100 วันดอนัลด์ ทรัมพ์ หาเสียงง่ายแต่ทำได้ยาก หลังวันที่ 28 เมษายนอาจมี Government Shutdown คืออะไร ?



วันที่ 29 เมษายน 2017 ก็จะครบรอบ 100 วันการบริหารงานของรัฐบาลดอนัลด์ ทรัมพ์ มองง่ายๆดูเหมือนว่าสหรัฐอเมริกาจะมีปัญหาเพิ่มมากกว่าการแก้ปัญหา เริ่มจากการถูกประท้วงตั้งแต่วันทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งจนถึงปัจจุบันก็ยังมีการเดินขบวนประท้วง สิ่งที่ทรัมพ์หาเสียงไว้พอจะนำมาปฏิบัติจริงก็ถูกต่อต้านในสภาคองเกรสดังเช่น โอบามาแคร์และการสร้างกำแพงชายแดน ตรงนี้จะนำไปสู่ที่เรียกว่า government shutdown ได้

 

ครั้งแรกว่าจะเขียนต่อเรื่องการเลือกตั้งพิเศษรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ต้องยกยอดถัดไปตอนหน้า เพราะมีเรื่องเร่งด่วนของสหรัฐอเมริกาเข้ามาก่อน  

กล่าวคือหลังวันที่ 28 เมษายน 2017 งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของรัฐบาลสหรัฐก็จะหมดลง  ดังนั้นสภาคองเกรสจะต้องผ่านร่างกฎหมายงบประมาณให้ได้เพื่อที่จะได้มีเงินใช้ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2017 โดยงบประมาณปี 2018 จะเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม

คราวนี้ก็เกิดปัญหาตามมากล่าวคือนายดอนัลด์ ทรัมพ์ ได้ขอเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์เพื่อเริ่มใช้ก่อสร้างกำแพงชายแดนโดยรวมเข้าไปเป็น package ในงบประมาณครั้งนี้ นสพ.วอล สตรีท เจอร์นัล ออกสำรวจด้วยการซาวเสียงบรรดาส.ส.และวุฒิสมาชิกทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันที่เป็นผู้แทนของรัฐชายแดนซึ่งกำแพงจะถูกสร้างเริ่มจากรัฐเท็กซัส,นิว เม็กซิโก,อริโซนาและแคลิฟอร์เนีย 

คำตอบที่ได้ก็คือพวกเขาต่อต้าน หลายคนบอกว่าไม่ตอบคำถาม บางส่วนบอกว่าไม่ยืนยันที่จะให้ร่างกฎหมายผ่าน ในเขตชายแดนมีส.ส.9 คนและวุฒิสมาชิก 8 คนกล่าวคือวุฒิสมาชิกรัฐละ 2 คน

ใครที่ให้การสนับสนุนการสร้างกำแพงหรือผ่านงบประมาณอาจจะหลุดจากตำแหน่งได้ง่ายเพราะส.ส.เลือกตั้ง 2 ปี ครั้ง ส่วนวุฒิสมาชิกเทอมละ 6 ปี แต่ใครจะไปกล้าเสี่ยง  อย่าลืมว่าในแต่ละเขตพื้นที่แตกต่างกัน  ส.ส.หรือส.ว.ก็จะต้องดูแลฐานเสียงในพื้นที่ของตนให้ดีที่สุดเพื่อที่จะได้รับเลือกกลับเข้ามานั่งในสภาคองเกรสต่อไป

หากทะเล่อล่าไม่ดูตาม้าตาเรือ เมื่อหลุดไปแล้วนายดอนัลด์ ทรัมพ์ ก็ไม่สามารถช่วยให้กลับเข้ามานั่งในตำแหน่งได้

ดังนั้นเดือนพฤศจิกายน 2018 ก็ต้องมาดูเพราะช่วงนั้นมีการเลือกตั้งส.ส.ทั้ง 435 ที่นั่งและเลือกวุฒิสมาชิก ฯลฯเรียกว่า Midterm  Election หากนายทรัมพ์ถูกต่อต้านอยู่แบบนี้อีก ก็เชื่อว่าส.ส.หลายคนของพรรครีพับลิกันอาจหลุดจากตำแหน่งได้ แล้วพรรคเดโมแครตก็จะกลายมาเป็นเสียงข้างมากในสภาฯ  ขณะนี้พรรคเดโมแครตต้องการ 24 ที่นั่งจึงจะครองเสียงข้างมากได้

เอาล่ะ สมมติว่าร่างกฎหมายงบประมาณผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพราะพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมาก ก็ยังจะต้องไปพบกับวุฒิสภา  รายการนี้หนักกว่าอีกเพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องใช้เสียง 60 จาก 100 เสียงจึงจะถือว่าร่างกฎหมายผ่านวุฒิสภา ปัจจุบันพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากอยู่ 52 ต่อ 48  ดังนั้นจะต้องไปขอเสียงจากพรรคเดโมแครตอีก 8 เสียงจึงจะผ่านงบประมาณได้

อย่าว่าแต่ 8 เลย 1 เสียงก็ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ตรงนี้ล่ะที่เป็นปัญหา ยกเว้นเสียแต่นายทรัมพ์จะถอนงบ 1.4 พันล้านดอลลาร์ออกไป เชื่อว่างบประมาณรายจ่ายจะผ่าน เพราะไม่มีใครอยากให้ government shutdown

นายมิค มัลวานีย์  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและบริหารจัดการให้สัมภาษณ์ว่าบรรดาผู้นำพรรครีพับลิกัน หรือ GOP leaders  ก็พยายามประสานให้งบประมาณผ่านสภาเพราะเป็น “นโยบายของประธานาธิบดีทีจะต้องทำเป็นอันดับต้นๆ”  

ขณะที่นางแนนซี เปโลซี ส.ส.เดโมแครต ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาตอบกลับมาว่าตอนที่นายทรัพม์หาเสียงบอกว่ารัฐบาลเม็กซิโกจะเป็นคนออกค่าก่อสร้าง “แต่เอาเข้าจริงๆทำเนียบขาวก็จะมาเอาเงินภาษีของประชาชนไปสร้างกำแพง เป็นเงินมหาศาล พรรคเดโมแครตจะต้องต่อต้านและเชื่อว่าพรรครีพับลิกัน (บางส่วน)ก็ต้องต่อต้านเหมือนกัน”

เรื่องนี้นายทรัมพ์เคยเสนอเมื่อเดือนมีนาคมขอ 1.4 พันล้านดอลลาร์ในก่อสร้างแรกและปีงบประมาณต่อไปขออีก 2.6 พันล้านดอลลาร์  สมาชิกพรรครีพับลิกันเห็นว่าวิธีการปฎิบัติด้วยการสร้างกำแพงกั้นหรืออะไรก็ตามแต่เป็นเรื่องความมั่นคงทางชายแดน สมควรที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาดำเนินการ ทำให้ใช้เงินน้อยและมีประสิทธิภาพมากกว่า

โปรดสังเกตว่าพรรครีพับลิกันไม่ได้ปฏิเสธเรื่องความมั่นคงทางชายแดน แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ไปสร้างกำแพงเหมือนกำแพงเมืองจีน ควรจะหาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาป้องกันทางชายแดนด้วยงบประมาณที่น้อยกว่าไม่ดีหรอกหรือ นี่คือวิถีทางการเมืองที่น่าศึกษา เพราะสหรัฐเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีต่างๆ แต่กลับจะมาใช้วิธีการโบราณเหมือนแนวคิดโบราณๆของนายทรัมพ์ที่แกเก่งในด้านก่อสร้างโรงแรมหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นเพราะเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารให้รายละเอียดในงบประมาณปี 2017 จำนวน 1.4 พันล้านดอลลาร์ที่พ่วงเข้ามาเพื่อนำไปสร้างกำแพงจะดำเนินการได้ 48 ไมล์ ประกอบด้วยการสร้างกำแพงใหม่,สร้างสิ่งกีดขวางและ 14 ไมล์ใช้สร้างแทนรั้วเดิมที่มีอยู่แล้ว,การใช้เงินเพื่อซื้อเทคโนโลยีใหม่และสร้างถนน เป็นต้น 

ชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกมีความยาว 1,989 ไมล์ หรือประมาณ 3,201 กิโลเมตร (ระยะทางจากจังหวัดเชียงรายไปถึงยะลา 1,857.9 กิโลเมตร ดังนั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกยาวกว่าเกือบเท่าตัว) นายทรัม์บอกว่ากำแพงเมืองจีนยังสร้างได้ไฉนเลยเขาจะสร้างไม่ได้ เออ-หากไม่บ้าก็เมาแล้ว และจะใช้เงินงบประมาณเท่าใดยังไม่มีตัวเลขแน่นอน ครบเทอมของนายทรัมพ์ก็ยังไม่ทราบว่าจะสร้างได้หรือไม่

คราวนี้ไปฟังเสียงของส.ส.ผู้อยู่ในพื้นที่ชายแดนบ้าง นายวิลล์ เฮิร์ด ส.ส.รัฐท็กซัส พรรครีพับลิกันและนางมาร์ธา แมคแซลลี ส.ส.รัฐอริโซนาพรรครีพับลิกันร่วมกันทำจดหมายชี้แจงต่อฝ่ายบริหารอาวุโสภายในพรรคว่า “ในฐานะที่เป็นส.ส.ในเขตพื้นที่ชายแดน เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางชายแดน รวมทั้งการสร้างสาธารณูปโภคเพื่อให้สาธารณะมั่นใจในความปลอดภัยและการค้าทางชายแดน....แต่อย่างไรก็ตามเรายังมีพันธะผูกพันกับประชาชนผู้เสียภาษี  อีกทั้งยังมีอีกหลายคำถาม (ที่ต้องการคำตอบ)”

เห็นหรือยังครับว่าจดหมายของส.ส.ทั้ง 2 คน ไม่ได้ปฎิเสธการสร้างความมั่นคงทางชายแดน แต่อ้างไปถึงเงินของประชาชนผู้เสียภาษีและยังมีคำถามอีกมากมายที่(รัฐบาล)จะต้องตอบ 

ส.ส.แมคแซลลีเป็นอนุกรรมาธิการความมั่นคงทางชายแดนแห่งสภาผู้แทนด้วยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กำแพงเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆที่จะหยุดยั้งองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ เพราะพวกเขาสามารถลอดหรือข้ามเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นเชื่อว่าการผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายที่มีเงื่อนไขสร้างกำแพง 1.4 พันล้านดอลลาร์ด้วยนั้นถือว่ายากยิ่งนัก

หันกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม 2017 ทั้งนายดอนัลด์ ทรัมพ์ และนายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องดึงร่างกฎหมายที่จะเข้าไปทดแทน กฎหมาย Affordable Care Act หรือที่เรียกว่า“โอบามาแคร์” กลับออกมา เพราะเสียงที่จะลงคะแนนเพื่อลบล้างกฎหมายนี้ในสภาฯไม่ถึง ส่งเข้าไปก็เสียมวยเสียหมาแน่ จึงต้องดึงกลับ

“โอมามาแคร์”เป็นเรื่องการประกันสุขภาพของคนอเมริกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย,คนตกงาน ฯลฯจะสามารถซื้อประกันสุขภาพได้ในราคาที่ไม่แพง  หากไม่มีประกันสุขภาพเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา รัฐบาลก็จะต้องรับผิดชอบ ตามความเป็นจริงแล้วไม่มีรัฐบาลประเทศไหนที่จะมาช่วยเรื่องรักษาพยาบาลประชาชนได้ทั้งประเทศ จึงจัดนโยบาย “โอบามาแคร์”ออกเป็นกฎหมายในปี 2010 และมีผลบังคับใช้ในปี 2014 เป็นต้นมา

ด้านหนึ่งรัฐบาลโอบามาผลักภาระให้ประชาชนรับผิดชอบตัวเอง อีกด้านหนึ่งบริษัทประกันสุขภาพก็ไม่อาจปฏิเสธหรือเลือกปฏิบัติได้ เช่นบางคนเป็นมะเร็ง โดยทั่วไปบริษัทประกันสุขภาพไม่รับ แต่โอบามาแคร์รับ เป็นต้น จึงทำให้กลุ่มนายทุนฝ่ายพรรครีพับลิกันออกมาต่อต้านและต้องการล้มล้าง  โอบามาแคร์เป็นอีกนโยบายหนึ่งที่นายดอนัลด์ ทรัมพ์ ประกาศยกเลิกในระหว่างการหาเสียง แล้วเป็นไง ทำได้ง่ายหรือ แล้วจะหานโยบาย “ทรัมพ์แคร์”มาทดแทนหรืออย่างไร

หากร่างงบประมาณไม่ผ่านสภาแล้ว หลังวันที่ 28 เมษายน รัฐบาลสหรัฐก็ไม่มีเงินจ่ายเรียกว่า government shutdown

ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐเกิดภาวะนี้ขึ้นมา 3 ครั้งประกอบด้วยช่วงปี 1995-1996 รวม 21 วัน,ช่วงปี 1978 รวม 18 วันและช่วงปี 2013 รวม 16 วัน  โดยวันที่ 1-16 ตุลาคม 2013 อันเป็นการเริ่มปีงบประมาณ 2014  สภาคองเกรสไม่ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายทำให้ต้องต่อสู้กันจนกว่าจะถึงจุดที่ปรองดองกันได้ จนกระทั่งสภาผ่านร่างกฎหมายที่เรียกว่า Interim Appropriations Bill และลงนามโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา จึงทำให้การทำงานของรัฐบาลกลางกลับสู่ภาวะปกติเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม

คำว่า  Government Shutdown ความหมายก็คือรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายงบประมาณอันเนื่องมาจากตกลงกันไม่ได้ในสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณได้

พนักงานของรัฐบาลกลาง 800,000 คนต้องยืดเวลารับเงินเดือนออกไป อีก 1.3 ล้านคนจะต้องมาทำงานแต่ไม่ทราบแน่นอนว่าจะได้จ่ายเมื่อใด ขณะที่บรรดาฝ่ายธุรกิจที่ขายสินค้าให้กับรัฐบาลหรือกลุ่มรับเหมาก่อสร้างต่างๆก็จะต้องรอไปจนกว่าเงินงบประมาณจะผ่านสภาฯหรือตกลงกันได้   

ภายหลังจากรายจ่ายกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลายเดือน โพลของ Washington Post/ABC News ได้สอบถามประชาชนถึงกรณี shutdown พบว่าคนอเมริกัน 81 %ไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น 86 % เห็นว่าภาพพจน์ของสหรัฐอเมริกาต่อสายตาชาวโลกเกิดความเสียหายและ 53 % ระบุว่าพรรครีพับลิกันที่มีเสียงข้างมากในสภาคองเกรสจะต้องโปร่งใส

สรุปแล้ว 100 วันของนายดอนัลด์ ทรัมพ์ ไม่มีอะไรง่าย

1.นโยบายห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศก็ทำไม่ได้เพราะถูกฟ้องร้อง

2.นโยบายจะยกเลิกโอบามาแคร์ ก็ทำไม่ได้

3.นโยบายจะสร้างกำแพงชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกก็ยังทำไม่ได้และไม่ทราบสภาคองเกรสจะอนุมัติเงินสร้างหรือไม่

ที่มา thaitribune




Create Date : 24 เมษายน 2560
Last Update : 24 เมษายน 2560 18:16:51 น. 0 comments
Counter : 31 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.