- - - - - - - - ( นิยายรัก ) ฤดูร้อน และ รอยเท้าบนผืนทราย โรมานซ์แบบกนกพงศ์ - - - - - - -





สารภาพว่าเพิ่งเห็นหนังสือของนักเขียนคนโปรดเล่มนี้เป็นครั้งแรกที่บล็อกของ คนชายขอบ จริงๆ หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่งานหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์เมื่อเดือนตุลาคม พอเห็นก็ร้องเฮ้ยทันที หนังสือเล่มใหม่ของกนกพงศ์ วันรุ่งขึ้นรีบไปร้านหนังสือ พอดีไปธุระแถวสยามเลยเดินหาหนังสือกนกพงศ์ ไล่มาตั้งแต่ร้ายนายอินทร์ มาบุญครอง ( พนักงานบอกว่ามีแต่รายชื่อในคอมพิวเตอร์ ไม่มีหนังสือ) เลยเดินมาร้านนายอินทร์ที่สยามพารากอน พนักงานบอกว่ามีในคอมพิวเตอร์อยู่สามเล่ม ในร้านไม่มีหนังสือ และในคอมพิวเตอร์เองก็ไม่ได้ปรากฎว่ามีการซื้อหนังสือเล่มนี้ออกไป พนักงานบอกว่าน่าจะสั่งไปแล้ว แต่ทางสายส่งไม่ได้ส่งหนังสือมา เลยมีแต่รายชื่อหนังสือ เดินไปที่ร้านคิโนคุนิยะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันกับร้านนายอินทร์ พนักงานคิโนคุนิยะบอกว่าหมดแล้วครับ ตัดสินโทรถามเจ้าของบล็อกคนชายขอบว่าซื้อหนังสือเล่มใหม่ของกนกพงศ์ที่ไหน เธอบอกว่าน่าจะเป็นร้านนายอินทร์สาขาทองหล่อ (ร้านนี้มักมีหนังสือที่เราหาไม่เจอในร้านอื่น) เลยคิดได้ว่าร้านหนังสือเดินทาง ที่ใกล้บ้านเราต้องมีแน่ๆ กลับบ้านก่อนดีกว่าค่อยเดินไปซื้อที่ร้านเดินทางพรุ่งนี้

แต่คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วลองเดินไปร้านซีเอ็ดที่ชั้นสาม สยามเซ็นเตอร์เสียหน่อย รู้สึกว่าคาใจทำไมเราหาหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ (นี่ขนาดว่ากนกพงศ์เคยได้รางวัลซีไรท์แล้วนะ ทำไมหนังสือเขาหายากเย็นอย่างงี้ ) เดินตรงไปบอกพนักงานที่เคาน์เตอร์ พนักงานขายก็ตรงรี่ไปที่ชั้นหนังสือโรมานซ์เลย หาให้อยู่ประมาณสิบห้านาที มันถูกซุกเอาสันเข้าอยู่ในชั้นหนังสือประเภทโรมานซ์ ตอนจ่ายเงินเลยบอกน้องเค้าไปว่า อย่าเอาหนังสือเล่มนี้ไปอยู่ที่ชั้นโรมานซ์เลย มันไม่ใช่หนังสือโรมานซ์ ( หารู้ไม่ว่าดิชั้นคิดผิด) เอาไว้ตรงชั้นหนังสือใหม่ด้านหน้าๆ เลย เดินกลับออกมา นึกในใจว่าเอาเถอะอย่างน้อยตอนนี้เราก็ได้หนังสือกนกพงศ์กลับบ้านแล้ว ถึงแม้นจะต้องฝ่าดงกองทัพหนังสือความสุขของกะทิและทไวไลท์ทั้งสามสี่ภ่าค เข้าไปให้ได้ก่อน ( ช่วงนี้เวลาเข้าร้านหนังสือทุกร้าน หนังสือที่จะต้องเจอแน่ๆ แบบไม่ต้องคอยมองหาคือสองเล่มที่กล่าวมา)

พออ่าน "( นิยายรัก ) ฤดูร้อน และ รอยเท้าบนผืนทราย " ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เล่มนี้จบก็พบว่า อ้าวนี่มัน เรื่องรักโรมานซ์นี่ แต่มันก็เป็นโรมานซ์แบบกนกพงศ์ ยังคงมีฉากของบ้านของเขาที่ตีนเขาหลวง นครศรีธรรมราช มีตัวละครและบรรยากาศของป่าฝนครบครัน แต่คราวนี้กนกพงศ์ลงรายละเอียดของหมู่บ้านอย่างละเอียดยิบ ครบจนเราได้กลื่นป่าฝน และเมฆชื้นๆ ที่ห่อหุ้มหมู่บ้านของเขาไว้

หนังสือเล่มนี้เป็น "ต้นร่าง" ของนวนิยายสองเรื่องของเขา แน่นอนมันจึงไม่ใช่นิยายที่ถูกเขียนจบจบ ประกอบไปด้วยเรื่อง (นิยายรัก) ฤดูร้อน และเรื่อง รอยเท้าบนผืนทราย เรื่องแรกเขาทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว ( ในความหมายของนักท่องเที่ยวจริง) เข้าไปพักในรีสอร์ตเล็กๆ ของหมู่บ้านที่ไม่ได้มีชื่อเสียงนักตีนเขาหลวง และมีเค้าลางว่าเขา ( ตัวละครเอกในเรื่อง) กำลังหลงรัก หญิงสาวผู้ดูแลรีสอร์ตอันนั้น แต่นิยายเรื่องนี้มันยังไม่จบ เราเลยยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร

ความไม่จบของนิยายเรื่องนี้ ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการเสพย์ลดลง มันยังคงเคี่ยวเข้มด้วยรายละเอียดของหมู่บ้าน และด้วยสายตาอันเล็กยิบ โฟกัสเข้าไปในรายละเอียดของต้นไม้ ดอกไม้ และสถานที่ต่างๆ ของหมู่บ้านในภาคใต้ จนคนใต้อย่างดิฉันอ่านแล้วก็ได้แต่สะท้อนใจ ถ้าเขาอายุไม่สั้น คนใต้จะได้นักบันทึกประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านที่เด็มไปด้วยลีลาของวรรณกรรมชั้นดี มันน่าเสียดายแค่ไหนที่เราต้องเสียนักเขียนดีๆ ไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้

อีกเรื่องคือ "รอยเท้าบนผืนทราย" สั้นกว่าและเข้าใจว่ายังไม่จบเหมือนกัน แต่มันเป็นเหมือนบันทึกชีวิตประจำวันจริงๆ ของนักเขียนหนุ่มที่ลงไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านเล็ก ๆ กับคนรัก ทั้งคู่ทำงานศิลปะ ฝ่ายชายเขียนหนังสือ ฝ่ายหญิงละทิ้งงานแบงก์จากภาคเหนือมาเป็นศิลปินที่กรุงเทพ และในที่สุดก็ตัดสินใจไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านที่ภาคใต้กับนักเขียนหนุ่ม ( หญิงสาวของเขาเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้ทั้งคู่ลงไปใช้ชีวิตเงียบสงบที่หมู่บ้าน ) อ่านเรื่องนี้ไปก็รู้สึกเหมือนกับอ่านบันทึกชีวิตประจำวัน การทำงานเขียน การใช้ชีวิต ( รวมถึงเรื่องเซ็กซ์) กับหญิงสาวของเขาจริงๆ

พออ่านนิยายสองเล่มนี้จนมาถึงหน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ดิฉันอยากกลับไปบอกพนักงานขายที่ร้านซีเอ็ดคนนั้นว่า น้องเข้าใจถูกแล้วแหล่ะที่เอาหนังสือเล่มนี้ไปไว้ที่หนังสือประเภทโรมาซ์

แตคนอ่านอาจต้องเข้าใจหน่อยว่า มันเป็นโรมานซ์แบบกนกพงศ์
อยากรู้ว่าโรมานซ์ของนักเขียนรางวัลซีไรท์ เป็นแบบไหน
ตรงไปร้านหนังสือเล้ย






Create Date : 22 มกราคม 2552
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 13:22:45 น. 36 comments
Counter : 931 Pageviews.

 
สวัสดีอีกรอบค่ะพี่ เพิ่งเห็นว่าไปเม้นท์บล็อกหนูด้วย

ใช่ค่ะ โลว์คอร์ส บางทีก็ไม่ได้โลว์เสมอไป

แต่ถ้าจองเป็นจริงๆ ก็ได้ราคาโลว์จริงๆ แต่ต้องมืออาชีพหน่อย รู้วิธีจองน่ะค่ะ (หนูก็พยายามศึกษาอยู่ แหะๆ)


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:9:41:52 น.  

 

เคยเจอ ไร้เลือด เล่มที่คาดเหลืองว่าไม่ใช่หนังสือเด็กวางคู่หนังสือเด็ก ยังพอทนไหว ไม่นานนี้เจอเล่มไหนจำไม่ได้ บนหัวหนังสือเขียนว่าหนังสือนี้ไม่ใช่หนังสือเด็กหรือวรรณกรรมเยาวชน เพราะมีเนื้อหารุนแรง เปิดดูเนื้อหาสมกับที่เตือนไว้ และมันก็อยู่ชั้นเดียวกับหนังสือเด็กจนได้ อันนี้ทนไม่ไหว เรียกพนักงานมาดูที่หัวหนังสือ เขาก็เข้าใจ สรุปว่าเมื่อเราเป็นสมาชิกร้านแล้วเราสวมบทเป็น shelf inspector ด้วยนะพี่

พยายามคิดแง่ดีว่ากองยอดนิยม (ซึ่งชักเบื่อเหมือนกัน) ที่พี่ต้องฝ่าเข้าไปเป็นอีกแนวการเสริมสร้างการอ่าน


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:10:15:44 น.  

 
^
^ เห็นด้วยทั้งสองประเด็นเลยคร้าบ
พอเห็นหนังสือยอดนิยมที่ว่าในร้านเยอะๆ อย่างน้อยหนังก็กระตุ้นให้คนอ่านหนังสือล่ะนา

วันก่อนไปเอเชีย บุ้ค เจอสาวน้อยซื้อทไวไลท์ภาคภาษาอังกฤษ 4 เล่มยกชุด ( เซ็ตปกสีดำ สวยดี )

ได้แต่ตะลึง หนังมันมีผลต่อการอ่านจริงๆ
โอ้


โดย: grappa วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:10:58:03 น.  

 
เคยอยากได้เล่มนี้มาครอบครองเหมือน
กันค่ะพี่แป๊ด แต่ก็กลัวความไม่จบ
ของเรื่องราวจะทำให้ตูนตาค้าง
และหัวใจค้าง

แต่ถ้าพี่แป๊ดโอเค
ตูนขอกลับไปคิดดูอีกทีดีกว่า


โดย: ปณาลี วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:12:20:53 น.  

 
ออนทัวร์ร้านหนังสือกลางห้างสนุกมั๊ยพี่ ฮ่าๆ..

เล่มนี้ซื้อที่เชียงใหม่ตอนต้นปี และมันก็ยังคงอยู่ที่เชียงใหม่เหมือนเดิม(ลืม)

พูดถึงบล็อคคนชายขอบ วันนั้นเข้าไปอ่านเห็นว่า ช่อการะเกด ออกเล่มใหม่แล้ว(เล่มเก่ายังอ่านไม่ถึงครึ่ง)

เมื่อวันก่อน ค้นๆตู้หนังสือหยิบเอา โลกหนังสือ ฉบับเรื่องสั้น "วันเวลาที่ผ่านเลย" มาอ่าน(มันคือ เล่มแรกที่ประดับช่อใช่มั๊ยพี่ ถ้าจำไม่ผิด) ลองเปรียบเทียบแบบคร่าวๆ ใครว่านักเขียนรุ่นใหม่ไม่เก่ง ผมว่าพัฒนาขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะ (แต่ทำไมตัวเองเหมือนย่ำอยู่กับที่ก็ไม่รู้ ฮ่วย!!)


โดย: Tentty วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:13:07:54 น.  

 
ระดับความโรมานซ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
อืม...

เป็นความสุขใจเล็กๆ
หากได้ค้นพบหนังสือที่ตามหา
จากร้านที่คาดไม่ถึง

แฟนนุ้ยเคยนั่งรถเมล์ไปลาดพร้าว
ทั้งที่ชีวิตวนเวียนอยู่แค่เยาวราช สยาม
เพื่อไปตามหาหนังสือแค่เล่มเดียว
เขาบอกว่าก็สนุกดี ฟังเขาเล่ามันก็สนุกดี

- - - - - - -
เรื่องหนังสือน้องนุ้ย
ขอบคุณนะคะ เขาคงดีใจ

หนุ่ม เคยวาดรูปประกอบงานเขียน
คุณญามิลาในอะเดย์
แต่ตอนนี้คอลัมน์ โดนยุบแล้ว
ไม่รู้เคยผ่านตาบ้างมั๊ยคะ

ส่วนลายเส้นแบบสถาปนิกเนี่ย
ข้อดีก็มีนะคะ แต่บ้างครั้งก็สถาปนิกไป
จำได้ว่า ตอนเด็กๆหนุ่มก็จะมีเส้นวาดรูปอีกแบบ
พอเขาผ่านการเป็นสถาปนิกแล้ว
เส้นก็เป็นแบบนี้ แม้กระทั่งลายมือก็เป็นลายมือสถาปนิก

แอบหวังว่า แก่ขึ้นแล้วจะสถาปนิกน้อยลง




โดย: Evil is Live วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:15:42:24 น.  

 


เอาดอกไม้มงคลมาฝากคร้า...

“ว่าน...สี่ทิศ”ออกดอกเมื่อไรมีโชคลาภแน่นอน...

ป้าหู้มาแสดงความยินดีด้วยนะจ๊ะกะผลโหวตน่ะจ่ะ...



โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:18:09:17 น.  

 
เล่มนี้ผมไม่ได้ซื้อตอนที่เห็นก็เพราะรู้สึกแปลกๆว่ามันเขียนไม่จบนี่แหละครับ

เคยมีประสบการณ์ตามล่าหาหนังสือแบบนี้เหมือนกัน ตอนนั้นเกิดขึ้นกับ ดีไซน์ คัลเจอร์ (เพราะมันหมดแล้วหมดอีกทุกร้าน สุดท้ายไปได้ที่ศูนย์หนังสือมศว ประสานมิตร) และ 8 1/2 ริคเตอร์ (ไปได้ที่ดอกหญ้า สยาม ซุกอยู่ชั้นล่างสุดของชั้นและหันสันออก เล่มก็บางซะ) แต่ก็มีความสุขดีนะครับหาหนังสือแบบนี้ แล้วผมก็ไม่ชอบถามพนง.ด้วย ชอบหาเอง

ป.ล. แอนเป็นเพื่อนที่ไปอยู่อังกฤษ และมิได้เป็นอะไรกันครับ น้องเค้าแซวเล่น :)


โดย: เอกเช้า IP: 165.89.84.90 วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:18:26:22 น.  

 
คงเป็นเพราะว่าอ่านหนังสือไม่เยอะ ไม่ได้หลากหลาย
เลยได้ยินแต่ชื่อของกนกพงศ์ค่ะพี่ แต่ว่ายังไม่เคย
ได้หยิบงานเค้าเอามาอ่านเลย น่าลองนะคะแต่ว่า
ถ้านอกจากเล่มนี้มีเล่มไหนแนะนำว่าน่าอ่านแบบ
ลองเชิงเป็นเล่มแรกไม๊ค่ะพี่ เผื่อว่าจะได้หามาอ่านบ้าง
เรียกว่าถ้าชอบจะได้ตามอ่านอีกสำหรับเรื่องอื่นๆ น่ะคะ


โดย: JewNid วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:21:19:58 น.  

 
มาเยี่ยมชมจ้าพี่


โดย: คุณพรี่ IP: 124.121.28.25 วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:22:08:41 น.  

 
ผมมีหนังสือของคุณกนกพงศ์ในครอบครองแค่เรื่อง จดหมายจากนักเขียนหนุ่ม เรื่องเดียวครับ ผมว่าแกเป็นคนเขียนเก็บรายละเอียดได้ดีมากๆ แต่ความมุ่งมั่นจนดูเหมือนหมกมุ่นในการเป็นนักเขียนที่ดีของแกเป็นสิ่งที่ผมเข้าไม่ถึงจริงๆ...



โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:22:48:13 น.  

 
ู^
^
เราชอบเล่มนี้เหมือนกันคุณโอ๊ต



โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:22:55:08 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:22:59:29 น.  

 
ตกลงมันหายากเพราะขายดี หรือไม่ค่อยมีคนสั่งมาวางขายกันแน่เนี่ย

อ่านแล้วนับถือความอุตสาหะในการหาหนังสือมากเลย พี่


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:23:00:22 น.  

 

ผมว่ายังไงก็น่าจะหาง่ายกว่า คิมคีด็อค แหละครับ 5555 ตอนนี้แม้แต่สันหนังสือยังไม่เห็น

ว่าแล้วกระผมยังไม่ได้อ่าน กนกพงศ์ ที่ยืมมาจากคุณพี่เลย T__T


โดย: merveillesxx วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:1:42:46 น.  

 
ทุ่มเทจริงๆค่ะ
เป็นหนูนะ คงสั่งร้านไว้แล้วบอกว่ามาแล้วโทรฯตามด้วย -_-"


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:1:45:54 น.  

 
สวัสดีปีใหม่จีนครับพี่แป๊ด

ได้อ่านเรื่องราวของคุณ กนกพงศ์ในหนังสือ อันเดอร์กราวด์บูเลนติน

แต่ยังไม่เคยอ่านงานของคุณ กนกพงศ์อย่างจริงจังเลย

พี่ทำให้ผมอยากอ่าน ^^









โดย: lolay IP: 58.9.207.6 วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:2:21:37 น.  

 
^
^ เด๋วจัดเซ็ตไปให้ยืมเลย

- เอกเช้า
อย่าประมาทพนักงานร้านหนังสือนะ พนักงานร้านบีทูเอส เคยหา "อเมริกากำเนิดอดัม" ของ เคิร์ต วอนเนกัต ให้พี่ได้มาแล้ว พี่ว่ามันเป็นหนังสือหายากเล่มหนึ่งทีเดียว (ถ้าไม่ไปหาที่บู้ทของ สนพ.ในช่วงงานหนังสือนะ )

- merveillesxx

คิมคีด็อกพี่ยังเห็นอย่างชัดเจนตั้งหลายร้าน

- เต้นท์

วันเวลาที่ผ่านเลยดีมากเลยนะ ช่อการะเกดเล่มใหม่ว่าจะไปเปิดๆ ดูเหมือนกัน

- ตอบรวมๆ
ความสุขของการค้นหาหนังสือน่ะ (แล้วเจอ) ยิ่งโดยเฉพาะหนังสือที่เราอยากอ่านมากๆ พอเจอแล้วโหย หายเหนื่อย ยากกว่าที่ตามหาร้านหนังสือกลางห้างแบบทีี่เขียนข้างบน ก็เคยมาแล้ว


โดย: grappa IP: 58.9.196.239 วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:9:04:39 น.  

 
^
^
เึคยเป็นนะ ช่วงอ่าน starpics ใหม่ๆ 55+
ต่างจังหวัดหนังสือไปช้า แล้วไปไม่ทั่วด้วย
การหาเจอจะเป็นอะไรที่หายเหนื่อยมาก
จำได้ว่าตอนนั้นที่มันแถมแฟ้ม harry potter เพื่อนฝากซื้อกันใหญ่เลย (มอต้นน่ะ)

พอมาอยู่กรุงเทพ โมเมนต์แบบนี้ก็หายไปละ
เปลี่ยนเป็นไปหาดีวีดีหนังแทน 555555


โดย: nanoguy IP: 125.24.102.48 วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:11:31:40 น.  

 

ทไวไลท์ก็ดีนะ สนุกๆ พ่อแม่ที่ต้องการลูกสาวประพฤติพรหมจรรย์แบบเซียวเล่งนึ่ง ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องติดเรทด้วย ไม่มีส่วนไหนให้เจียน-ตัดเฉือน

อีกข้อ เนื่องจากนางเอกอ่าน wuthering heights หวังลึกๆ ว่าจะมีคนอ่านทไวไลท์ตามไปอ่าน wuthering heights ด้วย


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 23 มกราคม 2552 เวลา:16:54:05 น.  

 
ขอบคุณที่ตามไปอ่านครับพี่
แล้วที่พักของพี่อยู่แถวไหนอะครับถ้าไปอีกจะลองไปนอนมุ้งบ้าง

ส่วนตอนใหม่มาแล้วค้าบ(อ่านเวลาว่างๆ นะพี่เพราะคราวนี้ไม่เกี่ยวกับการเที่ยวเลยเกี่ยวกับชะตากรรมของตัวเองล้วนๆ)


โดย: พรเก้าประการ วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:2:01:05 น.  

 
อ่านดูแล้วน่าสนใจ
ตรงที่เขียนไม่จบ

แปลกดีนะคะ

ยินดีกับผลโหวตด้วยนะคะ
ยังคงเป็นบล็อกที่มีเสน่ห์
ด้านนี้จริงๆ


โดย: prncess วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:23:56:59 น.  

 

ล่าสุดอาทิตย์ก่อน เห็นที่คิโนะ เล่มเรื่องวิ่งๆของลุงมุ ปกแข็งนั่นล่ะพี่ คงไม่ลดมากกว่านี้แล้วล่ะ


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 26 มกราคม 2552 เวลา:9:36:56 น.  

 
ซื้อหนังสือของคุณกนกพงศ์มา เพราะว่าพี่แป็ดแนะนำนี่แหละ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ แหะๆ

แต่เรื่องนี้ถ้ามีคงอ่านก่อนเล่มอื่น เพราะว่าชอบอะไรโรมานซ์ ฮ่าๆ


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:1:48:57 น.  

 
โอ้วว เขียนซะอยากอ่านฟรีเลย

เมื่อวานไปร้านหนังสือ แต่คิดไม่ออกว่าจะหยิบอะไรดี สุดท้ายเลยกลับมานั่งอ่านแฮรี่พอตเตอร์เล่มเก่า


โดย: strawberry machine gun วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:7:17:23 น.  

 
พายุรัก มรสุมชีวิต ของประชาคม ลุนาขัยก็โรมานซ์นะพี่ โรมานซ์แบบเปิดเรื่องมามืดหม่นมาก แต่ปิดเรื่อง หนูขอกรี๊ดดดด (เชียร์ๆๆๆ)


โดย: strawberry machine gun วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:7:19:01 น.  

 
ผมพยายามมองหนังสือที่ขายดีทั้งหลายอยู่นะครับ

ว่าอยากให้ช่วยขยับขยายพื้นที่ทางการอ่านให้มากขึ้นไปอีก (เช่นดึงคนไม่อ่านมาอ่านบ้าง)

ก็คือหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น



โดย: พอกลอน ซาเสียง IP: 203.146.136.113 วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:13:09:36 น.  

 
ปีที่ผ่านมาได้ตั้งใจอ่านงานของกนกพงศ์ 2 เล่มค่ะ อ่าน "แผ่นดินอื่น" 1 รอบ อ่าน "หุบเขาฝนโปรยไพร" ซ้ำไปซ้ำมา ถึงตอนนี้น่าจะมากกว่า 5 รอบแล้ว ชอบเล่มนี้มาก

แอบคิดไปเองเป็นจริงเป็นจังว่าเขาน่าจะเป็นหนึ่งในสุดยอดนักเขียนร่วมสมัยของโลกคนหนึ่ง อ่านหุบเขาฝนโปรยไพรแล้วทึ่งสุดจะทึ่ง ทึ่งกับพลังงานและความรักความลุ่มหลงที่เขาทุ่มเทให้ตัวหนังสือ โดยส่วนตัวคิดว่าคนที่ทำขนาดนี้นี่มันใกล้เคียงคนบ้าแล้ววว แต่ก็เป็นความบ้าที่ขับเคลื่อนด้วยความรักใน "การงานแห่งชีวิต" อ่านแล้วอึ้งมากๆ

อีกเล่มที่พยายามอ่านอยู่ด้วยความเหนื่อยยากคือ เงาสีขาว ของแดนอรัญ แสงทอง เป็นหนังสือที่รีดพลังงานทุกหยดจากคนอ่าน เรียกร้องมากกว่ามูราคามิหลายสิบเท่า อ่านแล้วเหนื่อยยิ่งกว่าออกไปวิ่ง 100 เมตร ไม่รู้จะอ่านจบเมื่อไหร่

อยากอ่านเล่มนี้ด้วย ชอบเวลาเค้าบรรยายถึงหมู่บ้านตีนเขาหลวง เหมือนจะได้กลิ่นดินกลิ่นฝนขึ้นมาทันที มองเห็นสวนยางสวนมังคุดเป็นเรื่องเป็นราว พอดีว่าพ่อแม่เป็นคนใต้ ตอนเด็กๆ ปิดเทอมจะไปอยู่กับป้า บ้านย่าทำสวนยาง มันห่างไกลมามากแล้ว แต่กนกพงศ์ทำให้บรรยากาศแบบนั้นสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้งในความทรงจำ

สวนยางมืดๆ ทึบๆ น้ำยางสีขาวข้น เครื่องรีดยาง ขี้ยาง ตอนเด็กก็เคยดูหนังตะลุง โนราแบบสดๆ คงเพราะมีประสบการณ์ร่วมเลยอินมากเป็นพิเศษ 555

ว่าแล้วก็เสียดายที่กนกพงศ์อายุสั้น ไม่อย่างนั้น Marquez ก็ Marquez เถอะน่ะ

ป.ล.เป็นบล็อกที่มีเสน่ห์เสมอจริงๆ อ่านแล้วครั่นเนื้อครั่นตัว อยากไปหาเล่มที่พี่แป๊ดรีวิวมาอ่านทันทีทันใด


โดย: iwalktheline IP: 124.120.135.180 วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:7:07:13 น.  

 
ไม่ค่อยจะโรแมนติกอ่านแล้วจะโรแมนติกขึ้นไหมค่ะพี่ อ่ะอันนี้ต้องลองหรือเปล่านา


โดย: Special Ed. วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:7:22:00 น.  

 
เห็นด้วยกับ iwalktheline ล้านเปอร์เซ็นต์ ( แหงสิ 555)


โดย: grappa IP: 58.9.189.71 วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:9:00:34 น.  

 
พี่ก็กะว่าจาไปเหมือนกันอะน้อง


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:9:02:16 น.  

 
สวัสดีครับคุณ grappa ^^ มีหนังสือที่น่าสนใจมาแนะนำกันอีกเช่นเคย

ด้วยความอ่อนด้อยในโลกวรรณกรรม ทำให้เราไม่รู้จักชื่อของคุณกนกพงศ์มาก่อน (จะโดนเหล่ไหมเนี่ย ฮ๋าๆๆ) แต่ถ้ามีโอกาสเข้าร้านหนังสือ (จุดประสงค์หลักคือไปยืนอ่านนิตยสารฟรี แหะๆๆ) แล้วเจอปกหนังสือเล่มนี้ ก็ว่าจะตัดสินใจควักเงินซื้อมาอ่านเหมือนกันนะครับ ^^


โดย: BloodyMonday วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:22:29:29 น.  

 
เพิ่งเคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้ของกนกพงศ์เหมือนกันครับ


โดย: ปรีดา IP: 125.24.153.51 วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:23:22:56 น.  

 
บอกตามตรงว่าไม่เคยอ่านงานเขา หรือว่าจะเคยอ่านแล้วไม่ได้ติดใจหรือเปล่าไม่ทราบได้ค่ะ

แต่ก็ขอบอกตามตรงว่าอ่านบล็อกนี้แล้ว ทำให้สนใจอยากหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านบ้างค่ะ


โดย: cottonbook วันที่: 30 มกราคม 2552 เวลา:23:05:33 น.  

 
อิอิ วันนี้แค่อยากบอกว่าร้านเล่าเขาเชิญคุณสฤณี มาพูด วันอาทิตย์นี้

ผมละตื่นเต้น


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 31 มกราคม 2552 เวลา:12:38:09 น.  

 
วันนี้ไปจะซื้อมาอ่านค่ะ

ขอบคุณนะคะ


โดย: เช้านี้ยังมีเธอ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:00:43 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




,





New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add grappa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.