<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
8 ธันวาคม 2552

- - - - - เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง-ฮารูกิ มูราคามิ ความเรียงที่ทำให้เราร้องไห้ - - - - -



ดิฉันพบว่าการเขียนถึงหนังสือที่เราชอบมากๆ หรือ"อิน" มากๆ ช่างทำได้ยากเย็น จริงๆ ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หนังสือเล่มนี้ออกใหม่ๆ ไม่นับว่าเคยอ่านฉบับภาษาอังกฤษไปแล้วครึ่งเล่มก็วาง หลังจากรู้ว่าคุณนพดลกำลังแปลหนังสือเล่มนี้อยู่-รออ่านภาษาไทยอย่างใจจดจ่อ

อ่านฉบับภาษาไทยไปได้แค่บทแรกก็วางอีก ไม่ใช่เพราะหนังสือมันไม่สนุก ตรงกันข้ามหนังสือเล่มนี้เข้าไปนั่งกลางใจดิฉันตั้งแต่บทแรก จำได้ว่าอ่านบทแรกในรถไฟฟ้าใต้ดิน (กำลังจะไปเปิดบู้ทในงานหนังสือเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา) อ่านจนรถไฟฟ้าใต้ดินเลยป้ายศูนย์ประชุมสิริกิติ์ เลยไปป้ายบางซือ ป้ายสุดท้าย ดิฉันนั่งน้ำตาซึมอยู่ในรถไฟฟ้าใต้ดินป้ายสุดท้าย ป้ายที่ทุกคนกำลังเดินออกจากรถไฟฟ้า มีดิฉันนั่งนิ่ง น้ำตาซึมอยู่คนเดียว ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้เลย (อายคนก็อายนะ นั่งร้องไห้ในรถไฟฟ้าใต้ดิน)

มันไม่ได้ร้องไห้เพราะความเศร้า แต่มันปิติเหมือนเราเจอเพื่อนที่ตอบคำถามบางอย่างให้เราได้ ตอนเดินออกมาจากรถไฟฟ้าใต้ดิน ดิฉันบอกตัวเองว่า มูราคามิ ยังคิดแบบนี้เลยนะเว้ย คิดแบบที่เราคิด มูราคามิผู้ยิ่งใหญ่ยังคิดแบบนี้ มูราคามิยังตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วเราล่ะ เราผู้เป็นคนธรรมดาจะพลุ่งพล่านกับตัวเองไปทำไม

อย่างที่มูราคามิบอกหนังสือเล่มนี้

" หนังสือเล่มนี้พูดถึงการวิ่ง หาใช่สารนิพนธ์ว่าด้วยการฝึกร่างกายให้แข็งแกร่ง ผมไม่พยายามจะสอนสั่งว่า ' ลุกขึ้นมาได้แล้ว ทุกคนเลย ออกไปวิ่งทุกเช้าเพื่อสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ' ไม่เลยครับ หนังสือเล่มนี้รวบรวมความคิดที่การวิ่งให้ความหมายต่อผมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เป็นแต่เพียงหนังสือที่ผมวิเคราะห์ครุ่นคิดเรื่องที่อยู่ในหัว และคิดออกมาดังๆ "

และนี่เป็นแค่หนึ่งในหลายตอนที่ดิฉันชอบมากจากหนังสือเล่มนี้

"เมื่อผมแก่ตัวมากขึ้น ผมค่อยตระหนักได้ว่า ความเจ็บปวดและบาดแผลเช่นนี้ เป็นส่วนสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ ลองคิดดูเป็นเพราะเราแตกต่างจากผู้อื่น เราจึงสร้างตัวตนเราขึ้นมาได้ ยกผมเป็นตัวอย่างก็ได้ ผมมีความสามารถคว้าจับบางส่วนในฉากชีวิตที่คนอื่นทำไม่ได้ สัมผัสรับรู้ได้แตกต่างจากผู้อื่นและเลือกใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมือนผู้อื่น ...ผมก็คือผมไม่มีใครอื่นที่เป็นสินทรัพย์ทรงค่าสำหรับผม แผลบาดลึกเชิงอารมณ์เป็นราคาที่คนเราต้องต้องจ่ายชำระ เพียงเพื่อจะเป็นตัวของตัวเอง

ดิฉันคาดเดาเอาเองว่า (และอาจะผิดก็ได้) คนหนุ่มสาวอาจจะไม่ชอบหนังสือเล่มนี้เท่าใดนัก คงไม่เท่า "ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย "ซึ่งเป็นเรื่องของช่วงชีวิตวัยหนุ่มสาว และเล่มนั้นมูราคามิผสานชีวิตของเขาเข้ากับจินตนาการเขียนเป็นนวนิยาย

แต่เกร็ดความคิดบนก้าววิ่งอันนี้เป็นความเรียง เป็นการเฝ้าครุ่นคิดถึงชีวิตช่วงวัยที่เรียกว่าเลยวัยหนุ่มมาแล้ว เป็นช่วงชีวิตที่ไม่ใช่ช่วงวัยแสวงหา มูราคามิเลยจุดนั้นมานานนักแล้ว แต่เป็นช่วงชีวิตที่รู้ว่าความสำคัญสูงสุดในชีวิตคืออะไร และจะดำเนินชีวิตไปได้อย่างไรในยุคศตวรรษ 21 แห่งนี้

กล่าวอย่างง่าย จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้บอกเล่าปรัชญาการใช้ชีวิตของมูราคาก็ได้ แต่มันก็เล่าถึงชีวิตทางกายภาพของเขาด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนามธรรมๆ หนังสือเล่มนี้ยังบอกว่ามูราคามิฝึกร่างกายให้ทนทานต่อการวิ่งระยะไกลอย่างไร นอกจากจะเคยลงแข่งวิ่งมาราธอนแล้ว มูราคามิยังเคยลงแข่งไตรกรีฑาด้วย

และอย่างที่คุณนพดลบอกไว้ในคำนำ

"...ในเล่มนี้ได้อ่านชีวิตมูราคามิ และวิธีการเติมพลังให้แกร่งเพื่อที่ได้ทำงานที่ตนเองรัก-เขียนนิยายสืบไป"
มองในแง่หนึ่ง เรารู้จักทำนองชีวิตของยอดนักเขียนผู้นี้ได้ดีขึ้น ชื่นชมต่อการต่อสู้อันเงียบงันที่ไม่ได้ประกาศให้โลกรับทราบ..."

ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองไหม ดิฉันรู้สึกว่าคุณนพดลคือมูราคามิ มีสำนวนภาษาที่ไม่มีใครเทียบได้ ตอนอ่านภาษาไทยในชั้นแรกๆ ดิฉันไม่ชอบคำว่า "ทัณฑ์ทรมาน" แต่หลังจากครุ่นคิดไปสักพัก ดิฉันว่ามันใช่เลย Suffering คือ ทัณฑ์ทรมาน

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบดิฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้มูราคามิอีกนิดนึง ได้รู้จักนักเขียนคนโปรดมากขึ้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น ดิฉันพบแล้วว่า คราใดที่ดิฉันพลุ่งพล่าน ฉุนเฉียวกับชีวิตของตัวเอง ดิฉันจะคุยกับใคร ดิฉันควรจะอ่านหนังสือเล่มไหน

และดิฉันก็บอกตัวเองได้ว่า ไม่ว่าจะยากลำบากหรือท้อแท้ขึ้นมาเมื่อใด สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือ ทำงานของเราต่อไป เหมือนที่มูราคามิบอกดิฉันครั้งแล้วครั้งเล่าในหนังสือเล่มนี้

ป.ล. ตอนที่ชอบมากอีกตอนคือ ตอนที่มูราคามิพูดถึงมิก แจ๊กเกอร์ในบทแรก ลองไปหาอ่านกันดูนะคะ


Create Date : 08 ธันวาคม 2552
Last Update : 23 สิงหาคม 2557 18:35:01 น. 27 comments
Counter : 2128 Pageviews.  

 
ผมชอบประโยคที่ว่า "ความเหนื่อยล้าเป็นเพียงสถานะปกติ" อะครับพี่


โดย: เอ๋ IP: 118.173.99.116 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:02:55 น.  

 
หนังสือเล่มนี้ขายดีมากที่ร้าน ตอนเงินเดือนออกหนูกำลังจะซื้อ แต่หนังสือก็หมดพอดี เลยยังไม่ได้อ่าน
ตอนนี้สั่งเพิ่มไปแล้ว รออ่านด้วยใจจดจ่อค่ะ ยิ่งอ่านที่พี่แป๊ดเขียนที่นี่
ยิ่งอยากอ่านมากขึ้นอีก


โดย: บลาสต์ IP: 124.121.229.22 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:03:11 น.  

 
พี่แป๊ดถึงกับอ่านไปน้ำตาซึมไปจนป้ายสุดท้ายเลย ตัวอักษรของลุงมูนี่สุดยอดจริงๆ

อป.ก็เขียนถึงหนังสือที่รักมากไม่ได้เหมือนกันค่ะ ไม่รู้ทำไม มันบรรยายความรู้สึกตัวเองได้ไม่หมด

หนังสือที่อ่านแล้วร้องโฮท่ามกลางสาธารณชน(พูดเกินไป..จริงๆแอบเอาหน้าซุกหนังสือแล้วกระซิกๆเงียบๆ)ของอป.ที่จำได้ก็มี the color purple น่ะค่ะ อ่านที่มหาลัยพอดี..โฮก

"ไม่ว่าจะยากลำบากหรือท้อแท้ขึ้นมาเมื่อใด สิ่งหนึ่งที่เราทำได้คือ ทำงานของเราต่อไป เหมือนที่มูราคามิบอกดิฉันครั้งแล้วครั้งเล่าในหนังสือเล่มนี้" เติมพลังให้ฮึดสู้หลังวันหยุดค่ะ^^



โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:08:59 น.  

 
^
^ พี่ยังจำความรู้สึกตอนนั่งนิ่งในรถไฟฟ้าบางซื่อได้เลย คือในรถแทบจะไม่มีคนแล้วน่ะ ออกไปนอกรถในสถานีก็ไ้ม่ค่อยมีคนมีแต่เรากับน้ำตาซึมๆ T-T

color purple เศร้าโคตร พี่ดูหนังจำได้ว่าเศร้ามาก




โดย: grappa วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:15:22 น.  

 
พี่แป๊ดเขียนแบบทิ้งไว้ให้สงสัยมากๆ เลยพี่--ว่ามันอะไรยังไง 555
ผมยังไม่ได้อ่านเล่มนี้เลยครับ
คงต้องเก็บความสงสัยอันนี้เอาไว้จนกว่าจะมีโอากาสได้อ่านเอง :)


โดย: จี้ IP: 124.120.145.136 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:43:23 น.  

 
^
^
^
ตั้งใจนะจี้ เล่าหมด ก็ไม่หนุกสิ

อ่านเองกันเถิด หนังสือดีๆ แบบนี้

แล้วอีกอย่างพี่ก็ไม่ค่อยชอบบอกคนเท่าไรนักว่า มันดียังไง ความดีไ่ม่ดี นี่มันแล้วแต่คนนะ

แต่ความชอบไม่ชอบนี่บอกกันได้


โดย: grappa IP: 58.9.190.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:50:26 น.  

 
ด้วยวัยที่อ่อนเยาว์กว่า (ฮ่า) แต่อยู่ในช่วงพ้นการแสวงหา เริ่มเข้าสู้เส้นทางที่เลือกเองแล้ว หนูอ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกมีกำลังใจที่จริงๆ แล้วกระบวนการ "สร้างและรักษาตัวตน" จนสามารถสร้างผลงานออกมาได้ ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เพียงแค่มีความเพียรพยายาม มีความสม่ำเสมอมุ่งมั่น เกิดจากการทำงานหนัก ต่อสู้กับตัวเองมากกว่าต่อสู้กับคนอื่น

ส่วนภาวะหลัง "มีตัวตน" ที่พี่ว่า อาจจะต้องรออีกสักพัก แล้วจะหยิบมาอ่านอีกรอบ


โดย: มิว IP: 122.172.6.171 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:10:55:19 น.  

 
ได้มาจากสุรวงศ์บุ๊คเชียงใหม่
อ่านแล้วได้เห็นทางที่เค้าผ่านมา ไม่ได้เห็นแค่ยอดเขาที่ไปถึง จริงใจดีที่เค้ายอมบอก อ่านสร้างเสริมกำลังใจ ว่าแล้วกลับไปเขียนเรื่องของตัวเองต่อดีกว่า อิอิ


โดย: nongentle IP: 58.9.34.146 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:05:44 น.  

 
พี่แป๊ดครับ ไม่ผิดหวังที่รออ่านเลยครับพี่ ผม เปิดบล็อคพี่รอแต่เช้าเลยครับ
ผม รู้สึกเหมือนพี่ทุกประการเลยครับ
และก็ดีใจมากที่มีคนรู้สึกเหมือน ผม ที่ว่า คุณนพดล คือ มูราคามิ สำนวนที่ไม่มีใครเทียบเคียง (ผม ชมผ่านเมลลและบอร์ดกำมะหยี่หลายครั้งครับ แต่คุณนพดล ก็ยกเครดิตให้เฮียมูเหมือนเดิมครับ) ...

ปล.ระหว่างรอบล็อคพี่ บล็อคก็เสร็จเรียบร้อยครับ //mycodenamev.blogspot.com/ เรื่องแรก ก็เป็นเรื่องเดียวกับของพี่เลยครับ ว่างว่างแวะไปเยี่ยมบ้างนะครับ


โดย: VICTOR IP: 58.137.141.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:31:47 น.  

 
ต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว


โดย: alienboon IP: 124.120.165.248 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:43:02 น.  

 
จากที่อ่านบล้อก
ถ้าหนูได้อ่านหนังสือเล่มนี้
หนูคิดว่าหนูน่าจะชอบเล่มนี้มากกว่าด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย

^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:11:43:55 น.  

 
ตอนแรกผมรอซื้อเพื่อจะอ่านแบบพรวดเดียว แต่พอนั่งอ่านไปหน้าหนึ่งก็รู้ว่าไม่ได้การละ อย่างนี้มันต้องอ่านช้าๆ !

ป.ล.เห็นด้วยว่าคุณนพดลแปลเหมาะมากจริงๆครับ


โดย: omega IP: 61.90.8.61 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:12:36:20 น.  

 
พี่แป๊ดรู้สึกไปเองครับ

ผมเป็นเพียงผู้โดยสาร
ทำหน้าที่เพียงแค่ถ่ายทอดเรื่องราวที่มูราคามิเขียน

เรื่องสั้นสามเล่มที่พี่แป๊ดเป็นแม่งานอยู่ ก็ถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ของคนเขียนออกมาได้เช่นกัน

น้ำตาพี่แป๊ดในรถใต้ดิน เป็นน้ำตาของพี่แป๊ดเองที่เพื่อนเก่า-มูราคามิแอบมากระซิบข้างหูปักเข้ากลางใจ


โดย: นพดล IP: 110.164.116.175 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:45:23 น.  

 
จำได้ว่าตอนอ่านเล่มนี้แบบสดๆ
เชียงใหม่ฝนกำลังปรอยลงมา บรรยากาศไม่น่าย้ายตัวไปไหนไกลพ้นชายคา

แต่เกิดรู้สึกอยากผูกเชือกรองเท้าแล้วพุ่งออกจากบ้านเลยพี่แป๊ด...
ตัวหนังสือของเฮียมูแกมีของ 55


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 67.210.103.122, 67.210.103.122 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:49:28 น.  

 
^^

กรี๊ดดดดด คุณนพดล


อันล่างนี้เป็นความคิดของเพื่อนคนนึงในเฟชบุ้ค เอามาใส่ไว้ด้วย

...
ร้องเหมือนกันนะพี่ น้ำตาไหล ไม่ได้ร้องเพราะความโศกเศร้าหรืออะไร แต่เพราะปีติตื้นตันมากกว่า ในความพยายามต่าง ๆ นานาของเขา แล้วผมก็ชอบตรงที่เขาวิ่งในลักษณะจิตว่าง คือ วิ่งไปว่างไป ร้อนก็ว่าร้อน หนาวก็ว่าหนาว อะไรอย่างนั้น "I run in order to acquire a void." อ่านแล้วนับถือยิ่งขึ้นไปอีก- Nat Luenthaisong


โดย: grappa IP: 58.9.190.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:50:22 น.  

 
อุ๊ย เพิ่งเห็นข้างบนว่าคุณนพมา... สวัสดีค่ะ


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 67.210.103.122, 67.210.103.122 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:14:51:09 น.  

 
เส้นแสงผมยังอ่านไปได้ประมาณกึ่งนึงเองครับ TT

ทึกทักเอาว่าตัวเองเป็นคนหนุ่มสาว (ไม่ต้องทึกทักหรอก เพราะยังเป็นอยู่น่ะ) แต่อ่านจากที่พี่แป๊ดมาถ่ายทอดให้ฟัง พบว่ามันอาจปรับมาใช้ได้ทุกวัยเลย ถึงแม้สภาพแวดล้อมอาจต่างกัน แต่จริงๆแล้วเส้นทางการใช้ชีวิตก็ไม่น่าผิดแผกไปจากกันเท่าไร

ผมยังเข้าไปไม่ถึง มุราคามิ ครับ แต่ปีหน้าผมจะได้พิสูจน์มัน ในฐานะทากหนังคนหนึ่งจากเรื่อง Norwegian Wood พี่แป๊ดว่ามันจะออกมาดีไหม


โดย: BloodyMonday วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:15:12:14 น.  

 
hero ผม มาแล้วววว
.
.
นั่งแอบดูบล็อคพี่ทั้งวัน
โชคดีสองต่อครับบบบ


โดย: victor IP: 58.137.141.11 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:16:07:26 น.  

 
ฝนยังอ่านไม่จบเลย เพราะเรียนหนักจริงๆ
กว่าจะทำการบ้านเสร็จก็เที่ยงคืนแล้ว -_-"
เป็นเล่มโปรดอีกเล่มนึงเลยค่ะ
อยากให้ทุกคนได้อ่านค่ะ ^^


โดย: fonkoon วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:16:30:23 น.  

 
สาวกเยอะจริงๆ นะ ว่าที่นักเขียนรางวัลโนเบลคนนี้
ยังไม่ได้อ่านผลงานของเขาเสียที


โดย: คนขับช้า IP: 115.67.237.173 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:18:07:20 น.  

 
เมื่อเล่มนี้สิ้นสุดลง ผมรู้สึกเหมือนนั่งบนริมทางเท้านานมากแล้ว พอเงยหน้าขึ้นมาอีกหน เหมือนไม่มีใครอยู่อีกแล้ว ทั้งถนนที่แล้วมา หรือ ถนนต่อจากนี้ไป

สิ่งที่รู้สึกต่อจากนั้น คือ ควรลุกขึ้นเสียที


โดย: กาแฟสอง วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:19:35:44 น.  

 
ผมเหมือนคุณบลัดดี้ครับ คือยังเข้าไม่ถึง (ต่างกันตรงที่ผมอ่านเส้นแสงฯจบแล้ว) ผมอาจจะยังไม่เจอเรื่องของมุราคามิที่จะรู้สึกคลิกกับมันก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ถอดใจที่จะศึกษานะ เดี๋ยวจะลองกับเล่มนี้ดูอีกครั้ง เพราะพี่แป๊ดเขียนถึงซะน่าอ่านเลย ^ ^


โดย: แฟนผมฯ IP: 112.142.208.61 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:21:11:10 น.  

 
อ่า..อ่านแล้วรู้สึกว่า..หนูอาจจะขอแลกที่ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเอง ถ้ามันจะไม่ต้องพบความเจ็บปวดค่ะ เหอๆ

แต่เรื่องนี้ยังไงก็ต้องซื้อเก็บตามประสาสาวกมูราฯ หละค่ะ แล้วได้อ่านเมื่อไหร่จะมาคุยที่บล็อกพี่อีกทีนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:12:33:52 น.  

 
เล่มนี้อ่านจบคืนที่ได้มาเลยครับ ความรู้สึกคือ มันเป็น mixed feelingปนๆกัน ระหว่างความรู้สึกนับถือในตัวแก กับ เฉยๆในงานเล่มนี้..

ปล.ดีใจด้วยครับที่ค้นพบหนังสือคู่กาย ผมก็มีอยู่2-3เล่ม ไว้พูดคุยด้วยเวลาไม่ค่อยสบายใจ ^^


โดย: tent IP: 124.121.159.80 วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:8:20:13 น.  

 
ฮือ อยากร้องไห้ด้วยค่ะ


โดย: kajui IP: 124.122.186.248 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:14:36:22 น.  

 
ทำเพิ่มอีกบล็อคครับพี่แป๊ด แวะไปเยี่ยมบ้างนะครับ


โดย: i.am.Victor วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:22:10:16 น.  

 
เราพลาดอะไรไปเนี่ย........


โดย: ~เสียงของความเงียบ~ IP: 192.168.0.40, 113.53.73.212 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:33:25 น.  

Valentine's Month


 
grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




New Comments
[Add grappa's blog to your web]