Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

 
กรกฏาคม 2566
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
19 กรกฏาคม 2566

จารึกวัดพระงาม : ทวารวตีวิภูติ (1)





(ภาพจากเฟซบุ๊กสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี)
 
21 มี.ค. 2565 มีพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์
หลังจากมีการปิดซ่อมมากว่า 3 ปี แต่วัตถุจัดแสดงนั้นก็เป็นของเดิม
เพียงแต่ใช้วิธีจัดแสดงแบบใหม่เท่านั้น ถ้าให้เดินทางมาดูวิธีจัดแสดงเหล่านี้
ก็คงไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่าเท่าใด หากแต่สิ่งที่ทำให้ต้องดั้นด้นเดินทางมา
 
ก็เพื่อจะได้เห็น
จารึกวัดพระงาม จารึกที่ได้ชื่อว่า
ลายมือของผู้จดจารนั้นงดงามกว่าจารึกใดๆ ที่เคยมี
 
การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้น ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2566
นั่งรถไฟสายสีแดงไปลงที่สถานีตลิ่งชัน จากนั้นจะใช้รถไฟสายชานเมือง
ไปยัง จ. นครปฐม แต่ปรากฏว่าได้นั่งสายหัวหิน เพราะว่ามาถึงก่อน
 

2 ต.ค. 2562 หลังจากสำนักศิลปากรที่ 2 จ. สุพรรณบุรี
ได้ขุดแต่ง
โบราณสถานวัดพระงาม ได้มีผู้พบแผ่นหินที่วางอยู่
บนศิลาแลง 2 แผ่น ใกล้กับแนวอิฐที่เป็นแนวของฐานเจดีย์
ที่กรมศิลปากรกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 14 
 
ใช่ว่าจะไม่มีเคยมีการพบจารึกสมัยทวารวดีมาก่อน
เพียงแต่การพบจารึกที่มีขนาดใหญ่
สามารถที่จะอ่านเรื่องราวในยุคสมัยนั้นได้
 ไม่ใช่เพียง
จารึกคาถาเยธรรมมา นั้นหาได้ยากยิ่ง
 

4 ต.ค. 2562 สำนักศิลปากรที่ 2 จ. สุพรรณบุรี
 ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า
เป็นจารึก 1 ด้าน ความยาว 6 บรรทัด
ภาษาสันกฤต ตัวอักษรปัลลวะ
กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ 11-12 และมีคำว่า ทวารวดีศรีวิภูติ
 

 
(ภาพจากเฟซบุ๊กสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี)

แน่นอนว่าเป็นจารึกในสมัยทวารวดี อย่างไม่ต้องสงสัย 
จารึกถูกนำกลับมาที่กรุงเทพ เพื่อทำการอนุรักษ์
จากนั้นจึงจะถูกอ่านเพื่อตีความต่อไป หลังการอนุรักษ์ราว 1 ปี
ก็มีการเผยแพร่คำอ่านออกมา โดย อ. ก่องแก้ว ในวารสารกรมศิลปากร


(พระราชา)ใดทรงชนะรอบทิศ ทระชนะรัศมีอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของพระพหรม
ที่แผ่ไปด้วยแสงที่แผ่ออกไปจากพระวรกายของพระองค์  
.. ซึ่งความเจริญรุ่งเรืองที่แผ่นดินรองรับไว้ ...
 
ในสงครามด้วยพระพักต์ที่งามเหมือนดวงจันทร์
... ที่ไหลออกมาเหมือนน้ำอมฤตที่ไหลออกมา
จากแสงจันทร์คือพระทนต์ของพระองค์ 
... พอพระทัยในการสงครามมีพระทัยกว้าง

ทรงประกอบยัญพิธี (สม่ำเสมอ) ... บริสุทธิ์
.. พระองค์ทรงใส่พระทัยในพระราชธุระ
แห่งราชวงศ์ที่รุ่งเรืองของพระองค์
การอวตารลงมาบนแผ่นดิน (ของพระองค์)  
 
ได้รับการร้องขอโดยพวกเทพ เพื่อปราบ 
.... มีพระเกียรติที่แผ่ไปกว้างไกล  ....
ด้วยความกล้าหาญที่อัศจรรย์ยิ่ง (พระราชา?) นั้น
เมื่อได้ข้ามพ้นคำปฏิญญาที่ยิ่งใหญ่
ดังมหาสมุทรด้วยความหนาวเย็น ได้เสวยน้ำอมฤตที่ชื่อว่า
สัทวิชยะ (ชัยชนะที่แท้จริง)

 เมื่อได้สร้าง   ..... เหมือนของคนทั้งหลายที่กำลังเข้าไปในเรือนกระจก (เมือง?)
ทิมิริงคะ เป็นเหมือนยานของพระลักษมี เป็นเมืองที่ไม่มีเมืองใดเทียบได้
เมืองนั้นคือเมืองหัสตินปุระและคือเมืองทวารวตีซึ่งยิ่งใหญ่
เนื่องจากความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมืองของพระวิษณุ
.... ที่มีชื่อว่า .... โดยข้าพเจ้า

เครื่องประดับที่ดีสำหรับสำหรับท้องพระคลังของพระปศุปติ (ศิวะ) (ได้แก่?)
ต้นมะม่วงทอง 30 ต้น ผู้ ... นาจำนวน 300 คน?)  … นับได้จำนวน .. ร้อย
 ... แม่โคจำนวน 400 ตัว ลูกนกคุ่มจำนวน 156 ตัว สิ่งของที่กล่าวมาแล้วนี้
เป็นของพระปรเมศวร  .. ของฝั่ง (ขอบ) ทั้งหลาย  ... แผ่นศิลา
 

 
นอกจากคำว่าทวารวดีบนจารึก นอกนั้นแล้วก็ดูว่า
ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมากนัก

จารึกนี้มีส่วนที่ชำรุด ทำให้การแปล อาจจะไม่แน่นอน
เนื้อหาก็เป็นเพียงการสรรเสริญพระมหากษัตริย์ โดยเทียบกับพระผู้เป็นเจ้า
ซึ่งไม่ต่างไปจากจารึกในสมัยเดียวกัน ที่พบในอาณาจักรเจนละ

แต่นั่นทำให้เราได้เบาะแสสำคัญว่า ทวารวดีน่าจะมีระบบกษัตริย์ปกครอง
และควรจะมีสภาพเป็นรัฐ จารึกให้เบาะแสอีกว่า แม้ว่าเมืองนี้
จะนับถือพระศิวะ ลัทธิปศุปตะ แต่ชื่อทวารวดี
มีมาจากความเจริญรุ่งเรืองเปรียบดังเมืองของพระวิษณุ

นักวิชาการบางท่านจึงใช้เรื่องนี้เป็นหลักฐาน
เชื่อมโยงว่าทวารวดีอยู่ที่ศรีเทพ เพราะเป็นโบราณสถานที่เดียวในเมืองไทย
ที่พบเทวรูปพระวิษณุ ซึ่งไมน่าจะจริง เพราะที่อื่นก็มีรูปพระวิษณุ
เช่น ทางภาคใต้ของไทย หรือเมืองศรีมโหสถก็พบเทวรูปพระวิษณุจำนวนมาก

แต่ทำไมถึงต้องเป็นพระกฤษณะ และถ้ายทอดความเชื่อนี้ต่อมาเป็น
อโยธยา เมืองของพระราม ยังไม่มีใครแกะปริศนานี้ได้
ส่วนเสริมความรู้ย่อยก็คือ อย่าเพิ่งเชื่อการแปลจารึกทุกประโยค
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป มีคนมาอ่านจารึกใหม่ ก็อาจจะแปลได้ไม่เหมือนเดิม

เช่น อ. กังวล ก็มาแปลช่วงคำว่า
มะม่วงทองจำนวน 30 ใหม่ว่า ทองจำนวน 130
และลูกนกคุ่มจำนวน 156 ตัว ว่าคนรับใช้ 156 คน

ซึ่งเป็นเรื่องปรกติทางวิชาการ ที่รอยขีดตำแหน่งเดียวกัน
นักวิชาการสามารถตีความเป็นคำที่แตกต่างกันได้
เนื่องเพราะความชำรุดของหินที่ต้องจินตนาการคำที่สมบูรณ์ขึ้นเอง
แต่คำถามที่สำคัญที่สุดคือ จารึกชิ้นนี้เดิมตั้งอยู่ที่นี่หรือเปล่า ?
 
 

 
การตรวจสอบโดยนักวิชาการธรณีวิทยาพบว่า มันไม่ใช่หินชนวน
แต่เป็นหินภูเขาไฟ ซึ่งไม่สามารถพบได้ที่นครปฐม
หรือแม้กระทั่งเมืองที่ใกล้ที่สุด คืออู่ทอง ก็ไม่มีหินชนิดนี้
แต่ก็มีหินชนิดนี้ แม้ว่าจะหายาก เช่น จ. ลพบุรี และ จ. ปราจีนบุรี
แต่ที่เป็นไปได้มากคือ จ. บุรีรัมย์ ที่มีอดีตปล่องภูเขาไฟ
 
ทำให้ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ที่วัดพระงาม
มีการพบเพียงจารึกสั้นๆ ในศาสนาพุทธที่เป็นภาษาบาลี
เป็นไปได้ไหมว่า จารึกชิ้นนี้จะถูกเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น
ที่ๆ ซึ่งใช้ภาษาสันสกฤต และมีระบบเทวราชาที่นับถือไศวนิกาย

รวมถึงแหล่งที่มาของหินภูเขาไฟ จารึกชิ้นนี้อาจจะมาไกลจากอีสานใต้
หรือชายสุดของภาคตะวันออกไทย ในปัจจุบันหรือเปล่า
 
นักวิชาการไม่ได้กล่าวล่วงเกินไปกว่านั้น แต่ผมอยากจะคาดเดา
โดยนึกถึงจารึกในกลุ่มที่เรียกว่า จารึกจิตรเสน ที่พบมากในประเทศไทย
แถบภาคอีสาน ปราจีนบุรี ลาว และกัมพูชา รวมแล้ว 23 หลัก
ตัวอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ 12
 

เป็นจารึกที่ใช้ประกาศชัยชนะในพื้นที่ที่พระองค์ได้ทำสงครามเข้ายึดครองได้
แล้วมีการสร้างศิวลึงค์ พร้อมจารึก ส่วนใหญ่มีเนื้อความที่คล้ายๆ กัน


พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดทรงพระนามว่าจิตรเสนผู้เป็นพระโอรสของ
พระเจ้าศรีวี รวรมันเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้าศรีสารวเคามะ
แม้โดยศักดิ์จะเป็นพระอนุชาแต่ก็ได้เป็นพระเชษฐาของพระเจ้าาศรีภววรมัน
ผู้มีพระนามปรากฏในด้านคุณธรรมแต่พระเยาว์
 
พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นได้รับพระนามอันเกิดแต่การอภิเษกว่า
พระเจ้าาศรีมเหนทรวรมันชนะประเทศนี้ทั้งหมดแล้ว
ได้สร้างพระศิวลึงค์ อันเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องหมาย
แห่งชัยชนะของพระองค์ไว้บนภูเขานี้ฯ
 


จะเห็นได้ว่า มีธรรมเนียมที่พระเจ้าจิตรเสน แห่งอาณาจักรเจนละ
ได้ทำจารึกที่มีตัวอักษร ภาษา และการพรรณนาบรรยาย
ในรูปแบบที่คล้ายกับจารึกวัดพระงาม และอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน
 
ในความเห็นผมนั้น การพบจารึกวัดพระงาม จ. นครปฐม
ไม่สามารถกล่าวได้ว่า นี่คือจารึกของทวารวดี
โดยหากจะตีความใหม่ ตรงข้อความที่มีชื่อปริศนาว่า
 

 ทิมิริงคะเป็นเหมือนยานของพระลักษมี เป็นเมืองที่ไม่มีเมืองใดเทียบได้
เมืองนั้นคือเมืองหัสตินปุระและคือเมืองทวารวตีซึ่งยิ่งใหญ่
เนื่องจากความเจริญรุ่งเรืองเหมือนเมืองของพระวิษณุ
 
ดังนั้น จารึกบอกว่ามาจากเมืองทิมิริงคะ แต่อาศัยเปรียบเทียบว่า
เมืองนี้มีความยิ่งใหญ่เทียบได้กับ เมืองในตำนานอย่าง หัสตินาปุระ
และทวารวดีของพระวิษณุ ทวารวดีในที่นี้ใช้เป็นการเปรียบเทียบ

ไม่ใช่บอกว่าจารึกนี้ คือจารึกเมืองทวารวดี ที่อยู่ในพื้นที่ของสุวรรณภูมิ
ตามที่เรากำลังหาความเชื่อมโยง กับหลักฐานเดิมอื่นๆ อยู่
ดังนั้นจารึกวัเดพระงาม อาจจะไม่ใช่หลักฐานยืนยัน
การมีอยู่ของทวารวดีที่นครปฐม

จารึกอาจไม่ได้สถาปนาอยู่ตรงนี้
และไม่มีความสำคัญในฐานะประกาศของกษัตริย์
ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ถูกใช้เป็นฐานรองรับเจดีย์ ทางพุทธศาสนาอย่างแน่นอน
อายุของตัวอักษรปัลลวะก็อยู่ในช่วงเจนละ ก่อนจะมีอาณาจักรพระนคร
ดังนั้นจารึกนี้ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับศิวลึงค์ ที่พบในนครปฐมหลังยุคทวารวดี
 
เป็นไปได้มากกว่า จารึกนี้ถูกเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น
ที่ซึ่งมีการนับถือไศวนิกาย ที่ซึ่งมีแหล่งหินภูเขาไฟ
น่าเสียดายที่จารึกวัดพระงามนี้ ไม่ได้มีการกล่าวถึงนามองค์พระราชา
ไม่เช่นนั้นเราน่าจะกำหนดลงไปได้ว่า จารึกนี้มาจากที่ใดในปัจจุบัน  



Create Date : 19 กรกฎาคม 2566
Last Update : 22 เมษายน 2568 16:52:25 น. 3 comments
Counter : 1595 Pageviews.  

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร


 
เคยไปวัดพระงามครั้งนึงครับ แต่นานมาแล้วครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 20 กรกฎาคม 2566 เวลา:8:38:53 น.  

 
สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะไปส่งกำลังใจนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 20 กรกฎาคม 2566 เวลา:21:57:34 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียนจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 20 สิงหาคม 2566 เวลา:17:48:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]