เฉือน ฆาตกรรมรำลึก : อาจยังไม่คมพอ
by merveillesxx
 หมายเหตุ: บทความนี้เปิดเผยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ / ตีพิมพ์ครั้งแรกใน นิตยสาร I-STREET ฉบับที่ 13 - ธันวาคม 2552
การเข้าฉายของหนังเรื่อง ‘เฉือน’ นำมาซึ่งความดีใจและความเสียใจต่อวงการหนังไทยไปพร้อมกัน เรื่องน่าดีใจคือ มันเป็นหนังที่ค่อนข้างดี มีความโดดเด่นและน่าสนใจกว่าหนังไทยทุกเรื่องในปีนี้ แต่เรื่องน่าเศร้าก็คือ ณ ตอนที่เขียนต้นฉบับอยู่ หนังทำรายได้ไปไม่ถึง 10 ล้าน และในการฉายสัปดาห์ที่สาม ‘เฉือน’ ก็เหลือรอบเพียงวันละรอบ
‘เฉือน’ เป็นผลงานของ ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับไทยอีกคนที่น่าจับตาจากผลงานก่อนๆ อย่าง ลองของ และ ไชยา หนังเล่าถึงเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องที่คนร้ายยัดศพไว้ในกระเป๋าสีแดง ป๋าชิน (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) นายตำรวจใหญ่อับจนหนทางในการสืบสวน เขาจึงเรียกนักโทษที่ชื่อ ไท (อารักษ์ อมรศุภศิริ หรือ เป้ เสลอ) มาช่วยทำคดี ไทมักฝันถึงกระเป๋าสีแดงอยู่เสมอ และเชื่อว่าคดีนี้มีความเชื่อโยงกับอดีตของเขา
ความดีของ ‘เฉือน’ อยู่ตรงที่มันเป็นหนังที่ผ่านกระบวนการคิดมามากทีเดียว หนังมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องและการหักมุม นานเหลือเกินที่เราพบเจอแต่หนังตลกหรือฟีลกู๊ดไปวันๆ จนลืมไปแล้วว่าบทหนังที่มีมิตินั้นเป็นเช่นไร องค์ประกอบด้านภาพของหนังก็ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี แม้จะรู้สึกว่าเน้นการใช้สีแดง -ซึ่งเป็นสีหลักของหนัง- จะดูจงใจไปหน่อย
‘เฉือน’ ยังน่าชื่นชมที่กล้านำเสนอประเด็นที่สังคมไทยชอบจะปิดซ่อนมันเอาไว้ ทั้งเรื่องของการค้าประเวณี, ความสัมพันธ์แบบเกย์ (โปรดสังเกต - ตัวละครทุกตัวมีเซ็กซ์กันจากท่าเข้าข้างหลังทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศ), กะเทยแปลงเพศ หรือการล่วงละเมิดเทางเพศจากครูหรือพ่อ เมื่อพ่วงกับฉากเชือดคอสดๆ ทั้งหลายแล้ว อาจเป็นได้ว่าก้องเกียรติกำลังต้องการทดสอบกับระบบเรทติ้งของไทย ซึ่งหนังก็ได้เรท น 18+ ไป
อย่างไรก็ดี ‘เฉือน’ เองก็ยังมีข้อผิดพลาดอยู่หลายจุด โดยปัญหาหลักของหนังคือเรื่องของการแสดง ยอมรับว่าเป้พัฒนาขึ้นมากจากเรื่องก่อนๆ แต่หนังอาจเรียกร้องเขามากเกินไปในหลายฉาก โดนเฉพาะฉากจบที่แอ็คติ้งของเป้ไปไม่ถึง จนทำให้ฉากจบนี้ไม่สามารถชักจูงคนดูให้รู้สึกตามไปได้ ส่วนตัวละครของป๋าชิน และน้อย (เจสสิกา ภาสะพันธุ์) ก็ดูมีด้านเดียวจนเกินไป จนทำให้ตัวละครดูแบนราบ
การแสดงที่ดีกลับมาจากนักแสดงเด็กที่เล่นเป็นตัวเอกทั้งสองในฉากย้อนอดีต นี่เป็นอีกจุดที่น่าสนใจของหนังที่เล่าเรื่องการสืบสวนฆาตกรรมกับความทรงจำในวัยเยาว์คู่ขนานกันไป เพียงแต่ผู้เขียนรู้สึกว่าฉากในตอนเด็กนั้นมีความร่าเริงแบบ ‘แฟนฉัน’ หรือ ‘รักแห่งสยาม’ มากไปเสียหน่อย จนทำให้โทนหนังดูแยกออกจากกัน หนังน่าจะทำให้ช่วงตอนเด็กมีอารมณ์กลางๆ หรือเย็นชามากกว่านี้
ความขาดๆ เกินๆ ของบทหนัง ยังอยู่ตรงที่ความสัมพันธ์ของตัวละคร หนังปูพื้นความผูกพันของไทกับน้อยไม่มากพอ ในขณะที่คู่ของวัยเด็ก (ไทกับนัท) หนังทำได้ดี เมื่อหนังเฉลยว่าแท้จริงแล้วนัทกับน้อยคือคนเดียวกัน คนดูจึงไม่สามารถจินตนาการถึงความรัก (ในช่วงเวลาปัจจุบัน) ของไทกับน้อยได้ และนั่นทำให้ฉากจบของหนังไปไม่ถึงดวงดาว
หนังยังมีข้อน่าเคลือบแคลงใจถึง ‘ระบบการฆ่า’ ของน้อย ดูเผินๆ น้อยจะยึดหลักว่าเขาจะตามฆ่าคนที่เคยล่วงละเมิดทางเพศตัวเองหรือมีพฤติกรรมดังกล่าว (ครู, เพื่อน, ฝรั่งที่ล่อลวงเด็ก) แต่ในฉากที่น้อยฆ่าคนทั้งบางในปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ ก็ทำให้ตรรกะการฆ่าของน้อยดูผิดเพี้ยนไป เพราะคนเหล่านั้นไม่เคยทำร้ายน้อย และการเล่นเซ็กซ์หมู่ก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร (ต่างจากฝรั่งตุ๋ยเด็ก) หรือบางทีตัวละครของน้อยอาจต่อต้านความวิปริตทางเพศในทุกกรณี (ในที่นี้แปลว่าน้อยจัดว่าเซ็กซ์หมู่คือเรื่องที่ผิด)
นี่ยังรวมไปถึงฉากท้ายๆ ที่น้อยลุกขึ้นมาฆ่าตำรวจและนักการเมืองตายทั้งบ้าน ซึ่งดูจะเกินขอบเขตการฆ่าของน้อยไปไกล หากแต่ฉากนี้อาจมีความหมายรุนแรงถึงการทำลายล้างระบบอย่างถอนรากถอนโคน ซึ่งตำรวจและนักการเมืองก็คือระบบแบบชายเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นระบบที่ทำร้ายน้อย (หรือนัท) มาตลอด จนทำให้เขาต้องกลายเป็นเช่นนี้
จะว่าไปแล้วน้อยก็อาจเป็นตัวแทนของผู้กำกับที่กำลังพยายามท้าทายระบบบางอย่างในประเทศไทย
| Create Date : 10 มกราคม 2553 |
| Last Update : 10 มกราคม 2553 2:28:13 น. |
|
5 comments
|
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
| โดย: แฟนผมฯ IP: 142.103.23.32, 202.134.119.218 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:12:29:09 น. |
|
|
|
| โดย: topguknot IP: 158.108.157.2 วันที่: 12 มกราคม 2553 เวลา:16:15:23 น. |
|
|
|
โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 22 มกราคม 2553 เวลา:10:37:36 น. |
|
|
|
| โดย: แอน IP: 123.3.155.173 วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:21:01:09 น. |
|
|
|
โดย: คนขับช้า วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:11:04:23 น. |
|
|
|
|
|
เห็นด้วยว่าฉากจบมันไปไม่ถึงจริงๆ แต่การที่หนังมันแตะด้านมืดทุกอย่างในประเทศนี้เป็นสิ่งที่พี่ชอบมากๆ