35.2 พระสูตรหลักถัดไป คือนามสูตร [พระสูตรที่ 61]
การสนทนาธรรมนี้ต่อเนื่องมาจาก
35.1 พระสูตรหลักถัดไป คือนามสูตร [พระสูตรที่ 61]
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=13-06-2014&group=4&gblog=33
ความคิดเห็นที่ 17
GravityOfLove, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 21:19 น.

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๖๔. สัญโญชนสูตร ว่าด้วยเครื่องประกอบไว้
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1190&Z=1198&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          โลกมีอะไรหนอเป็นเครื่องประกอบไว้
                          อะไรหนอเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
                          เพราะละขาดซึ่งธรรมอะไรจึงเรียกว่า นิพพาน
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้
                          วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
                          เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงเรียกว่า นิพพาน


------------

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๖๕. พันธนสูตร ว่าด้วยเครื่องผูก
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1199&Z=1207&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          โลกมีอะไรหนอเป็นเครื่องผูกไว้
                          อะไรหนอเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
                          เพราะละเสียได้ซึ่งอะไร จึงตัดเครื่องผูกได้หมด
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกไว้
                          วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
                          เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้หมด


------------

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๖๖. อัพภาหตสูตร ว่าด้วยสิ่งที่ถูกกำจัด
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1208&Z=1215&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          โลกอันอะไรหนอกำจัดแล้ว
                          อันอะไรหนอล้อมไว้แล้ว
                          อันลูกศรคืออะไรเสียบแล้ว
                          อันอะไรเผาแล้วในกาลทุกเมื่อ
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          โลกอันมฤตยูกำจัดแล้ว
                          อันชราล้อมไว้แล้ว
                          อันลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว
                          อันความอยากเผาให้ร้อนแล้วในกาลทุกเมื่อ

ความคิดเห็นที่ 18
ฐานาฐานะ, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 21:47 น.

GravityOfLove, 20 นาทีที่แล้ว
...
9:19 PM 6/13/2014

              สรุปความได้ดีครับ.

ความคิดเห็นที่ 19
ฐานาฐานะ, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 21:50 น.

              คำถามในพระสูตรทั้งสาม
              ๖๔. สัญโญชนสูตร ว่าด้วยเครื่องประกอบไว้
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1190&Z=1198
              ๖๕. พันธนสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1199&Z=1207
              ๖๖. อัพภาหตสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1208&Z=1215

              เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง.

ความคิดเห็นที่ 20
GravityOfLove, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 21:58 น.

              ตอบคำถามในพระสูตรทั้งสาม
              เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง.
              ๖๔. สัญโญชนสูตร ว่าด้วยเครื่องประกอบไว้
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1190&Z=1198

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
               โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้
               วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
               เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงเรียกว่า นิพพาน
----------
              ๖๕. พันธนสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1199&Z=1207

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
               โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกไว้
               วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น
               เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้หมด
---------
              ๖๖. อัพภาหตสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1208&Z=1215

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
               โลกอันมฤตยูกำจัดแล้ว
               อันชราล้อมไว้แล้ว
               อันลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว
               อันความอยากเผาให้ร้อนแล้วในกาลทุกเมื่อ

ความคิดเห็นที่ 21
ฐานาฐานะ, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 22:20 น.

GravityOfLove, 3 นาทีที่แล้ว
             ตอบคำถามในพระสูตรทั้งสาม
...
9:58 PM 6/13/2014

             ตอบคำถามได้ดีครับ
             ขอเสริมเล็กน้อยว่า
             พระสูตรที่สั้นๆ เหล่านี้นั้น เมื่อศึกษาแล้ว
ขอให้พิจารณาถึงสภาพธรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในพระสูตรนั้นๆ
เพื่อให้รู้ลักษณะเฉพาะตัวของสิ่งนั้นๆ ว่า มีอาการเช่นไร
อันจะเป็นประโยชน์ในการเจริญปัญญายิ่งๆ ต่อไปได้.

             คำว่า ปัจจัตตลักษณะ
//84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=ปัจจัตตลักษณะ

ความคิดเห็นที่ 22
ฐานาฐานะ, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 22:23 น.

             เป็นอันว่า พระสูตรชื่อว่า สัญโญชนสูตร, พันธนสูตรและอัพภาหตสูตร จบบริบูรณ์.
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1190&Z=1215

              พระสูตรหลักถัดไป คือ อุฑฑิตสูตร [พระสูตรที่ 67].
              พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗
              สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
              อุฑฑิตสูตรที่ ๗
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1216&Z=1222
              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=190

ความคิดเห็นที่ 23
GravityOfLove, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 22:28 น.

             ๖๗. อุฑฑิตสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1216&Z=1222&bgc=honeydew&pagebreak=0

             กรุณาอธิบายค่ะ
             กรรมกระทำอัตภาพให้ติดกันไปเป็นพืด ก็สัตว์ทั้งหลายย่อมไม่รู้ความเกิด
ติดต่อกันไปแห่งจิตดวงหนึ่งที่ไม่ห่างกัน เพราะถูกเวทนาในเวลาใกล้ต่อความตาย
ที่มีกำลังปิดบังไว้ (ท่วมทับแล้ว) ราวกะถูกภูเขาปิดบังอยู่ ย่อมไม่รู้ความตายอันนั้น
             ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24
ฐานาฐานะ, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 23:02 น.

GravityOfLove, 11 นาทีที่แล้ว
...
10:28 PM 6/13/2014

             อธิบายว่า
             คุณลองนึกว่า ท่านผู้มีทิพยจักษุหรือจุตูปปาตญาณ
เมื่อมองสัตว์ว่า สัตว์เหล่านี้กระทำกาล (ตาย) แล้ว ก็อุบัติ ณ ที่นั้นที่นี้.
             สิ่งที่เป็นอารมณ์ของท่านเหล่านั้น ก็เป็นรูปขันธ์บ้าง
นามขันธ์บ้างเท่านั้น ซึ่งเกิดดับติดต่อกันไป (ติดกันไปเป็นพืด)
             การกำหนดว่า ขันธ์ 5 ก่อนตาย ก็เกิดดับติดต่อกัน
ขณะตาย ก็เกิดดับติดต่อกัน เมื่ออุบัติ ก็เกิดดับติดต่อกัน.
             จะเห็นได้ว่า ขันธ์ 5 เกิดดับติดกันไปเป็นพืด
             การจะระบุว่า จิตดวงนั้นเป็นชาติเดิม จิตดวงนี้เป็นชาติใหม่
ก็ต้องพิจารณาในรายละเอียด เช่น อัตภาพเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น กรณีของมนุษย์ตายแล้ว อุบัติเป็นมนุษย์ อาจกำหนดรู้ได้
จากรูปขันธ์ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากคือ เป็นกลละเป็นต้นของชาติใหม่.
             แต่ถ้าเป็นเทวดาที่จุติแล้วอุบัติอีกในภพเดิม อาจจะรู้ได้ยาก
นี้ว่าโดยการที่ขันธ์ 5 เกิดดับติดกันไปเป็นพืด จะกำหนดว่าเป็น
ชาติเดิมชาติใหม่ ก็ต้องพิจารณารายละเอียดของขันธ์นั้น.
             และปกติของสัตว์ที่ยังมีตัณหา ก็มักจะเกิดความกลัว
และมักจะเกิดทุกขเวทนาในเวลาใกล้มรณะ ทั้งทุกขเวทนา
และความฟุ้งซ่านของจิตในขณะที่กลัว เป็นสิ่งที่ไม่ส่งเสริม
หรือไม่เป็นสัปปายะต่อสติปัญญาเลย.
             ดังนั้น สัตว์ที่ตายแล้ว ก็จะไม่กำหนดรู้ว่า เราตายแล้ว
ต่อเมื่อเว้นระยะเวลาสักพัก อาจจะระลึกรู้ได้ว่า เราตายแล้ว
หรือบางกรณีก็ระลึกไม่ได้เลย เหมือนมนุษย์ทั่วไประลึกชาติไม่ได้
จากนั้น บางคนศรัทธาอ่อน ก็ลงความเห็นว่า มีหรือจริงเท่าที่เห็น
แล้วไปถึงมิจฉาทิฏฐิว่า เพราะเราระลึกชาติก่อนๆ ไม่ได้
ฉะนั้น ชาติก่อนจึงไม่มี.
             เหมือนคนตาบอดไม่เห็นถนนหนทาง แล้วลงความเห็น
ในสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมว่า ถนนหนทางไม่มี เป็นต้น.
             จุตูปปาตญาณ
//84000.org/tipitaka/read/?9/137
             คำว่า ศรัทธา
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=ศรัทธา

ความคิดเห็นที่ 25
GravityOfLove, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 23:44 น.

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26
GravityOfLove, 13 มิถุนายน 2557 เวลา 23:45 น.

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๖๗. อุฑฑิตสูตร ว่าด้วยสิ่งที่ถูกดัก
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1216&Z=1222&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          โลกอันอะไรหนอดักไว้
                          อันอะไรหนอล้อมไว้
                          โลกอันอะไรหนอปิดไว้
                          โลกตั้งอยู่แล้วในอะไร
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          โลกอันตัณหาดักไว้
                          อันชราล้อมไว้
                          โลกอันมฤตยูปิดไว้

                          (เวทนาในเวลาใกล้ตายปิดบังไว้ ไม่รู้ว่าจิตดวงใดเป็นชาติเดิม
             จิตดวงใดเป็นชาติใหม่ เพราะจิตเกิดดับติดต่อกันไป)
                          โลกตั้งอยู่แล้วในทุกข์

---------

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๖๘. ปิหิตสูตร ว่าด้วยสิ่งที่ถูกปิดไว้
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1223&Z=1229&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          โลกอันอะไรหนอปิดไว้
                          โลกตั้งอยู่แล้วในอะไร
                          โลกอันอะไรหนอดักไว้
                           อันอะไรหนอล้อมไว้
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          โลกอันมฤตยูปิดไว้
                          โลกตั้งอยู่แล้วในทุกข์
                          โลกอันตัณหาดักไว้
                          อันชราล้อมไว้


---------

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๖๙. อิจฉาสูตร ว่าด้วยความอยาก
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1230&Z=1237&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          โลกอันอะไรผูกไว้
                          เพราะกำจัดอะไรเสียจึงจะหลุดพ้น
                          เพราะละอะไรได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้ทุกอย่าง
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          โลกอันความอยากผูกไว้
                          เพราะกำจัดความอยากเสียได้จึงหลุดพ้น
                          เพราะละความอยากได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้ทั้งหมด


-------------

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อันธวรรคที่ ๗
             ๗๐. โลกสูตร ว่าด้วยโลก
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1238&Z=1251&bgc=honeydew&pagebreak=0

             เทวดาทูลถามเป็นคาถาว่า
                          เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น
                          โลกย่อมชมเชยในอะไร
                          โลกยึดถือซึ่งอะไร
                          โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอะไร
             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบเป็นคาถาว่า
                          เมื่ออายตนะ (ภายใน) ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น
                          โลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะ
(ภายนอก)
                          โลกยึดถืออายตนะ
(ภายใน) ๖ นั่นแหละ
                          โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอายตนะ
(ภายนอก)
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=อายตนะ

ย้ายไปที่

สารบัญ ๑
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=12-03-2013&group=1&gblog=1



Create Date : 16 มิถุนายน 2557
Last Update : 20 มิถุนายน 2557 21:16:28 น.
Counter : 455 Pageviews.

0 comments

GravityOfLove
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



มิถุนายน 2557

1
2
3
4
6
7
8
10
11
12
14
15
17
18
19
20
22
23
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog