Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
30 มีนาคม 2560

ปริศนาบนศิลาที่หลับใหล : การส่งคืนเทวรูปกลับคืนสู่กัมพูชา



พ.ศ. 2559 มีข่าวดังทางหน้าหนังสือพิมพ์ถึงเรื่องการทวงคืนเทวรูปสำริด
จากอำเภอประโคนชัย ในห้วงเวลาเดียวกัมพูชาก็ได้รับมอบเทวรูปคืน
จากพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งหมดได้มาจากปราสาทเจิน
ปราสาทที่ถูกทิ้งร้าง แต่กลับมีประติมากรรมหินทรายอันน่าสนใจยิ่ง




กัมพูชาจัดพิธีสมโภชฉลองการได้เทวรูปโบราณ 3 องค์
ที่ถูกโจรกรรมไปจากประเทศเมื่อกว่า 40 ปีก่อนกลับมาอย่างเป็นทางการ
ซึ่งรวมทั้งองค์หนึ่งที่ได้มาหลังจากการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานในสหรัฐ

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เทวรูปศิลปะหินทรายยุคศตวรรษที่ 10 ถูกโจรกรรมไป
จากวัดเกาะแกร์ใกล้นครวัดอันเลื่องชื่อของกัมพูชาในช่วงทศวรรษที่ 1970
เทวรูปหินทรายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเทวรูปสลักนักรบทุรยุทธานา
และ ภีมะจำนวน 9 องค์ถูกส่งคืนจากสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้

และได้รับการพิจารณาว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของประชาชนกัมพูชา
และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชา



นายโสก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวระหว่างพิธีสมโภชเทวรูปว่า
ในการเดินทางที่ยาวไกล 40 ปี รอดพ้นจากสงครามกลางเมือง
การโจรกรรมการลักลอบไปขาย และการเดินทางรอบโลก
ขณะนี้ เทวรูปทั้ง 3 องค์นี้ ได้รับอิสรภาพแล้ว อย่างไรก็ตาม
กัมพูชาจะยังคงตามหาเทวรูปอีก 3 องค์จากเกาะแกร์ที่ยังคงสูญหายอยู่ต่อไป

ทั้งนี้ เทวรูปทุรยุทธานาถูกขโมยไปจากปราสาทเจนวัดเกาะแกร์ ในปี 2515
และถูกนำออกประมูลครั้งแรกในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษในปี 2518
ต่อมารูปสลักหินโบราณชิ้นนี้ถูกนำกลับมาประมูลที่โซเธอบีส์ในนิวยอร์ก
เมื่อเดือน มี.ค.2554 แต่การประมูลครั้งนี้ต้องหยุดลงหลังทางการกัมพูชา
ยื่นเรื่องผ่านองค์การยูเนสโก



หลังจากข่าวนี้ เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2559 พิพิธภัณฑ์เดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา
ก้ได้คืนส่วนลำตัวของเทวรูปพระราม และพิพิธภัณฑ์เคฟแลนด์ได้คืนหนุมาน
ทำให้ปัจจุบันกัมพูชาได้รับเทวรูปจากเกาะแกร์คืนมาทั้งหมด 7 องค์
คำถามคือ ทำไมเทวรูปจากเรื่องรามายณะถึงมาปะปนกับมหาภารตะ

เราจะย้อนกลับไปที่ปราสาทหลังนี้อีกครั้ง



ปี 2550 นักโบราณคดีเยอรมันใน GCAP team ได้สำรวจปราสาทเจิน
แล้วพบส่วนฐานของเทวรูปตกอยู่ที่โคปุระตะวันตก
เมื่อไปเปิดหนังสือภาพที่รวมไว้โดย Bunker และ Latchford ในปี 2004
เชื่อว่าฐานนี้น่าจะเข้ากันได้พอดีกับเทวรูปภีมะของพิพิธภัณฑ์ Norton Simon
ตั้งอยู่ที่เมือง Pasadena ซึ่งรับซื้อรูปปั้นนี้มาตั้งแต่ปี 2523
เค้าจึงส่งจดหมายแจ้งไปยังองค์การยูเนสโก เรื่องนี้ได้เงียบหายไป

ปี 2552 Bourdonneau นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสแห่งสำนักปลายบูรพทิศ
มาสำรวจปราสาทเจินเช่นกัน และก็ได้เห็นฐานหินชิ้นเดียวกับชาวเยอรมัน
ที่ตอนนี้นักโนราณคดีเชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนของเทวรูปภีมะที่พิพิธภัณฑ์ไซม่อน
นอกจากนี้ยังมีอีกชิ้นที่ตกอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นชิ้นส่วนฐานของรูปสลักใด



ปี 2553 Bourdonneau ได้ไปนำเสนองานวิชาการที่พิพิธภัณฑ์กีเม่ต์
กับฐานหินปริศนาที่เค้ายังไม่ทราบว่าเป็นของรูปสลักใด
ผู้เข้าร่วมประชุมได้นำรูปสลักทุรโยชน์มาให้ดูว่าน่าจะต่อเข้าด้วยกันได้
ซึ่งในตอนนั้นอยู่ในการครอบครองของสถาบัน Sortheby’s

มีนาคม 2554 สถาบัน Sortheby’s เมือง New York กำลังนำรูปสลักทุรโยชน์
ออกมาประมูล ใน Asia week catalogue ผู้สะสมคนหนึ่งได้บอกกับ Bourdonneau ว่า
มันเป็นรูปสลักในศิลปะเกาะแกร์ เค้ารีบทำบันทึกถึงยูเนสโกที่กรุงพนมเปญ
เพื่อให้กัมพูชายื่นเรื่องเพื่อคัดค้าน กระทรวงการวัฒนธรรมรับไปดำเนินการต่ออย่างรวดเร็ว

รัฐบาลกัมพูชาได้ทำหนังสือขอให้สถาบันดังกล่าวส่งรูปสลักคืน ทำให้การประมูลต้องยุติไป
ศาลประจำรัฐนิวยอร์กได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเพื่อสอบหาหลักฐานถึงที่มา
13 ธ.ค. 2556 ศาลได้ตัดสินให้สถาบันประมูล ต้องคืนชิ้นงานดังกล่าว

--------------------

แต่ในโคปุระทิศตะวันตกที่ปราสาทเจินยังพบชิ้นส่วนฐานอีก 3 ชิ้น
ที่เข้ากันได้กับเทวรูปพี่น้องปาณฑพ (Pandava) 2 คน
ที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art เมืองนิวยอร์ก
และรูปสลักพลราม (Balarama) ของสถาบันประมูล Christie’s

การฟ้องร้องต่อศาล ทำให้ MET ส่งคืนรูปสลัก 2 พี่น้องปาณฑพ
ให้รัฐบาลกัมพูชาในเดือนมีนาคม 2556 และสถาบันคริสตี้ได้ส่ง
รูปพระพลรามคืนมาในเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างสมัครใจ
1 ตุลาคม 2557 รูปสลักทั้งหมดถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์กรุงพนมเปญ



11 พ.ค. 2558 Cleveland Museaum of Art รัฐ Ohio
ได้ส่งคืนรูปสลักหนุมานคืนแก่กัมพูชาโดยสมัครใจ
โดยสถาบันได้ซื้อชิ้นส่วนที่แตกหักจากประเทศไทยในปี 2511 และ 2515
28 มี.ค. 2559 Denver Art museum ได้ส่งส่วนลำตัวของของพระราม
ซึ่งพิพิธภัณฑ์ได้มาเมื่อ พ.ศ. 2529 คืนให้รัฐบาลกัมพูชาโดยสมัครใจ

สรุปถึงตรงนี้ รัฐบาลกัมพูชาได้รูปสลักคืนมาแล้ว 7 ชิ้น
แบ่งเป็นของที่เคยตั้งอยู่ที่โคปุระทิศตะวันออกจากเรื่องรามายณะ 2 ชิ้น
ได้แก่พระรามและหนุมาน และของที่เคยตั้งอยู่ที่โคปุระทิศตะวันตก
จากเรื่องมหาภารตะ 5 ชิ้น ได้แก่ ภีมะ ทุรโยชน์ พลราม สองพี่น้องฝาแฝด

คำถามสำคัญคือ เคยมีรูปสลักกี่ชิ้นที่เคยตั้งอยู่ที่ปราสาทเจินแห่งนี้



Bourdonneau แห่งสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ EFEO ได้พบหน้าบัน
จากปราสาทบันทายศรีสลักเรื่องเดียวกันนี้เก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กรุงพนมเปญ
ภาพทุรโยชน์กำลังโจมตีภีมะ โดยมีพี่น้องปาณฑพสี่คนเผ้ามอง
บวกกับร่องรอยของชิ้นส่วนรูปสลักที่ยังคงตั้งอยู่ที่ปราสาทเจิน 9 ชิ้น
ทำให้ได้ภาพสันนิษฐานออกมาเป็น 3D ดังรูป



ดังนั้นภาพสลักที่น่าจะเคยมีอยู่จากซ้ายบนคือ เทวรูปสีกรคือพระกฤษณะ
เทวรูปนั่งเอามือวางที่ตักคือพลราม รูปสลักสุดท้ายน่าจะเป็นยุธิษฐิระ
เพราะมีท่านั่งเหมือนกับพี่น้องปาณฑฑตรงกลางลานคือภีมะและทุรโยชน์

ฝั่งขวาเป็นเทวรูปนั่งเอามือกอดไหล่ควรเป็นพี่น้องปาณฑพที่เหลือ 3 คน
อรชุน และฝาแผด นกุล สหเทพ ทำให้เทวรูปฝั่งซ้ายควรเป็นฝ่ายเการพ
การดวลครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 18 อันเป็นวันสุดท้ายในสงคราม
แม่ทัพที่สำคัญคือ ท้าวภีษมะและกรรณะได้จบชีวิตลงไปก่อนหน้านี้แล้ว

คนที่เหลือรอดของฝ่ายเการพคืออัศวถามา
ซึ่งจะถูกพระกฤษณะสาปให้ต้องเดินเป็นคนเร่ร่อนไปอีก 3000 ปี

--------------

กลับมาที่เทวรูปพระรามและหนุมานที่รัฐบาลกัมพูชาได้คืนมาเช่นกัน
จากฐานหินที่หลงเหลือนักวิชาการเชื่อว่าอยู่ที่โคปุระทิศตะวันออก
ครั้งแรกที่กล่าวว่าเป็นหนุมานผมนึกถึงตอนยอดนิยมคือ
พาลีรบกับสุครีพซึ่งเกี่ยวข้องกับพระรามตรงที่พระรามจะสังหารพาลี
แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ฐานหินจะต้องเป็นเท้าของลิงคู่ที่กำลังต่อสู้กัน

ดังนั้นหากเป็นลิงนั่งเดี่ยวๆ เช่นนี้ก็คงเป็นอย่างเช่นที่หนังสือพิมพ์ว่า
คือพระรามและหนุมาน ที่เดิมตั้งอยู่ในซุ้มโคปุระทางทิศตะวันออก
ดูแล้วน่าอัศจรรย์ใจมากที่ปราสาทหลังเล็กขนาดไม่เกิน 20*20 ม. นี้
จะมีรูปสลักที่ถอดมาจากเรื่องมหาภารตะและรามยณะเคยตั้งบูชาอยู่



คำถามสำคัญ นอกจากเทวรูปที่ยังหายไปจากโคปุระตะวันตก
ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าก็คงอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แล้วยังมีอะไรอีก
ไม่มีบทความใดกล่าวถึง แต่ผมอยากจะสะกิดให้คิดว่า
มีแต่การพูดถึงเทวรูปที่โคปุระ แล้วปรางค์อีกสามหลังล่ะมีอะไร

เดาได้ง่ายว่าต้องเป็นเทวรูปพระศิวะ ด้านข้างอาจะเป็นพระลักษมี
ผมเชื่อว่าเทวรูปเหล่านี้อยู่ที่กีเมต์ โดยไม่มีหลักฐานว่ามาจากที่ใด
และถึงจะบอกว่ามาจากปราสาทหลังนี้ กัมพูชาก็ทวงกลับมาไม่ได้อยู่ดี
เพราะอยู่ในช่วงเป็นอาณานิคม ถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายอย่างถูกกฏหมาย

แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น หลังจากอ่านเรื่องปราสาทเทวรูปที่พลัดพราก
ไปจากปราสาทเจิน สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศก็ได้ทำรูป 3D
ที่เชื่อว่าประกอบขึ้นมาจากซากสลักหักพังตกอยู่ที่ปราสาทกรอฮอม

ผมว่าดูน่าสนใจไม่แพ้การดวลระหว่างภีมะและทุรโยชน์เลยทีเดียว


--------------------------------

7/8/2560

ไปเจอบทความหนึ่งซึ่งเล่าเกี่ยวกับ เรื่องราวมหากาพย์มหาภารตะ
ทำให้ทราบว่า รูปปั้นนี้มีที่มาอย่างไร ผมขอนำมาลงไว้เป็นความรู้ตรงนี้

เมื่อสงครามกำลังก่อตัว ฝ่ายเการพและปาณฑพต่างประสงค์ตัวพระกฤษณะ
ให้มาร่วมช่วยเหลือกองทัพฝ่ายตน จึงส่งตัวแทนไปเข้าเฝ้าพระกฤษณะ
ปาณฑพส่งอรชุนไป ส่วนฝ่ายเการพทุรโยธน์ไปถึงกรุงทวารกาก่อนแล้ว
เมื่อไปถึงปรากฏว่าพระกฤษณะบรรทมหลับอยู่ ทุรโยธน์จึงเข้าไปนั่งที่เก้าอี้

ใกล้แท่นบรรทมตรงเหนือหัวพระกฤษณะ อรชุนนั่งลงพื้นตรงใกล้ปลายเท้า
เมื่อพระกฤษณทราบว่าการมาของทั้งสองคนว่าต่างประสงค์ในสิ่งเดียวกัน
เพื่อความเป็นธรรมกฤษณะให้ทั้งสองฝ่ายองค์เลือกระหว่าง ตัวพระกฤษณะเอง
แต่มีข้อแม้ว่าจะไม่จับอาวุธ กับ องทัพของพระองค์อันเกรียงไกรที่ชื่อ นารายัน

โดยให้สิทธิ์ฝ่ายปาณพพเลือกก่อน เพราะพระองค์ลืมตาขึ้นมาเห็นจึงเห็นอรชุนก่อน
อรชุนเลือกพระกฤษณะที่ไม่จับอาวุธ ทุรโยธน์จึงได้กองทัพของกรุงทวารกาไป

ช่วงปลายสงครามฝ่ายเการพเพลี่ยงพล้ำจนเกือบพ่ายแพ้ ทุรโยธน์หนีไป
พี่น้องฝ่ายปาณฑพตามเจอว่าแอบใต้กอบัวในสระน้ำไทวปายน
จึงได้ขอท้าทุรโยธน์มาสู้ตัวต่อตัว ทุรโยธน์จึงขอสู้กับภีมะด้วยคทา
มีพลรามและกฤษณะมาชมการต่อสู้ในครั้งนี้ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด

ทุรโยธน์นั้นเหนือกว่าภีมะมากและภีมะกำลังจะพ่ายแพ้แก่ทุรโยธน์
พระกฤษณะจึงทำเป็นคุยเสียงดังกับอรชุน ถึงคราวที่ฝ่ายปาณฑพเล่นสกาแพ้
เพื่อที่จะกระตุ้นให้ภีมะนึกถึงสิ่งที่ฝ่ายเการพทำกับฝ่ายปาณฑพรวม
ให้นึกถึงความอับอายของเทราปตีมเหสีของเหล่าพี่น้องปาณฑพ

พร้อมบอกว่าการที่จะต่อสู้แบบยุติธรรมไม่สามารถเอาชนะทุรโยธน์ได้
อรชุนจึงทำท่าลูบหรือตีไปที่หน้าขาของตนส่งสัญญาณให้ภีมะรู้
ทันใดนั้น ภีมะก็ใช้คทาฟาดไปที่หน้าขาของทุรโยธน์
จนกระดูกแตกละเอียดล้มฟุบลงกับพื้นไม่สามารถขยับได้อีก

การกระทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎ ที่ห้ามใช้คฑาโจมตีบริเวณที่ต่ำกว่าเอว
และได้สร้างความโกรธแค้นแก่พลรามในฐานะของอาจารย์ผู้สอนทั้งสองคน
พลรามหยิบคันไถที่ใช้เป็นอาวุธตรงเข้าไปหมายจะสังหารภีมะ
พระกฤษณะจึงเข้าขวาง และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของฝ่ายปาณฑพ

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ช่างเขมรเข้าใจในเนื้อเรื่องของมหาภารตะเป็นอย่างดี
ถึงได้จับตอนที่สำคัญนี้มาแสดงเป็นรูปศิลาอันงดงามประดับปราสาทนั่นเอง



Create Date : 30 มีนาคม 2560
Last Update : 9 กรกฎาคม 2563 14:38:13 น. 42 comments
Counter : 47 Pageviews.  

 
วันก่อนอ่านเจอเทวรูปมีหนวด เป็นของปราสาทที่ อ.โนนสูงโคราชค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:17:03:10 น.  

 
ตั้งใจพิมพ์ไม้ยมกเป็นตัวคิวป่าวคะ?

มาอ่านเอาความรู้ต่อ

นั่นสินะคะ ทำไมไม่พูดถึงเลยน้อ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Eat Lek Lek Review Food Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
จารุพิชญ์ Music Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
อุ้มสี Diarist ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Education Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 31 มีนาคม 2560 เวลา:22:18:56 น.  

 
เห็นข่าวทวงคืนเทวรูปสำริดประโคนชัยเหมือนกัน แต่ไม่ได้ติดตามรายละเอียดเลยครับ
พวกที่ไปโผล่ต่างประเทศนี่คนในขโมยไปขายเขาเองทั้งนั้น น่าจะตามจับโจรให้ได้ด้วย พิพิธภัณฑ์หรืองานประมูลก็ไม่น่ารับซื้อของโจรเลย


โดย: ชีริว วันที่: 3 เมษายน 2560 เวลา:21:19:05 น.  

 
สวัสดีอกีรอบค่าา

ขอบคุณสำหรับโหวตนะคะ

ไม่ชอบบุฟเฟต์เหรอคะ เราอ้ะชอบมาก ถึงจะกินไม่ได้เยอะก็เหอะ แหะๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:12:02:52 น.  

 
อ่านช้า ๆ และอ่านทวนอยู่หลายรอบเลยค่ะ

*** งานหนังสือยังเหลืออีกหลายวันค่ะ ถ้าจะไปเอาเล่มเดียว เหมือนจะไม่คุ้มในการดั้นด้นไปเนาะคะ

คุ้น ๆ ว่า จะมีบรรยายเรื่องเศียรพระพุทธรูป วัดพระศรีสรรเพชญ์ วันอาทิตย์ที่ 9 นี้ จะหา link มาแปะ หาไม่เจอค่ะ ทราบข่าวหรือยังคะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 5 เมษายน 2560 เวลา:18:14:22 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
We Are FroM BeLGiUM Klaibann Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
auau_py Review Food Blog ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Education Blog ดู Blog

ตามมาหาความรู้ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:8:23:08 น.  

 
เมืองแกนเป็นเมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยพญามังรายหรือก่อนนั้นค่ะ
เช่นพญาสามฝั่งแกน บางท่านก็ว่าเพราะท่านประสูติที่ริมฝั่งแม่น้ำแกน
เมื่อคราวพญาแสนเมืองมาเสด็จกลับจากสิบสองปันนา
เป็นเมืองที่อยู่ใกล้แม่น้ำปิง แม่น้าแกน แม่น้ำงัด
มีการค้นพบเตาเผาโบราณเป็นเครื่องเคลือบศิลาดล
มีร่องรอยของกำแพงเมืองเก่าเขาว่างั้น แต่เรายังไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน
เป็นทีราบระหว่างภูเขาที่กว้างใหญ่ ขนาดว่าถ้าเดินทางข้ามทุ่งเอาเนื้อตากไว้จะแห้งเลย
มีแม่น้ำ อุดมสมบูรณ์
ส่วนตัวนะคะ
ดูในกูเกิลแมป เหมือนเป็นเมืองโบราณที่มีขอบเขตเป็นวงรีค่ะ
แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหลืออะไรละนอกจาก เตาเผาอินทขิล ... อินทขิลก็เป็นชื่อของหลักเมืองด้วย แต่ยังหาไม่เจอว่ามีความเป็นมาอย่างไรค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:10:20:56 น.  

 
วงรีเหมือนหอยสังข์ ?


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:10:23:24 น.  

 
ปล. เป็นวัดใหญ่เพราะคนศรัทธาครูบาเทือง เท่านั้นจริง ๆ ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 เมษายน 2560 เวลา:10:24:48 น.  

 
เป็นเรื่องราวน่าสนใจมากค่ะ แต่คนชราต้องค่อยๆอ่าน
วันนี้แวะมาปูพื้น ขอแอดไปก่อน และฝากกำลังใจไว้ด้วยค่ะ
แล้วค่อยมาใหม่ รู้ทางแล้วนี่นา

พลอยได้อ่านคอมเม้นต์ดีๆของผู้สนใจด้านนี้ด้วย
ขอบคุณนะคะ

สุขสันต์สงกรานต์ด้วยค่ะ



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 10 เมษายน 2560 เวลา:20:41:56 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่าา

ข้าวแช่อรอ่ยน้าา แต่หาผู้ชายชอบยากมากๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:9:35:24 น.  

 
สุขสันต์วันปี๋ใหม่เมืองเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 12 เมษายน 2560 เวลา:14:46:39 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

ส่วนใหญ่ยังไงก็ติดใจหิมะค่ะ แหะๆ

แต่เราไม่ค่อยชอบอากาศหนาวๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 เมษายน 2560 เวลา:20:43:37 น.  

 
คงไม่เก่าหรอกค่ะ เพราะเมืองและวัดสร้างตอนสมัย ร.3- ร.4 เองค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 เมษายน 2560 เวลา:12:44:13 น.  

 
มาชวนไปดูวัดที่เอาเสานางเรียงมาทำเสมาอ่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 เมษายน 2560 เวลา:13:19:44 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

เราก็อยากไปดูนกกระเรียนค่ะ แต่โปรแกรมนี้ไม่มีหละ แหะๆ



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 เมษายน 2560 เวลา:17:29:23 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:05:44 น.  

 
แต่ละจุดแลนด์มาร์คในกรุงเทพฯ จำง่ายอยู่เนาะคะ

ต่างจังหวัดบางเขา บางดอย บางวัด ถ่ายรูปมาวางรวม ๆ แบบนี้ จะดูยากนิดนึงค่ะ



โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 3 พฤษภาคม 2560 เวลา:13:47:34 น.  

 
ภาพพระพุทธบาทเขาใส่กรอบกระจกไว้ค่ะ
มิสามารถถ่ายภาพออกมาชัด ๆ ได้เลย มุมกล้องไม่ได้เลย
เงาสะท้อนตลอด มองยังมองไม่ชัดเลยค่ะ อิอิ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:18:16 น.  

 
ปล. ที่นครสวรรค์อยู่บนเขาค่ะ
วัดเขากบ ... วัดวรนาถบรรพต อ.เมือง นครสวรรค์

Read more: https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tuk-tukatkorat&month=09-07-2015&group=26&gblog=96


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 พฤษภาคม 2560 เวลา:20:21:32 น.  

 
เอารูปเก่ามาฝากค่ะ

ภาพถ่ายในอดีต ... บนเส้นทางทางที่หนุ่มๆ ขับรถขึ้นมาทัศนศึกษาเชียงใหม่

Read more: https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tuk-tukatkorat&month=04-05-2017&group=31&gblog=55#ixzz4g5pheuSU


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 พฤษภาคม 2560 เวลา:14:31:43 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่าาา

กร๊ากกก ฮอกไกโดก็มีบึงบังค่า แต่คงอยู่ได้เฉพาะหน้าร้อน หน้าหนาวน่าจะไม่ไหวกันค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 เวลา:8:57:26 น.  

 
ชอบจินตนาการจัง ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 พฤษภาคม 2560 เวลา:11:05:15 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2560 เวลา:14:44:41 น.  

 
มีรูปเก่าเขาพระวิหารค่ะ
ทั้งในบล็อกแก้งและพันทิปนะคะ แล้วแต่สะดวกค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 พฤษภาคม 2560 เวลา:21:20:08 น.  

 
มาขอบคุณสำหรับโหวตค่าาา

มิน่าหละ หายไปเลย

หายยุ่งแล้วมาอัพบล็อกนะคะ รอๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 8 มิถุนายน 2560 เวลา:11:34:59 น.  

 
เพิ่มเติมข้อมูลเที่ยวบินตอนแรกแล้วค่ะ ตี 3 กว่า ... ลืมบวกไปอีก 2 ชม. เวลาบ้านเค้า แก้แล้วอีกเหมือนกันค่ะ

ตอนที่ 2 ชื่อไดเมียว ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวค่อยไปเพิ่มข้อมูล

ปราสาทฮิโรซากิ อ่านประวัติผ่าน ๆ เห็นว่าเคยไฟไหม้ไปครั้งนึงค่ะ https://www.talonjapan.com/hirosaki-castle/

ตอนนี้เค้าย้ายตัวปราสาทออกเพื่อซ่อมฐานตรงป้อม เลยย้ายมาวางอีกจุดนึง เห็นเค้าว่าจุดที่ยกมาวาง (ได้ขึ้นไปดูด้านในปราสาทด้วยค่ะ) ดูดีกว่าที่เดิมอีกค่ะ
//www.jnto.or.th/newsletter/hirosaki/

ขอบคุณโหวตค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 มิถุนายน 2560 เวลา:14:24:18 น.  

 
กำลังจะไปเที่ยววัดเก่าแพรค่ะ เดี๋ยวหาภาพมาฝาก ไม่ค่อยกล้าไปแวะชวนมาบล็อกเพราะเกรงใจ เดี๋ยวจะไปกวนเรื่อย ๆ ละค่ะว่าไปไหนมาจะอวด


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 9 มิถุนายน 2560 เวลา:7:37:07 น.  

 
เป็ด - เพิ่มเติมข้อมูลแล้วค่ะ

ดีจังค่ะ จะได้เก็บไว้อ่านด้วย

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 13 มิถุนายน 2560 เวลา:14:31:15 น.  

 
บวชช้างในน้ำยมที่หาดเสี้ยวค่ะ
คือตัวอำเภอศรีสัชนาลัย ... บ้านเพื่อนเราเอง อิอิ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 14 มิถุนายน 2560 เวลา:17:07:55 น.  

 
ยังยุ่งอยู่เหรอคะ?

ก็ไปสองรอบสิคะ หน้าหนาวกับหน้าร้อนนี่จุดเด่นมันคนละอย่างน้าา


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 15 มิถุนายน 2560 เวลา:8:28:15 น.  

 
พรุ่งนี้ (วันศุกร์) จะลงตอน 3 ค่ะ แต่ตอนนี้ยังทำไม่เสร็จ อาจจะมีเติมรูปอีก แต่พรุ่งนี้ออนแอร์แน่ ๆ ค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 15 มิถุนายน 2560 เวลา:21:39:51 น.  

 
เคยไปสองรอบแล้วค่ะ จะชวนคนขับไปอีกเขาก็ดูไม่อยากไป


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 มิถุนายน 2560 เวลา:13:32:08 น.  

 
เดี๋ยวไปเขาอิวากินั่นด้วยค่ะ มองเห็นระยะใกล้ ๆ เสียดายไม่ได้นั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบน วันนั้นเค้าปิดไม่ให้ขึ้นค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 30 มิถุนายน 2560 เวลา:19:27:18 น.  

 
เรื่องไม่ควรถ่ายรูปเด็ก... น้องที่ไปด้วยเตือนไว้เหมือนกันค่ะ

วันนั้นขึ้นรถไปแล้ว ก็สอบถามคนขับอีกรอบ (กันพลาด) ค่ะ apple park ? แล้วก็ถามพี่ผู้โดยสารด้วยกัน ตอนลง พี่ ๆ เค้าช่วยบอกว่า ถึงแล้ว ๆ ค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 สิงหาคม 2560 เวลา:19:55:54 น.  

 
ขอบคุณโหวตโปสการ์ดค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 8 สิงหาคม 2560 เวลา:20:33:49 น.  

 
แต่เดิมอยู่ที่วัดสะดือเมือง (หรือวัดอินทขิล)
ที่หอประชุมติโลกราชข้างศาลากลางหลังเก่า
ในสมัยพระเจ้ากาวิละ ครองเมืองเชียงใหม่
ให้ย้ายเสาอินทขิลมาไว้ที่วัดเจดีย์หลวง และได้บูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ พร้อมทั้งสร้างวิหารครอบไว้เมือปี พ.ศ.2343
ต่อมา วิหารอินทขิลได้ชำรุดทรุดโทรม
ปี พ.ศ.2496 ครูบาขาวปี ... ครูบาท่านเป็นศิษย์ครูบาศรีวิชัย ทางการคือคณะสงฆ์จากส่วนกลางไม่รับให้ท่านบวช ท่านจึงห่มผ้าขาวแทนผ้าเหลือง จึงเรียกครูบาขาวปี๋ ...
ได้สร้าง วิหารอินทขิลขึ้นใหม่ ในแบบปัจจุบัน
ต่อมาปี พ.ศ.2514 นางสุรางค์ เจริญบุญ ได้บริจาคทรัพย์ 100,000 บาท ทำการซ่อมแซมวิหารอินทขิลอีกครั้ง
จำภาพตอนเด็ก ๆ ไม่ได้ค่ะ พยายามหาภาพเก่าก็ไม่มีใครถ่ายเอาไว้
น่าจะ มีมาแต่ครูบาขาวปี๋สร้างน่ะค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:13:22:41 น.  

 


พระพือ พบที่ถ้ำใต้น้ำที่แก่งสะพือ ปัจจุบันอยู่ในอุโบสถ วัดสระแก้ง พิบูลมังสาหาร ว่าจะไปสักวันค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:13:35:51 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 24 สิงหาคม 2560 เวลา:17:37:55 น.  

 
ดูโยเดียก่อนค่ะ แล้วมาดูชุดนี้ต่อ ถามทีมงานเค้าว่าใช่ทีมเดียวกันหรือเปล่า น้องเค้าบอกไม่ใช่ค่ะ

ชอบภาพ ชอบการดำเนินเรื่อง ชอบบทสัมภาษณ์ ส่วนมากดูย้อนหลังในยูทูปเอาค่ะ


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 5 กันยายน 2560 เวลา:16:22:41 น.  

 
เด็นดูการ์ตูนมาค่ะ รู้หมดเลยสัตว์ตัวไหนชื่ออะไร


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 5 กันยายน 2560 เวลา:17:01:02 น.  

 
เจ้าของบล็อกหายไปไหนคะเนี่ย


โดย: อุ้มสี วันที่: 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา:16:23:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16


 
ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]