ผ่านทะเลเห็นน้ำไร้ความหมาย
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
เลห์ - ลาดัค : ฤาพระเจ้าจะยังไม่ตาย?

God is Dead, thus spoke Sarathustra.
by Friedrich Nietzsche.
ถ้านิทเช่มาเห็นภูเขาแห่งเลห์จะสงสัยขึ้นมาบ้างไหมว่าบางทีพระเจ้ายังไม่ตาย?


***********************************************


ฉันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินอย่างไร้จุดหมาย
เมฆขาวนุ่มนวลสะท้อนกับแสงแดดยามสายเป็นรังสีเหลืองทอง
เสียงประกาศจากแอร์โฮสเตสสาวสายของสายการบินเดคข่านว่าเรากำลังจะลงจอดที่สนามบินของเลห์แล้วแว่ว ๆมา แต่ฉันก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะกำลังนึกถึงหนังสือที่อ่านมาเมื่อคืนนี้ชื่อว่า Shadow from Ladakh เขียนโดยภวนีย์ภัตตาจารย์ ผู้ที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะหนังสือเล่มที่ดังที่สุดของเขาในเมืองไทย มีชื่อว่า He who rides the tiger หรือ คนขี่เสือ ที่แปลโดยจิตร ภูมิศักดิ์

ฉันอุตส่าห์ควานหาหนังสือเรื่อง Shadow from Ladakh ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อดูว่ามีอยู่ที่ไหนบ้างจะได้ไปตามหามาอ่าน เพราะอยากรู้มาเนิ่นนานว่ามันพูดเรื่ีองอะไรกันแน่รู้แต่คร่าวว่ามีประเด็นความขัดแ้ย้งเรื่องดินแดนระหว่างอินเดียกับจีน การจะได้ไปเยือนแว่นแคว้นลาดัคห์ของฉันกระตุ้นให้อยากอ่านขึ้นมาติดหมัด แต่โอ้อนิจจาหนังสือเล่มนี้พิมพ์เมื่อราวสี่สิบปีก่อนกระมัง ทำให้ไม่มีวางตลาดแล้ว

จากที่ค้นมาในกูเกิ้ล หนังสือเล่มนี้มีอยู่ในห้องสมุดสถาบันราชภัฎอุบลราชธานี--ช่างไกลลิบเกินกว่าที่จะไปหามาอ่านได้ ฉันปรารภย์กับคุณอิบเพื่อนสนทนาทางเอ็มเอสเอ็นที่อยู่ที่สิงคโปร์ว่าคงอดอ่านเสียแล้ว แต่สามสี่วันต่อมา ก๊อปปี้ของหนังสือเล่มนี้ก็เหินฟ้ามาจากสิงคโปร์มาถึงมือฉัน ส่งมาโดยคุณอิบผู้น่ารักที่อุตส่าห์ไปควานหามาให้ในห้องสมุดของที่นั่น

หนังสือเริ่มต้นด้วยตัวเอก สุรุชี กำลังอยู่เครื่องบินบินข้ามฟ้าลาดัคกลับมาจากรัสเซียสู่เดลี ตอนนั้นอินเดียอยู่ภายใต้ความขัดแย้งเรื่องดินแดนกับจีนอย่างรุนแรง ต่างกับฉันจะลงลาดัคเป็นสถานีสุดท้าย และตอนนี้อินเดียจูบปากกับจีนแล้ว และกำลังขัดแย้งกับปากีสถานถึงขั้นสะสมอาวุธนิวเคลียร์แข่งกัน

เครื่องบินเอียงปีกเพื่อจะลดระดับลงจอด ใจฉันหายวูบเมื่อเห็นสิ่งมหึมาผุดขึ้นมาทางหน้าต่างเครื่องบิน ความรู้สึกนี้กระชากฉันให้ออกจากภวังค์หันไปเขม้นมองหน้าต่างอย่างใคร่รู้ แต่เครื่องบินเชิดปีกด้านที่ฉันนั่งขึ้น หน้าต่างกลับมาเป็นวิวสีฟ้าจัดจ้าพร้อมปุยเมฆสีขาวตามเดิม

เมื่อเครื่องบินร่อนลงต่ำกว่าระดับเดิม ภูเขาแห่งเลห์ที่ฉันเห็นส่วนเสี้ยวของมันในช่วงตกภวังค์ก็ผุดขึ้นมาแทนฟ้าเจิดจ้ากระจ่าง มันใหญ่โตน่าเกรงขามและให้ความรู้สึกเหมือนอสุรกายแทรกกายขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็วเพื่อคว้าจับเครื่องบินเอาไว้

ภูเขาสูงเสียดฟ้าเรียงกันไปสลับซับซ้อนสุดสายตาไม่มีต้นไม้แม้สักต้น นับเป็นภูเขาหัวโล้นที่มหึมาที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาชั่วชีวิต สีน้ำตาลเข้มจากหินดินดานล้วน ๆตัดกับท้องฟ้าอย่างจัง บางยอดมีหิมะขาวกระจ่างปกคลุมอยู่ ฉันพยายามคิดว่ามันเหมืิอนอะไรที่เคยเห็นมาก่อนหรือเปล่า ในที่สุดก็มาลงเอยที่เนื้อมะพร้าวกะทิป่นกับกะลาของมัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามาได้ยังไงเหมือนกัน

เครื่องบินลงจอดอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแล้วประตูก็เปิดออก ทั้งแขกและไทยและชาติอื่น ๆผุดลุกขึ้นเตรียมตัวลงไปสู่อ้อมกอดแห่งขุนเขา และพบกับเลห์เมืองหลวงของแคว้นลาดัคและชุมทางค้าขายในเขตเื้ทือกเขานับแต่โบราณมา แต่ในวันนี้เปลี่ยนตัวเองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงแห่งอินเดียเหนือ...

ฉันพยายามนึกว่าเราจะไปที่ไหนกันบ้างในเมืองเลห์ตามโปรแกรมที่กำหนดเอาไ้ว้ ไฮไลท์ของการมาเลห์ก็คือการไปชมเทศกาลระบำหน้ากากที่วัดเฮมิสซึ่งจะเป็นในวันที่สอง วันแรกที่ไปถึงจะให้พักผ่อนชมเมืองเสียก่อนเพื่อปรับร่างกายให้เข้ากับพื้นที่สูงและอากาศบางเบาให้ได้


(ใส่รูปไปก่อน แล้วจะมาบรรยายทีหลัง ช้านานไปอาจถูกก่นด่าได้เพราะดันไปลงหัวข้อไว้ว่าเป็นแกลเลอรี่ภาพถ่าย )


วัดโชกังกลางเืมืองเลห์


หนุ่มหล่อที่เลห์ คนแถวนี้หน้าตาดีมีมากมายนะเออ


พระรุ่นใหญ่เสวนา


วิวโดยรอบของเลห์


หมู่บ้านชนบทรอบ ๆเมืองเลห์



Create Date : 24 กรกฎาคม 2551
Last Update : 25 กรกฎาคม 2551 0:46:53 น. 7 comments
Counter : 565 Pageviews.

 
เลห์เป็นศูนย์กลางของลาดัคห์ที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นจัมมู-แคชเมียร์ทางตอนเหนือสุดของอินเดีย
และอยู่ท่ามกลางเทือกเขาคุนหลุนอันสลับซับซ้อนที่ทอดมาจากซินเกียงในจีน มาตัดกับเืทือกเขาหิมาลัยทางใต้

ผู้ที่ตั้งถิ่นฐาานอยู่แถบนี้เป็นพวกแรก นักประวัิติศาสตร์สันนิษฐานว่าจะเป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่มีเชื้อสายมาจากชาติพันธ์ธิเบตที่มีชื่อว่า ชางปา ศาสนาแรกเริ่มที่ชางปานับถือคือ บอนที่มีพ่อมดหมอผีเป็นผู้หยัึ่่่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร ซึ่งตอนนั้นกระจายไปทั่วเขตเอเชียกลาง ต่อจากชางปาก็จะมีกลุ่มที่เรียกว่า มอน ซึ่งถูกพระเจ้าอโศกมหาราชหรือกษัตริย์แห่งอินเดียหลังจากนั้นส่งเข้ามาเพื่อเผยแพร่ศาสนาพุทธ พวกชางปาเรียกกลุ่มใหม่นี้ว่า มอนปา ซึ่งแปลว่า ผู้อาศัยอยู่ในหุบเขา จากนั้นก็ตามมาด้วยกลุ่มอื่น ๆที่เข้ามาตั้งรกรากในเขตหุบเขาของลาดัคห์และก่อตัวขึ้นเป็นชุมชนถาวร

เมื่อการค้าระหว่างแคชเมียร์กับธิเบตรุ่งเรืองขึ้น สถานะของลาดัคห์ก็ดีขึ้นตามไปด้วยเพราะอยู่ระหว่างกลางของเมืองใหญ่ทั้งสอง และพ่อค้ามากมายก็จะแรมรอนมากับขบวนสินค้าของตนมาพักที่เมืองเล็กเมืองน้อยของลาดัคห์ก่อนที่จะไปยังธิเบต

เมื่อธิเบตเรืองอำนาจขึ้นในช่วงต้นของคริสตศตวรรษ ลาดัคห์ก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทั้งการเมือง ศาสนาและสังคมของธิเบต และแม้จนบัดนี้ ลาดัคห์อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย แต่ศาสนาและสังคมของที่นี่ก็ยังมีส่วนคล้ายธิเบตมากกว่าอินเดีย เลห์ เมืองเอกของลาดัคห์ก็ได้ชื่อว่าธิเบตน้อย



โดย: ดาหาชาดา วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:31:47 น.  

 
หลักฐานประการหนึ่งของความสนิทแนบแน่นระหว่างลาดัคห์กับธิเบตก็คือ ระบำหน้ากากที่วัดเฮมิส ซึ่งเป็นวัดใหญ่และมีความสำคัญที่สุดในเลห์ อันที่จริงวัดไหน ๆในลาดัคห์ก็มีระบำนี้กันทั้งนั้น แต่่ช่วงเวลาที่จัดขึ้นต่าง ๆกันไปในแต่ละช่วงของปี วัดเฮมิสได้เปรียบมากที่สุดเพราะจัดเทศกาลขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นกรกฎาคมอันเป็นช่วงท่องเที่ยวของเลห์-ลาดัคห์พอดี

ระบำนี้แสดงโดยลามะของวัดเพื่อรำลึกถึงองค์ปัทมสัมภาวะ พระโพธิส้ตว์พระองค์หนึ่งในของนิกายวัชรยานของธิเบต นอกจากจะแสดงประวัติของพระองค์เป็นช่วงแล้ว ๆ การแสดงองค์สุดท้ายเป็นต่อสู้กันระหว่างความดีกับความชั่ว ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าความดีต้องชนะ

การแสดงการต่อสู้นี้ว่ากันว่าจำลองมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทางประวัติศาสตร์ของธิเบต เมื่อกษัตริย์ ลังดาร์มา แห่งราชวงศ์ยาร์ลุง ขึ้นครองในธิเบตระหว่างปีคศ. 835-842 พระองค์เป็นผู้นับถือลัทธิบอนและชิงชังพุทธศาสนา หลังจากวางแผนสังหารพี่ชายของตนและเถลิงอำนาจแล้ว พระองค์ก็กำจัดศาสนาพุทธออกไปจากราชอาณาจักร วัดถูกทำลายราบ พระถูกบังคับให้แต่งงานและให้ไปประกอบอาชีพคนฆ่าสัตว์และจับปลา อันเป็นชนชั้นที่ต่ำต้อยที่สุดในสังคมเพื่อหยามเย้ย ทำให้ชาวพุทธลุกขึ้นก่อกบฎ และตัวลังดาร์มาก็ถูกพระลอบสังหาร

ในตำนานกล่าวว่าพระองค์เสด็จไปชมระบำหน้ากาก ที่เรียกกันว่า ชาม ในขณะที่กำลังทรงเพลิดเพลิน พระรูปหนึ่งที่ร่ายรำอยู่ก็พุ่งออกจากแถวและปักกริชเข้าที่หัวใจของพระองค์.....

หลังจากนั้นราชวงศ์ยาร์ลุงก็แตกฉานซ่านเซ็นกันไป ศาสนาพุทธได้รับการสถาปนาอย่างมัี่นคงในธิเบตอีกครั้งหนึ่ง

ธรรมะได้ชัยชำนะเหนือมารแล้ว....ดังเช่นที่ระบำชามถ่ายทอดเอาไว้



โดย: ดาหาชาดา วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:42:40 น.  

 
แต่อีกเกือบสองพันปีต่อมา
ธรรมะอันเดียวกันมิอาจต้านแสนยานุภาพอันเกรียงไกรของจีนได้
ผู้นำของธิเบตต้องลี้ภัยเข้ามาในอินเดีย
ประชาชนชาวธิเบตจำนวนมากต้องเดินข้ามเขาสูงชันและหนาวเหน็บหนีความตายจากปลายกระบอกปืนเข้ามาอยู่ในอินเดีย
ลาดัคห์กลายเป็นที่ลี้ภัยของชาวธิเบตหลายร้อยหลายพันชีวิต
ที่รอคอยว่าเมื่อไรจะมีผู้ใดอาจหาญพุ่งกริชเข้าสู่หัวใจมารร้ายตัวใหม่สักทีหนึ่ง
และทุกคนจะได้กลับสู่มาตุภูมิอีกครั้งหนึ่ง

รอคอย......ด้วยความหวัง.....แล้วก็ได้แต่เท่านั้น...หรือเปล่า



โดย: ดาหาชาดา วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:54:18 น.  

 
รูปสวยดีค่ะ โดยเฉพาะรูปวิวโดยรอบของเลห์ สีฟ้าของท้องฟ้าเหมือนจะเน้นให้พื้นที่ดูแห้งแล้งมากขึ้นไปอีก แล้วก็ช่างดูสุดลูกหูลูกตาดีแท้


โดย: ib IP: 218.186.8.10 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:16:17 น.  

 
โฮะ ๆ ได้ link จากมาม่าซัง ตามมาอ่านคร้าบบบ


โดย: gotchi IP: 58.9.157.102 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:23:25 น.  

 
ปักหมุดอ่านถึงตรงนี้ ยาวววววววเจรง ๆ ขอไปนอนก่อนนะเพื่อนบ้านที่ร๊ากกกกกกก


โดย: DeE dEe วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:22:01:58 น.  

 
ฟ้าเป็นฟ้า เขาเป็นเขา สวยจังค่ะ
อยากไป ..


โดย: มาเรีย ณ ไกลบ้าน วันที่: 21 สิงหาคม 2551 เวลา:0:54:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดาหาชาดา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาหาชาดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.