+ + + ร้อนขนาดนี้ " แก้ผ้าอาบน้ำ" กันดีกว่า + + +





แก้ผ้าอาบน้ำ
ม.ย.ร มะลิ เขียน

สำนักพิมพ์วงกลม พิมพ์ครั้งที่ 1 (เปลี่ยนปก )
251 หน้า 190 บาท

ตั้งชื่อบล็อกเสียหวาดเสียว จะมีใครหลงมาร่วมแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันไหมนี่ ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ แก้ผ้าอาบน้ำที่ว่านี่คือ ชื่อหนังสือ ที่ว่าด้วยการแก้ผ้าอาบน้ำ ในโรงอาบน้ำสาธาระณะและไปอาบไกลถึง ประเทศญี่ปุ่นและตุรกีโน่น

นี่เป็นหนังสือเล่มแรกของม.ย.ร.มะลิ (คนเดียวกับที่เขียนโตเกียวอะโซบิ นั่นล่ะค่ะ) ผู้เขียนเล่าประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีธีมหลักอยู่ที่ "การอาบน้ำ" เธอบอกถึงที่มาของการอาบน้ำในที่สาธารณะของญี่ปุ่นไว้อย่างน่าสนใจ ผู้เขียนบอกว่าในสมัยเอโดะ ประเทศญี่ปุ่นยังการมีการแบ่งชั้นวรรณะ เช่นชนชั้นบุชิโด พ่อค้า ชาวนา ฯลฯ แต่ละชนชั้นจะเข้าใจวรรณะของกันและกันได้จากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ปรกติแล้วผู้คนที่มาจากต่างวรรณะกันจะไม่พูดจากัน ยกเว้นตอนที่ละจากวรรณะชั่วคราวก็คือตอนที่อยู่ในโรงอาบน้ำนี่เอง ในที่แห่งนั้นทุกคนจะถอดเสื้อผ้าและมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน ชาวนากับซามูไร ผู้ที่โดยปรกติไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกันในโรงอาบน้ำนี่เอง สังคมในโรงอาบน้ำเปรียบเสมือนโลกในอุดมคติ ที่ทุกคนมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน คนญึ่ปุ่นจับใจกับเรื่องนี้ จนมีคำพูดที่พูดกันบ่อยๆ ว่า "ความสัมพันธ์แบบเปลือยเปล่า" ซึ่งหมายถึงความจริงใจ การถอดยศฐาบรรดาศักดิ์ พอตกมาสมัยนี้การอาบน้ำรวมยังหมายถึง การอาบน้ำร่วมกับคนหมู่มากและการอาบน้ำรวมระหว่างพ่อ แม่ ลูกด้วย

ในหนังสือเล่มนี้ผู้เขียนยังเน้นถึงการอาบน้ำแร่ เพราะประเทศญี่ปุ่นมีภูเขาไฟมากมาย จึงมีบ่อน้ำแร่อยู่ถึงสองหมื่นกว่าแห่งทั่วประเทศ การอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน ในญี่ปุ่น จึงมีจุดมุ่งหมายถึงเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ

อ่านหนังสือเล่มนี้ไป ได้ความรู้สาระ ในเรื่องที่เรายังไม่เคยรู้ไป แถมยังได้อ่านประสบการณ์เขินอายของผูเขียนที่น่ารักดี คือผู้เขียนเคยลองอาบน้ำแต่ในห้องอาบน้ำสาธารณะ ที่เป็นโรงอาบน้ำหญิง แต่ยังไม่เคยกล้าอาบน้ำรวมในโรงอาบน้ำสาธารณะที่เป็นแบบอาบน้ำรวมแบบแยกหญิง-ชายสักที อ่านถึงตอนที่เธอกล้าๆ กลัว ว่าจะกล้าออกไปตรงส่วนอาบน้ำรวมในโรงอาบน้ำแห่งหนึ่ง แล้วต้องอมยิ้มในความเขินอายของเธอ

ถึงตรงนี้ผู้เขียนให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ เธอบอกว่าคนญึ่ปุ่นพึ่งมาต้องแยกโรงอาบน้ำออกเป็นหญิง-ชาย เมื่อหลังสงครามโลกเมื่อปี ค.ศ.1870 นี้เอง คนอเมริกันเข้ามาจัดการกฏระเบียบภายในประเทศ ห้ามมิให้ชาย-หญิงอาบน้ำรวมกัน ซึ่งเป็นที่อึดอัดแก่เจ้าของโรงอาบน้ำมาก เพราะต้องมีทุนรอนเพิ่มในการกั้นห้อง ผู้เขียนบอกว่า ตอนนี้ตามต่างจังหวัดของญี่ปุ่น ก็ยังโรงอาบน้ำสาธารณะที่ไม่แยกหญิง-ชายปรากฏอยู่ เอาเข้าจริงคนตะวันตกเองที่ ไม่เข้าใจขนบดั้งเดิม รวมไปถึงมุ่งแต่จะ "จัดระเบียบ" ในนามของ "พี่เบิ้ม" มากเกินไป แถมยังไม่เข้าใจปรัชญาของการ"เปลือยเปล่า" เสียจริงๆ

จขบ.เคยอ่านหนังสือ "จดหมายจากเกียวโต" ที่เขียนโดย
ฮิมิโตะ ณ เกียวโต เธอเคยเล่าประสบการณ์การอาบน้ำรวม เธอบอกว่าที่นี่ในโรงอาบน้ำ ทำให้เธอรู้สึกว่า หัวนมมีคุณค่าไม่ต่างกับหัวแม่เท้า คือเมื่อเปลื้องผ้า( ในโรงอาบน้ำ) อวัยวะชิ้นไหนก็มีคุณค่าเท่ากันหมด ไม่มีใครสนใจมองดู อวัยวะชิ้นไหนเป็นพิเศษ ช่างเป็นโลกในอุดมคติจริงๆ ต่างกับโลกยามที่เราสวมเสื้อผ้าอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างๆ มีคุณค่า "มีราคา" ด้วยกันทั้งสิ้น

หนังสือเล่มนี้เคยพิมพ์ครั้งแรก เมื่อปี 2546 โดยสำนักพิมพ์ Fullstop แต่นำมาเปลี่ยนปกใหม่โดยสำนักพิมพ์วงกลม ปกครั้งแรกคือปกนี้ค่ะ



Create Date : 09 พฤษภาคม 2549
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 15:44:00 น. 57 comments
Counter : 1852 Pageviews.

 
คุณ Grappa เขียนได้น่าอ่าน ได้ความรู้ดีครับ (แต่ไม่ได้ซื้อเสียทีเพราะมัวแต่บ้าเน็ต) แต่มาสะดุดกับ

"เธอบอกว่าคนญึ่ปุ่นพึ่งมาต้องแยกโรงอาบน้ำออกเป็นหญิง-ชาย เมื่อหลังสงครามโลกเมื่อปี ค.ศ.1870 นี้เอง"

จริง ๆ แล้วมันต้อง ค.ศ. 1970 ใช่ไหมครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:41:08 น.  

 
แก้ผ้าอาบน้ำร้อน

BirthdayDaddY_JaoJa


ส่วน erol ข้างล่างเป็นการชิงบัตร 20 ปีอัสนี วสันต์1ใบ


โดย: erol วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:45:55 น.  

 
จาร้อนหรือไม่ร้อนก้อต้องแก้ผ้าอาบอยู่แล้วคร้าบ..
แต่ถ้าร้อนมาก ๆ ก้อแก้ผ้านอน ประหยัดเสื้อผ้าไป 1 ชุด


โดย: 90210 วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:56:58 น.  

 
น่าสนใจมากๆค่ะ


โดย: prncess วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:17:53 น.  

 
ถ้าอยู่กลางแจ้งก็ต้องใส่เสื้อผ้าอยู่ดีอะจะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:25:04 น.  

 
ปกใหม่น่าเอ็นดูดีจัง ชักอยากไปแช่น้ำมั่งแล้ว

(ป.ล. บ่อที่น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน work มากๆ เลย แม้จะมิใช่บ่อรวม อิอิ)


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:26:20 น.  

 
น่าสนใจดีค่ะ รู้สึกว่าพอมีเรื่องแก้ผ้าแล้วมันน่าสนใจพิลึก


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:39:59 น.  

 
นึกว่าเขียนเรื่องความร้อนตอนนี้แล้วจะมาชวนแก้ผ้าอาบน้ำ

น่าสนใจอีกแล้วค่ะ
เอาไว้สอบเสร็จก่อนนะคะ



โดย: keyzer วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:55:54 น.  

 
สาระน่ารัก น่าสนใจค่ะ

...ปรัชญาชีวิต ของคาริล ยิบราล แปลโดย อ.ระวี ภาวิไล ..อ่านไว้นานแล้ว ค่ะ ชักเลือน ๆ จำได้ว่าต้องใส่ความพยายามอย่างสูงเพื่อทำความเข้าใจ..ไม่รู้ว่าได้ย่ออ่านไว้รึไม่..ค้น ๆอาจจะเจอ ?..
แต่ท้ายที่สุด ความเข้าใจง่ายทั้งมวล กลับตกผลึกจาก..พุทธธรรม ของเรา ค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปคุยด้วย นะคะ


โดย: samranjai วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:20:57 น.  

 
แล้วญี่ปุ่นในเมืองไทย เขามีห้องอาบน้ำแบบนี้มั่งไหมคะ


โดย: ป้ามด วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:24:48 น.  

 
พี่แป็ดครับ

ผมก็ชักคิดเหมือนพี่บาคนะครับ ที่ว่าน่าจะเป็นปี 1970 หลังสงครามโลกที่อเมริกาชนะ ยุคก่อนหน้านั้นอเมริกาไม่น่าจะเก่งกาจทำตัวเป็นพี่เบิ้มเยี่ยงวันนี้

ช่วงนี้ผมอ่านแต่นวนิยายครับ พึ่งอ่านซีรีย์ไมลอน โบลิทาร์ เรื่อง fade away (เรื่องไทยชื่อ เล่ห์) จบไป ก็สนุกดีครับ แต่น้อยกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย นึกว่าจะหักมุมได้สะจิตกว่านี้ อย่างไรก็ตามผมชอบหนังสือซีรีย์นี้ตรงที่พูดถึงวงการกีฬานี้แหละ ไม่ค่อยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับกีฬาเท่าไร แถมนี้เป็นกีฬากับนักสืบเสียด้วยสิ

เมื่อวานซืนอ่าน คินดะอิจิยอดนักสืบ เล่ม 5 (อยากอ่านเล่ม 4 จัง) มนต์เสน่ห์ของตำนานน่ากลัวแฝงอยู่ในทุกบรรทัด กลายเป็นจุดเด่นของนวนิยายซีรีย์นี้ อ่านแล้วชวนขนลุกนะครับ พี่แป็ดอยากลองเปลี่ยนอารมณ์ก็ลองดูนะครับ

ไม่น่าเชื่อว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาผมอ่านนวนิยายวันละเล่ม โอ้ว!!! พระเจ้าถ้าทำวิทยานิพนธ์ขยันแบบนี้ได้ก็คงดีสิ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:31:48 น.  

 
.. เล่มนี้ เพิ่งมีเพื่อนแนะนำให้อ่าน .. โอเช หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง ..

.. เวลาไปเดินร้านหนังสือ จะได้หยิบถูกเล่ม


โดย: แม่มดพันปี วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:35:33 น.  

 
เป็นอีกเล่มที่อยากอ่านแต่ยังไม่ได้ซื้อค่ะ (ติดใจตั้งแต่โตเกียวอะโซบิแล้วล่ะค่ะ)

เอ..แต่ถ้า 1970 มันก็แค่ปี 2513 เองนะคะ ช่วงนั้นมีสงครามอะไรฤา?

ตกลงอยากได้อะไรจากอิตาลีมั้ยคะพี่?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:59:36 น.  

 
ผมเดาว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อะครับ เพราะอเมริกาก็ควบคุมญี่ปุ่นอยู่นานเหมือนกัน

ที่ว่ามานี้เดาล้วน ๆ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:01:07 น.  

 
ไม่แก้ผ้าได้ปะค่ะ จาทำมิวสิค อิอิ



โดย: นางฟ้าตกสะพาน วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:08:38 น.  

 
คิดเหมือนสาวไกด์อ่ะค่ะ
ถ้า 1970 มันไม่นานมานี้เอง
อย่างไรก็ตามจะเช็คกับสำนักพิมพ์ให้ค่ะ

ส่วนเรื่องอิตาลีไปตอบที่บล็อกแล้วจ้า


โดย: grappa วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:21:52 น.  

 
เล่มนี้ น่าสนใจจังครับ

(เอาไว้ไปอ่านเวล แก้ผ้า อาบน้ำ 5555 )


โดย: กุมภีน วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:54:50 น.  

 
ตอนแรกนึกว่าเจ้าของบล็อกจะชวนไปแก้ผ้าอาบน้ำด้วย เกือยบตกปากรับคำแล้วเชียว แต่อ่านไปแล้วเริ่มอยากได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครองแทนครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:00:59 น.  

 
เล่มนี้ไม่ได้อ่านค่า จริงๆ อยากลองไปออนเซ็นหรือเซ็นโตเหมือนกัน แต่เขิลลล


โดย: foneko (fonkoon ) วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:29:16 น.  

 


ยามเมื่อฟ้าสดใส
และทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย
ชีวิตก็จะดำเนินไปตามวิถีทางของมัน
จงคว้าจับวันนี้ไว้ให้ดี
เพื่อว่าเราจะเข้าสู่จุดหมายได้เร็วขึ้น
เพราะพรุ่งนี้จะดูแลตัวของมันเอง


โดย: คนเดินดินฯ วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:17:00 น.  

 
มาบอกความโก๊ะของตัวเอง

อัพบล็อกแต่ไม่ได้ตั้งเป็นหน้าแรก เชยมั่กๆ

เพิ่งเห็นว่าเพื่อนๆ ไปตอบบล็อกเก่ากันจนจะสองร้อยเม้นท์แล้ว


อ้าว..เหรอคะ ฟลอเรนซ์เครื่องเขียนสวยๆ เหรอ แหม..รู้แล้วน้ำลายหกง่ะ อยากได้มั่งง่ะ แต่ไม่ได้แวะอะค่ะ งือออ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:20:43 น.  

 
แค่ชื่อเรื่องก้อน่าอ่านจังนะค่ะ


โดย: asariss วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:45:08 น.  

 
น่าสนใจนะค่ะ เพราะเคยลองถามเพื่อนบล็อกที่อยู่ญี่ปุ่นก็เล่ามาเหมือนกันว่าได้อารมณ์แบบไหน ... เทียบกับทางนี้ก็คงเหมือนกับห้องซาวน่า ซึ่งไม่ค่อยมีใครสนใจกันเท่าไหร่เวลาต้องเปลื้องหรือว่านุ่งน้อยห่มน้อย

คนข้างๆ เคยเล่าเรื่องนู้ดบีชที่นี่เหมือนกัน ก็คิดว่าอยากไปเห็นนะ แต่ว่าเค้าบอกว่าจะให้ดีก็ต้องไปแก้ผ้าด้วยถึงจะถือว่าเป็นการเคารพคนและสถานที่ ฟังแล้วเปลี่ยนใจเลยค่ะ เพราะว่ายังไงก็ยังไม่อยากเปิดร่างอวบอั๋นสู่สายตาประชาชี ตัวเองยังทำใจไม่ได้เลยค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:09:50 น.  

 
1945 สงครามโลกครั้งที่สอง
1950 สงครามเกาหลี
1970 สงครามเวียดนาม


โดย: นพดล เวชสวัสดิ์ IP: 58.8.99.226 วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:07:16 น.  

 
^
^ ขอบคุณค้า
คุณนพดลเลยมาตอบข้อกังขาให้เสียเอง


โดย: grappa วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:54:14 น.  

 
เห็นแล้วอยากไปอาบน้ำให้หายร้อนเลยค่ะ
ขนาดตอนเช้ายังร้อนมั่กๆ ^^'


โบว์ได้หยุดวันศุกร์วันเดียวค่า^^...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:06:33 น.  

 
ตกลงช่วงสงครามเวียดนาม

ง่า..แล้วทำไมมามีอิทธิพลต่อญี่ปุ่นด้วยอ้ะ?


หรือติดมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่อปี ๔๕ ที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามอะคะ? (ยาวนาน ๔๕ ปีเลยฤา?)

งง โง่ประวัติศาสตร์จริงๆ เลยเรา


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:53:17 น.  

 
^
^ เท่าๆ ที่ทบทวนความทรงจำคร่าวๆ อเมริกาพยายามเข้าไปมีบทบาทในประเทศต่างๆ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
กรณีญี่ปุ่น ยิ่งชัดเจน เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศแพ้สงคราม อเมริกาอยู่ฝ่ายพันธมิตร ประเทศชนะสงครามเลยถือโอกาสเข้าไปจัดระเบียบประเทศแพ้สงคราม

แต่ที่สงสัยคือว่า ปี 1970 คือสงครามเวียดนาม ซึ่งคราวนี้อเมริกาแพ้ หลังปี 1970 อิทธิพลอเมริกันในภูมิภาคเอเชียน่าจะค่อยๆ แผ่วๆ ลงไปแล้ว

ส่วนปี 1870 ที่สงสัยว่าคือปีอะไร ได้ส่งข้อมูลต่อให้สำนักพิมพ์แล้วค่ะ เขากำลังสืบค้นข้อมูลให้อยู่


โดย: grappa วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:14:56 น.  

 
รอคำตอบนะครับพี่ว่าปี 1870 อเมริกาไปทำอะไรที่ญี่ปุ่นหนอ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:28:56 น.  

 
คิดแบบคนไทย โดยส่วนตัวคิดว่า
การแยกโรงอาบน้ำชาย-หญิง
น่าจะเป็นการสะดวกใจกว่าการอาบรวม

แต่ก็เข้าใจนะคะว่าสิ่งที่เป็นมาแต่เดิม
นั่นคือปรัชญาชีวิตอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น
ที่อาจมีความหมายไปถึงการละวางทุกสิ่ง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชนชั้น ยศถาบรรดาศักดิ์ ฯลฯ

น่าสนใจดีค่ะ ขอบคุณคุณ grappa สำหรับการแนะนำ
หนังสือน่าอ่านนะคะ สนใจเรื่อง turkish bath ด้วยค่ะ  


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:47:34 น.  

 
ผมกำลังไปญี่ปุ่นพอดี ...แล้วต้องไปลองมั่ง ... ว่าจะเป็นไงครับ


โดย: POL_US วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:45:43 น.  

 
บรรณาธิการสำนักพิมพ์วงกลม
ส่งอีเมล์มาตอบคำถาม เรื่องปี 1870 ตามข้อสังเกตุของคุณ Johann sebastian Bach (คอมเม้นท์แรก ) บรรณาธิการแนบข้อความของ ม.ย.ร.มะลิ มาตามนี้ค่ะ

ถึงผู้อ่านที่กรุณาช่วยสังเกตและชี้แนะ

ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างสูงค่ะ เป็นความผิดพลาดของผู้เขียนเองค่ะ
เกิดจากการสับสน ในบทบาทของชาวอเมริกันต่อประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งมีสองช่วงใหญ่ๆค่ะ

ที่จริงเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

แต่เป็นช่วงปี 1853 ที่สหรัฐส่งกองรบเรือเข้ามากดดันให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ ในช่วงนั้นญี่ปุ่นถูกคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกอย่างหนัก ในที่สุดก็นำไปสู่การฟื้นฟูระบอบจักรพรรดิ และรับเอาอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามาแบบสุดๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นเปลี่ยนชื่อเมืองจาก เอโดะเป็นโตเกียว(1868),ยกเลิกชนชั้นซามูไร(1872)

และการตั้งกฎ ‘ห้ามชายหญิงอาบน้ำร่วมกัน’ ก็เกิดขึ้นในปี 1870 สืบเนื่องจากกระแสดังกล่าวด้วย

ผู้เขียนรู้สึกเสียใจ และต้องขออภัยอย่างสูงต่อข้อมูลที่ผิดพลาดค่ะ
คราวหน้าจะพยายามระวังและตรวจข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้

ขอบพระคุณมากที่กรุณาช่วยชี้แนะมาค่ะ

ม.ย.ร.มะลิ


โดย: grappa วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:39:38 น.  

 
^
^
^
โอเคค่ะ เข้าใจแล้น

ขอบคุณที่ไปบอกข่าวกันนะคะพี่


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:32:54 น.  

 
อยากให้เมืองไทยมียังงี้มั่งจัง


โดย: ปรีดา (Aka Prita ) วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:12:52 น.  

 
หน้าปกของหนังสือน่ารักเชียวครับ
เเต่พออ่านที่คุณ grap เขียนเเล้ว
อีกอารมณ์หนึ่งเลย ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ

ชอบตรงที่คุณ grap พูดถึงสังคม
ในโรงอาบน้ำที่เป็นโลกอุดมคติครับ
ชีวิตมนุษย์สุดท้ายก็มีเสรีภาพเท่าเทียมกัน
ไม่มีใครเหนือกว่าใคร หนีความตายกันไม่พ้นทุกคน


โดย: Dark Secret วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:56:01 น.  

 
โอ้... แค่เหไ็นปกหนังสือก็อยากอ่านเสียแล้วอ่ะค่ะ


โดย: Mocha Macchiato วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:0:08:14 น.  

 
ว่าแล้ว...ก็อยากแก้ผ้า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
โดดลงคลอง


เป็นผมก็คงเขิน เหมือนกันแหละครับ
แต่ คุณเธอมะกัน แกก็ขาจัดระเบียบดีจัง คุ้น ๆ ว่าเดี๋ยวนี้จะลุกลามเข้ามาในบ้านเราแล้ว เปิดทีวีมาก็เจอหมอกศีลธรรมบังรูปแวนโก๊ะห์ ซะงั้น
"ไม่เข้าใจศิลปะกันเลยจริง ๆ"
เหมือนกับที่ พวกมะกัน "ไม่เข้าใจปรัชญาการเปลือยเปล่าอย่างเท่าเทียมกัน"

(บ่น-บ่น)


โดย: ShadowServant วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:54:45 น.  

 
บัดดี้ยินดีมาแก้ผ้าอาบน้ำด้วย 555


โดย: อ้วนดำปื๊ดปื๊อ วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:15:32 น.  

 
MyGlitterRomance.com - Glitter Graphics, Glitter Love, MySpace Graphics, MySpace Codes, MySpace layouts, Doll Codes, Glitter Words


โดย: erol วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:59:31 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณกรัปป้า
มาบล็อกคุณกรัปป้าทีไร ได้หนังสือดีๆ ที่ต้องเก็บไว้ในลิสต์หนังสืออยากอ่านจัง... เสมอๆ เลยค่ะ

รวมถึงเล่มนี้ด้วยค่ะ

อ่านรีวิวของคุณกรัปป้าได้ความรุ้เพิ่มมากมายขนาดนี้
หากได้อ่านเต็มๆ เล่มหนังสือ คงได้ประโยชน์และความรู้มหาศาลเชียวค่ะ

ขอบคุณคุณกรัปป้ามากๆ ค่ะ


โดย: มัชฌิมา วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:10:23 น.  

 
แหม่ ว่าจะทักท้วงแล้วเชียว ช้าไปหน่อย จิ๊

โอ่ะ กำลังบอกว่าผมเคยเห็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ออกแบบได้เจ๋งมาก กลับเป็นหนังสือเล่มเดียวกันพิมพ์ครั้งแรกนี่เอง 555 ผมชอบพิมพ์ครั้งแรกนะ ทั้งปกทั้งกระดาษ และรูปแบบข้างใน ไม่รุ้ว่าพิมพ์ครั้งใหม่ยังคงรูปแบบเดิมอยุ่รึป่าว (แต่ผมไม่ได้ซื้อนะ เพราะเรื่องมันเฉพาะเจาะจงมาก ถ้าไม่สนใจเลยไม่ซื้อน่ะ)

อ่อ แล้วไม่เห้นพูดถึงการอาบน้ำแบบตุรกีเลย ว่ามันต่างกันรึป่าวน่ะ



โดย: คูต้าว IP: 58.136.198.109 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:23:53 น.  

 
ขอบคุณที่ไขความกระจ่างครับ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:28:14 น.  

 
ขอบคุณมากเลยจ้า สำหรับคำอวยพร อะนะ
ขอให้คุณ grappa ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานเช่นกันนะจ้ะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:31:30 น.  

 
เห็นภาพประกอบ หนังสือ น่ารักจัง

กลับจากเมืองไทยคราวที่แล้ว หอบการ์ตูน ญี่ปุ่น ซึ่งเก็บสะสมมานานเป็นเวลา ๒๐ ปี มาด้วย


โดย: grosse_erwartungen IP: 85.2.112.156 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:32:26 น.  

 
เคยเปิดอ่านผ่านๆ เหมือนกันค่ะเล่มนี้

น่ารักดี


โดย: นมัสเต วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:41:56 น.  

 
Image Hosted by ImageShack.us


โดย: erol วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:37:16 น.  

 
ปกสวย...จัง
ปกแรก..........สวยกว่า
..
..
ส่วนเล่ม จม.จากโตเกียว งานเขียนคุณ ฮิมิโตะ (คำผกา) นี่สนุกดีครับ ผมเป็นผู้ชาย แต่ชอบอ่าน เธอแรงดี55


โดย: แร้ไฟ วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:2:46:54 น.  

 
1870 เป็นสมัย The Last Samurai พี่ทอม ครู๊ส นี่เอง อิอิ หนังสือน่าอ่านมากเลยค่ะ


โดย: ปอมปอมเกิร์ล วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:30:08 น.  

 
เคยอ่านงานอีกเล่มของพี่ มยร. มะลิกุล
ชอบ เขียนหนังสือสนุกดี

ออนเซ็น ออนเซ็น อยากไป


โดย: ยีน IP: 203.118.74.223 วันที่: 18 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:49:03 น.  

 
ไปอาบน้ำรวมกันเขินตายเลยค่ะ
แต่อยากอ่านเล่มนี้จัง ชอบงานเขียนทุกอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น ไม่รู้ทำไม (สงสัยว่าได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนญี่ปุ่นอ่ะค่ะ แหะๆ)


โดย: ยอดมนุษย์หญิง IP: 86.143.200.101 วันที่: 18 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:18:34 น.  

 
พี่grappaที่รัก (จะเรียกชื่อเล่นจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะเปิดเผยหรือเปล่า)
มาบอกว่าแอบอ่านblogอยู่นานแล้ว ฮิฮิ แขกเคยเห็นพี่โพสต์หน้าปกหนังสือเมนูปรารถนาไว้ในบล็อค ตอนนี้หาเท่าไรก็หาไม่เจอ ว่าจะส่งหน้าปกไปให้เพื่อนดูค่ะ anyway แวะมาทักทายอย่างเป้นทางการในฐานะแฟนผู้ติดตามอย่างเหนียวแน่นด้วย
คิดถึงค่ะ


โดย: แขก IP: 220.47.184.33 วันที่: 18 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:21:09 น.  

 
พี่ขา

ตั้งก๊ะเกิดมา...





























หนูยังไม่เคยใส่เสื้อผ้าอาบน้ำเลยค่ะ


อิอิ




โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:07:21 น.  

 
ผมมีเล่มพิมพ์ครั้งแรก สีม่วงนะครับ เป็นหนังสือขนาดเล็กกระทัดรัด ออกแบบสวย เนื้อหาน่าอ่าน ชอบมากครับ


โดย: ป้อจาย วันที่: 24 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:52:49 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนกันค่ะ

เรื่องอื่นๆอ่านแล้วก็สนุกดีนะคะ ^^


โดย: KoPoK IP: 61.47.97.213 วันที่: 30 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:52:34 น.  

 
การแก้ผ้าอาบน้ำมันก็น่าหนุกแต่ว่ามันอายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆๆ


โดย: เด็กใต้ IP: 58.147.29.218 วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:18:38:28 น.  

 
อ่านแล้วรักญี่ปุ่นขึ้นมากเลย


โดย: หญิงจ๊ะ IP: 203.113.61.103 วันที่: 15 ตุลาคม 2550 เวลา:1:15:33 น.  

 
เรื่องแก้ผ้าอาบน้ำเป็นเรื่องธรรมดา
เค้าก่ะเพื่อนสนิท4คนแก้ผ้าอาบน้ำรวมกันบ่อยๆไม่เห็นจ่ะแปลกเลยเพศเดียวกานนิอายไร หนังสือน่านกน่ะน่าอ่านดี่เดียวค่อยซื้อ


โดย: 1234 IP: 203.113.71.167 วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:13:57:13 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,





New Comments
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.