space
space
space
 
ธันวาคม 2562
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
26 ธันวาคม 2562
space
space
space

ทำไม!!...ต้อง บวงสรวง และตั้งศาลพระภูมิ เจ้าที่

ทำไม!!...ต้อง บวงสรวง และตั้งศาลพระภูมิ เจ้าที่

    บวงสรวง คือ การแสดงความกตัญญู สำนึกบุญคุณ ระลึกถึง คำนึงถึง ความดีความชอบของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ และการน้อมจิต น้อมใจ ให้เข้าถึง สรณะเป็นหนึ่งเดียว เช่น เจ้าที่ ถ้าที่แห่งนี้ไม่มีเจ้าที่ ไม่มีคนที่อยู่มาก่อน เราก็ไม่มีที่ตรงนี้ ที่สะอาดสะอ้านให้เราอยู่ ให้สำนึกบุญคุณ 

    เจ้าที่ "มีบุญคุณ" ต่อเราตรงไหน?

    ท่านเจ้าที่มีบุญคุณต่อเราตรงที่ท่านเป็นเจ้าของที่แห่งนี้มาก่อน ก่อนที่เราจะมาอยู่ที่แห่งนี้ ท่านก็จะต้องมาอยู่ก่อนเรา ท่านดูแลที่ตรงนี้ก่อนเรา ถึงจะมีที่ตรงนี้ให้เราอยู่ได้ 

    ทำไมต้องแสดงความกตัญญูต่อท่านเจ้าที่? 

    เพราะว่าให้ทุกคนต้องมีจิตกตัญญู สมมติว่า ถ้าเราอยู่ ณ ประเทศแห่งนี้ ถ้าเราไม่มีจิตกตัญญูต่อประเทศชาติ แล้วเราจะทำงานได้ดีไหม? ก็ไม่ได้ดี แต่ถ้าเราไม่มีจิตกตัญญูกับองค์กรนั้นๆ องค์กรนั้นก็ไม่เจริญแน่นอน ยกตัวอย่าง สถาบันการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เราเป็นครูสอนในสถาบัน กศน. สถาบันแห่งนี้ให้อาชีพแก่เรา องค์กรนี้สามารถเลี้ยงดูครอบครัวเรา ตัวของเรา  เราจึงมีจิตใจทุ่มเทให้กับ กศน. สถาบัน กศน.นี้ก็จะเจริญรุ่งเรือง

    ยกตัวอย่าง ประเทศไทยของเราอยู่ได้มาทุกวันนี้ได้ ก็เพราะมี บูรพกษัตริย์ที่ดี บรรพบุรุษ และทหารที่เก่งกล้าอาจหาญ รักษาแผ่นดินนี้ได้ ฉะนั้น สถานที่ กศน.นี้ก็เหมือนกัน ก่อนที่จะมีสถาบัน กศน.นี้ตั้งอยู่ ก็ต้องมี กษัตริย์ ทหาร ประชาชน ที่เก่งกล้าสามารถดำรงรักษาไว้ได้ ให้เราได้อยู่อาศัยมาจนถึงปัจจุบันนี้ อย่างน้อยก็ต้องคิดถึง ผู้อำนวยการ (ผอ.) คนก่อน ก่อนที่จะมี ผอ.คนปัจจุบันนี้ หรือบุคคลเก่าที่เคยสร้างมา ทำมา กว่าที่จะพัฒนาองค์กรที่เจริญมาถึงจวบจนปัจจุบันนี้ นี่แหละก็คือเจ้าที่

    ถ้ามีคำถามว่า ผอ.คนเก่าก็ยังไม่ตาย แล้วเราจะมาบวงสรวงอะไรเขา?

    ที่เราบวงสรวงนั้น คือ ระลึกถึงความดีของท่าน ที่เราไหว้นี้ไหว้ความดีของเขา ไม่ใช่ไหว้ที่ตัวบุคคล ไหว้ความดีของบุคคล ให้ระลึกถึงความดีของเขา

    เราไหว้บวงสรวงก็เพื่อ เราไหว้แสดงความกตัญญูถึงคุณงามความดีของเจ้าที่ ที่ท่านดูแลที่แห่งนี้ และเราก็แสดงความกตัญญูกตเวที กตัญญูกับบุคคลที่สร้างองค์กรนี้มาก่อน

    ถ้าเราแสดงความกตัญญูกตเวที ทำไมต้องมีการถวายผลไม้ หมูเห็ดเป็ดไก่ล่ะ? หรือแสดงออกทางจิตใจก็โอเคแล้ว ทำไมต้องมาซื้อสิ่งของเครื่องสักการะบูชาด้วย?

    แล้วองค์กรของเรามีภารโรงไหมล่ะ?

    ก็ย่อมมีภารโรงเหมือนกัน แล้วถามกลับว่า ภารโรงเขาจะกินหมูเห็ดเป็ดไก่ไหม? ภารโรงอยู่ในภูมิอะไร เขาก็จะต้องกินอาหารตามภูมิของเขา เวลาถวายก็ต้องมีหลายระดับ เช่น มีการถวายผลไม้ อาหารคาวหวาน เหล้า เป็นต้น นี่แหละ ก็ต้องมีภารโรง เขาก็จะมากินอย่างของเขา

    แล้วที่ตอบมาข้างต้นว่า เราไหว้คุณงามความดีของ ผอ.คนก่อน บรรพบุรุษคนก่อนที่ดูแลรักษาพื้นที่แห่งนี้ล่ะ แต่ความดีเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะมากินเนื้อ กินปลานี่? หรือว่ากินผลไม้นี่?

    จึงถามกลับว่า องค์กรนี้มีแต่ ผอ.เท่านั้นหรือ? หรือว่ามีภารโรงด้วย? และภารโรงทำความดีไม่ได้หรือไง? เราจะต้องคิดถึงความดีของภูมิชั้นล่างไปถึงภูมิชัั้นบนด้วย ถ้าเราเอาแต่ภูมิชัั้นบนก็เป็นอคติไป ยกตัวอย่าง ถ้าขยะของเราไม่มีคนเก็บ บ้านเมืองเราก็จะรกเต็มไปด้วยขยะ หรือส้วมบ้านเราถ้ามันเต็ม ถ้าไม่มีพนักงานดูดส้วม แล้วเราจะทำยังไง? จะเอาครูมาช่วยกันดูดส้วมหรือ?

    นี่แหละ เราจะต้องมีการไหว้สัมภเวสีด้วย ทั้งๆ ว่าเราก็มีองค์เทวดาใหญ่ๆ ด้วย เช่น พระพุทธเจ้า พระพรหม พระแม่ธรณี เป็นต้น

    ยกตัวอย่าง เจ้าที่ถือศีล ๕ แต่ภารโรงไม่ได้ถือศีล ๕ ด้วยนี่ เพราะว่าเขาอยู่ในภูมิที่ต่ำ เราก็จะต้องมีการไหว้ที่หลากหลายด้วยเหตุนี้

    การไหว้เจ้าที่ ก็คือการไหว้บรรพบุรุษ

    ในเมื่อตั้งศาลเจ้าที่แล้ว ทำไมต้องมีศาลพระภูมิชัยมงคลด้วย?

    ก็เหมือนกับว่า เรามีพ่อกำนันแล้ว เราจะต้องมีนายอำเภอด้วยไหม? ก็ต้องมี ถ้าเรามีนายอำเภอแล้วไม่ไหว้นายอำเภอ แล้วนายอำเภอจะยอมไหมล่ะ?

    พระภูมิก็คือผู้ดูแลแผ่นดิน ส่วนพระภูมิชัยมงคล ก็เป็นลูกของพระภูมิ ก็คือ พระภูมิเจ้ากรุงพาลี ท้าวทศราช และพระมารดาพระนางสันทาทุก ท่านก็มีลูกส่งลูกไปดูแลยังสถานที่ต่างๆ ได้แก่

    พระโอรสที่ ๑ พระชัยมงคล ทรงฉลองพระองค์อย่างกษัตริย์หรือเทพารักษ์โดยทรงสวมชฎาทรงสูง สวมพระภูษาห้อยชายมีสายธุรำ และสายสังวาลย์ ทรงสวมกำไล ปั้นเหน่ง และพาหุรัด สวมฉลองพระบาทเชิงงอน พระหัตถ์ซ้ายทรงถือถุงเงิน พระหัตถ์ขวาทรงถือพระขรรค์ ปกครองดูแลเคหสถานบ้านเรือนและร้านโรงต่างๆ

    พระโอรสที่ ๒ พระนครราช  ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคลแต่พระหัตถ์ซ้ายถือช่อดอกไม้ ดูแลปกครองป้อม ค่าย ประตูเมือง หอรบ และบันไดต่างๆ

    พระโอรสที่  ๓ พระเทเพล หรือ พระเทเพน ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคล แต่พระหัตถ์ซ้ายถือหนังสือหรือคัมภีร์ ปกครองดูแลฟาร์ม ไร่และคอกสัตว์ต่างๆ

    พระโอรสที่  ๔ พระชัยศพน์ หรือพระชัยสพ ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคล แต่พระหัตถ์ขวาถือหอก พระหัตถ์ซ้ายวางแนบอยู่บริเวณพระสะเอว ปกครองดูแลเสบียง คลังและยุ้งฉางต่างๆ

    พระโอรสที่  ๕ พระคนธรรพ์ ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคล แต่พระหัตถ์ซ้ายถือผะอบ ปกครองดูแลพิธีวิวาห์  เรือนหอ และสถานบันเทิงต่างๆ

    พระโอรสที่ ๖ พระธรรมโหรา หรือ พระเยาวแผ้ว ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคล แต่พระหัตถ์ซ้ายแพนหางนกยูง ปกครองดูแลโรงนา ป่าเขาลำเนาไพร และเรือกสวนต่างๆ

    พระโอรสที่  ๗ พระเทวเถร (พระวัยทัตหรือ พระเทวเถรวัยทัต) ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคลแต่พระหัตถ์ขวาถือธารพระกร ( ไม้เท้า ) ปกครองดูแลปูชนียสถาน,เจดีย์และวัดวาอารามต่างๆ

    พระโอรสที่ ๘ พระธรรมมิกราช หรือ พระธรรมมิคราช ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคล แต่พระหัตถ์ซ้ายถือพวงมาลา ปกครองดูแลกิจต่างๆ อันเกี่ยวกับพืชพันธุธัญญาหารทั้งปวงและพระราชอุทยาน

    พระโอรสที่ ๙ พระทาษธารา ทรงฉลองพระองค์เช่นเดียวกับพระภูมิชัยมงคล แต่พระหัตถ์ไม่ได้ถืออะไร ปกครองดูแลบึง, ห้วยหนอง,คลองและลำธารต่างๆตลอดจนน้ำที่ตกลงมาจากฟ้า

    พระภูมินี้ได้รับพรจากมหาเทพให้มาดูแลแผ่นดิน

    ทั้งๆ เจ้าที่ก็ดูแลที่ดินของเราแล้ว ทำไมต้องมีพระภูมิมาดูแลอีกด้วย?

    เจ้าที่นั้นดูแลเฉพาะที่ ส่วนพระภูมินั้นจะกว้างกว่า สมมติว่า เจ้าที่เป็นเจ้าของบ้าน ส่วนพระภูมินี้ก็เป็นผู้ใหญ่บ้าน 

    บ้านนั้นก็ชื่อว่าพระภูมิ บ้านนี้ก็ชื่อว่าพระภูมิ จะเหมือนกันไหม?

    ทุกๆ บ้านก็มีพระภูมิเหมือนกัน เพียงแต่ว่า แต่ละบ้านที่ตั้ังศาลพระภูมินั้นก็เปรียบเสมือนสถานี ถ้าเราไม่มีสถานีแล้วเราจะรับคลื่นได้อย่างไร

    แล้วถ้าบางบ้านมีแต่ศาลเจ้าที่ และไม่มีศาลพระภูมิล่ะจะทำอย่างไร? 

    ถ้ามีแต่ศาลเจ้าที่ เราก็ไหว้เจ้าที่ไป ส่วนบางบ้างไม่มีศาลเจ้าที่ มีแต่ศาลพระภูมิ ก็ต้องไหว้ศาลพระภูมิไป ก็เหมือนกัน สุดแล้วแต่ว่าเราจะเลือกว่าจะตั้งศาลอะไร หรือจะตั้งศาลทั้ง ๒ ก็ได้ แต่ถ้าจะให้ถูกต้องก็ควรที่จะต้องตั้งศาลทั้ง ๒ ศาลเลยคือ ศาลเจ้าที่กับศาลพระภูมิ

    บางคนบอกว่า เราแค่ขอศาลเจ้าที่ดูแลที่บ้านของเรา เพราะเราไม่ได้ไปติดต่อกับใคร ก็จะตั้งแต่ศาลเจ้าที่อย่างเดียว บางคนต้องการติดต่อสื่อสารกับสถานที่อื่นๆ ก็ต้องตั้งศาลพระภูมิ การตั้งศาลพระภูมิฯ จะเน้นติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น เช่น ทำมาค้าขาย ธุรกิจ เป็นต้น แม้แต่สถาบันการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ก็ควรตั้งศาลพระภูมิ ก็เพราะว่าเราจะต้องมีการติดต่อ สื่อสาร กับกระทรวง หน่วยงานอื่นๆ องค์กรอื่นๆ หน่วยงานสังคมอื่นๆ เป็นต้น

    ส่วนพระแม่ลักษมีก็มีการติดต่อสื่อสาร เป็นพลังแห่งการติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงเหมือนกัน ทำไมไม่ตั้งพระแม่ลักษมีเพราะอะไร?

    สำหรับพระแม่ลักษมี (लक्ष्मी : Lakshmi) นั้น จะไม่มายุ่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ เพราะท่านสูงเกินไปที่จะมายุ่งเรื่องหยุมๆ หยิมๆ ท่านประทานเงินทอง ก็สุดแล้วแต่ว่าเราจะไปบริหารจัดการยังไง

    ยกตัวอย่าง จะให้กำนันมาเป็นนายอำเภอได้ไหมล่ะ? หรือผู้ว่าฯ จะมายุ่งกับเรื่องหมู่บ้านตรงไหน?

    ตั้งศาลแล้วจะได้อะไร?

    ก็ไม่ได้อะไรเลย

    ถ้าไม่ได้อะไรเลย แล้วจะทำไปทำไม?

    ถ้าเราตั้งศาลเพื่อจะได้ ก็อย่าไปทำ

    ก็ในเมื่อเรายังอยู่ในภูมินี้ เราตั้งศาลเราก็จะต้องมีความคาดหวังเป็นธรรมดา ถ้าไม่มีความคาดหวังที่จะได้ก็ไม่รู้ว่าจะตั้งศาลไปทำไม?

    เราจะต้องตั้งความหวังให้ถูกต้อง หวังว่าเราจะทำอะไร? ไม่ใช่ว่า หวังจะได้อะไร? เราจะต้องทำเหตุก่อนเราถึงจะได้ผล ถ้าเราไม่ทำเหตุแล้วเราจะได้ผลอะไร ยกตัวอย่าง เราตั้งศาลเจ้าที่แล้วขอให้เราได้ขึ้นเงินเดือน หรือขึ้น ๓ ขั้น แล้วเราดันทำงานแบบขี้เกียจ แถมไม่พอยังขาดวินัยด้วยอย่างนี้แล้วจะได้ยังไง?

    เราตั้งศาล เพื่อที่จะตั้งปณิธานว่าตัวเราจะทำอะไรดี? การตัั้งศาลก็เพื่อเป็นนิมิตหมายว่าเราจะทำอะไร? เหมือนกับว่าเราไหว้พระ เราจะทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เป็นต้น 

    ถ้าเราไม่ต้มน้ำร้อนแล้วเราจะชงกาแฟได้เหรอ? ถ้าเราตั้งความหวังว่าจะกินกาแฟ แล้วไม่ต้มน้ำร้อนแล้วเราจะได้ที่ไหนล่ะ? ในเมื่อเราตั้งศาลแล้ว เราจะมีปณิธานที่จะประพฤติที่ดีต่อเรายังไง ถ้าเราดีองค์กรก็ย่อมดีตามมา เช่น ถ้าเราเป็นนักเรียน เรียนดี โรงเรียนก็พลอยได้ชื่อเสียงด้วย ถ้าเราไปตีกันเขาก็จะบอกว่าโรงเรียนไม่ดี

    แล้วเราจะขอพรพระภูมิเจ้าที่ยังไง?

    เราจะต้องเข้าใจความหมายของคำว่า "พร" ก่อน

    โดยทั่วไป "พร" แปลว่า "ได้ตามเจตนา"

    แต่ที่จริงแล้ว "พร" แปลว่า "คำชี้แนะ คำสั่งสอน คำให้ปัญญา"

    ถ้าเราจะขอพร เช่น ขอให้สุขภาพแข็งแรง พรนี้จะเป็นจริงได้เราจะต้องปฏิบัติ ถ้ามีข้อปฏิบัติอะไรที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงเราก็จะต้องทำตามข้อปฏิบัตินั้น

    ถ้าเราไปทำดี ทำเหตุให้ถูกต้อง แล้วสำเร็จ นั่นแหละได้รับพรแล้ว

    ก็ในเมื่อเจ้าที่ท่านก็อยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นอยู่แล้ว ทำไมต้องจัดทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญท่านมาประดิษฐานประทับ ณ ศาล ด้วย ท่านก็อยู่ในศาลได้แล้วไม่ใช่หรือ?

    ก็เพราะว่า ท่านเจ้าที่ท่านอยู่บ้านแห่งนี้ เราถวายศาลนี้ บ้านนี้ให้กับท่านเจ้าที่ เหมือนกับเราสร้างบ้านให้กับพ่อแม่ ตายาย แล้วเราจะต้องเชื้อเชิญพ่อแม่ขึ้นบ้านใหม่ของเราไหม? หรือว่าไม่ต้องเชิญให้พ่อแม่เดินเข้าไปเอง ไม่ต้องบอกกล่าวอะไรสักอย่าง นี่แหละ ก็เหมือนกัน

^_^  ..._/_...  ^_^ 
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต
    







 




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2562
0 comments
Last Update : 26 ธันวาคม 2562 1:54:19 น.
Counter : 115 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

พรหมสิทธิ์
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต

space
space
space
space
[Add พรหมสิทธิ์'s blog to your web]
space
space
space
space
space