+ + + + + คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ : การเดินทางข้ามสองโลก + + + + +





คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ
นพดล เวชสวัสดิ์ แปล
ฮารูกิ มูราคามิ เขียน
สำนักพิมพ์แม่ไก่ขยัน พิมพ์
มติชนหนุนหลัง ,544 หน้า, 280 บาท

และแล้วนวนิยายเล่มล่าสุดของมูราคามิฉบับภาษาไทยก็ออกวางแผงมาตั้งแต่เดือนมีนาคม หนังสือที่ จขบ.รอมานาน คราวนี้มูราคามิเล่าเรื่องของคนสองคน คาฟกา ทามามูระ เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปี หนีออกจากบ้านไปอาศัยอยู่ในห้องสมุดในเมืองที่ห่างไกลจากบ้านเกิดตัวเอง นาคาตะ ชายชราอายุ 60 ปีที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มีความสามารถพิเศษในการพูดคุยกับแมว ทั้งสองต่างเดินทางไปชิโกกุ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน คาฟกา เดินทางไปชิโกกุ เพื่อหนีออกจากบ้านไปให้ไกลจากผู้เป็นพ่อ บุคคลที่เขาไม่พึงปรารถนาเอาเสียเลย ไปเพื่อตามหาแม่และพี่สาว ในขณะที่นาคาตะ ไปชิโกกุ เพื่อตามหา "ศิลาเบิกทวาร" แต่ดูราวกับว่าทั้งสองชีวิตมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน

มูราคามินำเอาเรื่องราวของโอดิปุส เทพแห่งนิยายกรีก ผู้เกลียดพ่อและรักแม่ของตัวเอง มาเป็น Motive ตั้งต้นในการนำเสนอเรื่องราว เรื่องเริ่มด้วยการเกลียดพ่อของคาฟกา แล้วพาผู้อ่านข้ามเส้นแบ่งของความจริงไปสู่เรื่องราวแฟนตาซี เพื้ยนหลุดโลก ที่มีตั้งแต่ ชายชราที่พูดกับแมวได้ ไปจนถึงฝนที่ตกลงมาเป็นปลา และฝนที่ตกลงมาเป็นปลิง ฯลฯ

สิ่งหนึ่งที่มูราคามิสนใจอยู่เสมอ คือ ตัวละคร ของเขาไม่ได้เป็นตัวละครที่ "ปรกติ" ตรงกันข้าม ตัวละครของเขามักเป็นพวก "เว้าแหว่ง" คิดไม่เหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมกระแสหลัก และไม่เป็นที่ปรารถนาของสังคม นาคาตะ ตัวละครหลักอีกคนในเรื่องนี้ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ตั้งแต่อายุหกขวบเป็นต้นมา นาคาตะ ย้ำอยู่เสมอว่า เขาไม่ค่อยฉลาด (แต่เขาสุภาพและอ่อนน้อมมาก ) และการอ่านหนังสือไม่ออกในโลกปัจจุบันนี้ "ลำบาก"มาก นาคาตะเน้นย้ำถึง "ความว่างเปล่า " ในชีวิตตัวเองบ่อยครั้ง

จขบ.ชอบตัวละครสองตัวที่เป็นตัวประกอบของเรื่องนี้เป็นพิเศษคือ บรรณารักษ์ไร้เพศแห่งห้องสมุด โอชิมะ เขาเป็นเสมือนพี่เลี้ยงของหนุ่มน้อยคาฟกา อีกตัวละครคือ โฮชิโนะ หนุ่มรถบรรทุกที่เป็นเสมือนพี่เลี้ยงของชายชราอย่างนาคาตะ ทั้งสองคนต่างก็ได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยเหลือที่ทำให้ "การเดินทาง " ( ทั้งโดยความหมายของคำและโดยอุปมา ) เป็นผลสำเร็จ ถ้าเปรียบเป็นภาพยนตร์ จขบ.คิดว่าพวกเขาต้องได้ออสการ์ Best supporting โดยไม่ต้องสงสัย

มีหลายประโยคในหนังสือเล่มนี้ที่อ่านแล้ว" จี๊ด" แต่ขอประโยคท้ายๆ เรื่องที่ชอบมาก มาให้อ่านกันส่วนหนึ่ง นี่เป็นคำพูดของโอชิมะ

" คนเราทุกคนสูญเสียสิ่งที่มีค่าในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น โอกาสทองหลุดลอย ความเป็นไปได้เลือนลับ ความรู้สึกที่ไม่อาจเรียกกลับมาได้อีกแล้ว นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ แต่ในอก กลางใจเรา อย่างน้อยที่สุดก็เป็นที่ที่ฉันวาดภาพไว้...จะมีห้องเล็กๆ ที่เราใช้บันทึกความทรงจำ ห้องที่วางความทรงจำซ้อนเป็นตั้งสูงเหมือนชั้นวางหนังสือในห้องสมุด หากจะเข้าใจกลไกการทำงานของหัวใจ เราจำเป็นต้องทำบัตรรายการ ปรับปรุงบัตรรายการให้ทันสมัยเสมอ ปัดฝุ่นเป็นครั้งคราว เปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์บ้าง เปลี่ยนน้ำในแจกัน กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า คนเรามีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ในห้องสมุดส่วนตัว "

อันนี้เป็นคำพูดของผู้การแซนเดอร์ส (ใช่แล้วค่ะ มีผู้การแซนเดอร์ส แห่ง kfc นั่นล่ะค่ะ )

" ฟังนะ วัตถุทุกอย่างแปรปรวน โลก เวลา สำนึก ความรัก ชีวิต ศรัทธา ความยุติธรรม ความชั่วร้าย...ทุกอย่างไหลแปรเปลี่ยนทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดคงรูปเดิมปักหลักมั่นที่เดิมชั่วกาลนาน จักรวาลไพศาลแทบจะเหมือนกล่องบรรจุสินค้าเฟ็ดเด็กซ์ " ( ร้าย ไหมคะอารมณ์ขันของมูราคามิ โลกเหมือนกล่องสินค้าเฟ็ดเด็กซ์ ถูกส่งไปมา อารมณ์ขันร้าย จริงๆ )

นี่ดูจะเป็นหนังสือเล่มแรกของมูราคามิ ที่ จขบ.อ่านแล้วพบว่า มูรารามิมี "ทางออก" ให้ตัวละคร เรื่องอื่นๆ ที่จขบ.เคยได้อ่านนั้น มูราคามิ มักปล่อยให้ผู้อ่านเคว้งคว้างไปกับชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง แต่สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ ราวกับมูราคามิจะบอกกับผู้อ่านว่า ชีวิตมีทางออกอยู่เสมอ ถ้าเรากล้ากลับไป "จัดการ" กับความเว้าแหว่งของชีวิตเราเอง

จขบ.พึ่งได้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างจริงจังเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา เมื่อผ่านพ้นภาระกิจต่างๆ และอย่างที่เคยมนตราของมูราคามิยังมีผลชะงัดต่อจขบ.เสมอ ยังอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างกับต้องมนต์ และแน่นอนที่สุดว่าต้องกลับไปอ่านซ้ำอีกรอบ อีกรอบ และอีกรอบ

หมายเหตุ : ขอบคุณคุณนพดล เวชสวัสดิ์ ผู้มอบหนังสือดีๆ เล่มนี้ (และเล่มอื่น ๆ ) มาให้อ่านอย่างสม่ำเสมอ


Create Date : 02 พฤษภาคม 2549
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 15:45:04 น. 89 comments
Counter : 1146 Pageviews.

 
อ้า...บางที

บางที ...ชีวิต...ก็ต้องการการจัดระเบียบ เหมือนการจัดหมวดหมู่เอกสาร

แต่ "ระเบียบ" เป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย (ไม่ว่า ระเบียบ นั้นจะหมายถึง ส.ว. / เมียปลัดมหาดไทย / หรือ ว่าเมียผู้ช่วยรัฐมนตรี ...ha)


โดย: a_somjai วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:45:31 น.  

 
ถ้าทางเป็นหนังสือที่น่าอ่านดีครับ เป็นหนังสือแบบจิตวิทยาบวกกับเหนือจริง ฝนตกมาเป็นปลาเหมือนกับหนังเรื่อง Magnolia เลยแต่นั้นเป็นกบ ถ้ามาทำเป็นหนังก็คงเป็น หนังแบบอินดี้ ถ้าผู้กำกับดีๆ ก็คงสุดยอด


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:44:55 น.  

 
เข้ามาลงชื่อค่ะ ขอบอกว่าเข้ามา blog คุณ grappa หลายครั้งอยู่เหมือนกัน อ่านแต่ไม่ได้ตอบเพราะแนวหนังสือที่คุณgrappaอ่าน ดิฉันไม่ได้อ่านเลย


โดย: L.I.R.A. วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:45:39 น.  

 
เป็นนวนิยายแนวเหนือจริงครับพี่บาค

ผมอ่านได้ค่อนเล่มแล้วครับ ถึงตอนที่เจอศิลาเบิกทวาร แต่ก็ต้องหยุดไว้ตรงนั้นก่อนเพราะหนังสือนั้นเช่ามา แล้วไอ้เราก็ดันมาอ่านตอนไม่ค่อยมีเงินเสียอีก 555

ผมว่าบางช่วงมันก็อืดไปนิด จนชวนให้ขี้เกียจอ่านนะครับ แต่ตอนไหนที่ชวนติดตามก็ยากที่จะวางลง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:21:00 น.  

 
ถามที่ร้านเช่า ยังคิวยาวอยู่เลยเล่มนี้


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:49:45 น.  

 


แล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี
แต่ความคิดคำนึงที่มีต่อเธอ
ก็ยังไม่เสื่อมคลายไปจากใจของฉัน
ด้วยคำสวดมนต์จากใจฉัน
ส่งผ่านไปถึงเธอ
ขอฟ้าจงคุ้มครองภัยให้เธอ
ขอให้เธอปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ
ให้ผ่านไปด้วยดีตลอดไป


ปล. ขอบคุณสำหรับการแนะนำหนังสือดี ๆ ครับ


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:02:14 น.  

 
เป็นอีกเรื่องที่คาดว่าไม่น่าจะพลาดค่ะ ... ปกติไม่อ่านเรื่องแนวแฟนตาซีเท่าไหร่แต่คาฟกานี้ดูท่าเป็นเรื่องที่เข้าข่ายยกเว้นว่าน่าจะหามาอ่าน ไม่แน่ว่ามูราคามิทำให้เราเปิดโลกในการอ่านหนังสือแนวอื่นได้มากขึ้นค่ะ

ขอบคุณสำหรับแนะนำหนังสือนะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:23:12 น.  

 
อยากลองค่ะ น้องแป๊ด


โดย: ป้ามด วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:30:45 น.  

 
เคยอ่านเจอประโยคนึงว่า
"บาดแผลของมนุษย์จะรักษาได้จากผู้ที่ให้กำเนิดมันเท่านั้น"
ตัวเองแปลความหมายผิดมาตลอด คิดว่าความเจ็บปวดและรอยแผลเกิดจากผู้อื่น
แต่ความจริงแล้ว ตัวเราเองต่างหาก ที่ปล่อยตัวเองถูกทำร้าย
ไม่มีใครจะรักษาบาดแผลของตัวเองได้ นอกจากตัวของเขาเอง

ปล.หนังสือน่าสนใจครับ ว่าจะอ่านหนังสือมูราคามิมานาน ในห้องสมุดมีแต่ แกะรอยแกะดาว
ถ้าอ่านแล้วถูกใจ จะตามหาเล่มอื่นทีหลังครับ


โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:30:40 น.  

 
ชอบเรื่องนี้เช่นกันค่ะ แม้ว่าก่อนอ่านจะเข้าใจอะไรผิดไปหน่อยก็ตาม ฮา คาดว่าคงจะอ่านรอบสองรอบสามแน่ๆ เล่มนี้


โดย: bookmark วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:02:22 น.  

 
หวัดดีค่ะ พี่แป๊ด ไม่ได้เข้ามาอ่านบล๊อกของพี่เลย
มัวแต่วุ่นวายเรื่องของตัวเองอยู่

เรื่องนี้น่าสนใจดีค่ะ พี่ ขอจดไว้ในลิสต์ก่อน ไอ้ที่ซื้อๆมาทั้งหลายยังอ่านไม่หมดเลย (แอนว่านี่เป็นปัญหาของคนที่ชอบอ่านหนังสือทุกคนแหละ ซื้อหนังสือมาเยอะ อ่านไม่ทันครบทุกเล่ม ก็ซื้อเล่มใหม่มาอ่านแซง)

ปล. โลกกลมจริงๆค่ะ ที่พี่อ้อกับพี่แป๊ดเป็นเพื่อนกัน บอกตามตรงว่าพี่ต่างไปจากที่แอนจินตนาการไว้เยอะเลย แต่ก็ดีใจที่ได้เจอตัวจริง เสียงจริง..


โดย: แผล IP: 203.113.35.6 วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:21:47 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่

ทำไมคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้รีวิวได้ดีๆ กันทุกคนเลยน้อ (ยกเว้นเรา)

ชอบโอชิมะกับโฮชิโนะมากๆ เหมือนกันค่ะพี่ รวมทั้งนาคาตะ และแมวเพี้ยนๆ ตัวนั้นด้วย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:16:16 น.  

 
ตั้งแต่ฝนอ่านมาเกือบทุกเล่ม
(ไม่ได้อ่านเล่มเดียวอะ ไม่ชอบ)
ฝนชอบเล่มนี้ที่สุดแล้ว
อ่านแล้วมีความสุขมาก


โดย: foneko IP: 58.8.2.197 วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:00:16 น.  

 
หนังสือท่าทางน่าสนใจนะคะ

จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยอ่านหนังสือของมุราคามิสักเล่มเลยค่ะ


โดย: rebel วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:37:01 น.  

 
ชอบคำพูดของโอชิมะที่คุณ grappa ยกมาจังเลย "ห้องสมุดความทรงจำส่วนตัว"

หน้ารวมอัพเดทแล้ว ขอบคุณอีกทีค่ะ (สองวันก่อนไม่มีอะไรอ่าน คราวนี้กลายเป็นอ่านไม่ทัน )


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:59:55 น.  

 
ไปยืนอ่านอยู่ที่ร้านหนังสือเหมือนกันครับ
ก็รับรู้ในระดับหนึ่ง พอมาอ่านจากบล็อกคุณ grap
ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีก ขอบคุณครับ


โดย: Dark Secret วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:33:21 น.  

 
พี่แป็ดครับ

อากาศที่เชียงใหม่ดีมากครับ ไม่หนาวไม่ร้อน ท้องฟ้าแจ่มใสมาก ๆ

ผมเอารูปโลเคชั่นร้านกาแฟมาลองแปะให้ดูกันว่าน่านั่งขนาดไหน

ว่าแล้วอยากให้ร้านเปิดเร็ว ๆ จัง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:08:36 น.  

 
แดนฝันปลายขอบฟ้ามั้งคะ
เพราะว่าไม่ชอบ เลยจำชื่อไม่ได้
แต่คิดว่าจะเก็บไว้อ่านปีหน้าเลย
อ่านในที่ที่มันไม่มีอะไรจะให้อ่าน
บังคับตัวเองไปในตัว เพราะก็อยากรู้เรื่องน่ะค่า


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:51:42 น.  

 
ขอเก็บเป็นข้อมูลเฉยๆค่ะพี่
ช่วงนี้งานยุ่งมาก
ไม่ค่อยได้อ่านวรรณกรรมอะไรเลย


โดย: keyzer วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:03:04 น.  

 
มาบอกเรื่องเพลงในบล็อกครับ

ผมมิเคยเปิดนะครับเพลงนี้

เพลงนี้ชื่อว่า "นาฬิกา" ของ Buddhist Holday ครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:14:24 น.  

 
ชอบ quote คำพูดของโอชิมะ
ที่คุณ grappa ยกมาค่ะ
ช่างเปรียบเทียบวิธีการใช้ชีวิตของคนเรา
ในแง่มุมของคนทำงานบรรณารักษ์ห้องสมุด
ได้ดีและน่าสนใจจริงๆ  

เรื่องนี้มีแมวเพี้ยนด้วยเหรอคะ
อยากอ่านจังเลย ชอบแมวเพี้ยนค่ะ  


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:52:45 น.  

 
ง่า... รู้สึกจะเป็น "เกาะ" ชิโกกุอ่ะพี่ เรียนมานานละ เลือนๆ


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:40:13 น.  

 
^
^ พี่ไปหาคำตอบมาแล้วจ้า
เป็นเกาะจริงๆ ด้วย
ไปแก้แล้ว
แท้งกิ้ว


โดย: grappa วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:05:10 น.  

 
มาหาความรู้ประดับสมองอีกครั้งค่ะ


โดย: ป้ามด วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:52:30 น.  

 
เล่มเก่ายังอ่านไม่หมด เล่มใหม่เลยขอพักไว้ก่อน แหะๆ


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 3 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:24:11 น.  

 
อืมม์ ชักน่าสน


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:01:26 น.  

 
" คนเราทุกคนสูญเสียสิ่งที่มีค่าในชีวิตด้วยกันทั้งนั้น โอกาสทองหลุดลอย ความเป็นไปได้เลือนลับ ความรู้สึกที่ไม่อาจเรียกกลับมาได้อีกแล้ว นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่ แต่ในอก กลางใจเรา อย่างน้อยที่สุดก็เป็นที่ที่ฉันวาดภาพไว้...จะมีห้องเล็กๆ ที่เราใช้บันทึกความทรงจำ ห้องที่วางความทรงจำซ้อนเป็นตั้งสูงเหมือนชั้นวางหนังสือในห้องสมุด หากจะเข้าใจกลไกการทำงานของหัวใจ เราจำเป็นต้องทำบัตรรายการ ปรับปรุงบัตรรายการให้ทันสมัยเสมอ ปัดฝุ่นเป็นครั้งคราว เปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์บ้าง เปลี่ยนน้ำในแจกัน กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า คนเรามีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ในห้องสมุดส่วนตัว "

วรรคทองของโอชิมะงดงามและเป็นจริง จริง ๆ ด้วยนะคะ ช่วงเวลานั้นอาจหลุดหายไปจากเราแล้ว แต่สิ่งที่เราจะมีก็คือเรื่องราวและความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ อยู่ เหมือนในเรื่อง เจ้าชายน้อยที่ หมาจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อยไว้ว่า สิ่งสำคัญที่เราได้รู้จักกันไม่ใช่การได้อยู่ร่วมกัน หากแต่เป็นการระลึกถึงอีกคนหนึ่ง และทำให้สิ่งที่ไม่เคยทีค่ามีความหมาย กลับเป็นมีความหมายสำหรับคนผู้นั้นขึ้นมา


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:20:04 น.  

 
ขอบคุณที่เอามาแนะนำคนที่อ่านหนังสือไม่เคยจบเล่มอย่างผมนะครับ ฮือ ฮือ
อยากใช้เวลาอ่านหนังสือเยอะๆ แต่ก็ต้องเอาไปทำอย่างอื่นก่อน ซื้อมาก็เก็บๆ เอาไว้ ต้องว่างจริงๆ ถึงจะตะลุยอ่านจนจบครับ


โดย: BAYROCKU วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:06:22 น.  

 
สวัสดีจ้ะ ขอบคุณอะนะที่ไปเยี่ยมที่บล๊อคอะจะ

ท่าทางเรื่องนี้น่าสนุกอะนะ แบบว่าอ่านแค่ชื่อเรื่องอะจะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:13:20 น.  

 
มาทักทายก่อนจะหายตัวไปอีกพักหนึ่งค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:33:05 น.  

 
น่าอ่านดีนะ


โดย: maxpal วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:00:15 น.  

 
คนที่เกียวโตแนะนำบล็อคคุณพี่มาอีกที อิอิ...
เล่มนี้ถ้าแปลจากภาษาญี่ปุ่นจะดีมากเลยนะครับ สงสัยต้องกลับไปอ่านใหม่อีกรอบตอนกลับไปโตเกียวแล้ว


โดย: โตเกียว IP: 220.47.184.33 วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:09:30 น.  

 
เมื่อคืนไป hemlock คลาดกันไปนิดดด :)


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:24:49 น.  

 
^
^
อ้าวเมื่อคืนไปเฮมล็อกเหรอคะพี่?

ไปทำงานค่ะ แต่ไปดูแลควบคุมเฉยๆ ไม่ได้ปฏิบัติงานโดยตรงน่ะค่ะ

อยากได้อะไรจากภูเก็ตมั้ยคะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:17:13 น.  

 
อ่านไปได้หน่อยๆ เอง จนถึงตอนที่เด็กน้อยลงรถทัวร์มาเจอสาวน้อยคนนั้น

เข้ามาบล้อกนี้ ยังไม่กล้าอ่านเลย ลากลงมาก่อน เดี๋ยวอ่านหนังสือไม่สนุก

ป.ล. เห็นชื่อหนูในเล่มมั้ยคะ


โดย: Mutation วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:43:35 น.  

 
มูราคามิ นี่ได้ยินชื่อมา พักใหญ่ ไม่เคยอ่านซะที
จะเริ่มที่เล่มไหนก่อนดีหนอ..??? ไม่ชอบยาวๆ มีแนะนำไหมครับ


โดย: แร้ไฟ วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:01:19 น.  

 
ลองอ่าน "สดับลมขับขาน"
ไหมคะ หนังสือของมูราคามิเล่มแรกที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย เล่มบางๆ
สำหรับตัวเอง หนังสือของมูราคามิเล่มแรกที่อ่านคือ "รักเร้นในโลกคู่ขนาน "เล่มไม่ใหญ่มาก (รู้สึกว่าตัวเองจะอ่านจบภายใน สองชั่วโมง ) อ่านรวดเดียวจบ

ตั้งแต่เล่มนั้นก็ชอบหนังสือของมูราคามิมาตลอด ตอนนี้เล่มที่ชอบที่สุดก็ยังเป็น "แกะรอยแกะดาว"


โดย: grappa วันที่: 4 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:08:31 น.  

 
คุณ grappa อ่านคาวาบาตะหรือทานิซากิด้วยหรือเปล่าคะ? อยากรู้สไตล์ของสองคนนี้ค่ะ วันก่อนคุยกับเพื่อน แต่ตัวเองไม่เคยอ่าน เคยแต่อยากอ่านคาวาบาตะ เพราะมีงานเก่า ๆ แปลมาแล้วหลายเล่ม


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:05:04 น.  

 
เนื้อเรื่องน่าสนใจ แล้วก็น่าอ่านมากๆเลยค่ะ


โดย: Mocha Macchiato วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:47:00 น.  

 
- ยาคูลท์

อ่านค่ะ ทั้งคาวาบาตะและทานิซากิ
แต่งานของทั้งสองแตกต่างจากงานมูราคามิอยู่มากพอสมควร
ทั้งคาวาบาตะและทานิซากิ งานของทั้งสองยังมีกลิ่นอายของเทรดดิชั่นญี่ปุ่น
ทั้งสไตล์และเนื้อหา เคยเขียนถึง "เยินเงาสลัว" งานของทานิซากิด้วยค่ะ
เรายังพบเห็นขนบธรรมเนียมประเพณีของญึ่ปุ่นในงานของทั้งสอง

แต่มูราคามินี่ ตัวเองคิดว่าเป็น "ฝรั่ง" นะคะแปลกออกไปทั้งเนื้อหาและสไตล์ เราแทบจะไม่เห็นขนบธรรมเนียมประเพณีแบบญี่ปุ่นในงานของมูราคามิ ประเด็นปัญหาที่มูราคามินำเสนอในงานก็ค่อนข้างแปลกใหม่กว่าวรรณกรรรมญี่ปุ่นแบบเดิม เป็นปัญหาของชนชั้นกลางในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญในสังคมสมัยใหม่ ที่ตลกก็คือว่า วรรณคดีญึ่ปุ่นไม่มีอิทธิพลต่องานของมูราคามิเลย เขาไม่อ่านวรรณคดีญี่ปุ่น ทั้งๆ ที่พ่อแม่สอนวรรณคดีญี่ปุ่น มูราคามิสนใจวรรณกรรมอเมริกัน ดนตรีแจ๊ส วงบีทเทิลส์ และดนตรีคลาสสิค เราจะเห็นสิ่งที่มูราคามิสนใจในงานของเขาเสมอๆ

มีบทความหนึ่งในโอเพ่นออนไลน์ เขียนแนะนำงานของมูราคามิไว้อย่างดี เข้าไปอ่านได้ค่ะ
//www.onopen.com/2005/02/102


โดย: grappa วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:29:02 น.  

 
หน้าปกสวยดีครับ เนื้อเรื่องก็น่าสนใจดีครับ


โดย: เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:32:18 น.  

 
เล่มนี้ไม่พลาดแน่ๆ ครับ
แต่ตอนนี้ขออ่าน "เริงระบำแดนสนธยา" ให้จบก่อน แล้วเดี๋ยวจะตามอ่านคาฟกานะคร้าบ อิอิ

ป.ล. เพิ่งอ่าน และดู "โทนี่ ทานิกานิ" ไปเมื่อวาน ถึงเรื่องสั้นจะสั้นมาก และหนังจะยาวแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ทั้งเรื่องสั้นที่มูราคามิเขียน และหนังที่จุน อิชิกาว่า กำกับ กลับเป็นผลงานที่สุดยอด และลงตัวมากๆ ครับ ชอบมากๆ

ป.ล. 2 สงสัยนอกจากหนังสือของมูราคามิที่ต้องตามอ่าน
ตอนนี้ หนังของจุน อิชิกาว่า คงเป็นอีกอย่างที่ผมต้องตามดูแล้วครับ อิอิ


โดย: it ซียู (it ซียู ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:44:12 น.  

 
ขอบคุณค่ะ

เพิ่งเห็นที่บอกว่าห้ามพลาด Match Point

แถวบ้านเหลือรอบเดียวเอง.. เผลอ ๆ อาจไปแล้วด้วย จำได้ว่ามองโปรแกรมแล้วเห็น MI เรียงรายเป็นแถว กะว่าจะไม่ให้คนดูเลือกเรื่องอื่นได้เลยรึไง?


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:02:21 น.  

 
ชอบจังเล่มนี้
จะบอกว่าเหมือนเดิม ก็ฟังดูโหดร้ายไปหน่อย
เเต่รวมๆเเล้วก็สนุกดี อยากให้คนเขียน คนเเปล
ขยันเขียน ขยันเเปล ออกมาเรื่อยๆ

มีอยู่อย่าง
รุ้สึกว่าเด็กมันเเก่ๆยังไงไม่รู้
คือเหมือนกัยเอาความคิดตัวละครจากเล่มก่อนๆ ที่มักเป็นชายวัยสามสิบ
มาบอกว่า เนี่ย มันอายุ 15นะ
จะเชื่อดีมั้ยเนี่ย


foneko
อ่านแดนฝันปลายขอบฟ้า ไม่จบเหมือนกัน
รู้สึกมันยืดเยื้อยังไงไม่รู้

อยากบอกว่า
อุดหนุนหนังสือของไต้ฝุ่นมาหลายเล่มมากๆ
ตอนเเรกไม่รู้ตัว ซื้อจากบลูสเกล มาจํานวนนึง
ไปเดิน อัมรินทร์ ก็ไปเผลอไผลซื้อเพิ่ม
กลับมาเลยมีหนังสือ เเละที่ขั้นหนังสือยี่ห้อเดียวกัน เต็มไปหมด
:D












โดย: fawnv ที่ blospot IP: 198.45.18.38 วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:31:43 น.  

 
เป็นหนึ่งใน list หนังสือ
ที่ ต้องอ่าน ให้ได้!!!

(ไม่ว่าจะโดยวิธี อ่านฟรี ซื้อหา ยืม เช่า ขโมย ฯลฯ)



จริง ๆ ผมเพิ่งอ่านนกเพลงของ ทินกร จบ ว่าจะหาโอกาสเขียนถึงลง blog มั่ง จบแบบชวนเคว้งมาก...

หนัง Matchpoint ตอนนี้ โรงที่เชียงใหม่มันโละโรงให้ MI-3 ฉายไปแล้วล่ะครับ
รอ VCD อีกตามเคย

ป.ล. จริง ๆ ช่วงนี้อารมณ์โรแมนติกผมยังไม่มาหรอกครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นอารมณ์อ่อนไหวมากกว่า ที่จะทำให้ผมเขียนเรื่องที่ว่าต่อได้
(แอบใบ้ว่าไม่ใช่เรื่องความรักครับ...)


โดย: ShadowServant วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:53:54 น.  

 


แม้วันเวลาจะผันผ่านไป
แต่โปรดจำไว้ว่า
เธอยังคงอยู่ในใจฉันตลอดมา
รักษาสุขภาพกายและใจให้ดี
ขอให้งานที่เธอทำนำไปสู่ความฝัน
ที่เธอหวังไว้อย่างต่อเนื่อง
ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:27:59 น.  

 
Thanks for your joining in my blog

I still don't read Kafka. I intend to read after I go back Thailand.

I also want to watch "Match point" cause I like Jonathan .



โดย: cottonbook วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:50:18 น.  

 
ขอบคุณอีกครั้งอะจะที่ไปแวะชมน้ำตก อะนะ ยังมีอีกอะจะ อย่าเพิ่งเบื่อนะ



โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:05:10 น.  

 
ชอบคำพูดของโอชิมะ ครับ..... ผมก็เชื่อเช่นนั้นครับ


โดย: POL_US วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:33:29 น.  

 
เดี๋ยวลุงเค้าจะมีเล่มใหม่อีกแล้วน่ะค่ะ ชื่อ BLIND WILLOW, SLEEPING WOMAN ขายวันแรกวันที่ 29 สิงหาคม แต่กว่าภาษาไทยจะออกมาคงนานเนอะ แต่รอคอยเสมอค่า


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:57:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ


โดย: ป้ามด วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:07:03 น.  

 
ขอบคุณ คุณ foneko ที่แจ้งข่าวให้ทราบ

ถ้าลิขสิทธิ์เรียบร้อย ต้นปีหน้าได้อ่านภาษาไทย

ตุลาคมปีนี้ อ่าน "บันทึกนกไขลาน" ไปพลางก่อนครับ


โดย: นพดล เวชสวัสดิ์ IP: 58.8.108.185 วันที่: 6 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:57:28 น.  

 
ไปดู คอนเสริ์ต DM เมื่อ 28/3/06

ปีนี้ ยังมี คอนเสริ์ต DM อีก ๓ครั้ง ที่สวิต ค่ะ อยากดูอีก แต่ไว้รอมาเล่นที่ซูริคใกล้ๆ ก่อน

กลับไปเมืองไทย ก็หอบหิ้วหนังสือ กลับไปอ่าน ทุกครั้ง
แต่ก็ไม่ใช่หนอนหนังสือ


โดย: grosse_erwartungen (grosse_erwartungen ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:49:13 น.  

 
ได้อ่านระหว่างออกทัวร์ค่ะ คาดว่าคงต้องอ่านซ้ำ เพราะอ่านแบบหยุดเป็นพักๆด้วยหน้าที่ เที่ยวนี้จะอ่านรวดเดียวจบค่ะ
แต่ชอบความใสซื่อของ นาคาตะ ภาคชายชรานะคะ
จินตนาการของคนเขียนบรรเจิดดีจริงๆค่ะ มีทั้ง จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ในภาคตัวร้าย ที่ทำให้นึกถึง ความมึนเมา ขาดสติทำให้เราหลงไปตามมายาของมันได้ ทำอะไรต่ออะไรที่เราไม่อยากทำได้
ผู้พันแซนเดอร์ส ดูน่ารักดีค่ะ
ปล. คุณแป๊ด สบายดีนะคะ คิดถึงอยู่เสมอค่ะ
ปล.อีกที ตอนนี้ กำลังอ่าน มาจากแดนผีดิบ ชอบมากค่ะ เสียดแทงใจดี


โดย: นางกอแบกเป้ วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:12:42 น.  

 
เพิ่งสังเกตุ
"ศิลาเบิกทวาร"


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:04:29 น.  

 
มาเยี่ยมคุณ Grappa อีกครั้งครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:58:55 น.  

 
ยังไม่ได้อ่าน คาฟกา เลยครับ ความจริงคือ หนังสือที่ซื้อมายังไม่ได้อ่านเลย

มาช่วยยืนยันครับว่าหนังเรื่อง MATCH POINT ของวู้ดดี้ อัลลเลน ดีมากๆ เลยครับ มิควรพลาดนะจ๊ะ

ตอนนี้ที่ลิโด้มีเรื่อง Off The Map เข้าฉายอยู่เงียบๆ (มีเฉพาะรอบ 20.30) คุณเต้บอกว่าหนังดีครับ แต่ผมยังไม่ได้ดูเหมือนกัน


โดย: merveillesxx วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:00:49 น.  

 
ได้ข่าวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสวนสัตว์ไปแล้วเหรอคะพี่...
ไว้จะขอใช้บริการบ้างนะคะ


โดย: ยัยบี๋ วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:45:11 น.  

 
หนังสือน่าสนใจอีกแว้ววค่า

นั่นจิเหมือนยัยบี๋ว่า
ช่วงนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสวนสัตว์
แถมเป็นไกด์ซะด้วย อิอิ^^



...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:32:27 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะพี่ ก็เลยแวะมาเจิมนิดหนึ่ง

โอ..ดีจัง เล่มใหม่จะออกอีกแล้วนะนี่

เห็นการออกหนังสือบ่อยๆ ของมูราคามิแล้ว บ้านเราก็มีคุณวินทร์กับคุณคุ่นนะคะ ที่ออกหนังสือบ่อยๆ ได้

อยากให้หนังสือไทยเรามีการแปลไปประเทศอื่นเยอะๆ จังน้อ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:40:08 น.  

 
...

ไม่เคยอ่านหนังสือของ มูราคามิ เลยครับ

ไว้จะลองหามาอ่านบ้าง...เริ่มจากเล่มไหนดีเอ่ย?



โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:01:28 น.  

 
พี่แป๊ด

วันที่ 11 เต้ยจะไปอิตาลีนะคะ มีไปโรม เนเปิล เวนิส มิลาน (แต่ไม่ได้ไปฟลอเรนซ์ง่า

อยากได้อะไรมั้ยคะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:34:35 น.  

 
มาบอกว่าอยากดู Match Point มากๆครับ
แต่ยังหาโอกาสไม่ได้ซะที
กลัวจะโดนขาใหญ่ที่กำลังจะมาดันออกไปซะก่อน(Da Vinci Code)


โดย: kimprite วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:55:28 น.  

 
ความเห็นนี้ไม่เหมาะกับคนยังไม่ได้อ่านคาฟกากับนอวีเจี้ยนวู้ดนะคะ เพราะอาจมีบางส่วนสปอยล์ค่ะ




ตามมาตอบจากบล็อกคุณปรีดาค่ะพี่



พี่แป๊ด คือ อย่างที่หนูบอกว่าหนังสือของมูราคามิเพี้ยนน่ะค่ะ

อย่างเช่นลูกมีอะไรกับแม่ (อะนะ ปมโอดิปุสน่ะ แต่หนูก็ว่ามันเพี้ยนอยู่ดีน่ะ มันผิดแปลกแยกไปจากภาวะปกติน่ะค่ะ แหะๆ) หรืออย่างกรณีชายหนุ่มที่มีอะไรกับหญิงสาวแก่กว่ามากๆ ซึ่งไม่เคยมีวี่แววมาก่อนเลยในนอวีเจี้ยนวู้ดน่ะพี่

หนูจะรู้สึกกับความเพี้ยนของมูราคามิมากๆ ก็เรื่องเซ็กส์ในหนังสือเค้าน่ะแหละค่ะ แหะๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:46:56 น.  

 
อ่านที่คุณกรัปป้าเขียนแนะนำแล้วโดนมากๆ ต้องรีบหามาอ่านในเร็ววัน
ขอบคุณที่แนะนำค่ะ


โดย: DropAtearInMyWineglass IP: 58.8.138.156 วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:25:13 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านงานของมูราคามิเลยครับ กริ่งเกรงว่าจะทนอ่านไม่จบเพราะเรื่องแกมันช่างเป็นตัวของตัวเองเกิน หยั่งเรื่องคาฟกาที่อ่านในบล้อกนี้ก็ยังเง็งๆเหมือนเดิม


โดย: คูต้าว IP: 203.151.111.142 วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:53:34 น.  

 
ชอบ

ชอบงานของฟรันซ์ คาฟคาเป็นทุนเดิม (แถมชอบเมตตามอร์ฟอซีสเหมือนตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องนี้อีกด้วย) เห็นชื่อหนังสือคาฟคาที่ชายหาดก็สะดุดตา

อ่านจบแล้วชอบมากกว่าทุกเรื่องของมูราคามิ


โดย: ศล วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:27:49 น.  

 
อยากอ่านมั่งอะ


โดย: นมัสเต วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:44:23 น.  

 
เข้ามาทีไรก็อยากตอกย้ำให้อ่านหนังสือทู๊กทีเลยค่ะ

สำหรับสูตรขนม แฮ่ๆ ต้องแอบหาแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าที่แปะเอาไว้ทำได้แต่ถ่ายรูปก่อนกินน่ะค่ะคุณกรัปป้า


โดย: JewNid วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:36:36 น.  

 
ซื้อมาแล้วค่า....(ฉบับ Eng นะ)
แหะแหะ...แต่จะได้อ่านเมื่อไหร่เนี่ย...ยังไม่รู้เลยอ่ะค่ะ


โดย: หวัน (หวันยิหวา ) วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:31:37 น.  

 
แมงปอฯเห็นใครๆก็ชอบหนังสือของคุณมูราคามินะคะ
ถ้ามีโอกาสคงจะต้องหามาอ่านซักเล่มแล้วค่ะ


โดย: แมงปอเฒ่าเจ้าค่ะ วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:26:54 น.  

 
วาว, ...


โดย: Crisis IP: 58.8.103.193 วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:51:13 น.  

 
ตั้งแต่วันที่ 3 แล้วน้องแป๊ด
มารอคิวเล่มอื่นค่ะ ความจริงเรื่องข้ามมิติแบบนี้ ลุงของป้ามดชอบนัก แต่ไม่รู้ว่าจะชอบของญี่ปุ่นมั่งไหม


โดย: ป้ามด วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:58:45 น.  

 
^
^ อัพใหม่แล้วค่ะป้ามด
แต่บล็อกอันนั้นมันเดี้ยง
(ด้วยฝีมือข้าพเจ้าเอง เล่นโค้ดจนบล็อกเดี้ยง แหะ แหะ ) เลยต้องเอาหน้านี่มาตั้งไว้ก่อน

วันสองวันนี้จะอัพใหม่แล้วค้า


โดย: grappa วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:03:23 น.  

 
แมงปอเลือกจุฬาอันดับหนึ่งค่า
ส่วนอันดับสองเลือก มธ
เฉลี่ยๆกันไป 555+


โดย: แมงปอววว* IP: 221.128.96.204 วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:37:19 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านตามที่เข้าไปแนะนำในบล็อคครับ แล้วจะแวะเข้ามาบ่อยๆนะครับ


โดย: poser (poser ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:54:27 น.  

 
โอยยย มีแต่คนเขียนถึงมูราคามิ ต้องรีบไปหามาอ่านซะแล้วเรา


โดย: ปรีดา (Aka Prita ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:49:20 น.  

 
เล่มนี้น่าอ่านครับ ดูเหนือจริงแบบที่คนตื้นๆอย่างผมน่าจะเข้าถึงได้


โดย: นายเบียร์ วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:48:46 น.  

 
..

ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มหนาๆมานานแล้วครับ T____T ไม่ค่อยมีเวลา บวกกับไม่ค่อยมีตังค์ (เอาไปดูหนังแทน แหะๆ)- -"

มาเก็บข้อมูลไว้ก่อนละกัน >__<

..


โดย: POGGHI วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:46:07 น.  

 
ชอบคำพูดของโอชิมะเหมือนกันครับ
ผมเคยอ่านการ์ตูนเรื่องหนึ่ง แล้วก็จำประโยคได้นิดหน่อย เขาบอกว่า...

ชีวิตคือปริศนา ผู้ที่ออกเดินทางค้นหาอาจจะพบกับความวิปลาศ แต่ผู้ที่ก้มหน้ายอมรับมันก็จะพบแต่ความพ่ายแพ้ตลอดกาล

จากการ์ตูนเรื่อง เพชฌฆาตไซบอร์ก "GUNNM : Last Order


โดย: @power วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:06:50 น.  

 
เคยตามอ่านมูราคามิอยู่พักใหญ่
เรียกว่าคลั่งไคล้เลยละมั้ง
แต่แล้ว พอมานั่งอ่าน นอร์วีเจียนวูด อย่างจริงๆ จังๆ
จิตตกไปหลายเพลา
รู้สึกหลอนๆ เหงาะๆ เศร้าๆ คว้างๆ บอกไม่ถูก
แฟนเลยยืนยันว่า เลิกอ่านเถอะ อ่านทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที
หลังจากนั้นก็เลยไม่กล้าแตะงานของมูราคามิอีกเลย

: )

พอมาอ่านที่คุณจขบ.บอกไว้ว่า
"เรื่องอื่นๆ มูราคามิ มักปล่อยให้ผู้อ่านเคว้งคว้างไปกับชะตากรรมของตัวละครในเรื่อง
แต่สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ ราวกับมูราคามิจะบอกกับผู้อ่านว่า ชีวิตมีทางออกอยู่เสมอ"

ก็เลยเริ่มมีความหวังกับนักเขียนท่านนี้อีกครั้ง
(ว่าจะไม่ต้องจิตตกอีก เพราะเป็นคนจิตอ่อนน่ะค่ะ - -'
อินง่าย คล้อยตามง่าย)
แล้วก็ประทับใจคำพูดของโอชิมะที่คุณจขบ.ยกมาเป็นพิเศษ
เลยรู้สึกอยากอ่านขึ้นมาตะหงิดๆ ซะแล้วค่ะ
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆ อย่างนี้นะคะ
: )



โดย: อูเคียว วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:52:16 น.  

 
ไม่เป็นไรครับพี่ รอฝนหน้าค่อยเข้ามาฟังก็ได้ครับ
ถ้าช่วงนี้ไม่ตกอีกผมจะดองให้ถึงหน้าฝนเลย


โดย: เซียวเปียกลี้ วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:19:01 น.  

 
ขอบคุณมากนะจ้ะที่แวะไปที่บล๊อคอินทรีทองคำจ้า
ชอบเพลงเหมือนกันเลยนิ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:24:58 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us
ขออภัยด้วย หน้าพี่ๆเหงื่อโทรมกายอยากให้เห็นแต่สิ่งที่สวยงาม
หนูคิดว่า พี่แกร๊ปไปแน่นอน คราวconcert เส้นใหญ่ ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร
โห..คราวนี้ เล่นมันส์ โคตรๆเลยพี่ สงสัยทิ้งทวน


โดย: erol วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:25:30 น.  

 
งานยุ่งมั๊ยค้าบบ
โบว์มึนตื้บบบ


...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน IP: 203.170.231.230 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:05:29 น.  

 
ครับ เพิ่งอ่านจบไปไม่นานเลย
เหมือนเช่นเคยครับ มูราคามิ สร้างมาตรฐานการเขียนที่เท่าเทียมเสมอ ตั้งแต่เล่มแรก
ผมไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลยในแต่ละเล่ม ก็คงเป็นความสุดยอดของเค้านั่นแหละครับ
เล่มนี้ก็รู้สึกว่าบางตอนมันเอื่อยๆไปหน่อย แต่ก็สนุกเหมือนทุกเรื่องที่อ่านจบไป
แล้วผมก็เพิ่งอ่านไตรภาคของมุสิกจบ
รู้สึกชอบ "ผม" กับมุสิกมาเลยล่ะครับ
คือรู้สึกได้ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของคนเราในสังคมปัจจุบันมีส่วนคล้ายคลึงกับคนสองคนนี้ เว้าแหว่ง ชินชา หรือแทบจะไร้ความรู้สึกในบางฉากตอนของชีวิต
(คือผมมีเพื่อนสนิทคนนึงน่ะครับ รู้สึกได้เลยจริงๆว่า เอ๊ย การมีเพื่อนแบบจริงจังเพียงคนเดียวบนโลกนี่มันเจ็บจริงๆ ทั้งๆที่คนบนโลกนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เรากลับยืดหยัดสู้กับความโหดร้ายด้วยความสัมพันธ์ที่น้อยลงทุกทีจากคนรอบข้าง นับจากจุดเริ่มต้นของยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟู)


โดย: มนุษย์ดาวแมวน้อย IP: 58.9.135.91 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:3:44:12 น.  

 
เพิ่งอ่านเล่มนี้จบไปไม่นาน ผมเองอาจไม่ถึงแฟนพันธุ์แท้ แต่ก็อ่านของ มูราคามิแล้ว เรื่องนี้เป็นเล่มที่ 8 ถ้านับไม่ผิด โดยส่วนตัวเล่มนี้ไม่ได้ด้อย อะไรเลย แต่ถือว่าชอบน้อยที่สุดในเรื่องของเขาที่ได้อ่านมาครับ


โดย: Untrue วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:8:59:24 น.  

 
คิดไม่ออกเลย คิดออกแล้ว


โดย: ภัทรวดี ศุภสุข IP: 125.26.122.112 วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:10:50:10 น.  

 
อยากอ่านบ้างน่ะครับ ขอซื้อต่อได้ไหมครับ


โดย: ก๊อง IP: 171.98.79.19 วันที่: 20 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:13:39 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,





New Comments
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.