http://www.facebook.com/merveillesxx

Group Blog

 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
27 พฤศจิกายน 2550

 
All Blogs

 

รักแห่งสยาม : The Power of Love

โดย คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง




หมายเหตุ: บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้โปรดไปดูเถอะครับ จะให้ผมกราบก็ยอม



ตอนที่ 1 : รักแห่งสยาม กับ ความเป็นหนังเกย์

เป็นเรื่องน่าตลกดีที่เมื่อวันก่อน มีเพื่อนผู้ชายสองคน (ซึ่งเป็นผู้ชายแท้ๆ) โทรมาแสดงความคิดเห็นต่อหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” กับผมในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ความเห็นของทั้งคู่ต่างกันสิ้นเชิง รายแรกถึงขั้นประกาศเลิกคบผมทีเดียว เขาให้เหตุผลว่า “ไอ้สัด มึงหลอกกูไปดูหนังเกย์” ส่วนอีกคนชอบหนังมาก ถึงแม้ว่าฉากจูบในหนังจะยาวนานเกินไปหน่อย จนเขาต้องหลับตาหนี

ในช่วง 2 วันแรกที่หนังเรื่องนี้เพิ่งเข้าฉาย เวลามีใครถามว่า “เฮ้ย รักแห่งสยาม แม่งเป็นหนังเกย์เหรอวะ” ผมมักจะเลี่ยงตอบว่าไป “อืม มันก็มีประเด็นเกย์แหละ แต่หนังมันดีจริงๆนะ” สาเหตุที่ผมเลือกตอบเช่นนี้ เพราะผมมีความรู้สึกว่า คำว่า ”หนังเกย์” อาจจะยังถือเป็นสิ่งแปลกปลอมของประเทศนี้ แน่นอนที่สุด หนังเรื่องนี้มีประเด็นของเกย์ (gay issue) และก็อาจจะะถือเป็นหนังเกย์ (gay film) ก็ได้ เพราะตัวละครหลัก (main character) เป็นเกย์ แต่ปัญหาก็คือ สังคมไทยมีภาพจำของหนังเกย์ (และเกย์) ที่แตกต่างจากส่วนอื่นๆของโลก (โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันตก) และมีความเอนเอียงจะเป็นภาพเชิงลบ (negative view) เป็นส่วนใหญ่

ผมไม่อยากให้พวกเขาต้องพลาดสิ่งดีๆ ไป เพียงเพราะมีความเชื่อฝังหัวว่า “เฮ้ย มันเป็นหนังเกย์” ผมจึงตัดสินใจที่จะบอกเพื่อนๆว่า “กูว่ามันไม่ใช่แค่หนังเกย์ กูว่ามันเป็นหนังที่พูดถึงความรักมากกว่า” (ผมจะลงรายละเอียดเรื่องนี้ ในตอนที่ 2 ของบทความ) ดังนั้นท่ามกลางกระแสก่นด่าการโปรโมทที่บิดเบือนของหนัง ผมก็อาจจะถูกข้อหานี้ไปด้วยก็ได้ เพราะบางคนอาจมองว่าผมก็จงใจ distort ภาพของหนังเรื่องนี้ (แต่ผมก็ขอยืนยันว่าคิดแบบนั้นจริงๆ)

ผมลองวิเคราะห์ตัวเอง (ในฐานะ “คนดูที่เป็นผู้ชาย”) ถึงสาเหตุที่ผมไม่มีปัญหากับ “เรื่องเกย์ๆ” ในรักแห่งสยาม อาจมีสองประการ ประการแรกก็คือ ด้วยความที่ผมดูหนังมามากจำนวนหนึ่งและมีความหลากหลายพอสมควร ผมพบเห็นประเด็นของเกย์ในหนังอยู่บ่อยครั้ง จนแทบจะกลายเป็นความเคยชิน โดยเฉพาะหนังยุโรปตะวันตก (เช่น หนังฝรั่งเศส) ถึงจะเป็นหนังรักโรแมนติกแบบชาย-หญิง แต่ตัวหนังก็มักจะมีตัวละครเกย์ร่วมปรากฏบนจออยู่ร่ำไป หนังเหล่านี้ปฏิบัติต่อตัวละครเกย์อย่างปกติมาก จนไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม (ต่างจากภาพยนตร์ไทยที่ตัวละครเกย์ กะเทย มักมีลักษณะที่สุดโต่งและเกินจริงในด้านใดด้านหนึ่ง) นอกจากนั้น ผมเชื่อว่ากลุ่มคนที่เสพศิลปะ (หรือที่ชอบโดนเหน็บแนมว่า พวกอาร์ตจ๋า, พวกติสต์แตก, พวกอินดี้ ฯลฯ) มีแนวโน้มจะเปิดใจกว้างกับเรื่องแบบนี้ได้มากกว่า เพราะ ในวงการศิลปะ ไม่ว่าจะ ภาพยนตร์ ดนตรี หรือวรรณกรรม ผู้สร้างสรรค์ผลงานจำนวนมากที่เป็นเกย์ (หรือลองสังเกตจากในหนัง เพื่อนๆวงออกัสของมิวก็ดูจะยอมรับความเป็นเกย์ ได้มากกว่ากลุ่มเพื่อนของโต้ง) แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชายที่เสพศิลปะ ก็มีแนวโน้มที่เป็นเกย์ หรือมีลักษณ์ของเกย์/ผู้หญิงอยู่ในตัวเองสูง (เพื่อนผมเคยฟันธงขำๆว่า “70% ของคนดูหนังอาร์ตเป็นเกย์” อาจจะดูเกินจริง แต่ผมว่าก็มีส่วนถูกบ้าง)

ประการที่สองคือ น่าจะมาจากการที่ผมไม่ใช่ผู้ชาย 100% (อย่าเพิ่งตกใจกับคำนี้ครับ ช่วยอ่านต่อไปก่อน) หลายครั้งหลายหนมีคนรอบข้างบอกว่าผมมีลักษณะของความเป็นผู้หญิงหรือเกย์อยู่ในตัว หากเป็นแต่ก่อนผมก็คงรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกดีใจมากกับการที่ตัวเองไม่ใช่ผู้ชาย 100% เพราะมันส่งผลดีต่อการทำงานของสมองด้านขวา และการขยับขยายรสนิยมของตัวเอง ผมมีความรู้สึกว่าการเป็นผู้ชาย 100% เป็นชีวิตที่น่าเบื่อเอามากๆ (แต่ผมขอยืนยันว่ายังไม่ได้เบื่อผู้หญิงนะ อ้อ ยกเว้น ผู้หญิงแบบ โดนัท ฮ่าๆ)

กลุ่มคนดูหลักที่มีปัญหากับหนังเรื่อง รักแห่งสยาม ก็คือ คนดูผู้ชาย ที่มีลักษณะแบบ “ผู้ช้าย ผู้ชาย” (หรือคำว่า ผู้ชาย 100% ตามข้างบน) เราอาจ define ผู้ชายกลุ่มนี้อย่างหยาบๆว่า “ผู้ชายที่เตะบอลตูมตูม” อะไรเทือกนั้น ซึ่งก็คงไม่ใช่ความผิดอะไรหรอกครับที่พวกเขาจะรับประเด็นเกย์ในหนังเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ประเด็นสำคัญกว่าคือ “ภาพลวง” (Delusion) ของคำว่า หนังเกย์

ภาพลวงที่ว่านี้ เราอาจแบ่งได้ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ คนดูผู้ชายที่รู้ว่า รักแห่งสยาม เป็นหนังเกย์ (อาจได้รับการบอกเล่ามาจากเพื่อน คนรอบข้าง หรือสื่ออินเตอร์เน็ท) แล้วปฏิเสธการดูหนังเรื่องนี้ทันที ในกลุ่มนี้ผมว่ายังไม่ร้ายแรงมาก เพราะเขาก็แค่ไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ (แต่ก็น่าเสียดายกับการไม่ได้ดูหนังดีๆ เรื่องหนึ่ง) แต่ที่น่ากลัวกว่าคือ กลุ่มที่สอง คนดูผู้ชายที่เข้าไปดูหนังโดยไม่รู้มาก่อนว่า รักแห่งสยาม จะมีประเด็นเกี่ยวกับเกย์ และพอได้รู้ระหว่างดูหนัง พวกเขาก็จะเกิดความรู้สึก “ต่อต้าน” หนังเรื่องนี้ทันที (ถึงแม้ว่า “ความเป็นเกย์” ในหนังเรื่องนี้จะเป็นเพียงระดับ “จิ๊บๆ” เพราะมากที่สุดก็คือ ผู้ชายจูบกัน) ไม่เฉพาะแต่รายที่ทำเสียงคลื่นไส้อาเจียนออกมาเท่านั้น ในรายที่นั่งอยู่อย่างเงียบเชียบก็อาจเก็บความรู้สึกอันรุนแรงนี้อยู่ข้างใน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ เขาจะฝังใจ (หรือติดกับ) กับความคิดว่า “ไอ้เหี้ย แม่งหนังเกย์ เกย์ เกย์…” (ใส่เสียงเอ็คโค่ด้วยจะยิ่งเข้าใจมากขึ้น) จนมิอาจรับรู้ประเด็นอื่นๆ ของหนังอีกต่อไป พูดอีกแบบหนึ่งคือ ประสาทการรับรู้ของเขาในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะเสื่อมถอยลง สวนทางกับภาพลบ/อคติของหนังเกย์/เกย์ที่พุ่งทวีมากขึ้น และเมื่อออกจากโรง (หรือพวกเขาอาจใช้คำว่า “รอดชีวิตจากหนังเรื่องนี้”) เขาก็จะเที่ยวโพนทะนาถึงความชั่วร้ายของหนังเรื่องนี้ (เช่น “ไอ้เหี้ย รักแห่งสยามแม่งเป็นหนังเกย์ ไอ้ต่อแม่งหลอกกูไปดู กูแม่งเสียดายตังค์เหี้ยๆ”) โดยละ (หรือละเลย) ที่จะพูดถึงประเด็นอื่นๆ ของหนัง

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น คงทำให้เห็นภาพอย่างคร่าวๆ ว่า คำว่า “หนังเกย์” ในบริบท/การรับรู้ ของคนไทย/สังคมไทย นั้นได้ “บั่นทอน” คุณค่าของหนังเรื่อง รักแห่งสยาม มากมายเพียงใด

ความน่าเศร้าก็คือ รักแห่งสยาม เป็นหนังที่กล้านำเสนอประเด็นเกย์ที่มี “ความเป็นมนุษย์” สูงที่สุด ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย (ก่อนหน้านี้อาจเป็นเรื่อง “สัตว์ประหลาด!” แต่หนังก็มีลักษณะ surreal อยู่มาก) โดยต่างจากภาพของเกย์/กะเทยในหนังเรื่องอื่นๆ ที่มักมาคู่กับความตลกแบบไร้สาระ (แม้แต่ “เพื่อนกูรักมึงว่ะ” ที่พยายามจะทำตัวให้จริงจัง แต่กลายเป็นตลกกว่าเพื่อน) แต่มันก็ยังถูกมองเป็นของแปลกปลอมในประเทศนี้อยู่ดี

ดังนั้นที่เราชอบพูดกันว่า ประเทศไทยยอมรับเกย์/กะเทย/เพศที่สาม ได้มากขึ้นแล้ว เป็นจริงหรือ

เราอาจเห็นคนกลุ่มนี้แสดงตัวกันมากขึ้น แต่ผู้คน “ยอมรับ” พวกเขาอย่างแท้จริงหรือเปล่า

ภาวะ Homophobia ที่เกิดขึ้นต่อภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” คงให้คำตอบอะไรหลายๆ อย่างกับเรา








ตอนที่ 2 : รักแห่งสยาม กับ ความเป็นหนังรัก

จนถึงตอนนี้ผมได้ดู รักแห่งสยาม ไปแล้วสองรอบ ในบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รอบแรกนั้นคนดูเต็มโรงและส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เสียงกรี๊ดกร๊าดจึงกระหึ่มโรงแทบแตก ส่วนรอบหลังผมลงทุนแหกขี้ตาตื่น (ต้องใช้คำนี้จริงๆ) ไปดูรอบที่เช้าที่สุด ปรากฏว่าคนดูประมาณ 10 กว่าคน ผมรู้สึกดีมากที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศทั้งสองแบบ แบบแรกนั้นทำให้รู้สึกถึง “พลังมวลชน” ส่วนแบบหลังทำให้ผมได้ใช้สมาธิกับหนังมากขึ้น

เมื่อได้ดู รักแห่งสยาม อีกรอบหนึ่ง ผมได้ค้นพบความจริงที่ว่าหนังเรื่องนี้มีรายละเอียดอยู่สูงมาก และเหมาะอย่างยิ่งที่จะชมเป็นรอบที่สอง (อย่างที่ทราบกันดีว่า ปกติแล้วผมดูหนังแค่รอบเดียวเท่านั้น โดยเฉพาะถ้าเป็นในโรง) ผมต้องยอมรับเลยว่า ผู้กำกับ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล นั้นเก่งกาจจริงๆ เห็นได้เลยว่าเขาพิถีพิถันกับแต่ละส่วนในหนัง (เขาเหมาทั้งกำกับ เขียนบท ตัดต่อ แต่งเพลงประกอบ) อีกอย่างที่ชัดเจนก็คือ มะเดี่ยวมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในหนังทุกเรื่อง (ไล่มาตั้งแต่ คน ผี ปิศาจ, 13 เกมสยอง จนมาถึง รักแห่งสยาม ที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ) ผมว่าสาเหตุสำคัญก็คือ รักแห่งสยาม เป็นหนังที่มะเดี่ยวอยากจะทำมากที่สุด ถือเป็น “หนังส่วนตัว” ของเขา และที่สำคัญเขามี passion อย่างแรงกล้าจะทำมันออกมา

ต้องสารภาพว่าในการดูหนังรอบที่สองนั้น ผมรู้สึกอินกับหนังมากกว่าเดิม และเสียน้ำตาให้กับหนังมากกว่าการดูรอบแรก ยกตัวอย่างเช่น ในการดูรอบแรก ผมไม่รู้สึกอะไรกับตัวละคร อาม่า มากนัก แต่พอดูอีกรอบ ผมร้องไห้ตั้งแต่ 10 นาทีแรกของหนัง ผมตระหนักรู้ว่าอาม่าเป็นตัวละครที่ Powerful ต่อหนังมากๆ หรือพูดได้อีกแบบหนึ่งว่าเป็นตัวละครที่เป็นจุดเริ่มของทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะอาม่านี่เองที่ได้ปลูกฝังเรื่อง “การแต่งเพลงให้กับคนที่เรารัก” กับตัวละครมิว ดังนั้นพอกลับมาดูอีกรอบ ผมจึงรู้สึกว่าฉากที่มิวกับอาม่าเล่นเปียโนด้วยกัน แล้วกล้องแพนไปจับรูป อาม่ากับอากงสมัยยังหนุ่มสาวนั้นเป็นฉากที่ทรงพลังมาก

คำพูดของอาม่ายังสะท้อนด้วยว่า รักแห่งสยาม มีความเป็นศิลปิน (Artistic) อยู่ในตัวสูงมาก ตามคาแร็กเตอร์ของผู้กำกับมะเดี่ยว จุดนี้สะท้อนผ่าน มิว ที่แต่งเพลงถึงโต้ง อย่างน้อย 2 เพลง (รู้สึกบ้างไหม, กันและกัน) ผมคิดว่าหนังประสบความสำเร็จมากในการใช้ “เพลง” สื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร โดยปกติแล้วผมมักมีปัญหากับการใช้เพลงประกอบ (หมายถึง เพลงที่มีคำร้อง) ในหนังไทย (หรือกระทั่งหนังฮอลลีวูด) อยู่เสมอ เพราะเพลงเหล่านั้นมักโผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย (และพูดตามตรงผมยังมีปัญหากับเนื้อเพลงไทยหลายๆเพลงที่มีเนื้อหา ”ชัด” หรือ “ฟูมฟาย” จนเกินไป) ในขณะที่รักแห่งสยาม เลือกจะ present เพลงด้วยฉากในห้องซ้อม หรือการแสดงคอนเสิร์ต จึงทำให้ความรู้สึกขัดใจของผมไม่หลงเหลืออีกต่อไป

นอกจากความสามารถในการแต่งเพลง (ทั้งเนื้อร้องและทำนอง) ของมะเดี่ยวแล้ว การเรียงลำดับเพลงในหนังก็มีความต่อเนื่องมาก (ต่างจากหนังหลายเรื่อง ที่ชอบใส่เพลงมาแบบ “ซี้ซั้ว” และมีความมุ่งหมายเพียงแค่ว่าจะเค้นอารมณ์คนดูในตายคาจอ) อย่างเพลงแรก Ticket ที่พูดถึง “การเดินทาง” ก็ใช้ในฉากที่มิวกับโต้งต้องจากลากัน + การเปลี่ยนเวลาจากอดีตมายังปัจจุบัน, เพลง “รู้สึกบ้างไหม” ที่มีคำร้องท่อนแรกว่า “อาจจะดูเนิ่นนาน อาจจะผ่านมาแสนไกล ที่เราต่างคนต่างเดินต่างไปในวันนั้น” ก็เป็นเพลงที่มิวได้แรงบันดาลใจจากการได้พบกับโต้งอีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันหลายปี, เพลง “คืนอันเป็นนิรันดร์” ใช้ในฉากที่พาเราไปเห็นภาพของตัวละครทั้งหลายในหนังว่าในค่ำคืนนั้นพวกเขากำลังผจญกับความทุกข์อย่างไร และ เพลง “กันและกัน” ที่มิวแต่งให้กับโต้งเพื่อสื่อความในใจ ซึ่งผมมีข้อสังเกตว่า ในฉากแรกของเพลงนี้ (งานปาร์ตี้บ้านโต้ง) ผมรู้สึกว่ามิวกำลังร้องเพลงให้โต้งฟัง แต่ในฉากที่สอง (คอนเสิร์ตที่ลานหน้าสยามดิส) ให้ความรู้สึกว่ามิวกำลังร้องเพลงนี้ให้กับ “คนดู” ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า “เพลงรัก” เหล่านี้เองที่มีส่วนอย่างยิ่งในการทำให้ รักแห่งสยาม เป็นหนังที่น่าประทับใจ ซึ่งความดีงามที่เกิดขึ้นนั้นคงมาจากเรื่องง่ายๆ ที่ว่ามะเดี่ยวเขาแต่งเพลงรักเหล่านี้ด้วยความรัก (เหมือนที่ในเพลง กันและกัน บอกไว้ว่า “อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้”)

นอกเหนือจากรายละเอียดต่างๆ ที่สัมผัสได้มากขึ้นแล้ว ผมก็ยิ่งแน่ใจคำพูดของตัวเองว่า รักแห่งสยาม เป็นที่มีธีมหลัก (main theme) ว่าด้วย “ความรัก” ผมคิดว่าหนังพูดถึงความรักในหลากหลายรูปแบบ และ universal มากๆ ไม่ว่าจะเป็น ความรักแบบชาย-หญิง, ความรักแบบชาย-ชาย, ความรักในครอบครัว, ความรักระหว่างเพื่อน, ความรักแบบฉาบฉวย, ความรักที่เกิดจากความลุ่มหลง (obsession) (ในตัวละครของหญิง), ความรักที่เป็นการครอบครอง (possession) (โดนัท) ซึ่งผมคิดว่าหนังทำได้ “ถึง” ในทุกมิติ (แต่อย่างที่กล่าวไปแล้วในตอนที่ 1 ว่า อคติต่อความรักแบบชาย-ชาย ทำให้คนดูบางกลุ่มมิอาจรับรู้ถึงมิติอื่นๆของความรักในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง)

อย่างไรก็ดี ผมคิดว่า ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ “ความรักของแม่”

ความรักของแม่นั้นถูกถ่ายทอดผ่านตัวละคร สุนีย์ ซึ่งรับบทโดย สินจัย เปล่งพานิช ผมคิดว่ามะเดี่ยวตัดสินใจถูกมากที่เลือกสินจัยมารับบทนี้ เพราะสินจัยก็เป็นแม่ในชีวิตจริง และหลายประเด็นในหนังก็พ้องกับชีวิตของเธอ นั่นเองจึงทำให้สินจัยมอบการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอแก่หนังเรื่องนี้ (ถ้าหากสินจัยไม่ได้รางวัลนักแสดงหญิงจากเวทีไหนเลย ผมจะขอฆ่าตัวตาย)

หนังออกแบบตัวละครของสินจัยได้ดีมาก มีอยู่สองฉากใหญ่ๆ ที่เอื้อให้สินจัยสามารถอาละวาดโวยวายจนกลายเป็นนางร้ายได้ (อย่างที่เราเห็นๆกันว่า ตลอดเกือบ 20 ปีหลังมานี้สินจัยอยู่ในวงการละครโทรทัศน์มากกว่า หรืออย่างล่าสุดกับการแสดงละครเวที “บัลลังก์เมฆ” ที่ต้องใช้การแสดงแบบเล่นใหญ่ตามธรรมชาติของสื่อนั้นๆ) ฉากแรกก็คือ ตอนที่สุนีย์บอกให้มิวเลิกคบกับโต้ง (ที่เราไม่รู้สึกเลยว่าสุนีย์รังเกียจมิว) ส่วนอีกฉากก็คือ ตอนที่โต้งไม่กลับบ้าน จนสุนีย์ต้องขับรถออกมาตามหากลางดึก (สุนีย์ได้สูญเสียลูกสาวไปคนหนึ่งแล้ว เธอย่อมไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก) แต่เมื่อสุนีย์กลับบ้านมาพบลูกชายนอนหลับอยู่บนเตียง สิ่งที่เธอทำคือ วางโทรศัพท์มือถือของลูกเบาๆ ที่ข้างเตียง และเดินจากไปอย่างเงียบๆ (ฉากนี้เป็นหนึ่งฉากที่ผมและเพื่อนหลายๆคน ร้องไห้กันชนิด “เบรคไม่อยู่”)

มีอีกหลายฉากที่สินจัยทำได้ยอดเยี่ยมกับการแสดงออกทางสีหน้า (facial expression) (ซึ่งเราไม่ค่อยพบการแสดงแบบนี้ในละครไทยหรือหนังไทยนัก) โดยฉากที่ดีที่สุดน่าจะเป็นฉาก “ต้นคริสมาสต์” ที่สุนีย์สั่งให้โต้งเอาตุ๊กตาติดไปบนต้นคริสมาสต์ เมื่อโต้งถามซ้ำๆหลายครั้งถึงตำแหน่งที่จะติด เธอก็หงุดหงิดใส่ลูกชาย แต่แล้วโต้งพูดเสียงอ่อยๆ กับเธอว่า “ก็เดี๋ยวถ้าโต้งติดไปแล้วไม่ถูกใจแม่ แม่ก็จะว่าโต้งอีก” (เพียงประโยคสั้นๆ นี้ทำให้เรารู้เลยว่าหลังจากที่แตงหายไป สุนีย์เลี้ยงดูลูกชายเธออย่างไร และโต้งเติบโตมากับครอบครับแบบไหน) สุนีย์นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดกับลูกชายว่า “เลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง” พลางยื่นตุ๊กตาผู้ชาย, ผู้หญิงให้ ในที่สุดโต้งตัดสินใจเลือกตุ๊กตาผู้ชาย เราเห็นได้ว่าสุนีย์อึ้งไปแวบหนึ่ง ก่อนที่จะยิ้มและยอมรับกับการตัดสินใจของลูก และมองเขาบรรจงติดตุ๊กตาตัวนั้นด้วยสายตารักใคร่

ถึงแม้ฉากดั่งกล่าวจะเป็นการอุปมา (อย่างคมคาย) ถึงการเลือกเพศสภาพของตัวโต้ง แต่ในฉากที่โต้งพูดกับมิวว่า “เราคงคบเป็นแฟนกับมิวไม่ได้หรอกนะ...แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักนายนะ” ทำให้เราเห็นได้ว่าถึงโต้งอาจจะไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเอง “เป็นอะไร” แต่โต้งก็แน่ใจในความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อมิว อย่างไรก็ดี โต้งก็เลือกที่ทำเพื่อแม่มากกว่า โดยโต้งยอมที่จะไม่คบกับมิวเพื่อให้แม่สบายใจ ฉากที่โต้งกลับบ้านมาเจอแม่ แล้วทั้งคู่กอดกัน เป็นฉากที่ดีมากอีกฉากหนึ่ง กล้องจับภาพทั้งสองฝั่ง ทั้งสีหน้าของสุนีย์ และสีหน้าของโต้ง โดยสำหรับโต้งนั้น เป็นสีหน้าที่ยากจะบรรยาย มันก็ปนด้วยความรู้สึกเสียใจที่ต้องปฏิเสธหัวใจตัวเอง แต่ก็ระคนด้วยความดีใจ/สบายใจ ที่ตัวเองได้ทำอะไร “เพื่อแม่” แล้ว

เราจึงเห็นได้ว่า “ความรักของแม่” ในหนังเรื่องนี้ มีพลังมหาศาลตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง ในตอนต้นเรื่อง ตัวละครอาม่า (ซึ่งเปรียบเสมือน “แม่ของมิว”) ก็ทำให้มิวแต่งเพลงเพื่อคนที่รัก ส่วนในตอนท้าย ตัวละครของสุนีย์ก็ทำให้โต้งยอมเสียสละเพื่อแม่ของตัวเอง หลังจากเห็นว่าแม่เสียสละเพื่อเขาและครอบครัวมาทั้งชีวิต (ซึ่งแสดงไว้ในฉากที่โต้งเดินเข้าไปถามแม่อย่างสั้นๆ แต่กินใจว่า “เหนื่อยมั้ยแม่”)

ครอบครัวของโต้งเป็นครอบครัวชนิดที่สามารถแตกสลายได้อย่างง่ายดาย และตกอยู่ในสภาพตายทั้งเป็น เพราะการที่แตง “หายสาบสูญ” ไป ถือเป็นทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีก (เพราะการที่คนที่เรารักหายไป มันทำให้เราตกอยู่ในเส้นแบ่งระหว่างความคิดว่าเขายังอยู่หรือเขาอาจจะตายไปแล้ว) สุนีย์เป็นผู้คอยแบกรับปัญหาทั้งหมดในบ้าน (อย่างที่เห็นชัดที่สุด เธอต้องดูแลผู้ชายถึงสองคน นั่นคือ สามี และลูกชาย) จนบางครั้งเธออาจจะทำอะไรที่ทำร้ายจิตใจคนในครอบครัวโดยไม่รู้ตัว แต่นั่นก็เพราะว่าเธอรักครอบครัวของเธอ เพียงแต่ความรักของเธอบางทีก็ทำร้ายคนอื่น และย้อนกลับมาทำให้เธอเองต้องเจ็บปวด

แต่ก็คงเหมือนกับในจดหมายที่จูนเขียนไว้ว่า “ไม่มีความรักอะไรที่มากเกินไปหรอก” ที่จริงผมเองก็ไม่เชื่อในคำพูดนี้ 100% แต่ผมเชื่อว่ามันจริงแน่ๆ สำหรับความรักของแม่ มันเป็นความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ

ประเด็นสุดท้ายจากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คือว่า โดยปกติแล้วผมเป็นคนที่ระมัดระวังกับการใช้คำว่า “รัก” อยู่มาก ผมแทบจะไม่เคยพูดนี้ออกมาจากชีวิตเลย แม้แต่กับเพื่อน แฟน คนรัก หรือคนในครอบครัว แต่ รักแห่งสยาม ทำให้ผมรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่ตัวเองจะลดทลายกำแพงที่ปิดกิ้นไม่ให้พูดคำนี้ออกมา

ว่าแล้วก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อน ผมพูดเล่นๆ กับเพื่อนทาง MSN ว่า “ไม่ว่ากูจะถูกคนมองว่าเกย์ หรืออาจจะถูกเพื่อนเลิกคบ แต่ถ้ามันทำคนไปดูหนังเรื่องนี้ กูก็ยอม” เพื่อนผมรู้สึกแปลกใจ (อาจจะเพราะปกติแล้วผมไม่ค่อยชื่นชมหนังกระแสหลักอย่างออกหน้าออกตาขนาดนี้) และถามผมว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้

ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลยืดยาวอะไรอีกต่อไปแล้ว ผมตอบกลับไปเพียงสั้นๆว่า…

I just LOVE “The Love of Siam”. That’s all.



ป.ล.1 ขอบคุณ มะเดี่ยว ที่สร้างหนังรักที่ชื่อ “รักแห่งสยาม” ขึ้นมา

ป.ล.2 ขอบคุณทุกกำลังใจ ความห่วงใย และความรัก ของทุกคน จากบล็อกที่แล้ว ตอนนี้ผมดีขึ้นมากแล้วครับ

ป.ล.3 นี่เป็นบทความที่ยากลำบากที่สุดอันหนึ่งในชีวิตของผม เพราะผมเขียนไป...ร้องไห้ไป



 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 17:18:01 น.

Counter : Pageviews.
128 comments

Add to Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark Share/Save/Bookmark

 

เอาใหม่ได้ป่ะครับ พิมพ์ผิดซะเยอะเลย..

ผมพาแฟนไปดูเมื่อคืนลอยกระทง
จนกระทั่งวันนี้ ผมยังไม่สามารถสลัดภาพและเพลงในเรื่องนี้ออกไปจากหัวได้เลย

ว่างก็นั่งเปิดเว็บ อ่านทุกกระทู้ที่เป็นรักแห่งสยาม เหมือนคนบ้า

ที่ดีใจมากก็คือแฟนผมเค้าชอบเรื่องนี้มาก
ถึงกับเปรยๆว่า น่าจะไปดูกันอีกสักรอบ..
ทั้งที่ปกติ ผมพาไปดูเรื่องไหนก็เฉยๆ
แถมบางเรื่องมีกรนในโรงอีก.. เอากะเค้าสิ

ที่สำคัญ หนังเรื่องนี้ ทำให้ผมรู้สึกรักเค้ามากขึ้นครับ

อยากจะแนะนำให้เพื่อนไปดูอยู่เหมือนกัน
แต่ตัวผมเองก็ยัง ไม่อาจก้าวข้ามผ่านความรู้สึก
ที่กลัวใครต่อใคร จะว่าผมเป็นเกย์ไปได้..

ทั้งที่ในความจริงผมเป็น ... แล้วจะกลัวอะไรอีกว้า...

ขอบคุณ จขบ.ครับ ที่เขียนได้โดนใจผม และมีประเด็นที่ผมคาดไม่ถึงให้ได้เอาไปคิดต่อด้วย

ขอบคุณคร๊าบ

 

โดย: winter love song วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:46:59 น.  

 

อ่านแล้วรู้สึกดีที่มีคนคิดคล้ายๆกันเลย
แต่เราไปดูมารอบเดียวเอง
ตอนแรกจะได้ดูสองรอบ
แต่คนที่จะไปดูด้วยรอบสองนี่คิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเกย์
ก็เลยไม่ยอมพาไปดู อธิบายแล้วแต่ก็ไม่ฟัง
จะไปดูเองอีกรอบก็นะ ช่วงนี้จน
- - - -
ขอบคุณมากที่ทำให้เรารู้ว่าเราชอบอาม่าตรงไหน

 

โดย: ตัวกลมตาหวาน วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:06:05 น.  

 

เด๋วพรุ่งนี้จะไปดูแล้ว เด๋วค่อยเข้ามาอ่านใหม่

 

โดย: pick IP: 203.131.217.33 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:47:23 น.  

 

ใช้เวลาอ่าน 15 นาที แต่เป็นสิบห้านาทีที่ยาวนานและกินใจมากๆ




ชอบ---- เราชอบมาก

 

โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:20:05 น.  

 

I don't have a chance to see this film.
Maybe I must wait until it become DVD,
and I must begged my parents to send me here.

I must see it before reading this page.

I'm glad to hear that you feel better now.
I feel better too, but I don't know when I'll feel like the same again.

I just hope, just hope that 'that day' won't come.
Although I know it will come to me, soon, for sure.

I think that you received my sms, right?
I know it was very stupid and annoyed sms.
Maybe you felt like... 'Are you mad?'
And you will tell me again and again,
'Stop pretending like Murakami's character!'

But it's true. (Maybe you laugh at me again right now. 555+)

Wish you are fine na ka :)

Ps. Send sms back dai ner. It costs only 6-9 baht, not sure. Here, in the foreign country want some sms from their own hometown 555

 

โดย: piovere IP: 212.158.145.131 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:22:49 น.  

 

^
^
I've already got your sms.

Thx very much. really thx u.

Your sms always give me alive

I don't feel you r mad or sth like that. We are just the same. I'm sure.

Take care of urself, my sis :-)

 

โดย: merveillesxx วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:33:17 น.  

 

ยังไม่ได้ดู เลยยังไม่ได้อ่าน แต่สัญญาว่าจะไปดูให้ได้แน่นอน ;)

เรื่อง พรบ. เก้าโมง โฮก ไปไม่ทันแน่ๆ ส่งใจไปแทนแล้วกัน

สู้ๆ ทุกคน

 

โดย: psycho patch วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:33:44 น.  

 

สองรอบเหมือนกันครับ
เพราะรอบแรกปวดฉี่จนขาดสมาธิไปพอสมควร

รอบสองดูเก็บรายละเอียด มารู้ตัวอีกที ที่เก็บได้มากกว่านั้นก็คือน้ำตาที่คลอเบ้า (หลังจากหาผมแห้งมานานมาก)

ก็อาจจะจริง ที่คนเลือกจะก่นด่าหรือเกลียดหนังเรื่องนี้ เพราะเพียงมันเป็นหนังชายรักชาย
ภาพผู้ชายเตะบอลตูม ๆ ริจะพากิ๊กสาวไปดูหนังรักโรแมนติก(ตามที่ได้ทำการตลาดเอาไว้) ในวันลอยกระทง แล้วเหมือนโดนตบอย่างจัง เมื่อภาพมิวกับโต้งจูบกันราวหกวินาที ...

เพราะจุดประสงค์ของการซื้อตั๋วหนังมันต่างกัน อันนี้ก็คงช่วยไม่ได้ เพราะพวกเขาเหล่านั้นอยู่นอกเหนือทาร์เก็ตของหนังรัก(ที่ประเด็นมันยิ่งใหญ่ จนเกินจะเรียกว่าหนังเกย์)เรื่องนี้

 

โดย: http://iuvday.exteen.com/ IP: 124.120.171.231 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:02:31 น.  

 

นี่ก็เป็นบล๊อกที่อ่านลำบากที่สุดของพี่เหมือนกัน เพราะพี่ก็อ่านไป ร้องไห้ไป...

ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยคำขอบคุณที่บอกต่อพี่ ขอบคุณมาก และ ดีใจที่แกดีขึ้นแล้ว ^^

 

โดย: ayde IP: 125.24.245.224 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:02:40 น.  

 

ฉากที่น้ำตาซึมๆ

- ฉากมิวตอนเด็กเช็ดน้ำตา มองตามรถของโต้งไป

- ฉากที่สินจัยบอกว่า "เรามีกันอยู่แค่นี้นะลูก"

- ฉากที่หญิงปล่อยมือโต้ง ตอนทั้งสองเดินมาหน้าเวทีคอนเสิร์ตที่มิวกำลังร้องเพลงบนเวที

พิมพ์ไปก็จะร้องไห้ว่ะ

 

โดย: grappa วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:20:50 น.  

 

โห...เขียนได้เก่งดีอะ ชอบๆ
เราชอบที่จูนเขียนในกระดาษ ที่บอกว่า พวกคุณไม่ได้ไม่รักกันหรอก เเต่พวกคุณเเค่รักกันมากไปด้วยซ้ำ
มันจริงมากๆ ที่ทำให้รู้ว่า ความรักในครอบครัวนี้มันยังมีอยู่ เเละมีมากด้วย

อ่านเเล้วเข้าใจหนังเรื่องนี้มากขึ้นเลยอะ
เราชอบที่เป้นหนังที่เกี่ยวกับครอบครัว

 

โดย: This road is mine วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:32:56 น.  

 

ขอบคุณต่อมากสำหรับบทความนี้
หลายๆอย่างที่ผมรู้สึกแต่พูดออกมาไม่ได้ ต่อได้เขียนถึงไปหมดแล้ว

นานแล้วที่ไกรวุฒิ จุลพงศธรบอกให้ผมไปดูหนังเรื่องนี้
เพราะโต้งช่าง"เหมือน"ตัวผมมาก ทั้งเรื่องครอบครัวและความคิด

อีกอย่างที่ผมรู้สึกได้ ของคนที่มีเพศสภาพเป็นชาย
การที่แสดงออกมาว่ารังเกียจเกย์นั้น ถือเป็น self defended อย่างหนึ่ง
นั้นหมายถึงเขาประกาศต่อเพื่อนผู้ชายด้วยกันและเพื่อนสาวว่า "กูไม่ได้เป็นเกย์"
และนี่เป็นมายาคติของคนไทย คงจะเปลี่ยนยาก

ปล.ผมอยากไปปาร์ตี้ป้าแต๋วมาก แต่ไม่มีเพื่อนไป ถ้าต่อจะไปโทรมาชวนด้วยนะ

 

โดย: 1812 IP: 58.8.8.56 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:33:14 น.  

 

เออ ยาวมาก สารภาพว่าเราอ่านไม่หมดทุกบรรรทัดในตอนที่2
แต่รู้สึกว่า ควรจะหาโอกาสไปดูรอบสอง
เพราะเรารู้สึกไม่อิน และที่ไม่อิน อาจเพราะเสียงวี๊ดว้ายในโรง
ทำให้สมาธิเราไปอยู่กับอย่างอื่น ไม่ได้อยู่ที่หนัง

ส่วนประเด็นเรื่องเกย์ เราไม่แปลกใจเลยที่มีเสียงด่า
เพราะเราไม่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะยอมรับความเป็นรักร่วมเพศได้จริงๆ
โดยเฉพาะผู้ชายแท้ๆ แล้วก็พวกผู้ใหญ่หัวอนุรักษ์นิยม

ส่วนเรา เพราะดูหนังเกย์มาเยอะพอควร ก็ไมไ่ด้ตกใจอะไรกับประเด็นนี้
ฉากจูบนานๆนั่นก็ธรรมดามาก ต่างกับบางคนที่เห็นว่า มันเป็นเรื่องใหญ่!

เห้อ เมื่อไหร่เมืองไทยจะเห็นเกย์เป็นเรื่องธรรมดาซะที

 

โดย: Blastnest IP: 58.64.53.243 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:43:32 น.  

 

ไม่อยากถูกสปอยล์มาก ..เลยอ่านพอเป็นไอเดีย

รู้สึกน้องแมร์..(อ่านว่าไรอะ) อินกับเรื่องนี้สุดๆ เลยนะจ๊า

ต้องหาโอกาสไปดูซะแระ

 

โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:44:43 น.  

 

สุดยอดค่ะ

 

โดย: rebel วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:11:33 น.  

 

 

โดย: merveillesxx วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:15:03 น.  

 

จะเว่อไปไหม ถ้าจะบอกว่า น้ำตาเกือบจะไหล เพียงแต่ยั้งไว้ให้เพียงล้นเอ่อ จากการอ่านรีวิวหนังเรื่องนี้

นั่นเป็นเพราะข้อเขียนทำให้เรานึกถึงอะไรหลายๆอย่างในหนังที่สะดุดใจเราในตอนที่ดู

มีหลายมุมมองที่เราเห็นคล้ายๆกับน้องเมอ ตั้งแต่เรื่องรูปอาม่ากับอากง ที่อาม่าสอนมิวกับการแต่งเพลง อารมณ์ที่แตกต่างของมิวตอนร้องเพลง "กันและกัน" ให้โต้งกับที่ร้องตอนใกล้จบ

อย่างหนึ่งที่ตรงกันเลย คือ "รักของแม่" และการแสดงอันสุดยอดของคุณสินจัย

ตามนั้นจริงๆค่ะ

 

โดย: cottonbook วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:28:39 น.  

 

“ไม่ว่ากูจะถูกคนมองว่าเกย์ หรืออาจจะถูกเพื่อนเลิกคบ แต่ถ้ามันทำคนไปดูหนังเรื่องนี้ กูก็ยอม”

กูชอบประโยคนี้หว่ะ

 

โดย: ป้อง IP: 124.120.100.212 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:42:13 น.  

 

ในตอนแรกเราไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยการตัดสินใจของตัวเองเลย
ไม่ได้รับรู้ความเห็นจากใครหรือที่ไหนทั้งนั้น เพียงแค่เห็น trailer ก็รู้สึกอยากดูขึ้นมาเฉย ก็เลยไปดู และก็ไปดูคนเดียวด้วย
การไปดูคนเดียวเราก็รู้สึกเหมือนกับต่อที่ซาบซึ้งและมีสมาธิกับหนังมากกว่าดูกับคนอื่น (แถมยังไม่ต้องเขินเวลาจะร้องไห้ อิอิ)
เมื่อหนังจบเรารู้สึกเหมือนชีวิตเราบางส่วนซ้อนทับอยู่ในหนังยังไงไม่รู้
โดยเฉพาะเรื่องความรักในครอบครัว เหมือนครอบครัวเรามีส่วนผสมระหว่างอาม่าของมิวกับแม่ของโต้งอยู่โดยเฉพาะฉากแรกๆที่แสดงความรักระหว่างอาม่ากับมิวเราก็จุกๆที่คอหอยแล้ว และยังมีฉากสินใจกับโต้งอีกเพ

เราอยู่ในครอบครัวที่เหมือนจะไม่แสดงออกซึ่งความรักให้กันและกัน เติบโตมากับครอบครัวที่แสดงความรักแบบแข็งๆทื่อๆ แต่รู้ว่าเก็บเอาไว้เต็มเปี่ยม บางครั้งเรารู้สึกว่าย่าไม่รักเรา แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าย่ารักเรามากเกินไป

ส่วนในเรื่องความรักด้านอื่นก็มีบางฉากบางตอนที่อินมากๆและน้ำตาไหลเหมือนกัน (แต่ขอไม่บอกนะ 555)

นอกจากจะขอบคุณมะเดี่ยวที่สร้างหนังรัก(แท้ๆ)เรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ก็ต้องขอบคุณต่อด้วยล่ะ ที่เขียนวิเคราะห์หนังเรื่องนี้ให้เราได้อะไรเพิ่มจากที่รู้สึกมากขึ้น
ก็กะจะไปดูอีกรอบแล้วเนี่ย

รักหนังเรื่องนี้ That’s it!!

 

โดย: อีฟ (ji-boon ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:47:21 น.  

 

รักหนังเรื่องนี้จัง

 

โดย: chal2t วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:50:46 น.  

 

หลังจากดูหนังเรื่องนี้ พอใครๆ ถามถึงว่าเป็นไง
เป็นหนังเกย์ไม่ใช่เรอะ ... เราก็ตอบแบบเลี่ยงๆ เหมือนกัน
คิดเหมือนกันว่าไม่อยากให้พวกเค้าอคติและตัดสิน
เพียงเพราะเค้าว่ากันว่า มันเป็น "หนังเกย์"

เสียน้ำตาไปไม่น้อย แต่ก็อยากไปดูอีกสักรอบ ^^

 

โดย: aggressive red rabbit วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:53:33 น.  

 

โห ยาวจริงๆด้วยฟ่ะ...
แล้วผมจะเขียนได้มั้ยวะเนี่ย ตอนนี้ข้อมูลยังตีกันอยู่ในหัวอยู่เลย อาจจะต้องไปดูรอบสาม

ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกขึ้นมาเล็กๆแล้วสิ
ว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่ร้องไห้ เป็นคนที่ยังไม่ได้สัมผัสความรักที่แท้จริง...

ผมดูสองรอบ แต่ผมยิ้มอย่างมีความสุข ไปกับตัวละครที่ได้รู้จักความรักทุกคนในเรื่อง
แต่กำลังจะร้องไห้ให้ตัวเอง (ฮา...)





ส่วนเรื่องเกย์ เห็นด้วยกับพี่โบ้ว่ามันคือ Self-Defended ขั้นต้นของการปฏิเสธสังคมว่า กูไม่ได้เป็นเกย์

เอาใกล้ๆนี่แหละ ไอ้พวกเพื่อนที่มันเคยล้อผมว่าแอบชอบน้องรหัส(ผู้หญิง-สวยด้วย) พอผมไปเชียร์ให้มันดูเรื่องนี้ + สมทบว่ากูดูมาแล้วสองรอบ มันก็ทำหน้าตาประหลาดแล้วถามผมทันทีว่า "มืงเป็นเกย์รึเปล่าเนี่ย ไอ้ตี้?" (ฮา..มั้ง)

คนที่แสดงตัวตนว่าเป็นเกย์/กะเทย ผมว่าบางส่วนก็ซึมไปกับมายาคติที่เห็นผ่านสื่อไปแล้วด้วย ว่าถ้าต้องการให้คนยอมรับ เราต้องทำตัวแรงๆ (ในทิศทางคล้ายกับ โหน่ง-วสันต์ หรืออาจารย์ยิ่งศักดิ์) จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นกะเทยหัวโปกใส่สายเดี่ยวเดินร่อนไปร่อนมา และแสดงท่าทีบ้าผู้ชายอย่างออกนอกหน้า... เฮ้อ..

 

โดย: nanoguy วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:37:55 น.  

 

มาอ่านบล็อกคุณ merveillesxx เนื่องจากรักแห่งสยาม

:)

ดูหนังเรื่องนี้แล้วประทับใจมากเช่นกันค่ะ แต่เป็นคนอธิบายไม่ค่อยเก่ง เวลาชาวบ้านเขาถามว่า "หนังเกย์อ่ะสิ" โดนถามอย่างลบๆ แบบนี้ ทำเอาตอบไม่ถูกเหมือนกันค่ะ แต่ก็บอกเขาไปว่ามันมีประเด็นนี้แต่เป็นหนังดีมากนะ ดีมากจริงๆ (เฮ้อ เหนื่อยใจตอบไม่เก่ง)

เป็นหนังชีวิตที่ทำให้ทบทวนชีวิตดีนะคะ ตรงไปตรงมาดีเหลือเกิน ไม่แปลกหรอกที่เราร้องไห้ค่ะ เพราะว่าสิ่งนั้นมันอยู่ในใจเรามาเนิ่นนานแล้ว และรอการเผยตัวออกมา

หนังดีๆ เรื่องหนึ่งทำให้มันเผยตัวออกมาได้

เราก็แค่ต้องยอมรับและยิ้มให้มัน :)

ปล.เชื่อว่า ผกก. น่าจะเสียน้ำตา ความคิด กำลังกาย กำลังใจ ไปไม่น้อยเช่นกัน กว่าจะตกผลึกเป็นหนังเรื่องนี้ได้
ปปล. ฟังเพลงหนังเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเลยค้า

 

โดย: zhzq IP: 58.9.200.20 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:04:09 น.  

 

พูดได้คำเดียวว่าโดนครับ

 

โดย: titee2006 IP: 125.27.190.162 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:09:08 น.  

 

แหงบๆ ขำไป น้ำตาไหลไปในการอ่านเหมือนกันว่ะ
น้องพี่คะ ไม่แปลกใจหรอกที่น้องพี่จะเป้นผู้ชายไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็น้องกรูยังอุตส่าห์ซื้อ the Xtasia ไปอ่านเลยนี่นา โฮะๆๆๆๆ

หนังเรื่องนี้แม่ยิ่งใหญ่ที่สุดจริงๆ สินจัย รับไปเต็มๆ อ่ะ
มุ่งมั่นค่ะ ต้องดูให้ครบ 7 รอบให้ได้ รอบ๊อกซ์เซ็ทอย่างใจจดใจจ่อ

 

โดย: เมอี้ IP: 125.24.237.126 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:38:37 น.  

 

ดูแล้วววว..ไม่ตกยุคแล้วเรา หุหุ

 

โดย: renton_renton วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:39:14 น.  

 

ชอบคุณสินจัยมากมายคับ ฉากที่ร่ายๆ มาก็ชอบหมดละ แต่ที่ผมชอบอีก (ที่มีคุณสินจัยเล่น) ก้อฉากกอดหมอนแตงร้องไห้ ฉากทะเลาะกับสามี ฉากเฉลยตอนจบที่เธอกอดสามีร้องไห้ และอื่นๆ ประทับใจมากๆ เลยคับ

 

โดย: Moonlight Mile IP: 125.24.61.34 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:48:30 น.  

 

ยังไม่มีเวลาไปดูรอบสองเลยค่ะ ว่าหลังวันพุธคงได้ไปอีกที
น้องต่อเขียนรีวิวได้ดีนะ เห็นภาพอีกภาพของสังคมไทยเรื่อง anti-gay ได้ดีเลย
รุ่นน้องที่ออฟฟิศก็เป็นประมาณนี้คนนึง พอรู้ว่าเป็นหนังเกย์ จากที่เคยอยากดู (กับแฟน) ก็ประกาศว่าจะไม่ดูแล้ว ... ซะงั้น

ขำที่บอกว่า พวกผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ คือพวกที่ชอบเตะบอล ... ซึ่งก็ค่อนข้างไปทางจริง

ฉากอาม่า เล่นเอาเราน้ำตาไหล จริงๆ ร้องไห้เยอะมากๆ เกือบทุกฉาก ฉากรถโต้งแล่นจากมิวไปตอนเป็นเด็กนั่นก็ด้วย คงเพราะโดยส่วนตัว เคยมีประสบการณ์การลาจาก (แบบไม่หวนกลับ) ทางรถยนต์มาด้วยมั้งเลยดูแล้วอินจัด อินมาตั้งแต่ Brokebacke แล้ว :)

หวังว่าน้องต่อจะหายดีเร็วๆ นะคะ :)

 

โดย: tiktokthailand IP: 58.8.168.148 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:51:05 น.  

 

เรื่องนี้ อยากไปดูตั้งแต่แกเมล์มาบอก
แต่ยังไม่มีโอกาสซักที

สงสัย ต้องหารอบเช้า ๆ อย่างที่แกบอกว่ะ (แต่ จะหาได้เหรอวะเนี่ย วันศุกร์ไม่มีเรียน ก็ดันต้องไปทำอย่างอื่นซะแล้ว แถม ไม่มีทางดูก่อนวันพฤหัสนี้แน่ ๆ มันจะเหลือรอบดี ๆ ให้ดูมั๊ยวะเนี่ย)

 

โดย: nekoichann IP: 58.9.148.201 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:17:33 น.  

 

บล็อกนี้ก็คงเหมือนกับประโยคในเพลงกันและกัน

"อยากให้รู้ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้"

เพราะคุณต่อรักหนังเรื่องนี้ไงครับ ถึงเขียนได้ดีขนาดนี้

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนบล็อกผมเสมอๆ

แด่วามรักทั้งมวลในโลกใบนี้

 

โดย: chubbymature (chubbymature ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:22:14 น.  

 

วันนี้คุยกับแม่บ้านที่บริษัท

"ป้าคะ พอป้าอายุหกสิบแล้วป้าจะทำงานต่อไหมคะ?"

"อูย ป้าห้าสิบแปดแล้วเนี่ย พอหกสิบป้าก็จะกลับไปอยู่บ้านแล้ว"

"ที่ไหนล่ะคะ?"

"สิงห์บุรี ป้ามันคนไม่มีครอบครัวล่ะนะ ก็จะกลับไปอยู่กับพี่น้อง"

พูดมาถึงตรงนี้ ป้าแกก็ทำหน้าเหงาหงอยนิดหน่อยที่สุดท้ายก็ต้องอยู่ตัวคนเดียว

"อยู่กับพี่น้องก็น่าสนุกนะคะ ตัวคนเดียวก็ดีไปอีกแบบนะคะ ป้า ไม่มีภาระให้พะวง ลูกๆสมัยนี้ก็ใช่จะเลี้ยงพ่อแม่ทุกคน บางคนทิ้งพ่อแม่ก็ดี ป้าคนเดียวดูแลตัวเองง่ายกว่าอีกเนอะ"

"นั่นสินะ.."


รู้สึกโชคดีมากที่คุยเรื่องแบบนี้ก่อนไปดู "รักแห่งสยาม" และก่อนจะได้อ่านคำพูดของคุณผู้กำกับที่บอกว่า "วันนึงเราจะรู้ว่า เราเปราะบางเกินกว่าจะอยู่คนเดียวได้" ไม่อย่างนั้น เราคงว้าเหว่และเหงาเกินกว่าจะหาคำพูดมาปลอบใจป้าได้แน่ๆ

 

โดย: RUBIS IP: 124.120.219.253 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:08:45 น.  

 

หวัดดีเมอร์ กลับมาจากไปดูแล้ว

รู้สึกว่าเป็นหนัง"รัก"ของเมืองไทยจริงๆ
หลังจากดูจบไปแล้ว เราก็นึกถึงตอนที่เคยดูหนังหรือซีรีส์ญี่ปุ่นที่บรรจงถ่ายทอดความรักในมิติต่างๆออกมาได้ดี เรายังเคยนึกว่าจะมีหนังไทยสักเรื่องไม๊ ที่จะเล่าเรื่องราวของความรักที่มีอยู่หลายมิติ ให้ออกมาอย่างคมคาย สวยงามและบรรเทาความหิวโหยให้กับหลายๆคนได้ แต่รักของสยามทำได้มากกว่านั้น หัวสมองของเราครุ่นคิด หัวใจของเรารู้สึกได้ ... โดยที่นักแสดงไม่เคยได้ฟูมฟายให้เราเห็น เหตุการณ์ที่เหนือจริงที่สุดก็เป็นเพียงแค่การปรากฎตัวของจูนเท่านั้น (และสุดท้ายทุกคนก็กลับมายืนอยู่ในที่ที่พวกเขาต้องใช้มันก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วย)
แม้หนังจะเดินเรื่องอย่างเรียบๆ ความสัมพันธ์ของแต่ละคนก็เป็นเหมือนกับความสัมพันธ์ของคนทั่วไปที่เดินสวนกันไปมาบนท้องถนน แต่คุณมะเดี่ยวก็ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความรักซึ่งกันและกันที่หมุนอยู่รอบตัวของพวกเขา ทำให้เราพร้อมที่จะเฝ้ามองและแอบลุ้นอยู่ห่างๆทุกครั้งที่พวกเขาเจอบททดสอบของความรัก
สุดท้าย...รักแห่งสยาม เป็นหนังไทยที่มีตอนจบที่ make sense ที่สุดเรื่องหนึ่ง

เรื่อง soundtrack เราเห็นด้วยกันเมอร์นะ ในฐานะที่ฝันอยากจะเป็นคนทำดนตรี soundtrack (ฝันกลางวันรึเปล่าก็ไม่รู้) เรายังชมคุณมะเดี่ยวอยู่ในใจเลย ที่นอกจากจะอุตส่าห์บรรจงเรียบเรียงเพลงให้เหมาะกับอารมณ์ของหนังแล้ว เขายังเกี่ยวร้อยเพลงให้ดำเนินตามเรื่องและจังหวะการหายใจของหนังอีกด้วย

comment ให้แล้วนะจ๊ะ ถ้าเราเข้าอัพบล็อกได้เมื่อไหร่ จะส่ง link มาให้อ่านแล้วกัน

 

โดย: เอกภพสีน้ำเงิน IP: 58.137.16.2 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:17:32 น.  

 

:-)

 

โดย: noh IP: 125.25.201.56 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:00:54 น.  

 


ยังไม่ได้อ่าน
ยังไม่ได้ดู...

 

โดย: zoxmok IP: 58.164.46.136 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:3:11:30 น.  

 

เรื่องอาม่าโดนผมตั้งแต่รอบแรกแล้วครับน้องต่อ มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายกับชีวิตผมอ่ะ....

รอบสองเพิ่งไปมาวันนี้ดูควบกับทนายภารโรง...
โห....คนเยอะมาก ขนาดรอบแรกของวันธรรมดานะ คาดว่าเด็กนักเรียนพักเที่ยงมาดูหนังกัน
ตอนแรกก็เสียวๆ แต่เอาว้า...
แล้วผิดคาด รอบนี้เป็นการดูที่ชื่นมื่นมาก สังเกตตอนเดินออกจากโรง ไม่มีเสียงก่นด่าเหมือนรอบแรกแฮะ
สงสัยคนที่มาดูรอบนี้ คงเริ่มรู้แล้วแหล่ะว่าจะเจอกับอะไรในหนังบ้าง
รอบสอง....ผมน้ำตาซึม(แต่รอบแรกไม่....)

รอบสามว่าจะชวนกลุ่มเพื่อนไปดูมั่งดีกว่า คาดว่าน่าจะได้อะไรไปอีกแบบ

ช่วยจขบ.เชียร์หนัง อิอิ

 

โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:4:06:44 น.  

 

อ่านบนวิจารณ์ถึงแค่ตอนที่ 2 ท่อนเกี่ยวกับอาม่า...แล้วไม่อ่านต่อคะ

เพราะ
รู้สึกอยากดูเรื่องนี้มั่กๆๆๆๆๆ ต่อจากนี้ จะอดกลั้น อดใจ ไม่อ่านใครๆ สปอยล์หนังเรื่องนี้แร้น... จะรอจนกว่าดีวีดีจะออกคะ ขอนั่งดูเพลินๆ คนเดียว

ยังไงก็ขอบคุณที่กรุณาแวะไปบอกนะคะ

 

โดย: มรรคณิชา วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:5:23:44 น.  

 

Love
If I speak in the tongues of men and of angels, but have not love, I am only a resounding gong or a clanging cymbal. If I have the gift of prophecy and can fathom all mysteries and all knowledge, and if I have a faith that can move mountains, but have not love, I am nothing. If I give all I possess to the poor and surrender my body to the flames, but have not love, I gain nothing.
Love is patient, love is kind. It does not envy, it does not boast, it is not proud. It is not rude, it is not self-seeking, it is not easily angered, it keeps no record of wrongs. Love does not delight in evil but rejoices with the truth. It always protects, always trusts, always hopes, always perseveres.

Love never fails. But where there are prophecies, they will cease; where there are tongues, they will be stilled; where there is knowledge, it will pass away. For we know in part and we prophesy in part, but when perfection comes, the imperfect disappears. When I was a child, I talked like a child, I thought like a child, I reasoned like a child. When I became a man, I put childish ways behind me. Now we see but a poor reflection as in a mirror; then we shall see face to face. Now I know in part; then I shall know fully, even as I am fully known.


And now these three remain: faith, hope and love. But the greatest of these is love.

 

โดย: Ming+ IP: 125.25.131.197 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:26:41 น.  

 

comment 22
"คนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่ร้องไห้ เป็นคนที่ยังไม่ได้สัมผัสความรักที่แท้จริง.."
ง่ะ เราไม่ร้องไห้ แต่เรามีรักที่แท้จริงของแม่นะ
เพียงแต่ตอนที่ดูละเลยอารมณ์ความรู้สึกของแม่ในเรื่องไปอ่ะ
คงต้องไปเสียเงินดเองอีกรอบซะแล้ว

 

โดย: ตัวกลมตาหวาน วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:16:48 น.  

 

พี่ส่งต้นฉบับไปให้ทางเมลนะ

I LOVE this movie too!!!

 

โดย: Riverdale IP: 58.8.14.31 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:17:00 น.  

 

เห็นด้วย เห็นด้วย และ เห็นด้วย ที่สุดครับ

 

โดย: เด็กชายรอยยิ้มโทรศัพท์และน้ำตา(ไม่ได้ล๊อกอิน) IP: 203.156.142.66 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:56:16 น.  

 

กลับมาใหม่ ฮ่าๆๆๆๆๆ

หลังจากเจอบทวิพากษ์เกี่ยวกับ อคติของคนไทยและทุกคนที่เปิดใจต่างบ่นเสียดาย กับผู้ด้อยโอกาสรับสาร์นดีๆด้วยเพราะอคติ

พี่เริ่มคิดอีกทางว่า หนังเรื่องนี้คุณผู้กำกับไม่ได้ทำสำเร็จแค่การเป็นคนทำหนังที่เก่งกาจ แต่กลายเป็นคนเปิดประเด็นทางความคิดให้คนไทยด้วยแล้ว

คนไทยกำลังรับรู้ความเป็นจริงของการยอมรับคนที่ไม่เหมือนเรา

หนังเรื่องนี้ สำหรับคนที่เปิดใจกว้างอยู่แล้ว กลายเป็นพร้อมจะยอมรับ
คนที่ยังครึ่งๆกลางๆ แต่ตัดสินใจรับหนังเรื่องนี้ได้ เท่ากับสามารถเปิดประตูหัวใจเพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนคนที่ยังไม่อาจยอมรับได้ อย่างน้อยก็เรียนรู้แล้วว่า ตัวเองไม่ใช่คนเพียงกลุ่มเดียวในโลก ยังมีคนที่แตกต่างอยู่ร่วมกับเรา ถึงจะแสดงออกแบบไหนก็เถอะว่ะแต่อย่างน้อยก็รู้

เมื่อสองสามวันก่อน แอบคิดด่าในใจอย่างช่วยไม่ได้ว่า 'โถ่... iโง่เอ๊ย มีปัญญาคิดได้เท่านี้เนาะ ' เวลาได้ยินคนรอบตัวด่าหนังเรื่องนี้ว่า "แหวะ หนังเกย์" แต่ก็แค่คิดในใจ ไม่เคยพูดออกมา

ตอนนี้ไม่แล้ว พอหันมาคิดบวก 55555+ (เดี๊ยนเป็นผู้หญิงคิดบวกค่ะ)

หนังไทยดีๆจงเจริญว้อยยยยยย วู้ๆๆๆๆ

 

โดย: ayde IP: 125.24.238.74 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:40:46 น.  

 

+ ขอบคุณน้องต่อ สำหรับกระทู้แนะนำดีๆ ใน #16 ครับ
+ วันก่อนพี่ไปนั่งทานข้าวกับเพื่อน 5-6 คน ... เพื่อนก็ถามถึงหนังเรื่องนี้จากกระแสที่ได้ยินมา (ว่า Y) และมีพี่คนเดียวที่ได้ดูไปแล้ว ... พี่บอกพวกเค้ากลับไปว่า "มันก็มีประเด็น Y แต่จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นหนังดราม่า/ครอบครัว ต่างหาก"
+ เร็วๆ นี้พี่กะว่าจะไปดูอีกรอบในโรงเหมือนกัน (มีหนังไม่กี่เรื่องที่ทำให้มีความตั้งใจแบบนี้)
+ หนังเรื่องนี้ "ทรงพลัง" และสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูอย่างสูง ทำให้เกิดความรู้สึกตกค้างในหัวแม้หนังจะจบไปแล้ว เช่นเดียวกับที่พี่เคยรู้สึกกับเรื่อง All about Lily Chou-Chou และ Nobody knows

+ สุดท้าย ขอบคุณน้องต่ออีกครั้งกับประเด็นดีๆ ที่เขียนไว้ด้านบน อ่านแล้วน้ำตาคลอตลอดตอนที่อ่านเลยครับ

 

โดย: บลูยอชท์ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:49:39 น.  

 

โห คุณต่อ อินขนานแท้จริงๆ

 

โดย: ดิว IP: 58.10.36.37 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:57:08 น.  

 

เฉพาะบล็อคนี้ก็มีเรื่องของรักแห่งสยาม 3 บทความติดๆกัน

เมื่อกี้เข้าไปดูในพันธ์ทิพย์ก็เห็นกระทู้แนะนำ 5 กระทู้ เป็นรักแห่งสยามซะ 4

จะเรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ได้มั๊ยเนี่ย?...

 

โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:33:17 น.  

 

love your review

enjoy your day

 

โดย: Holden Caulfield IP: 203.144.184.163 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:08:56 น.  

 

+ จะบอกว่าตอนลงไปทานข้าว เกิดแว้บขึ้นมาได้อีกประเด็นนึงว่า ... อีกคุณูปการของหนังเรื่องนี้ก็คือได้เปิดพื้นที่ให้แก่คนที่มี Sexaul orientation ไม่ใช่ straight ได้มีพื้นที่ยืนและทำให้คนทั่วไปเข้าใจมากยิ่งขึ้น ... เพราะทุกวันนี้ในสื่อส่วนใหญ่จะมีแต่ แบบแต๋วแตก, กรี๊ดกร๊าดวี้ดว้าย หรือไม่งั้นก็จะกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนทั่วไปไปเลยอย่างตา cloud กับ ตา stone แบบนั้น ... แต่จริงๆ แล้วคนที่เป็นแบบมิว หรือกำลังสับสน ไม่แน่ใจในตัวเองแบบโต้ง ก็มีอยู่อีกมากมายในสังคม ซึ่งหนังเรื่องนี้นำเสนอภาพช่วงวัยแห่งการค้นพบตัวเองตรงนี้ด้วย "สายตาที่เข้าใจ" อย่างแท้จริง ขอปรบมือให้อีกครั้งครับ

 

โดย: บลูยอชท์ วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:10:25 น.  

 


ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า

แต่เหมือนตอนนี้กระแส negative ของ รักแห่งสยาม ใน เฉลิมไทย จะเบาบางลงแล้วนะครับ (ถ้าสังเกต คนที่ตามล้างตามเช็ดหนัง ก็จะเป็นคนเดิมๆ นั่นแหละ)

สาเหตุคงเพราะ ในช่วงหลังนี้ คนที่เข้าโรงไปดู น่าจะรู้แล้วว่ามันมีประเด็นเกย์ จึงไม่รู้สึกว่าถูกหลอกอะไร แล้วเค้าก็พบว่า เออ หนังมันดีนี่หว่า (เว้ากันซื่อๆ ผมว่าหนังเรื่องนี้ถ้าดูแบบไม่ bias อะไร มันก็มีความโดดเด่นอะไรสักอย่างแหละ)

ก็ขอเอาใจช่วยให้หนังได้เงินเยอะๆ แล้วกัน

อ้อ ผมเอาบลทความนี้ไปตั้งกระทู้แล้วนะครับ ไปช่วยอ่าน ช่วยโหวต กันได้เน้อ (ของของอีกแล้วตรู )

รักแห่งสยาม : The Power of Love

 

โดย: merveillesxx วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:06:15 น.  

 

มะเดี่ยวเจ๋ง

 

โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:06:52 น.  

 

I told my friend (who appeared at the end of our conversation yesterday) about 'Love of Siam'
and he said like the others because he is 100% man, I think.
I don't know what to say after that, I just said that 'It's not a real GAY film, but it's just a film that has the point of GAY.'

We really can't explain these things to them anyway.

Take Care ka :)

Ps. 'That day' came faster than I think. I feel almost the sam again now. Just ALMOST. Don't worry.

 

โดย: piovere IP: 212.158.145.131 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:32:31 น.  

 

ทั้งช่วงก่อนหน้านี้และช่วงนี้ กระแสหนังเรื่องนี้มาแรงมาก เข้าไปพันธุ์ทิพย์ กระทู้เยอะมากจนกูรู้สึกว่าน่ารำคาญ นั่นเป็นเหตุผลแอนตี้แต่แรกเริ่ม แต่พอได้ดูก็รู้สึกว่าอยากจะเอามาบอกต่อ อยากให้ทุกคนไปดูกัน (หมายถึงทุกคน ทุกเพศทุกวัย รวมถึงแม่กูด้วยโดยเฉพาะฉากต้นคริสต์มาส ที่นึกถึงแล้วน้ำตาจะไหล)

หลายคนเปิดฉากคำพูดต่อหนังเรื่องนี้ว่าเป็นหนังเกย์ แต่กูก็เห็นว่านี่มันคือหนังรักมากกว่า

หลายคนอีกเหมือนกันที่บอกว่าไม่ชอบฉากที่ดูทำเป็นเกาหลี แต่กูกลับรู้สึกว่าหนังมันไม่ได้เทไปหาบรรยากาศจนต้องให้ความสำคัญไปกับมันมากกว่าพล็อตเรื่อง

แต่ไอ้ที่หลายคนบอกว่า โดนัท จะทื่อไปไหน อันนี้กูเห็นด้วยอย่างรุนแรงเลยหว่ะ 555

 

โดย: Nomorebrain IP: 124.120.6.33 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:39:34 น.  

 

ต่อเป็นเกย์ค้าบบบบบ

ฮ่าๆๆๆๆ
ล้อเล่นๆ

 

โดย: นิทิ IP: 161.200.255.162 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:40:53 น.  

 

เพิ่งไปดูมาเมื่อวานค่ะ ตามมาจากในพันทิพย์ ^_^ เขียนวิจารณ์ได้ตรงใจดีค่ะ แต่อยากจะร่วมแชร์ความรู้สึกด้วย

ส่วนตัวไม่ได้แอนตี้เกย์หรืออะไร ดูเรื่องนี้แล้วก็เลยเฉย ๆ นะคะ แต่หนุ่มที่ไปดูด้วยนี่สิ ออกอาการรับไม่ได้อย่างรุนแรง -*-

เราร้องไห้ไปเยอะมากตั้งแต่ต้นเรื่องเลย แบบว่าฉากสะกิดใจนิดเดียวก็ร้องได้ ตั้งแต่ดีดเปียโน เป็นหนังอีกเรื่องที่อยากจะบอกว่า ร้องไห้แทบทั้งเรื่องเลย >_< (อายคนข้าง ๆ ง่ะ)

ไม่เห็นพูดถึงตัวละครอีกคนนึงที่มีบทบาทสำคัญทีเดียวนะคะ พี่กบ ทรงสิทธิ์ เล่นได้ดีนะเราว่า และก็มีหลาย ๆ จุดที่ทำให้สะเทือนใจกับฉากในฐานะคุณพ่อและสามีในเรื่องมากเลย

- ตั้งแต่ประเด็นที่ลูกหายตัวไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตัวละครตัวนี้ กลายเป็นอีกคนนึงไปเลย กินเหล้าอย่างหนัก ใช้ชีวิตแบบซังกะตาย แสดงให้เห็นความรักลูกของคนเป็นพ่อได้ดีทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเห็นความรักในมุมมองของพ่อมากนัก ก็ทำให้เราเห็นได้

- อีกฉากที่ทับซ้อนกันอยู่ในเรื่องที่ไม่รู้จะมีใครสังเกตเห็นรึเปล่า แต่เราสังเกต คือฉากที่ลูกชายไม่กลับบ้านแล้วแม่ขับรถออกจากบ้านไปตามหา จะเห็นสายตาของคนเป็นสามีที่คอยเฝ้ามองดูอยู่ห่าง ๆ ชะเง้อมองดูอยู่ตลอด ทำให้เห็นว่า ครอบครัวนี้ ยังมีความรักอยู่แต่อีกคนอาจมองไม่เห็น และพอแม่กลับมาบ้านตอนเช้าเปิดประตูห้องนอนเข้าไปก็เห็นสามีนั่งรออยู่ที่เตียงนอน แต่เตียงนอนไม่มีรอยยับเลยซักนิดเดียว แสดงว่า สามีเป็นนั่งรอภรรยาด้วยความเป็นห่วงภรรยาว่าหายไปไหน ถึงจะไม่ได้พูดคุยกัน แต่ความรักและความห่วงใยก็ยังมีอยู่ (เพราะถ้าสังเกตปรกติสามีจะนอนที่เตียงไม้ได้นอกตลอด แต่วันนี้กลับมานั่งรอที่เตียงภรรยา แสดงถึงนัยยะสำคัญ) เป็นฉากทับซ้อนที่หลายคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะมันทับซ้อนอยู่ในความรักของแม่ที่เป็นห่วงลูกและออกตามหา แต่เรากลับสะเทือนอารมณ์ 2 ชั้นว่า ระหว่างที่แม่เป็นห่วงลูกอยู่ เธอก็ได้ลืมไปว่า ยังมีคนที่เขารักอีกคนนึงที่ห่วงใยเขาด้วยอยู่เช่นเดียวกัน

^_^ เดี๋ยวนึกออกมาเขียนต่อนะคะ

 

โดย: Beee (Beee_bu ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:20:02 น.  

 

แฟนๆ เข้ามาอ่านเพียบเลยครับ


ผมไม่มีปัญหากับการดูหนังที่มีเรื่องเกย์เข้ามาผสมนะ เรื่องแรกๆ ที่ได้ดู มันรู้สึกแปลกๆ แต่พอดูไปก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่งของมนุษย์ ทีหนังที่มีหญิงกับหญิง ดูกันได้ไม่เห็นเป็นไร

อย่าง Shortbus ผมดูแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ผมยังรู้สึกว่ามันเป็นหนังรักเลย เพียงแต่เอาเรื่องเซ็กส์และเกย์มาเป็นสื่อเท่านั้นเอง (เกย์ตัวเอกสามคนในเรื่องเล่นดีมากเลย โดยเฉพาะคนผมยาวที่เล่นกายกรรมกับตัวเองนั่นน่ะ)

เพราะฉะนั้น ถ้าหนังเรื่องนี้ทำได้ละเมียดละไมอย่างที่เขียนให้อ่านข้างบนนี่ ยิ่งไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาอะไรในการชม จริงอย่างว่าแหละครับ พอบอกว่าเป็นหนังเกย์ สมองเราก็ปิดการรับรู้จนมองไม่เห็นคุณภาพจริงๆ ของหนัง

ถ้าไม่เหนื่อยเกินไป ไม่แน่ว่าวันอาทิตย์อาจจะออกไปดูในโรง กำลังคิดอยู่ว่าจะพาคุณภรรยาไปดูด้วยดีหรือเปล่า เกิดดูแล้วน้ำตาผมไหลพรากๆ เขาจะตกใจเอาน่ะสิ ยิ่งเป็นพวกที่มีอารมณ์ร่วมกับหนังได้ง่ายๆ อยู่ด้วย


ป.ล. ชอบ คห. 22 เห็นด้วยทุกประเด็นเลย

 

โดย: คนทับแก้ว วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:50:46 น.  

 

เวิ่นเว้อๆๆๆ

ล้อเล่นค่า___

 

โดย: โทยะ อากิระ IP: 61.90.146.66 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:43:09 น.  

 

เพิ่งดูมาเมื่อกี้เลย

ฉากไข่พะโล้ทำให้น้ำตาหยดแหมะๆๆๆๆๆ

ปล. ดูที่ UMG RCA ทั้งโรงมีสามคน! อีกสองคนเป็นผู้หญิง แต่มันปล่อยเสียงโทรศัพท์ดังในโรงหนังสองครั้ง! เซ็งมาก

ขอถามอีกข้อ I don't want to sleep alone นี่นิ่งมากหรือเปล่า อยากไปดู จะได้เตรียมร่างกายไปให้พร้อม

 

โดย: pick IP: 202.41.167.246 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:55:26 น.  

 

อ่านไปน้ำตาคลอไป

ตอนนี้กำลังเป็น Love of Siam Sindrome ง่ะใครก็ได้มารักษาผมหน่อย

โต้ง กะ มิว ไปไหนครับ

บทความนี้เจ๋งมากๆ

 

โดย: เด็กม.ปลาย (Onlineza ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:27:49 น.  

 

“เหนื่อยมั้ยแม่”
หลังจากประโยคนี้เราร้องไห้อย่างเสียสติจนจบเรื่อง

 

โดย: ennisdelmar IP: 125.24.22.15 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:54:56 น.  

 

ไม่ได้อ่านอะ
กะว่า เดี๋ยวจะไปดูภายในสัปดาห์หน้าแหละครับ

แต่ขำที่มาบอกว่าดูแล้วอยากเปลี่ยนเพศ ฮ่าๆๆๆ อย่างฮาครับ

 

โดย: วัชเจียเหว่ย วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:05:00 น.  

 

ขอบคุณครับที่อุตส่าห์ไปบอก รู้ได้ไงเนี่ยว่ารออ่านอยู่เลย 666

ส่วนใหญ่หลังจากดูหนัง ก็มักจะมาเปิดหาอ่านความคิดเห็นของหลายๆคน
เพื่อจะได้รู้ว่าเค้าคิดเห็นเกี่ยวกับหนังอย่างไร เพราะตัวเองคิดไม่ออก
รับสารได้ด้านเดียว ตีความอะไรจากหนังไม่ค่อยจะได้มากนัก
แต่เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเดียวที่ตัวเองตีความไปตามความเข้าใจของตัวเองได้มากที่สุดแล้วมั๊ง 666


ใช่แล้วหละ ชอบตรงความสมจริง ความรู้สึกใกล้ตัวที่สัมผัสได้
โดนอยู่หลายฉากมากเลย ร้องทั้งเรื่อง บ่อน้ำตาตื้น
โดยเฉพาะประเด็นของแม่ โดนหมด 666
คิดว่าวันพฤหัสหน้าคงได้ไปดูรอบสอง


ติดตามอ่านมาทุกบล็อกนะครับ ถึงจะไม่ค่อยตอบก็เหอะ
เพราะบางทีไม่รู้จะตอบอะไรจริงๆ อย่างพวกหนังนอกกระแสหรือเพลงป่วงๆ
ถ้าให้ตอบก็คงตอบเป็นเรื่องของอายูมิแทน 666
ยังไงก็เขียนบทความดีๆให้อ่านต่อไปเรื่อยๆนะครับ

 

โดย: KjkGs IP: 58.136.94.195 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:35:24 น.  

 

ที่จริงมีติดอยู่หน่อย ตรงฉากแรกที่เห็นกบ-ทรงสิทธิ์นั่งดื่มเหล้าอยู่ที่โต๊ะ
รู้สึกว่ามันโจ่งแจ้งเกินไป คือมันเป็นฉากที่คาดเดาได้ว่าจะต้องมี
แต่โดยส่วนตัวมันดูขัดอย่างไรไม่รู้ ถ้าฉากนี้ยังไม่ติดเหล้า แต่แค่ดูเศร้าเสียใจมาก
แล้วตัดมาอีกทีเป็นคนติดเหล้าไปแล้วมันจะดูไม่จงใจเท่านี้หรือเปล่า
อืม...ไม่ทราบครับ
กับอีกฉากที่รู้สึกมันเนือยก็ฉากที่จูนคุยกับสุนีย์ที่โรงพยาบาล

แต่ถึงอย่างไร โดยรวมแล้วก็ยังชอบมากอยู่ดี 666
วันนี้ก็เพิ่งไปซื้อost ถ้าdvdออกเมื่อไหร่ก็คงไม่พลาดแน่นอน

 

โดย: KjkGs IP: 58.136.94.195 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:45:01 น.  

 

แก๊ ชั้นยังไม่ได้ไปดูเลย

แง่วววว

 

โดย: เส IP: 124.121.161.252 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:37:50 น.  

 

ผมดูด้วยความมีอคติมากๆเลยอะ ไม่ได้อคติที่ว่ามันเป็นหนังเกย์อะครับ แต่อคติ ที่โปสเตอร์กับตัวอย่างมันไม่ได้สื่อว่าเป็นหนังเกย์(ในหนังตัวอย่างแทบไม่มีมิวกับโต้งอยู่ในฉากเดียวกันเลย) เลยดูด้วยความมีอคติ แต่ผมก็เข้าใจเมื่ออ่านบล๊อคนี้อะครับ คนทำหนังคงคิดแบบเดียวกับเจ้าของบล๊อคที่ว่า
ผมพูดเล่นๆ กับเพื่อนทาง MSN ว่า “ไม่ว่ากูจะถูกคนมองว่าเกย์ หรืออาจจะถูกเพื่อนเลิกคบ แต่ถ้ามันทำคนไปดูหนังเรื่องนี้ กูก็ยอม”
ผมว่าคนทำทีเซอร์เรื่องนี้ ทำได้ดีเลยครับ(ผมก็หลงไปคนนึง) บางทีผมอาจจะรักหนังเรื่องนี้เหมือนกับเจ้าของบล๊อคและคนอื่นๆอีกมากมาย ถ้าหนังตัวอย่างและโปสเตอร์มันสื่อให้รู้มากกว่านี้อะครับ เหมือนกล่องใส่พิชซ่า ที่เปิดมาเป็นแค่ผัดกระเพรา ที่แม้จะอร่อยมากก็ตาม แต่ตอนเปิดมันอยากกินพิชซ่านี่ครับ........

 

โดย: ไม่ช๊อบ ไม่ชอบ IP: 61.19.231.4 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:50:07 น.  

 

เขียนดีมากเลยครับ เกือบทำให้ผมร้องไห้อีกรอบแน่ะ
ที่มหาวิทยาลัยกำลังคิดว่าอาจจะมีเสวนาเรื่องนี้
อาจจะรอให้หนังลาโรงไปก่อน ให้คนไปดูกันก่อน
เพราะมั่นใจว่าผู้กำกับคงจะวุ่นตัวเป็นเกลียว
ถ้ามีโอกาสได้เชิญผู้กำกับมาเสวนา คงต้องขอ
คนที่อินและรักหนังเรื่องนี้อย่างคุณต่อมาร่วมวงด้วยล่ะครับ

 

โดย: JOJO (thinblacktaxi ) วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:24:45 น.  

 

พี่ต่อ ปอชอบหนังเรื่องนี้มากขึ้นแล้วล่ะ

ออกแนวซึ้งดีเลย์น่ะ

ไม่ได้คุยเอ็มกะพี่ต่อนานแล้วชักคิดถึง ฮ่าๆ

 

โดย: Tenjo_Utena IP: 203.113.34.7 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:38:24 น.  

 

ตามไปชื่นชมในกระทู้แล้วนะครับ

 

โดย: *omega* IP: 58.136.94.123 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:53:19 น.  

 

เขียนได้ดีครับ นับถือจริงๆ นี่แหละครับ หนังดีดี กลับไม่โดนตลาดมาก แต่ก็เชื่อหล่ะครับว่า พวกเราจะเป็นกำลังใจให้หนังไทยดีดี ตลอดไป

 

โดย: 5tream IP: 58.8.71.206 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:34:15 น.  

 

ทำไมอาม่าเลือกที่จะรออากง แต่บ้านคุณนกสินจัยไม่รอลูกสาวล่ะ

 

โดย: อาม่า IP: 58.8.133.153 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:43:04 น.  

 

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันครับ ชอบฉากที่สินจัยเอากับข้าวร้อนๆไปให้พี่กบ เเต่ตัวเองมานั่งกินกับข้าวเย็นๆ ฉากนี้ขนลุกเลย
*ตัวละครมิวกะโต้งตอนเด็ก น่าจะสลับกันนะครับ ผมนึกว่าตัวมิวตอนเด็กน่าจะโตมาเป็นโต้งซะอีก

 

โดย: kingcondo IP: 203.146.114.19 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:15:38 น.  

 

เป็นงานเขียนที่ดีอีกชิ้นนะครับ ขอบคุณที่แนะนำให้เข้าไปอ่านในพันธ์ทิพย์ครับ

ผมว่าผมเก็บรายละเอียดเกือบทั้งหมด ที่ทุกคนพูดถึงจากทุกกระทู้ได้ แต่ไม่สามารถหยิบยกหรือนำมาพูด/เขียนได้อย่างคุณหรือคนอื่น ๆ และทุกครั้งที่ได้อ่านงานที่วิเคราะห์โดยไม่แสดงอคติในประเด็นเกย์ ผมก็ชื่นชมทุกครั้ง และร้องไห้อีกหลาย ๆ ครั้งเมื่อพูดถึงความรัก ทุกรูปแบบที่หนังนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นของอาม่า ของสุนีย์ ของกรณ์ ของหญิง และของโต้งและมิว ทุกคนทำให้ผมรู้สึกอิ่ม และตื้นตันในความรักที่แต่ละคนมีให้กันและกัน และหันกลับมาดูตัวเองว่าเราลืมรู้สึกขอบคุณในความรักที่คนรอบข้างมีให้เราบ้างหรือเปล่า

รักในแบบของมิวกับโต้ง ทำให้ผมอยากมีความรักบ้าง แต่การได้อ่านถึงความรักของแม่ ทำให้ผมอดคิดถึงแม่และคนในครอบครัวตัวเองไม่ได้เช่นกัน ใครจะไม่รักละครับ เพียงแต่จะแสดงออกยังไงเท่านั้นเอง

เดาว่า คุณเมอร์ ชื่อคุณต่อใช่มั๊ยครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ สำหรับบทความดี ๆ อย่างนี้

 

โดย: JNC IP: 203.99.253.8 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:02:19 น.  

 

ชอบมากมาย กะว่าจะไปดูอีกรอบแต่ยังไม่มีโอกาสเลย
โดยส่วนตัวรู้สึกว่าพี่มะเมียวเขียนบทได้แยบยลจนน่าขนลุกสุดๆ เลย บอกได้คำเดียวว่าเป็นหนังไทยสุดยอดแห่งสยามเชียว ใครไม่ได้ดูเสียโอกาสดีๆ แย่เลย

 

โดย: gadez IP: 124.120.176.203 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:06:27 น.  

 

ตายห่า... อดดู Bangkok Time เลย
แม่งฉายอาทิตย์เดียวหายจ้อย 555+

อดดูจิ๊บดุสิตาจนได้

 

โดย: nanoguy วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:10:30 น.  

 

มะเดี่ยวเจ๋งจริง

เมอร์เขียนดี

 

โดย: iwalktheline IP: 58.8.196.124 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:18:57 น.  

 

ชอบเรื่องนี้ที่สุดเลยครับ

อาจเป็นเพราะผมเหมือนกับ มิว ก็ได้ ก็เลยอินเป็นพิเศษ 3 วันมาแล้วยังไม่หายเลย ทุกๆความรักที่เกิดขึ้นในเรื่อง มันทำให้ผมน้ำตาไหล ไม่ว่าจะไหลให้กับ ความสุข ความทุกข์ ความเศร้า ความยินดี ความหวัง หรือความเหงา




 

โดย: ป้อจาย IP: 203.154.154.162 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:32:18 น.  

 

สำหรับผม
รักแห่งสยามขึ้นมาขนาบข้างเพื่อนสนิท แฟนฉัน และนางนากไปแล้ว
อิอิ

 

โดย: แสง สีรุ้ง วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:52:56 น.  

 


ไปดูรอบที่ 3 มาแล้วครับ ที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า รอบ 20.45 คนดูประมาณ 40 คน

คราวนี้ แปลกหน่อยครับ คือ ไม่ได้ดูคนเดียวแล้ว

อบอุ่นดีครับ

และสัมผัสได้ถึง ความรักในเพื่อนมนุษย์

ไว้ว่างๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกที

ป.ล. ขอบคุณคนที่ไปดูด้วย

 

โดย: merveillesxx วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:6:11:03 น.  

 

ผมสงสัยชื่อวงดนตรี "ออกัส" นี้เป็นชื่อวงจริง ๆ ของน้อง ๆ เขาหรือว่า
เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นสำหรับหนังเรื่องนี้ครับ เพราะว่าตอนจบที่วงออกัสเล่นเพลง
ในวันคริสมาสต์ด้วย มันเลยทำให้นึกว่ามะเดี่ยวเขากำลังโยงกับหนังอย่าง
"Chrismas in Augest" ซึ่งว่าด้วยเรื่องความรักที่มาในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะ
สมหรือเปล่า (เป็นเหตุให้รักไม่สมหวังอะครับ)


ถามหน่อยนะครับ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ

 

โดย: ole IP: 202.28.179.12 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:04:58 น.  

 

ตอนแรกที่ตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้เพราะเป็นฝีมือของคุณมะเดี่ยวค่ะ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดเลยจริงๆ ^__^

เรามีคำพูดที่คล้ายคลึงกันกับคุณต่อในการบอกเล่าให้คนไปดูหนังเรื่องนี้ค่ะ คือ "มันไม่ใช่หนังเกย์ แต่ความรักแบบชายกับชายเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของความรักในหนังเรื่องนี้" ถึงแม้มันจะค้านสายตาคนรอบข้างเราหลายๆคนที่"ปักใจ"กับฉากๆนั้นไปแล้ว

ฝีมือของตัวแสดงในหนังที่เราชอบที่สุดก็คงเป็นคุณสินจัยเหมือนกันค่ะ คุณสินจัยมีความเป็นมืออาชีพจนเราเข้าใจในความรู้สึกของแม่ที่ต้องแบกรับทุกอย่างของครอบครัวตั้งแต่แตงหายไปได้เลย หลายฉากที่เป็นนัยยะสำคัญต่อเรื่อง เธอก็ทำได้ดีมาก จนเราร้องไห้ไปหลายรอบเลย (ฉากที่นั่งกินไข่พะโล้เงียบเชียบแล้วคุณกบเดินเข้ามานั่นเราร้องไห้เป็นเผาเต่าเลยค่ะ)

ส่วนตัวละครที่เราสงสารที่สุดตอนแรกเป็นหญิงค่ะ เพราะทั้งๆที่ควรจะหมดหวังกับความรักไปแล้ว แต่ก็ยังมีความหวังดีต่อคนที่รักอยู๋ไม่เปลี่ยน ซึ่งเราคิดว่าน้องที่เล่นบทนี้เล่นได้ดีทีเดียวค่ะ สามารถพัฒนาคาแรกเตอร์ตัวเองจากที่ดูเหมือนจะเป็นบทที่เบาที่สุดในเรื่องมาเป็นคนที่ต้องเจอกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้

แต่พอดูหนังมาจนจบเรื่อง เรากลับสงสารน้องมิวที่สุดแล้วค่ะ T_T น้องคนนี้แสดงออกทางสีหน้าแล้วก็ตาเก่งมากๆเลยนะ ฉากที่เค้าเอาของเล่นที่โต้งให้ไปประกอบจนเป็นตุ๊กตาที่สมบูรณ์แล้วร้องไห้ออกมา เรารู้สึกเหมือนกับว่า สุดท้าย ตุ๊กตาที่โต้งเคยให้ตั้งแต่ตอนเด็กก็มีชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ แต่ในชีวิตจริงเค้ากลับต้องอยู่คนเดียวต่อไป ไม่มีทั้งอาม่าและโต้งอยู่ด้วยอีกแล้ว คิดได้อย่างนั้นเราก็ร้องไห้หนักๆอีกหนึ่งรอบกับความเหงาที่น่าสงสารของมิวค่ะ

ตอนนี้หาเวลาว่างจะไปดูรอบที่สองเพื่อเก็บรายละเอียดอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะรอบแรกที่เราไปดูมีแต่เด็กนักเรียนแล้วเสียงดังมากๆ จนบางครั้งเราไม่ได้ยินบทพูดเลยล่ะค่ะ T_T

ขอบคุณคุณต่อมากๆสำหรับเอนทรีนี้นะคะ
ขอบคุณมาก จากใจจริงค่ะ ^__^

 

โดย: minato IP: 58.8.135.80 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:50:29 น.  

 

ประทับใจมากมาย... เป็นหนังไทยที่ดีที่สุด และผมชอบมากที่สุดในรอบปีนี้

คุณพี่เมอร์ยังเขียนได้ลึกซึ้งสมเป็นคอลัมนิสต์เช่นเคยเลย...ซึ่งนานๆทีจะมีหนังตลาดสักเรื่องจะได้เห็นพี่เขียนเชียร์ให้นะนั่น

ก็ขออยากชวนไปอ่าน และทุกๆท่านไปแจมความเห็นเกี่ยวกับประเด็นในมุมมองของผมต่อ ที่บล็อกนี้ครับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=onceupon&month=30-11-2007&group=2&gblog=98<

 

โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:42:33 น.  

 

เรายังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้หรอกนะ
แต่จากที่อ่านแล้วได้แง่คิดมากมาย เป็นหนังที่อยากดู
ได้ยินคำบอกเล่าจากเพื่อนว่าเป็นหนังเกย์เหมือนกัน
แต่เราก็อยากดู พอมาอ่านคำบอกเล่าเราก็ยิ่งอยากดูมากขึ้น
สัญญาคะ ว่าจะปดูหนังเรื่องนี้ แล้วจะกลับมาบอกเล่าความรู้สึกดีๆ และข้อคิดดีๆที่ได้จากเรื่องนี้นะคะ
ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆที่ทำให้เข้าใจ และการเปิดใจยอมรับของคนเขียนนะคะ

 

โดย: คนที่บังเอิญผ่านมา IP: 58.136.72.241 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:27:44 น.  

 

ตามมาเยี่ยมเยียน และขอบคุณนะคะ ที่นำกระทู้เรามากล่าวถึง

ขอบคุณนะ

 

โดย: แค่คนหนึ่งคน IP: 202.5.87.154 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:57:17 น.  

 

ตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้เพราะได้อ่านบล๊อก คุณเมอร์ ที่เขียนถึง รักแห่งสยาม อันแรกเลย ปกติไม่เห็นเชียร์หนังไทยออกหน้าออกตา...........ขอบคุณครับที่มีส่วนทำให้ผมได้ดูหนังรักที่สวยงามมากๆเรื่องนึง...

ปล.ได้เจอ เมอร์ แวบๆที่งาน World film festival เอสปรานาด ที่ผ่านมา.....อ้วนเหมือนรูปในบล็อกเลย..5555

 

โดย: Makoto IP: 58.9.141.178 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:42:31 น.  

 

ไปดูมาแล้วค่า (ถึงมาอ่านตอนนี้ ไม่กล้าอ่านก่อน)
ไปดูแบบไม่รู้เนื้อเรื่องอะไรเลย ซึ่งเซอร์ไพร์สพอสมควรเลย ที่หนังเป็นแบบนี้

หนังดี แล้วก็ดีใจที่มีหนังไทยแบบนี้
แต่ก็มีหลายส่วนที่ส่วนตัวว่ามันเยิ่นเย้อไปนิด (เช่น การกล่าวถึงอาม่าในตอนต้น)
ประเด็นความรักของตัวเอกในเรื่องน่าสนใจ แม้ว่าคำพูดบางคำ ทำให้เราไม่เชื่อว่าคนอายุเท่านี้จะพูดหรือคิดแบบนี้ (หรือเราดูถูกเด็กเกินไป) ซึ่งมีผลทำให้เราไม่ค่อยอิน
ใจไปอินกับความรักของแม่และคนในครอบครัวมากกว่า อ้อ ชอบความรักของเพื่อนในวงด้วย ที่มาขอโทษ

ตอนเลือกตุ๊กตาดีจริงๆนะ แม้ว่าจะกระโตกกระตากมากไปนิดก็เถอะ

 

โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:2:21:33 น.  

 


ไหนๆ ก็ดูไปตั้ง 3 รอบแล้ว

ผมขอแปลงสภาพจาก เด็กอินดี้ เป็น เด็กกรุ๊ปปี้ เลยแล้วกัน 555

ใครไป B2S เซ็นทรัลเวิลด์ พรุ่งนี้ เจอกันครับ!



กิจกรรมที่ 1
กิจกรรม : Star Tour “รักแห่งสยาม” ที่ B2S
วัน : วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2550
เวลา: 16.00 - 17.30 น.
สถานที่ : ลานชั้น 3 หน้า B2S Central World
รายละเอียดกิจกรรม : ร่วม Meet & Greet กับนักแสดงนำจากภาพยนตร์ “รักแห่งสยาม”
มาริโอ้ เมาเร่อ, พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล, ตาล กัญญา รัตนเพชร์, และเบสท์ อธิชา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์
พร้อมร่วมซาบซึ้งไปกับบรรยากาศอบอุ่นของบทเพลงรักไพเราะจากภาพยนตร์กันแบบสด ๆ

 

โดย: merveillesxx วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:4:06:48 น.  

 

ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมไม่ไปดู ... ฟังเค้ามากไปมั้ง
เฮอะ

 

โดย: KiSs MoRe วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:7:50:40 น.  

 

ไปที่กระทู้แล้วนะ

มาตอบคำถาม (ที่ไปบอกว่า) น่าเบื่อ

ยังไม่ได้ดู คิดว่าวันหยุดวันพ่อน่าจะได้ดูอะนะ (หวังว่าๆ)

ได้ดูแล้วจะมาคุยด้วยอีกทีจ้ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:11:34:40 น.  

 


ชอบที่คุณเมอร์ยืนอยู่ข้างหนังนี้

ผมไปดูหนังเรื่องนี้เมื่อวาน เพราะคุณเมอร์แท้ๆ ชอบครับ แต่ไม่ถึงกับน้ำตาไหล

ผมนั่งอยู่แถวหลังๆ ...แถวข้างหน้ามีเสียงกรี๊ดจากกลุ่มผู้ดู ตอนที่ปากจูบปาก แต่ไม่แน่ใจว่า เป็นเสียงกรี๊ดจากเสียงกลุ่มผู้หญิงหรือกลุ่มผู้ชาย โฮะโฮะ

รอบ16.05น.ที่เมเจอร์รัชโยธิน มีคนดูราว 100 คน

ผมอยากให้คุณสรยุทธ์ นำทีมผู้กำกับ และผู้แสดงมาสัมภาษณ์ครับ ยังไม่อยากให้หนังออกโรงเร็วนัก

วันนี้ วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม ผมไม่ว่าง ไม่งั้นจะไปให้กำลังใจ ที่ B2S เซ็นทรัลเวิร์ล ขอบคุณครับ

 

โดย: yyswim วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:17:09:35 น.  

 

ดีใจครับที่มีหนังเรื่องนี้
หนัง ดี ๆ ที่นอกจากจะใช้แต่ตาดู แต่ยังต้องใช้ใจมองและปล่อยให้สมองทำงานให้เต็มที่

จะได้รับสารจากหนังเรื่องนี้แน่นอน

และนอกจากนั่นเมื่อกี้เพื่อนผมได้ไปดูกับแฟน โทรมาบอกว่าหนังดี มาก ๆ ครับ เพื่อนผมเป็นเป็นผู้ชายอะครับ

 

โดย: pansa IP: 125.24.241.241 วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:19:44:57 น.  

 

รอบสองแล้วเหมือนกันค่ะ สองวันติดๆๆ ตอนนี้ก็ยังอยากดูอีก

 

โดย: YamaP IP: 61.7.150.99 วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:21:38:16 น.  

 

ไปดูมาแล้วครับ ขอบคุณพี่ต่อจริงๆที่แนะนำให้ไปดู รักหนังเรื่องนี้มากครับ ชอบฉากสุดท้ายที่มิวร้องไห้แล้วขอบคุณโต้งมาก น้ำตาคลอเลยเข้าใจความรู้สึกเลยครับ แต่ก็สงสาร หญิงด้วย ขอยืมคำนี้ไปตังหัวเอ็มนะครับ“ไม่ว่ากูจะถูกคนมองว่าเกย์ หรืออาจจะถูกเพื่อนเลิกคบ แต่ถ้ามันทำคนไปดูหนังเรื่องนี้ กูก็ยอม”


ปล.พอดูจบได้ไปงาน Meet หนังเรื่องนี้ที่เซ็นทรั่ลเวิลต่อ เด้เจอพี่ต่อตัวจริงซะที่ขอบคุณมากเลยครับ

 

โดย: หนวดฟู IP: 210.246.74.39 วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:22:22:47 น.  

 

รักแห่งสยาม

หนังที่ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ตามองเห็น แต่ต้องมองผ่านด้วยหัวใจ และ ปล่อยให้สมองทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อนั้น คุณจะได้รับสาระแก่นสารจากหนังเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมเห็นมุมมองหลาย ๆ อย่าง สำหรังผม ตัวละครทุกตัว

ที่ได้โลดแล่นอยุ่ในหนังเรื่องนี้ ล้วนเป็นตัวผมทั้งสิ่น เพียงแต่ต่างวาระ และเวลาเท่านั้น

ผมเคยเป้นโต้ง เคยเป็นญิง เคยเป็นมิว และเคยเป็นโดนัท แต่สิ่งที่ไม่เคยเป็น คือการเป็นพ่อ และ แม่

แต่หนังเรื่องนี้ทำให้ผมได้มองเห็น เห็นในมุมมองที่ผมเป็นไม่ได้ ...

หนังเรื่องนี้เป็นมากกว่าหนังที่ดูแล้ว สนุก เศร้า ซึ้ง และ อิน แต่มันสะท้อน แง่มุมชีวิตที่เราไม่เคยรู้ และไม่มีวันจะรู้ (ในมุมมองของผม)
หนังเรื่องนี้ยังทำให้เรารับรู้ถึงกระแสสังคมที่มีต่อตัวเรา ว่าเรา เป็นแค่คนชายขอบ ............ไม่มีที่จะยืนสำหรับเรา

จากกระแสตอบรับจากหนังเรื่องนี้ ถึงแม้ในส่วนน้อยรึส่วนมากมันก็ไม่ต่างกัน .....เพราะเราสามารถรับรู้ได้
แค่ คืนอันเป็นนิรันดร์

 

โดย: pansa IP: 125.24.241.241 วันที่: 1 ธันวาคม 2550 เวลา:22:29:25 น.  

 

ผมไปดูตั้ง 3-4 รอบ ชอบมากๆ ตอนแรกเพื่อนบอกว่าเป็นหนังเกย์ ก็เลยตัดสินใจไปดู ชอบมากๆคับ เป็นหนัง ที่เมื่อลูกเป็นเกย์ พ่อแม่ สามารถรับได้หรือไหม และแม่สามารถทานข้าว
ที่เหลือจากลูกๆได้ ไม่มีบ่น และเป็นความรักของเพื่อนที่มีให้กัน สุดท้ายนี้ ผมขอให้คุณไปดูหนังเรื่อง จะได้รู้ว่าคุณสามารถรับเรื่องแบบนี้ได้หรือไม อย่าพึ่งเชื่อจากคนอื่นๆคุณมาดูเอง จะได้รู้ว่าความรักเป็นสี่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ

 

โดย: bird IP: 124.121.159.103 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:1:57:01 น.  

 


วันนี้ไป B2S มา

ไม่เห็นอะไรเลย 55555555

 

โดย: merveillesxx วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:5:03:42 น.  

 

นอกจากขอบคุณพี่มะเดี่ยว ก็ต้องขอบคุณเมอร์ด้วย ที่สละเวลามารีวิวอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:14:35:23 น.  

 

ไปดูมาล้วนะ

รู้สึกบางอย่างเหมือนกัน

แล้วไว้เจอกัน

 

โดย: สุด IP: 58.10.64.28 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:15:50:15 น.  

 

ไปมาเหมือนกันค่ะ
ตอนแรกก็ไม่เห็น แต่พอรอดูตอนกลับ ที่น้องๆ เค้าลงบันไดเลื่อน เลยได้เห็นครบทุกคนเลย :)
มาริโอ โบกมือให้ด้วยแหละ, 55

 

โดย: tiktokthailand IP: 58.8.168.162 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:17:37:49 น.  

 

^
^
อ๊ากกกก!!!

แง่ง!

 

โดย: merveillesxx วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:17:54:43 น.  

 

อัพ "บทพล่าม" ถึงรักแห่งสยาม เสร็จซะที
น่าเบื่อหน่อยนะ มีแต่พล่ามๆ น้ำๆ เพ้อๆ 555+

 

โดย: nanoguy IP: 125.24.80.221 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:18:09:34 น.  

 

ตามมาให้กำลังใจ ^w^

 

โดย: กอร์น IP: 125.26.219.101 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:19:13:29 น.  

 

เกย์ไม่เกย์ไม่ทราบ แต่ผมรักน้องหญิงจริงๆนะ

 

โดย: Dr. Syntax IP: 58.8.133.69 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:2:03:10 น.  

 

ประเด็นมันมากกว่า หนังเกย์-ไม่เกย์เว่ยความรักมันมีทุกที่ ทุกรูปแบบ ....
ความรักมันไม่มีเหตุผลใดๆๆหรอก แบ่งแยกเพศ ศาสนา เชื้อชาติไม่ได้ รักคือรักเว่ย

หนังดีจริงๆๆๆ พรุ่งนี้พี่เมิงจะไปดูเป็นรอบที่3!!!!
พร้อมรอดูดีวีดี อันคัทอย่างใจจดใจจ่อ!!!

 

โดย: อิพี่โจ้ IP: 222.123.76.205 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:2:33:45 น.  

 

ได้ความเห็นที่100พอดี
แต๊งที่แนะนำไปดู
หนังที่แกกะรองแนะนำทั้งคู่
เป็นหนังที่ดูแล้วไม่เคยผิดหวัง

รักมิวในฐานะคนดูหนัง
รักหญิงในฐานะผู้ชายคนนึง

 

โดย: อ๋อง IP: 124.120.201.49 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:3:09:42 น.  

 

โดนตัดหน้าไป3วิ!!!!!!!!!!!!!!!!!
ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องไม่สมหวังวะ

วันนี้ is not my day.
It's has any mistake,
just one good thing.... รักแห่งสยาม.

 

โดย: อ๋อง IP: 124.120.201.49 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:3:12:37 น.  

 

ไปดูกันเยอะๆนะครับ

มีโอกาสก็ไปกัน

คนอยากดูไม่ได้ดีมีเยอะนะครับ

 

โดย: zoxmok IP: 121.217.137.206 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:6:51:25 น.  

 

ไปตอบกระทู้ที่ส่งมาให้แล้วครับ

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
ถ้าไม่โดนสปอยล์ไปก่อนจะอึ้ง dak มั้ย
แต่จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบโดนสปอยล์ก่อนไปดูซักเท่าไหร่

เรื่องนี้เป็นหนังดรามาที่เข้มข้นถึงใจ
จัดเป็นหนังไทยดีๆ อีกเรื่องหนึ่งเลยครับ

--
Oakyman's Blog

 

โดย: Oakyman วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:12:01:42 น.  

 

เพิ่งเข้ามาดู กลัวโดนสปอย ไปดูมาแล้ว ชอบๆๆๆๆๆๆๆ ไม่รุ้ทำไม

อ่านบล๊อกเมอร์แล้วจะร้องไห้

 

โดย: แนน IP: 58.10.68.166 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:15:15:01 น.  

 

ไปดูมาแล้วสี่รอบค่ะ เป็นหนังที่ดีจริงๆ ไม่เคยเข้าไปดูหนังเรื่องไหนถึงสี่รอบเลยนะเนี้ยชีวิตนี้

 

โดย: Am IP: 117.47.106.68 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:18:05:22 น.  

 

เมอร์ที่ร๊ากกกกกก

ชั้นไปดูมาแล้วแก ออกจากโรงตอน 6 โมงเย็น
เพื่อนไบของชั้น (หรืออีกนัยหนึ่ง กิ๊กชั้น) ก็โทรมาชวนไปดูรักแห่งสยาม 555+
มันบอกเห็นว่าอยากดู อดเลย อดดูกะกิ๊กเลยยยย

ร้องไห้ตั้งแต่ฉากที่แตงหายตัวไป
เรามีจุดบอดด้านความสัมพันธ์ ถ้าเรารู้สึกผูกพันกับตัวละครตัวไหน เราจะร้องไห้ได้ง่ายเลย
แล้วหนังเรื่องนี้มันเด็ดตรงที่ แค่ไม่กี่นาทีตอนต้นเรื่อง มันทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละครได้แล้วอ่ะดิ อ๊ากกกกกก

อีกฉากที่ร้องไห้ก็คือฉากแม่กินข้าวไข่พะโล้ที่พ่อไม่ได้กิน (ตอนที่แม่ตามหาโต้งก็ร้องเหมือนกัน)
มันนึกถึงครอบครัวตัวเองว่ะ
แม่เราเป็นงี้จริงๆนะ ถ้าพ่อหรือเราไม่กินอะไร แม่เราจะกินต่อเอง
พอดูแล้วมันแบบ ดูสิ ดูผู้หญิงคนนี้ดิ เค้าทำให้เราได้ถึงขนาดนี้เลยนะ เค้ายอมกินข้าวเย็นๆชืดๆแข็งๆ แต่ให้เรากินอะไรอุ่นๆร้อนๆ
พอมาถึงฉากสุดท้าย ที่เค้ากอดกัน ยิ่งร้องไห้ใหญ่เลย

อาจจะมีรอบสอง เดี๋ยวตกลงกะกิ๊กก่อนว่ามันจะดูอีกมั้ย ตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนใจอยากดูเข็มทิศทองคำแระ

อีกอย่าง อย่างมีคนแต่งเพลงให้เค้าบ้างจังเลยยยยยย

 

โดย: เสจัง IP: 124.121.165.226 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:19:24:31 น.  

 

พึ่งได้ไปดูวันนี้หล่ะ

ขนาดรอบเช้าสุด (เกือบ ๆ เที่ยง) คนยังแอบเยอะเลยหล่ะ (แต่ก็เป็นคนดูมารยาทดีนะ และที่สำคัญ ไม่มีพวกกรี๊ดวี๊ดว๊ายกะฉากจูบ)

ขนาดสปอยไปเยอะมาก ก็ยังน้ำตาท่วมไปเยอะอยู่

อยากดูอีกจัง (แต่แกลบอะ สงสัยอด)

 

โดย: nekoichann IP: 58.9.139.250 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:21:56:10 น.  

 

เข้ามาโหวต บล๊อกหนังยอดเยี่ยมให้คุณเมอร์
bangkok times คงไม่ดีเท่าไหร่มั้งนาโน เห็นคุณเมอร์ ให้เกรดไว้ C+ ในกระทู้ผมนิ

 

โดย: joblovenuk วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:23:59:51 น.  

 

วันก่อนขอบคุณมากๆค่ะ หาร้านเจอแล้ววววว
thx U

 

โดย: ^^ IP: 58.9.140.116 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:20:54:40 น.  

 

เด๋วจะไปดูละ....

ว่างซะที

 

โดย: yuee IP: 203.113.56.9 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:22:25:30 น.  

 

ชอบหนังเรื่องนี้มากเหมือนกันครับ ตอนแรกทีตั้งใจว่าจะไปดูไม่รู้ว่ามี point แบบนั้นอยู่ แต่ว่าได้ยินคนว่าดี และเป็นผลงานเขียนบทของคุณมะเดี่ยว เลยตั้งใจว่าจะดู

ก่อนจะไปดูสองวัน เพื่อนมาสปอยล์ (โดยไปเอาข้อความจากเว็บมา) ว่ามันมีประเด็นอย่างว่า ไม่รู้ดีหรือไม่ดี แต่มันทำให้พอถึงฉากนั้นแล้วก็โอเค รับได้ (แอบร้อง ฮึ่ย อยู่เหมือนกันอะ ไม่ใช่เพราะเป็น love scene ระหว่างผู้ชาย แต่เป็นเพราะระหว่าง เด็ก อะครับ)

ตอนดูจบก็รู้สึกได้ว่ามันยังไม่ครบนะ บางจุดยังไม่ถึง คือเป็นคนที่ซึมช้า

แต่หลังจากดูจบไปสองวันแล้ว มัน "โคตรเหงา" เลย เอาเพลงมาเปิดฟังแล้วน้ำตาซึม คำว่า "เหนื่อยมั้ยแม่" มันดังๆ มาตลอด รู้สึกรักทุกตัวละคร

มาอ่านบล็อกนี้ ไปโดนคคห. 52 เรื่องประเด็นทับซ้อน เห็นด้วยและโดนมากๆ ครับ สามีที่ติดอยู่กับอดีต แต่พอถึงเวลาก็ยังมีความรักและห่วงภรรยาอยู่ ชอบมากๆ ครับ

 

โดย: space IP: 203.151.208.3 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:19:31:05 น.  

 


ความคิดเห็นที่ 3

ชื่นชม ผู้กำกับคนนี้มากๆ

จากคุณ : Miss Thailand - [ 28 พ.ย. 50 03:42:22 ]






ความคิดเห็นที่ 4

พออ่านจบแล้ว อึ้งไปเลยครับ จขกท. เขียนออกมาดีมาก โดยเฉพาะตอนท้ายๆ สุดยอด น่าจะไปกำกับหนังบ้างนะ อิอิ

จากคุณ : อึ้งกิมกี่ - [ 28 พ.ย. 50 03:51:27 A:124.121.1.85 X: ]






ความคิดเห็นที่ 5

ไม่คิดว่าจะต้องเสียน้ำตา เพียงแค่อ่านคำวิจารณ์ของพี่เมอร์

วันพฤหัสนี้ว่าจะไปดูรอบ 2 กับเพื่อน

ขอบคุณมากนะคะ

จากคุณ : pokojung - [ 28 พ.ย. 50 03:51:50 ]






ความคิดเห็นที่ 6

เขียนได้ดีครับ
ท่าทางคุณจขกท. จะอยู่ชมรมคนนอนดึกนะครับ

จากคุณ : พัท - [ 28 พ.ย. 50 03:52:04 ]






ความคิดเห็นที่ 7

^
^
ฉันคงนอนไม่หลับ ถ้าไม่กลับพร้อมเธอ~

จากคุณ : merveillesxx - [ 28 พ.ย. 50 03:55:17 ]






ความคิดเห็นที่ 8

"...ถ้าหากสินจัยไม่ได้รางวัลนักแสดงหญิงจากเวทีไหนเลย ผมจะขอฆ่าตัวตาย..."

อ๊ากส์!!! อย่าน้า.......

เรื่องเกย์ไม่เกย์ไม่พูดดีกว่า เพราะผมเคยกล่าวถึงบ่อยๆ ในกระทู้ รักแห่งสยาม หลายๆ กระทู้ข้างล่างแล้ว.....

รักอาม่า ตั้งแต่รอบแรกครับ
เพราะเรื่องราวของอาม่าค่อนข้างเป็นอะไรที่เข้าตัวผม...(อาม่าของมิวหน้าตาและนิสัยเหมือนยายผมมากกก)

อย่างที่ใครหลายคนว่าไว้ ว่าหนังเรื่องนี้มันมีชีวิต
และเป็นสิ่งมีชีวิตที่เราควรจะรักและทะนุถนอมมันซะด้วยสิ

ปล.เห็นบอกในกระทู้พี่แท๊กซี่ฯตอนเที่ยงคืน(รึป่าว) ว่ายังใจไม่ด้านพอที่จะตั้งกระทู้ เหอๆ นี่เล่นลงชื่อนามสกุลจริงเชียวนะครับ.....

จากคุณ : คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก - [ 28 พ.ย. 50 03:58:56 ]






ความคิดเห็นที่ 9

สุดยอดเลยครับ วิจารณ์ได้ดีมากๆ ขอโหวตเลยครับ

จากคุณ : the last wizard of the century - [ 28 พ.ย. 50 04:24:15 ]






ความคิดเห็นที่ 10

จะได้เป็นกระทู้รักแห่งสยามที่ขึ้นหัวกระทู้ที่หกรึเปล่าเนี่ย

แต่ยังไงเพื่อเป็นการขอบคุณ อ่ะ เอาไปเลย 1 โหวต

ปล. ถึงหนังเรื่องนี้จะไม่ทำรายได้งาม แค่มีคนเห็นคุณค่า ผมก็ดีใจแล้วครับ

จากคุณ : DMS_1986 - [ 28 พ.ย. 50 05:15:05 ]






ความคิดเห็นที่ 11

ชื่อจริงพี่เมอร์เหรอนั้น....

เปิดเผยตัวเองซะเเล้ว









จากคุณ : pikaball - [ 28 พ.ย. 50 05:17:33 ]






ความคิดเห็นที่ 12

เขียน ได้ ทะลุ เลย





. VOTE ให้ งะ
แก้ไขเมื่อ 28 พ.ย. 50 07:54:07

จากคุณ : Fendi - [ 28 พ.ย. 50 07:53:06 ]







ความคิดเห็นที่ 13

ช่วงนี้กระทู้ "รักแห่งสยาม" มีแต่กระทู้ดีๆน่าอ่านทั้งนั้นเลย
ขอโหวตอีกคนครับ

จากคุณ : kaonum - [ 28 พ.ย. 50 08:03:32 ]






ความคิดเห็นที่ 14

เข้ามาโหวตให้ค่ะ อ่านแล้ว ทำให้รัำกหนังไทยเรื่องนี้มากขึ้นอีก
ไม่อยากให้หลายๆ คนพลาดหนังดีๆ แบบนี้เลยนะค่ะ









จากคุณ : แจ๊กกี้ (jackey_yamapi) - [ 28 พ.ย. 50 08:45:45 ]






ความคิดเห็นที่ 15

โอ้....
คุณเมอร์ มาแล้ว ๆๆๆๆ
โหวตให้ 1 จึ๊ก

สาวก Y Ranger









จากคุณ : 1978 (b39kew) - [ 28 พ.ย. 50 08:47:25 ]






ความคิดเห็นที่ 16

ผมไม่เคยตอบกระทู้ใหนเลย แต่คุณวิเคราะห์ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ
แต่บางจุดใช้ภาษาไทยได้ก็ใช้เหอะครับ อย่างคำว่า distort มันก็หาคำไทยได้ง่ายๆ (หรือแต่ก็ดีที่คนที่ไม่รู้คำแปลของคำนี้ จะได้ไปเปิด dic หรือ talking dic) จะได้ความรู้ภาษาเพิ่มขึ้น

ยังไงก็ดีขอชื่นชมการวิเคราะห์ของคุณจริงๆ บางจุดที่ผมดูรอบแรกแล้วยังไม่ชัดเจนก็ได้เข้าใจ และคงหาเวลาไปดูรอบที่สอง(ช่วงเช้าๆที่คนน้อยอย่างที่คุณทำแน่) และยังคิดว่าคงจะไม่ใช่การดูรอบสุดท้ายแน่ๆ

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

จากคุณ : comfort - [ 28 พ.ย. 50 08:50:35 ]






ความคิดเห็นที่ 17

อ่า่นแล้ว ซึ้งและ ถึง ครับ

ขอชื่นชม ครับ

จากคุณ : Love@here - [ 28 พ.ย. 50 09:21:05 ]






ความคิดเห็นที่ 18

มาโหวตให้ครับ อ่านแล้วรู้สึกดีครับ ชอบมากครับ

จากคุณ : Maxiboy - [ 28 พ.ย. 50 09:46:30 ]






ความคิดเห็นที่ 19

เขียนดีมากๆเลยครับ โหวตให้ครับจะได้เป็นกระทู้แนะนำอันต่อไป อยากได้ยกแผงเลย ^^ อยากให้หลายๆคนที่ anti เรื่องนี้มาอ่านเหมือนกันครับแต่คงยาก เหมือนที่ จขกท ว่าพอคนคิดว่าเป็นหนังเกย์ปุ๊บ หลังจากนั้นก็นั่งดูด้วยความอคติเต็มที่และไม่สามารถรับรู้เรื่องราวในส่วนดีๆ จากหนังได้อีกแล้วก็เลยออกมาในรูปแบบนี้ แต่ยังไงผมก็ชอบหนังเรื่องนี้มากที่สุดครับ แล้วก็เป็นหนังที่ผมอินกับตัวละครมากที่สุดด้วยครับ หนังดีๆแบบนี้ก็น่าเสียดายแทนคนที่ไม่ได้ดูเพราะความอคติเหมือนกัน









จากคุณ : Jacobian - [ 28 พ.ย. 50 10:00:40 ]






ความคิดเห็นที่ 20

ตอนนี้พี่ภาวนาขอให้กระทู้น้องเมอร์ขึ้นไปอีก 1 แล้วกันนะ จะได้เป็นกระทู้ที่ 4 ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

และเฝ้ารอกระทู้ปิดท้ายเบอร์ 5 ด้วย

จากคุณ : ตี๋หล่อมีเสน่ห์ - [ 28 พ.ย. 50 10:23:20 ]






ความคิดเห็นที่ 21

ผมเป็นชายแท้ๆ อีกคนครับ ที่ชอบเรื่องนี้ เหมือนคุณ จขกท


เขียนได้ดี....ครับ...จะหาโอกาสไปดูรอบ สามก่อน ออกโรง....เพราะรอบสอง ไปดู กับเพื่อนไม่ค่อยได้เก็บรายละเอียดเท่าไหร่....มันถามอยู่นั่นแหละ...ว่าฉาก นี้ๆ หมายความว่าไง....โหวต คับ โหวต




ขอให้ขึ้น กระทู้ แนะนำ อีกอัน

จากคุณ : hajiman - [ 28 พ.ย. 50 10:29:27 ]






ความคิดเห็นที่ 22

รู้สึกบ้างไหมว่า พอดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว แต่ความรู้สึกของเรายังไม่จบ
กลับรู้สึกเหงาๆ โหวงๆ กับตัวเองพอสมควร ยิ่งมาอ่านหลายๆบทวิจารณ์ ที่นี่ยิ่งรู้สึกไปกับหนังมากขึ้น.... และได้เติมเต็มในส่วนที่เราไม่ทันได้สังเกตข้อคิดดีๆในหนัง

นี่ก็ว่าจะไปดูอีกรอบ....เลือกรอบเช้าๆก็ดีเหมือนกันครับ เพราะจะได้ไม่ต้องเกรงใจคนข้างๆ

ว่าแล้วก็จัดแจงแต่งตัวไปดูดีกว่า....

ขอบคุณ จขกท..

จากคุณ : จ็อบ - [ 28 พ.ย. 50 10:33:02 ]






ความคิดเห็นที่ 23

ขอบคุณครับ

จากคุณ : Boyi - [ 28 พ.ย. 50 10:45:27 ]






ความคิดเห็นที่ 24

ขอบคุณกับการเติมเต็มความรู้สึกดีๆๆ
ที่ได้มาจากหนังเรื่องนี้ครับ

ขอยืมมานะครับ

"ผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลยืดยาวอะไรอีกต่อไปแล้ว ผมตอบกลับไปเพียงสั้นๆว่า…

I just LOVE “The Love of Siam”. That’s all."

จากคุณ : microtoso - [ 28 พ.ย. 50 10:45:39 ]






ความคิดเห็นที่ 25

เป็นหนึ่งในรีวิวที่สุดยอดมากครับ คุณ merveillesxx
ไม่ vote ไม่ได้แล้ว

ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านครับ

ส่วนประโยคนี้ ที่ว่า
"ถ้าหากสินจัยไม่ได้รางวัลนักแสดงหญิงจากเวทีไหนเลย ผมจะขอฆ่าตัวตาย"

ขออย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยครับ ถ้าเธอรู้ว่ามีคนชื่นชมเธอมากถึงขนาดนี้ มันมีคุณค่าและจริงแท้ต่อนักแสดงยิ่งกว่ารางวัลสมมติครับ









จากคุณ : mr.sac - [ 28 พ.ย. 50 10:46:51 ]






ความคิดเห็นที่ 26

เขียนดีมาก









จากคุณ : เถียร - [ 28 พ.ย. 50 10:56:24 ]






ความคิดเห็นที่ 27

คุณเมอร์ อารมณ์ประณีตมากนะคะ
ส่งให้หนังสวยขึ้นเยอะเลยอ่ะ

จากคุณ : ใบแพรว - [ 28 พ.ย. 50 11:01:30 A:75.19.46.210 X: ]






ความคิดเห็นที่ 28

เป็นกระทู้เปิดตัวซะงั้น - -"

ถ้าหากสินจัยไม่ได้รางวัลนักแสดงหญิงจากเวทีไหนเลย ผมจะขอฆ่าตัวตาย
- สบายใจได้ นายยังมีชีวิตต่อไปอีก อย่างน้อยๆก็ก่อนฤดูประกาศรางวัลล่ะฟระ เหอ เหอ

จากคุณ : nickyblood - [ 28 พ.ย. 50 11:09:11 ]






ความคิดเห็นที่ 29

หนังดีที่ซึมลึก

เขียนได้ดีมาก

โหวต

เพิ่มเติม
แก้ไขเมื่อ 28 พ.ย. 50 12:03:03

จากคุณ : Bug Khiab - [ 28 พ.ย. 50 11:47:28 ]







ความคิดเห็นที่ 30

ที่สุดในโลกแล้วอ้ะ

จากคุณ : [C]haruru - [ 28 พ.ย. 50 11:58:10 ]






ความคิดเห็นที่ 31

ชื่นชอบกับบทวิเคราะห์ครับ

ชอบมากด้วย T T

จากคุณ : นายหน่อย - [ 28 พ.ย. 50 12:34:15 ]






ความคิดเห็นที่ 32

ในที่สุดต้องก็มา ^^ (เอ ตั้ม ต้อม หง่า ลืมชื่อ รู้แต่ว่าเคยเอานิตยสารทำมือที่เราสั่งซื้อจากพี่สาวของเธอมาให้ เอิ๊กกก)

จากคุณ : พุงแมว (กอร์นคุง) - [ 28 พ.ย. 50 12:42:01 ]






ความคิดเห็นที่ 33

ชอบน้องพีชค่ะ ชอบหนังเรื่องนี้ แล้วก็ชอบที่คุณเมอร์เขียนค่ะ

จากคุณ : tenoh - [ 28 พ.ย. 50 12:56:07 ]






ความคิดเห็นที่ 34

เยี่ยมเหมือนเคย

enjoy your day

จากคุณ : Holden Caulfield - [ 28 พ.ย. 50 13:03:29 ]






ความคิดเห็นที่ 35

ชอบมากครับ ผมดูมาแล้ว 3 รอบ วันนี้จะไปดูเป็นรอบที่ 4 รักหนังเรื่องนี้จังครับ

จากคุณ : taddy - [ 28 พ.ย. 50 13:07:02 ]






ความคิดเห็นที่ 36

เข้ามาอ่านไว้ เก็บเป็นบันทึกความทรงจำของคำวิจารณ์ที่ดี - ติชมเพื่อก่อ ต่อไป ว่า มีการพัฒนาในการสร้างหนังละคร .....เยี่ยมมาก

เอารูปมาจาก เรื่อง บอยเฟรนด์ ของคุณแมลงปิศาจ มาแปะประกอบด้วย เพราะเรื่อง เป็นเกี่ยวกับ วัยรุ่นชายช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตวัยเรียน และอนาคต









จากคุณ : madonnook - [ 28 พ.ย. 50 13:10:42 ]






ความคิดเห็นที่ 37

ผมเป็นคนหนึ่งที่รักการดูหนัง เป็นชีวิตจิตใจ ดูมามากหลายเรื่องทั้งหนังไทยและต่างประเทศ

รู้สึกเห็นด้วยกับ จขกท. คุณ merveillesxx มาก ๆ ครับ

โดยเฉพาะข้อความที่ว่า " รักแห่งสยาม เป็นหนังที่กล้านำเสนอประเด็นเกย์ที่มี “ความเป็นมนุษย์” สูงที่สุด ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย (ก่อนหน้านี้อาจเป็นเรื่อง “สัตว์ประหลาด!” แต่หนังก็มีลักษณะ surreal อยู่มาก) โดยต่างจากภาพของเกย์/กะเทยในหนังเรื่องอื่นๆ ที่มักมาคู่กับความตลกแบบไร้สาระ "

จากคุณ : Sirtraderlot - [ 28 พ.ย. 50 13:30:23 ]






ความคิดเห็นที่ 38

ขอชื่นชมด้วยคนนะค่ะ
เป็นกลางดีค่ะ ชอบค่ะ ตรงไปตรงมา OK นะ
ถึงแม้รายละเอียดจะเยอะก็ตามแต่ละเอียดดีค่ะ

จากคุณ : คนตรงกลาง - [ 28 พ.ย. 50 13:32:41 A:58.9.92.47 X: TicketID:134146 ]






ความคิดเห็นที่ 39

จึ๊กๆๆๆๆๆๆๆ T^T โหวต


ผมจะไปดูรอบ 5 แล้วครับ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไม รู้สึกว่า อยากดูบางฉาก (ไม่ใช่ฉากนั้น) ซ้ำแล้ว ซำ้ำอีกๆๆๆ เฮ้อ




- ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์ -









จากคุณ : ไอ้วู่ - [ 28 พ.ย. 50 14:23:02 ]






ความคิดเห็นที่ 40

เข้ามาโหวตนะคะ ^ ^
พอออกจากบลอคแล้วมีคนตกใจกับเรื่อง "ฆ่าตัวตาย" เยอะเนอะ
สงสัยเป็นมุขเฉพาะบล๊อคไปหน่อย (ฮา)

จากคุณ : RUBIS - [ 28 พ.ย. 50 14:37:06 ]






ความคิดเห็นที่ 41

เขียนได้ดีมากนะครับ
ผมอ่านไปน้ำตาไหลไป
คิดถึงฉากต่างๆในหนังน่ะครับ
ยังสะเทือนใจไม่หายเลย...

จากคุณ : เดือนธันวาน่าจิบเบียร์ - [ 28 พ.ย. 50 14:46:08 ]






ความคิดเห็นที่ 42

เป็นบทวิจารณ์ที่ละมุนละไมในอารมณ์มากครับ

ขอบคุณคุณเมอร์ ที่กล้าจะเขียน และนำมาให้พวกเราอ่านกันครับ

ขอบคุณครับ

จากคุณ : 220volt - [ 28 พ.ย. 50 14:58:27 ]






ความคิดเห็นที่ 43

ซึ้งจัง



ชอบมาก



มากที่สุด




แต่อยากจะฟังบทพูดของมิว ที่พูดถึงความรู้สึกของตัวเองเกี่ยวกับความเหงาและความรัก อ่ะค่ะ ที่เค้านอนกันบนเตียงอ่ะ .. เราว่า .. มิวพูดได้ดีมากๆ เข้าใจอารมณ์เลยอ่ะ

จากคุณ : Atomic Angel_Jett - [ 28 พ.ย. 50 15:42:38 ]






ความคิดเห็นที่ 44

ตามมาโหวต
สำหรับคนที่ห่วง จขกท เรื่องคุณสินจัยจะได้ตุ๊กตาทองหรือเปล่า
ลองอ่านมุกนี้ดูครับ จะได้หายกังวล :) http://defamer.com/hollywood/oscar-preview/harvey-weinstein-betting-own-life-on-blanchetts-oscar-chances-291852.php
แก้ไขเมื่อ 28 พ.ย. 50 15:54:26

จากคุณ : รถเล็ก - [ 28 พ.ย. 50 15:50:23 ]







ความคิดเห็นที่ 45

เขียนได้ดีจังครับ...
โหวตให้ครับผม ^^

จากคุณ : Mr.Friday Night - [ 28 พ.ย. 50 15:58:04 ]






ความคิดเห็นที่ 46

ชอบที่เขียนมากเลยค่ะ เขียนออกมาได้ดีมากๆ โดนใจมากๆ ชอบมากที่สุด

ตั้งแต่อ่านกระทู้เกี่ยวกับรักแห่งสยามมา โหวตให้ค่ะ

จากคุณ : My honey is the best - [ 28 พ.ย. 50 16:45:55 ]






ความคิดเห็นที่ 47

อ่านแล้ว ทะลุ ถึงหัวใจ


..................... V O T E .........ให้

จากคุณ : HauteCouture - [ 28 พ.ย. 50 17:06:19 ]






ความคิดเห็นที่ 48

เจ๋งมากเลยครับ

จากคุณ : JO-Kung - [ 28 พ.ย. 50 17:14:43 ]






ความคิดเห็นที่ 49

^_^

จากคุณ : zmen - [ 28 พ.ย. 50 17:26:14 ]






ความคิดเห็นที่ 50

ชอบช่วง 4-5 ย่อหน้าสุดท้ายมากๆ ครับ
รัก "รักแห่งสยาม" จริงๆ

จากคุณ : JEDIYUTH - [ 28 พ.ย. 50 17:29:27 ]

 

โดย: merveillesxx วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:44:21 น.  

 

ความคิดเห็นที่ 51

เขียนได้ดีมาก ๆ เลยคับ

ผมก้อไปดูเรื่องนี้มาสองรอบแล้วเหมือนกัน

รู้สึกสงสารแม่มาก ๆ เหอะๆ >_<

จากคุณ : The Order of Phoenix - [ 28 พ.ย. 50 17:39:14 ]






ความคิดเห็นที่ 52

เข้ามาขอบคุณ คุณเมอร์ที่เขียนถึงหนังเรื่องนี้

อ่านมาตั้งแต่ในบลอคแล้ว ชอบหนังเรื่องนี้มากถึงมากที่สุดดดดดด

ปลื้มอย่างแรง เดี๋ยวจะไปดูรอบที่สอง

(^^)

จากคุณ : ts_ukjaii (ts_ukjaii) - [ 28 พ.ย. 50 18:15:55 ]






ความคิดเห็นที่ 53

WOW! Good job. ละเมียด ละมุน ละไม ชอบจัง
อ่านแล้วทะลุเข้าไปถึงใจ... อ่านแล้ว in in in

จากคุณ : กะติ๊ด - [ 28 พ.ย. 50 19:35:41 ]






ความคิดเห็นที่ 54

แวะมาอ่านจ้า









จากคุณ : joblovenuk - [ 28 พ.ย. 50 20:07:28 ]






ความคิดเห็นที่ 55

ซึ้งมาก

โหวตให้ครับ









จากคุณ : GetIm@gE - [ 28 พ.ย. 50 21:46:54 ]






ความคิดเห็นที่ 56

vote krabb

จากคุณ : hajiman - [ 28 พ.ย. 50 22:11:22 ]






ความคิดเห็นที่ 57

มาโหวตให้เธอแว้ว... ไหนว่าไม่กล้าแปะไง ในที่สุดก็ทนความเย้ายวนไม่ได้อ่ะดิ...เอิ๊กกกกกกกก

เออ...เขียนดีมั่กๆครับ

จากคุณ : แท็กซี่นิรนาม - [ 28 พ.ย. 50 22:41:20 ]






ความคิดเห็นที่ 58

ได้อยู่ยันแก่แน่ๆๆเลยครับ คงไม่ต้องฆ่าตัวตายแล้วล่ะนะ เชื่อผมเถอะ

จากคุณ : Federlix - [ 28 พ.ย. 50 23:06:21 ]






ความคิดเห็นที่ 59

โหวดให้ครับ แม้จะยังไม่ได้ดู เพราะกัวโรคหนังจบ แต่ใจเราไม่จบนั่นแหละ เดี๋ยวต้องมาทุกข์ระทมอ่ะครับ แค่ตามอ่านมาทุกกระทู้ ก็ซึ้งมากกว่าทุกเรื่องที่เคยอ่านมาแล้วครับ

จากคุณ : จขกท สุดยอดเลยครับ (stevyboy26) - [ 28 พ.ย. 50 23:15:45 ]






ความคิดเห็นที่ 60

โหวตคับ

จากคุณ : หมอ สายหนึ่งสามหกรุ่นสามสิบสอง - [ 28 พ.ย. 50 23:23:46 ]






ความคิดเห็นที่ 61

โอ้โห...ได้อ่านกระทู้ของคุณเมอร์แล้วรู้สืกดีจริงๆครับ เป็นอีกหนึ่งกระทู้ของหนังเรื่องนี้ที่ต้องยกนิ้วให้ ให้รายละเอียดได้ดีมากๆครับ อยากให้คุณmer อ่านกระทู้ของ คุณแม่ (แค่คนคนหนี่ง) ด้วยนะครับ ผมว่าดีทั้งคู่และมีมุมมองที่ดีมากๆๆๆเลยครับ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6067681/A6067681.html

ดัน ดัน ดัน คร้าบ!

จากคุณ : ethan2519 - [ 28 พ.ย. 50 23:26:55 ]






ความคิดเห็นที่ 62

เขียนได้ดีมากเลยครัย เขามาโหวตให้อีกเสียง









จากคุณ : หนูโด้ 1 - [ 28 พ.ย. 50 23:35:50 ]






ความคิดเห็นที่ 63

ก่อนอื่น ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาตอบ หรือโหวตกระทู้นี้นะครับ


ตอบ คุณ comfort

ผมรู้สึกไม่ดีเหมือนกันหรอกครับ ที่ใช้ภาษาอังกฤษในบางจุด ไม่ใช่ว่าดัดจริต นะครับ แต่หาคำไทยมาแทนไม่ได้จริงๆ อย่างเช่นพวกคำว่า distort, controversial, sentimental, cliche ฯลฯ คำพวกนี้ผมจะรู้สึกว่าเวลาแปลเป็นไทยมันไม่ได้เท่าความหมายเดิมในภาษาอังกฤษน่ะ อย่างไรก็ดี ต่อไปจะพยายามใช้คำไทยนะครับ



ตอบ รถเล็ก

จะบอกว่ามุกฆ่าตัวตาย ผมก้ก็อปมาจากอีตา ไวน์สตีน แหละครับ 555

จากคุณ : merveillesxx - [ 29 พ.ย. 50 00:08:12 ]






ความคิดเห็นที่ 64

ผมโดนตาเมอ บังคับให้มาโหวตครับ ฮี่ๆๆ

จากคุณ : arty (artybr11) - [ 29 พ.ย. 50 00:24:37 ]






ความคิดเห็นที่ 65

จริงๆอ่านบทวิจารณ์ของคุณจาก popcornmag ครับ

ยอมรับว่าหลงใหลไปกับบทวิจารณ์พอๆกับหนังเลย

ขอบคุณที่เอามุมมองดีๆมาให้อ่านนะครับ

จากคุณ : *omega* - [ 29 พ.ย. 50 00:30:51 ]






ความคิดเห็นที่ 66

ผม "ชอบ" บทวิจารณ์บทนี้มากครับ

ขอบคุณที่เขียนอะไรดีๆ แบบนี้ให้พวกเราได้อ่าน

ศุกร์ที่จะถึงนี้ก็จะเป็นรอบที่ 4 ของผมแล้วสินะ

จากคุณ : Aekio - [ 29 พ.ย. 50 00:37:05 ]






ความคิดเห็นที่ 67

มาโหวตครับ

จากคุณ : ขอบฟ้าบูรพา - [ 29 พ.ย. 50 00:39:09 ]






ความคิดเห็นที่ 68

ลืมไป เขียนดีๆแบบนี้ต้องกดโหวตให้คุณ mer สักหน่อย
ท่านใหนเห็นว่าเขียนดี ก็ช่วยกันคลิกโหวตกระทู้กันหน่อยนะครับ

จากคุณ : joblovenuk - [ 29 พ.ย. 50 00:39:23 ]






ความคิดเห็นที่ 69

ดีที่สุดของบทวิจารณ์รักแห่งสยามที่ผมอ่านมาครับ

ผมจะไปดูอีกรอบเพราะคุณ

จากคุณ : EHalle - [ 29 พ.ย. 50 01:05:59 ]






ความคิดเห็นที่ 70

เข้ามาโหวต เด๋วไปดูนะนาย แล้วค่อยกลับมาอ่านให้ซึ้งอรรถรส ^^

จากคุณ : EncodeO - [ 29 พ.ย. 50 01:08:33 ]






ความคิดเห็นที่ 71

ได้อ่านจากในบล๊อคแล้ว ก็ตามมาอ่านเม้นที่นี่อีกรอบ

โหวตให้ครับ

จากคุณ : winter love song - [ 29 พ.ย. 50 01:15:17 ]






ความคิดเห็นที่ 72

แหะๆ รู้สึกจะโดน อะครับ ว่าพวกที่เสพ ศิลปะ จะเป็น เก้ 555+

ชอบมากครับ รู้สึก ชอบฉากตรงกันหลายฉากเลย

สำหรับเรื่องนี้แล้ว ความรัก ของ แม่ เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้เลยล่ะครับ

อย่างที่คุณเมอร์บอก ทำให้โด้งได้ตัดสินใจดังกล่าว

โหวดแล้ว ครับ

จากคุณ : McSpancer - [ 29 พ.ย. 50 01:32:49 ]






ความคิดเห็นที่ 73

"ผมมีความรู้สึกว่าการเป็นผู้ชาย 100% เป็นชีวิตที่น่าเบื่อเอามากๆ (แต่ผมขอยืนยันว่ายังไม่ได้เบื่อผู้หญิงนะ อ้อ ยกเว้น ผู้หญิงแบบ โดนัท ฮ่าๆ) "

ชอบๆ ถูกใจ 55+


เขียนได้ถูกใจในหลายๆส่วนเลยครับ โดยเฉพาะกับการวิเคราะห์เรื่องเพศ หุหุ
แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 02:08:40

จากคุณ : Mr.Zander - [ 29 พ.ย. 50 02:00:59 ]







ความคิดเห็นที่ 74

ผมเป็นคนนึงที่ตั้งใจอยากไปดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่แรกโดยไม่รู้ว่ามีเรื่องของโต้งกับมิว (ตามที่การโปรโมทตั้งใจไม่บอกไว้) เพราะ
1.นักแสดงน่ารัก :D
2.อยากมีความสุขเหมือนตอนที่ได้ดูเรื่อง Season Change

แต่พอกระแสหนังมาผมก็เริ่มลังเล ไม่ใช่เพราะเป็นหนังเกย์ แต่เพราะเกรงว่าจะไปเจอสภาพคนดูหนังที่ชอบกรี๊ดๆ ในโรง....

จนวันนี้ผมรู้สึกทนไม่ไหวต้องไปดูให้ได้ และทำใจกับเสียงกรี๊ดๆ ไว้แล้ว
แต่ปรากฏว่าผมคิดผิดไปเยอะครับ อาจจะเป็นเพราะหนังนั้นซาบซึ้งกินใจเหลือเกิน เสียงกรี๊ดๆ ที่เห็นเล่ากันในเวปนี้ไม่มีให้ได้ยินเลย

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมมีความสุขมากครับ ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผมเหงาได้อย่างจับใจจริงๆ

ผมเชื่อว่าหลายครั้งที่เราดูหนังดูละคร เราอาจจะแอบอิจฉาตัวละครที่มีความรัก แต่กับเรื่องนี้ผมไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย ผมกับรู้สึกอิ่มเอิมจิตใจที่ได้เห็นความรักที่ลึกซึ้งและบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าจะเป็นความรักของมิวกับโต้ง หรือของสุนีย์กับครอบครัว

ฉากที่โต้งจูบกับมิว เป็นความรักที่คนสองคนนั้นต่างมอบให้แก่กันและกันอย่างที่ไม่มีเรื่องของกามรมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย

ผมไม่อยากพูดประเด็นเรื่องของเกย์มากเกินไป เพราะหนังเรื่องนี้มีความรักอยู่ท่วมท้นตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น
ความรักของแม่ (สุนีย์กับโต้ง)
ความรักของสามี-ภรรยา (สุนีย์กับกร อาม่ากับอากง)
ความรักของเพื่อน (มิวกับ X กับเพื่อนๆ ในวง)
ความรักของเด็กๆ (หญิงกับมิว)
ความรักของคนที่แปลกหน้า (จูน)

และนอกจากความรักแล้ว ความเหงาก็เป็นอีกอารมณ์นึงที่หนังเรื่องนี้ทำได้ซาบซึ้งกัดกินเข้าไปในหัวใจผมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่มิวนอนเล่าความเหงาของตัวเองอยู่บนเตียงกับโต้ง น้ำตาผมก็เอ่อล้นขึ้นมาทันที แล้วถามตัวเองว่า ถ้าเป็นเราเราจะทนอยู่ได้อย่างมิวรึเปล่า

ภาพทุกฉากยังคงติดตาผมจนถึงวินาทีนี้ทีเดียวครับ

ขอบคุณที่ทำหนังดีๆ แบบนี้
ขอบคุณนักแสดงที่ถ่ายทอดความรู้สึกดีๆแบบนี้
ขอบคุณจริงๆครับ

จากคุณ : อะไรหว่า - [ 29 พ.ย. 50 02:22:25 ]






ความคิดเห็นที่ 75

เข้ามาชอบด้วยอีกคน

จากคุณ : bactor - [ 29 พ.ย. 50 03:20:33 ]






ความคิดเห็นที่ 76

สวัสดีค่ะ คุณ merveillesxx

ตามมาจากกระทู้ของตัวเอง ที่มีผู้แนะนำให้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น เลยขออนุญาตแวะเข้ามาเยี่ยมเยียนค่ะ

อ่านความเห็นคุณแล้ว ไม่มีอะไรจะบอกมากไปว่า เยี่ยมยอด และขอบคุณที่ซาบซึ้งกับความรักของแม่ค่ะ

หลายคนเหน็บแนมว่า ผู้ชายที่ชอบเรื่องนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นเกย์ ซึ่งเราว่า เป็นความคิดแบบเหมารวมไปนิด อย่างน้อย เจ้าของกระทู้ก็คนหนึ่งที่ไม่ใช่ (แม้เจ้าตัวจะกล่าวว่า ไม่ใช่ผู้ชาย 100% ก็ตาม..อิอิ)

หนังเรื่องนี้ รวมทั้งกระแสตอบรับของหนัง ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของการเป็น "พวกชายขอบ(marginalized groups)" ว่า ความแตกต่างของพวกเขาได้ทำให้พวกเขาถูกกีดกันออกไปจากสังคม แม้ว่า เราจะพยายามพูดกันว่า สังคมไทยเปิดกว้างเพียงใดก็ตาม

การมีพฤติกรรมที่ต่างไปที่คนส่วนใหญ่เป็น สมควรแล้วหรือที่จะต้องถูกกันออกไปอยู่ชายขอบของสังคม

เราชื่นชอบแนวคิดของมิเชล ฟูโก (Michel Foucault) ที่กล่าวว่า

"ไม่มีบรรทัดฐานหนึ่งใดของพฤติกรรมที่ควรกำหนดหรือยัดเยียดไปให้คนอื่น ความจริงแล้ว การรักร่วมเพศและความรักต่างเพศควรจะงอกงามเฟื่องฟูไปเคียงคู่กัน"

เขียนแบบนี้ คงมีคนวิจารณ์หรือโจมตี แต่ยินดีน้อมรับมุมมองที่แตกต่างค่ะ

มีมุมมองที่ต่างไปจากเจ้าของกระทู้เล็กน้อย ในแง่ของความเป็น gay film หนังเรื่องนี้ ในความเห็นของเราไม่ใช่หนังเกย์ และไม่ใช่หนังที่มีเกย์เป็นประเด็น แต่เป็นหนังที่มี "ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติในครอบครัว" เป็นประเด็น ความสัมพันธ์ที่ผิดปกติดังกล่าว ได้แก่ การสูญเสียพ่อแม่(จูน) ///การใช้ชีวิตลำพังโดยปราศจากพ่อแม่ญาติพี่น้อง(มิว) /// สามีไม่เป็นหลักในครอบครัว (ครอบครัวโต้ง) และการมีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันของมิวและโต้งก็เป็นประเด็นย่อยในความสัมพันธ์ดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวละครหลักเป็นเกย์ จึงง่ายต่อการถูกตีความว่า "เป็นหนังเกย์"

ความรักของแม่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ค่ะ เราจะได้พบจากเรื่องนี้ ว่า ความรักของผู้หญิงที่เป็นเพศแม่ทุกคน ช่างละเมียดละไม และเสียสละปานใด ไม่ว่าจะเป็นความรักของสุนีย์(ที่เห็นชัดเจนที่สุด) ความรักของหญิง(ที่เสียสละทุกอย่างได้เพื่อมิว) ความรักของจูน(ที่เสียสละมาดูแลกร)

เราเห็นด้วยว่า ความรักไม่มีอะไรมากเกิน เพราะเราเห็นว่า ปัญหาอันเกิดจากควมรักในเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดจาก "ปริมาณ" ที่มากหรือน้อยเกินไป หากแต่เกิดจาก "ทิศทาง" การใช้ เช่น

..แทนที่จะใช้ตอนที่ยังอยู่ด้วยกัน กลับมาใช้ตอนที่จากกันแล้ว เช่น การจัดปาร์ตี้ให้จูน(ในคราบของแตง)

..แทนที่ใช้ในการดูแลเอาใจใส่ กลับใช้ในการควบคุมบังคับ

ขอบคุณเจ้าของกะทู้ค่ะ

จากคุณ : แค่คนหนึ่งคน (แค่คนหนึ่งคน) - [ 29 พ.ย. 50 05:00:51 ]






ความคิดเห็นที่ 77

ผมอ่านจบแล้วนะครับ แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่ได้นอนเลย พอผมตื่นแล้วผมจะ
มาลง มุมมองของผม ที่จะตอบสารที่คุณเชิญผมมาอ่านนะครับ

หมายเหตุ หลางมายคุยกันด้วยนะครับ มีรางวัลให้

orz orz orz

จากคุณ : VoidOne - [ 29 พ.ย. 50 05:09:12 ]






ความคิดเห็นที่ 78

ขอโหวตให้กับ จขกท.นะคะ อยากให้รายได้หนังเรื่องนี้เยอะ ๆ จังเลย จะได้เป็นกำลังใจให้คนทำหนัง กล้าที่จะทำหนังดี ๆ มีสาระ มีข้อคิด มีความประทับใจแบบหนังเรื่องนี้

จากคุณ : bangmod - [ 29 พ.ย. 50 06:51:51 ]






ความคิดเห็นที่ 79

เป็นแม่ของลูกชายเหมือนกันค่ะ
เคยถามพ่อของลูกชายว่า ถ้าเค้าไม่เลือกที่จะชอบผู้หญิงพ่อจะว่าไง
พ่อเค้าบอกว่า ก้อให้เค้าเป็นอย่างที่เค้าเป็นสิ เพราะนั่นเป็นชีวิตของเค้

อิอิ เห็นด้วยกับพ่อของลูกค่ะ เข้าทำนอง Love me love my dog

โหวตค่ะ

จากคุณ : Ultrataro - [ 29 พ.ย. 50 07:16:12 ]






ความคิดเห็นที่ 80

เราไม่สามารถทำให้"คน"มีความคิดเหมือนกันได้หมดทั้งโลก

แต่ถ้าคนทั้งโลกมีความคิดที่จะไม่ยอมรับความรู้สึกของคนอื่นเลย

โลกนี้มันก็จะขาดไปซึ่งความน่าอยู่

หากคนที่ไม่ชอบอะไรแบบนี้....ก็อย่าพูดหรือทำอะไรที่ทำให้บุคคลอื่นช้ำใจ
จากคำพูดหรือการกระทำ

คนที่ต่อต้านไม่จำเป็นต้องเปิดใจยอมรับมันทั้งหมด

แต่ขอให้มองและ"รับรู้"ว่าในด้านนึงของชีวิตคนกลุ่มนึง

มันเป็นไปในรูปแบบนี้ ซึ่งหลายๆคนเลือกไม่ได้มันเป็นไปของมันเอง

หากเลือกได้เค้าคงอยากจะเป็นที่ยอมรับของสังคมมากกว่านี้

แค่"การเข้าใจ และการยอมรับ"เท่านั้นแหละ ที่คนกลุ่มน้อยต้องการจากพวกคุณ
.
.
.
.









จากคุณ : Dr.Manta - [ 29 พ.ย. 50 07:48:01 ]






ความคิดเห็นที่ 81

แจ่มครับ









จากคุณ : Love@here - [ 29 พ.ย. 50 07:54:33 ]






ความคิดเห็นที่ 82

เมื่อวาน เพิ่งไปดูมาอีกรอบ

แต่ละรอบที่ไปดูซ้ำ ทำให้เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น

เข้าถึงตัวหนังมากขึ้น

และยิ่งได้กลับมาอ่านงานวิจารณ์ดีๆ อีก ก็ยิ่งทำให้อยากไปดูอีกครั้ง

เป็นอีกคนที่คิดว่า หนัง ไม่ได้มีอะไรแค่ประเด็นชายรักชาย แต่มีความรักหลายรูปแบบอบอวลอยู่ในนั้นอย่างที่หลายๆ คนก็คิดเหมือนกัน

การแสดงของตัวละครแต่ละตัว สัญลักษณ์ต่างๆ ที่สอดแทรกอยู่ในหนัง ให้เราตีความและเปรียบเทียบ มันยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้ "จับใจ"

เป็นอีกคนที่พร้อมจะบอกคนอื่นๆ ว่า ไปดูเถอะ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์ แต่มันเป็น หนังรัก ที่แสดงความรักในแง่มุมต่างๆ ให้เราดู

จากคุณ : Zerbirus - [ 29 พ.ย. 50 07:56:17 ]






ความคิดเห็นที่ 83

ถูกต้องครับ เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้คับ

จากคุณ : nespray - [ 29 พ.ย. 50 08:04:41 ]






ความคิดเห็นที่ 84

ผมดูออกมาไม่รู้สึกถึงความเป็นเกย์ของหนังเลย

แต่รู้สึกถึงความรัก หลายๆรักในหนังต่างหาก ^ ^









จากคุณ : Qooma - [ 29 พ.ย. 50 08:46:44 ]






ความคิดเห็นที่ 85

อยากไปดู

จากคุณ : แม่น้องเอเอ - [ 29 พ.ย. 50 09:17:39 ]






ความคิดเห็นที่ 86

ยิ่งอ่านบทวิจารณ์มากๆ ยิ่งทำให้อยากไปดูอีกสักหลายรอบจริงๆ

ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนที่ทำให้อยากไปดูหลายๆ รอบเหมือนเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ สำหรับผมอ่ะ

ตอนนี้อยากเชียร์ให้คนที่ไม่ได้ไปดู ไปดูกันเยอะๆ จริงๆ

จากคุณ : น้องหมูสะเต๊ะ - [ 29 พ.ย. 50 09:18:22 ]






ความคิดเห็นที่ 87

ไม่ค่อยถนัดหนังแนวนี้ แต่มาโหวตให้ครับ

จากคุณ : Mesia_82 - [ 29 พ.ย. 50 09:23:19 ]






ความคิดเห็นที่ 88

โหวตให้ครับ

เขียนได้ดีจริงๆครับ ขอบคุณนะครับที่ใช้หัวใจมองเข้าไปผ่านเปลือกนอก จนเข้าถึงหัวใจของตัวละครแต่ละคนที่มีทั้งความเหงา และโหยหาความรัก ไม่ได้แตกต่างกันเลย









จากคุณ : Banx - [ 29 พ.ย. 50 09:39:23 ]






ความคิดเห็นที่ 89

เห็นด้วยทุกประการค่ะ

เป็นทั้งลูกของแม่ และแม่ของลูก(ผู้ชาย)

ความรักของแม่ยิ่งใหญ่มาก
เคยตั้งคำถามมาก่อนที่จะดูหนังเรื่องนี้
ว่าถ้าวันนึงลูกจะเลือกเพศที่ 3 จะรับได้ไหม
เราก็ตอบว่ารับได้ และจะยืนเคียงข้างเขาตลอด

หนังเรื่องนี้ช่วยยืนยันคำตอบของเราว่าเราคิดถูก
นั่นคือ สิ่งที่ดีที่สุดของลูก เพราะลูกเลือกเอง

จากคุณ : บางลำภูสแควร์ - [ 29 พ.ย. 50 09:40:57 ]






ความคิดเห็นที่ 90

มาโหวตให้ค่ะ

ยกมือเห็นด้วยกับหลายๆ ความคิดเห็นค่ะ

ขอบคุณนะ

จากคุณ : Kimi ni Aitai - [ 29 พ.ย. 50 09:55:27 ]






ความคิดเห็นที่ 91

จขกท. ส่งคำเรียนเชิญมาทางกระซิบ
แถมแสดงความกังวลด้วยว่าจะไม่ถึง 50 ล. เอา
ผมว่า นอกจากประเด็นเกย์ในหนัง ที่คนไทยกลุ่มหนึ่งต่อต้าน
ยังมีประเด็นเรื่อง "วิถี" การดูหนังของคนไทย ที่ไม่ใส่ใจกับรายละเอียดอันปราณีตบรรจงที่ ผกก. ใส่มา
"เพราะอากาศ...เปลี่ยนแปลงบ่อย" ปิดตัวที่ 70 ล. เศษ ๆ
ผมว่า "รักแห่งสยาม" ได้เกิน 30 ล. ก็น่าดีใจแล้วครับ
กระทู้ของผมต่อเรื่องนี้
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6049396/A6049396.html

จากคุณ : ตวงสิทธิ์ - [ 29 พ.ย. 50 09:57:57 ]






ความคิดเห็นที่ 92

กด vote แล้วจ้า...

จากคุณ : aggressive red rabbit - [ 29 พ.ย. 50 09:58:17 ]






ความคิดเห็นที่ 93

โหวตให้แล้วครับ เขียนได้ดีมากๆ

จากคุณ : pongonna - [ 29 พ.ย. 50 10:05:10 ]






ความคิดเห็นที่ 94

สำหรับส่วนตัวเราแล้ว....

ต้องขอบคุณการโปรโมทของหนัง

ที่ทำให้เราได้ดูหนังดีๆ แบบนี้

จากคุณ : ตราบใดยังมีรัก ย่อมมีหวัง (อย่ามาทำหน้าเขียวใส่นะยะ) - [ 29 พ.ย. 50 10:20:01 ]






ความคิดเห็นที่ 95

โหวตให้แล้วนะครับ

"ขอบคุณนะ"

จากคุณ : ToM Zaa - [ 29 พ.ย. 50 10:24:46 ]






ความคิดเห็นที่ 96

เยี่ยม! เหนื่อยมั้ยแม่ เห็นด้วยกับเจ้าของกระทู้งับ

จากคุณ : aiter - [ 29 พ.ย. 50 10:28:47 ]






ความคิดเห็นที่ 97

ขอบคุณที่ส่งมาให้อ่าน โหวตให้แล้วเรียบร้อย
ส่วใจช่วยอย่างแรงสำหรับหนังไทยที่สัมผัสและเขาถึงจิตใจมนุษย์ไอย่างซื่อตรงได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังไทยครับ

ชื่นชมคุณมะเดี่ยวในฐานะ ผกก ในดวงใจ ด้วยอีกคนครับ

จากคุณ : friday:fineday - [ 29 พ.ย. 50 10:31:44 ]






ความคิดเห็นที่ 98

เขียนได้ดีมากๆครับ ไม่มีอะไรมากไปกว่าชอบความเห็นของคุณจริๆครับ
ขอบคุณมากนะครับที่นำให้อ่านกัน โหวตให้ครับ โหวตให้จากใจครับ

ปล.อารมณ์ดูหนังในรอบสองคล้ายกับผมเลยครับ อาม่ามีพลังมาก
และปกติผมเองก็เช่นกัน ที่ไม่ชอบดูหนังในโรงซ้ำและเพื่อนอีกหลายคนก็เป็น
และเพื่อนๆผมเค้าไม่ใช่แค่เกย์ที่จะไปดูแค่ฉากกุ๊กกิ๊กหรือจูบกันแน่นอน



แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 10:47:12

แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 10:46:22

จากคุณ : lengyee - [ 29 พ.ย. 50 10:31:56 ]







ความคิดเห็นที่ 99

เขียนได้เยี่ยมจริงๆ โหวตไปแล้ว

ยังไงก็รักหนังเรื่องนี้สุดๆเลย

จากคุณ : LuIvIos - [ 29 พ.ย. 50 10:38:50 ]






ความคิดเห็นที่ 100

.
. เยี่ยมมากครับ
.

จากคุณ : bb_area - [ 29 พ.ย. 50 11:03:27 ]

 

โดย: merveillesxx วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:45:38 น.  

 

ความคิดเห็นที่ 101

จัดไป..

จากคุณ : ผงถ่าน - [ 29 พ.ย. 50 11:05:26 ]






ความคิดเห็นที่ 102

Standing ovation ให้อีกหนึ่งบทวิจารณ์ดีดีคับ ^^

เห็นด้วยกับ จขกท. และทุก reply

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เราเห็นความจริงในความรักมากมาย
เหมือนที่เพลงประกอบได้บอกไว้

ความจริงข้อหนึ่งที่เชื่อว่าผู้สร้างตั้งใจชี้โยงให้เราคิด

คือ ความรักที่แท้นั้นปราศจากเงื่อนไข
ปราศจากเพศ
(ในกรณีโต้งกับมิว)

ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ หรือเพื่อนเท่านั้นถึงจะรักกันได้
(ในกรณีของจูน)

ไม่จำเป็นต้องครอบครอง
(ในกรณีของหญิง)

ไม่จำเป็นต้องได้อยู่ด้วยกัน
(ในกรณีของโต้งที่ปฏิเสธจะคบมิวเป็นแฟน)

และปราศจากการเวลา
(ในครอบครัวของโต้งที่ไม่เคยลืมแตง หรือมิวกับอาม่า)

ขณะเดียวกัน หนังยังพยายามชี้ให้เห็นชัดเจนลงไปอีก
ว่าเราควรจะ 'รัก' อย่างไร จึงจะเข้าถึงความรักนั้นได้อย่างแท้จริง

เราจึงเห็น สุนีย์ที่รักกรไม่เคยเปลี่ยน
ไม่ว่ากรจะเสียศูนย์แค่ไหน หมดศรัทธากับชีวิตอย่างไร

หนังสอนให้เราเห็นวิธีรักของจูน
ที่ทำให้เราเห็นว่า การแบ่งปันความรักให้ใครก็ได้อย่างจริงใจ
และทำดีที่สุดเท่าความสามารถของเรา
สามารถสร้างความสุขให้ผู้ให้และผู้รับได้อย่างไร

หนังสอนให้เรามองเห็นความรักรอบตัวเรา
ว่ามีอยู่หลายรูปแบบ อยู่ที่เราจะเลือกมองและยอมรับมันหรือไม่
เหมือนที่ตัวมิวเอง ที่มองตัวเองเป็นคนของความเหงา
และโหยหาแต่ความรักที่คิดว่ามีเพียงจากโต้งเท่านั้นมาเติมเต็ม
จนเคยลืมมองว่ามี 'เพื่อน' ที่ดี และพร้อมจะเข้าใจอยู่รอบตัว

หนังสอนเราให้เราเห็นว่า เมื่อผิดหวังในความรัก
การมีสติ จะช่วยให้เรากลับสู่วิถีชีวิตของตนเองได้อย่างไร
เราจึงเห็นหญิง ที่แม้จะผิดหวังต่อคนที่รักอย่างรุนแรง
ยังสามารถกลับมามีสติ ในการจัดแจงชีวิตของตนได้อย่างน่าชื่นชม

หนังบอกให้เรารู้ว่า บางครั้งการรักก็ต้องเสียสละ
เหมือนที่มิวยอมอยู่กับอาม่าทั้งที่อยากไปอยู่กับพ่อ
เหมือนสุนีย์ ที่ยอมกลับมาเตรียมอาหารกลางวันให้กรทุกวัน
และทานอาหารเหลือค้างที่กรทิ้งไว้
เหมือนโต้งที่เสียสละความสุขของตัว เพื่อความสุขของแม่และครอบครัว
เหมือนหญิง ที่ยอมสละความหวัง เพื่อความสุขของคนที่ตัวเองรัก

และเหมือนมิว ที่ยอมไม่พบหน้าโต้ง หลังจากถูก 'คุณแม่ขอร้อง'

มีความจริงอีกมากในทุกความรักที่ปรากฎในภาพยนตร์เรื่องนี้นะคับ

สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมั่นหลังจากชมภาพยนตร์
คือ มุมมองต่อความรักและศาสนาของผู้กำกับ

ว่าต้องมีความเข้าใจในความรัก และเนื้อแท้แห่งศาสนาของตนเองอย่างดี
จึงสามารถถ่ายทอดออกมาได้เช่นนี้

เคยมีคนถามแฟนผมว่า 'เป็นคริสตร์เค้าห้ามเป็นเกย์ ไม่รู้หรือ?'

แฟนผมหยิบ Bible มาเปิดบทมัทธิวสักหน้าหนึ่งส่งให้เค้า

มีคำสอนของ jesus ว่า
'พระบิดาทรงให้มนุษย์รักได้โดยปราศจากเงื่อนไขใด'

ผมเชื่อแบบนั้นคับ ^^

ความรักเป็นนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึก ปราศจากสังขารที่เป็นรูป
ปราศจากการจับต้อง สัมผัส ต้องใช้ความรู้สึกเท่านั้นถึงจะรู้จักความรักได้

ถ้าใครสักคนจะปฏิเสธหนังเรื่องนี้
เพียงเพราะการตัดสินอย่างฉาบฉวย
โดยมองเพียงสังขารภายนอก ที่เป็นกรอบของเพศเท่านั้น
และตีความว่าเป็นหนังของกลุ่มผิดปกติเท่านั้นที่จะเข้าไปชม
(ความจริงผมก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติสักนิดเลยนะตั้งแต่เกิดมาเนี่ย อิอิ)

คงน่าเสียดายที่คุณจะอดเห็นความงดงามของความรักในรูปแบบอื่นอื่น
ที่แทรกตัวอยู่ในทุกจิตวิญญาณ ของทุกตัวละคร ซึ่งเค้าก็ไม่ได้เป็นเกย์
และอาจมีสักหนึ่งตัวละครในนั้น
ที่บอกกล่าวความรักของพวกเค้า เพื่อให้อะไรดีดีกับคุณบ้างก็ได้

ถึงตรงนี้ผมก็ยังไม่ได้มองว่ามันเป็นหนังเกย์เลยนะ
ผมมองว่าความรักของเกย์น้อยสองคนในเรื่อง
เป็นแค่ศูนย์กลางที่กระจายความรักไปสู่คู่รักอื่นอื่นเท่านั้นเอง

แต่คนดำเนินเรื่อง และคุมหนังทั้งหมดเอาไว้
กลับเป็น 'ความรักของแม่' ต่างหาก
(คล้ายกับไปดู The Invasion แบบตั้งใจจะดูไปดูหนังแนว land of the death เวอร์ชัน Alien Zombies
แต่ดันกลายเป็นหนังแม่สู้เพื่อชาติที่ Nicole Kidman คุมหนังทั้งเรื่องไว้ด้วยสัญชาติญาณความเป็นแม่คน)

ตอนจบของหนัง ก็คงตั้งใจสรุปให้เราเห็นแล้วว่า
ความรักของใครยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นจุดหลักจริงจิง

โต้งจึงตัดสินใจเลือกสิ่งนั้นในตอนท้าย
ให้เราได้บูรณาการความคิดตัวเองไปพร้อมกัน

ว่ามี 'คนข้างหลัง' ที่เราลืมใส่ใจความรักของเค้าไปบ้างไหม?

คุณ จขกท. หลังไมค์มาหา
ชวนผมเข้ามาช่วยโหวตทู้ เพราะเกรงว่าหนังดีดีจะถูกละเลย

เห็นความตั้งใจนะคับ
ทั้งของผู้ชมที่ได้อะไรดีดีจากภาพยนตร์จนอยากแบ่งปัน
ทั้งจากผู้สร้าง และนักแสดงทุกคน

ขอเป็นอีกเสียง ที่สนับสนุนให้ทุกคนเปิดใจเข้าไปชมคับ

แล้วคุณจะรู้ว่า

'การมีหวังในรัก' เป็นอย่างไร

หนังรัก ถ้าไม่รักก็สร้างไม่ได้หรอกคับ ^^

ปอลอ วินาทีแรกที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ
ผมไม่ได้คิดถึงแฟนเลยนะ
แต่คิดว่า 'วันพรุ่งนี้จะพาม๊าไปกินสุกี้ดีกว่า'

ตลกดีเนอะคับ ^^

จากคุณ : Spider Virgin (Spider Virgin) - [ 29 พ.ย. 50 11:10:57 ]






ความคิดเห็นที่ 103

.
. คห.100 พอดี เลยแฮะ 55
.
. ผมว่ากระแสที่ว่า เป็นหนังเกย์มันแรงไปหน่อยนะ
.
. แต่ก็ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมการชมภาพยนต์ของคนส่วนหนึ่งได้เลย
.
. ว่า " ดูหนังโดยใช้ตา แต่ไม่ได้ใช้สมอง และจิตใจ "
.
. ทำให้ไม่สามารถ เข้าถึงแก่น หรือแม้แต่แค่ใจความที่ภาพยนต์พยายามสื่อออกมา
.
. กระแสด้านลบเลยออกมารุนแรงขนาดนี้ . . . . . .
.
.

จากคุณ : bb_area - [ 29 พ.ย. 50 11:19:23 ]






ความคิดเห็นที่ 104

แวะมาอ่าน และโหวต
ภาษาอาจจะยากไปนิดนึง คงเป็นอีกกระทู้นึงที่น่าอ่าน แต่ขอบอกตามตรงว่าไม่ได้อ่านทุกคำพูด ทุกประโยค เนื่องจากความรู้สึกที่ได้อ่านในแต่ละบรรทัดมันเหมือนโดนอัดแน่นจนอึดอัด
แต่จะกลับมาอ่านอีกครั้ง เพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้มากกว่านี้

ถ้าอ่านอย่างละเอียดแล้วรู้สึกยังไงเพิ่มเติม จะมาเพิ่มนะคะ

ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : Shaula - [ 29 พ.ย. 50 11:20:49 ]






ความคิดเห็นที่ 105

อ่ะ โหวตให้ (ยังไม่อ่านนะ เพราะยังไม่ได้ดูจ้ะ)

จากคุณ : quin toki - [ 29 พ.ย. 50 11:27:39 ]






ความคิดเห็นที่ 106

.
.
. จริงครับ คุณ Spider Virgin
.
. ดูหนังจบแล้ว "รู้สึกรักครอบครัวมากขึ้นเยอะเลย "
.
.

จากคุณ : bb_area - [ 29 พ.ย. 50 11:28:14 ]






ความคิดเห็นที่ 107

/me เข้ามาจิ้มโหวต









จากคุณ : joyka - [ 29 พ.ย. 50 11:45:20 ]






ความคิดเห็นที่ 108

จขกท.วิจารณ์ได้ถูกใจเลยค่ะ เราว่าหนังเรื่องนี้มีแง่คิดดีๆ หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับคนที่ไปดูมากกว่าว่าจะได้อะไรกลับมาเมื่อหนังจบ

จากคุณ : ลิปมัน - [ 29 พ.ย. 50 11:52:50 ]






ความคิดเห็นที่ 109

ก็แวะมาโหวตให้นะคะ
คุณ merveillesxx แนะนำผ่านหลังไมค์
เห็นด้วยตามเจ้าของกระทู้นะคะ ว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างดีม๊าก มาก

และเนื่องจาก ผู้กำกับมะเดี่ยว อายุไม่มาก
แต่มีมุมมองเรื่องความรักได้แบบนี้ ถือว่ายอดเยี่ยมคะ

อาจเป็นเพราะ...............วันที่ไปดูเหนื่อยล้า
ก็เลยรู้สึกว่าตั้งแต่ต้นเรื่อง หนังค่อนข้างให้ความรู้สึก
ว่าหนังจงใจให้ รู้สึกเศร้า เหงา เกือบตลอดทั้งเรื่องไปบ้าง

แต่โดยรวมก็ค่อนข้างประทับใจ
และทำให้เสียน้ำตา ในฉาก “ต้นคริสต์มาส”
ซึ่งแสดงถึงการที่สุนีย์เลี้ยงดูลูกชาย ที่ผ่านมา
ถึงแม้จะแอบรู้สึกว่าฉากนี้ค่อนข้างตั้งใจมากเกินไปก็ตาม

และอีกฉากที่ร้องไห้
ฉากที่สุนีย์ดูจดหมายของ "จูน" และหยิบรูปที่ถ่าย 3 คน
ซึ่งพ่อมักถามเสมอว่า แตงไปไหน
และครั้งนี้สุนีย์บอกว่า แตงเป็นคนถ่าย และคุณภูมิใจที่ลูกถ่ายรูปเป็น.....
เราประทับใจตอนประโยค ประมาณว่า ..เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เรารู้สึกภูมิใจ และจำได้ (ขออภัยจำประโยคไม่ได้จริงๆๆๆ แต่รู้ประมาณนี้)

แต่ณ นาทีนั้นที่ดู น้ำตาไหลเลยนะ คือคิดว่าหลายครั้ง
คนสำคัญในชีวิตเรา ทำสิ่งเล็กๆ ให้เราภูมิใจ แต่เราหลงลืมมันไป
กับไปมองเรื่องอื่นๆ ที่ทำให้เราเสียใจ

ขอโหวตให้ จขกท เขียนดีม๊าก ๆๆ คะ
แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 12:14:00

จากคุณ : แม่เนื้อทอง (เนื้อทอง & กาโม่) - [ 29 พ.ย. 50 12:08:38 ]







ความคิดเห็นที่ 110

\\ขอบคุณนะ/

ผมรอกระทู้ของนายอยู่นะเมอร์ ก็ว่าอยู่ว่า แปลกมากที่ตาคนนี้ ยังไม่โผล่มาเขีียนอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้สักที


ขอบคุณจริงๆ

ปล.หนังที่ผมชอบที่สุดตลอดกาลนับจากวินาทีนี้ คือ Lilly Chou-Chou กับ รักแห่งสยามนี่แหล่ะ ยังจำได้เลยว่าอารมย์ตอนดูชูชู่เสร็จแล้วมาเจอกระทู้ของนาย มันทำให้ผมอินแค่ใหน สุดยอดเลย บางวันเดี๋ยวนี้ ยังกลับไปขุดมาอ่านเลย เซฟไว้ทั้งสองตอน
แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 12:14:26

จากคุณ : printemp (printemp) - [ 29 พ.ย. 50 12:14:04 ]







ความคิดเห็นที่ 111

โหวตโลดดดเลยครับ ดีจริงๆครับ กระทู้นี้ สุดยอดครับ เยี่ยม

จากคุณ : lengyee - [ 29 พ.ย. 50 12:19:32 ]






ความคิดเห็นที่ 112

เขียนได้ดีมากเลยครับ
ว่าจะไปดูอีกสักรอบ เร็วๆ วันนี้

จากคุณ : Attjoe - [ 29 พ.ย. 50 12:41:22 ]






ความคิดเห็นที่ 113

วิจารณ์ได้ถึงจิตวิญญาณจิงๆ ต้องอย่างนี้สิดูหนังแล้วพัฒนาสติปัญญา
คารวะ จขกท. ความเห็น 102 และ คุณมะเดี่ยว จริงๆ

ผมว่ามีแวว go inter ไปแข่งกะเกาหลีได้เลยล่ะ ใครจะรู้ hollywood อาจต้องซื้อไปสร้างแบบ the lake house ( Il Mare ) / My Sassy Girl ก็ได้

ใครที่ยังร้องไห้ไม่พอ ขอแนะนำ เตรียมผ้าเช็ดหน้าอีก 1 โหล แล้วไปต่อกันที่กระทู้นี้ http://topicstock.pantip.com/lumpini/topicstock/2006/09/L4678033/L4678033.html









จากคุณ : ไดโนเสาร์ไฮโซ (หล่อใสไร้รัก) - [ 29 พ.ย. 50 12:47:11 ]






ความคิดเห็นที่ 114

โหวต ๆ ครับ.. เห็นด้วยกับ จขกท. หลายๆ ประการ
ถึงแม้จะดูผ่านมา.. หลายวันแล้วแต่ความรู้สึกเหงา.. เศร้า อารมณ์ร่วมกับภาพยนต์ก็ยังคงอยู่เลยครับ.. ผมประทับใจเป็นพิเศษในฉากที่.. โต้งไปค้างบ้านมิว.. แล้วมิวเล่าถึง... ความเหงา.. ของเค้า.. ที่ต้องต่อสู้อยู่คนเดียว.. จนกลายเป็นคนที่กลัวการที่จะรักใครไป.. เพราะว่ามันจะต้องเสียใจเข้าใจวัน.. ชอบตรงนี้มากเป็นพิเศษ.. ผมว่า มะเดี่ยวเขียนบทได้ดีมาก.. ตัวแสดงเองก็สื่อออกมาได้.. ดี ทำให้คนดูอย่างเราๆ ... เข้าถึงเหลือเกินครับ
ขอบคุณครับ

จากคุณ : sac (Anothertime) - [ 29 พ.ย. 50 13:09:20 ]






ความคิดเห็นที่ 115

โหวตให้ค่ะ

จากคุณ : nobitsan - [ 29 พ.ย. 50 13:09:23 ]






ความคิดเห็นที่ 116

ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คุณ merveillesxx นะคะที่หลังไมค์มา
ให้ได้อ่านบทวิจารณ์เยี่ยมๆ อีกชิ้น ( คือกระทู้รักแห่งสยามมันเยอะมากค่ะ
อยากอ่านทั้งหมดนะ แต่ก็ต้องใช้เวลามาก จำเป็นต้องเลือกอ่านค่ะ )

อยากจะสารภาพก่อนซักนิดนะคะว่าเป็นแฟน blog คุณอยู่เหมือนกัน
เรื่องแรกที่ได้ติดตามคือ All About Lily Chou-Chou จำได้ว่า
ตอนนั้นไปดูที่ลิโด้ออกมาแล้วมึนมาก ( Ether เต็มหัว ^^ )
ไม่ได้ร้องไห้นะแต่รู้สึกเหมือนหัวใจมันชา หลายคนอาจเรียกว่าอาการหัวใจสลาย
( หัวใจมันชาได้จริงๆนะคะ ใครไม่เคยเป็นเราไม่รู้ แต่เราดีใจที่เราเคยเป็น 555 )
เลยมีโอกาสเข้ามาหาในพันทิพ ว่ามีใครดูแล้วชอบหนังเรื่องนี้บ้าง
แล้วในที่สุดก็ได้แอบทำความรู้จักกับคุณ merveillesxx ตั้งแต่นั้นมา

จากคุณ : Nana_Punk - [ 29 พ.ย. 50 13:19:55 ]






ความคิดเห็นที่ 117

ไม่น่าแปลกใจนะคะว่ารายได้หนังไม่ค่อยดีเท่าไหร่
แต่เราไม่คิดว่าคุณค่าของหนังเรื่องหนึ่ง
จะสามารถวัดได้จากรายได้เพียงอย่างเดียว

“รักแห่งสยาม” ไม่ได้เป็นแค่หนังที่ให้เราได้เห็น Coming of age ของตัวละครเพียงอย่างเดียว
แต่สิ่งที่หนังทำได้มากกว่าหนัง Coming of age ทั่วๆไป ก็คือ
“การทำให้คนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ Coming of age ไปด้วยพร้อมๆกัน”
นี่ต่างหากคือตัวชี้วัดคุณค่าของหนังในอย่างที่เราคิดว่ามันควรจะเป็น
( ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะคะ Coming of age มันได้ใจความดีอ่ะ
ถ้าในความหมายของเราก็ประมาณว่า ชีวิตที่สามารถก้าวผ่านอุปสรรคเพื่อเติบโตต่อไปด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ยาวมั่กๆ )

เราค่อนข้างเห็นด้วยกับการวิเคราะห์ของคุณนะ ในประเด็นของกลุ่มผู้ชายที่มีปัญหากับหนังเรื่องนี้
ว่าน่าจะเป็นพวกผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าผู้ชาย 100% ( แต่ไม่ใช่พวกเตะบอลตูมตูมทั้งหมดหรอกนะ
โต้งก็เตะบอลนะเออ )

เราคิดว่าคนที่มีชีวิตแบบ ภาวะผู้ชาย 100% ต่างหากที่แม่- HERE ( อย่าโกรธกันนะคุณคุณผู้ชาย 100%
ถ้ามาอ่าน มันแค่คำพูด ผู้ชาย 100% เค้าไม่คิดมากกันหรอก 555 )
ผู้ชายแม่-ห้ามเหงา ผู้ชายร้องไห้ไม่ได้ ผู้ชายอ่อนไหวไม่เป็น แต่ผู้ชายต้องกินเหล้าได้
ผู้ชายต้องฟันหญิง ( แล้วทิ้ง ) เป็น เรากลับรู้สึกว่าในบางสถานะคุณผู้ชายน่าจะต้อง “ยอม”
ให้มีสัดส่วนของความเป็นผู้หญิงอยู่บ้างในบางครั้ง
ส่วนคุณผู้หญิงเองก็นะ น่าจะต้องมีสัดส่วนของความเป็นผู้ชายอยู่ด้วยในบางที

คราวนี้ความสุขของชีวิตก็ขึ้นกับว่าคุณจะจัดการกับสัดส่วนที่มีอยู่ให้สมดุลกับชีวิตได้ดีแค่ไหน

จากคุณ : Nana_Punk - [ 29 พ.ย. 50 13:27:23 ]






ความคิดเห็นที่ 118

การจะมองข้ามความเป็นแค่หนังเกย์ไปซาบซึ้งรสหนังในส่วนอื่นๆ ได้แค่ไหน

หรือการที่จะยอมรับว่าหนังเรื่องนี้มีดีพอที่จะทำให้มองข้ามเรื่องเกย์ได้นั้น...

ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาตัดสินผิด/ถูก

บางคนอาจจะทำได้ บางคนอาจจะทำไม่ได้ ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าใครใจแคบหรือใจกว้าง

แค่อยากจะบอกว่าคุณภาพของหนังกับรสนิยมทางเพศเป็นคนละเรื่องกัน

จากคุณ : ลูกหมูแก้มอ้วน - [ 29 พ.ย. 50 13:30:09 ]






ความคิดเห็นที่ 119

เข้ามาจิ้มโหวตด้วยคนครับ

จากคุณ : Yashima - [ 29 พ.ย. 50 13:33:41 ]






ความคิดเห็นที่ 120

“คำว่า “หนังเกย์” ในบริบท/การรับรู้ ของคนไทย/สังคมไทย นั้นได้ “บั่นทอน” คุณค่าของหนังเรื่อง
รักแห่งสยาม มากมายเพียงใด .......... ความน่าเศร้าก็คือ รักแห่งสยาม
เป็นหนังที่กล้านำเสนอประเด็นเกย์ที่มี “ความเป็นมนุษย์” สูงที่สุด ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย
โดยต่างจากภาพของเกย์/กะเทยในหนังเรื่องอื่นๆ ที่มักมาคู่กับความตลกแบบไร้สาระ
แต่มันก็ยังถูกมองเป็นของแปลกปลอมในประเทศนี้อยู่ดี............
ดังนั้นที่เราชอบพูดกันว่า ประเทศไทยยอมรับเกย์/กะเทย/เพศที่สาม ได้มากขึ้นแล้ว เป็นจริงหรือ
เราอาจเห็นคนกลุ่มนี้แสดงตัวกันมากขึ้น แต่ผู้คน “ยอมรับ” พวกเขาอย่างแท้จริงหรือเปล่า”


เราเห็นด้วยอย่างมากกับสิ่งที่คุณเขียนนะ ขอยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวชีวิตต่อไปของมิว
แน่นอนว่า ณ ตอนนี้ มิวอยู่ในสังคมที่ยอมรับในความเป็นมิว
ความฝันอย่างเดียวที่มีอยู่ของมิวคือการเล่นดนตรี การร้องเพลง
สมมติวงออกัสเกิดดังสุดๆ มีค่ายเพลงมาเซ็นสัญญาออกเทป สัมภาษณ์
มิวยังสามารถคงสิ่งที่ตัวเองเป็นได้ ในสถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไปได้จริงๆหรือ ?
มิวอาจจะพบกับความรักครั้งใหม่ ถึงตอนนั้นมิวอาจต้องเลือกระหว่างความฝันกับความรัก
ซึ่งมิวเองก็อาจจะต้องพูดประโยคที่เขาเคยไม่อยากที่จะฟังก็ได้

“ เราคงเป็นแฟนกับ............ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รัก ...........นะ”


สำหรับภาวะ Homophobia ที่เกิดขึ้นต่อภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” ในพันทิพ อาจเป็นเรื่องน่าเศร้านะ
แต่เราก็คิดว่า การไม่ยอมรับว่า ภาวะ Homophobia เนี่ย "มีอยู่จริง" และก็มากด้วย
ไม่ใช่เฉพาะแต่ในพันทิพเท่านั้น เป็นเรื่องน่าเศร้ากว่ามาก

---------------------------------------------------------
“ความเป็นมนุษย์” ของเกย์นอกพันทิพ แม่- HERE กว่านี้เยอะเลยนะ......

จากคุณ : Nana_Punk - [ 29 พ.ย. 50 13:35:08 ]






ความคิดเห็นที่ 121

เอาไป 1 จิ๊ก
กำลังจะมีรอบที่ 4 ตามมา กับหนังดีๆ เรื่องๆนี้
ชื่อชมทั้งบทวิจารณ์และคนทำหนังครับ

จากคุณ : คนรักของคนรัก - [ 29 พ.ย. 50 13:36:26 ]






ความคิดเห็นที่ 122

ส่วนตัวประเด็ณเกย์ ไม่เกย์นี่...
ไม่ค่อยมีผลกับผมเท่าไหร่นักนะครับ
นอกจากสร้างความรำคาญเล็กๆน้อยๆ

อาจเพราะดูหนังมาเยอะ แล้วก็สามารถดูได้หลายๆแนวมากๆ
เลยให้ความสนใจกับประเด็ณอื่นๆมากกว่า
ซึ่งโดยรวมแล้ว ใครไม่ชอบก็เรื่องของเค้า ผมไม่ว่าอะไร
ผมว่าผมชอบนะหนังเรื่องนี้ เพื่อนผู้ชายผมหลายคนก็ชอบ

มนุษย์มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูงนะครับ
เราไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว
เพราะฉะนั้นการเอาข้อมูลทางสถิติที่คิดกันขึ้นมาเอง
หรือว่าผลสำรวจสักอย่างมายึดถือแล้วตัดสินคนอื่น
ผมถือว่าเป็นความคิดที่ค่อนข้างคับแคบนะครับ









จากคุณ : -ATICUS_T- - [ 29 พ.ย. 50 13:44:10 ]






ความคิดเห็นที่ 123

เขียนได้ดี เข้าใจง่าย และวิจารณ์ได้ลึกซึ้งมากเลยค่ะ

ยอมรับว่า ตอนไปดูครั้งที่ 3 (เรากำลังจะไปดูรอบ 4) รู้สึกถึงความแตกต่างของตัวเอง ซึ่งดูมาแล้ว 2 รอบ กับคนที่เพิ่งดูได้เลย - - เราไม่สามารถหัวเราะ หรือแม้แต่กรี๊ดให้กับฉากที่คนเกือบทั้งโรงกรี๊ดได้ เพราะรู้ว่า จุดจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร

ทำเอาแอบเหงาเล็กๆ ไปเลย

จากคุณ : นะโอ - [ 29 พ.ย. 50 13:57:06 ]






ความคิดเห็นที่ 124

น้ำตาไหลไปเรื่อยๆกับหลายๆตอนของเรื่องนี้ กลับมาร้องไห้อีกครั้งเมื่ออ่านจนครบมาถึงจุดสุดท้ายของบทความนี้

ขอบคุณที่เขียนได้ตรงกับใจของกระผมทุกๆเรื่องเลย

จากคุณ : ป้อจาย - [ 29 พ.ย. 50 14:11:36 ]

 

โดย: merveillesxx วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:47:53 น.  

 

ความคิดเห็นที่ 125

เข้ามาโหวต

จากคุณ : สาวแว่นเลี้ยวซ้าย - [ 29 พ.ย. 50 14:17:11 ]






ความคิดเห็นที่ 126

...









จากคุณ : Mr. Fusion - [ 29 พ.ย. 50 14:23:12 ]






ความคิดเห็นที่ 127

จิ้มกันเข้าไป

จากคุณ : เจ้าชายไร้เงา - [ 29 พ.ย. 50 14:29:38 ]






ความคิดเห็นที่ 128

ขอโหวดให้ค่ะ..คุณ จขกท เขียนได้ดีมากมาก จิงจิง
ไปดูมาเมื่อวาน เป็นรอบแรกที่ดู
ตอนไปดู ไม่ได้ไปดูในเรื่องประเด็นเรื่องเกย์ เลย และก็ดีใจที่คิดอย่างนั้น
เรื่องนี้สอนให้รู้จักความรักในหลายรูปแบบ ที่ประทับใจจิงจิงและเสียน้ำตาอย่างมากมาย คือความรักของแม่ ที่มีให้ลูก และความรักของภรรยาที่มีให้กับสามี ...ช็อตที่เสียน้ำตา คือ ที่สุนีย์เอาข้าวที่เย็นแล้วนานั่งกิน...มันสื่ออะไรได้หลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับความรัก

ทำให้ย้อนกลับมาดูตัวเอง เราเคยมีความรักอะไรแบบนี้บ้างไหม
เราเคยทำอะไรแบบนี้เพื่อความรักหรือไม่

หนังเรื่องนี้ดีจิงจิง ดีมากมาก อยากให้ทุกคนได้ไปดู แล้วคุณจะรู้จักความรักมาขึ้น

จากคุณ : almostout - [ 29 พ.ย. 50 14:52:54 ]






ความคิดเห็นที่ 129

+ หุๆ ตามมาซาบซึ้งอีกรอบ หลังจากที่บล็อกน้องต่อไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งคห. ทั้งหมดครับ พร้อมกับกดโหวตให้อีก 1 จึ๊กครับ ... ส่วน ความเห็น ก็ตามที่ได้เขียนไว้ที่บล็อกน้องต่อแล้วอ่ะครับ
+ ขอให้ได้ 50 ล้านขึ้นทีเหอะ เพี้ยง! 100 ล้านได้ยิ่งดี ... ทั้งนายทุนผู้ออกตังค์อย่างเสี่ยเจียง และ ผกก.อย่างคุณมะเดี่ยว จะได้มีแรงใจที่จะสร้างหนังดีๆ แบบนี้ออกมาจรรโลงสังคมต่อไป ... ไม่ใช่มีแต่พวกหนังกระเทย ตลก และหนังเหวอๆ แบบเรื่องของ 'stone' กับ 'cloud' อ่ะ

จากคุณ : บลูยอชท์ - [ 29 พ.ย. 50 15:02:51 ]






ความคิดเห็นที่ 130

ตามมาอ่าน
ตามมาโหวต

เราดูหนังเรื่องนี้แล้วชอบมาก
แต่มันทำให้เราเหงามาหลายวันแล้ว

จากคุณ : ตะวันรอนตอนเช้า - [ 29 พ.ย. 50 15:17:41 ]






ความคิดเห็นที่ 131

จะไปดูรอบสองแล้วค่า
มาเจิมกระทู้นี้ก่อน

คุณเมอ ได้อยู่ไปจนแก่เฒ่าแน่นอน ^^

จากคุณ : kumikase - [ 29 พ.ย. 50 15:35:59 ]






ความคิดเห็นที่ 132

ขอบคุณครับ นี่ดูตั้งแต่วันเสาร์ เรายังรู้สึกอิน ตามอ่านวิเคราะห์ของหนัง
เก็บรายละเอียดอยู่เลย ไว้ต้องไปดูอีกรอบแน่ๆ หาเพื่อนลากไปดูก่อน =,,=

เวลาเพื่อนไปดูหนัง เราก้อแนะนำให้ไปดูรักแห่งสยาม เพื่อนผู้หญิงที่สนิทมากก้อบอกหนังเกย์
มีแต่คนโทรมาเล่าฉากจูบ (เวร.. ฉากอื่นดีๆ มี) เราเลยแนะนำให้ไปดู หนังมันดีจริงๆ ได้อะไรย้อนกลับมาตัวเองเยอะ เพื่อนเลยไปดูกับอาจารย์ที่ รร. เก่า 555

ออกมามันก้อชอบ และก้อเปลี่ยนความคิดที่ว่าเป็นหนังเกย์ เพราะหนังเสนอความรักหลายรูปแบบจริงๆ นะ โทรคุยกันมันส์เวลาดูเสร็จแล้ว สนุก ไปแหละ พล่ามเยอะ 55+

จากคุณ : แมวสีฟ้า - [ 29 พ.ย. 50 15:58:14 ]






ความคิดเห็นที่ 133

ชอบมากๆ ครับ เขียนได้ใจ อย่างยิ่งเลย

จากคุณ : shinkansen - [ 29 พ.ย. 50 16:01:56 ]






ความคิดเห็นที่ 134

ปลื้มมมมมมมมมมมมมมมม
ดูหนังเรื่องนี้แล้วได้อะไรหลายๆ อย่าง
คิดได้หมด หลงรักเต็มหัวใจ

ชีวิตสดใสขึ้น แปลกในหนังบางอย่างมันเศร้ามาก
แต่ดูจบแล้วอิ่ม มีความสุข
แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 19:12:08

จากคุณ : popodyssey - [ 29 พ.ย. 50 16:04:34 ]







ความคิดเห็นที่ 135

Ms. Fusion

she ช่างกล้า .... เปลือยเฮดมิ้ล

จากคุณ : คนที่เลือกแล้ว - [ 29 พ.ย. 50 16:09:29 ]






ความคิดเห็นที่ 136

อ่านบทวิจารณ์นี้จบ ผมก็มีความรู้สึกเดียวกับตอนดูหนัง "รักแห่งสยาม" จบเลยครับ
อิ่ม เศร้า แต่ไม่เหงาครับ (มีคนรู้ใจแล้ว อิอิ)

จากคุณ : Maddog - [ 29 พ.ย. 50 16:44:01 A:125.25.191.22 X: ]






ความคิดเห็นที่ 137

กระทู้ที่ 4

จากคุณ : Dr.boyze - [ 29 พ.ย. 50 17:21:38 ]






ความคิดเห็นที่ 138

เยี่ยมครับ...

จากคุณ : Intention (Intention) - [ 29 พ.ย. 50 17:28:11 ]






ความคิดเห็นที่ 139

ของเขาดีจริงๆ แต่ไม่ไปดูอีกรอบหรอก อิจฉาโต้ง ได้จูงมือได้กอดหญิงน่ะ โหวตครับ

จากคุณ : มาร่วมโหวต (zedrix) - [ 29 พ.ย. 50 17:42:21 ]






ความคิดเห็นที่ 140

หนังเรื่องนี้ให้อะไรมากกว่าที่เราคิด
อะไรให้ในสิ่งที่เราคิดไม่ถึง
เรื่องนี้ชองมากมาย แ

ปลื้มสุดๆๆง้าบค่า

จากคุณ : LoveLouisKoo - [ 29 พ.ย. 50 18:45:07 ]






ความคิดเห็นที่ 141

ได้อะไรกลับมาเยอะจิง ๆ

หลายวันล่ะ ยังไม่ออกจากหัวเลย หนังเรื่องนี้

จากคุณ : GetIm@gE - [ 29 พ.ย. 50 19:32:30 ]






ความคิดเห็นที่ 142

นั่งอ่านแล้วเพลินดีจัง

ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ครับ

จากคุณ : ไม้กวาดตองกง - [ 29 พ.ย. 50 19:51:12 ]






ความคิดเห็นที่ 143

vote แล้วครับ
ชอบที่เขียนวิจารณ์มาก ๆ ครับน้อง mer

จากคุณ : angel of music - [ 29 พ.ย. 50 19:52:36 ]






ความคิดเห็นที่ 144

***

เข้ามาอ่านพร้อมกับได้มุมมองอะไรใหม่ๆกลับไปครับ เขียนดีครับ ผมชอบ

***












ฝากกระทู้ตัวเองนิดนึง

:::::::::: เฉลิมไทย NEWS ฉบับประจำวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2550 ::::::::::

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6067955/A6067955.html

มี Mr.Fusion มาร่วมแจม ถอดเสื้อโชว์รับกระแส Y กับเค้าด้วยนะครับ
ลองไปดูกันได้ที่ คห.152

***
แก้ไขเมื่อ 29 พ.ย. 50 19:55:03










จากคุณ : สมาชิกหน้าเหลือง - [ 29 พ.ย. 50 19:52:52 ]






ความคิดเห็นที่ 145

สงสัยต้องไปดูซะแล้ว.......ช้าไปมั้ยเนี่ย

จากคุณ : เคียวจัง - [ 29 พ.ย. 50 19:58:51 ]






ความคิดเห็นที่ 146

อุตส่าห์หลังไมค์มาบอก เข้ามาอ่านจบแล้ว ก็ต้องโหวตให้หน่อยเนอะ

เออ..เราดูสองรอบแบบเดียวกันเลย
รอบแรกวันพุธคนตรึม กรี๊ดๆๆ ตลอดทาง
รอบสอง ตั้งใจออกไปดูเสาร์เช้ารอบแรก ยังมีเสียงสาวกรี๊ดและชมพิชหล่อให้ได้ยิน แต่หลังฉากจูบเป็นต้นไป เงียบกันทั้งโรง ฮ่า ๆ
ส่วนเราร้องไห้สาหัสกว่าเดิม

เดี๋ยวอาทิตย์นี้ต้องไปต่างประเท่สส กลับมาแล้วจะเข้าโรงไปดูอีกซักรอบ ทำยอดให้กระเตื้องขึ้นมาอีกหน่อย

จากคุณ : pizzicatoj - [ 29 พ.ย. 50 20:18:40 ]






ความคิดเห็นที่ 147

^
^ไม่ช้าครับไปดูเลย หนับหนุนๆ อิอิ..
เข้ามาโหวตให้ 1 จึ้กครับ เขียนดีมากๆๆ

จากคุณ : HiKaRu_Jung - [ 29 พ.ย. 50 20:35:41 ]






ความคิดเห็นที่ 148

เยี่ยมมาก รักแห่งสยาม

จากคุณ : - [ 29 พ.ย. 50 20:40:57 ]






ความคิดเห็นที่ 149

แปลกนะ ทำไม ผม ไม่ค่อยปลื้ม กับเรื่องนี้มากเท่าไหร่แฮะ เพิ่งไปดูมาเอง สงสัยคาดหวังสูงเกินไป

จากคุณ : ผ่านมาดู - [ 29 พ.ย. 50 20:43:32 ]






ความคิดเห็นที่ 150

ผมไม่เคยสนใจหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เข้ามาอ่านในกระทู้ของพันธ์ทิพย์ เลยลองไปดู ตลอดเวลาที่ตัวละครโลดแล่นบนแผ่นจอ ผมอดไม่ได้ที่แอบถอนใจอย่างหนัก เรื่องราวที่ถูกสื่อออกมันเหมือนกับไอเย็นจัดที่จับความรู้สึกผมได้หมด ความรู้สึกบางอย่างส่วนตัวที่ผมเคยคิดว่าผมรับรู้ และรู้สึกกับมันได้ หนังเรื่องนี้เฉลยคำตอบให้ผมรู้ว่า ผมโกหกตัวเองมาตลอด ผมเคยชินกับความรู้สึกเช่นนั้นต่างหากเลยละเลยมันไปแล้วเหมาว่านี่คือการรับรู้ แต่จริงๆ ไม่ใช่ มิวในเรื่องทำให้ผมถูกเหวี่ยงกับไปอยู่ในวัยเรียนอีกครั้ง บุคลิกของมิวคล้ายผมในวันเด็ก ความเหงากับความว่างเปล่าสอนให้ผมเข็มแข็งก็จริง แต่มันกลับกลายเป็นหลุมดำที่อยู่ในความรู้สึก รอคอยใครหรืออะไรบางอย่างที่มาเติมเต็ม ซึ่งไม่รู้จะมาเมื่อไหร่ วันนี้ผมเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น ขอบคุณหนังเรื่องนี้ที่ทำให้ผมเข้าใจ จนกระทั้งวันนี้ ผมเชื่อว่าช่องว่างระหว่างความคิดยังคงมีอยู่ ผมจะไม่บอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังดี เพราะแต่ละคนต่างจิต ต่างใจ ต่างรสนิยม แต่สำหรับผม คำตอบคงเดาได้ไม่ยาก คนทำหนังใจกว้างพอที่จะทำเพื่อรับคำวิจารณ์ ทำเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ๆ ทำเพื่อคนกลุ่มน้อยที่ยังเป็นคนแปลกหน้าในสายตาสังคม ทำเพื่อสื่อความหมายบางอย่างที่เป็นชีวิต และทำเพื่อเติมความรู้สึกบางอย่างของคนที่ไม่ตั้งใจจะดูหนังเรื่องนี้เลยตั้งแต่แรกอย่างผม...คนที่ไม่เชื่อว่าเมื่อใดมีความรัก ก็ยังมีความหวัง ขอบคุณสำหรับสาระของหนังครับ

จากคุณ : บุษศ์น้ำทอง (บุษศ์น้ำทอง) - [ 29 พ.ย. 50 20:52:56 ]


 

โดย: merveillesxx วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:48:24 น.  

 

ความคิดเห็นที่ 151

หนังดีมากครับ

จากคุณ : เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า - [ 29 พ.ย. 50 21:24:16 ]






ความคิดเห็นที่ 152

โหวตค่ะ เขียนได้ดีมาก

จากคุณ : Pat :o) - [ 29 พ.ย. 50 21:34:24 ]






ความคิดเห็นที่ 153

โหวตครับ ชอบจริงๆหนังเรื่องนี้

จากคุณ : araigorgoo - [ 29 พ.ย. 50 21:54:55 ]






ความคิดเห็นที่ 154

แวะมาโหวตฮ่ะ

เข้าหลายกระทู้จัดจำได้ว่าอ่านแล้วนะเนี่ย









จากคุณ : chal2t - [ 29 พ.ย. 50 22:01:34 ]






ความคิดเห็นที่ 155

อืม ไม่ค่อยมีใครพูดถึงตัวละครอื่นเลย แต่คุณสินจัยทำได้เยี่ยมจริงๆนะ จริงๆเริ่มร้องฉากที่จูบกัน เห็นหน้าสินจัยแล้วอึดอัดแทน สงสาร เห็นใจคนเป็นแม่

จากคุณ : รถเต่าสีฟ้า - [ 29 พ.ย. 50 22:05:58 ]






ความคิดเห็นที่ 156

กระทู้ยาวมาก ขอเวลาอ่าน แปปนะครับ ^^

จากคุณ : นายเซอร์ ซูปเปอร์น้ำข้น - [ 29 พ.ย. 50 22:11:04 ]






ความคิดเห็นที่ 157

ตามมาอ่านเเล้วนะครับ
เขียนได้ดีจริงๆ
ซัดไป 1 โหวต

จากคุณ : เมื่อฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี - [ 29 พ.ย. 50 22:30:06 ]






ความคิดเห็นที่ 158

อ่ะมาจิ้มโหวตด้วยค่ะ

จากคุณ : ป้า Raya - [ 29 พ.ย. 50 22:43:06 ]






ความคิดเห็นที่ 159

โห ไม่ได้เข้ามาซะนาน กระแสแรงจริง ๆ เลยเรื่องนี้ ต้องไปดูซะกะหน่อย

ผู้กำกับ คงได้แนวคิด มาจากทางฝั่งยุโรปอ๊ะเปล่า เพราะทางฝั่งนู้นละคร แนว gay boy เยอะมาก ๆ บางเรื่องก็ยังละอ่อนขนาดนี้แหละ เฮ่อ...ทำไมหนังเกย์ มันเด็กลง ๆ เรื่อย ๆ แฮะ

จากคุณ : greeney - [ 29 พ.ย. 50 22:51:51 ]






ความคิดเห็นที่ 160

เขียนได้ประทับใจมากๆครับ ขอบคุณนะที่เข้าใจทุกอย่าง

จากคุณ : ittipong (ittipong69) - [ 29 พ.ย. 50 23:03:28 ]






ความคิดเห็นที่ 161

เฮ่อ...ทำไมหนังเกย์ มันเด็กลง ๆ เรื่อย ๆ แฮะ

เพราะความเป็นจริงคือ เกย์ เริ่มเป็นกันตั้งแต่เด็ก!

จากคุณ : film lover - [ 29 พ.ย. 50 23:06:05 A:58.64.58.209 X: TicketID:115394 ]






ความคิดเห็นที่ 162

โหวตจ้า....

จากคุณ : i know u love me - [ 29 พ.ย. 50 23:13:28 ]






ความคิดเห็นที่ 163

จัดให้แล้วค่ะ

จากคุณ : หนูอยากเห็นคนไทยบินได้ - [ 29 พ.ย. 50 23:21:43 ]






ความคิดเห็นที่ 164

เป็นบทวิจารณ์ที่อ่านแล้วรู้สึกนุ่มนวลมากเลยครับ

จากคุณ : ไววิทย์ - [ 29 พ.ย. 50 23:27:27 ]






ความคิดเห็นที่ 165

ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์..

ที่ทำให้ผมน้ำตาไหลอีกรอบ..

จากคุณ : Hold~On - [ 29 พ.ย. 50 23:50:10 ]






ความคิดเห็นที่ 166

เราดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกแบบนี้นะ ไม่รู้คนอื่นเหมือนกับเราหรือเปล่า

ฟังเพลงกันและกันก่อนดูหนัง >>>> คิดถึงแฟน
ฟังเพลงกันและกันหลังดูหนัง >>>> คิดถึงตัวละครทุกตัวในหนัง และคิดถึงความรักที่มาจากคนรอบข้างตัวเอง

จากคุณ : myamon - [ 29 พ.ย. 50 23:55:20 ]






ความคิดเห็นที่ 167

~โหวต........ คับโหวต

จากคุณ : JiaOtarO - [ 30 พ.ย. 50 00:00:44 ]






ความคิดเห็นที่ 168

เป็นบทวิจารณ์ดีๆอีกหนึ่งบทที่ผมขอโหวตหนึ่งจิ๊กแล้วแอบเก็บเข้าคลังกระทู้ครับ เหอๆ

จากคุณ : เด็กป่วย (เด็กป่วย) - [ 30 พ.ย. 50 00:09:57 ]






ความคิดเห็นที่ 169

ทำไมมันตกโหวตเร็วผิดปกติฟระ...
เกิดอาเพศอะไร หรือลับลมคมในอะไรหว่า

จากคุณ : nanoguy - [ 30 พ.ย. 50 00:23:19 ]






ความคิดเห็นที่ 170

เพิ่งได้ไปดูมาครับ โดยไม่รู้ว่าเป็นหนังแนวไหน วันนั้นบังเอิญเป็นหนังเรื่องเดียวที่ยังไม่ได้ดูอ่ะครับ แต่ประทานโทษ ดูแล้วน้ำตาร่วงเผาะๆ ยิ่งฉากพี่นกสินใจกับพี่กบ ทรงสิทธิ์ ยิ่งทำให้ประทับใจกับหนังเรื่องนี้มากๆ แต่ก็รู้สึกเศร้าไปกับมิวนะครับ เศร้าตั้งแต่เริ่มเรื่องยันจบเลย(ผู้กับกับใจร้าย)ขอบคุณ จขกท กับบทวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยมครับ ตรงใจสุดๆ ว่าแล้วกะว่าจะไปดูอีกรอบครับ อิอิอิ

จากคุณ : ซึ้งซะ - [ 30 พ.ย. 50 00:29:41 A:58.8.167.43 X: ]






ความคิดเห็นที่ 171

เรื่องนี้ได้คิดอะไรมากมาย ขนาดยังไม่ได้ไปดูเลย -*-

เขียนได้ดีอยากไปดูจังเลย ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : พริกตุ้ม - [ 30 พ.ย. 50 00:44:23 ]






ความคิดเห็นที่ 172

VOTE ด้วยคับ

จากคุณ : เสาอากาศ - [ 30 พ.ย. 50 00:53:44 ]






ความคิดเห็นที่ 173

เกิดอะไรขึ้นกับห้องนี้เนี่ย 4 กระทู้เลยเหรอ เยอะมากมาย

จากคุณ : Tidus_Vincent - [ 30 พ.ย. 50 00:54:58 ]






ความคิดเห็นที่ 174

เฮ้ยยย...merveillesxx เกิดไรขึ้นอ่ะ เหลิมไทยทำงี้ได้ด้วยเหรอ

กระทู้เรา คคห.รวมกันก็ล่อไป 500 แระ ไอ้กระทู้แนะนำใหม่นี่ ไม่กี่สิบเองนะ คือไม่ใช่ว่าหายไม่ได้นะ เราเข้าใจ ไงๆเดี๋ยวมันก็ต้องหาย มันเป็นอนิจจัง แต่มันหายแบบแปลกๆไง งงมั่กๆ

แล้วตกลงที่ไปประท้วงพรบ.เป็นไงมั่ง เรื่องไปถึงไหนแระ...

(รึว่ามีคนเข้าใจผิดว่าเราเป็นพวกเดียวกันโหวตกันไปโหวตกันมาอย่างที่มีกระทู้ข้างล่างโวยวาย เหลิมไทยเลยปลดทิ้ง ...ไม่มีเหตุผลอ่ะ)

จากคุณ : แท็กซี่นิรนาม - [ 30 พ.ย. 50 01:33:51 ]






ความคิดเห็นที่ 175

ไม่อยากคิดว่ามีอำนาจมืดแทรกแซงชัวร์ แต่มันอดคิดไม่ได้
กระทู้คนตอบ 15 ความเห็น 28 ความเห็น อยู่ๆได้ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำเฉยเลย
2 กระทู้คนตอบร่มกันร่วม 500 คนยืนยันว่าโหวตกระทู้ให้เป็นร้อยเหมือนกัน หล่นตุ๊บ

แล้วจะมีระบบโหวตกระทู้ทำไมเนี่ย
แก้ไขเมื่อ 30 พ.ย. 50 02:31:07

จากคุณ : เจ็บแปลบ - [ 30 พ.ย. 50 02:28:13 ]







ความคิดเห็นที่ 176

นั่นสิ น่าสงสัยมากๆเลยนะเนี่ย สงสัยแถวนี้จะมีขาใหญ่ อุ๊บบส์ ( พวกเกลียดเกย์มันแรงวุ้ย )

จากคุณ : joblovenuk - [ 30 พ.ย. 50 02:49:34 ]






ความคิดเห็นที่ 177

อันนี้ก็ไม่ทราบนะครับ คือผมเพิ่งกลับมาถึงบ้านตอนตีหนึ่งอ่ะครับ (เพราะไปดู รักแห่งสยาม รอบที่ 3 ที่เมเจอร์ปิ่นเกล้า รอบ 20.45 คนดูประมาณ 40 คน) ผมยังไม่เห็นตอนกระทู้ขึ้นไปหน้าหนึ่งด้วยซ้ำ ถ้าน้อง nanoguy ไม่บอก ก็ไม่รู้หรอกว่า มันได้ขึ้น แล้วก้ลงมันแล้ว

แต่ช่างมันเถอะครับ เรื่องบางอย่าง มันเหนือการควบคุม

จากคุณ : merveillesxx - [ 30 พ.ย. 50 04:20:23 ]






ความคิดเห็นที่ 178

มาอ่านอีกรอบ ดูความเห็นอีกรอบ

อ่านแล้ว

ขอขอบคุณทุกความรักที่สร้างเราขึ้นมาครับ









จากคุณ : Love@here - [ 30 พ.ย. 50 08:41:31 ]






ความคิดเห็นที่ 179

ขอบคุณ คุณ merveillesxx นะครับ ที่แนะนำกระทู้ดีๆมาให้ เสียดายเหมือนกันที่หลายๆคนพลาดเรื่องนี้ไปเพราะว่ามีกระแสว่าเป็นหนังเกย์ ทั้งๆที่ผมว่ามันไม่ใช่เลย(เพื่นอ ญ หลายคนบอกว่ากะไปดู แต่พอรู้ว่าเป็นหนังเกย์ มี ช จูบกันเลยไม่ไปแล้ว เฮ้อ)

ความจริงถ้าดูกันแล้ว หนังเป็นประเภทพูดถึงความรักในหลายๆแง่มุม โดยเฉพาะความรักของแม่ ความรักในครอบครัว เพียงแค่ตัวดำเนินเรื่องมีความเป็นเกย์อยู่เท่านั้น ซึ่งความคิดผม ผมว่าก็ดีนะที่จะได้เห็นความรักในอีกรูปแบบนึง เกย์ในรูปแบบที่ไม่ได้ออกมากรี๊ดๆๆ ว้ายๆๆ ด่าชะนีๆๆ ตามที่เคยได้เห็นมาจากหนัง...(ละไว้นะ)หลายๆเรื่อง(ที่มีคนบอกว่าเป็นหนังดี สนุก แต่ผมเข้าไปดูแล้วรำคาญมากๆ) ผมชอบบทวิจารณ์ของคุณ merveillesxx มากๆนะคับ อ่านง่าย ได้ใจความดี ตรงกะความคิดผมซะมาก(อันนี้ส่วนตัวเล็กน้อย) รอบที่ผมไปดูก้อมีสาวๆกรี๊ดๆๆๆๆ กันเยอะเหมือนกันครับ นึกว่าเป็นที่นี่ที่เดียวซะอีก(ดูอยู่ที่สีเกด) ทำให้แอบขำไม่ได้ อยากไปดูรอบที่ 2 เหมือนกันคับ แต่ไม่รู้จะมีโอกาสอีกไม๊(แค่นี้ก้อโดนแซวว่าอินกะหนังซะแร้วอ่ะ 555)

ฉากที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คงเป็นฉากที่สุนีย์เอาพะโล้ที่เย็นแล้วของกรไปกิน แล้วเอาแกงร้อนๆมาตั้งให้แทนล่ะคับ แทบจะร้องไห้ออกมา มันทำให้คิดถึงว่า คนๆนึง จะสามารถรักคนอีกคนนึง ได้มากขนาดนี้เลยเหรอ และอีกหลายๆฉากในหนังที่เสนอออกมาทำให้รู้สึกว่าอารมณ์ของหนังที่เครียด ได้รับการแซมด้วยความอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา เช่น ฉากแรกที่อาม่าสอนให้มิวเล่นเปียนโน เพื่อให้คนที่เรารัก, ฉากที่สุนีย์กลับมาบ้านแล้วพบว่าสามีที่(ดู)ไม่ได้เรื่องของเธอ นั่งรอเธอ โดยที่ยังไม่นอน, ฉากที่เอ็กซ์(ชื่อนี้ป่าวหว่า)เดินมาขอโทษมิว แล้วถามว่า "ทำไมเมิงถึงชอบคิดว่าไม่มีใครรักเมิง" รวมถึงการแสดงของ หญิง ที่ให้เราเห็นว่าความรักนั้น บริสุทธิ์กว่าที่เห็นกรี๊ด ตบ กรี๊ด ตบ ในหนังไทยมากนัก รวมถึงอีกหลายๆฉากที่ไม่ได้กล่าวถึงด้วย ความจริงอยากแนะนำหลายๆคนนะครับว่าถ้าจะดธหนังให้สนุกจริงๆ โยนอคติทุกอย่างของคุณไว้หน้าโรงหนัง ทั้งเรื่องเกลียดดาราคนนี้ เกลียดเกย์ เกลียดนี่ เกลียดโน่น แล้วเข้าไปดูด้วยสมองกลวงๆ จะได้รับเรื่องที่เค้าต้องการสื่อได้มากขึ้นครับ

ขอบอกว่าตอนนี้ผมรัก รักแห่งสยามเข้าอย่างจิงจังแล้วคับ

ปล. ขอบคุณ คุณ merveillesxx อีกครั้งที่เชิญผมเข้ามาดูกระทู้นี่คับ(ขอโทษที่เขียนไม่เก่ง อิอิ) แล้วก้อขอ address blog คุณทางหนังไมค์ด้วยได้ไม๊อ่ะ จะเข้าไปอุดหนุนคับ อิอิ

จากคุณ : Holy light - [ 30 พ.ย. 50 10:20:42 ]






ความคิดเห็นที่ 180

โหวตตตตต









จากคุณ : nymon - [ 30 พ.ย. 50 11:18:57 ]






ความคิดเห็นที่ 181

อยากดูอีกรอบแล้วอะจิ -*- ง่าๆๆๆ

จากคุณ : Kungzaa (MagicKung) - [ 30 พ.ย. 50 11:23:19 ]






ความคิดเห็นที่ 182

ก่อนที่หนังเรื่องนี้จะออก...ได้ดูละครอยู่ 1 เรื่อง คือ "เมื่อดอกรักบาน" รู้สึกประทับใจมาก กับความรักที่ รักโดยการไม่ครอบครอง อยู่ด้วยกันโดยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ...แต่ผ่านมาวันนี้กำลังจะไปดู "รักแห่งสยาม"เป็นรอบที่ 4 ความรักของเรื่องนี้ให้แง่มุมความรักได้อีกมากมายอย่างนับไม่ถ้วนอย่างที่คุณเมอร์และทุกๆ ท่านกล่าวมา...ความรุ้สึกเมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ..กลับทำให้เข้มแข็ง และรู้สึกดีกับการอยู่คนเดียว...ถึงจะเหงา แต่ก็มองเห็นความรักรอบข้างมากขึ้น...เป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ความรักค่ะ
ป.ล. หนังเรื่องนี้มีชีวิต..ดูกี่ครั้งๆ ก็อบอุ่น

จากคุณ : chatcha - [ 30 พ.ย. 50 13:31:07 A:58.9.41.180 X: TicketID:161903 ]






ความคิดเห็นที่ 183

เห็นด้วยว่าอาม่าแสดงได้มีพลังจริงๆ
ไม่ว่ามิวจะนึกถึงอะไร อามาจะช่วยให้มิวผ่านมันไปได้

จากคุณ : blueboyhub - [ 30 พ.ย. 50 14:15:02 ]






ความคิดเห็นที่ 184

เข้ามาเป็นกำลังใจให้คุณ merveillesxx ค่ะ

กำลังจะไปดูรอบที่สามเหมือนกันค่ะ โรงหนังที่นี่คนน้อยเหมือนกัน แต่ดีหน่อยที่คนดูไม่ค่อยกรี๊ดกับฉากนั้นแล้ว

โหวตให้นะคะ

จากคุณ : แค่คนหนึ่งคน - [ 30 พ.ย. 50 14:23:04 ]






ความคิดเห็นที่ 185

เมื่อคืนที่รู้สึกดีมากๆ คือว่า ผมรู้สึกได้ว่า กลุ่มผู้ชายกลุ่มนึง เค้าดูจะมีปัญหากับฉากจูบพอสมควร

แต่พอเข้าสู่ครึ่งหลัง ดูเหมือนว่า เขาก็โอเคกับหนังครับ

ผมก็เลยยังสงสัยว่า พวกเพื่อนที่มาด่าผมว่า ผมหลอกเค้าไปดู "หนังเกย์" เนี่ย

มันปิดตาดูเวลามี สินจัย โผล่ออกมาเหรอฟระ!?

(ขอบ่นน้อยใจนิดๆ 555)

จากคุณ : merveillesxx - [ 30 พ.ย. 50 14:29:38 ]






ความคิดเห็นที่ 186

พูดได้แค่ว่า


ไม่ว่าใครจะมองหนังเรื่องนี้ว่าเป็นหนังเกย์หรือไม่


ผมก็บอกได้แค่ว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีในแง่ของการดึงอารมณ์ผู้ชม


ได้ดีที่สุดของหนังไทยที่ผมเคยดูมา



และน่าเสียดาย สำหรับคนที่พลาดการชมหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนต์


เพราะคุณได้พลาดหนังไทยที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งไปแล้ว

จากคุณ : PLATTINUM - [ 30 พ.ย. 50 14:55:11 ]






ความคิดเห็นที่ 187

โหวตค่ะ
เขียนดีมาก

หนังดีมาก

จากคุณ : หัวพริก หยิกยุ่ง - [ 30 พ.ย. 50 15:10:04 ]






ความคิดเห็นที่ 188

ไม่เคยมีความรู้สึกอิ่มเอมจิตใจเท่านี้มาก่อน สามารถทำให้เราอยากที่จะรักในทุกๆสิ่ง แม้ว่าสุดท้ายจะผิดหวัง แต่ความรักก็มีอยู่ให้เราเสมอถ้าเรามีหวังเพื่อน พ่อ แม่ .........
ขอบคุณ

จากคุณ : jaq - [ 30 พ.ย. 50 15:10:19 A:125.24.232.105 X: ]






ความคิดเห็นที่ 189

โหวตจ้า

จากคุณ : หัวพริก หยิกยุ่ง - [ 30 พ.ย. 50 16:32:25 ]






ความคิดเห็นที่ 190

ยอดเยี่ยมมากครับ อ่านแล้วขนลุกเลย
นึกภาพหนังไปด้วย เยี่ยมยอดครับ

อ้อ...เดื๋ยวเพื่อนคุณก้อเข้าใจเองล่ะครับ
มะงั้น เค้าอาจโดนเกย์ข่มขืนสักวัน เอิ๊กกกกๆๆ

จากคุณ : Kang Dong Ye - [ 30 พ.ย. 50 21:55:13 ]






ความคิดเห็นที่ 191

ชอบมากๆเลยค่ะ
กำลังหาเวลาไปดูอีกรอบ



ชีวิตนี้จะไม่ลืม โต้ง มิว กร สุนีย์ หญิง จูน เลย

จากคุณ : ซาตานซานต้า - [ 30 พ.ย. 50 22:08:16 ]






ความคิดเห็นที่ 192

ไปดูมาแล้ว....ชอบมากเช่นกันครับ

จัดว่าเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดเรื่องนึงเลยทีเดียว


................และชอบที่จขกท.เขียนด้วยครับ เขียนดี

จากคุณ : Filmnoir - [ 30 พ.ย. 50 23:28:58 ]






ความคิดเห็นที่ 193

แอบเข้ามาอ่านนานแล้วครับ แต่เพิ่งได้โพส
ช่วงนี้ยุ่งๆ ขอสั้นๆง่ายๆเลยนะครับ "ชอบครับ" :-)

จากคุณ : ulty - [ 1 ธ.ค. 50 00:11:40 ]






ความคิดเห็นที่ 194

ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ค่ะ
ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนในโรงเกิน 2 รอบ
รักแห่งสยาม.. พรุ่งนี้จะไปดูรอบ 4 ละ..

จากคุณ : Ragazza - [ 1 ธ.ค. 50 01:24:40 ]






ความคิดเห็นที่ 195

โหวตและเก็บเข้าคลังให้จ้า

ขออ่านแบบข้ามๆ เพราะตั้งใจจะไปดูอ้ะ

ได้ดูแล้วจะมาอ่านละเอียดอีกทีเนาะ




จากคุณ : สาวไกด์ใจซื่อ - [ 1 ธ.ค. 50 09:57:08 ]






ความคิดเห็นที่ 196

อ่านแล้วคิดเหมือนกันเลยคับ
รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจในหนังเรื่องนี้ หลังจากที่ไปดูมารอบที่สอง
รอบที่สองผมไปดูคนเดียว คนดูก็น้อยแบบนี้แหละ
ร้องไห้เลย t.t

มันคงไม่มีคำไหนที่ตรงไปกว่าคำนั้นอีกแล้วล่ะคับ
I just LOVE “The Love of Siam”. That’s all.
:-)

ปล. รู้สึกเสียดายแทนคนที่คิดว่ามันเป็นหนังเกย์
ผมก็ช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ก็พยายามบอกเค้าไปว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
ใครเชื่อก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็เรื่องของเค้า
ผมรู้สึกว่าผมโชคดีมาก ๆ ที่ไปดูก่อนที่จะรู้ว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับอะไร
(ผมไปดูวันที่ 22 รอบ 11 โมง)
ถึงแม้ว่ามันอาจจะเหวอในครั้งแรกที่ไปดู
แต่มันก็ทำให้ได้อะไรกลับมาหลาย ๆ อย่าง
รู้สึกว่ามัน "คุ้ม" มากเลยคับ
แก้ไขเมื่อ 01 ธ.ค. 50 21:44:38

จากคุณ : The Armani - [ 1 ธ.ค. 50 21:40:02 ]







ความคิดเห็นที่ 197

เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วจี๊ดเลยค่ะ ปกติชอบอ่านความเห็นของคุณ Merveillesxx อยุ่แล้ว กระทู้นี้ขอชื่นชมอีกครั้งนึงค่ะ

อ่านแล้วสะใจกับคำพูดที่ว่า "มันส่งผลดีต่อการทำงานของสมองด้านขวา และการขยับขยายรสนิยมของตัวเอง ผมมีความรู้สึกว่าการเป็นผู้ชาย 100% เป็นชีวิตที่น่าเบื่อเอามากๆ " ตอนนี้ก็กำลังเบื่อผู้ชายประเภทเมินหนีหนังประเภทนี้เหมือนกันค่ะ ความน่าคบลดลงไปเกินครึ่งเลย ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องอินกับหนังขนาดเกลียดเพื่อนได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ หนังเค้าทำดีจริงๆ ค่ะ

จากคุณ : Lily of the Valley - [ 2 ธ.ค. 50 00:19:29 ]






ความคิดเห็นที่ 198

กระทู้ดีๆแบบนี้ รับโหวตไปเลยคะ

จากคุณ : ลูกกวาดสีแดง - [ 2 ธ.ค. 50 14:13:22 ]






ความคิดเห็นที่ 199

เขียนได้ดีจริง ๆ ครับ

โหวตให้เลยครับ

จากคุณ : SomeoneOnTheNet - [ 2 ธ.ค. 50 19:53:52 ]






ความคิดเห็นที่ 200

ขอบคุณคุณ merveillesxx ที่ตอบกระทู้ของผมใน คห 63
วันนี้ผมไปดู รักแห่งสยาม ครั้งที่สองรอบเช้าอย่างที่บอกไว้ รอบนี้สนุกกว่ารอบแรก อยากจะร้องให้แต่พยายามกลั้นเต็มที่ สงสัยต้องไปดูรอบที่สามคนเดียว รอบที่คนน้อยๆแล้วร้องให้ให้หนำใจ
เออ เพ้ออะไรมาเนี่ย แค่อยากจะถามว่าผมจะตามอ่านผลงานเขียนอื่นๆของคุณได้ที่ใหนบ้างครับ

จากคุณ : comfort (comfort) - [ 2 ธ.ค. 50 20:41:41 ]






ความคิดเห็นที่ 201

^
^
ที่บล็อกผมเลยครับ

http://merveillesxx.bloggang.com

ส่วนผลงานตีพิมพ์ในนิตยสาร ก้ลงใน bioscope และ CMYK จ้ะ

จากคุณ : merveillesxx - [ 2 ธ.ค. 50 20:51:00 ]

 

โดย: merveillesxx วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:49:01 น.  

 

ความคิดเห็นที่ 202

ซาบซึ้งมากๆ โหวตๆๆๆๆ

อ่านแล้วก้ออยากไปดูอีกรอบ ><

แม้ว่าตอนท้ายจะ เอ้อ... แต่ก้อนะ เปนหนังที่ดีมากจริงๆ

ชอบที่มิวพูดว่า ขอบคุณนะๆๆ ตอนจบเรื่องอ่ะ เปนอะไรที่ TOT

จากคุณ : [นู๋][เ][บ][น]^^~ - [ 2 ธ.ค. 50 21:32:22 ]






ความคิดเห็นที่ 203

มาโหวตให้ครับ ^^

จากคุณ : เฉาก๊วยกะบ๊วยเค็ม - -" - [ 2 ธ.ค. 50 21:49:27 ]






ความคิดเห็นที่ 204

Vote ka ^^

จากคุณ : a r i t s u m e m o o n - [ 2 ธ.ค. 50 21:54:22 ]






ความคิดเห็นที่ 205

ขอบคุณจขกท.ที่ส่ง link มาให้ครับ

อ่านจบแล้ว (ใช้เวลานานพอสมควร)

เรื่องนี้โดนสปอยล์ตั้งแต่ก่อนไปดูแล้ว
ตอนแรกก็สองจิตสองใจ
แต่ว่าชอบตั้งแต่หน้าหนัง แล้วก็ชอบหนังของผกก.คนนี้
เลยตัดสินใจไปดู

คิดไม่ผิดจริงๆ
ทำให้ได้ดูหนังไทยดีๆ อีกเรื่องหนึ่ง

จากคุณ : Oakyman - [ 3 ธ.ค. 50 11:55:08 ]






ความคิดเห็นที่ 206

ขอบคุณที่ส่งลิ้งมาให้เช่นกันค่ะ ถ้าไม่ส่งมา ก้อคงพลาดบทความดีๆอย่างนี้ไปแล้ว

เขียนได้ดีมากค่ะ เพราะเราก็เป็นคนที่พอได้ยินว่าเป็นหนังเกย์แล้วเสียอารมณ์ว่าทำไมไม่บอกแต่แรก


เรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากๆๆๆๆ เราไม่ได้มองตรงความเป็น Y หรืออะไร เราชื่นชมในส่วนของบอกเล่าความรุ้สึกของทั้งครอบครัว ทำได้ดีมากค่ะ เรื่องราวมันเหมาะเจาะลงตัวได้ดีมาก

จากคุณ : wu-noofah - [ 3 ธ.ค. 50 12:42:08 ]






ความคิดเห็นที่ 207

แวะมาโหวตให้ คุณ merveillesxx อีกรอบค่ะ ชืนชมกับมุมมองดีๆ ค่ะ

เราไปดูกลับมาแล้วอีกรอบ รอบนี้คนเต็มโรง แอบขัดใจนิด ๆ ที่วัยรุ่นกรี๊ดกร๊าดกันจัง ...แม้แค่ฉากแรกที่มิวกับโต้งเจอกัน

คงไม่ต้องเดานะคะ ว่า เมื่อถึงฉากจูบ เสียงกรี๊ดจะสนั่นลั่นโรงขนาดไหน

เลยอดเสพอรรถรสที่ต้องการไปเสียนี่ แต่จะไม่ดูรอบนี้ก็ไม่ได้ เพราะรอบดึกๆ ที่กะจะไปดูคนเดียวเงียบ ๆ กลับยกเลิกเวลาฉายเสียนี่ ด้วยเหตุผลว่า "คนดูน้อย"

แล้วจะแวะเข้าไปเยี่ยมที่ blog นะคะ

ว่าง ๆ แวะไปแสดงความเห็นในกระทู้เราบ้างนะคะ...ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : แค่คนหนึ่งคน - [ 3 ธ.ค. 50 14:29:55 ]






ความคิดเห็นที่ 208

อยากไปดูรอบที่ 4 เหมือนกัน

ไม่รู้ว่าหลังวันที่ 5 ธ.ค. จะเหลือรอบให้ดูมั้ย เฮ้อ

จากคุณ : merveillesxx - [ 3 ธ.ค. 50 21:58:46 ]






ความคิดเห็นที่ 209

ดีครับ

จากคุณ : นะ ([PaLmErO]) - [ 4 ธ.ค. 50 08:54:52 ]






ความคิดเห็นที่ 210

ผมก็"รัก"หนังเรื่องนี้ครับ เป็นรักอีกครั้งของผมหลังจาก "กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้"
และประทับใจสิ่งที่คุณเขียนมากครับ ผมไม่รู้จักมาก่อนว่าคุณคือใคร แต่สิ่งที่เขียนดีกว่าที่ได้เคยอ่านคำวิจารณ์จากคนอื่นๆ
อาจจะเพราะว่าเรารักมันเหมือนๆกัน
คุณทำให้ผมรักหนังเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก
และพร้อมที่จะไปดูรอบที่สี่ อีกครั้ง คนเดียวเหมือนเดิม
เพราะ ผม ก็มีเพื่อนชื่อ ความเหงา เหมือน มิว เหมือนกัน

จากคุณ : solely_grit (solely) - [ 4 ธ.ค. 50 12:16:49 ]






ความคิดเห็นที่ 211

หนังสุดยอดคับ ขอให้ได้รางวัลเยอะ ๆ นะคับ
หนังดีมากๆ

จากคุณ : ชอบหนังเรื่องนี้คับ (t_more_t) - [ 4 ธ.ค. 50 12:17:44 ]






ความคิดเห็นที่ 212

สงสัยผมอาจจะพลาดไป ใครรู้ช่วยตอบที ตอนที่เพื่อนร่วมวงของ Mew มาขอให้ Mew กลับไปร่วมวง แล้วเดินออกไปจากห้อง แต่ผมไม่ get ว่าจู่ๆ Mew โผล่มาร้องเพลงอยู่บนเวทีได้ไง มีตอนไหนของหนังที่แสดงถึง Moment สำคัญที่ทำให้ Mew ตัดสินใจหวนเข้าวงและยอมรับสิ่งที่เกิดเหมือนที่ครอบครัวโต้งยอมรับสิ่งที่เกิด หรือส่วนนี้ถูกตัดออก ไม่น่าครับ

อีกส่วนที่งงๆคือดูเหมือนจูนกำลังมีเป้าหมายไปอเมริกา จากการที่กล้อง โคลสอัพไปที่สมุดบัญชีและใบขอวีซ่า แต่เนื้อเรื่องไม่ได้สานต่อจุดนี้ว่าเหตุใดคนที่ต่อสู้ชีวิตมีความมุ่งมั่นถึงกับขอใบขอวีซ่าและดูสมุดบัญชี ตัดสินใจไม่ไป แต่กลับขึ้นรถขนส่งแทน บุคลิกของจูนไม่น่าจะเปลี่ยนเป็นแบบ wishy-washy โลเลขนาดนั้น

คุณอาพิมพ์พันธ์ในบทอาม่า อาจสร้างบรรยากาศผูกพันกับหลาน แต่สภาพแวดล้อม และคนในเจเนอเรชั่นอาม่า คือคนแต้จิ๋วรุ่นสอง ที่บุคลิกน่าจะหนักกว่านี้ ออกจะโล้งเล้ง ปากไว มากกว่าดูถดถอย (withdraw) เมื่อผิดหวัง ซึ่งคนจีนในไทยรุ่นนั้น ถึงจะปากร้าย แต่ก็มีส่วน soft ได้ด้วย เลยทำให้รู้สึกว่าอาม่าเป็นคนไทย ยกเว้นชื่อกับทรงผม จริงๆนะ

อีกเรื่องเดียวครับ เรื่องของโรงเรียนของ Mew และ โต้ง ไม่น่าจะไปจับรูปของอนุสาวรีย์บราเดอร์ฮีแลร์เลยครับ ผมอยู่ที่นี่มา 10 ปี เลยรู้สึกไม่ค่อย in เท่าไหร่ อันนี้เป็นการพูดแบบอัตตา (subjective) นะครับ

จากคุณ : โบกัส - [ 4 ธ.ค. 50 15:24:46 A:125.25.94.187 X: TicketID:143522 ]






ความคิดเห็นที่ 213

ผมดูมา 7 รอบละ เหมือนเสพติด หยุดดูไม่ได้
(เพื่อนบอกว่า เป็นอาการทางจิตแบบหนึ่ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้)
จะมีรอบต่อ ๆ มาตามมาอีกแน่ ๆ

ผมคงติดความรักที่มีในหนัง ไม่ว่าจะแบบไหน
.. อาม่า & อากง
.. สุนีย์ & ครอบครัว
.. โต้ง & มิว
.. เพื่อน ๆ & มิว
.. หญิง & มิว
.. มิว & ดนตรี

มันสวยไปหมด ไม่สมหวัง ก็ยังมีหวัง ไม่สมบูรณ์ แต่ก็อิ่มใจ
ร้องไห้ แต่ก็เป็นเพราะน้ำตาพาไป แต่อารมณ์กลับเติมเต็ม
พูดไม่ถูก แต่ชอบที่คุณ merveillesxx และคุณแค่คนหนึ่งคน เขียนเป็นพิเศษ
เข้ามาอ่านทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง เหมือนจะหาอะไรเตือน
ว่าอะไรที่เราได้ดูไป และจะได้อยู่ในใจเราไปนาน ๆ

สำหรับท่านที่จะไปดูอีก ถ้าการทดสอบของผมไม่ผิดพลาด
รอบกลางวัน ๆ ในวันหยุด เป็นรอบที่ท่านจะไม่ได้อรรถรสของหนังมาก
เพราะผู้ชมจะมีปฏิกิริยามาก ทั้งเสียงกรี๊ดและเสียงรังเกียจทุกรูปแบบ
แม้แต่ช่วงที่สุนีย์เดินตัวสั่นหลังจากได้เห็นเด็กสองคนจูบกัน
ก็กลายเป็นฉากตลก ที่ผมไม่เข้าใจว่าเขาจะตลกอะไรกันนักกันหนา
รอบดึก เลยกลายเป็นรอบที่ได้ดื่มด่ำกับทุกฉาก ทุกตอน ทุกคำพูด
ที่มีความรักเป็นตัวเดินเรื่อง ได้สมบูรณ์ที่สุด
สำหรับผม

จากคุณ : ตราบใดที่มีรัก ย่อมมีหวัง (JNC) - [ 4 ธ.ค. 50 15:42:10 ]






ความคิดเห็นที่ 214

ตอบ คุณโบกัส

1. จริงๆ ต้องมีฉากที่ มิว เคลียร์กับเพื่อนๆ ในห้องซ้อม แต่ว่าถูกตัดไปจ้ะ (รอดูใน DVD)

2. จูน เงินไม่พอ ไม่อเมริกาไม่ได้ (ฉากเธอจิ้มเครื่องคิดเลข) ตอนสุดท้าย เธอกลับไปเชียงใหม่แทน (อนุมานจากการไปที่สถานีขนส่งหมอชิต) แต่ว่าเธอไปเพื่ออะไร ...ต้องเดาเอาเองจ้า (คงไม่ใช่ไปหาโดมแน่ๆ)

จากคุณ : merveillesxx - [ วันพ่อแห่งชาติ 08:01:16 ]






ความคิดเห็นที่ 215

เห็นด้วยตามคุณเมอร์ค่ะ

จริงๆหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์.. มันเป็นหนังความรัก เป็นหนังครอบครัวมากกว่า
แค่เพียงมีประเด็นเกย์เข้ามาเกี่ยวพันด้วยเท่านั้น

ภาพยนตร์ที่เป็นภาพยนตร์คุณภาพ หรือมีคุณค่าทางจิตใจหลายเรื่อง มักจะรายได้ไม่ค่อยดี
แต่ถึงยังไง มันก็ยังเป็นภาพยนตร์ที่ดีวันยังค่ำ

ป.ล. รู้สึกตัดสินใจถูกมากๆที่ได้ดูหนังเรื่องนี้
หลังจากที่เคยทำผิดพลาดไปกับมหา'ลัยเหมืองแร่ รู้สึกเสียดายมากๆ ที่ไม่เข้าไปดูในโรง

จากคุณ : i d a r i n * - [ วันพ่อแห่งชาติ 11:06:32 ]






ความคิดเห็นที่ 216

หนังดีนะครับ ผม(ที่ยังชอบผู้หญิง) ดูแล้ว ก็ไม่น่าเกลียดอะไรในประเด็น ชายรักชาย

เนื้อหาส่วนขอความรักในตัวอื่น ๆ ยังมีให้ประทับใจอีกมากครับ

จากคุณ : eurasianbrown - [ วันพ่อแห่งชาติ 20:25:34 ]






ความคิดเห็นที่ 217

บทวิจารณ์ของคุณสมบูรณ์ทุกอย่างครับ
ผมไปดูมา 3 รอบแล้ว ชอบตอนที่มิวร้องเพลงให้โต้งฟังมาก โดยสื่ออารมณ์ให้มีความลงตัวกับเนื้อหาของเพลงที่มีความหมายอย่างมาก โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า "อยากให้รู้ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้ แต่กับเธอคนดีฉันเขียนอย่างง่ายดาย"
นอกจากนี้โดยความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าหนังยังให้โอกาสคนดูได้จินตนาการการดำเนินเรื่องหลังจากนี้ไปแล้วแต่ความต้องการของคนดูอีกด้วย กับตอนที่โต้งบอกมิวว่าคงคบเป็นแฟนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รักมิวนะ ที่ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่เป็นแฟนกันอีก แต่ผมก็คิดว่าน่าจะยังเป็นเพื่อนที่ดีและติดต่อกันอยู่ ไม่ถึงขนาดจากกันไป หรือใครคิดว่าเรื่องหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่วยบอกหน่อยนะครับ
อยากให้มี DVD ออกมาเร็ว ๆ จะได้ซื้อเก็บไว้ครับ

จากคุณ : PP - [ วันพ่อแห่งชาติ 21:56:12 A:210.246.74.23 X: ]






ความคิดเห็นที่ 218

ดูมาแล้ว 3 รอบ ดูคนเดียวทุกรอบ รอบแรกรู้สึกแค่ตื้อๆ น้ำตาซึมๆ ออกจากโรงด้วยความรู้สึกเศร้าๆเหงาๆ กลับบ้านเลยไม่อยากไปไหนต่อ รอบสองดูไปน้ำตาไหลไป แอบสูดน้ำมูกเบาๆ อายคนนั่งใกล้ๆ ในใจคิด..เฮ้อ..ตูบ้าหรือเปล่าว่ะ เสียเงินเข้ามานั่งร้องไห้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมามันเป็นน้ำตาแห่งความประทับใจ ออกจากโรงไม่เข็ด ในใจคิดต้องดูรอบ 3 ให้ได้ เพราะมันเป็นหนังที่เข้าไปนั่งอยู่ในดวงใจเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้ดูรอบ 3 เมื่อวานนี้ (เพราะกลัวว่าวันนี้ 5 ธ.ค หนังใหม่เข้าเยอะ รอบฉายจะเหลือน้อย) ตั้งใจว่ารอบ 3 นี้จะไม่ร้องไห้แล้วหล่ะ ผลปรากฏว่า ดูหนังจบ ขึ้น end credit แล้ว ยังนั่งอยู่กับที่ ไม่กล้าออกจากโรง อายเด็กโรงหนังที่มาเปิดประตูยืนรอหน้าโรง เพราะตาแดงจมูกแดง เฮ้อ นี่ตูเป็นอะไรไปว่ะเนี่ย ในใจก็โกรธคุณมะเดี่ยว ทำไมหล่ะ ก็ไหนบอกความรักเป็นสิ่งสวยงาม ความรักเกิดได้ทุกเพศทุกวัย แล้วทำไมความรักระหว่างชายกับชาย จะสมหวังบ้างไม่ได้หรือ ทำไมต้องจบแบบนี้ ชีวิตโต้งและมิวจะเป็นอย่างไรต่อไป ค้างคาใจจนกลับถึงบ้าน เศร้ากว่าเดิมอีก..เฮ้อ...ตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องดูรอบ 4 วันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ และจบที่รอบ 5 ก่อนหนังลาโรงสำหรับการดูในโรงภาพยนตร์ และที่สำคัญจะไปซื้อ DVD วันแรกที่วางจำหน่าย
ปล.1 คุณมะเดี่ยวครับ คุณเป็นผู้กำกับหนังในดวงใจผมไปแล้ว
ปล.2 น้องโอ้ เล่นเก่ง เป็นธรรมชาติและน่ารักมากครับ น้องเข้าไปนั่งเป็นนักแสดงในดวงใจของพี่แล้ว
ปล.3 ดูรักแห่งสยามแล้ว ไม่รู้ทำไมดูหนังเรื่องอื่นมันไม่สนุกเลยในช่วงนี้ ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนผมหรือเปล่า มันเศร้าๆเหงาๆ เลยอยากคลายความเศร้าด้วยการไปดูโปงลางสะดิ้ง ดูจบเศร้ากว่าเดิมบวกอารมณ์เซ็งเพิ่มเข้ามา รู้งี้เอาเงินในกระเป๋าไปเพิ่มรายได้ให้รักแห่งสยามอีกซักสองสามรอบดีกว่า

จากคุณ : คุณชายธงชาติ - [ วันพ่อแห่งชาติ 22:00:17 ]






ความคิดเห็นที่ 219

อยากบอกความจริงว่าอารมณ์ผมประมาณเดียวกับคุณชายธงชาติเลยครับ หลังจากดูกลับบ้านมาไม่อยากไปไหนและไม่อยากดูหนังเรื่องอื่น ๆ เลย

จากคุณ : PP - [ 6 ธ.ค. 50 00:17:36 A:210.246.74.23 X: ]






ความคิดเห็นที่ 220

เสียอรรถรส ตอนเจอแก๊งกรี๊ดนี่แหละครับ
ไร้มารยาทจริงๆพับผ่า แม่มนึกว่ามาดูคอนเสิร์ทรึไงฟะ

แต่ตามมาโหวตให้ครับ เป็นอีกท่านหนึ่งที่เขียนถึงหนังเรื่องนี้ได้ประทับใจผม

จากคุณ : อาจารย์โยดา - [ 6 ธ.ค. 50 10:56:06 ]






ความคิดเห็นที่ 221

มาโหวตให้ค่า
วิจารณ์ได้ดีจริงๆ

จากคุณ : zozoya - [ 6 ธ.ค. 50 21:31:06 ]






ความคิดเห็นที่ 222

เข้ามาโหวตให้ครับ คุณเมอร์ ผมก็ชอบเรื่องนี้มากเช่นกัน

ขอบคุณที่ส่งหลังไมค์มาให้ครับ

จากคุณ : ตัวหนอนไม้ไผ่ (ตัวหนอนไม้ไผ่) - [ 8 ธ.ค. 50 22:57:51


 

โดย: merveillesxx วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:14:49:31 น.  

 


ความคิดเห็นที่ 223

ผมว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยที่ดีมากๆ
ตลอดเวลาของหนังไม่มีช่วงไหน
ที่ทำให้รู้สึกเบื่อเลย ผมอยากติดตามดูชีวิตของแต่ละคนไปตลอด
เป็นหนังที่ผมพยายามแนะนำให้เพื่อนๆที่รักไปดูกัน
*แต่ตัวผมเองก็เกือบพลาดหนังดีๆแบบนี้เพราะ
1. โปสเตอร์หนัง ทำให้ผมเข้าใจผิด ผมนึกถึงหนังแนววัยรุ่น
ประเภท "กลิ้งไว้ก่อน พ่อสอนไว้"
"อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป" หรือ ประมาณเรื่อง "เดอะ กิ๊ก"
ซึ่งผมคิดว่าเลยวัยของผมที่จะดูหนังแนวนี้ไปแล้ว
2.หลังจากหนังเข้าฉาย กระแสที่มาแรงคือ
หนังเรื่องนี้เป็นหนังเกย์
แต่พอผมได้อ่านจาก Internet หลายๆความเห็นบอกว่าหนังดี
เป็นกระแสที่บอกต่อๆกันจริงๆ ทำให้ผมตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้
ผมไปดูคนเดียว เป็นการไปดูหนังคนเดียวในรอบหลายปี
เพราะผมหาเพื่อนไปดูด้วยไม่ได้เลย เพราะหนังเรื่องนี้
กระแสกลายเป็นหนังเกย์ไปซะแล้ว ซึ่งหลังจากได้ดูหนังจบ
ความคิดแรกของผมเลยคือ หนังเรื่องนี้เป็นหนังโคตรดี
ประเด็นเรื่องเกย์ เป็นแค่เสี้ยวนึงของหนัง
ซึ่งผมไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นไปได้ใหญ่โตขนาดนี้
ประเด็นมันเป็นเรื่องของความรักต่างหาก
ผมคิดว่าการทำการตลาดของหนังเรื่องนี้
ที่เป็นอยู่อาจกลายเป็นผลร้ายที่ทำให้ใครๆอีกหลายคน
พลาดหนังดีๆเรื่องนี้ หลังจากผมดูจบ
ผมคิดว่าบทบาทที่สำคัญของเรื่อง คือบทของคุณสินจัย
และคุณ กบ ทรงสิทธิ์ หนังเรื่องนี้เป็นหนังชีวิต
เป็นหนังที่ทุกครอบครัวควรจะได้ดู
แต่การตลาดกลับสื่อถึงคนดูด้วยภาพลักษณ์ของหนังวัยรุ่น
ทั้งที่เห็นจากโปสเตอร์หนังและการเดินสายโปรโมต
หนังไม่ได้สื่อถึงความรักของหนุ่มสาวเพียงอย่างเดียว
ความรักของครอบครัว การสูญเสีย การตายจาก
การสูญหายของคนในครอบครัว
เหมือนกับหนังกำลังตั้งคำถามกับเราว่า
คุณกล้าที่จะรักใครมั๊ย ถ้าคุณก็รู้ว่ายังไงวันนึง
คุณก็ต้องสูญเสียคนที่รักไป
แต่ผมเชื่อว่าคำตอบของทุกคนคือ "เราพร้อมที่จะรัก"
เพราะไม่ว่าชีวิตจะแสนเศร้าและทนทุกข์สักแค่ไหน
แต่ทำไมเราถึงยังอยากมีชีวิตอยู่อีกล่ะ?
-ก็เพราะความรักไง เพราะตราบใดที่มีรัก ชีวิตก็ย่อมมีความหวังเสมอ..

จากคุณ : Embrace (embracepat) - [ 9 ธ.ค. 50 19:30:47 ]






ความคิดเห็นที่ 224

ผมชอบคับ To all loves that bring us together !

จากคุณ : Buddy - [ วันรัฐธรรมนูญ 05:11:36 A:124.120.19.145 X: ]






ความคิดเห็นที่ 225

โทษทีนะน้องต่อ... พี่เพิ่งได้มาอ่านเอง ^^

จากคุณ : ไหไหล - [ วันรัฐธรรมนูญ 17:14:58 ]






ความคิดเห็นที่ 226

โหวตให้เลยค่ะ ^o^

จากคุณ : bowsuan - [ 11 ธ.ค. 50 10:50:00 ]






ความคิดเห็นที่ 227

ขอบคุณที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาค่ะ
รู้สึกดีใจที่ได้อ่าน

เหมือนกับที่ดีใจที่มีโอกาสได้ดูรักแห่งสยาม

คงได้ซ้ำรอบสองแน่นอน...

จากคุณ : Korean_Girl - [ 15 ธ.ค. 50 18:05:00 ]






ความคิดเห็นที่ 228

น้ำตาไหลT_T

จากคุณ : จักรพรรดิแดนรักทหารErosPhoenix - [ 15 ธ.ค. 50 19:57:37 ]






ความคิดเห็นที่ 229

เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่าน.......ทำเอาเสียน้ำตาอีกแล้ว


“เหนื่อยมั้ยแม่”.......“ก็เดี๋ยวถ้าโต้งติดไปแล้วไม่ถูกใจแม่ แม่ก็จะว่าโต้งอีก”

..........ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ “ความรักของแม่”


โหวตค่ะ

จากคุณ : ดิฉันเป็นแม่ (เป็นเช่นนี้มันดีอยู่แล้ว) - [ 16 ธ.ค. 50 09:25:30 ]






ความคิดเห็นที่ 230

ชอบหนังเรื่องนี้เช่นกันคะ

ก่อนไปดู ... ยอมรับว่าเคยมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเกย์ และใจปฏิเสธที่จะไปดู
วันไปดู ... เนื่องด้วยเพื่อนรักอกหัก จำต้องตามใจมัน เคยต้องไปดู
หลังจากดู ... สนับสนุนคนอื่นให้ไปดู ... เปลี่ยนจากคำว่าหนังเกย์ เป็นหนังรัก ได้อยากเต็มปาก

จากคุณ : atomtais - [ 21 ธ.ค. 50 14:46:40 ]






ความคิดเห็นที่ 231

ผมเองก็มีความคิดเหมือนคุณชายธงชาติ แต่ผมคงหนังกว่าดูมาก 4 รอบ ก็เฮิร์ทอยู่กับหนังฯ ราวๆ 1 อาทิตย์เต็ม ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงกันและกัน เหมือนใจมันถูกบีบเลยครับ มิน่าล่ะที่นักจิตวิทยาว่าหนังเรื่องนี้มันบีบอารมณ์มากเพราะความเหงาของหนังมันไหลมาที่คนดูครับ

จากคุณ : อุบลบอย - [ 29 ธ.ค. 50 19:55:44 A:192.168.16.8 X:125.24.136.87 ]

 

โดย: merveillesxx วันที่: 30 ธันวาคม 2550 เวลา:22:57:14 น.  

 

ชอบมากเลยคับ ดูแล้วร้องไห้ตามไปด้วย หนังดีมากๆๆ
ชอบมิวมากๆๆๆๆ

 

โดย: เด็กเกษตร IP: 158.108.12.52 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:15:38 น.  

 

เราควรมองว่ามันเป็นหนังที่แสดงความรักออกมาอีกแง่มุมหนึ่งชึ่งมันอาจดูว่าเป็นหนังเกย์แต่ขอให้ลองดูอีกมุมว่ามันเป็นหนังรักในมุมมองที่แตกต่างออกไป

 

โดย: กาย IP: 203.172.201.194 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:21:01 น.  

 

เสียใจที่เพิงได้มาเห็นบทความนี้อาจเพราะไม่ได้ไปดูที่โรงแต่ดูจากCD เลยต้องมาอ่านบทความนี้ อ่านไปก็ร้องไห้ไปขอบอว่าไม่ได้เป็นเกย์นะคะ แต่เป็นผู้หญิงธรรมดาและเป็นแม่ แต่ดูแล้วอยากดูอีกหลายรอบและ รักมิวมาก ยิ่งเห็นยิ่งเอ็นดู

 

โดย: ต้นอ้อ IP: 222.123.22.71 วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:10:41:43 น.  

 

หนังเรื่องนี้สอนให้คนรู้จักรักทั้งให้ความรักกับครอบครัวมากขึ้นอีกด้วยเรื่องนี้หน้าจะมีรอบสองนะค่ะแฟนคลับจะรอดูให้กำลังแก่พี่ ๆทีมงานทุกคน

 

โดย: กานณ์ IP: 58.9.102.99 วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:11:18:54 น.  

 

มาลีโอหล่อมากสุดๆอยากเจอมากลากเข้าห้องไม่ให้ออกไปไหนอิอิ

 

โดย: น้องกิ๊ฟ IP: 124.121.164.113 วันที่: 31 มีนาคม 2551 เวลา:10:57:37 น.  

 

ชอบมาก

 

โดย: โรส IP: 118.172.88.208 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:14:21:27 น.  

 

"ถ้าเรารักใครมาก เราจะทนได้หรอ ถ้าวันนึงเราต้องเสียเค้าไป การจากลาก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เป็นไปได้หรอที่เราจะรักใคร โดยไม่กลัวการสูญเสีย
เป็นไปได้หรอ ที่เราจะอยู่ได้โดยไม่รักใครเลย
นี่แหล่ะความเหงา . . .แล้วเราจะไม่รู้ได้ไง ว่ามันทำร้ายเรายังไง แล้วชีวิตที่เหลือของเราล่ะ... "

รักแห่งสยาม

 

โดย: http://lunglae.exteen.com IP: 125.24.221.200 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:22:03:38 น.  

 

เสียดายที่ไม่ได้ดูโรง แต่ดูจากดีวีดีไป 5 รอบแล้ว ชอบมากครับ

 

โดย: bob IP: 125.25.246.231 วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:51:15 น.  

 

ไม่ใช่หนังดีเด่นอะไร

 

โดย: น้องส้วม IP: 58.8.64.79 วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:20:47:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx

Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
 
Friends' blogs
[Add merveillesxx 's blog to your weblog]
Links
 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.