Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
4 กรกฏาคม 2552

ความสำคัญของเมืองเชียงใหม่ต่อกรุงศรีอยุธยา

คราวที่แล้วเปิดประเด็นว่าในสมัยพระเจ้าปราส่าททองนั้น พม่าได้เข้ามายึดเมืองเชียงใหม่
และสุดท้ายก็ใช้เป็นฐานในการรวบรวมยุทธปัจจัย มาใช้ในสงครามเสียกรุงครั้งที่สอง
นั่นคือการมองย้อนหลังกลับไป แต่หากเราย้อนกลับไปในเวลานั้น
เมื่อทรัพยากรนั้นเป็นสิ่งที่จำกัด จึงต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ

ความสำคัญอันดับหนึ่งในช่วงเวลานั้นคือ ความมั่นคงภายใน
เมื่อออกญากกลาโหมมีอำนาจมากมาก่อน และสามารถกำจัดผู้มีอำนาจที่เป็นคู่แข่ง
คือออกญาจักรี และออกญาเสนาภิมุขไปได้ การเมืองภายในย่อมอยู่ในการควบคุม

ลำดับต่อไปก็คือการไปตีเมืองเขมร ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีปัญหากับอยุธยามากที่สุด
เมื่อใดที่อยุธยาติดศึก พระยาละแวกก็ใช้เป็นโอกาสเข้ามากวาดต้อนผู้คนไปทุกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเสียกรุงครั้งที่หนึ่ง ที่ยกทัพมากวาดต้อนผู้คนถึงชานพระนคร
ทำให้ไทยใช้เป็นข้ออ้างในการเสริมกำแพงเมือง และขอพระนเรศวรกลับมาช่วยราชการ
ซึ่งพระนเรศวรต้องรบกับเขมรถึง 5 ครั้ง กว่าที่จะทำให้เขมรกลับมาเป็นประเทศราช

แต่การตกเป็นประเทศราชของเขมรก็มักไม่จีรัง
ยามใดที่อยุธยาผลัดแผ่นดินเขมรก็มักจะแข็งเมือง
หรือยามใดที่เขมรผลัดแผ่นดิน เจ้าเมืองคนใหม่ก็มักจะแข็งเมืองเช่นกัน
ฉนั้นการทำศึกกับเขมรนั้น อยุธยาถือว่าเป็นงานประจำที่ต้องกระทำ

อันดับต่อไปคือหัวเมืองปักษ์ใต้ เมื่อส่งออกญาเสนาภิมุขไปตีเมืองนครนั้น
ออกญากลาโหมคงใช้เป็นการยืมดาบฆ่าคน หากเสียชีวิตในการรบก็ดี
แต่หากไม่ ก็ครองอำนาจอยู่ห่างไกลเมืองหลวง
ไม่มีผลกระทบอันใดต่อฐานอำนาจส่วนกลาง
เพราะความสัมพันธ์ที่กษัตริย์อยุธยาช่วงต้น พยายามสร้างขึ้นมากับเมืองนครนั้น
คงจบไปพร้อมกับการสิ้นราชวงศ์สุพรรณภูมิ ในสงครามคราวเสียกรุง

ไม่เช่นนั้นออกญากลาโหม คงไม่สามารถเพ็ดทูลได้ว่าเจ้าเมืองนครคิดเป็นกบฏ
แต่เมื่อพระยาตานีร่วมมือกับมลายู ยกมาตีเมืองสงขลาและพัทลุงนั้น
อยุธยากลับคอบสนองแตกต่างไป เพราะเมืองสงขลานั้นเป็นเมืองท่าเกิดใหม่
ที่ขึ้นมาแข่งอำนาจกับเมืองนคร อยุธยาจึงถือเป็นธุระทางทหาร
ที่จำเป็นต้องช่วยพันธมิตรใหม่ เพื่อใช้เป็นเมืองท่าสำคัญทางใต้

เมื่อเรียงลำดับความสำคัญ การไปตีเมืองเชียงใหม่จึงถือเป็นลำดับท้าย
เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองทีี่ถึงตีได้ แต่ก็ยากที่จะรักษาไว้
เนื่องจากหัวเมืองไทยใหญ่มีความสัมพันธิ์ทางการเมืองกับล้านนา
และล้านนาเองก็มีความสัมพันธิ์ทางการเมืองกับล้านช้าง

แต่อยุธยาเคยทำได้ในสองรัชกาลคือ พระไชยราชา และพระนเรศวรมหาราช
สมัยพระไชยราชานั้น อยุธยาเพิ่งรวมแคว้นสุโขทัยมาอยู่ในอำนาจได้ไม่นาน
แต่ก็มองเห็นภัยจากพม่าที่จะมีมาในอนาคต
จากความเป็นกษัตริย์ชาตินักรบของพระเจ้าตะเบงชเวตี้

ปี พศ 2088 เมืองเชียงใหม่กำลังระส่ำระสาย
เมื่อพระเกศเมืองเกล้าสิ้นพระชนม์จากการก่อกบฏของแสนคร้าว
หัวเมืองกลุ่มเชียงแสน ได้เข้ามาปราบกบฏในครั้งนั้นลงได้
แล้วอัญเชิญบุตรีคือพระนางจิระประภา ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แทน
แต่พระนางเองก็คงรู้ว่าตนเองเป็นเพียงสตรี คงไม่อาจรั้งเมืองเอาไว้ได้
เพราะทั้งพระเจ้าตะเบงชเวตี้และพระไชยราชาล้วนเป็นยอดนักรบทั้งสิ้น
จึงส่งพระราชสาส์นไปอัญเชิญพระไชยเชษฐา มาครองเมืองแทน

ระหว่างนั้นเอง อยุธยาเห็นเป็นโอกาสในการใช้เชียงใหม่เป็นรัฐกันชนกับพม่า
พระไชยราชาจึงยกทัพไปเอาเมืองเชียงใหม่ แต่พระนางจิระประภาก็ใช้ไม้อ่อน
โดยการเชิญเครื่องบรรณาการออกมายอมอ่อนน้อมแต่โดยดี
พระไชยราชาจึงเสด็จกลับ แต่เมื่อคล้อยหลังทัพอยุธยา
เจ้าฟ้าล้านช้างร่มขาวก็เสด็จมาเมืองเชียงใหม่ ตามคำเชิญของพระนาง
นั่นเท่ากับเป็นการหักหลังกันซึ่งหน้า

ปี พศ 2089 ทัพอยุธยาจึงขึ้นไปตีเอาเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง แต่พระไชยราชา
ทรงบาดเจ็บจากการรบ อยุธยาจึงต้องถอนกำลังกลับ และในเวลาต่อมาบุเรงนอง
ได้เข้าควบคุมหัวเมืองทั้งหมดในแถบนี้ รวมทั้งหัวเมืองเหนือแคว้นสุโขทัยผ่านทาง
ออกญาพระพิษณุโลก บุตรเขยแห่งสมเด็จพระมหาจักพรรดิ์

ปี พศ 2112 ความขัดแย้งถึงขีดสุด พระเจ้าบุเรงนองจึงยกทัพเข้าตึกรุงศรีอยุธยา
ล้มอำนาจราซวงส์สุพรรณภูมิ และเปิดศักราชใหม่อของยุธยาในการปกครองของราชวงศ์สุโขทัย

ปี พศ 2127พระนเรศวรได้ประกาศอิสระภาพต่อหงสาวดี
พระเจ้านันทบุเรงไม่สามารถจะมาปราบอยุธยาให้กลับมาเป็นประเทศราชได้
ทำให้หัวเมืองไทยใหญ่ ล้านนา เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารต่ออยุธยา
ส่วนแคว้นสุโขทัยนั้นก็เป็นเมืองเดิมของพระองค์อยู่แต่ก่อนแล้ว

จะเห็นได้ว่า หากพม่าต้องการตีกรุงศรีอยุธยาลงให้ได้นั้น
พม่าจะต้องยึดหัวเมืองไทยใหญ่ ล้านนาและล้านช้างให้ได้เสียก่อน
เพราะอยุธยานั้นมีทั้งความเป็นรัฐที่ยิ่งใหญ่ และเมืองป้อมปราการอันแข็งแกร่ง
อยุธยาจึงเลือกที่จะทำสงครามกับพม่า ที่เชี่ยวชาญสงครามกว่าโดยการตั้งรับศึก
ใช้แม่น้ำตามธรรมฃาติอันกว้างขวางสามสายเป็นคูเมือง
ใช้กำแพงพระนครและปืนขนาดใหญ่ทำสงครามป้อมค่าย
ใช้น้ำหลากที่เปลี่ยนทุกหนแห่งนอกเกาะอยุธยา ให้เป็นทะเลแห่งการทำลายล้าง

แต่ยุทธศาสตร์นี้ก็ถูกทำลายลงในปี พศ 2310

ล่วงเข้าสูสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ธนบุรีเมืองหลวงนั้นไม่แข็งแกร่งเช่นอยุธยา
ทำให้ไม่สามารถใช้พระนครเป็นฐานรับศึกได้ การยึดเฃียงใหม่ให้อยู่ในอำนาจเป็นเรื่องจำเป็น
เพื่อป้องกันไม่ให้พม่าใช้ยุทธศาสตร์การรุกแบบคีม บุกมาทั้งทิศเหนือและใต้อีกต่อไป
และผนวกเชียงใหม่เข้ามาแบบเสร็จเด็ดขาดในการเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบ
มณฑลเทศาภิบาลและการรับเจ้าดารารัศมีมาเป็นพระราชชายาในสมัยรัชกาลที่ 5



Create Date : 04 กรกฎาคม 2552
Last Update : 4 มีนาคม 2553 16:22:38 น. 3 comments
Counter : 783 Pageviews.  

 
ตามมาอ่านจริงนะเนี่ย สนุกดีค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:11:28 น.  

 
ยินดี ที่เขียนแล้วมีคนอ่านครับ


โดย: VET53 วันที่: 7 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:47:25 น.  

 
มีเนื้อหาสาระดี น่าอ่านครับ


โดย: NATSKI13 วันที่: 8 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:56:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17


 
ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]