Apple has lost a visionary and creative genius, and the world has lost an amazing human being.

But his spirit will forever be the foundation of Apple. 6 October 2011

<<
กรกฏาคม 2564
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
16 กรกฏาคม 2564

เที่ยวทิพย์ : การกลับบ้านของทับหลังปราสาทเขาโล้น (1)




ช่วงนี้เห็นหลายคนใน facebook ลงภาพท่องเที่ยวเก่าๆ
เพราะว่าช่วงนี้จะเดินทางไปไหนก็ไม่สะดวกด้วยสถานการณ์โควิด19
เป็นคำที่ไม่รู้ใครคิด แต่ผมได้ยินแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ไปก็ไม่ต้องลง
จะเที่ยวทิพย์ให้ดูมโนไปทำไม แต่วันนี้ผมขอใช้เนื่องด้วยความจำเป็น
 
เพราะไม่นานมานี้ผมเพิ่งไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครมา
ด้วยความดีใจที่พิพิธภัณฑ์นั้นแทบไม่มีกิจกรรมมาอย่างยาวนาน
ในงานนิทรรศการพิเศษ อารยธรรมวิวัฒน์ ลพบุรี – ศรีรามเทพนคร
ที่เปิดให้เข้าชมในวันที่ 12 เมษายน 2564 ถึง 30 มิถุนายน 2564
 
คิดในใจว่าโชคดีที่ได้ไป เพราะหลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลก็สั่งปิดอีกแล้ว
แต่กลับกลายเป็นโชคร้ายเมื่อเดือนต่อมา ได้มีพิธีส่งมอบทับหลัง
ของปราสาทเขาโล้นและปราสาทหนองหงส์จากประเทศสหรัฐอเมริกา
และจัดแสดงให้ชมที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยจนถึงปลายเดือนกันยายน
 
อือ ผมเสียเงินไปชมนิทรรศการพิเศษมาแล้วจะให้เสียเงินอีก 30 บาท
ไปชมทับหลังแค่ 2 ชิ้นเท่านั้นเองหรือ ไม่ใช่สำหรับคนแบบผมเป็นแน่
ดังนั้นนั่นจึงเป็นที่มาของการพาไปเที่ยวทิพย์ด้วยกันในวันนี้
 

 
ปราสาทเขาโล้น ตั้งอยู่บนเชิงเขาสะแกกรอง บ้านเจริญสุข ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
ปราสาทหนองหงส์ตั้งอยู่บนพื้นราบที่บ้านโนนดินแดง ต.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ 
ฟังดูไม่น่ามีความเกี่ยวพันกันในทางใด
 
แต่เมื่อเราดูแผนที่ของกูเกิ้ลจะพบว่า ปราสาททั้งสองหลังนี้
ตั้งอยู่ในเส้นทางการค้าโบราณระหว่างภาคอีสานกับเมืองพระนคร
โดยตัดผ่านเทือกเขาบรรทัดทางช่องตะโก

ทับหลังปราสาทเขาโล้นเป็นรูปรูปเทวดานั่งชันเข่าถืออาวุธเหนือเกียรติมุข
คลายท่อนพวงมาลัยเป็นวงโค้ง 2 วง 
ทับหลังปราสาทหนองหงส์เป็นรูปเทพประทับเหนือเกียรติมุขเช่นเดียวกัน
แต่รูปสัตว์พาหนะเห็นได้ชัดว่ามีเขาตรง หมายถึงพระยมทรงกระบือ
นักวิชาการกำหนดอายุทับหลังทั้สองชิ้นไว้ในสมัยบาปวนตอนต้น
 
ศิลปะแบบบาปวนเป็นคำสั้นๆ ที่มีมีความหมายเพราะเป็นศิลปะของปราสาท
ที่พบมากที่สุดในภาคอีสานของไทย แล้วเราจะกำหนดอายุให้ละเอียดลงไป
ได้มากกว่านี้หรือไม่ หรืออะไรที่ทำให้การสร้างปราสาทในช่วงสมัยนี้
ถึงได้รุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างถึงขีดสุด มันน่าจะต้องสัมพันธ์กับการเมืองเป็นแน่
 

 
https://www.facebook.com/prfinearts/posts/4031915763542504/

ทับหลังปราสาทเขาโล้นปรากฎเป็นภาพถ่ายครั้งแรกจากการสำรวจโดยหน่วยศิลปากรที่ 5  
ปี พ.ศ. 2503  ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถยืนยันได้ว่าทับหลังนี้มีที่มาจากประเทศไทย
โดยบันทึกไว้ว่า
 

สิ่งสำคัญที่สุดของปราสาทหลังนี้คือวงกบประตูหินทรายสูงประมาณ 1 เมตร
หนาเกือบ 1 ฟุต มีจารึกอักษรโบราณที่วงกบประตูทั้ง 2 บาน
แต่ส่วนหนึ่งของจารึกได้กะเทาะบุบสลายไป….
ทับหลังประตูหินทรายมีลวดลายใบไม้ล้อมรอบ ตรงกลางมีเกียรติมุขมองเห็นได้ชัดเจน
เหนือทับหลังขึ้นไปเป็นหน้าบันอิฐเผาซึ่งมีลวดลายบ้างเล็กน้อย…
 
ในบทความเรื่องศิลปะสมัยลพบุรีของ ศ.มจ.สุภัทรดิศ ดิศกุล
ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2510 ได้กล่าวถึงปราสาทเขาโล้นว่า


เป็นปราสาทหลังเดียวก่ออิฐ  มีทับหลังสลักรูปเทวดา
นั่งชันเข่าบนเกียรติมุข ท่อนพวงมาลัยนั้นมิได้ออกมาจากปากแต่อยู่ใต้ลิ้น
และท่อนปลายของพวงมาลัยก็ขมวดเป็นวงโค้งสลับกันข้างละ 2 วงเท่านั้น
จึงอาจจะอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 1700-1750 แทนที่จะอยู่ระหว่าง พ.ศ. 1600-1650

อย่างไรก็ดีเสาอิงกรอบประตูและกรอบประตูหินทรายก็ดูอาจจะเก่าแก่กว่าระยะนี้
อายุของปราสาทอิฐแห่งนี้ยังไม่สู้แน่นอนนัก
มีจารึกอยู่บนกรอบประตูด้านใต้และด้านเหนือบ่งถึง พ.ศ. 1500 และ 1559
แต่เสาอิงประดูและกรอบประตูหินทรายนี้อาจมาจากปราสาทหลังอื่นที่เก่าแก่กว่านี้ก็ได้

 

ทับหลังแบบบาปวน ปราสาทตาแก้ว
 
เพื่อให้เข้าใจถึงช่วงเวลา เราคงต้องมาเข้าใจยุคสมัยของศิลปะเมืองพระนคร
ศิลปะบันทายศรี  ราว พ.ศ.1510 - ราว พ.ศ.1540
ศิลปะคลัง  ราว พ.ศ.1505-1550
ศิลปะบาปวน ราว พ.ศ.1550-1620
ศิลปะนครวัด  ราว พ.ศ.1640-1715

ดูเหมือนมียุคสมัยของศิลปะที่ทับซ้อน และมีช่วงเวลาที่หายไป
เพื่อให้ง่าย เราจะดูเฉพาะทับหลัง ศิลปะแบบบันทายศรีกำหนดอายุตามศิลปะ
ที่พบที่ปราสาทบันทายศรี ซึ่งไม่มีรูปแบบที่แน่ชัด แต่ฝีมือการแกะสลักนั้น
เพียงมองด้วยตาเปล่าคนทั่วไปก็แยกออก ด้วยความละเอียดประณีตของการแกะสลัก
 
ปราสาทบันทายศรีสร้างโดยพราหมณ์ ยัชญวราหะอาจารย์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5
(พ.ศ. 1511-1544) ซึ่งพระองค์เองมีปราสาทประจำรัชกาลคือ ปราสาทตาแก้ว
ซึ่งแทบไม่มีลวดลายแกะสลัก เนื่องจากสร้างไม่แล้วเสร็จ
มีพราหมณ์ในราชสำนักของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ได้ขอเข้ามาต่อเติม
 
พร้อมจารึกข้อมูลว่า ปราสาทนี้สร้างไม่แล้วเสร็จเนื่องจากถูกฟ้าผ่า
ทับหลังที่สลักอยู่ที่นี่ถูกกำหนดจัดเป็นศิลปะแบบคลัง
ที่ตั้งชื่อตามทับหลังที่ตกอยู่หน้าปราสาทสองหลังที่นักวิชาการฝรั่งเศสในสมัยนั้น
คิดว่าเป็นปราสาทที่ใช้เก็บของมีค่าตั้งอยู่หน้าพระราชวังหลวง จึงเรียกว่าปราสาทคลัง
 
พระราชวังหลวงสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ดังนั้นศิลปะแบบคลังจึงมีความไม่แน่ชัด
แต่อย่างน้อยก็มีติดอยู่ที่ประตูพระราชวังหลวง ทำให้นักวิชาการรุ่นหลัง
บางครั้งใช้คำว่า ศิลปะแบบประตูพระราชวังหลวง แทนคำว่า ศิลปะคลัง



 ทับหลังแบบคลังผสมบาปวน ปราสาทบาปวน

เมื่อเอาอายุของแบบศิลปะมาซ้อนทับกับรัชกาล จะเห็นได้ว่าศิลปะแบบคลัง
จัดอยู่ในรัชกาลก่อนหน้าพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 แต่เมื่อไปดูทับหลังที่สร้างในรัชกาลนี้
ปราสาทพระวิหาร ค่อนข้างไม่มีเอกลักษณ์ เป็นภาพเล่าเรื่องเหมือนปราสาทพิมาย
ปราสาทพนมจิซอว์เป็นแบบคลัง ปราสาทวัดเอกพนมเป็นแบบบาปวน
 
แม้แต่ที่ปราสาทบาปวน ที่นักวิชาการใช้กำหนดยุคของศิลปะว่า
สร้างในรัชกาลพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1593-1609) ก็มีแบบศิลปะคลังปน
ดังนั้น เมื่อพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 สร้างพระราชวังหลวง จึงควรมีการสร้างปราสาทบาปวนด้วย
ทำให้ปราสาทนี้ปรากฏศิลปะแบบคลังร่วมอยู่ และเมื่อมีศิลปะคลังในสมัยรัชกาลนี้
ศิลปะคลังจึงถือว่าใช้ต่อมาถึงในรัชกาลของพระองค์ อย่างน้อยก็ในช่วงครึ่งรัชกาลแรก
 
ถึงตรงนี้ยังไม่ได้เล่าเลยว่า ทับหลังแบบคลังและทับหลังแบบบาปวนต่างกันอย่างไร
ทับหลังแบบคลังนั้นจะมีเกียรติมุขอยู่ตรงกลาง เหนือเกียรติมุขเป็นลายสามเหลี่ยม
เกียรติมุขคลายท่อนพวงมาลัยแบบตรงออกทั้งสองข้าง มีการตัดตรงกลางด้วยเฟื่องอุบะ
ส่วนทับหลังแบบบาปวนจะมีเทพประทับเหนือเกียรติมุข ท่อนพวงมาลัยไม่มีการตัดกลาง
ด้วยเฟื่องอุบะ ส่วนข้างบนและข้างล่างท่อนพวงมาลัยเป็นลายใบไม้ม้วนเหมือนกัน
 
เมื่อดูในภาพรวมแล้ว

ทับหลังแบบคลังน่าจะเริ่มในช่วงต้นของรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1
ก่อนที่จะคลี่คลายไปเป็นแบบบาปวนในช่วงปลายรัชกาล และมีทับหลังบางชิ้น
ที่มีลักษณะผสมกันทั้งสองแบบ จนบอกไม่ได้ว่าเป็นทับหลังแบบคลังหรือว่าบาปวน
ถึงตรงนี้เราสามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดที่ปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ
จึงพบทับหลังได้ทั้งแบบคลังและบาปวน เพราะว่าเป็นศิลปะที่นิยมผสมกันในสมัยรัชกาลนี้
 
แค่ทับหลังเราสามารถกำหนดอายุของปราสาทและผู้สร้างปราสาทเขาโล้นได้หรือยัง
คงต้องไปดูการขุดค้นล่าสุด โดยสำนักศิลปากรที่ 5 ซึ่งพบหลักฐานอื่นๆ อีก



Create Date : 16 กรกฎาคม 2564
Last Update : 20 กรกฎาคม 2564 9:15:04 น. 3 comments
Counter : 264 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณKavanich96


 
ช่องตะโกเดี๋ยวนี้รถวิ่งเยอะขึ้นค่ะ แต่มีบางช่วงสองเลนเล็ก ชัน แต่ก็สะดวกมากจากสระแก้วมาบุรีรัมย์
เคยไปแต่สด๊กก๊อกธมค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:16:21:30 น.  

 
สด๊กก๊อกธม เดินทะลุบารายหน้าปราสาทไปไม่ถึงกิโลนึงถึงชายแดนเลยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 กรกฎาคม 2564 เวลา:16:39:31 น.  

 
จะมีสักกี่คนนะที่หลงใหลในศิลปะแบบนี้



โดย: หอมกร วันที่: 17 กรกฎาคม 2564 เวลา:8:27:20 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




New Comments
[Add ผู้ชายในสายลมหนาว's blog to your web]