ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
1 มีนาคม 2548
 
All Blogs
 
Lord Byron



She walks in beauty - Lord Byron

She walks in beauty, like the night
of couldless climes and starry skies;
And all that's best of dark and bright
Meet in her aspect and her eyes:
Thus mellow'd to that tender light
Which heaven to gaudy day denies.
1.
เทวีพิสุทธิ์ล้ำ ลีลา ดูดุจ-
คืนดาววะวาบฟ้า ไร้เมฆ
คือสมดุลย์แห่งโสภา มืดสว่าง วันโอ่-
อ้างสวรรค์สร้างเสก มิกล้าประลองโฉม......


2.
โอ้ยอดยาหยีเยื้องย่างในความงามเรืองพิลาส
ดูดุจคืนดาราดาษฟ้าใสไร้เมฆให้มัวหมอง
แสงนวลตกจับนาง ร่างและเนตรเปล่งรังสีเรืองรอง
วันโอ่อ่าสดสีอีกฟ้าหกห้องพบน้องยังมิกล้าท้าประชัน....

When We Two Parted - Lord Byron

When we two parted
In silence and tears,
Half broken-hearted
To sever for years,
Pale grew thy cheek and cold,
Colder thy kiss;
Truly that hour foretold
Sorrow to this.

The dew of the morning
Sunk chill on my brow--
It felt like the warning
Of what I feel now.
Thy vows are all broken,
And light is thy fame;
I hear thy name spoken,
And share in its shame.

They name thee before me,
A knell to mine ear;
A shudder comes o'er me--
Why wert thou so dear?
They know not I knew thee,
Who knew thee too well:--
Long, long shall I rue thee,
Too deeply to tell.

In secret we met--
In silence I grieve
That thy heart could forget,
Thy spirit deceive.
If I should meet thee
After long years,
How should I greet thee?--
With silence and tears.

เมื่อเราสองจากกัน

เมื่อเราสอง..จากกัน
นิ่งงัน, น้ำตา ท้นเอ่อ
ครึ่งใจสลาย อีกครึ่งเพ้อ
จะไม่เจอกัน นานปี

สองแก้มสลดสี เย็นเฉียบ
ยะเยียบกว่า ยามจูบลาพี่
จริงดั่งทาย พลัดพราย ชั่วชีวี
จากนี้ เจ็บยิ่ง ถึงวิญญาณ

น้ำค้างหยาด ยามรุ่งสาง
พรมพร่าง หลังไหล่ ไหวสะท้าน
หากอุ่นกว่า เหมันต์ ในดวงมาน
นานหนาวเหน็บ เจ็บรุมเร้า

ยินว่านางลืมสัญญามั่น
เขาโจษจัน รักเร่ คือนามเจ้า
ชนขานไข อื้ออึง มิบรรเบา
พี่โศกซ้ำ ช้ำและอาย

เขาเอ่ยนามเจ้า พี่นิ่งฟัง
กระหึ่มระฆัง กระทบโสตสลาย
ระริกระริว สั่นเทิ้มทั้งกาย
ถามมิวาย ทำไมหลงจนลานลน

เขาเอ่ยนามเจ้า ต่อพี่
ผู้ที่รู้จัก , รักเจ้าอย่างลึกล้น
ร้อยปีผ่าน? สวาทยังไหม้ ในกมล
แผลเป็น บนเนื้อใจ ไม่ลบเลือน

รักลับ เคยรื่นรมย์ เพียงสอง
วันนี้ต้อง น้ำตาเปื้อน
วิตก ใจเจ้า ลืมเลือน
รักหลอน เคลื่อนคลอนคลาย

หากพบ สบพักตร์ สักครั้ง
หลังจากกัน แสนกัปป์ ลับหาย
งกเงิ่น ทำอย่างไร จะทักทาย
...น้ำตาพราย นิ่งงัน เหมือนวันลา…

We'll go no more a-roving

SO, we'll go no more a-roving
So late into the night,
Though the heart be still as loving,
And the moon be still as bright.

For the sword outwears its sheath, 5
And the soul wears out the breast,
And the heart must pause to breathe,
And love itself have rest.

Though the night was made for loving,
And the day returns too soon, 10
Yet we'll go no more a-roving
By the light of the moon.

ฉะนั้น, เราจะไม่ออกไปพรอดพร่ำ
ฉะอ้อนฉ่ำคำรักในคืนอันแสนหวาน
แม้ว่ารักยังอาบอิ่มปริ่มดวงมาน
และโสมสคราญสาดแสงนวลกระจ่าง

แม้ดาบยังรู้คืนฝัก
ขวัญยังรู้พักเที่ยวเล่น กลับมาร่าง
หัวใจยังผ่อนจังหวะเต้นให้แผ่วจาง
รักแสนรัก...ยังต้องพักบ้างเหมือนกัน

แม้ราตรีสร้างมาให้เราได้ชื่นชู้
และทิวาจะจู่ลู่เร็วมากระชากฝัน
แต่คืนนี้เราจะไม่ออกไปพรอดพร่ำรักรำพัน
แม้นวลจันทร์จะพรายพริ้มยิ้มเชิญชวน



Create Date : 01 มีนาคม 2548
Last Update : 4 มีนาคม 2548 13:03:41 น. 0 comments
Counter : 988 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดาหาชาดา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาหาชาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.