tuk...tuk more than one or cannot run
<<
กุมภาพันธ์ 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
13 กุมภาพันธ์ 2564

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตอน 2







หลังจากได้ไปแอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ จากคลิปการสอนของท่านอาจารย์ รศ.พิชญา สุ่มจินดา

ทำให้ได้รู้จักปราสาทพิมายเพิ่มขึ้น จากการเรียนรู้การอ่านประวัติศาสตร์ผ่านทางศิลปะ

จึงนำมาเขียนใหม่ตามปัญญาของเราที่เข้าใจ

และเขียนเต็มความสามารถ ที่จะให้คนที่อ่านได้เข้าใจนะคะ







ปราสาท สร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่อยู่ของเทพที่เป็นที่เคารพ จึงต้องสร้างขึ้นเป็นดั่งวิมานจำลอง

ประกอบด้วย ปรางค์ประธาน มณฑป เชื่อมกันด้วยมุกกระสัน

ทุกประตูจะมีมุกยื่นออกมา






ปรางค์ประธานมีศิขร 5 ชั้น ด้านบนเป็นบัวคลุ่ม (หม้อน้ำ) และพินทุ - หยดน้ำ

มีการเปลี่ยนแปลงจากศิลปะก่อนหน้า-ศิลปะบาปวน คือ เรือนธาตุยืดต้วสูงขึ้น

เริ่มปรากฏยอดศิขรทรงพุ่มเป็นครั้งแรก โดยทำกลีบขนุนให้เอนเข้า

ปราสาทพิมายสร้างก่อนปราสาทนครวัด 50 ปี

(ตรงมุมเรียกกลีบขนุน ตรงกลางด้านเรียกใบขนุน)






ทับหลังและหน้าบัน ของแท้บางชิ้นติดที่ปราสาท

บางชิ้นอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย

ลวดลายสวยงามอ่อนละมุนยิ่ง มาชมกันค่ะ







หน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน - ด้านทิศใต้ เป็นภาพศิวนาฏราช

ภาพบุคคลตรงกลาง - พระศิวะ

มีหลายพระกร สื่อถึงพระกรที่กำลังเคลื่อนไหว ถ่างพระชงฆ์ กำลังร่ายรำ

สื่อถึงการสร้างโลกหรือจักรวาล , เป็นสัญญลักษณ์ของการกำจัดอวิชชา

ภาพบุคคลด้านขวาพระศิวะ - พระสกัณฑะ บุตรพระศิวะ ประทับบนนกยูง

บุคคลล่างขวาของพระศิวะ - นางกาไรกาล

นางเลื่อมใสศรัทธาในพระศิวะจนขอพรได้ตามประสงค์

ทำให้สามีเห็นว่านางมีสถานะสูงส่งกว่าและปฏิบัติต่อนางอย่างนอบน้อมราวกับพระเทวี

นางรับไม่ได้จึงขอพรจากพระศิวะให้กลายเป็นหญิงชราน่าเกลียด

เพราะความงามของนางไม่มีคุณค่าต่อสามีอีกต่อไป

และปวารณาตนเอง เป็นมือฉิ่งและร้องเพลงถวายพระศิวะ






ด้านนอกปราสาทแกะสลักตกแต่งเรื่องรามยณะ , มหาภารตะ และพระพุทธศาสนา

การอ่านภาพ ไม่ได้อ่านเองเพราะไม่มีความรู้เรื่องรามายณะ มหาภารตะ และพุทธศาสนา เพียงพอที่จะอ่านได้

จึงทำได้เพียงแค่นำมาจากท่านผู้รู้ที่ได้ตีความไว้แล้ว

- ซึ่งอาจจะใช่ไหรืไม่ใช่ก็ได้ -


*รามายณะ*

พระรามยกทัพข้ามมหาสมุทรไปยังไปกรุงลงกา จึงต้องทำถนนโดยให้ไพร่พลลิงขนหินมาถมมหาสมุทร

ฝ่ายยักษ์เมื่อเห็นพวกลิงกำลังถมทะเล ก็ไปบอกทศกันฐ์

ทศกัณฐ์จึงสั่งให้นางสุพรรณมัจฉา ลูกสาวที่มีแม่เป็นปลาไปเกณฑ์เหล่าปลามาขนหินออก

หนุมานดำลงไปดูจึงรู้สาเหตุ ได้จับนางสุพรรณมัจฉาให้นางสั่งฝูงปลาไปนำหินกลับมาที่เดิม

แต่ด้วยรูปโฉมที่งดงามของนางสุพรรณมัจฉา นางจึงตกภรรยาของหนุมาน

สุดท้ายแล้วการถมทะเลทำถนนก็เสร็จ






มุมซ้ายบนของทับหลัง อินทรชิตหลบอยู่ในกลีบเมฆ แผลงศรนาคบาศใส่ พระราม และพระลักษณ์

ศรแปลงเป็นนาค (นาคบาศ) รัดทั้งคู่นอนสงบนิ่ง

หมู่พลลิงนึกว่าทั้งคู่ตายก็ร้องไห้

หน้าบันด้านบน หนุมานไปตามพระยาสุบรรณ (ครุฑ) มาช่วย

พวกนาคถูกฤทธ์ของครุฑหนีไป

พระราม พระลักษณ์ก็ฟื้นกลับมาดังเดิม






ในพิพิธภันฑ์บรรยายว่า สุครีพครองเมือง

มีลิงแบกยาน 2 คัน คันหน้ามีบุคคลนั่งอยู่ คันหลังมีลิงนั่งอยู่ มือกำลังทำท่านอบน้อมไหม?

มีเครื่องสูงแสดงความเป็นกษัตริย์

มีการดีดสีตีเป่าในขบวน แสดงความเฉลิมฉลอง






*มหาภารตะ*

พระกฤษณะ เป็นร่างอวตารร่างที่ 8 ของพระวิษณุ หรือพระนารายณ์

เพื่อช่วยปราบอสูร และยุคเข็ญทั้งหลาย


กษัตริย์ ณ มถุรานคร พระนามว่าอุคระเสน มีบุตร 2 คน คือ ท้าวกงส์และนางเทวกี

นางเทวกีสมรสกับพระวาสุเทพ

ต่อมาท้าวกงส์กบฏต่อพระบิดา จับพระบิดาอุคระเสน , พี่สาว , พี่เขย ขังไว้

โหรทำนายว่าบุตรคนที่แปดของนางเทวกีจะฆ่าท้าวกงส์ ท้าวกงส์จึงฆ่าลูกทุกคนของนางเทวกี

หลังจากฆ่าหกคนแรกแล้ว คนที่เจ็ดแท้ง

พระกฤษณะเป็นคนที่แปด พระวสุเทพ (พ่อ) ได้ลักลอบเอาพระกฤษณะไปแลกลูกสาวคนเลี้ยงโคที่ชื่อนันทะและนางยโศธาให้เลี้ยง

เมื่อเอาลูกสาวกลับเข้าวัง จึงไม่ถูกท้าวกงส์ฆ่า


พระกฤษณะเป็นเด็กขี้เล่นร่าเริง หน้าตาดี เป่าขลุ่ยได้ทั้งวัน เป็นที่เอ็นดูแก่คนที่พบเห็น

ทั้งยังลักขโมยกินนมเนย และเอามาเผื่อแผ่เด็กกลุ่มเดียวกัน

ถ้าขโมยจากบ้านไหน วัวบ้านนั้นจะให้น้ำนมมากกว่าเดิม

ชาวบ้านจึงบอกใบ้ที่เก็บนมและเนยในบ้านตน เพื่อให้พระกฤษณะมาลัก


วันหนึ่ง ได้พบเห็นการถวายนมเนยแก่พระอินทร์ จึงถามว่า

" เหตุใดจึงต้องบูชาพระอินทร์ด้วยเล่า พระองค์ไม่เห็นทำอะไรเลย

ทำไมไม่บูชาวัว ซึ่งให้นมและเนยกับพวกเรา ทำไม่บูชาหญ้าซึ่งเป็นอาหารของวัว

หรือทำไมไม่บูชาภูเขาโควัฒนะ

ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความร่มรื่นและป่าไม้ควาอุดมสมบูรณ์แก่หมู่บ้าน "

พระอินทร์ (เจ้าแห่งฝน)ได้ยินดังก็โมโห สาปให้ฝนตก 7 วัน 7 คืน

พระกฤษณะก็ใช้นิ้วเดียวยกภูเขาโควัฒนะ ขึ้นมาบังท้อง ฟ้าเอาไว้

เมื่อทราบว่าเป็นพระวิษณุอวตารมาจึงได้ขอขมา

ภาพพระกฤษณะ ยกเขาโควัฒนะขึ้นบังฝน






พระกฤษณะได้บอกกับชาวบ้านไม่ต้องส่งส่วยนมเนยไปให้พญากงส์

พญากงส์ ทราบเรื่องพระกฤษณะนั้นแข็งข้อ และทราบว่าพระกฤษณะเป็นหลานคนที่ 8 ที่เล็ดรอดหนีไปได้

จึงออกอุบายให้ไปเชิญมายังเมือง

ระหว่างที่พระกฤษณะติดตามข้าราชบริพารกลับก็ส่งอสูรและสัตว์ร้ายมากมาย มาฆ่าพระกฤษณะ

แต่พระกฤษณะกลับฆ่าอสูรทั้งหลายหมดสิ้น






พอพระกฤษณะเข้ามายังเมืองก็ได้ฆ่าพญากงส์ตาย

ปล่อยพระเจ้าตา พระอุคระเสน นางเทวกี - พระวสุเทพ

และพระอุคระเสน ขึ้นครองราชย์ตามเดิม






ยุธิษฐิระทำพิธีอัศวเมธ (การฆ่าม้าบูชายัญ)

โดยการปล่อยม้าไปยังดินแดนต่าง ๆ โดยมีอรชุนเป็นผู้นำทัพ

ม้าพิธีที่ปล่อยออกไปจะต้องสามารถเอาชนะบรรดาแว่นแคว้นต่าง ๆ ที่ม้าเดินทางไปถึง

เป็นเวลาหนึ่งปี อรชุนก็เดินทางกลับราชสำนักกรุงหัสตินาปุระพร้อมม้า

แล้วทำพิธีบูชายัญ มีบรรดาพระราชาแว่นแคว้นทั้งหมดมาร่วมด้วย เพื่อสะสางบาปและมลทินบาปทั้งหมด





รอตีความ สิงห์ทรงครุฑ มือทั้งสองข้างจับช้างไว้






*เทพ*

พระอินทร์ เพราะ ทรงช้างเอราวัณ

ภาพบน น่าจะถือวัชระ เพราะ วัชระเป็นอาวุธของพระอินทร์

บุคคลหญิงด้านขวาของพระอินทร์คนหนึ่งกำลังถวายเครื่องบูชา

บุคคลหญิงด้านซ้ายของพระอินทร์อีกคนแสดงความนอบน้อม

ภาพล่าง บุคคลหญิงทั้งสองข้างกำลังกำลังไหว้






เทพนพเคราะห์ - เราสันนิษฐานเอง ซึ่งก็แปลว่า เดานั่นแหละ

พระอังคาร , พระพุธทรงสิงห์ , พระพฤหัสทรงช้าง , พระศุกร์ ทรงกระบือ ,พระเสาร์ทรงเสือ , พระราหูทรงนาค (ด้านหลังเป็นเศียรนาค)






จบตอน 2








Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2564 15:25:53 น. 20 comments
Counter : 384 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณThe Kop Civil, คุณTui Laksi, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณkatoy, คุณSleepless Sea, คุณmultiple, คุณทนายอ้วน, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณKavanich96, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณเซียน_กีตาร์, คุณตะลีกีปัส, คุณกะว่าก๋า, คุณnewyorknurse


 
สวัสดีค่ะ...

ตามมหาภารตะ...มาคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:06:26 น.  

 
พอดูใกล้ ๆ และรู้ที่มาที่ไปด้วยแล้ว ลวดลายงดงามมากจริง ๆ ครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:46:07 น.  

 
ตามมาย้อนเรียนประวัติศาสตร์ไทยผ่านศิลปะของประสาทพิมาย
เราเองก็ยังไม่เคยไปเห็นกับตาเองเลยคร้า
ได้ชมเรื่องราวการเล่าผ่านภาพของคุณตุ๊ก
พอจะเข้าใจบ้างมากขึ้น มีตัวเลขกำกับในรายละเอียด
ขอบคุณจริงๆค่ะคุณตุ๊ก ไม่เคยไป ก็เหมือนได้ตามไปชมด้วย


โดย: Tui Laksi วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:13:22 น.  

 
รักศิลปะขอม
โดยเฉพาะความงดงามของประดา ทับหลัง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:27:14 น.  

 
ที่นี่พวกคนญี่ปุ่นชอบนะครับ เพื่อนหลายๆ คน ชอบกันมาก ทั้งที่มันได้รับอิทธิพลจากทางขอม แต่สมัยก่อนเส้นแบ่งเขตแดนประเทศก็ไม่ชัดเจนด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:04:50 น.  

 



Heartmade Food
ทำด้วยหัวใจ ตาม concept


โดย: katoy วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:41:31 น.  

 
สวัสดีครับ

มาเที่ยวด้วยครับ มีข้อมูลประกอบได้ความรู้ไปด้วย
สุขสันต์วันหยุดครับ ขอบคุณที่แวะไปอ่านนะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:49:53 น.  

 
ปราสาทหินเป็นศิลปะที่สวยงาม
และดูขรึมขลังจริงๆครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:18:46:54 น.  

 
กลับมาเดินทางได้อีกครั้ง ไม่พลาดปราสาทหินพิมายแน่ๆครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:28:25 น.  

 
โอ้ ครบถ้วนกระบวนความเลยนะครับ
แกะ detail มีรายละเอียดหมายเลขกำกับสุดยอดมาก

อ.เต๊ะ ว่าประติมากรรมนูนต่ำ ที่ปราสาทหินพิมายนี่ ตอนที่สมบูรณ์ๆ น่าจะงดงามมาก
การถ่ายทอดเรื่องราว รามยณะ , มหาภารตะ และพระพุทธศาสนา ออกมาเป็นประติมากรรมนี่ ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะครับ
น่าทึ่งในฝีมือช่างยุคนั้นจริงๆ

และสำหรับคุณตุ๊ก คนกำลังมีความรัก (โบราณสถาน)555 อ.เต๊ะ ไปเจอวีดีโอ การบูรณะปราสาทพิมาย ด้วยวิธีอนัสติโลซีส (ANASTYLOSIS) ฉบับการ์ตูน ดูง่าย น้ำลายไม่ยืด เอามาฝากอีกนะครับ 555

https://www.youtube.com/watch?v=E8NpuGxfq_A



โดย: multiple วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:34:02 น.  

 
สวัสดีตอนมืดวันเสาร์ครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจสำหรับบล็อก - Claudia's Favorite ครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:50:29 น.  

 
ตามมาเที่ยวต่อครับ
ได้ความรู้ปราสาทหินเพิ่มขึ้นครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:21:52:01 น.  

 
สวัสดีครับคุณตุ๊ก

ศิลปะบนหน้าบัน มีรายละเอียดให้ได้ดูได้ศึกษาเยอะดีนะครับ ทั้งความเชื่อ วัฒนธรรม การใช้ชีวิตในยุคนั้นๆ
และได้ความรู้จากที่คุณตุ๊กอธิบายในบล็อกนี้ด้วย


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:22:03:35 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:18:49 น.  

 
หันเปิ้นแกะสลักหิน งดงามมีจินตนาการ
กว้างไกล มีความศรัทธาอย่างแรง และแถม
มีเงินนักขนาด นับถือแต้ ๆ คนสมัยก่อน


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:32:29 น.  

 
แวะมาตามพี่ตุ๊กไปเที่ยว
มีเกร็ดความรู้มากมาย
อ่านอยู่นานเลยเชียวค่ะ
น่าจะสันนิษฐานถูกนะคะ



โดย: หอมกร วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:32:15 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 



สวัสดีวันแห่งความรักครับ

จากบล็อก - จะร้องจนกว่าคุณตุ๊กจะเบื่อครับ ถ้าคุณตุ๊กเบื่อ ก็ยังจะร้องต่อไป


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:20:02 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ชอบดูภาพใกล้ๆแบบนี้ ได้เห็นรายละเอียดชัดแจ้งดีค่ะ
อ่านประวัติไปด้วย เพิ่มเติมความรู้ดีค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:42:41 น.  

 


สวัสดีตอนบ่ายที่แสนจะร้อนอบอ้าวครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:13:50:46 น.  

 
มาเที่ยวด้วยค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:3:54:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


บูรพาจารย์เจดีย์ - วัดป่าสาลวัน อำเภอเมือง นครราชสีมา


If You Don't Know Me By Now - Simply Red ... ความหมาย


ขึ้นเชียงใหม่อีกครั้ง 6-7 เมษายน 2564 - ก่อนโควิด E117


When Evening Comes - Ken Hensley ... ความหมาย


ภาพความประทับใจระหว่างทางขึ้นเชียงใหม่หลังโควิดระลอก 2



The End Of The Innocence - Don Henley ... ความหมาย

บูรพาจารย์เจดีย์ - วัดป่าศรัทธารวม อำเภอเมือง นครราชสีมา


On The Boat To Liverpool - Nathan Carter ... ความหมาย


ชมดอกหน้าแล้ง


วงแหวนทางทิศใต้ของเมืองโคราช







ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]