กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
6
7
9
11
12
16
18
19
22
24
26
28
29
30
 
 
All Blog
เกมรักนี้ราคา 500 หยวน iXiura เขียน

โอหายจาก bloggang ไปนานเลยค่ะ ย้ายถิ่นไปอยู่ที่เพจเฟซบุ๊ก สาเหตุเพราะตอนนั้นโอมีปัญหาในการใช้ bloggang มันจัดหน้าไม่ได้ เขียนลำบาก ลงรูปก็ยาก คราวนี้เลยไม่ได้เข้าเลย จำรหัสผ่านไม่ได้ด้วย ลองอยู่นานเลย 1 แนะนำให้ติดตามเพจในเฟซบุ๊กด้วยนะคะ ในนั้นจะอัปเดตบ่อยค่ะ มาค่ะ มาอยู่ด้วยกัน ฮ่า ๆ โอมีไอดีใน goodreads สามารถกดติดตามได้ด้วยเช่นกัน แต่จะมีหนังสือบางเล่มที่ไม่มีข้อมูลใน goodreads เพราะฉะนั้นเรื่องนั้นก็จะไม่มีรีวิวจากโอค่ะ โอเพิ่งใช้งานทวิตเตอร์ด้วย แต่มันจะลิงก์มายังเฟซบุ๊กอยู่ดีนะคะ 108

ไม่ได้เข้า bloggang จริง ๆ ค่ะ คอมเมนต์ก็ไม่ได้เข้ามาอ่านด้วย ขอโทษคนที่เข้ามาทักทายนะคะ เดี๋ยวโอทยอยตอบ โอเป็นคนประหลาด ๆ งี้ค่ะ ถ้าชอบอะไรช่วงนั้นจะบ้าคลั่งเช็กตลอด แต่ถ้าหายไปก็คือหายจริง ๆ ค่ะ จะไม่ได้เข้ามาเช็กอะไรเลย ลึก ๆ โออาจกลัวก็ได้ โอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

โอคิดว่าจะทยอยลงรีวิวที่ยังไม่ได้ลงที่นี่ (แต่ลงในเพจไปแล้ว) นะคะ ไม่รู้พอบอกอย่างนี้ ทำจริงจะได้แค่ไหน แต่เป็นความตั้งใจว่าจะทำอย่างนี้ค่ะ


เรื่องนี้ลงรีวิวในเพจเมื่อ 2/9/2020

 

เกมรักนี้ราคา 500 หยวน (3+1 เล่มจบ) 

iXiura เขียน  Fionie แปล 

สำนักพิมพ์ Lavender  ในเครือบีทูเอส 

899 บาท  1,063 หน้า 

#แปลจีน #yaoi #นิยายวาย #เกมรักนี้ราคา500หยวน #iXiura #Lavender #รีวิวนิยาย #ออโอ

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย


หลังปกเล่ม 1 

 

หลิงหยางซื้อไอดีตัวละครหญิงในเกม ‘หุนต้าน OL’ มาในราคา 500 หยวน ทันทีที่ล็อกอินเข้าไปในเกมก็พบว่าไอดีนี้ติดหนี้ผู้คนไว้มหาศาล มิหนำซ้ำยังได้สามีแถมมาด้วย ! 

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรับบทเป็น ‘คนรัก’ ของสามีคนนั้น  

และเรื่องราวของละมั่งน้อยที่หลงเข้าไปในอ้อมกอดของหมาป่าจึงได้เริ่มต้นขึ้น 

 

หลิงตางเอ๋อร์: ฉันแค่ซื้อไอดีมาเองนะ ทำไมต้องพ่วงสามีแถมมาด้วย ? 

เยี่ยหลาง: นายไม่เอาสามีแต่จ่ายหนี้แทนได้นะ 

หลิงตางเอ๋อร์: ไม่เอาของแถมได้มั้ยที่รัก ? 

เยี่ยหลาง: ขอโทษด้วย มันคือสินค้าขายพ่วง ซื้อแล้วไม่รับคืน 

 

คุยกันหลังอ่าน 

 

อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ไปว่าช่วงนี้โอติดลมการอ่านตัวอย่างนิยายใช่มั้ยคะ เรื่องนี้โอก็ได้มาเพราะไปอ่านตัวอย่างแล้วติดเหมือนกัน  

 

จริง ๆ โอเข้าไปอ่านตัวอย่างเรื่อง ‘เกิดใหม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือฉันจะ (ไม่) จีบนายอีกรอบ !’ แต่มันสั้นไง พระเอกก็ยังไม่โผล่ด้วย เลยยังตัดสินใจไม่ได้ พอดีเรื่องนี้โชว์ขึ้นมา เลยคลิกเข้าไปอ่านแบบไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะแนวเกมงี้โอไม่ค่อยถนัด เราไม่ใช่สายนี้ ปรากฏว่ายาวเลยค่ะ อ่านแทบไม่ได้นอน โออ่านไปหกสิบเอ็ดบทแล้วค่อยคิดได้ว่าเราควรหาเล่มมาอ่านซะทีดีกว่า ตอนอ่านตัวอย่างโออ่านแบบข้ามช่วงแซว ที่เป็นกระดานสนทนาตอนขึ้นต้นบางบทด้วย พอเล่มมาถึงโอก็เลยอ่านใหม่แบบเก็บรายละเอียดเลย  

 

เป็นแนวคอมเมดี้โรแมนติก เกมออนไลน์ค่ะ 

 

เพราะเกลียดการเก็บเลเวล หลิงหยาง (นายเอก) เลยไปซื้อตัวละครในเกม ‘หุนต้าน OL’ มาในราคา 500 หยวน ไอดีที่ซื้อชื่อ หลิงตางเอ๋อร์ เป็นตัวละครหญิง สิ่งที่หลิงหยางไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ หลิงตาเอ๋อร์มีสามีในเกมแล้ว แถมเธอยังติดหนี้คนในเกมเป็นจำนวนมหาศาล หลิงหยางไม่อยากมีศัตรู และเขาก็ไม่มีเงินใช้หนี้ เยี่ยหลาง สามีในเกม เลยยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าหลิงหยางยอมเล่นละครรับบทเป็นหลิงตางเอ๋อร์คนเก่า เขาจะชดใช้หนี้แทนให้ โดยมีข้อแม้คือต้องเชื่อฟังเขาทุกอย่าง หลิงหยางจึงได้แต่กล้ำกลืนรับปาก 

 

แต่การเชื่อฟังแต่โดยดีไม่ใช่นิสัยของหลิงหยางอยู่แล้ว เยี่ยหลางจึงต้องรับมือกับความประหลาด ป่วน ชวนป่วยจิต ของหลิงตางเอ๋อร์เวอร์ชันใหม่นี้เช่นกัน 

 

+++ 

 

พอบอกว่าเป็นแนวเกม คนที่ไม่ใช่สายเกมก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก อุ๊ยว้าย ฉันจะเข้าใจไหม กลัวอ่านไม่รู้เรื่อง ฉันกลัวข้อมูล เพราะโอเป็นเหมือนกันค่ะ แต่โอว่าเรื่องนี้คนเขียนเขียนดีมาก ๆ คนหนึ่งเลย เขาบาลานซ์เรื่องได้ดี ไม่อัดข้อมูลเข้ามาทุกอย่างในทันที แต่ค่อย ๆ ใส่เข้ามาพร้อมกับเดินหน้าเนื้อหาในนิยาย และไม่เทไปในทิศทางใดทางหนึ่งมากเกินไป วางแผน คุม และจัดระเบียบเรื่องได้ดี เรียกว่า ทุก ๆ บทไม่เสียเปล่า  

 

หลิงหยาง เป็นนายเอกประเภทแสบ ๆ กวน ๆ ในเกมจะออกสาว ๆ หน่อย เรียกเยี่ยหลางว่าสามีอย่างนี้อย่างนั้น ดูออดอ้อนผสมน่าถีบไปในคราวเดียวกัน แต่ในชีวิตจริง หลิงหยางจะไม่สาวเท่า เขาเป็นเด็กมนุษยสัมพันธ์ดี ยิ้มง่าย สดใสร่าเริง เป็นคนที่ทำให้คนใกล้ ๆ รู้สึกดีด้วยไม่ยาก หลิงหยางเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งเลยค่ะ ด้วยความที่เขาเข้ากับคนง่าย ทำกิจกรรมไปทั่ว เลยมีเพื่อนจากหลากหลายกลุ่มก๊วน ตอนเริ่มเรื่องหลิงหยางอยู่ในช่วงปิดเทอมเตรียมขึ้นมหาวิทยาลัยปีสอง เท่ากันกับพระเอก เพื่อน ๆ คนอื่นก็อายุไล่เลี่ยกัน 

แต่ปมของเรื่องทุกอย่างมาจากหลิงหยางหมดเลยค่ะ ภายใต้ท่าทางเป็นมิตรสดใส เขามีความลับเยอะมาก คำพูดติดปากของเพื่อนที่รู้จักหลิงหยางดีคือ อย่าเชื่อคำพูดที่ออกจากปากหลิงหยาง เขาเป็นจอมโกหก ให้พูดสิบครั้ง เขาก็สร้างเรื่องไม่ซ้ำกันสิบเรื่อง ถึงจะไม่ได้หวังร้ายกับใคร แต่ถ้าจะหาความจริงจากเขานั้นเป็นเรื่องยากมาก ครั้งหนึ่งเยี่ยหล่างพูดไว้ว่า หลิงหยางเหมือนหัวหอม ลอกเปลือกชั้นนอกออก ก็ยังมีชั้นถัดไปเรื่อย ๆ  

แล้วคนโดนหลอกจะใครล่ะคะ  

ก็คนอ่านน่ะสิ น่ะสิ น่ะสิ 

ตอนอ่านตัวอย่าง โอเห็นคนอ่านเขียนคอมเมนต์เรียกหลิงหยางว่ายัยน้อง ซึ่งโออ่านแล้วเห็นด้วยเลย อารมณ์ทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้  

หลิงหยางเป็นจอมโกหกใช่ไหมคะ เพื่อนที่รู้เรื่องว่าหลิงหยางโกหกสามีในเกมชอบล้อว่าให้จดโน้ตไว้ด้วยว่าโกหกอะไรไปบ้าง ซึ่งยัยน้องจดจริงนะคะ โกหกเยอะมากจริง ๆ ค่ะ บางอันเพื่อนก็ช่วยสร้างเรื่องโกหกซ้ำเติมด้วย ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวบ้าบอคอแตกมาก แล้วทีนี้ช่วงหลัง เรื่องโกหกแต่ละเรื่องของหลิงหยางทยอยกันย้อนกลับมาทิ่มแทงทีละเรื่อง เวลาตอนจอมโกหกโดนสิ่งที่ตัวเองสร้างไว้ย้อนกลับมาทำร้ายนี่มันฮามาก ๆ เลยค่ะ 

 

เยี่ยหลาง (ชื่อในเกม) หรือเยี่ยหล่าง (ชื่อจริง) พระเอก เขาเป็นพ่อบุญทุ่ม เสียเงินไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ เขาเสียเงินในภรรยาในเกมอย่างหลิงตางเอ๋อร์ไปเยอะมาก พอมารู้ว่าโดนหลอกเลยกลัวเสียหน้า เลยให้หลิงหยางเล่นละครเป็นภรรยาต่อไป เยี่ยหลางรู้แค่ว่าหลิงตางเอ๋อร์คนใหม่เป็นผู้ชายเพราะเจ้าตัวบอก นอกจากนั้นก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหลิงหยางแล้ว ชื่อก็ไม่รู้ นอกจากนั้น เยี่ยหลางเป็นคนประเภทที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ค่อนข้างเอาแต่ใจเลยค่ะ เป็นประเภทคุณชายจอมทะนง ไม่งั้นจะบอกหลิงหยางเหรอว่าต้องเชื่อฟังตัวเองทุกอย่าง แต่เอาเข้าจริง หลิงหยางก็ไม่ได้เชื่อฟังหรอก ส่วนเยี่ยหลางก็ไม่ได้เอาแต่ใจไปซะทุกเรื่อง 

 

ตอนต้นที่รู้จักกัน ถึงหลิงหยางจะเรียกเยี่ยหลางว่าสามีอย่างออดอ้อน เยี่ยหลางบอกคำไหนก็เชื่อฟัง แต่จริง ๆ แอบวางยาไว้พอควรเลยค่ะ เจตนาคือต้องการป่วน สร้างความลำบากให้เยี่ยหลาง เพื่อที่เขาจะได้หย่ากับตน หลิงหยางจะได้เป็นอิสระ (โดยไม่ต้องเสียเงินด้วย ฮ่า ๆ ) แต่เรื่องจะไม่บอกเราตรง ๆ อย่างนี้นะ ต่อมาภายหลัง หลิงหยางถึงเริ่มเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเยี่ยหลาง เริ่มเห็นมุมดี ๆ ว่าง่าย ๆ ก็คือเริ่มรู้สึกดีด้วยนั่นแหละ เยี่ยหลางเองก็โดนความป่วนของหลิงหยางทำให้ใจปั่นป่วนเช่นกัน 

โอชอบตอนสองคนนี้เถียงกันมาก มันมาก ตลกมาก หลิงหยางกวน เยี่ยหลางเองก็ปากร้าย แซะเก่ง ทันกันตลอด 

ส่วนเยี่ยหล่างตัวจริงค่อนข้างเงียบขรึม พูดน้อย  

มีคำพูดในเรื่องที่โออ่านแล้วสะกิดใจ เรื่องตัวละครในโลกออนไลน์กับตัวจริง ใครคือตัวตนที่แท้จริงกันแน่  

ถ้าชอบตัวละครที่สร้าง แสดงว่าจะต้องชอบคนในชีวิตด้วยหรือเปล่า  

หรือการชอบตัวตนที่คนสร้างขึ้นมา ไม่ได้หมายความว่าจะต้องชอบคนจริง ๆ เพราะเอาเข้าจริง ตัวตนนั้นก็อาจเป็นแค่ละครบทหนึ่ง หรือเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งของคนคนนั้นก็ได้  

หรือตัวตนในโลกออนไลน์ต่างหากที่เป็นจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงได้ดีที่สุดเพราะไม่ต้องระมัดระวังอะไรเท่าในชีวิตจริง 

คำตอบไหนถูกกันแน่ 

 

เยี่ยหล่างไม่โง่ เอาเข้าจริง ตัวละครในเรื่องนี้ไม่มีใครไม่ฉลาดเลยค่ะ มีแต่ติดซื่อไปบ้าง เยี่ยหลางสงสัยหลิงหยางหลายเรื่อง แต่จับไม่ได้ซะทีเพราะหลิงหยางลื่นไปเรื่อย แถมมีตัวช่วยชั้นดีหลายคนอีก 

 

ตัวละครอื่น ๆ ก็น่ารักค่ะ ผองเพื่อนทั้งของเยี่ยหล่างและหลิงหยางทุกคนสร้างสีสันได้ดี เอาเฉพาะแค่เรื่องก๊วนเพื่อนก็รู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยา ทุกคนน่ารัก ทุกคนเป็นคนดี ป่วนดีด้วย ฮ่า ๆ 

 

มีตัวละครเยอะค่ะ แถมทุกคนมีหลายชื่อ ชื่อจริง ชื่อในเกม ชื่อในบอร์ดของมหาวิทยาลัย และมีหลายมหาวิทยาลัย แต่โอว่าจำไม่ยาก เพราะมันจะมีคำที่ออกเสียงเหมือนกันหรือคล้ายกันอยู่ (ขอบคุณคนเขียน) โอเห็นคนบ่นตอนอ่านตัวอย่างที่ลงออนไลน์ว่าจำชื่อตัวละครไม่ได้ โอว่าอาจเป็นเพราะอ่านเป็นตอน ๆ ไม่ต่อเนื่องเลยจำยาก ถ้าอ่านรวดเดียวน่าจะไม่มีปัญหาอะไร  

 

เรื่องนี้มีหลายคู่ แต่คู่หลักจะอยู่ที่เยี่ยหล่างกับหลิงหยาง จะไม่ไปพูดถึงคู่อื่นมากนัก เอาจริงนะ หลัง ๆ โอโฟกัสที่คู่รองมาก (เพราะเรื่องหลักไม่ค่อยพูดถึงไง) อยากอ่านคู่รอง ตอนพิเศษมีพูดถึงคู่รองคู่หนึ่ง แต่โออยากรู้เรื่องของลูกศิษย์ในเกมของหลิงหยาง ชอบคู่นี้มาก เสียดายที่พูดถึงน้อยไปหน่อย ฮือ ไปมโนต่อเองก็ได้... 

 

เป็นเรื่องแนวตลกที่บ้าบอมาก ตัวละครปล่อยมุกตบมุกกันไม่หวั่น เฮฮาปาจิงโกะ ดูไร้สาระ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ มุกที่ปล่อย เศษรายละเอียดที่ใส่มาแบบดูไร้ประโยชน์ในตอนแรก ในตอนหลังแทบทุกอย่างมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องหมดเลย หรือถ้าเป็นมุกที่กะเอาฮา คุณพี่ก็ขยี้ซ้ำชนิดที่ไม่ให้เราฟื้นสภาพได้ อ่านแล้วชื่นชมเลย โอชอบที่เขาใช้ทุกอย่างที่เขียนได้อย่างคุ้มค่า มันทำให้เห็นถึงการวางแผนที่ดี 

อย่างตอนแรก หลิงหยางทำตัวละครหลิงตางเอ๋อร์ตายแบบโง่ ๆ ทั้งที่โม้ไว้เยอะ เลยโวยวายว่าเพราะตัวเองมือเจ็บเลยเล่นไม่ดี ซึ่งก็ดูเหมือนข้ออ้างไปเรื่อยอย่างที่หลิงหยางทำเป็นปกติ แล้วคนเขียนก็ปล่อยผ่านไป คนอ่านก็ไม่ติดใจ แต่กลายเป็นว่า ภายหลังคนเขียนเฉลยว่าหลิงหยางมือเจ็บจริง แล้วเจ้ามือเจ็บนี่ดันเป็นเบาะแสสำคัญในเรื่องด้วย เรื่องก็ดำเนินไปเรื่อย จนมือหลิงหยางหาย จนคนอ่านลืม แต่แล้วคนเขียนก็วกกลับมาที่ประเด็นมือเจ็บอีกครั้ง ว่านอกจากเป็นเบาะแส ยังเป็นปมหลักของเรื่องอีกต่างหาก จากที่เล่ามา เห็นว่าคนเขียนสามารถสร้างชั้นหลอกให้คนอ่านมองไม่เห็นความสำคัญ เสริมกลลวงโดยใช้ประโยชน์จากการเฉลยเนื้อหาทีละชั้น แล้วปล่อยหมัดเด็ดในท้ายที่สุด 

อย่างมุก ‘100 หนทางการฆ่าสามี’ ที่โอขำก๊ากเลยตอนแรก แต่ภายหลังถึงรู้ว่า นอกจากเป็นมุกแล้ว ยังเป็นหนึ่งในเบาะแสที่คนเขียนให้คนอ่าน ใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินเนื้อเรื่อง และยังเป็นมุกขยี้ในภายหลังอีกด้วย  

ชอบอะ ชอบมากเลยที่เขาไม่ทิ้งอะไรเลย แม้แต่มุกยังไม่ปล่อยทิ้งเรี่ยราด เก็บทุกอย่างมาใช้จริง ๆ แล้วยังทำได้ดีอีกด้วย 

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ BDSM ด้วย ถ้าเข้าไปอ่านตัวอย่าง จะมีคำเตือนไว้ตั้งแต่หัวตอนแรก โอขอยกแท็กมาของผู้แปลมาไว้ในที่นี้อีกครั้ง คือ boot fetish/ dom-sub/ bdsm 

Boot fetish เปิดพจนานุกรม fetish หมายถึง วัตถุที่แสดงความคลั่งไคล้ทางเพศ ในเรื่องหลิงหยางคลั่งรองเท้าบูตค่ะ จะเกริ่นไว้ตั้งแต่แรกว่าน้องชอบ น้องคลั่งไคล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าถ้ารองเท้าบูตนั้น มีคนที่เหมาะสมสวมใส่ ในนิยายช่วงแรกยังถือว่าเป็นแค่น้ำจิ้มพอขำ ๆ ช่วงหลังจะให้ภาพชัดขึ้น 

Dom-Sub / BDSM การเป็นผู้ควบคุม และผู้ถูกควบคุม ซาดิสม์และมาโซคิสม์ 

โดยจะมีเนื้อหาในระดับหนึ่ง ในสายตาโอนะ โอว่าไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ไม่ถึงกับรุนแรงจนเลือดตกยางออก แน่นอนว่าหลิงหยางเป็น sub น้องชอบถูกบงการ เยี่ยหล่างเป็น dom เป็นผู้บงการและคุมเกม 

 

โอค่อนข้างจะกังวลกับเนื้อหาประมาณนี้ เพราะโดยส่วนตัว โอชอบความเท่าเทียมของตัวละคร ในขณะที่ลักษณะของ Dom-Sub จะตรงกันข้าม โอชอบการแสดงออกที่แสดงความละเอียดอ่อนขณะที่ในบทบาทสมมติหรือโรลเพลย์ที่ว่า จะไม่ไปในทิศทางนั้น 

แต่โอจะรู้สึกโอเค ถ้าทุกอย่างอยู่ในกรอบ มีกฎที่ต้องเคารพ เกมเริ่ม โอเค เกมจบ ต้องจบ และต้องมีส่วนที่แสดงความรู้สึกห่วงใยเพราะมันมาจากรากฐานของความรัก ซึ่งเรื่องนี้มี 

 

ชอบอีกอย่างที่คนเขียนพยายามถ่ายทอดมุมมองต่อบทบาทที่ว่านี้ผ่านทางบอร์ดสนทนา ในเรื่องก็จะมีบอร์ดที่ถกกันในเรื่องของการทำความเข้าใจ บทบาทของผู้ควบคุมและผู้ที่ถูกควบคุม รวมถึงมุมมองของผู้ที่มีความชอบทางด้านนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจประมาณหนึ่งเลยทีเดียว 

 

แต่ต้องยอมรับนะว่า เมื่อเรื่องเดินมาถึงตรงนี้ทำให้โทนเรื่องเปลี่ยนไปมากทีเดียว ช่วงแรกจะสดใส ทุกอย่างเป็นสีขาวไปหมด พอถึงช่วงนี้อารมณ์จะเปลี่ยนเป็นเซ็กซี่เย้ายวน สีเทา ๆ ละ 

 

ถ้าถามว่าเปลี่ยนจนดูเหมือนคนละเรื่องเลยไหม นึกคึกเลยเขียนงี้ โอว่าไม่ใช่ อันที่จริงคนเขียนให้สัญญาณคนอ่านมาเป็นระยะแล้วละค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราสนใจสัญญาณที่ว่านั้นขนาดไหน นิสัยของพระนาย ฉากที่สระว่ายน้ำ ฉากที่เยี่ยหล่างมาบ้านหลิงหยางครั้งแรก คำถามทิ้งท้ายของหลิงหยางในใจตอนนั้น ฉากเข้าพระนายครั้งแรก เหล่านี้เป็นตัวอย่างของสัญญาณและคำเตือนจากคนเขียนถึงเรา 

 

ในส่วนของความรัก คนเขียนจะไม่ได้ส่งความละเอียดอ่อนมาให้เราแบบตรง ๆ น่าจะเป็นลักษณะงานเขียนของเขา จะไม่ได้รู้สึกว่าหวานซึ้ง แบบพยายามดึงอารมณ์เราผ่านวิธีเขียน (โอรู้สึกด้วยซ้ำว่าหลายฉาก พอใกล้จะซึ้ง คนเขียนจะดึงไปในทางตลกซะงั้น อาจจะเขินหรือรู้สึกไม่คุ้นเคยที่ต้องเขียนอะไรหวานซึ้ง ซึ่งแนวตลกเป็นอะไรที่เข้าทางคนเขียนจริง ๆ โอรู้สึกคนเดียวหรือเปล่าว่าการเขียนให้ตลกนี่ต้องใช้ไหวพริบมากเลย) แต่จะแอบใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่แสดงความใส่ใจ ซึ่งโอว่าเป็นแนวที่เขาชอบทำ คล้าย ๆ การแอบใส่คำใบ้ในเรื่อง อย่างฉากหนึ่งที่โออ่านแล้วชอบคือคู่ของเพื่อนหลิงหยาง เหมือนเขาห่วงแฟนที่ขณะนั้นแฟนกำลังห่วงเพื่อนอยู่ เลยวางมือที่ต้นขา แค่คำนี้เลย อ่านแล้วรู้สึกเลยว่าเขาห่วงใยกัน หรือฉากสารภาพรักของคู่ลูกศิษย์หลิงหยาง โอก็ประทับใจมาก อ่านแล้วรู้สึกว่าเขาเข้าใจตัวละคร นำเสนอมุมมองที่มีต่อตัวละคร รู้ว่าตัวเองต้องการถ่ายทอดอะไร และส่งผ่านมาถึงคนอ่านได้ดี 

 

การบรรยายจะมีทั้งบทบรรยายปกติ และบทสนทนาในเกม บางบทแทบจะเป็นบทสนทนาในเกมอย่างเดียวล้วน ๆ แต่คนเขียนเอาอยู่ บทสนทนาเขามีชีวิตชีวามาก มีอีโมติค่อนที่ใช้เมื่อสนทนาในเกม และช่วงส่วนต้นของทุกบทจะเป็นเหมือนช่วงแซว หรือช่วยเสริมรายละเอียดในบทก่อนหน้าหรือในบทนั้น ๆ บ้างเป็นบอร์ดในมหาวิทยาลัย บ้างเป็นบอร์ดลับ ๆ ที่หลิงหยางเข้า บ้างเป็นบอร์ดเกม ซึ่งไม่ควรอ่านข้ามนะคะ อาจจะจับทางยากนิดหน่อยช่วงแรก แต่อ่าน ๆ ไปจะพอจับทางได้ มันเป็นหนึ่งในเบาะแสที่ให้คนอ่านและเป็นสิ่งที่คนเขียนต้องการถ่ายทอดด้วย 

 

เป็นแนวคอมเมดี้ที่ปล่อยมุกกระจาย แต่มีความลึกของตัวละครและความซับซ้อนของเรื่องประมาณหนึ่งเลยค่ะ ผูกเรื่องดี ให้เหตุผลสนับสนุนเรื่องดี โอชอบนะ แนะนำ  

(5+4+4.5)/3 = 4.5 ดาว 

 

ลองไปอ่านตัวอย่างก่อนได้ค่ะ ที่นี่ https://bit.ly/2QJX8rQ
ในตัวอย่างลงไว้ถึงบทที่ 70 ซึ่งถ้าไปเทียบในเล่มคือจบเล่มสอง ถือว่าลงไว้เยอะมากเลย (แต่ในตัวอย่างจะตัดฉากออกนะ) เล่มจริงความหนาเล่มหนึ่งมากสุด เล่มสามบางสุด  

 

คำผิดแบบสะกดผิดจริงจังนี่ไม่มีหรอกค่ะ แต่มีที่ความหมายเพี้ยน โอคิดว่ามาจากขั้นตอนการเกลา แก้ไปแก้มา ความหมายผิดไปเลย โอจำได้ว่าตอนอ่านตัวอย่างไม่สะดุด แต่พอมาอ่านในเล่มดันสะดุด เหมือนตอนแก้ไม่เข้าใจเนื้อหา ไม่ได้อ่านเนื้อหาประกอบด้วย  กับมีบางคำหรือประโยคที่อ่านแล้วไม่แน่ใจใจความที่ต้องการสื่อ 

 

เล่ม 1 

 

บท 3 

30 [ส่วนตัว] เยี่ยหลาง: พอเธอเลเวลตัน ฉันก็แต่งงานกับเธอ พวกเราสองคนอยู่ด้วยกันมานานมาก ๆ เพื่อนของพวกเราแต่ง ๆ เลิก ๆ แต่เราสองคนรักกันดีเสมอ ไม่เคยทรยศหักหลังและทะเลาะกันเลยสักครั้ง 

หล่อนก็แค่ไม่ใส่ใจนาย ถ้ารักถ้าใส่ใจกันจริง เป็นสามีภรรยากันมันจะทะเลาะกันได้ยังไง~ หลิงหยางคิดแต่ก็ยังตอบด้วยความสุภาพ จะอย่างไรเขาก็เป็นหนี้ ปากหวานไว้หน่อยไม่เสียหาย 

 

เยี่ยหลางบอกว่าไม่เคยทะเลาะกับภรรยาในเกมเลย ถ้าหลิงหยางพูดว่า ‘เป็นสามีภรรยาจะทะเลาะกันได้ยังไง’ จะไม่เข้ากับบริบท ซึ่งพอไปเทียบตัวอย่าง สิ่งที่หลิงหยางพูดในใจจะเป็น ‘นั่นก็แค่ไม่ใส่ใจนาย สามีภรรยาจะทะเลาะกันถ้าใส่ใจกันและกันไงล่ะ’ ความหมายคือ ยิ่งทะเลาะ ยิ่งแสดงว่าใส่ใจ เมื่อเยี่ยหลางบอกว่าไม่เคยทะเลาะ หลิงหยางเลยแขวะว่าเพราะหล่อนไม่ใส่นายต่างหาก 

 

บท 4 

36 หลิงหยางไม่เพียงแค่ขี้อาย อีกอย่างเขาไม่คิดว่านกของเขาจะ ‘น้อย’ คำคำนี้ไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด (จากเชิงอรรถ ขี้อายน่ารัก หมายถึงนกน้อยได้ด้วย และนกก็หมายถึงอวัยวะเพศ) เขาเป็นคนที่มีความกล้าแต่มันก็ไม่ได้มากมายอะไร พอคิดว่าค่าขนมครึ่งหนึ่งจะหายไปทั้งแบบนั้น เขายอมดีกว่า มันไม่มีทางเลือก เขาต้องพยายามมองโลกในแง่บวก 

 

เรื่องของเรื่องคือหลิงหยางวิจารณ์เยี่ยหลางว่าชอบสาวขี้อายที่เหมือนนกน้อยที่เชื่องและเชื่อฟัง 

ประโยค ‘หลิงหยางไม่เพียงแค่ขี้อาย’ นี่ไม่จริงเลยค่ะ หลิงหยางไม่ใช่คนขี้อาย ประโยคถัดมาเขายังบอกอีกด้วยซ้ำว่า เขาเป็นคนที่มีความกล้า (แม้จะไม่มากอะไร) เพราะฉะนั้นประโยคแรกไม่ใช่แน่ ๆ ซึ่งพอไปเทียบในตัวอย่างที่ลง ผู้แปลใช้คำว่า ‘หลิงหยางขี้อายไม่พอ’ ซึ่งก็ยังงง ๆ นะ แต่โอคิดว่าประโยคที่ต้องการสื่อคือ ความขี้อายของหลิงหยางนั้นมันน้อยนิดมากน่ะค่ะ นางไม่ใช่คนขี้อาย ยิ่งมีประโยคหลังมาขยาย ยิ่งสื่อไปในทิศทางเดียวกัน คือ หลิงหยางไม่ขี้อาย (ไม่ได้เป็นนกน้อยแบบที่เยี่ยหลางชอบ) และนกเขาก็ไม่น้อยด้วย 

ที่โอคิดนะ น่าจะประมาณนี้ 

>> หลิงหยางไม่เพียงไม่ขี้อาย อีกอย่างเขาไม่คิดว่านกของเขาจะ ‘น้อย’ คำคำนี้ไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด เขาเป็นคนที่มีความกล้า แม้จะไม่ได้มากมายอะไร  

พอคิดว่าค่าขนมครึ่งหนึ่งจะหายไปทั้งแบบนั้น เขายอมดีกว่า  

มันไม่มีทางเลือก เขาต้องพยายามมองโลกในแง่บวก 

 

ในตัวอย่างจะอยู่คนละบรรทัด ซึ่งพอในเล่ม จัดหน้ารวบเป็นย่อหน้าเดียวกัน ซึ่งโอไม่เห็นด้วยเลยค่ะ มันคนละใจความ แล้วการทิ้งบรรทัด ช่วยในเรื่องจังหวะและอารมณ์ด้วย การรวบมาทีเดียวจะทำให้อารมณ์และทิศทางเรื่องเปลี่ยน ประโยค ‘พอคิดว่าค่าขนมครึ่งหนึ่งจะหายไปทั้งแบบนั้น เขายอมดีกว่า’ มันไม่ได้ต่อเนื่องจากประโยคนกน้อยในตอนแรก มันเป็นเรื่องของการที่หลิงหยางจะยอมทำตามที่เยี่ยหลางสั่งว่าให้แสดงเป็นภรรยาในเกม ไม่เหมาะที่จะอยู่ในย่อหน้าเดียวกัน 

บท 6 

57 เพื่อช่วยจัดการปัญหาความยุ่งยากในการว่าจ้างของเด็กใน ม. พวกเราเริ่มไปสานสัมพันธ์กับวิทยาลัยศิลปะกับวิทยาลัยดนตรีข้าง ๆ ที่มีทรัพยากรพร้อม 

‘ปัญหาความยุ่งยากในการว่าจ้าง’ โอไม่รู้ว่าเป็นสแลงหรืออะไรหรือเปล่า แต่ในบริบทจะไม่ใช่ความหมายนี้นะ เพื่อน ๆ เขาหมายถึงการหาคู่ จับคู่ หาสาวนั่นแหละ เพราะพวกเขามาจากมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย ซึ่งก็ไปคล้ายกับลั่วหมิงที่เป็นมหาวิทยาลัยกีฬา ที่ถึงจะมีสาว ๆ แต่สาว ๆ ที่นั่นก็ล่ำเหมือนหมี จึงเป็นที่มาของเหตุที่ไม่ถูกกัน นั่นก็เพราะไปมัวแต่ไปแย่งสาว ๆ จากแหล่งเดียวกัน (แถมสาวยังไปเลือกหนุ่มนักกีฬาซะนี่) 

 

โอคิดว่าประโยคที่น่าจะเป็นไปได้ เดานะ  

>> เพื่อช่วยจัดการปัญหาความยุ่งยากในการบริหารจัดการของเด็กใน ม. พวกเราเริ่มไปสานสัมพันธ์กับวิทยาลัยศิลปะกับวิทยาลัยดนตรีข้าง ๆ ที่มีทรัพยากรพร้อม  

(บริหารจัดการทรัพยากรสาว ๆ ไง ที่นี่ขาดแคลนสาว) 

และตอนที่เหมิงต้านต้านพูดว่า “ใครบอกนาย วิทยาลัยไอ้พวกนั้นมีสาว ๆ !” 

น่าจะเปลี่ยนเป็น “ใครบอกนาย วิทยาลัยไอ้พวกนั้นมีสาว ๆ นะ !” หรีอ “ใครบอกนาย วิทยาลัยไอ้พวกนั้นก็มีสาว ๆ !” เพราะประโยคถัดมาจากเพื่อนอีกคนคือ “สาววิทยาลัยนั้นล่ำเหมือนหมีกันทุกคน !” แนว ๆ ว่าถึงมีผู้หญิงก็ไม่มีความหมายอะไร สาวไม่สวย สุดท้ายพวกนั้นก็ไปแย่งสาวจากแหล่งเดียวกับพวกเขาอยู่ดี 

 

บท 27 

307 เยี่ยหลาง: นายจะไปดูดอีกแล้ว ? 

หลิงตางเอ๋อร์: ครั้งนี้นายต้องดูดฉันแล้วแหละ 

 

อันนี้โอไม่เข้าใจค่ะ ไปดูด คืออะไร แล้วที่หลิงหยางบอกว่าคราวนี้นายต้องดูดฉัน คืออะไร ช่วยขยายความหน่อย 

 

 

บท 33 

หลิงหยางมองแผ่นหลังของคนคนนั้นค่อย ๆ ห่างออกไป แผ่นหลังของอีกฝ่ายชุ่มเหงื่อ 

“ทีเร็กซ์เขาลงแข่งอะไรบ้างนะ ?” 

“กรีฑา 100 เมตร” 

“ดีจริง...” 

“ทำไมเหรอ ?” 

ดีที่ไม่ใช่พุ่งแหลนหรือทุ่มลูกน้ำหนัก 

ชีเฟิงเติมเหตุผลต่อด้วยตัวเองในใจ เขาเงียบเป็นครั้งแรก 

“เอาจริง ๆ แรงแขนของขี้โมโหนี่ดีมากเลยนะ” 

“งั้นเหรอ ?” 

“แต่เขาถูกแบนจากการแข่งโยน ๆ ปา ๆ ทุกอย่าง” 

 

‘ชีเฟิงเติมเหตุผลต่อด้วยตัวเองในใจ เขาเงียบเป็นครั้งแรก’ ตรงนี้น่าจะไม่ใช่นะคะ คนที่คิดในใจน่าจะเป็นหลิงหยางมากกว่า ส่วนคนที่เงียบ โอว่าเป็นไปได้ว่าจะหมายถึงชีเฟิง แต่ก็อาจเป็นหลิงหยางก็ได้ 

เล่ม 2 

บท 41 

10  “ตามที่... ตามที่...อ๊ะ !” 

ตรงนี้น่าจะเป็น “ตอนที่...ตอนที่...อ๊ะ !” มากกว่า เพราะประโยคคำถามของเพื่อนถามว่า “ตอนไหน” หลิงหยางพยายามหาคำตอบ สุดท้ายเขาจึงตอบว่า “ตอนที่บอกว่าเดี๋ยวจะเอาเสื้อไปคืน...” เพราะฉะนั้น ประโยคกลาง จึงควรจะเป็น “ตอนที่...” 

 

บท 46 

64 ภรรยางี่เง่าของเผิงต้าซ่วยก็พูดอยู่นั่นว่าฮวาฮวาไปแย่งมอนเตอร์ 

>> มอนสเตอร์ 

(ในตัวอย่างใช้คำว่า มอน คำเดียว ถ้าเป็น มอน ก็ไม่ได้ผิดอะไร ใช้ไปเลยก็ได้ มันอยู่ในประโยคคำพูดในเกมอยู่แล้ว แต่ถ้าจะใช้เต็ม ๆ ให้ถูก ก็ต้องเป็น มอนสเตอร์) 

 

บท 47 

75 “เมื่อเช้าเราเพิ่งเจอกันไม่ใช่เรอะ ? นายยังนั่งข้าง ๆ ฉันอยู่เลย” 

“แล้วทำไมผมจะกลับหอมาเยี่ยมไม่ได้ฮะ ?” ฉันยังไม่รู้เลยว่าเมื่อเช้าไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร ถ้าเผลอความแตกไอดีหลุดไปจะทำยังไง ! 

 

อันนี้โอไม่แน่ใจ อ่านแล้วงง ๆ โอว่า อาจจะเป็น ‘เมื่อเช้าฉันยังยังไม่รู้เลยว่าไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร ถ้าเผลอความแตกไอดีหลุดไปจะทำยังไง !’ คือหลิงหยางไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีใครบ้างที่อยู่ห้องนี้กันแน่ จึงไม่กล้าถามตั้งแต่เช้า ต้องมาที่ห้องเพื่อยืนยันว่าสยงเกอยังอยู่ที่เดิม ถ้าจริงก็น่าจะใช่ และก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นรูมเมตคนอื่น (น่าจะมีรูมเมตหลายคนใช่ไหม) ซึ่งพอหลิงหยางแอบถามสยงเกอ ก็โป๊ะเชะ ใช่จริง ๆ  

 

บท 57  

189 “ตลอดทั้งวันฉันเพิ่งกลับมาบ้านตะกี้เองนะ ยังไม่ได้เปิดคอมด้วยซ้ำเนี่ย” หลิงหยางงุนงง 

น่าจะเป็น >> “ฉันเพิ่งกลับมาบ้านตะกี้เองนะ ทั้งวันยังไม่ได้เปิดคอมด้วยซ้ำเนี่ย” หลิงหยางงุนงง หรือ “ฉันอยู่ข้างนอกตลอดทั้งวัน เพิ่งกลับถึงบ้านตะกี้เองนะ ยังไม่ได้เปิดคอมด้วยซ้ำเนี่ย” 

 

บท 58 

219 “คุณทิ้งให้ฉันตราตรึงใจมาก ๆ ฉันเคยเจอคุณแค่ครั้งเดียวแต่จำได้จนถึงตอนนี้เลย” 

น่าจะเป็น >> “คุณทำให้ฉันตราตรึงใจมาก ๆ” หรือ “คุณทิ้งความตราตรึงไว้ในใจฉันมาก ๆ” 

 

บท 62 

258 “เฮ้อ ก็แค่พลาดเอง ครั้งแรกนายก็พลาดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ?” 

“พวกเขาพลาดก็คือพลาด แต่ถ้าฉันพลาดสิเรื่องแปลก” เยี่ยหล่างพูดอย่างไร้เหตุผล 

หลิงหยางขำ “นายยังกล้าพูดว่ามันแปลกอีก ตอนนั้นบัฟนายยังไม่พร้อมด้วยซ้ำ ใจดีกับพวกเขาหน่อยน่า ยังไงนายก็หักแต้มเขาไปแล้วนะ” 

 

ประโยคนี้ “แต่ถ้าฉันพลาดสิเรื่องแปลก” มันสื่อเหมือนว่าเยี่ยหล่างไม่ได้พลาด แต่ที่จริงเขาพลาดในครั้งแรกตามที่หลิงหยางบอก เมื่อไปดูจากตัวอย่าง ในนั้นใช้คำว่า “พวกเขาพลาดก็คือพลาด ฉันพลาดคือเรื่องแปลก” ซึ่งหมายถึง เยี่ยหล่างบอกว่าการที่เขาพลาดในครั้งแรกนั้นถือเป็นเรื่องแปลก ไม่ใช่เรื่องปกติ แล้วมีคำว่า ‘เยี่ยหล่างพูดอย่างไร้เหตุผล’ ขยายความด้วย ถ้าอิงตามนี้ คำแปลเดิมเหมาะสมกว่านะคะ 

 

เล่ม 3 

Special 

249  

“ขอโทษนะ” หลิงหยางไม่รู้จริง ๆ ว่าควรพูดอะไรในตอนนี้ 

“นายควรขอโทษฉัน” ชีเฟิงไม่คิดจะทำตัวมีมารยาทแล้ว “ฉันรอมาเจ็ดปี ตอนนี้เห็นปลายทางอยู่ลิบ ๆ แล้วด้วย นายคิดว่าฉันจะสงสารไหวไหม มีไม่กี่ครั้งนะที่ฉันจะขาดทุนแบบนี้” 

หลิงหยางอารมณ์ดีขึ้นมาเพราะท่าทางหยิ่งยโสของอีกฝ่าย 

 

ประโยค “นายคิดว่าฉันจะสงสารไหวไหม” โอไม่เข้าใจค่ะ 

น่าจะเป็น >> “นายคิดว่าฉันจะให้อภัยไหวไหม” หรือ “นายว่าแค่สงสารจะพอหรือไง” หรือ “นายคิดว่าฉันจะสงสารนายอีกหรือไง” โอไม่รู้ว่าหมายความยังไงกันแน่ 

 

 

ในเรื่องจะมีการใช้ “อ่อ” เป็นคำลงท้ายเสียง แทน หรอ ซึ่งมาจาก เหรอ เป็นภาษาแชตในเกม  

ตัวอย่าง  

กู้เหวินเย่า: สามีเป็นคนคืนเงินแต่คนโกงมันภรรยาปะ พอได้เงินคืนแล้วก็ไม่ต้องตามสืบเลยอ่อ? 

 

โอไม่เห็นด้วยนะคะ ไม่รู้ว่ามีคำอื่นแทนได้ไหม เพราะเสียงไม่ใช่ ไม่มีใครออกเสียงอย่างนี้จริง ๆ มันลงต่ำมาก ๆ อ่านแล้วรู้สึกตลกค่ะ  ใกล้เคียงที่สุดคือ อ๋อ แต่มันก็จะอาจจะรู้สึกแปลก ๆ ขัด ๆ เวลาอ่านใช่ไหมคะ อันนี้โอคิดว่าน่าจะอิงจากแชตทั่วไป ที่หลายคนมักลงท้ายว่า อ่อ เลยเลือกใช้คำนี้ แต่มันเป็นความเคยชินแบบผิด ๆ น่ะค่ะ ไม่อยากให้ใช้เลย  

 


 

กล่องเป็นกล่องอ่อนนะคะ คิดว่าน่าจะแถมเมื่อซื้อครบสามเล่มผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น (จากที่อ่านคร่าว ๆ นะ) ถ้าไม่สนใจกล่อง ตัวเล่มอย่างเดียวแยกขายวางตามร้านทั่วไปค่ะ โปสการ์ดกับที่คั่น ถ้าโอจำไม่ผิดมันอยู่ในซีลแต่ละเล่มอยู่แล้วค่ะ หลายคนชอบถามโอกันว่าซื้อที่ไหน ยังไง บีทูเอสมีแน่ ๆ ค่ะ เพราะสำนักพิมพ์ของเขา นอกจากนี้ก็ยังเห็นลงที่นายอินทร์ ทางออนไลน์ก็เห็นทั้งในเว็บตัวกลางอย่าง shopee ก็มีหลายเจ้าที่ขาย ลองดูเอานะ





118117120





รีวิวเมื่อ 29/10/2020
 



 

เกมรักนี้ราคา 500 หยวน ภาคพิเศษ ทะเลสาบซื่อเวิ่น 

iXiura เขียน  Fionie แปล 

สำนักพิมพ์ Lavender  ในเครือบีทูเอส 

150 บาท  159 หน้า 

 

#แปลจีน #yaoi #ฺBoysLove #นิยายวาย #นิยายแปล #เกมรักนี้ราคา500หยวน #ภาคพิเศษ #ทะเลสาบซื่อเวิ่น #iXiura #Lavender #รีวิวนิยาย #ออโอ

  

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย 

 

 

หลังปก 

 

การสะบั้นรักสายฟ้าแลบระหว่างตี้ซื่อและหลิวหลีโค่วคือตำนานที่ถูกเล่าขานในหมู่ผู้เล่น ‘หุนต้าน OL’  ทว่าความสัมพันธ์ในชีวิตจริงของทั้งสองกลับยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น และเมื่อตี้ซื่อสืบจนรู้แล้วว่าหลิวหลีโค่วคือใคร ปฏิบัติการล่อเหยื่อมาติดเบ็ดจึงเริ่มต้นขึ้น 

 

“คิดจะใช้กลยุทธ์ทุกข์กายของนายไปถึงเมื่อไหร่หา อย่าคิดว่าฉันจะเป็นเดือดเป็นร้อนล่ะ” 




 

คุยกันหลังอ่าน 

 

ก่อนหน้านี้โอครวญถึงคู่ลูกศิษย์ของหลิงหยางว่าอยากอ่านเรื่องของคู่นี้อีกใช่ไหมคะ ไม่ทันไร เล่มนี้มาเลยค่ะ ตอนเห็นว่าเล่มนี้ออกมานี่กรี๊ดเลย ดีใจมาก 

 

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของคู่นี้ล้วน ๆ เลยค่ะ หลิวหลีโค่ว หรือโคว่เอ๋อร์ กับตี้ซื่อ คนที่ตกปลาอย่างเดียวดายคนนั้น  

 

เนื้อหาในเล่มจะเล่าย้อนไปตั้งแต่หลิวหลีโค่วตัดสินใจเล่นเกมหุนต้าน OL แล้วกลายเป็นคู่ลูกศิษย์อาจารย์สายต๊องกับหลิงหยาง จนเจอตี้ซื่อ แต่งงานในเกมกับตี้ซื่อ หายไปจากเซิร์ฟที่เล่นกับตี้ซื่อ และกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง ก็จะเหมือนเล่าย้อนความในเรื่องหลัก แต่จะเป็นในมุมมองของหลิวหลีโค่วแทนที่จะเป็นของหลิงหยาง 

 

จริง ๆ โออยากรู้เรื่องราวของคู่นี้ต่อไปจากเล่มหลักมากกว่า ซึ่งในเล่มกล่าวถึงนิดเดียวเองค่ะ แต่ก็อย่างว่า ได้อ่านให้หายคิดถึงก็ดีใจแล้วแหละ 

 

เป็นเล่มเล็ก ๆ สั้น ๆ  ขนาดจะเล็กกว่านิยายปกติ 

 

ถ้ามีเรื่องหลักแล้วก็อย่าลืมเก็บเล่มนี้เข้าชุดด้วยนะคะ 

 

ต้องอ่านเรื่องหลักก่อนน้อ ไม่งั้นจะไม่เข้าใจความเป็นมา 

 

 

 

 

 




Create Date : 05 กันยายน 2563
Last Update : 29 ตุลาคม 2563 13:35:32 น.
Counter : 647 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse

  
คุณ คุณสายหมอกและก้อนเมฆ ขอบคุณสำหรับโหวตค่า
โดย: ออโอ วันที่: 7 กันยายน 2563 เวลา:10:18:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments