ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
9 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
รู้จักจิต (ประสบการณ์)




“I am the King of the World”
ประโยคที่น่าหมั่นไส้สุด ๆ นี้ออกมาจากปากของเจมส์ คาเมรอนเมื่อเขาได้รับรางวัลออสการ์ในฐานะผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเรื่อง ไททานิก ที่ปีนั้นกวาดไปรางวัลไปมากมาย
อันเป็นการเลียนประโยคที่แจ็คตัวเอกของเรื่องพูดเมื่อขึ้นไปยืนกับโรสที่หน้าเรือไททานิก

ใคร ๆก็คงรู้สึกเหมือนอย่างเจมส์ คาเมรอนตอนรับรางวัลออสก้าร์ด้วยกันทั้งนั้น
วันที่ใจพองโต ขวัญมั่นคง รู้สึกว่าเท้าเหยียบแผ่นดินหนักแน่น และอะไร ๆ ในโลกก็ช่างสวยงามเหลือเกิน

แต่เราคงไม่ได้รู้สึกอย่างนี้ทุกวัน หรือทั้งวัน บางทีเราก็อาจรู้สึกว่าใจฟุบแฟบ ห่อเหี่ยว และความทุกข์ที่มีอยู่ในโลกนี้พุ่งเข้ามาหาเรา หรือบางวันก็รู้สึกธรรมดา เรื่อย ๆไม่ทุกข์ไม่สุข

ความรู้สึกของเรานั้นแบ่งจากรากเหง้าที่มาได้สองทางก็คือ จากกาย และจากจิต จากกายก็เกิดจากสัมผัสต่าง ๆที่เข้ามาทางทวารทั้ง 5 ร้อน หนาว เย็น ขม หวาน เจ็บปวด ฯลฯ ส่วนที่เกิดจากจิตก็คือการปรุงแต่งให้รู้สึกเช่นนั้นไปตามนิสัยพื้นฐานของแต่ละคน เช่น รัก ใคร่ ยินดี โกรธ ฯลฯ

ความรู้สึกเหล่านี้จะขึ้นขึ้นลงลง เปลี่ยนแปรอยู่เสมอตามสิ่งที่เราได้สัมผัสหรือตามที่ปรุงแต่งให้เป็นไป

เราเองก็เคยรู้สึกว่าแล้วทำไมล่ะ ความรู้สึกเหล่านี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาโลก เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วสักพักก็ดับไปเมื่อสิ่งเร้าหรือเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไปก็เป็นตามที่พุทธศาสนาสอนอยู่แล้ว ทำไมเราต้องเข้าไปจัดการกับมันด้วยเล่า

แต่นั่นก็คือความคิดเมื่อเรายังสบายดี ยังแข็งแกร่ง เหมือนโลกอยู่ในกำมือของเรา

หากเมื่อไปถึงยามที่เราควบคุมตัวเองไม่ได้ อ่อนแอ อาจจะเนื่องมาจากอ่อนแอทางกาย หรือถูกความทุกข์กระหน่ำที่ใจ ยามนั้นแหละที่เราร้องเรียกหาที่พึ่ง ไขว่คว้าร่ำร้อง อะไรก็ได้เพื่อจะเกาะไปให้พ้นจากสภาพนั้น ๆ

เราจะสิ้นไร้ความสามารถโดยสิ้นเชิงที่จะควบคุมความรู้สึก และปล่อยให้ความรู้สึกนั้นควบคุมเราเอง มันจะครอบงำ ดึงให้เราดิ่งลงวนเวียนอยู่ในวังวนของมัน เนิ่นนานกว่าจะหาทางออกได้

และตอนนี้แหละที่การฝึกจิตช่วยเราได้ หากเราได้เคยฝึกฝนจิตใจให้แยกแยะอารมณ์ได้ รู้จักรากเหง้าของความทุกข์ และรู้ว่าจะตามดูฤทธิ์ของทุกข์ไปอย่างไรจนมันสิ้นฤทธิ์ เราจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของความรู้สึกน้อยลง (ที่จริงความสุขนั้นน่ากลัวกว่าความทุกข์นะ ความทุกข์เห็นได้ง่าย แล้วก็จัดการได้ แต่ความหลงในความสุขเห็นได้ยาก จัดการยากด้วย)

จิตใจนั้นต้องการเรียนรู้และฝึกฝน เหมือนกับปัญญา ฉันเรียนรู้ทางโลกมานาน สามารถเรียนไปได้อีกไม่รู้จบ แต่เกี่ยวกับจิตของตัวเองกลับรู้น้อยเสียเหลือเกิน แถมเชื่ออีกด้วยว่าฉันไม่ต้องการหรอกฝึกจิต นั่งสมาธิอะไรนั่นน่ะ เป็นเรื่องของคนไม่มีทางออกในชีวิตต่างหาก..........

แต่วันหนึ่ง ฉันก็ต้องเปลี่ยนใจ.....เพราะอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา ฉันมีปัญหาเรื่องซึมเศร้า อาการซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาโดยที่ไม่รู้ตัว ช่วงที่ซึมเศร้า ฉันจะไม่อยากพบใคร ไม่อยากคุยกับใคร รู้สึกลึก ๆว่าเจ็บปวด โหยไห้ โลกนี้ไร้ความหวัง ความเศร้านั้นยิ่งใหญ่มาก คงเปรียบได้กับความรู้สึกของคนที่คนที่รักที่สุดพึ่งตายไปเมื่อวานนี้ ลองคิดดูซิ คนที่รู้สึกอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกือบทุกวันโดยที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน

ฉันใช้ชีวิตกับอาการที่ฝรั่งเรียกว่า Chronic Depress อาการซึมเศร้าเรื้อรังตลอดช่วงหลัง ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เปลี่ยนงานก็แล้ว ไปหาหมอก็แล้ว กินยาanti depress ก็แล้ว แม้จะดีขึ้นแต่ฉันก็รู้ว่ามันก็แค่ชะลออาการแต่รากเหง้ามันอยู่ที่ใดเล่า ฉันต้องหาคำตอบให้ได้......

คำตอบก็อยู่ในชีวิตฉันนี่เองแหละ ฉันเฝ้านั่งคิดนอนคิด อ่านหนังสือ จดบันทึก สังเกตตัวเอง จนแน่ใจถึงรากเหง้าของปัญหา ถ้าใครได้อ่านบลอกของฉันในช่วงแรก ๆ ที่เป็นกลอนนานาที่ฉันเคยเขียน ก็จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นกลอนเศร้า ฟูมฟายหลายเหลือ นั่นแหละคือคนที่ฉันเป็น ฉันเล่นสนุกกับความรู้สึกเศร้าหมอง โดดเดี่ยว เจ็บช้ำมานานเกินไป ฉันไม่เคยอกหัก ไม่เคยมีความทุกข์ใหญ่หลวง คนที่รักมากไม่เคยจากไป มีชีวิตอยู่บนความสุขสบายมาตลอด แต่ชอบมากหนังสือนิยายเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา กลอนบทเศร้า แถมอ่านนิยายเขาจบแล้วยังเอามาแต่งต่อในหัวเล่นเป็นเรื่องทำที่ประจำก่อนนอน ทุกทำวัน เล่นสนุกกับความเศร้าสร้อยของตัวเองเป็นปีปี

ฉันไม่ได้ล้อเล่นเมื่อกล่าวเช่นนี้ คิดดูเอาเถอะนักเขียนคนที่ฉันชอบที่สุด คือ Carson Mccullers ทุกเรื่องของMccullers พูดถึงความเศร้าของคน ตัวละครที่เธอเอ่ยถึงทุกคนมักไม่พิการ ถ้าไม่พิการทางใจก็พิการทางกาย ชีวิตของMccullers เองก็ไม่ต่างไปจากนิยาย เศร้าสร้อย ทุกข์ทน แถมบีบคั้นคนที่อยู่ด้วยอีกต่างหาก งานเขียนของเธอก็อย่างเช่น the Ballad of the Sad Café, Reflections in a Golden Eye , the Heart is the Lonely Hunter…..

นั่นแหละ อาการซึมเศร้าคือสิ่งที่ฉันสร้างมันขึ้นเอง ฉันได้ฝึกจิตตัวเองให้น้อมโน้มลงไปทางเศร้าสร้อยมานานหลายสิบปี โดยที่ไม่รู้ตัวเองเลย แล้ววันหนึ่งมันก็แสดงออกมา เมื่อวันที่งานหนักหน่ายสาหัส ชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวังมากนัก สำหรับคนอื่นมันคงเป็นเรื่องจ้อย แต่สำหรับฉันมันกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะไม่เคยได้เรียนรู้และจัดการ ไม่เคยได้ฝึกจิตใจเพราะทะนงคิดว่าทุกข์นั้นฉันจัดการเองได้ด้วยความรู้ประดามีที่ได้เรียนรู้มา

เมื่อจิตใจน้อมโน้มไปทางนั้น ได้ฝึกฝนไว้ตลอดเวลา มีสิ่งเร้า และมีปัจจัยแวดล้อม มันก็กลายเป็นอาการขึ้นมา สิ่งที่มันแสดงออกมากที่สุดก็คือ ทางความฝัน ฉันมักฝันถึงเรื่องว่าไม่ได้รับการยอมรับจากคนที่รัก รู้สึกไร้ค่า รู้สึกถูกเหยียดหยาม ฯลฯ พอตื่นขึ้นมาอาการเศร้าสร้อยก็จะจู่โจมทันที ตื่นเช้ามาแทนที่จะสดชื่นกลับเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ ทั้ง ๆที่เหตุการณ์ในชีวิตไม่มีอะไรเลยจนนิดเดียว ฉันได้งานใหม่ที่ชอบทำ มีความก้าวหน้าในชีวิต ไม่มีหนี้ ไม่มีปัญหาชีวิต มีสามีที่รักฉัน มีพ่อแม่คอยสนับสนุนในทุกเรื่อง แต่ในคราวที่ซึมเศร้า ทุกอย่างเหมือนปลาสนาการไปหมด มองอนาคตก็แลตีบตัน มองชีวิตก็ช่างบัดซบ และแล้ว ฉันเริ่มนึกถึงความตาย เออ ถ้าตายไปวันนี้คงจะสบายกว่านี้ ไม่ต้องใช้ชีวิตที่ไม่มีความหวัง ชีวิตที่ไร้ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง

มีอยู่คืนหนึ่ง ฉันผวาตื่นขึ้นมากลางดึก ด้วยความรู้สึกย่ำแย่มาก ใจมันหนักหน่วงด้วยทุกข์เพียบล้น ที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน ฉันเดินไปเดินมาพยายามสงบจิตใจ พยายามบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรหรอก มันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นแค่ความเศร้าสร้อยลวง ๆ แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ดีขึ้น ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไรดีนี่แหละ ก็เลยเปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็เข้าเน็ต เข้าไปแวะในเว็บอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เข้าเว็บลานธรรม แล้วก็ได้เจอข้อเขียนของคนที่ใช้ชื่อว่า สันตินันท์ เขาเขียนเรื่องการฝึกจิต การตามดูจิต อย่างง่าย ๆโดยเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง ฉันอ่านอย่างกระหาย อ่านแล้วอ่านเล่า เหมือนกับว่ามันได้พบอะไรบางอย่าง

และก็เข้านอนโดยเอาหลักวิธีการดูจิตที่เพิ่งได้อ่านไปลองใช้ แม้ยังไม่เข้าใจอะไรเลยก็ตาม แล้วมันก็ได้ผลแฮะ ฉันนอนนิ่งอยู่ในความมืด กำหนดจิตเฝ้าดูความเศร้าสร้อยของฉันเองว่ามันจะไปถึงไหน แล้วในที่สุดมันก็ไป ด้วยลักษณการของคนกำลังแอบทำเรื่องร้ายกาจอยู่แล้วอยู่ ๆก็รู้ว่าตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองอยู่ มันหันมาแล้วก็เห็นฉัน แล้วมันแตกวับไปกับตา (นั่นเป็นครั้งเดียวที่ทำได้จริง ๆหลังจากนั้นก็ไม่เคยทำได้อีกเลย) ฉันผล็อยหลับไปด้วยสภาพจิตใจที่ดีขึ้นมาก

นับแต่วันนั้นเป็นต้น ฉันก็เฝ้าคิดเรื่องการฝึกจิตจริงจัง ฝึกไปเพื่อแก้ไขปัญหาของฉันเอง โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องพุทธศาสนาแม้แต่น้อย ฉันไม่หวังไปสู่นิพพาน, หรือจะบรรลุอะไรต่ออะไรที่เขาพูด ๆกัน หรือแม้แต่การเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ผีสาง เทวดา นางไม้

เหมือนกับโชคช่วยแฮะ ฉันกลับไปบ้านที่เชียงใหม่ มีหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ชื่อว่า อตุโล ไม่มีใดเทียม เป็นประวัติของหลวงปู่ดูลย์ที่เขียนโดยพระผู้ใกล้ชิดกับท่านนานถึง 30 ปี คำสอนของท่านชวนงงแต่เป็นไปในทางที่คล้ายกับของคุณสันตินันท์ที่ฉันเคยอ่าน

เมื่อพี่ชายเห็นฉันอ่านหนังสือประวัติหลวงปู่ดูลย์ ก็บอกว่าอ่านเข้าใจเหรอ ของท่านอ่านยากนะ ต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานมาก่อนแล้ว สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่ควรอ่านท่านปราโมช ปราโมชโชจะดีกว่า ท่านสื่อสารเข้าใจง่ายสำหรับคนสนใจเริ่มแรก ที่สำคัญฉันได้รู้ว่าที่แท้แล้วท่านปราโมชก็คือคุณสันตินันท์นั่นเอง (ท่านใช้ชื่อสันตินันท์เขียนประสบการณ์ของท่านลงในเว็บเพื่อเผยแพร่ ก่อนที่ท่านจะบวช และท่านปราโมชนั้นปฏิบัติในแนวทางของหลวงปู่ดูลย์ และถือเสมือนว่าหลวงปู่ดูลย์เป็นอาจารย์ของท่านเอง)

และแล้วฉันก็ได้หนังสือมากมายมาอ่าน รวมทั้งเล่มที่เอ่ยถึงไปเมื่อตอนที่แล้วคือ รู้ ตื่น เบิกบาน ระหว่างวัน ของคุณสุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา” ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านปราโมชอีกทีหนึ่ง

วันนี้นับว่าหนทางแห่งการเรียนรู้ทางจิตของฉันได้เริ่มขึ้นแล้ว แม้จะกระพร่องกระแพร่งก็ยังดีที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว.........

พรุ่งนี้ถ้ามีเวลานะ จะชวนไปเตรียมตัวสำหรับความตาย..........










Create Date : 09 มีนาคม 2548
Last Update : 9 มีนาคม 2548 2:31:45 น. 4 comments
Counter : 382 Pageviews.

 
ดีจัง เดี๋ยวไปหามาอ่านบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: ตุ๊กตารอยทราย วันที่: 9 มีนาคม 2548 เวลา:15:50:27 น.  

 
อยู่เชียงใหม่ ว่างไปฝึกที่วัดร่ำเปิงซิ

//www.dungtrin.com/

ลองเข้าไปอ่านซิ หนังสือน่าอ่าน เข้าใจง่าย


โดย: อยู่ไกลบ้าน วันที่: 9 มีนาคม 2548 เวลา:21:18:30 น.  

 
ใครที่สนใจหนังสือเรื่อง รู้-ตื่น-เบิกบานระหว่างวัน ของ คุณสุรวัฒน์ เสรีวัฒนา
ติดต่อได้ที่คุณปิยมงคล โชติกเสถียร
02-2552714
หรือที่อีเมล์ piyamongol@yahoo.com ค่ะ
คุณปิยมงคลบอกว่าหนังสือเล่มนี้มีลงในเว็บไซต์ด้วย ถ้าต้องการทราบก็ให้ถามไปที่อีเมล์แอ๊ดเดรสที่ให้ไว้ได้เลยค่ะ
คือพยายามค้นให้อยู่เหมือนกันแต่ไม่เจอน่ะค่ะ


เอ๋ เว็บคุณดังตฤณอาจจะมีก็ได้นะคะ หรือเปล่า???

ขอบคุณคุณอยู่ไกลบ้านมากค่ะ


โดย: ดาหาชาดา วันที่: 10 มีนาคม 2548 เวลา:0:52:52 น.  

 
เจอแล้วค่ะ เว็บไซต์ของหนังสือเล่มนี้ ไปที่นี่เลยค่ะ

//www.enggy.com/awake/


โดย: ดาหาชาดา วันที่: 10 มีนาคม 2548 เวลา:15:12:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ดาหาชาดา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาหาชาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.