กันยายน 2560

 
 
 
 
 
1
2
3
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
4 กันยายน 2560
All Blog
Wolfsong T.J. Klune เขียน


เรื่องแรกที่ซื้อ e-book จาก Amazon อยากจะกรีดร้องให้ก้องโลกว่าในที่สุดก็ซื้อเป็นแล้วค่าาา Smiley

สถานการณ์ตอนนี้หลังจากผ่านไปเดือนเศษ มีหนังสืออยู่ในคลังกว่าหกสิบเล่มแล้ว... กดเพลินไปหน่อย Smiley

แล้วเรื่องที่กดมาส่วนใหญ่คือเรื่องที่ไม่ได้อยากได้นะ แต่ราคาดีงาม เรื่องย่อดีงาม รีวิวดีงาม ส่วนเล่มที่อยากได้จริงๆ น่ะ ยังไม่กด รอมันลดราคาอยู่ เป็นวิถีอุบาทว์ของคนตกอยู่ในอำนาจของลดราคา ควรใช้วิจารณญาณก่อนทำตาม Smiley


นิยายในหมวดนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย




(รูปจาก Goodreads)

Wolfsong (Green Creek #1)
by T.J. Klune 
Dreamspinner Press (June 20, 2016)
Print Length: 400 pages
Digital List Price: $6.99
Print List Price: $17.99
Kindle Price: $5.38 (now)

Ox was twelve when his daddy taught him a very valuable lesson. He said that Ox wasn’t worth anything and people would never understand him. Then he left.

Ox was sixteen when he met the boy on the road, the boy who talked and talked and talked. Ox found out later the boy hadn’t spoken in almost two years before that day, and that the boy belonged to a family who had moved into the house at the end of the lane.

Ox was seventeen when he found out the boy’s secret, and it painted the world around him in colors of red and orange and violet, of Alpha and Beta and Omega.

Ox was twenty-three when murder came to town and tore a hole in his head and heart. The boy chased after the monster with revenge in his bloodred eyes, leaving Ox behind to pick up the pieces.

It’s been three years since that fateful day—and the boy is back. Except now he’s a man, and Ox can no longer ignore the song that howls between them. 

(ข้อมูลจาก Goodreads และ Amazon ยึดราคาตาม Amazon)


คุยกันหลังอ่าน

ตัวเอก ออกซ์ ชื่อเต็มออกซ์นาร์ด หรือน้องวัว (Ox) ชื่อหลังเราเรียกเอง คำว่าน้องเพื่อแสดงความเอ็นดู ทั้งๆ ที่พี่ตัวใหญ่เหมือนวัวปักหลัก เอ้ย ยักษ์ปักหลั่น

เดิมออกซ์อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ในเมืองเล็กๆ ที่แทบไม่มีอะไรเลย แต่เมื่อออกซ์อายุสิบขวบ อยู่ๆ พ่อก็เก็บของออกจากบ้านไป ก่อนไปพ่อพูดกับเขาว่า แกต้องเจอกับเรื่องยุ่งยากตลอดชีวิตของแก แล้วประโยคนี้ก็ตามมาหลอกหลอนตลอดชีวิตที่เหลือของเขา

ออกซ์เหลือแค่แม่ เขาจึงพยายามเรียนรู้ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อดูแลแม่ให้ได้
ออกซ์กับแม่ได้รับความช่วยเหลือจากกอร์โด กอร์โดเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถที่พ่อเขาเคยทำงานอยู่ กอร์โดเป็นเหมืือนทั้งเพื่อน พี่ชาย และพ่อของเขา

ออกซ์ไม่มีเพื่อน เขาตัวใหญ่ พูดไม่เก่ง คำพูดมากมายติดอยู่ที่ปลายลิ้น นอกจากแม่ ก็มีกอร์โด ไม่นานก็รวมเพื่อนของกอร์โด พวกผู้ชายที่ทำงานในอู่ แม้มีจำนวนไม่มาก แต่ก็อบอุ่น

เมื่อออกซ์อายุสิบหก บ้านร้างสุดปลายถนนใกล้บ้านของเขาก็มีคนย้ายเข้ามาอยู่ เด็กชายอายุสิบขวบที่เหมือนทอร์นาโดขนาดย่อมๆ เข้ามาพัดเข้าเข้าสู่ใจกลางพายุ เด็กชายชื่อโจ เป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวที่เพิ่งย้ายเข้ามา โจพูดมากและปรู๊ดปร๊าดจนเขาทำอะไรไม่ถูก แต่ออกซ์มารู้ภายหลังว่านั่นเป็นการพูดครั้งแรกในรอบสิบแปดเดือนของโจ

ออกซ์ได้รับการต้อนรับอย่างดี เขาเหมือนโดนโอบกอดจากครอบครัวที่อบอุ่นและอุ่นหนาฝาคั่ง ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้

และหลังจากนั้น เขาก็ได้รู้ความลับ...


+++

Wolfsong แปลตามตัวก็คือบทเพลงหมาป่า ในเรื่องเปรียบการเห่าหอนของหมาป่าเป็นการร้องเพลงสื่อความรู้สึก บอกความหมายของคำว่าครอบครัว ขอเรียกว่าหมาป่าครวญละกันเนอะ

จากชื่อเรื่องน่าจะพอเดาได้ว่าเรื่องนี้มีหมาป่า และก็มีมนุษย์หมาป่า การกลายร่างอะไรเทือกนั้น

ซึ่งถูก แต่ไม่ใช่ใจความหลักของเรื่อง เพราะฉะนั้นใครที่หวังแฟนตาซีจัดๆ อลังการวูบวาบ อาจผิดหวังนะคะ

สิ่งที่เรื่องนี้เน้นหนักคือความรู้สึก และความหมายของคำว่าพวกพ้องและครอบครัว
ฉากมีแค่เมืองที่ออกซ์อยู่ การเดินเรื่องและเหตุการณ์ก็จะวนเวียนไปมาอยู่ไม่กี่อย่าง

เล่าเรื่องช้าๆ เนิบๆ เนือยในหลายๆ จุด จุดที่เรารู้สึกไม่โอเคที่สุดคือการเล่าประเด็นเดิมซ้ำไปซ้ำมาช่วงครึ่งหลัง ยืดเรื่องเกินจำเป็น คือพูดถึงประเด็นเก่าๆ ที่พูดไปแล้วซ้ำหลายรอบ นี่นึกว่าปุ่มรีเพลย์ค้าง พอนึกภาพตามถึงเรื่องที่ใช้อารมณ์ความรู้สึกเป็นตัวนำเรื่อง เรายอมรับได้ถึงการเล่าซ้ำๆ เพื่อตอกย้ำ แต่เรื่องนี้เหมือนเกินระดับที่ตัวเราเองยอมรับได้ไปอีกขั้นหนึ่ง เสียดายตรงนี้ ไม่งั้นเราจะชอบเรื่องนี้กว่านี้มากๆ เลย

ชอบครึ่งแรกมาก ชอบการทำความรู้จัก เรียนรู้ เวลาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างออกซ์และโจ และออกซ์กับคนอื่นๆ การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของออกซ์คนซื่อ (หรือเปล่า?) ที่มักช้ากับอะไรหลายๆ อย่างเสมอ

ตัวละครน่ารัก มีชีวิตชีวา บทตลกผู้เขียนทำได้ดีมาก ฮาแทบทุกฉาก ตัวละครชงและรับมุกกันดี ช่วงอบอุ่นน่ารักก็ทำได้อุ่นถึงหัวใจ

ช่วงบีบคั้นทำได้ค่อนข้างดี มีน้ำตาซึมตามบ้างเหมือนกัน

ในเรื่องจะพูดถึงสีที่แสดงอารมณ์ต่างๆ สีฟ้าคือเศร้า สีม่วงโกรธ (หรือเปล่านะ ลืม) สีเขียวผ่อนคลายสบายใจ

สีที่เป็นตัวแทนเรื่องนี้มากที่สุดคือสีเขียวนะ ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่สงบใจที่สุดก็คือบ้าน คือครอบครัว

ความรักในเรื่อง ช่วงกุ๊กกิ๊กน่ารักมากเลย แต่ช่วงที่ไม่ได้ดังใจก็ชวนอึดอัดไม่น้อย ไม่ใช่สายฟินเท่าไรนะคะ

เนื้อหาบางประเด็นยังไม่จบ คิดว่าน่าจะมีภาคต่อโดยใช้ตัวละครอื่นดำเนินเรื่องนะคะ อันนี้เดาจากการตอบของผู้เขียนใน goodreads

4 ดาว โอชอบหลายๆ อย่างในเรื่อง มีส่วนที่ชอบมาก และมีส่วนที่อึดอัดใจรวมอยู่พร้อมกัน (หลักๆ แล้วมาจากเหตุผลเรื่องเล่าซ้ำ ยืดเยื้อนี่แล)



ประโยคต่อไปนี้อาจทำให้รู้แนวทางของเรื่องมากขึ้น แต่ก็จะสปอยล์เนื้อเรื่องมากขึ้นเช่นกัน

อยากรู้ตามมา

.
.
.
.
.
.
.

- ออกซ์ชอบคิดว่าตัวเองเป็นแค่ออกซ์ คนธรรมดา ทำงานอู่ซ่อมรถ แต่คนอื่นคิดว่าออกซ์เป็นคนพิเศษ คนสำคัญ

- ออกซ์มีอะไรบางอย่างที่ทำให้คนอยู่ด้วยแล้วสบายใจ มีอะไรที่ทำให้คนเชื่อ ศรัทธา หลงใหล เสน่ห์แรงใช่ย่อย โดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลย

- บางครั้งออกซ์ก็ดูทึ่มๆ ช้าๆ ไปบ้าง แต่บางครั้งหัวก็ไวใช่ย่อย แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ใช่คนโง่ แค่เป็นคนซื่อ แต่พอพิมพ์คำนี้ ในหัวก็จะรู้สึกขัดแย้งอีกนั่นแหละ

- ครอบครัวของโจช่วยเติมเต็มชีวิตของออกซ์ได้ดี

- ออกซ์ถูกเด็กจองตัวตั้งแต่เด็กอายุสิบขวบ แถมครอบครัวเด็กก็รู้เห็นเป็นใจเป็นอย่างดีอีก

- บางครั้งก็นึกถึงนิทานเจ้าหญิงที่มีหญิงสาวแสนสวยกับสัตว์ทั้งหลาย





ฉบับแปลภาษาไทยลิขสิทธิ์อยู่ที่สำนักพิมพ์ Pride (Facebook Page : Pride by Kaewkarn) ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์เครือเดียวกับสำนักพิมพ์แก้วกานต์ แต่แตกออกมาเป็นแนว M/M Romance หรือแนววายค่ะ 

ออกช่วงงานหนังสือเดือนตุลาคมค่ะ Smiley



Create Date : 04 กันยายน 2560
Last Update : 6 กันยายน 2560 13:11:09 น.
Counter : 4105 Pageviews.

5 comments
  
คุณโอเข้าวังวนอเมซอนแล้วววว ของลดราคาเยอะมาก ระวังกองดองระเบิดนะคะ หลังๆนี่กบต้องเข้มงวดกะตัวเอง ต่อให้ลดราคาก็จะซื้อเฉพาะเล่มที่สนใจจริงๆ แต่นี่ขนาดสกรีนแล้วสกรีนอีก ก็ยังซื้อมากกว่าอ่านอยู่ดี
โดย: Froggie วันที่: 5 กันยายน 2560 เวลา:7:54:29 น.
  
เราก็มีโหลด e-book ไว้เต็มเหมือนกันค่ะ (แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกของฟรี ) แต่เอาเข้าจริง ก็อ่านแต่นิยายเล่มมากกว่า เป็นความเคยชินที่แก้ยาก

แต่ก็นะ กำลังมอง ๆ e-reader อยู่เหมือนกันค่ะ ถ้าราคาลดลงมาอีกหน่อย อาจจะหามาใช้ค่ะ น่าจะถนอมสายตามากกว่าพวก tablet

สาย y นี่ ยังคงแอบมองอยู่ห่าง ๆ ค่ะ
โดย: Serverlus วันที่: 5 กันยายน 2560 เวลา:21:51:25 น.
  
คุณกบ มันระเบิดแล้วค่า อ่านไม่ทัน แต่เห็นแล้วมันน่าอ่านไปหมดเลยนะคะ

คุณเอ้ พวกฟรีส่วนใหญ่ที่โอเห็นเป็นเล่มแรกของชุดค่ะ โอเองก็อ่านในมือถือค่ะ ปรับเป็นซีเปียให้มันลดสะท้อนแสงหน่อย ไม่มี e-reader เหมือนกัน
โดย: ออโอ วันที่: 6 กันยายน 2560 เวลา:14:43:33 น.
  
พอจะบอกได้ไหมคะว่าใครบนใครล่าง
โดย: some IP: 125.25.164.151 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2560 เวลา:17:19:26 น.
  
คุณsome ในเรื่องเขียนเหมือนให้มองได้ว่าสลับค่ะ แต่ถ้าเจาะจงในเล่มหนึ่ง โจอยู่บนนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:16:49:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments