าจะทำกรณีแบบนี้ต้องดำเนินการอย่างไร หรือว่าไม่เกี่ยวกัน) เลยตัดสินใจ ยิ้มๆ เดินไปขี้เกียจถามต่อเลยไปที่อื่นต่อเพื่อรวบรวมเอกสารให้ครบ

2. ไปถ่ายรูปที่ร้านสุนทรฯ ใต้ตึกใหม่ ตัดสินใจถ่ายทั้งรูปสองนิ้วชุดนักศึกษา (เพิ่งได้ใส่ครั้งแรก) และชุดครุยเลย เพราะตามที่อ่านๆ มาพบว่าเดี๋ยวก็คงต้องใช้อยู่ดี ร้านเค้าบอกตอนแรกว่าให้มาเอาวันรุ่งขึ้น แต่ไร้นามขอว่าอยากได้ในวันนี้จะได้ส่งเลยไม่ต้องลางานอีก เค้าเลยบอกว่าจะพยายามทำให้ ให้กลับมาเอาประมาณ 1 ชั่วโมง (ร้านน่ารักมาก)

3. ไปที่ใต้ตึก KLB เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง (สำเนาใบเสร็จ ใบเช็คเกรด ใบรับรองการลงทะเบียน) วันนั้นจำไม่ได้ว่าเป็นวันอะไร แต่พบว่าคิวยาวมากๆ (ต่อคิวอยู่ประมาณชั่วโมงกว่าๆ)

4. พอรวมเอกสารเสร็จ ก็ไปถ่ายสำเนาบัตรนิสิต เซ็นต์ชื่อรับรองเอกสารต่างๆ ว่าสำเนาถูกต้อง (นึกๆ อยู่ในใจว่าแต่ละที่ที่ต้องติดต่อนี่ไกลพอดูเลยนะ) แล้วก็เดินไปรับรูป เอารูปชุดนักศึกษามาเขียนชื่อ-นามสกุล กับรหัสด้านหลังก็รีบวิ่งกลับไปที่คณะเพราะว่าใกล้สี่โมงเย็นพอดี พอไปถึงปรากฏว่าคณะปิดซะแล้วสี่โมงพอดีเลยส่งเอกสารไม่ทัน (เสียใจพอดู / คาดการณ์ผิดเพราะคิดว่ามาครึ่งวันบ่ายจะทัน)


วันที่สอง

ไปยื่นแบบฟอร์มพร้อมหลักฐาน เจ้าหน้าที่ (วันนี้เปลี่ยนคน เป็นคนใจดีน่ารัก) ก็ให้เซ็นชื่อรับ และก็ให้เอกสารใบนัดนักศึกษามาให้ แล้วก็บอกว่าให้รอ 20 วันทำการเพื่อดูรายชื่อเสนอสภามหาวิทยาลัย หน้าห้อง 1209

[จริงๆ ถ้าไร้นามขอใบรับรองชั่วคราวขั้นตอนจะยุ่งยากกว่านี้อีกหน่อย คือจะต้องไปจ่ายค่าใบรับรองชั่วคราว แล้วรับใบเสร็จที่ตึกอธิการฯ ก่อนแล้วจะได้ใบนัดนักศึกษาให้กลับมาเอาใบรับรองชั่วคราวฯ ของคณะใน 10 วันทำการ - แต่เนื่องจากไร้นามไม่ได้มีธุระต้องใช้และต้องการลดขั้นตอนเลยไม่ได้ขอ]


วันที่สาม

1. มาตรวจรายชื่อเสนอสภาฯ ที่คณะชั้นสองหน้าห้อง 1209 เป็นแฟ้มๆ สีดำหายากเล็กน้อย (ต้องพลิกๆ และประมาณวันที่เอา) เห็นชื่อตัวเองแล้วต้องรีบจด (สำคัญมากไม่งั้นต้องเดินกลับมาอีกรอบ) ครั้งที่ และ ลำดับที่ ไว้เลย (ในใบที่ให้อ่านจะเขียน ขั้นตอนตรงนี้ไม่ค่อยถูกต้อง คือเขียนว่า "หากมีรายชื่อแล้ว และมีคำว่าสภาอนุมัติ วันที่ เดือน พ.ศ. ให้ไปติดต่อสวป. ชั้น 1 ช่อง 4 เพื่อขอใบรับรองสภาฯ ให้นักศึกษาจดครั้งที่ ลำดับที่ แล้วให้ไปชำระเงินที่..." ซึ่งถ้าทำตามที่อ่าน อาจพลาดจนต้องเดินไปเดินมาซึ่งไกลพอดู)

2. เสร็จแล้วก็ไป สวป. ชั้น 1 ช่อง 4 ก็ได้คำบอกเล่าว่า "ให้ไปที่ตึกอธิการฯ ชำระเงินก่อนแล้วค่อยมาที่นี่" ก็เลยแอบงงๆ ว่าขั้นตอนไม่ตรงกับเอกสารที่ได้มาจากคณะนิติฯ เท่าไหร่ แต่ก็เอาเถอะไม่เป็นไร (เพราะภายหลังก็พบว่าเอกสารก็ไม่ตรงอีกจุด คือจำนวนรูปถ่ายที่ให้เตรียมมาก็ผิด เลยคิดว่าสงสัยเค้าเพิ่งเปลี่ยนวิธีการแล้ว update เอกสารไม่ทันกระมัง - พยายามมองโลกในแง่ดี)

3. เสร็จแล้วก็ไป กองคลัง ชั้น 1 ตึกอธิการฯ ไปชำระเงิน 3 รายการ (ค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต 400 บาท, ค่าใบรับรองสภาฯ 20 บาท และ ค่าใบรับรองการศึกษาอีก 70 บาท) แล้วก็จะได้ใบเสร็จสามรายการติดกันมา (ต้องนำมาฉีกแยกกัน เป็นใบเล็กๆ สามใบ)

4. เสร็จแล้วก็กลับไปที่ สวป. ชั้น 1 ช่อง 4 ก็ได้รับ "ใบทำเรื่องขอใบรับรองสภาฯ" มา ก็กรอกใบ นำไปส่งที่ช่อง 4 พร้อม รูปถ่ายสวมครุยสองนิ้วหนึ่งใบเขียนชื่อและรหัสด้านหลัง สำเนานักศึกษารับรองสำเนาถูกต้อง และ ใบเสร็จรับเงินค่าใบรับรองสภา (ส่วนใบเสร็จรับเงินค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิต ที่เอกสารขั้นตอน เขียนบอกว่าให้ยื่นที่ช่อง 4 นั้น - ไม่ต้องยื่น - ไร้นามถามย้ำกับเจ้าหน้าที่แล้ว เค้าบอกว่าให้เก็บเอาไว้ ซึ่งตรงกับข้อความที่เขียนในใบเสร็จเล้กๆ นั่นคือเอกสารขั้นตอนฯ ที่ได้มาก็ไม่ตรงกับกระบวนการจริงอีกนั่นเอง) พอยื่นเสร็จเจ้าหน้าที่จะฉีกส่วนด้านล่างให้พร้อมประทับวันนัดให้กลับมาเอาใบรับรองฯ (ให้มาเอาภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันนัด)

5. เสร็จแล้วก็ไปติดต่อ ช่อง 3 ต่อเรื่องใบรับรองการศึกษา ก็จะได้เอกสารมากรอก พร้อมซองจดหมายให้จ่าหน้าที่อยู่ของเราเอง เจ้าหน้าที่ช่องนี้บริการดีมากๆ ทีเดียวต้องขอชมเชย


วันที่สี่

1. มายื่นใบนัดที่ สวป ชั้น 1 ช่อง 4, เจ้าหน้าที่ก็จะให้ใบรับรองสภาฯ มาแล้วก็ให้เราลงลายมือชื่อในใบรับรองฯ และ ใบเซ็นต์รับเอกสาร ตรงนี้ไร้นามมีปัญหากับเจ้าหน้าที่มากพอดูเพราะ แต่ละคนบอกไม่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่คนแรกบอกให้ไร้นามเซ็นตรงนึงแล้วก็เอานิ้วชี้ ชี้ (คือบริเวณด้านล่างขวา ของคำว่าลายมือชื่อ ซึ่งเป็นการเซ็นต์เหมือนเอกสารทั่วๆ ไป) ไร้นามก็เซ็นต์ตรงบริเวณนั้นเลย แล้วไร้นามก็ติดต่อว่าถ้าอยากไปสมัครสมาชิกวิสามัญของเนติบัณฑิตยสภา ให้มาขอใบรับรองสำเนาตรงนี้ใช่หรือไม่ (เพราะไร้นามอ่านมาก่อนว่าใช่ แต่ต้องถามดูอีกครั้ง เพราะหลายๆ ครั้งที่ผ่านๆ มาพบว่าบางทีข้อมูลที่อ่านมาจากเอกสารของรามฯ เอง กลับไม่ตรงกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติจริง) เจ้าหน้าที่อีกคนก็มาตอบ แต่แทนที่จะตอบกลับมาดุไร้นามว่า "เซ็นต์ชื่อตรงนี้ได้ยังไง ทำไมไม่เซ็นต์ข้างๆ ให้เสมอกัน" ไร้นามก็งงๆ เค้าก็ดุใหญ่ ไร้นามก็ตอบว่าก็เซ็นต์ตรงที่เจ้าหน้าที่ชี้ให้เซ็นต์ซึ่งเยื้องลงมาข้างล่างประมาณครึ่งเซ็นต์ ตรงนี้ไร้นามยังคิดเลยว่า ถ้ามีกฏว่าให้เซ็นต์เฉพาะตรงนั้นทำไมไม่ทำจุดไข่ปลาไว้? หรือทำไมเจ้าหน้าที่ๆ เห็นไร้นามเซ็นต์ไม่ทักท้วงเพราะไร้นามก็เซ็นต่อหน้าและเซ็นต์อย่างช้าๆ หรือทำไมไม่มีตัวอย่างให้ดูว่าต้องเซ็นต์ตรงนี้ทำนั้น (เพราะจริงๆ ก็เซ็นต์ด้วยความตั้งใจ ด้วยรู้ว่าเป็นใบสำคัญ) คุณเจ้าหน้าที่คนใหม่ก็ดุต่ออีกว่า "แล้วทำไมเซ็นต์แบบนี้?" (ลายเซ็นต์ไร้นามเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเป็นมาตรฐาน แล้วอาจารย์ของรามฯ เองเวลาสอบเคยบอกว่าถ้าเขียนว่าเป็นการลงลายมื่อชื่อให้กำกับต่อด้วยชื่อนามสกุลภาษาไทยเข้าไปด้วย เลยเซ็นต์แบบนี้ตลอดมา) ก็เลยอธิบายไปว่าเพราะมีอาจารย์ของรามบอกให้เซ็นต์แบบนี้แล้วก็ใช้มาตลอด เจ้าหน้าที่ก็ตำหนิ (ด้วยเสียงดุๆ เช่นเดิม) ว่า "ไม่รู้หล่ะแต่นักศึกษาไม่มีสิทธิ์ไปแก้ใหม่ให้สวยและสภาฯ ก็จะไม่ออกใบใหม่ให้" ไร้นามก็บอกไป (อย่างสุภาพและพยายามอดทนสุดๆ) ว่า "ค่ะ" แล้วเจ้าหน้าที่ก็พูดประโยคเดิมอีกครั้ง ไร้นามก็เลยตอบกลับไปอย่างสุภาพเช่นเดิมว่า "ค่ะ ไม่ได้คิดจะนำไปแก้อยู่แล้วค่ะ" (ยังงงๆ อยู่ในใจว่า ทำไมเค้าคิดว่าเราจะเอาไปแก้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้คิดอะไร) แล้วเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่หยุด ก็พูดต่อว่า "รู้ไหมว่าใบนี้สำคัญต้องเอาไปใช้และ ทางสภาฯ เราจะออกให้แค่ครั้งเดียว ถ้ามีปัญหาอะไร เราจะไม่ออกใหม่ให้" ก็ได้แต่อดทน (เพราะเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่เราก็รักษามารยาทไว้) ก็ตอบกลับไปว่า "ทราบค่ะ" แล้วคุณเจ้าหน้าที่ก็พุดอีกรอบซ้ำอีกด้วยเสียงตำหนิๆ เราเช่นเคย (เหมือนกลัวเราจะไม่เข้าใจ) ไร้นามเลยตอบกลับอย่างสุภาพ แต่เริ่มทนไม่ได้ว่า "ทราบค่ะ หนูอ่านระเบียบการมาเรียบร้อยแล้วค่ะ... (เว้นวรรคนิดนึง) จริงๆ แล้วใบนี้ก็ไม่ใช่ใบรับรองปริญญาฯ ใบแรกของหนูด้วยค่ะ" (ในใจยังคิดว่าไม่ได้คิดจะเอาไปทำอะไร) คุณเจ้าหน้าที่ก็ดุหงุดหงิด เพราะเหมือนเราไม่ได้ว่าง่าย(?) ก็บอกกลับมาอีกว่า "ก็ให้รู้ไว้ละกันว่าใบนี้สำคัญ" แล้วก็บ่นต่อว่า "ทำไมเซ็นต์แบบนี้..." แล้วก็ส่ายหน้าแล้วก็พูดต่อว่า "เอาเถอะอย่าลืม Xerox สำเนามาสามใบ แล้วเซ็นต์รับรองถูกต้องด้วย แล้วกลับมายื่นที่นี่ละกัน" แล้วก็ทำท่าจะเดินไป ไร้นามเลยบอกว่าด้วยความอดทนที่ขาดไปหน่อยแล้ว(แต่ยังพยายามรักษาระดับเสียงให้สุภาพเช่นเคย) "ทราบว่าใบรับรองฯ สำคัญค่ะ แต่จริงๆ แล้วหนูก็เซ็นต์แบบนี้ตั้งแต่สมัยทำใบรับรองปริญญาเอกที่มหาลัยอื่นอยู่แล้วนะคะ" แต่คุณเจ้าหน้าที่ก็เดินไปซะแล้ว ไร้นามก็เลยได้แต่ถอนใจแล้วก็ช่างมัน (คุณเจ้าหน้าที่จะรู้ไหมว่า ขนาดใบปริญญาเอกมหาลัยเคมบริดจ์ของไร้นาม ไร้นามยังเคยเอาไปทิ้งขยะเลย ส่วนใบปริญญาเอกใบที่สองที่ได้มา ก็ทำยับเยินจนคุณพ่อคุณแม่ดุ /เป็นพวกไม่ค่อยสนใจใบปริญญาสุดๆ มองเป็นเพียงกระดาษ ด้วยเชื่อว่าสิ่งที่มหาลัยให้ที่คนเราต้องรักษาให้ดีเพราะมีคุณค่าก็คือความรู้ มิใช่หรือ?)

2. ไปถ่ายเอกสาร 3 ใบ - เซ็นต์ใบรับรองสำเนาถูกต้อง (รออยู่นานพอควร)

3. กลับไปที่ช่องนั้น เจ้าหน้าที่เปลี่ยนคนไปซะละ (ดีใจ) กลายเป็นคนใจดีแทน แต่ปรากฏว่าพอยื่นไป คุณเจ้าหน้าที่คนนี้ก็ท้วงมาว่า "ทำไมเซ็นต์สำเนาถูกต้องมาล่ะคะ? ไปถ่ายใหม่นะคะ ไม่ต้องเซ็นต์มาเพราะทางเราจะรับรองให้" ไร้นามก็งงๆ เพราะเซ็นต์ตามที่คุณเจ้าหน้าที่คนแรกบอก แต่ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบาย ก็เลยบอกว่า "ค่ะ" แล้วก็ไปถ่ายสำเนาใหม่ (เสียตังค์อีกรอบ คนที่ร้านก็ดูงงๆ ว่ากลับมาใหม่)

4. กลับมาที่ช่อง 4 เหมือนเคยกับคุณเจ้าหน้าทีใจดีและก็ทำเรื่องเสร็จเรียบร้อย... เย้ๆ

[จริงๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่ลงทะเบียนกันไว้ก้สามารถทำต่ออีกนิดนึงคือเอาใบรับรองสภาฯ พร้อมสำเนา และใบเสร็จที่ลงกันไว้ ไปติดต่อชื่อ 12-13 ภายใน 90 วัน]

+++

บ่นๆ สำหรับนักศึกษาที่เป็นคนทำงานอย่างไร้นาม ขั้นตอนต่างๆ นั้น
จะทำได้ ก็ต้องใช้สิทธิ์ลางานไปทำ ด้วยประสบการณ์ที่รับปริญญามาหลายใบ จากสถาบันอื่นๆ จึงเข้าใจได้ว่าขั้นตอนบางอย่างนั้น
ซับซ้อนเกินไปอาจเป็นเพราะนักศึกษารามเรียนจบไม่พร้อมกัน และมีจำนวนมาก เมื่อเทียบกับเจ้าหน้าที่ แต่บางส่วนนั้นก็ไม่ควรจะทำให้ยุ่งยาก
โดยเฉพาะข้อมูลที่เจ้าหน้าที่แต่ละคนและเอกสาร น่าจะทำให้เป็นข้อมูล
ที่ตรงกันซึ่งกระบวนการขอจบนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง กับกระบวนการตอน
สมัครเข้าซึ่งเรียบง่าย เป็นขั้นตอน มีข้อมูลให้เข้าใจได้ตรงๆ

สำหรับนักศึกษาที่ยังไม่เคยจบที่อื่นแล้วมาทำอาจถือเป็นขั้นตอนที่ ok
แต่สำหรับไร้นามที่ได้เห็นการทำเรื่องจบมาก็พบว่าขั้นตอนมากเกินไป
และความซับซ้อนก้ได้ถูกสร้างเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยเจ้าหน้าที่(บางคน)

ตอนที่เดินออกมาจากการคุยกับคุณเจ้าหน้าที่ๆ คุยไม่รู้เรื่องนั้น จะรู้สึก
เหมือนโดนดูถูกว่าไม่รู้อะไร ทำให้นึกเทียบกับตอนเป็นกระเหรี่ยงที่อังกฤษ
ที่ถึงแม้เราเป็นคนต่างชาติแท้ๆ แต่เวลาไปติดต่อเจ้าหน้าที่เค้าจะไม่เคยดูถูก
เราเลย เค้าจะทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญที่เค้าต้องให้ข้อมูลช่วยเหลือ
แต่เอาเถอะเพราะตลอด สองปีครึ่ง ที่เรียนปริญญาตรีที่รามมาส่วนใหญ่ก็
จะพบเจอแต่คนดีๆ เพิ่งมาเจอที่ทำให้แปลกใจก็ตอนทำเรื่องจบนี่แหล่ะนะ

เฮ้อ... สรุปคือเข้าง่าย... จบยากจริงๆ


Create Date : 01 พฤษภาคม 2551
Last Update : 1 พฤษภาคม 2551 14:52:55 น. 44 comments
Counter : 7853 Pageviews.

 
ไม่มีอะไรอยากเกิน ความพยายาม ใช่ไหม


โดย: autoall วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:36:45 น.  

 
เข้ามาอ่านค่ะ นักศึกษาเยอะอ่ะนะค๊ะ พี่วิสกี้ก็จบรามค่ะ รุ่นที่จบเนี่ยยังเป็นรุ่นเลขตัวเดียวอยู่เลย


โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:48:10 น.  

 
Happy MayDay krub,

BTW, this sometimes so-called

" You ge what you pay" or may be

" What you see is what you get"



โดย: khon na derm IP: 202.44.219.100 วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:53:58 น.  

 
--- คุณ autoall ---

ใช่ค่ะ :)


--- คุณ วิสกี้โซดา ---

คาระวรุ่นพี่ค่ะ


--- คุณ khon na derm ---

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ;)


โดย: ไร้นาม วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:13:28 น.  

 
For your info,

my mail is lecture2549@yahoo.com




โดย: khon na derm IP: 124.120.91.11 วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:32:07 น.  

 
แต่ยังไง ก็จบแล้วน่า เก่งมากๆๆ ถือว่าฝึกความอดทนอีกนิดหน่อยส่งท้ายก็แล้วกัน อิอิ
แล้วถ้าจะรับปริญญาเมื่อไหร่ก็บอกกันด้วยนะจ๊า...แต่ว่า..จะรอรับพร้อมน้องไกรได้จริงๆเหรอ? อืมๆ เค้าให้รอไว้ได้กี่ปีเนอะ? ขอให้น้องไกรจบเร็วๆ แล้วกันนะจ๊า..พี่น้องรับพร้อมกัน คงน่ารักดี


โดย: Ja~ IP: 118.174.176.132 วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:40:57 น.  

 
--- คุณ khon na derm ---

งั้นเดี๋ยวจะเมล์ไปคุยนะคะ ;)


--- Ja~ ---

Thank you จ้า...
แต่ยังไม่รู้จะรับปริญญาดีไหม

ขอบคุณที่มาเยี่ยม blog นะ :)


โดย: ไร้นาม วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:31:59 น.  

 
เข้าง่ายจบยาก หากเป็นดัง "ไร้นาม"พรรณามาก็น่าเห็นใจเน๊าะ อย่างนี้น่าจะเรียกได้อีกอย่างว่า "การบริการ"ของเจ้าหน้ารัฐมีความบกพร่องหรือไม่ค่อยสนใจงานในหน้าที่ได้นะเนี่ย ตอนนี้และต่อไปคงปรับปรุงกันไปแล้ว !?!ถึงยังไงก็เถอะ ความหมายของคำว่า "จบยาก"ก็หนีไม่พ้นตรงที่มันต้องใช้ความพยายาม(อย่างหนัก-STUDY HARD or Work hard)ในการศึกษาเล่าเรียนอยู่ดี องค์ประกอบการเรียนการศึกษาบ้านเรายังมีตัวแปรอีกเยอะมาก ว่ากันทั้งผู้เรียน ผู้สอน หลักสูตรการสอนรวมที่สำคัญมาก ๆก็คืออุปกรณ์ช่วยการเรียนการสอน ที่สำคัญอีกอย่างก้หนีไม่พ้นสถานที่เรียน(ห้องเรียนที่ร้อนอบอ้าว)ก็ไม่รู้ว่านักเรียนไทยทุกระดับหลายสถานศึกษาที่มีผลกระทบเรื่องนี้จะรู้สึกยังไง สมาธิการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ หากผลการเรียนดี ผลดีมิใช่เฉพาะกับผู้สำเร็จ กศ.เท่านั้นแต่มีผลต่อองค์กรที่ทำงานและประเทศชาติโดยรวมด้วยนา คงไม่ถึงกับให้ติดแอร์ไปเสียทุกแห่ง เพียงต้องการแบ่งแชร์ความรู้สึกว่า บ้านเราหากต้องการความเจริญที่เป็นผลพวงจากการศึกษาที่ดีสมบูรณ์จริงละก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องบรรยากาศในห้องเรียนด้วย..ชิ..บอกไห่!?!


โดย: Freshy LL.b. IP: 58.8.160.206 วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:08:49 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณไร้นาม....
แวะมาเยี่ยมค่ะ ไม่ได้แวะมาสักระยะแร๊ะ สบายดีน่ะค่ะ....
อิอิ อ่านแว๊ววว ก็ ฮาๆ นิดหน่อย ช่วงที่บอกให้ไปอ่านป้ายซิ
และ มักโดนดุๆ กลับมาตอนติดต่อ....
ที่ฮาๆ เพราะ เคยโดนเหมือนกัน อิอิ.....
จากเกือบทุกจุดของการติดต่ออ่ะจ๊ะ แต่ ที่น่ารักๆ ก็มีเหมือนกัน อิอิ

แต่ก็ยังนึกขอบคุณที่นี่ ถึงภาพรวมว่าเป็นตลาดวิชา


โดย: naragorn วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:30:43 น.  

 
ปล. อีกนิดค่ะ ยังงัยก็ขอบคุณมากค่ะ ที่นำประสบการณ์ตรงนี้มาบอกกล่าว เผื่อตอนทำในขั้นตอนนี้บ้าง จะได้พอรู้คร่าวๆ อิอิ


โดย: naragorn วันที่: 22 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:31:54 น.  

 
ผมเองก็จบนิติศาสตร์จากรามคำแหงปี51 อายุ22ปี ยังไม่ทันรับปริญญาเลยก็สอบติดตำรวจแล้ว ความรู้ที่รามคำแหงให้ผมมีมากมายมหาศาล คนสมัคร133,254 คน รับแค่2,000คน ผมได้ที่ 600กว่า ผมเป็นตำรวจได้ก็เพราะรามคำแหง


โดย: ตำรวจเด็ก IP: 118.172.201.215 วันที่: 1 มิถุนายน 2551 เวลา:22:37:23 น.  

 
พี่คะ ตอนเทียบโอน 40 วิชาที่รามใช้ทรานสคริปภาษาอังกฤษได้ไหมอ่ะ



โดย: แพรว IP: 124.121.150.168 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:11:03:02 น.  

 
--- คุณ Freshy LL.b. ---

ขอบคุณที่เห็นใจค่ะ :)


--- คุณ naragorn ---

เคยโดนเหมือนกันหรือคะ!


--- คุณตำรวจเด็ก ---

ยินดีด้วยค่ะ


--- คุณแพรว ---

รู้สึกพี่ก็ใช้ transcript ภาษาอังกฤษเทียบโอนนะ


โดย: ไร้นาม วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:23:06:40 น.  

 
ผมก็กำลังจะจบที่นี้เหมือนกัน แต่ดันตกตัวนึง รอซ่อมต่อไป เฮ่อ ยินดีด้วยครับ


โดย: หนุ่มน้อย IP: 124.120.135.31 วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:40:55 น.  

 
เข้าสู่กลางเทอม 1_51 แล้ว หนักใจวิชา LW 205 ( กม.ลักษณะหนี้) มากๆ ใครที่สอบครั้งเดียวผ่านไม่ว่า G หรือ P ถือว่าเยี่ยมยอด ช่วยบอกเคล็ดหน่อยปะไร ที่ว่าหนักใจก็คือ ทั้งอ่านทั้งฟังมันช่างเข้าเจ้ายากเสียเหลือเกิน ลำพังท่องบทไม่สู้กระไร แต่ตอนทำความเข้าใจและนำไปใช้วินิจฉัยนี่ รวมการอ่าน การฟังเล็คเชอร์ด้วย..ช่างงงดีแท้..ช่วยบอกวิธีเล็กๆให้หน่อยครับ


โดย: Freshy LL.b. IP: 58.8.158.71 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:34:20 น.  

 
เข้าใจว่าคุณไร้นาม ไม่ให้ความสำคัญกับ ปริญญา, แต่ให้ความสำคัญกับความรู้และความคิดมากกว่า,
จึงยิ่งต้องอดทนปกปิดเรื่องจบปริญญาเอก ไว้เป็นความลับ ให้มากๆ ครับ.

ถึงเขาจะดูถูกเราอย่างไร ก็ยิ่งอย่าให้เขาได้ยินเราเน้นคำว่า "ปริญญาเอก" จากปากเราเชียวครับ.
มันอาจจะยิ่งทำให้เขา "เข้าใจผิด" ไปได้ว่าเราเอาคำว่า ป.เอก ไปข่มเขา.

ถ้าจะให้เจ๋ง ต้องใช้เหตุผลหรือวิธีคิดของเรา ทำให้เขายอมรับในตัวเรา ให้ได้, โดยที่ไม่ต้องให้เขารู้เลยว่าเราจบ ป.เอก มา.
เพราะถ้าเขารู้ว่าเราจบ ป.เอก, ก็จะไม่มีทางมั่นใจได้ว่า ที่เขายอมรับนี่เป็นเพราะ เรามีเหตุผลที่ดี หรือ เพียงเพราะเห็นว่า เราจบ ป.เอก ก็เลยยอมรับ โดยที่อาจไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผลของเราเลย เสียด้วยซ้ำ.


โดย: อานนท์ IP: 193.200.150.167 วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:24:09 น.  

 
แวะเข้ามาขอบคุณที่นำหัวข้อ "ความกังวลใจในวิชาLW 205ภาค1_51"ให้ครับ แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครโพสคำแนะนำให้เลย ยังอ่าน่ไม่ Get เลย แต่เคยเจอคำแนะนำสั้นๆว่า "อ่านเยอะๆ +ลุงชาวใต้" ก็จะทำตามแต่ก็ไม่แน่ใจ เนื่องจากอีกอย่างที่เข้ามาในชีวิตคือตอนนี้รู้สึกเริ่มท้อๆ งัยพิกล ..นึกๆ ดูน่าจะมาจากปัจจัยหลายอบ่างอาทิ ปัญหาสุขภาพ... ปัญหารอบบ้านผ่านเมืองมันชวนให้เวียน..คิดมากไปเรื่องการเมืองหรือ!?! ก็ทำไง ..ก็นี้เป็นปัญหาภายในบ้านเรายังแตกแยกกันอยู่มากมายก่ายกอง...ว่าจะไม่เกี่ยวกับการเรียนแต่ก็หนีไม่พ้นในฐานะ นศ.นิติ ..อดคิดมากไม่ได้และก็ต้องติดตามมาประกอบการเรียนด้วยแหละนะ...ก็เลยพาลจะทำให้เสียศูนย์ในตัวเองนะเนี่ย..คงต้องเพิ่มความพยายามต่อไป เหนืออื่นใดก็คือการได้เข้าแวะเว็บนี้แล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเพราะมีแต่เรื่องที่ได้ความรู้เพิ่มเติมและ รู้สึกRelax ได้..ขอบคุณครับ.


โดย: freshy LL.B. IP: 58.8.156.209 วันที่: 10 สิงหาคม 2551 เวลา:1:42:05 น.  

 
อยากจะบอกกล่าวเล่าสิบให้เพื่อน นศ. นิติทุกคนทราบว่าโดยส่วนตัวแล้วกำลังใจที่อยากเรียนนิติก็คือวิชา LW 201 ใช่แล้ว"นิติปรัชญา" ถึงจะได้ P หัวแหว่ง(F)-วลีนี้จำคำพูดอาจารย์มา ..อิ..อิ.. คงไม่มีใครอยากได้เอฟดอกครับอาจารย์...และก็จะไม่ท้อด้วย แก้ตัวได้เสมอ..ม.ราม ฯดีอย่างนี้หนึ่งปีลงได้ตั้งห้าครั้ง (2 ภาคใหญ่-สองซ่อม-แถมอีกหนึ่งซัมเมอร์งัยล่ะ)เพราะรู้สึกว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งท้าทายและเป็นประโยชน์ต่อศาสตร์สาขานิติมากมายนะ ว่ามั๊ย!?!


โดย: freshy LL.B. IP: 58.8.152.218 วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:2:55:07 น.  

 
ตอนจบใบแรก (รุ่น 17) นานมาแล้วลืมไปแล้ว ว่าทำอย่างไรบ้าง
ข้อนี้ำไม่มีคำแนะนำ
ผ่าน


โดย: นกกระจิบ ลุ่มน้ำชี IP: 222.123.200.123 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:2:20:10 น.  

 
--- คุณหนุ่มน้อย ---

สู้ๆ นะคะ


--- คุณ Freshy LL.b. ---

ฮะ ฮะ วิชานี้ ไม่ได้สอบทีเดียวผ่านเหมือนกันค่ะ


--- คุณอานนท์ ---

เรื่องนั้นทราบดีค่ะ และ ปกติก็ไม่ค่อยได้ไปบอกใครนะคะ
จริงๆ การจบปริญญาเอก ไม่ได้เก่งอะไร (เป็นเรื่องเฉพาะทาง)
ไม่จำเป็นที่ใครๆ ต้องรับฟังคนอื่นเพราะเค้าจบแบบนั้นมา

แต่สำหรับกรณีข้างบน กับคนที่ไม่ยอมรับฟังอะไร ไม่มีประโยชน์
ที่เราจะพูดด้วยเหตุผลปกติค่ะ สิ่งที่ไร้นามทำข้างบน นั้นไม่ได้
ต้องการให้ได้รับการยอมรับ แต่อยากให้คนที่ดูแคลนคนอื่น
จนเคยชิน ได้รู้จัก "ฉุก" คิดหน่อยว่า ในบางกรณีนั้นเค้าก็
ไม่ควรจะดูถูกคนอื่นมากเกินไป ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นกรณี
ไร้นาม แต่อยากให้ได้รู้สึกสำนึกบ้าง จะได้ไม่ทำกับคนอื่นอีก

(แอบเป็นคนโหดเล็กๆ ^^')


--- คุณ Freshy LL.b. ---

ตั้งใจเรียนนะคะ อย่าเครียดกับการเมือง ศึกษาเหตุการณ์ไว้เป็นความรู้
(ทักแต่เค้า แต่สองปีที่แล้ว ไร้นามน่ะก็แรงเรื่องการเมืองเหมือนกัน
คือส่วนตัวไม่ชอบ ม๊อบพันธมิตร เพราะทำอะไรไม่อยู่ในกติกาเลย
ตั้งกลุ่มกันกับเพื่อนๆ pantip ห้องราชดำเนิน แรงกันพัก
นึงจนห้องถูกปิดเลย แหะ แหะ - ช่วงนั้นกำลังสอบปลายภาคของราม
ปีแรกด้วย อ่านกฏหมายแล้วอินมากมาย...)


--- คุณนกกระจิบ ลุ่มน้ำชี ---

อ้าวรุ่นพี่ คารวะๆ ค่ะ


โดย: ไร้นาม วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:22:53:54 น.  

 
ต้องแวะมาขอบคุณที่ให้กำลังใจในการเรียนเผื่อจะได้จบตามรุ่นพี่ๆ ที่ได้ดีกรีไปแล้ว(ขอคารวะด้วยความจริงใจ) ...ส่วนเรื่อง IN กะการเมืองนั้นคงห้ามยากแล้วยิ่งแล้วไปกันใหญ่เลย...เฮ้อ...มาถึง ณ วันนี้ก็ยิ่งไม่รู้ได้/ตาดเดาได้ว่าชตากรรมของประเทศจะเป็นอย่างไรหนอ แต่ก็ดีไปอย่างได้รู้ศัพท์แปลกๆ .."อารยะขัดขืน"LW 201) บ้างก็ว่าอนารยะขัดขืนหรือกับคำว่า"ตุลาการภิวัฒน์"ฯลฯ ท้ายนี้ขอบอกว่า วิชา LW 103 "ไร้นาม" ย่อเป็นหัวข้อพรัอมเนื้อหาที่สรุปเข้าใจง่ายน่าจะเป็นประโยชน์ในการสอบภาคนี้มากครับผม การให้ความรู้แก่ผู้อื่นว่ากันว่าเป็น"วิทยาทาน"ได้บุญมากมายด้วย ขอให้โชคดีทุกด้าน เดินทางบ่อยนักก็จงปลอดภัยตลอดทุกเวลาด้วยครับ.


โดย: Freshy LL.B. IP: 58.8.162.246 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:22:07:13 น.  

 
ยินดีด้วยนะครับ เรียน 2 ปีครึ่งก็จบแล้ว เก่งจังเลยครับ

ใบปริญญาเอกใบที่ 2 ของคุณไร้นามนี่สาขาอะไรเหรอครับ ใบแรกคือ Computer Science ใช่มั้ยครับ

เรื่องขั้นตอน ผมคิดว่ามันยุ่งยากเกินไปนะ น่าจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้
น่าจะติดต่อจบทุกอย่างภายในวันเดียวนะครับ

คุณไร้นามนี่มีความอดทนนะครับ ถ้าเป็นผมอาจจะได้ทะเลาะกับ เจ้าหน้่าที่วันที่ 4 คนนั้นไปแล้ว

ช่วงนี้ผมทะเลาะกับคนอื่นบ่อย ว่าจะทำสมาธิซะหน่อยครับ ใจจะได้สงบ ทำงานเป็นลูกจ้างนี่มันวุ่นวายจริง ๆ


โดย: kengkaj IP: 203.148.164.138 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:1:14:46 น.  

 
คุณไร้นามจบนานแล้ว ผมเพิ่งจะแสดงความยินดี ขอโทษด้วยนะครับ ที่แสดงความยินดีช้าไปหน่อย

พอดีปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมา เรื่องเยอะ งานเยอะ เลยหาย ๆ ไป เพิ่งกลับมาเยี่ยม มาดู blog คุณไร้นาม เมื่อไม่นานมานี้เอง


โดย: kengkaj IP: 203.148.164.138 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:1:20:05 น.  

 
--- คุณ Freshy LL.B ---

ดีใจที่โน้ตย่อตอนสมัยไร้นามสอบมีประโยชน์นะคะ @^_^@


--- คุณ kengkaj ---

ปริญญาเอกมีใบเดียวค่ะ (Computer)
แต่ปริญญาตรีสองใบ (วิศวะ กับ นิติ)


ส่วนเรื่องแสดงความยินดีช้า ไม่มีปัญหาค่ะ ยังไม่ได้รับปริญญาเลย
(คงจะรับกุมภาฯ ปีหน้า) /ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งจบใหม่ๆ อยู่เลย


โดย: ไร้นาม วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:0:31:33 น.  

 
ขอบคุณพี่มากเลยนะค่ะสำหรับสรุปและมาตราที่สำคัญ
หนูเรียนpredegreeค่ะ
มันโหดมาก ลง24หน่วยทุกเทอม ที่โรงเรียนก้อเรียนหนักอ่านหนังสือไม่ทันเลยค่ะ
ขอบคุณพี่ใจดีมากๆเลยนะค่ะที่แบ่งปันความรู้
ขอให้มีความสุขมากๆสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์นะค่ะแล้วจะแวะมาทักทายบ่อยๆนะค่ะ
ขอบคุณๆอีกครั้งค่ะ


โดย: แป้ง^@^ IP: 222.123.130.57 วันที่: 21 ตุลาคม 2551 เวลา:4:30:04 น.  

 
สุดยอดเเล้วที่จบ ยังงัยก็ถือว่าเก่ง เหนื่อยเหมือนกันที่เรียน แต่สุดท้ายก็จบ เก่งจัง.................................


โดย: Sum41 IP: 118.173.242.21 วันที่: 26 ตุลาคม 2551 เวลา:12:25:24 น.  

 
ยินดีด้วยนะคะ ที่พี่เรียนจบแล้ว เก่งจังสองปีกว่าๆเองเนอะ

ก้อ แอบมา พี่คงงงว่าใครหว่า

ก็นะ แอบมาจิ๊กความรู้นิดนึง หวังว่าคงไม่ผิดฐานลักทรัพย์ ยักยอกหรอกเนอะ(แม้มีเจตนาก็ตาม) 555+

ไม่ได้เรียนรามค่ะ เผื่ออยากถาม อิอิ แต่....เรียน...ที่อื่นน่ะ

ไปแล้ว มารบกวน ชอบกวนคน แต่ไม่ชอบคนกวน บายค่ะ


โดย: เด็กนิติ(ไม่ได้เรียนราม) IP: 118.174.202.238 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:39:23 น.  

 
--- คุณแป้ง ---

ยินดีเสมอค่ะ


--- คุณ Sum41 ---

ขอบคุณค่ะ


--- คุณเด็กนิติ ---

ตามสบายเลยค่ะ จิ๊กวิชาความรู้ ไม่ผิดค่ะ พี่ก็ชอบทำเหมือนกัน อิอิ


โดย: ไร้นาม วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:08:44 น.  

 
เข้าก็ยาก เสียความรู้สึกที่สุด เลย ก็เมื่อ ปีการศึกษา 51 เราดันไปสมัคร เป็นวันสุดท้าย แต่ ปรากฏว่า เขาเขียนวันผิด จริง ๆ มันปิด รับสมัครไปแล้ว เศร้าใจ จริง ๆ แต่ก็ รอลง เรียนใหม่ ปี ห้าสอง
เศร้า ถึงแม้ว่าจะเป็นวันสุดท้าย มันก็เป็นวันของเรา นิ
ลงเรียนครั้งใหม่ ต้อง ทำให้ได้


โดย: dow IP: 61.19.65.83 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:15:07:28 น.  

 
ยินดีที่ได้รู้จักกับลูกพ่อขุนทุกท่านรวมทั้งคุณไร้นามด้วย ผมก็นิติศาสตร์ลูกพ่อขุนครับ จบมาก็ ๑๐ กว่าปีแล้ว สาเหตุที่ได้เข้ามาวุ่นวายในเวปนี้เป็นเพราะความบังเอิญครับ พอดีหาข้อมูลทำงานในกูเกิ้ล เลยได้เจอข้อมูลของคุณไร้นามทำให้ต้องเข้ามาวุ่นวายตามนิสัยส่วนตัว คงไม่รังเกียจนะครับ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ลูกพ่อขุนทุกท่านไม่ว่าเก่าหรือใหม่ คณะไหน นะครับ ยืนหยัดต่อสู้กันไปเพราะคำว่ารามคำแหงยังไม่อาจยืนอยู่ในใจคนทุกคนได้ หลายๆที่ยังคงไม่ยอมรับเช่นเดิม สิ่งที่ต้องทำคือ อึด อด ทน และนึกถึงพ่อขุนทุกครั้งที่มีปัญหา


โดย: นายขยะ IP: 61.7.149.12 วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:16:23:32 น.  

 
ตอนทำเรื่องขอจบผมก็เป็นอย่างนี้เหมือนกันเดะเลย สงสัยเป็นกันทุกคนแหละ


โดย: nut IP: 125.24.198.107 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:59:56 น.  

 
ต้องถามก่อนว่า คนที่บอกว่าจบยาก "เข้าเรียนรึป่าว"

ผมไม่ได้เรียนรามหรอก แต่รุ่นพี่ผมจบนิติราม สามปีครึ่ง พี่เขาบอกว่ามันลงทะเบียนได้เทอมละหลายหน่วยกิต(ผมก็ไม่รู้ว่าเท่าไหร่) ถ้าเราตั่งใจจริงมันจบเร็วกว่าที่คิดๆกัน


โดย: เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เอ IP: 58.10.155.2 วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:30:25 น.  

 
ต้องถามก่อนว่า คนที่บอกว่าจบยาก "เข้าเรียนรึป่าว"

ผมไม่ได้เรียนรามหรอก แต่รุ่นพี่ผมจบนิติราม สามปีครึ่ง พี่เขาบอกว่ามันลงทะเบียนได้เทอมละหลายหน่วยกิต(ผมก็ไม่รู้ว่าเท่าไหร่) ถ้าเราตั่งใจจริงมันจบเร็วกว่าที่คิดๆกัน


โดย: เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เอ IP: 58.10.155.2 วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:31:33 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ได้เข้ามาอ่านหัวข้อ ม.รามเข้าง่ายจบยาก
ก็เห็นด้วยทุกประการค่ะ

เข้ามาเจอโดยบังเอิญ เนื่องจากหาข้อมูลการเดินเรื่องขอจบอยุ่เหมือนกัน

ตอนนี้ก็รอชื่อที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ
โฉมงามยื่นเรื่องขอจบไปเมื่อ 1 ต.ค. 52 ( จบเทอม S/2551)วันอาทิตย์นี้ฝากเพื่อนดูรายชื่อให้
เพราะโทร.ไปถามอาจารย์ ๆ บอกว่า ถ้าเราไม่มีเวลา ก็ให้เพื่อนมาเช็คให้ได้

การเดินเรื่องของโฉมงามก็ใช้เวลาหลายวันเหมือนกัน
ลากงานบ่อย เพราะแต่ละครั้งที่ไป ก็ทำอะไรไม่ได้มาก
ประกอบกับโฉมงาม อยู่ต่างจังหวดัด้วย ต้องใช้เวลาในการเดินทางพอสมควร

ว่าจะไปถ่ายรูปใส่ชุดครุยไว้รอเหมือนกันค่ะ

ยังไงก็หากมีข้อแนะนำ ก็รบกวนแนะนำบ้างนะคะ
เพราะบอกตรง ๆ โฉมงามเองก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่
บางครั้งเจออาจารย์ท่านไหนใจดีก็โชคดีไป
แต่ถ้าเจออาจารย์ที่พูดจาแบบไม่มองหน้านักศึกษานี่ก้เศร้าเหมือนกันค่ะ

mylovelyone@hotmail.com





โดย: โฉมงาม IP: 118.175.144.155 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:55:41 น.  

 
มีกฏหมายอาญา3 บ้างไหมคะ


โดย: เค้ก IP: 125.26.29.164 วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:11:53:50 น.  

 
ม.ราม ชิวตอนเรียน แต่ตอนสอบยากๆ อ่านเต็มที่แ้วทำไมยังตกอ่าคะไม่เข้าใจเลย


โดย: แป้ง IP: 124.122.132.54 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:16:32:31 น.  

 
กรณีสามผู้บริหารของ มหา'ลัยถูกฟ้องและลงโทษ.
---------------------------
Excerpt Story: "...เป็นที่ชัดเจนว่า กรณีความเสียหายของมหาวิทยาลัยฯหากเกิดมีขึ้นจริงแล้ว ผู้เสียหายที่แท้จริง ก็คือ “สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง” หาใช่บุคคลอื่นใดไม่ ทั้งนี้เพราะมหาวิทยาลัยฯเป็นนิติบุคคลที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2541 ที่บัญญัติไว้ใน

มาตรา 4 ความว่า “ให้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ.2514 เป็นมหาวิทยาลัยรามคำแหงตามพระราชบัญญัตินี้ และเป็นนิติบุคคล”
---------------
เมื่อกรณีมีกฎหมายบัญญัติไว้ เช่น ที่กล่าวมานี้ ย่อมต้องทำให้ สภามหาวิทยาลัยฯเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหายได้ และการดำเนินกิจการทั้งหลายย่อมต้องขึ้นอยู่กับคณะผู้บริหารสภามหาวิทยาลัยฯได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัย หรืออุปนายกสภามหาวิทยาลัยกรณีนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อยู่ หรือไม่อาจทำการได้ และ/หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากนายกสภามหาวิทยาลัย

(ตรงนี้ นศ.กม.กังขาว่าระหว่าง"บุคคล"ในสังกัดก็ดีคนไทยทั้งประเทศก็ดีไม่มีส่วนเป็นเจ้าของส่วนราชการใดๆเลยนะเนี่ยนะเพราะเป็น"นิติบุคคล"ซะอย่าง !?!) เอวัง.

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ผู้ร้องทุกข์คืออาจารย์ในคณะศึกษาศาสตร์ของ 'หาลัย ไม่ใช่ผู้เสียหาย ที่จะกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้...."
-----------------------------
Great and Wonderful Law:ฐานะ นศ.กม.พอจะมองออกว่างานนี้ "Not Guilty" โอ้ประเทศไทย กม.ของเรามีช่องรอด(ที่อาจเป็นทั้ง
ผลดีและเสีย!?!)มากมาย น่าจะเอาเป็นข้อสอบฯจริงๆ ผมคงเอฟแน่เลย..อิอิ...มิน่าถึงได้มีศัพท์แสงแปลกๆ อาทิ สุจริตโดยบกพร่อง ฯลฯ เป็นต้น.และด้วยคำตอบสั้นๆ แค่นี้ก็ A+แล้วครับผม.
----------------------------
คอมเม้นต์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นไม่มีเจตนาให้กระทบถึงสิทธิของบุคคล และหรือหน่วยงานใดๆทั้งสิ้น.


โดย: Freshy LL.B. IP: 58.8.88.187 วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:0:44:13 น.  

 
(ต่อ) ตามประสา นศ.กม.ครับอยากทราบจากผู้รู้หรือกูรู ทาง กม.รวมทั้งรุ่นพี่ๆบัณฑิตกฎหมายครับว่า แล้วงานนี้ จะเป็นงัยต่อครับเนี่ย...จบหรือตกไปเลย....

หรือว่าจะให้ "ผู้เสียหาย"ตัวจริง(สภา'หาลัย)ดังว่ามาเป็นผู้แจ้งร้องทุกข์กล่าวหาอีกได้หรือไม่ แล้วมีอายุความหรือไม่เพียงใดประมาณนี้!?! เพราะประเด็นหลักๆในทางกฏหมายอันเป็นสาระสำคัญคือ "ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดหรือไม่ผิด"ก็ยังไม่ใครตอบโจทย์เลยนะเออนะ...ผมสงสัยจะตอบข้อสอบไม่ได้แน่เลย.

ผมสนใจตรงนี้ครับอาจารย์ฯและด้วยความเคารพอย่างสูง จะอย่างไรก็ตามแต่ ผมก็ยังให้กำลังใจแก่ทุกท่านทุกฝ่ายนะครับ ผมไม่ขอเป็นลูกศิษย์ที่ล้างครูแน่นอนครับผม.
-----------------------------
อีกเช่นเดิมครับคือคอมเม้นต์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นไม่มีเจตนาให้กระทบถึงสิทธิของบุคคล และหรือหน่วยงานใดๆทั้งสิ้น.


โดย: Freshy LL.B. IP: 58.8.88.187 วันที่: 24 เมษายน 2554 เวลา:1:35:00 น.  

 

ความเดิม...(ต่อ) ตามประสา นศ.กม.ครับอยากทราบจากผู้รู้หรือกูรู ทาง กม.รวมทั้งรุ่นพี่ๆบัณฑิตกฎหมายครับว่า แล้วงานนี้ จะเป็นงัยต่อครับเนี่ย...จบหรือตกไปเลย....
----------------
หากเรื่องจบแค่นี้ก็แสดงว่ากระบวนการทางกฏหมายก็เอาผิดกับคนทำผิด(โดยทั่วไป)ไม่ได้ คือรอหมดอายุความดังว่า แต่กรณีนี้ก็จะยังงัย อยากทราบคืบหน้าจัง...นี่ก็ไม่น่าจะตรงตามปรัชญาของกฎหมายซินะ!?!

ก็ว่ากันไปกับหน่วยหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ผู้น้อยเพียงอยากทราบข้อสรุปที่แบบชาวบ้านว่า"เรื่องยังไม่เสด็ดน้ำ" เท่านั้นละนะเออนะ.

อีกเช่นเดิมครับคือคอมเม้นต์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นไม่มีเจตนาให้กระทบถึงสิทธิของบุคคล และหรือหน่วยงานใดๆทั้งสิ้น.




โดย: Freshy LL.B. IP: 58.8.158.255 วันที่: 26 เมษายน 2554 เวลา:0:48:26 น.  

 
ขอบคุณคุณไร้นามครับเป็นประโยชน์ อย่างมาก จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ ทำเรื่องขอจบ ได้อย่างทุกวิธี และถูกเจ้าหน้าที่ดุน้อยที่สุด


โดย: สุราสิวะดี IP: 125.24.142.199 วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:44:17 น.  

 
ปัจจุบัน ทุกขั้นตอนสามารถทำให้เสร็จได้ในวันเดียวครับ ถ้าเตรียมรูปและหลักฐานต่างๆไว้พร้อม


โดย: เด็กรามผ่านมา IP: 110.77.176.154 วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:13:26:29 น.  

 
จริงครับ เคยโดนเจ้าหน้าที่หญิงของคณะรศ.ด่าแบบไม่มีเหตุผล โวยวายเสียงดังใช้อารมณืไม่ใช้เหตุผลเสียเลย นศใไม่ใช่เจ้าหน้าที่นะครับจะเข้าใจระบบที่คุณทำทุกวันไม่ได้หรอก คือคนเราพูดกันดีๆอธิบายให้เข้าใจก็ได้ไม่ต้องตะโกนโวยวายแหกปากเสียงดัง นศ.ก็ไม่ค่อยรู้จักกันคนมันเยอะมีหลากหลาย มัทั้งคนทุกข์ยาก ยากจนไม่มีโอกาส หรือเงินจะเรียน สรุปมีทุกอย่างคุณจะเอามาตรฐานของคุณมาวัดคนอื่นไม่ได้นะ


โดย: คน IP: 203.114.122.27 วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:11:00:13 น.  

 
เจ้เจ้าหน้าที่ป้าหน้าขาวตึกนิติ มารยาทน้อยจริงๆครับ เจอมากะตัวเองเลยครับ น้อยจริงๆ น้อยมากๆ น้อยเหลือเกิน


โดย: นิติ41 IP: 192.99.14.34 วันที่: 2 กรกฎาคม 2557 เวลา:15:03:24 น.  

 
ตอนนี้ก็กำลังแจ้งจบคะ
ไปติดต่อตั้งแต่เดือน ก.ค ณ ตอนนี้ยังไม่ได้เอกสารไรเลย
คณะเดินเรื่องช้ามาก ไปคณะไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง จนท.ก็พูดจาไม่สุภาพเลย
เข้าง่าย สมัครวันเดียว แต่แจ้งจบ ยาวนานจะ 3 เดือนละ
ว่าจะลงอีกใบ แต่เจองี้คงไม่ละดีกว่า


โดย: รอแล้วได้อะไร IP: 171.7.31.54 วันที่: 4 กันยายน 2557 เวลา:16:41:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไร้นาม
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]





"อ่านคนอ่านที่ความคิด
หาใช่ชื่อเสียงเรียงนาม"
Friends' blogs
[Add ไร้นาม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.