Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
พฤศจิกายน 2563
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
30 พฤศจิกายน 2563

ปริศนาบนศิลาที่หลับใหล : การค้นพบใหม่แห่งเมืองพระนคร




การส่งคืนเทวรูปกลับคืนสู่กัมพูชา

จาก blog อันน่าตื่นเต้นนั้น ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีการค้นพบอะไรใหม่ได้อีก
จนกระทั่งได้ดูสารคดีที่มีชื่อตาม blog นี้นี่เลย เมื่อดูจบถึงกับต้อง wow
ปราสาทในเมืองอันแสนจะห่างไกล ช่างมีอะไรให้ค้นหาอีกมากทีเดียว
ซึ่งครั้งก่อนนั้นคือการค้นพบในปราสาทขนาดเล็ก เช่นปราสาทเจิน

แล้วปราสาทขนาดใหญ่อย่างปราสาทกรอฮอมเล่า
จะมีสิ่งใดที่ยังซ่อนเร้นเรื่องราวอยู่ภายใต้เท้าของนักท่องเที่ยวบ้าง

ปราสาทกรอฮอมเป็นปราสาทสร้างจากอิฐ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เมื่อเทียบกับ
กลุ่มปราสาทที่อยู่ใกล้ๆ กัน มีคูน้ำล้อมรอบ ตั้งอยู่เบื้องหน้าแห่งมหาปิรามิดธม
นักโบราณคดี Eric Bourdonneau ได้มาสำรวจปราสาทกรอฮอมแห่งนี้
เพื่อที่จะค้นหาว่า เศษหินที่แตกหักกระจัดกระจาย เดิมทีนั้นเคยเป็นเทวรูปใด
 

 
จุดที่น่าสนใจมีอยู่ 2 ที่ หนึ่งคือโคปุระทางเข้า สองคือภายในปราสาทหลัก
 
โถงทางเข้าอยู่ตรงแนวกำแพงปราสาท จุดนี้พบชิ้นส่วนหน้าอก แขน
ศรีษะบางส่วนของเจ้าแม่กาลี หรือพระแม่อุมาชายาของพระศิวะในปางดุร้าย
ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญ

ชุดที่สองคือกลุ่มของเศียรเทวรูปขนาดใหญ่จำนวน 2 เศียร 
3 มือขวา 3 มือซ้าย 1 ขาซ้าย และ ชิ้นส่วนของมงกุฎ  2 ชิ้น 
ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญเช่นกัน

และมีชิ้นส่วน 48 ชิ้นของเทวรูปขนาดใหญ่และชิ้นส่วนขนาดเล็กอีกมาก
ที่เก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์นโรดมสีหนุ  นอกนั้นยังคงมีชิ้นส่วนหลงเหลือ
จนถึงปัจจุบันอยู่ที่โคปุระของปราสาทกรอฮอม

ซึ่ง  Eric Bourdonneau ได้ร่วมมือกับนักโบราณคดีของกัมพูชา
ในการนำกลับมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์นโรดมสีหนุ
เพื่อทำการสแกนเศษหินทั้งหมดไว้เป็นข้อมูลดิจิตอล
 
โครงการนี้ได้รับความช่วยเหลือจาก ภาควิชาคณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย
Hidelberg ประเทศเยอรมันนี ที่จะใช้ข้อมุลสามมิติของชิ้นส่วนหินต่างๆ
เพื่อประกอบหาว่าชิ้นส่วนใดต่อกับชิ้นส่วนใด คล้ายกับการเล่น jigsaw
ของสิ่งที่เป็นเทวรูปขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะสูงกว่า 5 เมตร
 

 
จากชิ้นส่วนทั้งหมดกว่าหนึ่งหมื่นชิ้น มีเพียงหนึ่งพันชิ้นที่พอจะระบุอัตลักษณ์ได้
และมีเพียง 100 ชื้นเท่านั้นที่มีขนาดใหญ่พอที่จะใช้เป็นแกนสำคัญในการประกอบ
เทวรูปของพระศิวะที่มี 5 เศียร อยู่ในท่าร่ายรำ ดังนั้นจึงสามารถเรียกได้ 2 อย่าง
พระศิวะร่ายรำ (ศิวนาฏราช)  หรือพระศิวะ 5 เศียรอันเป็นปางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด (สดาศวะ)
 
การที่มีพระศิวะร่ายรำ นั่นเป็นสัญลักษ์ว่า จักรวาลจะดำเนินไปอย่างสงบสุข
ตามการย่างพระบาทของพระองค์ แต่การร่ายรำนั้นจำเป็นต้องมีผู้ชมและผู้ช่วย
โดยมีฐานหลงเหลืออยู่ที่ปราสาทจำนวน 4 ชิ้น นั่นหมายถึง ต้องเคยมี 4 รูปสลักเคยตั้งอยู่
 
ผู้ชมนั้นแน่นอนในตอนนี้แล้วว่าหนึ่งคือ พระอุมา ที่เหลือยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์
ที่พิพิธภัณฑ์ Guimet ประเทศฝรั่งเศส สองคือพระแม่กาลีที่พิพิธภัณฑ์กรุงพนมเปญ
สองรูปสลักที่เหลือยังเป็นปริศนา เนื่องจากยังหาไม่พบ
ในสารคดีกล่าว น่าจะเป็นคนตีกลอง 2 คน

แต่โครงการประกอบพระศิวะของ Hidelberg กล่าวว่า น่าจะเป็นมหากาลาและนันทิเศวร
และทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่เราพบในโคปุระทางเข้าของปราสาทกรอฮอม
 


ในปราสาทหลัก หลงเหลือฐานของรูปสลักจำนวน 8 ชิ้น ซึ่งต้องหาให้ว่า
เป็นรูปสลักของเทพองค์ใดเพื่อให้เข้าใจว่า เรื่องราวในสถานที่นี้บ่งชี้สิ่งใด
เบาะแสแรกมาจาก รูปสลักตรงกลางที่ไม่ได้ถูกขโมยไป เพราะมองเห็นชัดว่า
เป็นพาหนะของเทพเจ้า ซึ่งในตอนแรกทุกคนเข้าใจ น่าจะเป็นโคนนทิ
 
ถึงตรงนี้ก็ยังไม่มีสิ่งใดที่จะอธิบายเพิ่มเติมไปได้มากกว่านี้ แต่โชคยังดีที่สมัยที่
Loius Delaporte ได้เข้ามาสำรวจเกาะแกร์ในช่วงปี 1880 ได้ร่างภาพไว้
ซึ่งในสมัยนั้น ยังมีความเสียหายเพียงบางส่วน แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการนำนักผจญภัยเข้ามา
และได้นำศิลปวัตถุจากโบราณสถานกลับไปยังกรุงปารีส เพิ่อไปจัดแสดงในงาน Paris Expo

มีเทวรูปสลัก 2 ชิ้นที่ถูกนำไป หนึ่งคือรูปสลักพระแม่อุมาที่เคยอยู่ตรงโคปุระ
และสองคือรูปเทพบุรุษปริศนา ต่อมาได้ถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่ Guiemt
 
รวมกับรูปภาพในสมัยหลังจากนั้นไม่นานที่ถ่ายโดย Henry Parmentier
ก็แสดงให้เห็นว่า สัตว์พาหนะนั้นน่าจะเป็นสัตว์อื่น Eric Bourdonneau หยิบชิ้นส่วนขึ้นมา
ซึ่งยังคงอยู่ที่นั่นในวันที่ผมไปในปี 2012 และเค้าคิดว่าน่าจะเป็นเขาของกระบือ
ถ้าเป็นเช่นนั้น เทพที่เป็นประธานของปราสาทก็จะไม่ใช่พระศิวะ แต่เป็นพระยม
 

 
แล้วรูปสลักที่เหลืออีก 7 รูป ควรเป็นฉากในเรื่องราวของเทพนิยายในตอนใด
รูปภาพของ Hery Parmetier นำ Eric Bourdonneau กลับไปที่พิพิธภัณฑ์ Guimet
หนึ่งในรูปสลักนั้นยังคงอยู่ที่นั่น โดยป้ายนั้นเขียนว่า เทพบุรุษ จากเกาะแกร์
แต่เมื่อพิจารณาทรงผม Eric Bourdonneau คิดว่าน่าจะเป็นรูปของ
พระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ผู้สถาปนามหานครเกาะแกร์ และปราสาทหลังนี้ขึ้นมานั่นเอง
 
และรูปสลักอีก 2 ใน 7 จากภาพถ่ายนั้น ยังเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พนมเปญ
ซึ่งเชื่อว่าเป็นรูปสลักของของผู้ช่วยเจตคุปต์ที่อยู่สองข้างของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4
ถึงตรงนี้ก็ได้เบาะแสไปมากกว่าครึ่งแล้ว เหลือเพียงแค่ประติดประต่อรูปสลักเข้าด้วยกัน

และนั่นก็ทำให้ Eric Bourdonneau นึกถึงหน้าบันชิ้นหนึ่งของปราสาทวัดภู ที่อยู่ในลาวตอนใต้
เป็นฉากพิพากษาคนตาย ที่กระทำโดยพระยมพร้อมผู้รับใช้
ถึงตรงนี้ดูเหมือนปริศนาของปราสาทที่ไร้นามนี้จะคลี่คลาย
 

 
ชีวิตหลังความตายของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4  พระองค์จะมายังวิหารใจกลางเมืองโฉกครรกยาร์
ผ่านโคปุระแห่งปราสาทกรอฮอม เพื่อจะพบกับสดาศิวะอันยิ่งใหญ่ ที่กำลังร่ายรำ
พร้อมกับพระอุมาและเจ้าแม่กาลีที่เป็นผู้ชม เพื่อให้พระนครของพระองค์หรือจักรวาลแห่งนี้
ดำเนินวิถีไปอย่างราบรื่น ตามการก้าวย่างขององค์มหาเทพ
 
เมื่อผ่านอาคารหลักของปราสาทกรอฮอม พระองค์ก็กำลังผ่านประตูแห่งกาลมรณะ
ในวิหารนั้นมีรูปสลักของพระองค์เผชิญหน้าพระยมเจ้าแห่งโลกหลังความตายพร้อมบริวาร
เบื้องซ้ายของพระยมคือเจตคุปต์ผู้จดบันทึกความดีความชั่ว ตรงหน้าเจตคุปต์คือ พระอาทิตย์และพระจันทร์
ที่จะเป็นพยานให้คำพิพากษานี้ยาวนาน ตราบเท่าที่พระอาทิตย์และพระจันทร์ยังคงอยู่ 

ด้านข้างของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 คือผู้ช่วยของเจตคุปต์ ที่จะเอาตัวพระองค์ไปลงโทษ
หากว่า สิ่งที่พระองค์ได้กระทำมาตลอดพระชนม์ชีพนั้น ไม่ผ่านตราชั่งแห่งความดี
แต่แน่นอนว่าในฐานะแห่งกษัตริย์ พระองค์ย่อมผ่านขั้นตอนนี้ไปได้อย่างแน่นอน
 



เมื่อออกจากปราสาทหลังนี้ วิญญาณของพระองค์จะตรงไปยังที่ประดิษฐานศิวลึงค์
บนยอดของปราสาทธม ณ ที่แห่งนี้ พระองค์จะได้หลอมรวมกับพระเจ้า
และกลับขึ้นไปประทับอยู่บนสรวงสวรรค์ ที่ซึ่งพระองค์ได้เคยเสด็จลงมา
เพื่อทำหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ และบัดนี้ได้หมดภารกิจนั้นแล้ว

และนั่นก็คือในปริศนาที่ถูกไขโดยนักโบราณคดีในศตวรรษที่ 21 
เพื่อจะย้อนกลับไปในสมัยที่อาณาจักรพระนครได้ย้ายศูนย์กลางแห่งจักรวาล
ไปยังเมืองในใจกลางป่าลึก ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง
น่าเสียดายที่เมืองหลวงแห่งนี้มีอายุเพียงชั่ว 2 รัชกาล เท่านั้น

แต่กลับมีเรื่องราวในรูปสลักมากมาย ที่เปิดเผยออกมาแล้ว 2 แห่ง
และได้สร้างความตื่นตะลึงให้นักวิชากรไปทั่วโลก
ที่นั่น ยังคงมีปราสาทอีกมากมาย ที่ยังคงรอให้เราเข้าไปค้นหาเรื่องราว
เพื่อจะได้เข้าใจอาณาจักร ที่ครั้งหนึ่งมีความสามารถในการสร้างสิ่งก่อสร้างอันแสนมหัศจรรย์

และอยู่ยั้งมาจนกระทั่งให้เราเห็นในยุคนี้
 

ตามหานคราที่สาบสูญ : ปราสาทกรอฮอม, ปราสาทธม

Edit 25/12/2563

ในสารคดี กล่าวถึงการค้นพบหลุมหน้ารูปสลักพระยมซึ่ง Eric Bourdonneau คิดว่า
น่าจะเป็นแท่นสำหรับการตัดศรีษะมนุษย์เพื่อบูชายัญ ตอนแรกนั้น ผมไม่เชื่อ
เนื่องจากถ้าเอาตามศาสนาพราหมณ์ดั้งเดิมของอินเดียที่เขมรรับมาก็ไม่น่ามีเรื่องนี้
มันควรจะเป็นวิหารเพื่อบูชาธรรมดา จนกระทั่งไปอ่านบทความหนึ่งซึ่งอ้างถึง
จดหมายเหตุจีนสมัยราชวงศ์สุยซึ่งได้กล่าวถึงเจนละก่อน ค.ศ. 589 ว่า

ใกล้กับราชธานีภูเขาชื่อหลิงเจียโปโพ บนยอดเขามีศาสนสถาน ซึ่งมีทหารจำนวน 1,000 คน
เฝ้ารักษาเป็นประจำ ศาสนสถานนี้ถวายแด่เทพเจ้าทรงนามว่าโพโตลิและมีการบูชายัญมนุษย์
ทุกปี พระราชาต้องเสด็จเข้าไปในศาสนสถานแห่งนี้เพื่อทรงกระทำการบูชายัญในเวลากลางคืน”​​​​​​


ซึ่งสันนิษฐานว่าคือปราสาทวัดภูที่พบภาพสลักพระยมในสารคดีนี้นี่เอง
ทำให้เป็นไปได้ว่า ข้อสันนิษฐานของ Eric Bourdonneau อาจจะเป็นเรื่องจริง



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 25 ธันวาคม 2563 10:48:27 น. 4 comments
Counter : 416 Pageviews.  

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณทนายอ้วน, คุณหอมกร


 
ขอบคุณค่ะ
ตอนนี้ทางอิสานก็มีการขุดแต่งปรางค์หลาย ๆ หลัง น่าจะไปเที่ยวได้ในเร็ววันนี้ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:14:03:47 น.  

 
เคยดูสารคดีคล้ายๆกันครับ เป็นการต่อรูปเทวรูปองค์เดียวกันที่ฝรั่งเศสขนไปจากกัมพูชาครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา:14:33:36 น.  

 
บล็อกนี้ภาพสวยดีจัง



โดย: หอมกร วันที่: 3 ธันวาคม 2563 เวลา:8:07:50 น.  

 
สวัสดีวันหยุดยาวนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 5 ธันวาคม 2563 เวลา:20:39:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]