ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
จับเพื่อที่จะปล่อย.........

จับเพื่อที่จะปล่อย.........

เมื่อคืนได้ฟังท่านปราโมทย์ ปราโมชโชเทศน์ผ่านซีดี
เลยได้รู้ว่าที่จริงแล้วเราหัดเรียนรู้จิตของเรา ไม่ใช่เพื่อจับมันให้อยู่ในมือ หรือเพื่อควบคุมมันให้ได้เหมือนดั่งกับจิตเป็นอัลเซเชี่ยนมีการศึกษา......

ตรงกันข้าม เรารู้จักจิตและกายของเราเพื่อจะปล่อยไปต่างหาก

เราเรียนรู้ สังเกตพฤติกรรม ธรรมชาติของจิต
เรียนรู้เรื่องกาย สังเกตอาการของกาย
ก็เพื่อที่จะได้รู้ว่าจิตนี้ และกายนี้ไม่ใช่ของเราเลย
เราจะควบคุมบังคับอะไรมันไม่ได้แม้แต่น้อย
และเมื่อรู้ว่าทุกอย่างไม่ใช่ของเรา เราก็จะปล่อยมันไปได้โดยง่าย

แนวทางการฝึกของท่านนั้น “พูด”ง่าย และก็ “ฟัง”ง่าย แต่ต้องเพียร
ท่านให้ดูจิตหรือร่างกายที่ในสภาพที่เป็นธรรมชาติของมันเอง
ไม่ต้องเฝ้าดู ไม่ต้องตั้งท่า ไม่ต้องทำขรึม
แต่ต้องรู้เมื่อมันไปทำอะไรมาแล้ว มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
เมื่อมันแล่นออกไปตามความคิดให้ระลึกรู้ว่าอ๋อนี่แหละมันไปอีกแล้ว
อย่าไปบังคับให้มันอยู่กับที่ อย่าไปจ้อง อย่าตามชิดติดดูว่ามันไปที่ใด
ปล่อยมันให้มันไปตามธรรมชาติ แล้วค่อยรู้สึกว่าอ๋อ นี่โกรธนะ นี่หลงนะ ฯลฯ

อย่าตั้งใจ เป็นคำสอนที่แปลกเกินกว่าที่ฉันจะจินตนาการถึงได้
และยังคงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร

ฉันพยายามเทียบเคียงกับประสบการณ์ที่เคยมีมาว่า
ถ้าเช่นนั้นการเรียนรู้จิตอาจจะเหมือนการมองดวงดาวกระมัง
จะมีกลุ่มดาวบางกลุ่มที่เมื่อเราจ้องตรง ๆ เราจะมองไม่เห็นมัน
จ้องให้ตายก็เห็นแต่ความมืดของท้องฟ้า
แต่เมื่อเบือนหน้าไปจากที่หมาย ใช้หางตาดู เราจะเห็นแสงเลือน ๆของมันอยู่ตรงนั้นนั่นแหละ.....

เมื่อตอนที่ยังไม่ได้ฟังซีดี สิ่งฉันทำก็คือจ้องมัน คอยดูว่ามันจะไปไหน แล้วก็คอยตวาดว่าเจ้าความคิดกลับมาเดี๋ยวนะ มาอยู่กับตัวของเรา
นี่ก็คงผิดเสียแล้วล่ะ เพราะเราไม่ได้มุ่งหมายให้จิตกลับมาอยู่กับตัว แต่มุ่งหมายให้รู้สึกว่ามันไปที่ไหน ตอนนี้กำลังเผลอแล้วนะ รู้สึกอย่างไรบ้าง
เพื่อที่จะให้รู้ว่าตัวตนของเรานั้นไม่มี ไม่ใช่ให้รู้ว่าตัวเรามี แล้วจิตต้องกลับมาอยู่ที่ตัว....

มนุษย์อาจจะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างได้ แม้แต่ชีวิตเพื่อสิ่งที่เราเชื่อว่าคือสุดยอดแห่งความยิ่งใหญ่และดีงาม

แต่สิ่งที่ยากกว่าก็คือการสละความรู้สึกยึดมั่นว่านี่คือตัวตนของเรา และนี่คือจิตใจของเรา

ของเรา ของเรา และของเรา

แม้เมื่อสิ้นตัวตนที่จับต้องได้ไปแล้ว จิตที่ยังอยู่ก็อาจยึดมั่นในความเป็นตัวตนอันเดิม
และปฏิเสธสถานะใหม่ จิตยังคงจับเป็นรูปร่างเดิม เลียนแบบความเจ็บปวดรวดร้าว ความหลงใหลและยึดถือเดิม ๆ ก่อนที่ตัวตนที่สูญหายไป......หรือเปล่า?

เรื่องเล่าแบบนางนากที่มาคอยตามพี่มากแม้จะอยู่กันคนละสถานะกันไปแล้วก็ตามนั้น
เป็นเรื่องปริศนาธรรมเพื่อสอนใจคนใช่หรือไม่
การยึดมั่นถือมั่นว่านี่คือตัวตนของเรา คนรักของเรา ของรักของเรา ทำให้เราไม่รู้จักไปสู่สถานะที่เราสมควรจะไป และวนเวียนทำอย่างที่เคยทำ

เมื่อระลึกรู้ว่าสถานะเปลี่ยนแล้ว และยอมรับการเปลี่ยนแปลงแล้วแล้ว เราจึงจะไปสู่ภพภูมิใหม่ของเราได้

การเรียนรู้จิตจึงเป็นวิธีการที่ดีในการเตรียมตัวตาย เราได้เห็นว่ากายไม่ใช่ของเรา จิตไม่ใช่ของเรา
เมื่อถึงเวลาต้องปล่อยกายไปเราก็ทำได้ง่าย ไม่ทรมาน และยินดีเสียด้วยซ้ำทีละกายไปเสียได้

และจิตก็เช่นกัน เมื่อไรที่เราเห็นว่าควรจะละจิตไปได้ เพราะจิตไม่ใช่เรา เราก็ไม่ใช่เราอีกต่อไป

นึกถึงเรื่องเล่าที่เคยได้อ่านมา มีพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านปฏิบัติมาตลอดชีวิต เขาว่าท่านละได้ทุกอย่างแล้ว แต่มีถ้วยชาใบหนึ่งที่ท่านรักมาก เฝ้าคอยทะนุถนอม ยามจะจิบชาก็ทำด้วยความนุ่มนวล มีความสุขที่ได้จิบรสชาจากถ้วยที่ท่านรัก วันหนึ่งเด็กวัดยกเอาถ้วยไปทำความสะอาด
ท่านออกปากเตือนว่าล้างดี ๆ ล่ะอย่าให้มันแตกนะ เด็กวัดก็รับคำแต่เดินประตูไปได้หน่อย ถ้วยชาก็หล่นแตกดังเพล้ง ท่านตกตะลึงไปชั่วครู่ แล้วก็อุทานว่า “โล่งใจกันไปที หมดไปแล้ว”

แน่นอน นี่คือปริศนาแห่งธรรม

ฉันสงสัยว่าเมื่อใดหนอ ฉันจะสามารถมองเห็นชีวิตได้ดังถ้วยชาที่แตกแล้ว
ได้พบกับการสิ้นสุดของชีวิตที่เป็นเรื่องไร้ห่วง เปี่ยมไปด้วยความเต็มอกเต็มใจแห่งการเปลี่ยนสถานะนั้น
และสักวันบางทีฉันคงจะเห็นจิตเหมือนดังถ้วยชาที่แตกแล้วด้วยเหมือนกัน






















Create Date : 11 มีนาคม 2548
Last Update : 11 มีนาคม 2548 2:24:50 น. 6 comments
Counter : 291 Pageviews.

 
ชอบคำนี้จัง..จับเพื่อปล่อย หึๆๆๆ


โดย: zaesun วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:3:26:05 น.  

 
เข้ามาอ่านนะคะ

ถ้าจับแล้วไม่ยอมจะปล่อยง่ายๆนี่สิ

ปัญหานะคะ

อ่านแล้วได้แง่คิดดีมากค่ะ


โดย: รักดี วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:10:31:33 น.  

 
ซึ้งดีครับ เมื่อไม่จับก็ย่อมโดนจับ เมื่อจับแล้วก็ย่อมปล่อยได้


โดย: มังกรใจเย็น วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:11:30:45 น.  

 
ซึ้งคับ


โดย: ตุ๊กตารอยทราย วันที่: 11 มีนาคม 2548 เวลา:21:59:36 น.  

 
แวะมาบอกเรื่องข้อเท้าน่ะค่ะ
หายไปซักพักนึง
เพราะต้องวิ่งทำธุระช่วงนี้
ที่เจ็บก็เลยย้ายที่ ไปเจ็บอีกที
ปวดซะอีกด้วย
ว่าจะไปหาหมออีกวันศุกร์นี้
แล้วก็เสาร์อาิทิตย์จะลดการเดินไปทำอะไร ๆ
เป็นนั่งอ่านหนังสือ ไม่ก็เดินเล่นใกล้ ๆ
คงต้องให้ตัวเองพักบ้างแล้ว

ยังไงคุณดาหาชาดาก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ขอบคุณที่มาเยี่ยม

เข้ามาอ่านข้อความที่แปะไว้
แต่ขอผ่านไม่ comment นะคะ
คุณแม่ให้หนังสือมาเล่มนึง
คล้าย ๆ แบบนี้
ยังอ่านซ้ำไปซ้ำมาซะหลายที
กว่าจะคุยกับคุณแม่ได้

have a nice day ka


โดย: แ ม ง ป อ วันที่: 15 มีนาคม 2548 เวลา:20:02:51 น.  

 
สาธุค่ะสาธุ

เฮ้อ

พูดได้แต่ทำไม่ได้
ฟังได้
เข้าใจได้
แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี

แต่ก็ยังดีกว่าไม่เข้าใจอะไรเลย
ใช่มั้ยคะ


โดย: PADAPA--DOO (PADAPA--DOO ) วันที่: 17 มีนาคม 2548 เวลา:11:44:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดาหาชาดา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาหาชาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.