กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
6
7
9
11
12
16
18
19
22
24
26
28
29
30
 
 
All Blog
บุพเพบาป Se Ru Kong (เซ่อหรูคง) เขียน
4/8/2020



 



 

บุพเพบาป (2 เล่มจบ) 

Se Ru Kong (เซ่อหรูคง) เขียน  Primavera แปล 

สำนักพิมพ์ BLY  ในเครือบงกช 

480 บาท  468 หน้า 


#แปลจีน #yaoi #boyslove #บุพเพบาป #เซ่อหรูคง #BLY #รีวิวนิยาย #ออโอ


*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย

 

หลังปกเล่ม 1 
 

สกุลอันอาศัยสูตรลับที่ตกทอดกันมาหลายรุ่นหมักบ่มสุราเก้าวสันต์ เป็นสุราบรรณาการที่ถวายแก่วังหลวง ด้วยเหตุนี้จึงพอจะจินตนาการได้ว่าสกุลอันร่ำรวยมั่งคั่งเพียงใด ว่าหลังจากบ้านหลักมีผู้สืบทอดสกุลเพียงคนเดียวมาสามรุ่น เจ้าบ้านคนปัจจุบันจึงรับเด็กชายอายุไล่เลี่ยกับบุตรชายมาอุปการะ ในปีนั้นอันเฉิงอิงอายุห้าขวบ อันเซ่าโหยวอายุเจ็ดขวบ บุพเพบาป... ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น 

ยี่สิบปีต่อมา ที่หอนายบำเรอเล็ก ๆ มีนายบำเรอนามว่าเฉิงอิน เขาไม่เคยเลือกแขกและต้อนรับแขกอย่างขยันขัยแข็ง สิ่งที่เขาชอบที่สุดก็คือสุราเก้าวสันต์... ในวันวานเขาเคยเป็นถึงนายน้อยบ้านใหญ่สกุลอัน บัดนี้กลับกลายเป็นนายบำเรอร่วมเรียงเคียงหมอนกับคนมากหน้าหลายตา ส่วนเด็กชายจากบ้านรองผู้นั้นกลับกลายเป็นเจ้าบ้านสกุลอัน เวลาล่วงผ่าน สิ่งต่าง ๆ ผันเปลี่ยน ยี่สิบปีที่ผ่านมานี้เกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้างหนอ...? 





 

คุยกันหลังอ่าน 


โออ่านปกหลังเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าน่าอ่านจัง แต่หาตัวอย่างอ่านไม่ได้ เลยตัดสินใจเสี่ยงดวง ซื้อเลย 

เธอ มันดราม่า น้ำเน่าเคล้าเงาจันทร์มาก รันทดจริง เจ็บจริง ไม่ต้องมีสแตนด์อิน แต่มันดีอะ โอชอบ 

เรื่องเริ่มจาก ต้นตระกูลสกุลอันซึ่งเชี่ยวชาญการหมักสุรา มีสองพี่น้อง แต่สองพี่น้องนี้ดันทะเลาะกัน สุดท้ายผู้เป็นพี่แพ้ จึงต้องแยกบ้านไป กลายเป็นบ้านใหญ่กับบ้านรองนับแต่นั้น บ้านรองโกรธแค้นบ้านใหญ่มาก จึงสั่งสอนปลูกฝังลูกหลายต่อ ๆ กันมาเรื่องความไม่เป็นธรรมที่ได้รับจากบ้านใหญ่  

หลายสิบปีผ่านไป พ่อแม่ของนายเอก ซึ่งอยู่บ้านใหญ่ ก็ไปขอรับเด็กจากบ้านรองมาอยู่เป็นเพื่อนลูก เด็กคนนั้นก็คืออันเซ่าโหยวจากบ้านรอง หรือก็คือพระเอกของเรานั่นเอง อันเซ่าโหยวตอนนั้นอายุเจ็ดขวบ ส่วนนายเอก อันเฉิงอิง อายุห้าขวบ ต่างกันสองปี 

อันเซ่าโหยวนั้นได้รับการปลูกฝังเช่นเดียวกับเด็กสกุลอันจากบ้านรองคนอื่น ๆ ว่าบ้านใหญ่นั้นไม่ดี จึงทำให้รู้สึกโกรธเกลียด พาลไปถึงตัวอันเฉิงอิงด้วย แต่อันเซ่าโหยวก็รู้ดีว่า ถ้าจะอยู่ในบ้านใหญ่ ก็ต้องทำตัวดี ๆ เพราะฉะนั้นต่อหน้าผู้ใหญ่ ก็จะไม่แสดงทีท่าว่าตนเกลียดอันเฉิงอิง 

ถึงตอนนี้อาจมีคนสงสัยว่าพระนายสองคนนี้นี่เขาถือว่าเป็นพี่น้องกัน มัน incest หรือเปล่า ในเรื่องผู้เขียนอธิบายว่า ด้วยความที่บ้านรองรู้สึกว่าต้องพยายามทำให้บ้านนั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกร จึงขยับขยายตระกูล มีบ้านเล็กบ้านน้อย แตกแขนงไปเรื่อย จนมีคนมากมายไปหมด พระเอกนายเอกจึงเหมือนญาติที่สายเลือดห่างกันมาก เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับจะมองละกันนะคะ  

เกริ่นถึงแค่นี้ เรื่องก็ตัดฉับไปอีกยี่สิบปีให้หลัง อันเฉิงอิง กลายเป็น เฉิงอิน นายโลมประจำหอฉินยวนที่ชายแดน  

กลายเป็นนายโลมไม่เท่าไร (เพราะว่ามันเป็นพล็อตที่เรารู้จากปกหลังแล้วไง) แต่คุณน้องดันเป็นนายโลมแบบหลั่นล้าลั้นลาสุด ๆ สุขเกษมเปรมปรีดิ์จนเราได้แต่ร้องโอ้โห ตอนนั้นเฉิงอินอายุยี่สิบห้าปีแล้ว ถือว่าเข้าสู่วัยที่ต้องเกษียณอายุของอาชีพนายโลม นางก็ช่ำชองวิธีรับมือลูกค้า ดูแลเพื่อนร่วมงาน พูดง่าย ๆ เป็นผู้ช่วยเถ้าแก่ได้อย่างดี อัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง พูดด้วยง่าย ในแง่ของอาชีพ เฉิงอินไม่เคยปฏิเสธลูกค้าเลยสักคน จนเถ้าแก่ต้องปรามเลยทีเดียว 

ขอคั่นนิดสำหรับคนที่สงสัยว่านายเอกเราขายแค่ศิลปะหรือขายร่างกาย ตอบว่าขายหมดนั่นแหละค่ะ ก็บอกแล้ว เรื่องนี้เล่นจริงเจ็บจริง ไม่มีกั๊กเลย แต่ในเรื่องไม่มีเขียนฉากอธิบายรายละเอียดในด้านนั้นนะคะ ผู้เขียนใช้วิธีอธิบายผ่านสายตาและมุมมองคนอื่นมาเล่าถึงนายเอกมากกว่า ซึ่งก็สร้างความเจ็บลึกให้ผู้อ่านได้ไม่แพ้กัน... โอย 

กลับมาที่เรื่องกันดีกว่า นายเอกออกโรงแล้ว ต่อมาก็ถึงคิวพระเอก อันเซ่าโหยวที่เดินทางมาทำธุรกิจที่ชายแดน ก็มาเจอะเฉิงอินที่เป็นนายโลมเข้าพอดี ก็มีหลายอารมณ์เลยค่ะ สุดท้ายอันเซ่าโหยวก็แบกเฉิงอินกลับบ้านพัก ตลกตรงตอนแรกน้อง ๆ เพื่อนร่วมงานก็ขวางอยู่ พอพระเอกโยนเงินค่าตัวเฉิงอินให้ก็ไม่ค้านอะไรอีก เฉิงอินก็เหมือนกัน ก็ลูกค้าจ่ายเงินแล้วน่ะนะ 

ตอนนี้เข้าโหมดจำเลยรัก กักขังฉันเถิดกักขังไป... ขังตัว อย่าขังหัวใจดีกว่า... พระเอกสุดโฉดปะทะนายเอกที่เศร้าระทม ผิด! ไม่ใช่ เฉิงอินไม่ได้เศร้าค่ะ นางออกแนวปลง ยอมรับชะตากรรม ติดจะเป็นคนที่ตลกได้ในสถานการณ์ที่ไม่น่าขำด้วยซ้ำ และเอาจริง ๆ พระเอกก็... อา เราจะยังไม่พูดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้ 

ถึงตอนนี้ผู้อ่านคงสงสัย อะไรที่ทำให้ชีวิตอันเพียบพร้อมของนายน้อยเจ้าของกิจการสุราอันเลื่องชื่ออย่างอันเฉิงอิง ต้องตกต่ำกลายเป็นนายโลม เถ้าแก่หอฉินยวนก็สงสัยเช่นกัน ถึงตอนนี้ เฉิงอินจึงเล่าที่มาที่ไปให้ฟัง 

เริ่มจากคำง่าย ๆ คำเดียว “รัก” อันเฉิงอิงรักอันเซ่าโหยว รักมาก ทุ่มเทมาก แต่ให้ไปเท่าไร อันเซ่าโหยวก็ไม่ตอบสนอง แถมยังแสดงท่าทีต่อต้านรังเกียจอันเฉิงอิงตลอดมา ไม่เคยแสดงสีหน้าดี ๆ ให้สักครั้ง จนถึงเมื่ออันเฉิงอิงได้รับมอบสืบทอดกิจการสกุลอัน เขาจึงยกตำแหน่งนั้นให้อันเซ่าโหยวอย่างไม่เสียดาย ด้วยความหวังว่าอันเซ่าโหยวจะเห็นความจริงใจ ซ่อนเร้นเรื่องการติดหนี้บุญคุณ แต่เรื่องราวกลับเปลี่ยนไปทางตรงกันข้าม นอกจากอันเซ่าโหยวจะไม่เห็นใจอันเฉิงอิงแล้ว เขายังประชดประชัน กดเฉิงอิงให้เป็นข้ารับใช้ และในที่สุด ก็ขายเฉิงอิงให้หอนายโลม... 

เลว ทราม ต่ำ ช้า โฉด ชั่ว  

สารพันคำด่าพระเอกเลยทีนี้ 

ทำไมถึงใจไม้ไส้ระกำขนาดนี้ ทำไมทำกับน้องได้ลงคอ ทำไม ทำไม ทำม้ายยย 

เถ้าแก่รู้ เถ้าแก่ก็ด่า อ้อ เถ้าแก่หอฉินยวนชื่อเย่าหลิง และเถ้าแก่คนนี้ไม่ใช่เถ้าแก่ของหอนายโลมที่เฉิงอินถูกขายครั้งแรกนะคะ น้องน่าจะเปลี่ยนหอมาแล้วหลายครั้ง แต่หอฉินยวน หอปัจจุบันที่เฉิงอินอยู่ เป็นหอที่ดูแลนายโลมดีที่สุดที่เท่าที่เฉิงอินสัมผัส 

แต่ในฐานะคนอ่าน เรารู้เราเห็นมากกว่าตัวละครในเรื่อง แน่นอนว่ามองเห็นช่องโหว่บางอย่างของเรื่องราวนี้อยู่ (ซึ่งก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเล้ย) 

หลังจากเรารู้เรื่องราวความเป็นมาจากมุมมองของเฉิงอิน ผู้เขียนก็ค่อย ๆ เผยเรื่องราวจากมุมของอันเซ่าโหยวบ้าง อันเซ่าโหยวนั้น เดิมทีก็ถูกปลูกฝังมาให้เกลียดบ้านใหญ่ ทำให้ไม่ชอบหน้าอันเฉิงอิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อันเฉิงอิงยังเป็นนายน้อยของบ้าน ที่ทุกคนรัก ทุกคนเอ็นดู ทำให้มีนิสัยเหมือนเด็ก รักสนุก เอาแต่ใจ อันเซ่าโหยวยิ่งไม่ชอบ นอกจากนี้ อันเฉิงอิงยังทำเรื่องที่ไม่น่าอภัยอย่างการบังคับขืนใจอันเซ่าโหยวด้วย คราวนี้เลยยิ่งไปกันใหญ่เลย พออ่านถึงตรงนี้ถึงพอเห็นภาพว่า สองคนนี้มีส่วนผิดด้วยกันทั้งคู่ ทำให้เรื่องราวบานปลาย 

ในตอนที่เรานึกว่าเรื่องไม่น่าจะมีอะไรเลวร้ายมากกว่านี้แล้ว ในเล่มหนึ่งนายเอกเราก็เจอเรื่องสาหัสมาไม่ใช่น้อย น่าจะหมดเรื่องหมดราวสักที ปรากฏว่า ไม่ค่ะ เล่มสองยังต่อความหนัก ย้ำความช้ำ อ่านแล้วได้แต่อ้าปาก โห คุณพี่นักเขียนคะ พี่ช่างไม่ถนอมบุปผางามเอาซะเลย   

 

พล็อตไม่ได้ล้ำ ไม่ได้แปลกอะไร อะไรที่มีในนิยายน้ำเน่า เรื่องนี้แทบจะมีทั้งหมดเลย แต่โอชอบที่โอรู้สึกว่าเรื่องมันมีเหตุผลสนับสนุนการกระทำของตัวละครตลอด อ่านแล้วจะไม่ค่อยรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไม จะไม่มีคำถามนี้ขึ้นมา เหมือนผู้เขียนรู้ว่าผู้อ่านจะรู้สึกยังไง จะเกิดคำถามอะไร แล้วเขาหาคำตอบอธิบายเตรียมไว้ให้ในเรื่อง เช่น เรื่อง incest ที่โอบอกให้ตอนต้น เรื่องที่เฉิงอินทำไมไม่รู้สึกโกรธอันเซ่าโหยวเลย หรือทำไมเฉิงอินถึงดูปลงตก ดูปล่อยวางจัง เรื่องความดูไม่ค่อยได้ความของอันเซ่าโหยว อะไรอย่างนี้ ในความเรียบง่ายที่ดูจากเส้นเรื่องแล้วเดาง่ายซะเหลือเกิน มันก็จะมีบางอย่างที่ชวนประหลาดใจแทรกเข้ามา นอกจากนี้ โอชอบที่ผู้เขียนเก็บรายละเอียด อะไรที่ควรมีในเรื่องที่มีเซ็ตติ้งแบบนี้ เขาก็คงไว้ เช่น ในเมื่อเฉิงอินเป็นนายโลม สายตาของคนนอกที่มองก็จะไม่ใช่ความนับถือ แต่เป็นการดูหมิ่น และน้องก็รู้ ถึงจะทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่จริง ๆ ก็รู้สึก หรือการที่ออกไปข้างนอก แล้วต้องเจอคนที่ตนเคยหลับนอนด้วย ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือความคาดหมาย รวมถึงถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามด้วย อ้อ แต่ความเว่อร์ในนิยายก็ไม่ใช่ว่าไม่มีนะ แอบมีเหมือนกัน แต่โทนโดยรวมคือค่อนข้างจะอิงความรู้สึกในชีวิตจริง 

 

ในแง่ของตัวละคร โอชอบมาก โอรู้สึกว่าทั้งตัวพระเอกและนายเอกมีพัฒนาการ มีการจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตน เมื่อผ่านแต่ละสถานการณ์ ตัวละครก็จะคิด วิเคราะห์ พยายามทำความเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น พวกเขาอาจไม่ใช่คนดีที่สมบูรณ์ แต่มีความพยายาม พัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งพระนายก็ดีมาก โอชอบหลายฉากเลย รู้สึกว่ามันมีความทะนุถนอมความรู้สึก ใส่ใจกัน อะไรอย่างนี้ 

เดินเรื่องกระชับ เรื่องเดินตลอดเวลา ไม่ยืดสักนิดเลย และถือว่าดึงอารมณ์ตัวละครร่วมไปกับคนอ่านได้ดี ในนิยายหลายเรื่องที่เดินเรื่องเร็ว มักมีปัญหาเรื่องอารมณ์ตัวละครไม่ค่อยถึง เพราะทุกอย่างมันเร็วเกินไป แต่เรื่องนี้ถือว่าทำได้ดีเลย 

ส่วนที่ไม่ชอบ ก็มีนะ คือตอนพิเศษท้ายเล่มสองตอนสุดท้ายเลย คือโอรู้สึกว่ามันเหมือนฉีกอารมณ์จากเรื่องหลักทั้งหมดไปเป็นอีกจักรวาลเลย  แต่โอพยายามมองให้มันเป็นตอนพิเศษแค่ตอนเดียว ไม่ได้ยาวอะไร และไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องหลักอยู่ ก็พอไหว  

ไม่รู้ว่าผู้เขียนเขียนเรื่องของคนอื่นต่อไหม คือมันจบในตัวแล้วละ แต่บางอย่าง โอรู้สึกว่าผู้เขียนอาจจะอยากเขียนเล่มต่อ มันสามารถเขียนเล่าต่อไปอีกได้ 

 

4 ดาว นิยายดราม่าที่ไม่ค่อยรู้สึกดราม่าเพราะนายเอกเป็นสายชิล แต่มองลึก ๆ ก็ยังคงดราม่าอยู่ดี อา แล้วอิฉันจะเขียนให้งงทำไม 

 

นี่ไม่ค่อยได้อ่านนิยายของ BLY เลย อ่านโฆษณาท้ายเล่มแล้วอยากอ่านหลายเรื่อง แทบทั้งหมดโอเพิ่งรู้จักด้วย ใน Goodreads นี่ก็ไม่มีคนแอดข้อมูลหนังสือให้ สำนักพิมพ์น่าจะใส่นะ หารีวิวก็ยาก ถ้ามีข้อมูลเยอะ ๆ มีตัวอย่างให้อ่าน มีรีวิว คนอาจสนใจเพิ่มก็ได้ 

 

 




Create Date : 20 กันยายน 2563
Last Update : 20 กันยายน 2563 14:09:16 น.
Counter : 314 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkatoy

  
คุณkatoy ขอบคุณสำหรับโหวตมาก ๆ นะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 22 กันยายน 2563 เวลา:10:40:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments