37.1 พระสูตรหลักถัดไป คือปฐมกัสสปสูตร [พระสูตรที่ 82]
การสนทนาธรรมนี้ต่อเนื่องมาจาก
36.7 พระสูตรหลักถัดไป คือฆัตวาสูตร [พระสูตรที่ 71]
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=24-06-2014&group=4&gblog=42

ความคิดเห็นที่ 5
ฐานาฐานะ, 20 มิถุนายน 2557 เวลา 23:14 น.

              พระสูตรหลักถัดไป คือ ปฐมกัสสปสูตร [พระสูตรที่ 82].
              พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗
              สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
              ปฐมกัสสปสูตรที่ ๑
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411
              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=221

ความคิดเห็นที่ 6
GravityOfLove, 21 มิถุนายน 2557 เวลา 07:28 น.

             กรุณาอธิบายค่ะ
             ๘๒. ปฐมกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411&bgc=honeydew&pagebreak=0

             ๑. พระผู้มีพระภาคทรงประกาศภิกษุไว้แล้ว แต่ไม่ทรงประกาศคำสอนของภิกษุ
             ๒. กัมมัฏฐาน ๓๘ ประเภท เพราะอะไรจึงเว้นอาโลกกสิณและอากาสกสิณไว้ ไม่ครบ ๔๐ คะ

             ๘๓. ทุติยกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1412&Z=1420&bgc=honeydew&pagebreak=0

             ธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งหฤทัย
             ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7
ฐานาฐานะ, 21 มิถุนายน 2557 เวลา 18:10 น.

GravityOfLove, 9 ชั่วโมงที่แล้ว
              กรุณาอธิบายค่ะ
              ๘๒. ปฐมกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411&bgc=honeydew&pagebreak=0

              ๑. พระผู้มีพระภาคทรงประกาศภิกษุไว้แล้ว แต่ไม่ทรงประกาศคำสอนของภิกษุ
              ตอบว่า นัยว่า
              กัสสปเทวบุตรกล่าว (หา) ว่า
              พระผู้มีพระภาคทรงประกาศภิกษุ (เรียกขานภิกษุ ภิกษุ)
              แต่ไม่ได้สอนว่า ภิกษุควรประพฤติอย่างไรเป็นต้น.
              อาจจะเป็นเพราะฟังไม่ครบถ้วน หรือจับความไม่ได้เอง
จึงกล่าว (หา) อย่างนั้น.
              อีกนัยว่า กัสสปเทวบุตรตั้งบทขึ้น เพื่อประสงค์จะกล่าวธรรม
ตั้งบทได้ และสามารถกล่าวต่อได้ พระผู้มีพระภาคจึงทรงให้เทพบุตรนั้น
แสดงคำสอนนั้น ด้วยคำว่า
              ดูกรกัสสปเทวบุตร ถ้าอย่างนั้นคำสอนนั้นจงแจ่มแจ้ง ณ ที่นี้เถิด ฯ
หรือว่า
              ดูกรกัสสปเทวบุตร ถ้าอย่างนั้น ท่านจงทำคำสอนนั้นให้แจ่มแจ้ง ณ ที่นี้เถิด ฯ

              แต่เทพบุตรองค์นี้ประสงค์จะกล่าวด้วย ทั้งอาจกล่าวได้ด้วย. เพราะฉะนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงทำปัญหาให้เป็นภาระของเทพบุตรนั้นผู้เดียว
จึงตรัสอย่างนี้. แม้เทพบุตรนั้นก็กล่าวปัญหา.
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=221

              ๒. กัมมัฏฐาน ๓๘ ประเภท เพราะอะไรจึงเว้นอาโลกกสิณและอากาสกสิณไว้ ไม่ครบ ๔๐ คะ
              สันนิษฐานว่า
              อาโลกกสิณ (กสิณคือแสงสว่าง) อาจสามารถใช้หรือสำเร็จได้
ด้วยโอทาตกสิณ (กสิณคือสีขาว)
              อากาสกสิณ (กสิณคือที่ว่างเปล่า) อาจสามารถใช้หรือสำเร็จได้
ด้วยอากาสานัญจายตนะ (ฌานอันกำหนดอากาศคือช่องว่างหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์)
              สันนิษฐานล้วน.
              คำว่า กรรมฐาน 40
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=กรรมฐาน_40
              คำว่า กสิณ 10
//84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=315
              คำว่า อรูป หรือ อารุปป์ 4
//84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=207

              ๘๓. ทุติยกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1412&Z=1420&bgc=honeydew&pagebreak=0

              ธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งหฤทัย
              ขอบพระคุณค่ะ
7:28 AM 6/21/2014

              พึงหวังธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งหฤทัย
              น่าจะแปลว่า
              พึงหวัง หรือหวังได้
              แห่งหฤทัย หรือในใจ
              ธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้น ได้แก่พระนิพพาน
เพราะนิพพาน ไม่มีการอุบัติ ไม่มีจุติ.
              ในบางครั้ง ใช้คำว่า อรหัตผล เพื่อแสดงผลของ
การบรรลุพระนิพพาน หรือทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน.

              นิพพานสูตรที่ ๑
//84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=25&A=3977&Z=3992

              ดังนั้น พึงหวังธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งหฤทัย
จึงน่าแปลว่า
              ใจหวังได้ซึ่งพระนิพพาน
              หวังได้ในใจซึ่งพระนิพพาน หรือพระอรหัตผล.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

              ภิกษุพึงเป็นผู้เพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้นแล้ว
              พึงหวังธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งหฤทัย
              อนึ่ง ภิกษุผู้มุ่งต่อพระอรหัตนั้น พึงรู้ความเกิดขึ้น
              และความเสื่อมไปแห่งโลก พึงมีใจดี
              อันตัณหาและทิฐิไม่อิงอาศัยแล้ว ฯ

              ภิกฺขุ สิยา ฌายิ วิมุตฺตจิตฺโต
              อากงฺเข เว ๑- หทยสฺสานุปตฺตึ
              โลกสฺส ญตฺวา อุทยพฺยญฺจ
              สุเจตโส อนิสฺสิโต ๒- ตทานิสํ โสติ ฯ
เชิงอรรถ: ๑ สี. ยุ. จ ฯ ม. เจ ฯ  ๒ สี. ยุ. อสิโต ฯ

              ถ้าภิกษุหวังการบรรลุธรรมที่เป็นหัวใจ๑
              มีธรรมที่เป็นหัวใจเป็นอานิสงส์
              เธอพึงเป็นผู้มีฌาน มีจิตหลุดพ้น
              รู้ความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปแห่งโลก๒
              มีใจดี ไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย๓
เชิงอรรถ :
๑ การบรรลุธรรมที่เป็นหัวใจ ในที่นี้หมายถึงพระอรหัต (สํ.ส.อ. ๑/๘๓/๑๐๐)
๒ โลก ในที่นี้หมายถึงสังขารโลก (สํ.ส.อ. ๑/๘๓/๑๐๑)
๓ ดูเทียบคาถาข้อ ๙๔ หน้า ๑๐๑ ในเล่มนี้
//www.geocities.ws/tmchote/tpd-mcu/tpd15-1.htm

ความคิดเห็นที่ 8
GravityOfLove, 21 มิถุนายน 2557 เวลา 18:36 น.

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9
GravityOfLove, 21 มิถุนายน 2557 เวลา 18:37 น.

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต
             (ประมวลเรื่องเทวบุตรที่ไปทูลถามปัญหาต่อพระพุทธเจ้า) วรรคที่ ๑
             ๘๒. ปฐมกัสสปสูตร ว่าด้วยกัสสปเทวบุตร สูตรที่ ๑
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411&bgc=honeydew&pagebreak=0

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี
             กัสสปเทวบุตร เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณอันงาม
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วกราบทูลว่า
             พระผู้มีพระภาคทรงประกาศภิกษุไว้แล้ว แต่ไม่ทรงประกาศคำสอนของภิกษุ
(พระผู้มีพระภาคทรงเรียกขานภิกษุ ภิกษุ แต่ไม่ได้สอนว่า ภิกษุควรประพฤติอย่างไรเป็นต้น)
             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
             ถ้าอย่างนั้นคำสอนนั้นจงแจ่มแจ้ง ณ ที่นี้เถิด (ถ้าอย่างนั้นท่านจงพูด ณ ที่นี้เถิด)
             กัสสปเทวบุตร กราบทูลว่า
             ๑. บุคคลพึงศึกษาคำสุภาษิต
             (คือศึกษาจีสุจริต ๔ อย่างที่อิงอาศัย สัจจะ ๔ กถาวัตถุ ๑๐ โพธิปักขิยธรรม ๓๗)
             ๒. การเข้าไปนั่งใกล้สมณะ
             (เพื่อศึกษาประโยชน์แห่งความรู้ด้วยปัญญา โดยถามปัญหากับสมณะผู้เป็นพหูสูต)
             ๓. การนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว
             (คือการเข้าถึงความสงบ อันสมณะทั้งหลายพึงเสพ คือพึงศึกษา พึงเจริญกัมมัฏฐาน ๓๘)
             ๔. การสงบระงับจิต (เจริญสมาบัติ ๘)
             พระศาสดาทรงพอพระทัย
             ลำดับนั้น กัสสปเทวบุตรทราบว่า พระศาสดาทรงพอพระทัย จึงถวาย
บังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วอันตรธานไป
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=วจีสุจริต&detail=on
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=อริยสัจ_4
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=กถาวัตถุ_10
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=โพธิปักขิยธรรม_37
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=สมาบัติ_8

             [อรรถกถา] วิภังคปกรณ์ ฌานวิภังค์ มาติกาเป็นต้น
             กัมมัฏฐาน ๓๘ ประเภท มาจากกัมมัฏฐาน ๔๐ เว้นอาโลกกสิณและอากาสกสิณ
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=กรรมฐาน_40
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=35&i=599&p=2

---------------

             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗
             สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต วรรคที่ ๑
             ๘๓. ทุติยกัสสปสูตร ว่าด้วยกัสสปเทวบุตร สูตรที่ ๒
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1412&Z=1420&bgc=honeydew&pagebreak=0

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน ...
             กัสสปเทวบุตร เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณอันงาม
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วกล่าวคาถาในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า
                          ภิกษุพึงเป็นผู้เพ่งพินิจ (ฌาน ๒) มีจิตหลุดพ้นแล้ว
                          (มีจิตหลุดพ้นแล้วด้วยกัมมัฏฐาน)
                          พึงหวังธรรมอันไม่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งหฤทัย
                          (ใจหวังได้ซึ่งพระนิพพาน)
                          ภิกษุผู้มุ่งต่อพระอรหัตนั้น พึงรู้ความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งโลก
                          (ในที่นี้หมายถึงสังขารโลก)
                          พึงมีใจดี อันตัณหาและทิฐิไม่อิงอาศัยแล้ว
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=ฌาน_2
//84000.org/tipitaka/dic/d_seek.php?text=โลก_3#find1

ความคิดเห็นที่ 10
ฐานาฐานะ, 22 มิถุนายน 2557 เวลา 01:25 น.

GravityOfLove, 5 ชั่วโมงที่แล้ว
...
6:37 PM 6/21/2014

             สรุปความได้ดีครับ.

ความคิดเห็นที่ 11
ฐานาฐานะ, 22 มิถุนายน 2557 เวลา 01:27 น.

              คำถามในพระสูตรทั้งสอง
              ๘๒. ปฐมกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411
              ๘๓. ทุติยกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1412&Z=1420

              เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง.

ความคิดเห็นที่ 12
GravityOfLove, 22 มิถุนายน 2557 เวลา 06:32 น.

              ตอบคำถามในพระสูตรทั้งสอง
              เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง.
              ๘๒. ปฐมกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411

             ๑. กัสสปเทวบุตรเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคและทูลแสดงสิ่งที่ภิกษุควรปฏิบัติ คือ
             บุคคลพึงศึกษาคำสุภาษิต การเข้าไปนั่งใกล้สมณะ การนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว
และการสงบระงับจิต
             พระผู้มีพระภาคทรงพอพระทัย
             ๒. เทวปุตฺโต ความว่า บุรุษผู้เกิดที่ตักเทวดา ชื่อว่าเทพบุตร.
             สตรีผู้เกิดที่ตักเทวดา ชื่อว่าเทพธิดา.
             เทวดาที่ไม่ปรากฎนาม ท่านเรียกว่าเทวดาองค์หนึ่ง
             เทพที่ปรากฏนาม ท่านเรียกว่าเทพบุตรมีชื่ออย่างนี้
             ๓. เทพบุตรองค์นี้ได้ฟังว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำยมกปาฏิหาริย์
ในพรรษาที่ ๗ นับแต่ตรัสรู้ ทรงเข้าจำพรรษา ณ เทวบุรี (ดาวดึงส์) แสดงพระอภิธรรม
ตรัสภิกขุนิทเทสไว้ในฌานวิภังค์อย่างนี้ว่า
             บทว่า ภิกฺขุ ได้แก่ ชื่อว่าภิกษุ เพราะสมัญญา. ชื่อว่าภิกษุ เพราะปฏิญญา.
             แต่เทพบุตรนั้นไม่ได้ฟังคำโอวาทภิกษุ คำสั่งสอนภิกษุอย่างนี้ว่า
             พวกเธอจงตรึกอย่างนี้ อย่าตรึกอย่างนี้ จงใส่ใจอย่างนี้ อย่าใส่ใจอย่างนี้ จงละข้อนี้
จงเข้าถึงข้อนี้อยู่.
             เทพบุตรนั้นหมายเอาข้อนั้น จึงกล่าวว่า
             พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศภิกษุไว้ ไม่ทรงประกาศคำสั่งสอนของภิกษุ.
             ยมกปาฏิหาริย์
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=24&p=2
             ฌานวิภังค์
//84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_item.php?book=35&item=601#601

             ๔. ความจริง ผู้ใดประสงค์จะกล่าวปัญหาก็ไม่อาจจะกล่าวเทียบกับพระสัพพัญญุตญาณได้
หรือว่าผู้ใดไม่ประสงค์จะกล่าวก็อาจจะกล่าวปัญหาได้ หรือว่าผู้ใดไม่ประสงค์จะกล่าว ทั้งไม่อาจจะกล่าวด้วย.
             พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมไม่ทรงทำปัญหาของคนเหล่านั้นทั้งหมดให้เป็นภาระ
             แต่เทพบุตรองค์นี้ประสงค์จะกล่าวด้วย ทั้งอาจกล่าวได้ด้วย. เพราะฉะนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสให้เทพบุตรนั้นกล่าวปัญหาได้
             ๕. เทพบุตรนี้กล่าวสิกขา ๓ คือ
             ๑) ศีล ในข้อศึกษาคำสุภาษิต
             ๒) สมาธิ ในข้อการนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว และข้อการสงบระงับจิต
             ๓) ปัญญา ในข้อการเข้าไปนั่งใกล้สมณะ
--------------------
              ๘๓. ทุติยกัสสปสูตร
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1412&Z=1420

             กัสสปเทวบุตรกล่าวคาถาในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุพึงเป็นผู้เช่นไร

ความคิดเห็นที่ 13
ฐานาฐานะ, 22 มิถุนายน 2557 เวลา 14:43 น.

GravityOfLove, 8 ชั่วโมงที่แล้ว
              ตอบคำถามในพระสูตรทั้งสอง
              เมื่อศึกษาแล้วได้อะไรบ้าง.
...
6:31 AM 6/22/2014

              ตอบคำถามได้ดีครับ.
              คำว่า
               ๕. เทพบุตรนี้กล่าวสิกขา ๓ คือ
               ๑) ศีล ในข้อศึกษาคำสุภาษิต
               ๒) สมาธิ ในข้อการนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว และข้อการสงบระงับจิต
               ๓) ปัญญา ในข้อการเข้าไปนั่งใกล้สมณะ
.             ขอเสริมว่า
              ในข้อการนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว อรรถกถาไม่ได้ขยายความไว้
ข้อการนั่งในที่เร้นลับแต่ผู้เดียว น่าจะหมายถึงทั้งจิตตสิกขา (สมาธิ) ก็ได้
ปัญญาสิกขาก็ได้.

ความคิดเห็นที่ 14
ฐานาฐานะ, 22 มิถุนายน 2557 เวลา 14:46 น.

             เป็นอันว่า พระสูตรชื่อว่า ปฐมกัสสปสูตรและทุติยกัสสปสูตร จบบริบูรณ์.
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1420

              พระสูตรหลักถัดไป คือ มาฆสูตร [พระสูตรที่ 84].
              พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕  พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗
              สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
              มาฆสูตรที่ ๓
//84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1421&Z=1435
              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :-
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=224

ย้ายไปที่

สารบัญ ๑
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=12-03-2013&group=1&gblog=1



Create Date : 01 กรกฎาคม 2557
Last Update : 1 กรกฎาคม 2557 9:52:57 น.
Counter : 579 Pageviews.

0 comments

GravityOfLove
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



กรกฏาคม 2557

 
 
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog