กรรมปรารถนาร้ายคนอื่น สิ่งร้ายนั้นจึงทำให้กลับมาหาตัวเอง
    วันทามิ, ธัมมะจักกัปปะวัตตะนัง, สะระณัง คัจฉามิ, สัมมาปัญญา, สัมมาวิริยะ,สัมมาตะบะ, ชีวิตัง เนติ,  อิทธิ กัมมัง, มะหาพะลัง, วิมุตโต สันติ, อิติปิโส ภะคะวา.

    ลูกขอนอบน้อมคารวะสักการะบูชา พระพุทธองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งปวง มหาเทพ มหาเทวี พระแม่อุมามหาเทวี องค์เทพทุกท่าน พระโพธิสัตว์ทุกองค์ เทวดาทั้งหลาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง พระธรรมจักร กงล้อแห่งพุทธธรรม เป็นสรณะมหาพลังของชีวิต ขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า นำชีวิตไปสู่สันติสุข

    บัดนี้ เหล่าบรรพบุรุษ พ่อแม่ ลูกหลาน ได้ทำอกุศลกรรม ดังนี้

    ๑. กรรมปรารถนาร้ายคนอื่น สิ่งร้ายนั้นจึงทำให้กลับมาหาตัวเองตลอดเลย ถ้าใครดี หรือทำดี ก็จะไม่สาธุด้วย ไม่ดีใจต่อการทำดีของคนอื่น 

    ความปรารถนาดีนั้น บางคนคิดว่าจะต้องไปส่งเสริมคนอื่น หรือปรารถนาร้ายต่อเขา จะต้องไปสาปแช่งเขา ไม่ใช่อย่างนี้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ทว่า แค่เขาทำดี เราไปขัดขวาง บางครั้งเราไม่เห็นด้วย บางครั้งไปวางแต้มทำให้เขาตกหล่น หรือไม่ให้บรรลุตามที่เขาตั้งเจตนาไว้

    บางคนทำดีแล้วจะงก หรืองกต่อการทำดี แล้วจะอ้างว่า "เดี๋ยวเขาจะมาว่าเราอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นต้น" อย่างนี้ไม่ได้ แต่ถ้าเราบอกเขาทำดีแล้ว แล้วเขาไม่ทำ ก็ไม่เป็นไร

    แต่ถ้าเขาเคยมอบสิทธิ์แก่เราว่าเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ยังไงๆ เราจะต้องบอกต่อเขา ถ้าเขาไม่ทำสิ่งนี้ก็เป็นสิทธิของเขา หรืออีกอย่างหนึ่ง เราไปบอกเขาทำดีแต่เขาไม่ทำ เราก็จะไปแสดงความไม่พอใจต่อเขา ขู่เขา อย่างนี้เป็นสิ่งไม่ดี

    แต่ถ้าเราเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน เราชี้แนะเขาแล้ว เขาจะทำหรือไม่ทำก็แล้วแต่เขา แต่ว่าเราอย่าไปล่วงล้ำสิทธิ์ ถ้าเราไปล่วงล้ำสิทธิ์ก็จะโดนต่อต้านกลับมา จะทำให้เราเกิดความน้อยใจได้ วันหลังเราก็จะไม่อยากจะชี้แนะเขาอีก แต่เป็นเพราะว่าเราใช้วิธีการผิด โยนความผิดไปให้เขา ต่อว่าเขาไม่รู้จัก "ดี" บางครั้งเราพูดผิดไปจริงๆ แต่ว่าเราไม่ยอมรับ แล้วจะมาบอกว่า เดี๋ยวนี้เขาไม่มาทำบุญแล้วนะ    

    ๒. กรรมทำลายศรัทธาคนอื่น เช่น คนนี้เขาศรัทธาอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเราก็ไปเซี้ยมสอน ไปเจาะให้เขาเสื่อมศรัทธาจากสิ่งนั้น ตัวนี้จะอันตรายมาก จึงก่อให้เกิดว่า ตัวเขาเองจะไม่ศรัทธากับอะไรเลย มีแต่หลอกตัวเองไปเรื่อย ตัวนี้เป็นตัวอันตรายของเขา ดูเหมือนว่าจะศรัทธาแต่ไม่มีอะไรเลย เพราะเขาไปทำลายศรัทธาของคนอื่นอยู่เรื่อย ตัวเองจึงถูกขัดขวางอยู่เรื่อย     ตัวเขาก็จะมีปัญหาอยู่เรื่อยว่า ทำอะไรไปถึงจุดหนึ่งก็จะถูกทำลาย ถูกขัดขวางเหมือนกัน สมมติว่า เขาชักจูงให้เราไปวัด ไปทำบุญโน้นนี่ แต่ว่าเราไม่ไป อันนี้เป็นสิทธิของเรา แต่อย่าไปเสี้ยมเขาไม่ให้ไป ไม่ไปเป็นสิทธิของเรา แต่อย่าไปเสี้ยมว่าวัดนี้ไม่ดี มีข้อมูลที่ไม่ดีแต่จริงๆ แล้วไม่มี แต่ว่าเราสร้างเรื่องขึ้นมา

    ๓. กรรมหลอกลวง ข่มขืน เมื่อก่อนเราเคยไปทำเขา ข่มเหง ข่มขืน บังคับ บีบคั้น เบียดเบียนคนอื่น

    การหลอกลวง เป็นการข่มขืนชนิดหนึ่ง เช่น หลอกลวงเขาไปมีเพศสัมพันธ์ ผลวิบากจึงเกิด การข่มขืนให้เราเชื่อเขา ข่มขืนให้เราเป็นไปตามที่เขาต้องการ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะมาหลอกเราทำไม

    ๔. กรรมพิชิต อหังการ ผยอง ลำพอง ทนง

    อหังการ คือ กูเป็นที่ตั้ง กูเป็นผู้กระทำ ไม่ฟังใคร ถูกของกูแต่ไม่ถูกของธรรม

        ๑) กูคิดอย่างนั้นจะต้องเป็นอย่างนั้น มันเป็นของกู 

        ๒) ถึงแม้มึงถูก แต่ไม่ถูกคติของกู กูก็จะทำของกู

    ผยอง คือ สำคัญตนเองว่าทำได้ง่ายๆ ไม่ยาก แค่นี้เอง เช่น กูแน่ กูที่หนึ่ง แค่นี้เอง สุดยอดของกู แค่นี้กูทำได้ กูเก่ง กูมีความสามารถเหนือกว่าคนอื่น สรุปใครผยองจะตายด้วยความประมาททัั้งนั้น และคนที่ชอบคุย แค่นี้เอง ดูถูกสิ่งที่เขาทำ เพราะเขาคิดว่าตนเองเก่ง เรื่องแค่นี้ง่ายๆ จะเกิดความประมาท ก็จะเสียคน

    ลำพอง คือ คิดว่าตัวเองลำเลิศ ตัวเองได้แค่นี้ก็ถือว่าล้ำเลิศ

    ทนง คือ ของกูเก่ง ของกูแน่ ของกูเหนือกว่า ทนงว่าเราเก่ง มีแล้วทนงว่ามีก็ผิด ไม่มีแล้วทนงว่ามีก็ผิด ทนงจะทำให้เกิดประมาท เช่น มีอยู่แค่นี้ ก็ทนงว่าเยอะแยะก็ได้ ทนงนี้เป็นการหลงผิด ทนงนี้ต่ำกว่าผยองเยอะ ผยองนี้จะร้ายกาจเพราะว่าจะไปท้าตีท้าต่อยกับเขา เราพูดหนึ่งคำ เขาจะย้อน ๓ คำ

    ๑. อวิชชา คือ คิดว่าตนเองมีวิชาเก่งกว่า เหนือกว่า 

    ๒. สำคัญตนเองว่าเก่งกว่า ยอดเยี่ยมกว่า เยี่ยมยุทธ์กว่า

    ๓. อยากจะให้เขารับรู้ว่าเราเหนือกว่า ตนเองอยากได้หน้า อยากให้คนอื่นนับถือ

    ๔. อยากพิชิต เข้าสู่ความอาฆาต พยาบาท จองเวร จะให้เขายอมรับเราให้ได้ ใช้กลยุทธ์ทางมิจฉาไม่ถูกต้องในธรรม ใช้วิธีการทั้งบุ๋นและบู้ และบางทีอาจจะใช้กลยุทธ์ในทางที่ผิด เช่น มิจฉาเป็นฐานจิต แต่วิธีการเป็นสัมมา คือ ฐานจิตไม่ดี ไปทางชั่ว ริษยาเขา อยากทำลายเขา แต่ใช้วิธีการที่เป็นสัมมาที่ถูกต้อง เปรียบเสมือนกับ "ซาลาเปา" ทุกคนเห็นว่าเป็นซาลาเปาเจ เป็นแป้งสีขาว ปราศจากเนื้อสัตว์ แต่ข้างในมีเนื้อสัตว์อยู่

ต้นตอแห่งเหตุ

    ปรารถนาร้ายคนอื่น อยากเหนือกว่า อยากเก่งกว่า จึงหวง ไม่อยากให้คนอื่นได้ดีเหมือนเขา เป็นการหวงดี เป็นคนขี้อิจฉา ริษยา สรุป ไม่ปรารถนาดีต่อคนอื่น

     ๑. เกิดความเปรียบเทียบ 

    ๒. จะให้เหนือกว่าคนอื่น พิชิตคนอื่น พออยากจะให้เหนือกว่าคนอื่นก็จะมีการเปรียบเทียบแล้วเราด้อยกว่าคนอื่นก็จะเกิดความอิจฉา ไม่ยอม พอไม่ยอมก็จะเกิดตัวที่ ๓ ตามมา

    ๓. วางแผนมุ่งทำร้ายกัน ไม่ปรารถนาดี เลยต้องวางแผนทำร้าย เพื่อไม่ให้คนอื่นดีขึ้นมา หรือขัดขวางไม่ให้เขาได้ดี

    ขัดขวางคนอื่นทำดี  วิบากกรรมตรงนั้นจึงส่งผลให้เรา เวลาทำบุญกุศล ก็จะมีอุปสรรค มีสิ่งมาขัดขวางเราไม่ให้เราทำได้สำเร็จเหมือนกัน

    พอเกิดมาชาตินี้ พอมีอะไรดี เดี๋ยวก็หมด ก็จะทำลายตัวเองให้หมดไป

วิธีแก้ไข

    มุทิตา คือ มีความปรารถนาดีต่อกัน ยินดีไม่อิจฉา สาธุต่อผู้ได้ดี ไม่ให้ร้าย กล่าวโทษแก่ผู้อื่น ไม่ซ้ำเติมผู้อื่น ให้โอกาส ให้อภัย ให้อโหสิต่อกัน เคารพซึ่งกันและกัน มีความปรารถนาดีอย่างไม่หวังผลประโยชน์ต่อตนเองอย่างมีเงื่อนไข (ดีก็สรรเสริญ ตกทุกข์ก็เห็นใจ ให้โอกาส ไม่ซ้ำเติม)

    ๑. เขาเดือดร้อน เราก็ยินดีช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจ มีเมตตาต่อเขา

    ๒. เขาได้ดิบได้ดี มียศฐาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่การงานที่เจริญขึ้น เราก็ไม่อิจฉา ริษยา ไม่ขัดขวางทางบุญกุศล และมีความยินดีด้วย สาธุด้วย

    ๓. ถึงแม้ว่าเขาเป็นศัตรูเรา เคยทำร้ายเรา เราก็ต้องให้อโหสิกรรม ให้โอกาสแก่เขาได้ ช่วยเหลือเขาได้

    ตั้งฐานจิตมุทิตาช่วยเหลือบุคคลให้คิดดังนี้

    ๑. ต้องตั้งฐานจิตให้เป็นกลาง อย่าอคติ     

    ๒. เราพร้อมให้โอกาสเขา (เอื้อ-เกื้อ-กัน) และให้มองว่าเขาขาด อย่ามองว่าเขาผิด และการให้ "โอกาส" คนอื่นเป็นความกรุณาชั้นสูง

    ๓. ยอมรับความเป็นธรรมชาติ ของแต่ละฝ่ายได้ หรือแต่ละบุคคลได้ เช่น คนนี้เขาเป็นคนช้า เราต้องยอมรับเขาไม่งั้นเราต้องปวดหัวกับเขา ถ้ายอมรับเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้

    เหล่าบรรพบุรุษ พ่อแม่ ลูกหลาน และข้าพเจ้าได้ทำกรรมที่กล่าวมานี้ ไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ที่ระลึกได้และระลึกไม่ได้ ภาวะธรรมใดภาวะธรรมหนึ่ง ชาตินี้หรืออดีตชาติ 

    กรรมที่ปฏิบัติเป็นอาจิณ กรรมบุพเพ ของเหล่าบรรพบุรุษ ของตระกูลที่เคยทำผิดพลาด ตกทอดสืบมา สู่ลูกสู่หลาน และสิ่งที่ลูกได้กระทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง   เป็นอาจิณบ่อยๆ  สะสมกลายเป็นกรรมใหญ่ กรรมหนัก มหาวิบากกรรม ที่รับผลวิบากกรรมอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ชื่อว่า "กรรมบุพเพ" ด้วยกาย วาจา ใจนี้ ต่อผู้อื่นผู้ใด สัตว์อื่นเหล่าใด ทุกสิ่งที่เป็นบาปกรรมตรงนี้ พฤติกรรมเช่นนี้

    บัดนี้ เหล่าบรรพบุรุษ พ่อแม่ ลูกหลาน และข้าพเจ้าขอสำนึกผิดในพฤติกรรมที่กล่าวมานี้ ขอขมา และขอรับการอโหสิกรรม แก่เหล่าบรรพบุรุษ พ่อแม่ ลูกหลาน และข้าพเจ้าด้วย ขอปฏิญาณตนว่า จะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีกต่อไป จะมีจิตเมตตา ช่วยเหลือผู้อื่น เอื้อ-เกื้อ-กัน ต่อทุกสรรพสิ่ง 

    ในอดีตหรือปัจจุบันนี้ หากผู้อื่นผู้ใด สัตว์อื่นเหล่าใด มาทำร้ายด้วยวิบากกรรมนี้ ให้ข้าพเจ้าเกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ทั้งร่างกายและจิตใจ กรรมเช่นนี้ เหล่าบรรพบุรุษ พ่อแม่ ลูกหลาน และข้าพเจ้าขอรับการขมาและอโหสิกรรมให้  จะไม่จองเวร อาฆาต พยาบาทอีกต่อไป และขอไถ่ถอนสิ่งที่จองเวร อาฆาต พยาบาทต่างๆ คืนสู่ธรรม

     บัดนี้ ลูกขอไหว้วอน วิงวอน ขอความเมตตา จากพระแม่อุมามหาเทวี และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลูกขอตัั้งปณิธานทำบุญสร้างกุศล ชดใช้ให้กับกรรมมหาวิบากนี้ ด้วยการเจริญพระศาสนา เจริญพรหมวิหาร ๔ เจริญบุญกุศล เจริญรอยตามพระแม่ฯ จะมีจิตจงรักภักดี ต่อทุกคนในครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และทุกสรรพสิ่ง และสำนึกพระคุณต่อบุพการี ผู้มีคุณทุกท่าน และจะหมั่นกตัญญูกตเวที ตอบแทนบุญคุณความดี และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพ่อพรหมธาดา ด้วยการเจริญพรหมวิหาร ๔ ๑. เมตตา ๒. กรุณา ๓. มุทิตา ๔. อุเบกขา ไม่หวั่นไหว ไม่ว่าสถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยจิตหัวใจ ๕ กตัญญู ศรัทธา เชื่อมั่น หนักแน่น มั่นคง ปฏิบัติสืบเนื่องต่อกันไปมิได้ขาด อย่างจริงจัง จริงใจ เต็มใจ เด็ดขาด พึงปฏิบัติต่อสัตว์โลกด้วยฐานจิต อกเขาอกเรา เอื้อ-เกื้อ-กัน ให้อภัยไม่ถือสา    

    และจะหมั่นทำบุญสร้างกุศลส่งไปให้กับเจ้ากรรมมหาวิบาก ดังนี้ (....... บุญกุศลที่เราจะทำส่งกุศลให้กับเจ้ากรรม.......) ขอพระแม่ฯ ช่วยเจรจา ช่วยบอกกล่าวให้กับเจ้ากรรมนายเวร โปรดเมตตาเอ็นดู อภัยให้กัน รับการสำนึกผิด รับการขอขมา และรับการขออโหสิกรรมให้    

    ขออัญเชิญบารมีพระแม่อุมามหาเทวี พระแม่แห่งการปกครอง ครอบครัว สังคม โลก ให้เกิดสันติสุข เกื้อหนุนคนดี ปราบปรามคนชั่ว ขจัดภัยพาล กำกับดูแลพฤติกรรม

    ขออัญเชิญบารมีพระแม่ธรณี โปรดเสด็จมาเป็นสักขีพยาน ในการทำบุญสร้างกุศล

    ขออัญเชิญบารมีพระพุทธองค์ โปรดบริหารจัดการ แก้ไขวิบากกรรม ขอให้ทุกฝ่ายรับการขมา และเจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน นำไปสู่สันติสุข

ขอให้สัตว์โลกทั้งหลายทั้งปวง ทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ ภูมิ จงหมั่นสร้างบุญกุศล มีจิตมุทิตาต่อกัน เอื้อ-เกื้อ-กัน สามัคคีกัน เคารพซึ่งกันและกัน รับอานิสงส์ร่วมกัน นำไปสู่สันติสุข โอม มะ อะโห ศานติ สันติโอม ๛    



 



Create Date : 06 กรกฎาคม 2564
Last Update : 6 กรกฎาคม 2564 16:13:09 น.
Counter : 135 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

ศึกษาเรียนรู้ธรรมะโดยธรรม นำมาปฏิบัติ และเผยแผ่ธรรมะนั้น ให้คนรู้จักบริหารกรรม แก้กรรม พัฒนากรรม ให้เกิดสันติสุข
New Comments
Group Blog
กรกฏาคม 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
All Blog