ตุลาคม 2563

 
 
 
 
2
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
17
19
20
22
23
24
26
27
30
 
All Blog
เหรียญทองแดงปราบพิภพ มู่ซูหลี่ เขียน
3/10/2020





 

เหรียญทองแดงปราบพิภพ (3 เล่มจบ) 

มู่ซูหลี่ เขียน  ใบไม้แดง แปล 

สำนักพิมพ์ Minerva Book 

1,190 บาท  1,041 หน้า 

 

#yaoi #นิยายวาย #BoysLove #แปลจีน #นิยายแปล #เหรียญทองแดงปราบพิภพ #มู่ซูหลี่ #Minerva #รีวิวนิยาย #ออโอ

 

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย 

 

 

 

หลังปกเล่ม 1 

 

ตำนานเทพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดจากท้องทะเล และมาพร้อมกับเมฆสายฟ้าอานุภาพรุนแรงน่าครั่นคร้าม ทว่ามังกรก็มีวันประสบเคราะห์ใหญ่ถึงคราววิบัติ ถูกทำร้ายจนเหลือเพียงแก่นวิญญาณที่รอวันกลับคืน 

 

จู่ ๆ ที่เมืองหนึ่งก็มีเหตุการณ์ประหลาด ข่าวลือเรื่องชายรูปร่างหน้าตาสยองราวกับภูตผีมักปรากฏตัวในยามค่ำคืนจนผู้คนหวาดผวา กระทั่งหลวงจีนผู้หนึ่งมาที่นี่พร้อมเหรียญทองแดง เรื่องราวอันแสนพิลึกพิลั่นก็บังเกิดขึ้นนับตั้งแต่นี้ 

 

 

 

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

 

เป็นเรื่องที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเขินหนักมากขนาดนี้ พยายามจะไม่ยิ้ม แต่มุมปากมันขยับเองเลย  ที่อ่านช้านี่ไม่ใช่อะไรนะ โออ่านวนฉากที่พระนายอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็อยู่ด้วยกันทั้งเรื่องอะ ฮ่า ๆ มันน่ารักและทำให้เขินได้ตลอด ดูจากปกจากชื่อเรื่อง โอไม่คิดเลยว่าจะหวานขนาดนี้ ใครก็ได้ช่วยที แก้มจะแตกแล้ว 


 

นายเอกชื่อ เซวียเสียน เป็นมังกร ถูกใครบางคนเลาะเส้นเอ็นดึงกระดูกสันหลังไป บาดเจ็บสาหัสจนเหลือแค่ร่างวิญญาณ 

 

พระเอกชื่อ เสวียนหมิ่น เป็นหลวงจีน ทั่วทั้งร่างมีกลิ่นอายบริสุทธิ์หลุดพ้นทางโลก ขณะเดียวกันก็มีความเย็นชาไม่น่าข้องแวะฉาบทั้งตัว 

 

เซวียเสียนที่กำลังรักษาตัวนั้นทำสัญญาณกับวิญญาณชื่อเจียงซื่อหนิง โดยเซวียเสียนจะมอบร่างกระดาษที่สามารถแปลงเป็นมนุษย์ได้ให้ชั่วคราว แลกกับการที่เจียงซื่อหนิงยอมทำตามคำสั่ง และสิ่งแรกที่เซวียเสียนสั่งก็คือให้เจียงซื่อหนิงไปซื้ออาหารให้ตน เด็กรับใช้ที่ขายอาหารในร้านจำได้ว่าคุณชายเจียงที่มาซื้ออาหารคนนี้ตายไปแล้ว แต่จะไม่ขายให้ก็ไม่ได้ ต้องขายให้ทั้งความกลัว ขายไปได้หลายวัน บังเอิญเห็นเสวียนหมิ่นเดินผ่านมาพอดี จึงขอร้องให้เขาช่วยเหลือไปปราบผี 
 

เซวียเสียนเห็นหลวงจีนยังหนุ่มโผล่มาก็ปรามาสว่าไม่น่าเก่งกาจอะไร เปลี่ยนร่างตนและเจียงซื่อหนิงเป็นตุ๊กตากระดาษรูปคนแล้วใช้อาคมลวงตาพรางตัวเป็นตะไคร่น้ำเกาะอยู่ที่พื้น สุดท้ายจึงโดนเสวียนหมิ่นใช้แผ่นทองแดงแซะเก็บไปทั้งอย่างนั้น 

 

โดนจับแบบโง่ ๆ เซวียเสียนทั้งโมโหทั้งอับอาย จึงก่อเรื่องวุ่นวายให้เสวียนหมิ่นปวดหัวไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 

 

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองเจอกันก็เป็นเช่นนี้เอง  



 

เป็นแนวผจญภัย ปราบปีศาจ เจอผีวิญญาณ ไขความลับ โทนเรื่องไม่หนักค่ะ จะเฮฮา คอมเมดี้เป็นหลัก เซวียนเสียนต้องตามหาชิ้นส่วนกระดูกมังกรกลับคืนร่าง ส่วนเสวียนหมิ่นก็ตามหาร่องรอยของอดีตตนเอง ระหว่างนั้นทั้งคู่ได้พบกับเรื่องราวชีวิตของคน (และวิญญาณ) ที่ผ่านเข้ามา เป็นเหมือนเรื่องย่อยในเรื่องหลักน่ะค่ะ แต่มันจะไม่ได้แยกออกมาอย่างสิ้นเชิงนะคะ เรื่องหลักจะดำเนินไปพร้อมกันและเกี่ยวข้องกันหมด ซึ่งในส่วนของเรื่องย่อยนี้ จะว่าดราม่าก็ใช่ค่ะ แต่เขาจะเล่าด้วยน้ำเสียงสะท้อนใจ ทอดถอนใจ มากกว่าพยายามดึงให้เศร้า ถ้าใครเคยอ่าน (หรือดู) นัตสึเมะกับเนียนโกะเซนเซย์ โอว่าโทนออกประมาณนั้นค่ะ คือจะว่าเศร้า ก็ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น มันจะอุ่น ๆ ผสมกับความรู้สึกที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ในท้ายที่สุดแล้ว ได้แต่เงียบงัน พอนึกภาพออกไหมคะ โอชอบประโยคปิดท้ายของแต่ละเรื่องมากเลย ปิดได้ดีมาก ๆ  

 

ช่วงแรกเซวียเสียนจะอยู่ในสภาพของตุ๊กตากระดาษรูปคนค่ะ ตุ๊กตานี้เขาเป็นคนทำขึ้นเองเพื่อให้ตัวเองสามารถเคลื่อนไหวได้ง่าย เพราะหลังจากที่โดนกระชากกระดูกสันหลังไป เขาบาดเจ็บสาหัส ใช้เวลาพักฟื้นจนพอขยับช่วงตัวบนได้ แต่ช่วงล่างยังเป็นอัมพาตอยู่ อย่างน้อยตุ๊กตากระดาษก็เบา แถมยังสามารถอาศัยลมหนุนเป็นกำลังให้พอร่อนไปไหนมาไหนได้บ้าง พอโดนเสวียนหมิ่นจับไป เซวียเสียนก็อาศัยอยู่ในถุงผ้าข้างเอวของเสวียนหมิ่นค่ะ ขอให้ทุกคนนึกภาพตุ๊กตากระดาษหน้าตาพิลึกโผล่หัวมาดูนั่นนี่ ไม่ก็ใช้สองแขนกระดาษตะกายเกาะร่างเสวียนหมิ่นชมความวุ่นวายไม่หยุดหย่อน แล้วก็มักจะโดนเสวียนหมิ่นใช้นิ้วกดหัวตุ๊กตาดันกลับเข้าไปในถุงผ้า นี่แค่ช่วงแรกนะคะ ต่อไปเซวียเสียนยังเปลี่ยนไปอีกหลายสภาพเลย เหมือนลืมตามาอีกที ปีศาจร้ายนี้ก็เปลี่ยนร่างไปอีกแล้ว 


 

ตลกมาก ปล่อยมุกกันตลอด นิสัยของเซวียเสียนจะชอบทำอะไรตามใจชอบ พูดจาใหญ่โต เย้าแหย่ให้คนโมโหเล่น มังกรเป็นสัตว์เทพใช่มั้ยคะ กำเนิดจากฟ้าดิน มีพลังมหาศาล ไม่เคยต้องเกรงกลัวใคร รักศักดิ์ศรีเป็นที่หนึ่ง ถึงมาอยู่ในสภาพอนาถอย่างนี้ก็ยังคงมีนิสัยแบบเดิมอยู่ค่ะ แต่มักโดนผู้เขียนกลั่นแกล้งอยู่เรื่อย ให้เขามักแพ้ทางเสวียนหมิ่น 


 

ส่วนเสวียนหมิ่นจะตรงข้ามกับเซวียเสียนเลย พูดน้อย พูดอะไรทำอะไรก็จะจริงจังไปหมด เคร่งขรึมเย็นชา ไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องนอกจากเซวียเสียน เก่ง มีความสามารถรอบตัวสูง มักทำให้คนเชื่อถือและให้ความรู้สึกว่าสามารถพึ่งพาได้ยามคับขัน 


 

สองคนนี้เก่งมากค่ะ ฉลาด ความสามารถสูง ความรู้รอบตัวเยอะ อ่านสถานการณ์เก่ง แต่ในช่วงแรก ๆ จะมีข้อจำกัดหลายอย่าง ของเซวียเสียนคือร่างกายเขายังไม่ฟื้นสภาพ ของเสวียนหมิ่นคือความทรงจำที่ไม่ครบถ้วน กับความสามารถบางส่วนยังโดนผนึกไว้ เมื่อเวลาผ่านไป ได้ชิ้นส่วนของตนกลับมา ก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูกำลัง จึงจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ    


 

หลายคนอาจสงสัยว่าเหรียญทองแดงปราบพิภพตามชื่อเรื่องคืออะไร เหรียญทองแดงที่ว่าเป็นเหรียญที่นักบวชจะร้อยเป็นพวงห้อยไว้ที่เอวค่ะ คล้ายอาวุธประจำตัว เวลาใช้ก็จะใช้เลือดของตนปาดเข้ากับเหรียญทองแดง เรียกพลังขึ้นมาปราบผีปราบปีศาจ นอกเหนือจากการใช้ยันต์ 


 

การผจญภัยในเรื่องก็สนุกค่ะ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของบรรยากาศลี้ลับชวนผวานิด ๆ หลอนนิด ๆ น่ากลัวหน่อย ๆ  ลวงหลอกให้สับสนว่าอะไรจริงอะไรเท็จ มีการไขปริศนาของเรื่องราวและตัวละคร นำเสนอความเป็นไป ชีวิต แก่นของผู้คน มีการออกท่าใช้พลังสู้หลากหลาย ตัวเอกที่เก่งมาก ๆ แบบนี้น่าจะผ่านด่านอันตรายง่าย ๆ ใช่มั้ยคะ แต่ไม่ใช่ค่ะ บางทียากด้วยข้อจำกัด บางทีเพราะพวกเขาเคารพกฎกติกาบางอย่างจึงไม่สามารถทำอะไรตรงไปตรงมาได้ บางทีก็พลาดเพราะความประมาท หรือโดนหลอกบ้าง ทำให้การผจญภัยไม่ง่ายเลย 

 

การผจญภัยไม่ได้มีแค่สองคนนี้นะคะ ยิ่งเจอเรื่องราวมากขึ้น ยิ่งได้ตัวช่วยเพิ่ม กลายเป็นคณะเดินทางที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญ คณะนี้ไม่มีใครปกติสักคน เป็นคณะที่บันเทิงชวนหัวมาก ตลกกลั่นแกล้งกันมาก ๆ  


 

โอประทับใจทั้งเสวียนหมิ่นและเซวียนเสียนเลย เป็นพระนายที่โอปลื้มมาก เห็นพัฒนาการชัดเจน จากตอนแรกที่ต่างฝ่ายต่างไม่แน่ใจในตัวตนของอีกคน เซวียนเสียนระแวงเสวียนหมิ่น คิดว่าเขาเป็นคนที่อ่านยาก รับมือยาก ส่วนเสวียนหมิ่นก็คิดว่าเซวียนเสียนเป็นตัวช่างก่อเรื่อง จนผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยกันมา จึงได้เห็นนิสัยของอีกฝ่ายมากขึ้น เห็นมุมดี ๆ ของอีกฝ่าย 

 

เห็นเซวียนเสียนซุกซนชอบสร้างปัญหาอย่างนี้ เขาก็มีโหมดจริงจังนะคะ อันที่จริง โอว่าเขาเป็นคนช่างสังเกตและละเอียดอ่อนคนหนึ่งเลยค่ะ รู้ว่าเวลาไหนเล่นได้ เวลาไหนไม่ควรเล่น เป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างมากกว่าที่ชอบแสดงออก ยิ่งถ้าเป็นคนสำคัญ เขายิ่งใส่ใจมาก  อ่อนโยน มีเหตุมีผล ใจคอกว้างขวางด้วย มีมุมน่ารักเยอะค่ะ ยิ่งเวลาโดนคนเขียนแกล้ง จะมีมุมหลุด ๆ เหวอ ๆ โผล่มาเรื่อย  

 

เสวียนหมิ่นมีบุคลิกเย็นชาเข้าถึงยาก แต่เขาไม่ใช่พระเอกแนวเย็นชาเลยค่ะ คนละเรื่องเลย เสวียนหมิ่นเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่ง นิ่งมาก พูดน้อย เลยมักโดนเซวียนเสียนเย้าแหย่บ่อย ๆ ปกติแล้วเสวียนหมิ่นก็จะทำหน้านิ่ง ๆ ไม่สนใจอะไรมาก แต่เวลาอยู่กับเซวียนเสียน เราจะเห็นการยอมอ่อนให้ ยอมตามใจนิด ๆ ตลอด เป็นตั้งแต่แรกเลย เขาจะไม่แสดงออกแบบชัดเจนตรงไปตรงมา จะเห็นจุดเล็ก ๆ หรือเหตุการณ์สั้น ๆ  คนที่นิ่งมาก พอทำอะไรที่แปลกไป แสดงออกอะไรสักอย่างที่ไม่เหมือนปกติ มันชวนกรี๊ดมาก โอเขินทุกฉากที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเลย และอาการตามใจนี้มากขึ้นเรื่อยตามระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ยิ่งรู้จักกันมาก เสวียนหมิ่นยิ่งยอมเซวียนเสียนมากจริง ๆ แต่มันไม่ได้เป็นการตามใจแบบโอ๋นะคะ เขาก็ดุเมื่อถึงเวลาต้องดุ ปราม (แปะยันต์สงบนิ่ง) เมื่อจำเป็น มีฉากนึง เซวียนเสียนก่อเรื่องวุ่นวายจนตัวเองเกือบแย่ เสวียนหมิ่นจึงดุ เซวียนเสียนก็ตอบว่า ก็ได้ ไม่ซนแล้ว โห แบบ น่ารัก เขินมาก สำหรับโอนะ เสวียนหมิ่นเป็นพระเอกที่ดีงามมาก ใส่ใจ คอยมองตลอดว่าเซวียนเสียนมีปัญหาอะไร เขาจะช่วยทันที ไว้วางใจได้ พูดน้อยแต่หนักแน่น เป็นคนที่คุณจะรู้สึกว่าเขาไม่มีทางโกหกเรา จุดนี้เซวียนเสียนก็รู้ดี แต่ด้วยความที่เขามีปมบางอย่างในใจ เสวียนหมิ่นจึงมักจะย้ำกับเซวียนเสียนตลอดว่าถ้ามีอะไรจะบอกอย่างตรงไปตรงมา จะไม่โกหกแน่นอน โอว่าเป็นพระเอกที่ให้ความอุ่นมาก ๆ อ่อนโยนมาก ๆ ทั้งที่หน้านิ่งๆ  พูดน้อยแบบนี้ 


 

เป็นคู่ที่เห็นความสัมพันธ์ที่มันพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ชัดเจน จากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ขยายให้ใหญ่ขึ้น มากขึ้น แล้วเขาใส่ใจกันมากจริง ๆ ค่ะ โอชอบที่ผู้เขียนเขียนปฏิกิริยาเล็ก ๆ อย่างการสัมผัส การตอบโดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายถาม การหันไปมองตาเมื่อรู้สึกอยากขอความเห็น หรือความช่วยเหลือ  มันแสดงถึงความเข้าใจ ปั่นป่วนใจ รวมถึงความใส่ใจ เขียนน้อย ได้มาก หวานได้แม้ไม่มีคำพูดหวาน ๆ หรือมีการแสดงออกแบบคู่รัก (หมายถึงช่วงแรกน่ะ ช่วงหลัง ๆ จะมากขึ้นทุก ๆ อย่าง โอถึงบอกไงว่าเรื่องนี้เขาค่อย ๆ ก้าว ค่อย ๆ พัฒนา)  


 

โอชอบที่เขาเขียนให้ทั้งคู่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร พยายามพิจารณาทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง อย่างเซวียนเสียน เขาก็จะบอกว่า ในชีวิตของมังกรของเขาไม่ชอบพึ่งพาใคร ไม่อยากติดหนี้ค้างบุญคุณใคร ชอบทำอะไรอย่างอิสระด้วยตัวคนเดียว แต่พอตอนนี้มีเสวียนหมิ่นคอยช่วยเหลือ กลับไม่ได้รู้สึกเลวร้ายอะไร จนถึงรู้สึกดีด้วยซ้ำที่คอยมีคนสนับสนุนช่วยเหลือ แบ่งเบาเรื่องที่หนักอึ้งไป หรือมีอยู่ช่วงที่เซวียนเสียนคิดว่าอยู่กับเสวียนหมิ่นก็ไม่เลวเลย จนอยากชวนให้มาอยู่ด้วยกัน ส่วนเสวียนหมิ่น เราจะไม่เห็นความคิดเขาชัด ๆ จะเห็นผ่านการแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ กับการกระทำมากกว่า 

 

เซวียนเสียนเรียกเสวียนหมิ่นว่า “ลาโง่” ทั้งเรื่องเลยค่ะ มาจากคำเรียกหลวงจีนที่ไม่สุภาพ (ลาหัวล้าน) เรียกชื่อจริงไม่กี่ครั้งเอง แตน้ำเสียงไม่ได้ก่นด่าอะไร หลัง ๆ นี่เหมือนพวกคู่รักที่ตั้งชื่อเรียกให้กันไปอย่างนั้น  


 

โอว่าต้องมีคนถามเรื่องสถานะของเสวียนหมิ่นที่เป็นหลวงจีนหรือพระ อันที่จริงเสวียนหมิ่นวางตัวดีทั้งเรื่องเลยค่ะ นิ่ง สุขุม ใจเย็น แสดงออกน้อยมากเลย (แต่โอเขินหนักทุกครั้ง) แต่ก็ธรรมดา มันจะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ชักนำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ชัดเจนมากขึ้น (ที่มาเสียก็เพราะเซวียนเสียนเป็นสาเหตุหลักเลยค่ะ) ส่วนสถานะที่ว่าจะเฉลยในตอนท้าย เซวียนเสียนถึงกับร้องว่า นี่มันพระเก๊นี่ แต่จะเพราะอะไรนั้น ไปอ่านเอาเองดีกว่าค่ะ 

 

 

ด้านความรักเต็มทุกอย่าง ดีงามมากจริง ๆ ทั้งนิสัยพระนาย การแสดงออก ความใส่ใจ ความทุ่มเท ความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีดราม่าให้น้ำตารื้นเหมือนกัน ว่าจะไม่ร้องแล้วก็อดไม่ได้  


 

เป็นเรื่องที่ได้หลายอารมณ์มาก ตลก ลุ้นระทึก ซึ้ง สะท้อนใจ อบอุ่นหัวใจ ชื่นหัวใจ ทั้งตัวเรื่องของพระนาย และของตัวละครประกอบ ทุกเรื่องดีมากเลย ประทับใจค่ะ 

5 ดาว 

 

 

โอแวะไปอ่านรีวิวใน Goodreads เมื่อเขียนบรรทัดบนจบ มีหลายคนบอกว่าหวานน้อย จริงดิ?! สำหรับโอที่เขินตั้งแต่ต้นจนจบ มันหวานมากจริง ๆ นะ! ภายใต้ความเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันมีค่ะ! มันมีบางอย่างซ่อนไว้ในใจ~  แล้วโมเมนต์อะไรน่ารัก ๆ นี่มีตลอด เพราะคู่นี้อยู่ด้วยกันทั้งเรื่องเลย และโอว่าหลายฉากอ่านแล้วเซ็กซี่มาก ๆ ชวนเขินมาก ๆ โอ๊ย จะบ้าอีกแล้ว นี่อ่านจบแล้วยังอยากวกไปอ่านใหม่อีกรอบ 

 

เข้าไปอ่านตัวอย่างได้ที่นี่นะคะ คลิก

 

โดยรวมงานดีเลยค่ะ ปกสวย รูปเล่มดี  (และราคาแรงด้วย ฮือ ๆ) มีคำผิดนิดหน่อยในเล่ม 2 กับพวกสำนวนภาษาแปลก ๆ ที่ไม่ตรงความหมายในประโยค ไม่มากค่ะ แล้วส่วนหนึ่ง โอคิดว่ามาจากสำนวนพวกนิยายกำลังภายในด้วย (หรือเปล่า?) โอยกมาข้างล่างนะคะ  

 

 

 

เล่ม 1 

 

89 เจ้าตั้งสติแล้วบอกกับข้าดี ๆ ว่ากรงเล็บมังกรเจ้าก็กล้าแตะตามใจชอบหรือ! หา! ไม่คิดจะมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม! 

 

โอว่าน่าจะเป็นอย่างนี้ 

>> เจ้าตั้งสติแล้วบอกกับข้าดี ๆ กรงเล็บมังกรเจ้าก็กล้าแตะตามใจชอบหรือ! หา! ไม่คิดจะมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม! 

บอกในที่นี้คือให้เสวียนหมิ่นพูดข้อสงสัยเรื่องขา ส่วนประโยค กรงเล็บมังกร.. บลา ๆ นี่เซวียนเสียนโวยวายเอง 

 

108 ในลานไม่มีแม้แต่เงาปีศาจสักตน เงียบสงบยิ่งนัก แต่กลับมีเสียงหัวเราะแว่วมารำไรจากโถงด้านหน้า ฟังแล้วคล้ายจะเป็นเสียงของหลิวซือเหยีย 

 

รำไร  

ว. เล็กน้อย เช่น แสงสว่างรำไร แสงแดดรำไร 

ว. อาการที่เห็นไม่ชัดเต็มที่เพราะอยู่ในระยะไกลหรือมีอะไรบังเป็นต้น เช่น เห็นกระท่อมรำไรอยู่ในหมู่ไม้ 

 

รำไรใช้การการมองเห็นนะคะ ในเรื่องนี้ใช้คำว่ารำไรกับเสียงทุกครั้งเลย โอว่ามันไม่น่าใช่* 

 

น่าจะเป็นแนว ๆ เลือนราง อะไรอย่างนี้มากกว่า 

 

เลือน ว. มัว ๆ , ไม่แจ่มแจ้ง 

เลือนราง ว. ไม่ชัดเจน, พอระลึกได้บ้าง เช่น ความจำชักเลือนรางไปบ้างแล้ว ตาไม่ดีมองเห็นภาพเลือนราง 

 

เพิ่มเติม 27/11/2563 โอคิดว่าเลือนรางก็ยังให้เป็นภาพมากกว่าอยู่ดี (แต่ไม่จำเพาะเท่า รำไร  รำไรใช้กับการมองเห็นอย่างเดียว) 

 

ในประโยคที่ยกมาด้านบน อันที่จริงใช้คำว่า แว่ว คำเดียวก็ครอบคลุมความหมายอยู่แล้วนะคะ 

 

แว่ว ก. ได้ยินแต่ไม่ชัดแจ้ง เช่น มีข่าวแว่วมาปีนี้จะได้เงินเดือนขึ้น, ได้ยินมาจากที่ไกล เช่น แว่วเสียงขลุ่ยมาจากชายป่า 

 

181 มีคนที่ทรยศรานพระคุณ ก็ย่อมมีคนจิตใจงดงามเปี่ยมเมตตาเช่นกัน 

  

ลองเปิดความหมาย 

ราน ก. ตัดหรือฟันกิ่งไม้ออก ในคำว่า รานกิ่ง  

ว. มีรอยปริตื้น ๆ ทั่วไปบนพื้นผิวของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น หม้อราน ผนังราน กระเบื้องราน 

ราญ ก. รบ เช่น นักเลงเขาไม่หาญราญนักเลง 

รอน (โบ) ก. ตัดหรือฟันให้เป็นท่อน ๆ เช่น รอนฟืน, ทำให้ลดลงหรือสั้นลง เช่น รอนกำลัง , ทอน 

ลาญ ก. แตก หัก ทำลาย เช่น ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า (ตะเลงพ่าย) 

หาญ ว. กล้า เก่ง เช่น ทหารหาญ  ว. บังอาจ เช่น หาญสู้ 

ผลาญ  ก. ทำลายให้หมดสิ้นไป บางทีหมายถึงทำลายทรัพย์สมบัติให้หมดสิ้นไป 

 

โอคิดว่าในที่นี้ น่าจะเป็นคำว่า ลาญ คือ ทำลายพระคุณ 



 

เล่ม 2 

 

103 เสวียนหมิ่นยืน เขานั่ง หากมองตรงไปไม่เงยหน้า เขาก็จะเป็นแค่มือที่ตกห้อยอยู่ข้างกายเสวียนหมิ่นเท่านั้น 

>> เขาก็จะเห็นแค่มือ 

 

121 หงุดงหงิด >> หงุดหงิด 

 

203 เสวียนหมิ่นหลุบตาลงมองเชือกบาง ๆ ที่ห้อยอยู่กลับปลายนิ้ว 

>> กับปลายนิ้ว 



 

เล่ม 3 

 

103 เห็นห่วงเหล็กตรงหน้าอันหนึ่งถึงกับมีคราบโลหิตเปรอะอยู่เล็กน้อย ไม่ทราบถูกของเปื้อนเลือดปราดเข้าใส่ หรือถูกหยดเลือดกระเซ็นใส่ในช่วงชุลมุนกันแน่ 

 

ปราด (ปาก) ก. เดินหรือวิ่งตรงเข้าไปหรืออกมาอย่างรวดเร็ว เช่น ปราดเข้าไป 

ว. อาการที่เดินหรือวิ่งตรงเข้าไปหรือออกมาอย่างรวดเร็ว เช่น เดินปราด  

 

ในที่นี้มันเป็นของน่ะค่ะ ปราดน่าจะใช้กับคนมากกว่า น่าจะใช้แนว ๆ ของเปื้อนเลือดพุ่งเข้าใส่ อะไรอย่างนี้ 

 

132 ห้วงสมองเซวียเสียนเวิ้งว้างว่างเปล่า 

223 ห้วงสมองเขาสับสนสุดประมาณ ดวงตาทั้งคู่บัดเดี๋ยวดำสนิท บัดเดี๋ยวแดงเรือง 

 

ห้วง น. ช่วง ระยะ ตอน 

 

สมองเป็นอวัยวะ มันไม่ใช่อะไรที่มีระยะ มีช่วง มีตอนได้ 

อย่าง ความคิด ความทรงจำ อะไรอย่างนี้ มันมีระยะ มีช่วง มีตอนได้ 

ในเรื่องใช้คำว่าห้วงสมองหลายครั้งเลย โอว่าไม่น่าใช่นะคะ* 

 

221 พูดจบ เขาก็รั้งสายตากลับมา แค่หัวเราะเย้ยหยันมองดูจู่หง นิ้วที่เกาะกุมอากาศว่างเปล่ากระชากไปด้านหลังอีกครั้ง 

 

แค่น ก. ฝืน 

 

ในที่นี้น่าจะเป็น แค่นหัวเราะ หรือเปล่าคะ 

 

 

นอกจากนี้ จะมีพวกภาษา ยืนไว้ด้วย นั่งไว้ด้วย นอนไว้ด้วย 

ซึ่งส่วนตัวโอไม่เห็นด้วยกับการใช้ เพราะไม่ใช่การใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง  

 

แล้วก็จะมีการใช้ ‘ก็ปาน’ เป็นคำลงท้ายเปรียบเทียบ*  

 

ยกตัวอย่าง เล่ม 2 หน้า126 

เสวียนหมิ่นคลายมือออก เซวียเสียนก็ชักกรงเล็บที่ใช้ก่อเรื่องกลับมา ปลายนิ้วคีบจับกระพรวนแพทย์ทำจากเงินชิ้นนั้น 

ก่อนหน้านี้ตอนเจียงซื่อหนิงไม่สะดวกจะพกมันติดตัว เขาก็ยัดมันลงในถุงผ้าของเสวียนหมิ่น ตอนนี้ล้วงมือไปหยิบฉวย เหมือนนั่นเป็นกระเป๋าของตัวเองก็ปาน 

 

ซึ่งปกติเราจะเห็นคำว่า ก็ไม่ปานหรือก็มิปาน โอก็ไม่แน่ใจ ค้นแล้วได้ลิงก์นี้มา คลิก  เป็นแนวสำนวนกำลังภายในเหรอคะ แต่ก็เหมือนยังสรุปไม่ได้ว่ามันใช้ได้เหมือนกันหรือเปล่านะคะ  




 







แต่ละบทจะมีกระดาษคั่นค่ะ

 

 

 




Create Date : 03 ตุลาคม 2563
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2563 11:10:20 น.
Counter : 598 Pageviews.

5 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณสองแผ่นดิน, คุณเริงฤดีนะ

  
เจิมๆๆๆ
วันนี้มาแนวนิยายจีนจอมยุทธ
เข้าบล็อกนี้
ประดุจเข้าร้านนหนังสือ

โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 3 ตุลาคม 2563 เวลา:15:30:45 น.
  
แวะมาบล็อกนี้
ได้อ่านหนังสือ
ได้อรรถรสและอาหารสมอง
สนุกจังค่ะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 ตุลาคม 2563 เวลา:7:33:22 น.
  
คุณคนผ่านทางมาเจอ เชิญค่ะ มีมากมายให้เลือกอ่าน เอิ๊ก ขอบคุณที่โหวตให้นะคะ

คุณเริงฤดีนะ เพลิดเพลินยามเหงา บรรเทาอ่อนล้า หนังสือนำพา หรรษาจรรโลง ขอบคุณสำหรับโหวตค่ะ

ขอบคุณคุณสองแผ่นดินสำหรับโหวตด้วยนะคะ

โดย: ออโอ วันที่: 4 ตุลาคม 2563 เวลา:19:56:03 น.
  
เอาคนเจ็บหนักสาหัส มาเจอกับคนที่หลุดพ้นทางโลก
สายวายนี่เขาสรรหาพล็อตได้ไม่เลวเลย
โดย: fevestival (สมาชิกหมายเลข 6023213 ) วันที่: 10 ตุลาคม 2563 เวลา:1:06:19 น.
  
คุณfevestival อุ้ย ตอบไม่ถูกเลย ฮ่า ๆ โอชอบเรื่องนี้หลายอย่างมากเลยค่ะ ความสัมพันธ์ทั้งมิตรภาพเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมโลก หรือคนรัก มันแตะไปถึงสัจธรรมชีวิตเหมือนกันนะ แต่โทนของเรื่องนี้ไม่ได้หนัก ด้วยการเล่าเรื่องให้ออกไปในทางขำขัน หรือไม่ได้พยายามเค้นให้ความรู้สึกออกมา คนอ่านจึงจะไม่ได้อารมณ์ดิ่งเกินไป อืม ค่อนข้างไปในทางสุขนิยมด้วย แต่ในทางหนึ่ง ก็คือไม่ใจร้ายกับความรู้สึกคนอ่าน
โดย: ออโอ วันที่: 10 ตุลาคม 2563 เวลา:14:14:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments