พฤศจิกายน 2563

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ฟัซซีเนชั่น (Fuzzy Nation) John Scalzi เขียน
4/4/2020


 


 

ฟัซซีเนชั่น Fuzzy Nation 

John Scalzi เขียน 

ดาวิษ ชาญชัยวานิช แปล 

สำนักพิมพ์ Solis Books 

295 บาท  265 หน้า 



#แปลอังกฤษ #ฟัซซีเนชั่น #FuzzyNation #JohnScalzi #SolisBooks #รีวิวนิยาย #ออโอ

 

หลังปก 


 

เมื่อโลกหันไปทำเหมืองแร่มูลค่ามหาศาลบนดาวเคราะห์อื่น แจ๊ก ฮอลโลเวย์ อดีตทนายมือดี จึงผันตัวมาเป็นนักสำรวจแร่บนดาวซาร่า 23 

 

ฮอลโลเวย์จอมเจ้าเล่ห์หน้าเงินได้เจอขุมทรัพย์แร่ขนาดใหญ่ สิ่งเดียวที่ขวางระหว่างเขาและเงินก้อนโตคือ กฎอาณานิคม ซึ่งห้ามขุดทรัพยากรบนดาวที่มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา ฮอลโลเวย์จะทำอย่างไรเมื่อพบสิ่งมีชีวิตประหลาดน่ารักน่าฟัดจนต้องเรียกว่า “ฟัซซี” มาขออาศัยอยู่ด้วย ซ้ำยังต้องรับมือบุคคลอันตรายที่เสียผลประโยชน์จากเจ้าจิ๋วต่างดาวนี้... 




 

คุยกันหลังอ่าน 


 

เล่าถึงยุคสมมติในอนาคตที่คนบนโลกใช้ทรัพยากรแร่ธาตุหมดโลกแล้ว เลยขยายอาณานิคมไปขุดแร่หาทรัพยากรที่ต่างดาว และดาวซาร่า 23 ก็เป็นดาวที่เป็นฉากหลักในเรื่อง 

 

ตัวเอกชื่อ แจ๊ก ฮอลโลเวย์ เดิมเขาเป็นทนายที่โลกนี่แหละค่ะ แต่โดนถอนใบอนุญาตไปแล้ว (สาเหตุต้องไปอ่านในเรื่องนะจ๊ะ) เขาเลยผันตัวไปเป็นลูกจ้างที่ทำหน้าที่ขับยานสำรวจทรัพยากรที่ดาวซาร่า 23 ชื่อเสียงของเขาไม่ดีนัก ด้วยเป็นคนที่ชอบแหกกฎ มักทำอะไรตามใจตัวเอง และเล่ห์เหลี่ยมเยอะ แต่แล้วโชคก็มาเยือนคุณพี่เขากะทันหัน เพราะเขาดันไปเจอแหล่งหินซันสโตน ซึ่งหายากมากกก มีมูลค่ามหาศาลในตลาด คราวนี้ จากตาแจ๊กที่แทบทุกคนร้องยี้ใส่ ก็กลายเป็นหนุ่มฮ็อต ไม่ใช่จากสาว ๆ นะ แต่เป็นของบริษัทที่จ้างเขานี่แหละ อยากมาทำข้อตกลงสัญญงสัญญากัน ตาแจ๊กนี่ก็ไม่ธรรมดาหรอก ก็ต่อรองราคาได้มาอะไรมาพอสมควร ระหว่างบริษัทดำเนินการสำรวจแร่กับลงทุนขุดเพิ่ม คราวนี้คุณพี่แจ๊กก็เจอแจ๊กพ็อตอีกรอบ คือพบสิ่งมีชีวิตใหม่ที่ไม่เคยมีใครเคยพบมาก่อนที่ดาวซาร่า 23 ดวงนี้ 

 

เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้รูปร่างหน้าตาคล้ายแมว มีขนปุย แต่เดินสองขา ท่าทางเฉลียวฉลาด แจ๊กก็เลยเรียกว่าฟัซซี (Fuzzy มันแปลแนว ๆ ขนปุย แต่ก็หมายถึงอะไรที่คลุมเครือได้ด้วย ในที่นี้ก็เลยเหมือนมีสองความหมาย มันคือเจ้าขนปุย และไม่รู้ว่าที่จริงมันคือตัวอะไรกันแน่) แจ๊กเจอเจ้าฟัซซีนี่ครั้งแรกในบ้านของตัวเอง ลองทดสอบให้อาหารนู่นนี่ ก็พบว่ามันน่ารักและฉลาดดี เกิดนึกอยากอวดสาว (ที่ความจริงเป็นอดีตแฟนสาว) ที่เป็นนักชีววิทยาคนเดียวบนดาวแห่งนี้ เลยส่งคลิปเจ้าฟัซซีนี่ไปให้ สาวเจ้าก็เลยตกลงมาพิสูจน์ถึงบ้านแจ๊ก ซึ่งระหว่างนั้น แจ๊กก็พบว่าฟัซซีนี่ไม่ได้มีตัวเดียว แต่พากันมาทั้งครอบครัวสี่ตัว มาอาศัยเหมือนบ้านแจ๊กเป็นบ้านตัวเอง 

 

ต้องบอกก่อนว่าบนดาวซาร่า 23 นี้มีสิ่งมีชีวิตอื่นเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ประเภทที่ไม่มีอันตราย หรือมีอันตรายน้อย และก็มีสัตว์นักล่าอย่างซาร่าแรปเตอร์ด้วย (มันคือไดโนเสาร์ประเภทหนึ่งนั่นแหละ แน่นอน มันกินคนค่ะ) แต่ที่นี่ยังไม่ค้นพบว่ามีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เฉลียวฉลาด แม่นางอิซาเบล อดีตแฟนสาวของแจ๊ก ที่ปัจจุบันเป็นแฟนสาวของคนอื่นแล้ว และเป็นนักชีววิทยาคนเดียวบนดาวแห่งนี้ ก็ทั้งทึ่งทั้งตื่นเต้นที่พบพวกฟัซซี 

 

และวันหนึ่ง อิซาเบลก็บอกข่าวดีของตัวเอง แต่เป็นข่าวร้ายของแจ๊ก ว่าเธอค่อนข้างมั่นใจเลยว่า ฟัซซีพวกนี้ เป็นเซเปียนส์ เป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิ เช่นเดียวกับคน ที่บอกว่าเป็นข่าวร้ายของแจ๊ก ก็คือ ถ้าฟัซซีพวกนี้เป็นคน ทุกการสำรวจ ขุดเจาะ ค้นหาทรัพยากรบนดาวซาร่า 23 ต้องระงับทั้งหมด ตามกฎหมาย 

 

เรื่องก็เลยอลหม่าน เพราะเกี่ยวพันกับผลประโยชน์มหาศาล และทั้งหมดผูกโยงเข้ากับตัวการหลักอย่างแจ๊ก ที่ค้นพบทั้งหินแร่และสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่นี้ด้วย 

 

ถ้าคุณนึกว่าเรื่องนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างจิตใจด้านชั่ว (เงินจ๋าของพี่) กับด้านดี (มโนธรรมสามัญสำนึกที่พึงมีแก่สิ่งมีชีวิตอื่น และความถูกต้อง) มันก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะตาแจ๊กนี่เดิมทีก็ไม่ใช่คนดีศรีซาร่าอะไรอยู่แล้ว พี่แกพลิกลิ้น ออกอุบายเก่ง สมกับเป็นทนายมาก่อน แถมแนวเรื่องมันก็ไม่ได้ตรงไปตรงมาลักษณะนั้น ผู้เขียนดำเนินเรื่องไปในลักษณะของการเล่นเล่ห์กระเท่ห์ โชว์การพลิกแพลงของคุณพี่เขา ใช้ข้อกฎหมายมาสู้กฎหมาย โอว่าเรื่องนี้ส่วนสนุกอยู่ที่ตรงนี้กับพวกฟัซซีค่ะ 

 

ครึ่งแรกโอออกไปทางเฉย ๆ โอรู้สึกสนุกแบบตื่นตาช่วงเกินครึ่งหลังไปแล้ว ตอนที่ตาแจ๊กนี่ ต้องใช้อุบายต่าง ๆ มาสู้ ฟาดฟันในชั้นศาล มีความประหลาดใจหลายอย่างในเรื่อง อย่างตอนแรก โอว่าแนวเรื่องมันแนว ๆ หนังครอบครัว แต่แล้วอยู่ ๆ ก็เพิ่มความรุนแรงขึ้นแบบไม่ได้ตั้งตัว เล่ามากก็จะสปอยล์อีก แต่ส่วนตัวโออ่อนไหวต่อเรื่องพวกนี้มาก คือโอไม่คาด ไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ในเรื่องนี้ ก็ช็อกแหละ แต่ก็ผ่านไปแล้ว โดยรวมเรื่องนี้โอก็ชอบ ถือว่าสนุกใช้ได้ 

 

โอมีปัญหากับสำนวนแปลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะ คือโดยรวมก็ถือว่าอ่านได้นะคะ แต่ว่ามันจะมีช่วงที่อ่านยาก แบบไม่แน่ใจว่าหมายความยังไงกันแน่ ซึ่งส่วนตัวโอคิดว่าปัญหาน่าจะมาจากหลาย ๆ อย่าง เรียบเรียงบางช่วงยังไม่ค่อยดี หลายครั้งใช้คำแปลตรงตัวซึ่งไม่ค่อยไปด้วยกันกับบริบทของเรื่อง และด้วยความที่เป็นข้อกฎหมาย คำที่แตกต่างกันนิดเดียวสามารถส่งผลต่างกันได้ แต่มันเห็นไม่ชัดในฉบับแปล ทำให้บางทีโอไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ  

 

3.5 ดาว อ่านไม่ได้ยากมาก แต่อาจจะงง ๆ บางช่วงได้เหมือนกัน รวม ๆ เรื่องถือว่าน่ารักดีค่ะ มีหมา มี (สัตว์คล้าย) แมว มีตัวเอกที่เล่ห์เหลี่ยมเยอะ มีการสู้กันทางคำพูดและกฎหมาย 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนที่งง จดมาบ้างบางส่วน บางส่วนก็ไม่ได้จด 


 

32-33 ค่ายสำรวจและขุดแร่เหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วดาวเคราะห์ตั้งแต่เส้นศูนย์สูตรไปจนถึงขั้วโลก มีหน้าที่คอยลำเลียงวัตถุดิบไปยังเมืองออบรีย์ทาวน์ซึ่งเป็นเมืองเพียงแห่งเดียวบนดาวเคราห์และตั้งอยู่บนที่ราบสูงแถบเส้นศูนย์สูตรเพื่อประหยัดระยะทางในการสร้างลิฟต์ต้นถั่ว ส่วนเมืองออบรีย์ทาวน์ก็จะส่งเสบียงกับคนงานทดแทนไปให้ รวมถึงโลงศพด้วย อันนี้ก็สำหรับลูกจ้างซึ่งถูกทดแทนด้วยคนงานแทนที่นี่ล่ะ ใครบางคนอาจใช้คำว่าทำงานในค่ายสำรวจและขุดแร่ของซาร่าคอร์ปมาตลอดชีวิตก็ได้ เพราะบางคนก็จบชีวิตที่นี่จริง ๆ  

 ‘อันนี้ก็สำหรับลูกจ้างซึ่งถูกทดแทนด้วยคนงานแทนที่นี่ล่ะ’ >> ?? ไม่เข้าใจค่ะ  

 

33 คนอีกสองหมื่นบนดาวซาร่า 23 นั้นทำงานให้กับลิฟต์ต้นถั่วในเมืองออบรีย์ทาวน์ คอยเตรียมวัตถุดิบจากค่ายสำรวจและขุดแร่เพื่อรอการขนส่งผ่านทางลิฟต์ต้นถั่ว ตามด้วยยานที่จอดรออยู่ในเทอร์มินัล ณ วงจรค้างฟ้า ยานเหล่านั้นคือเครื่องลำเลียงวัตถุดิบแห่งความมั่งคั่งขนาดใหญ่และไม่เท่าเทียมจากดาวซาร่า 23 ไปที่โลก...หรือแค่จะได้เป็นถ้าบนดาวเคราะห์ดวงไหนเกิดมีเซเปียนส์ขึ้นมา แต่มันก็ไม่มี และนี่ถือเป็นเรื่องดีในสายตาของซาร่าคอร์ปกับทางการอาณานิคม 

‘หรือแค่จะได้เป็นถ้าบนดาวเคราะห์ดวงไหนเกิดมีเซเปียนส์ขึ้นมา แต่มันก็ไม่มี’ >> แค่จะได้เป็น เป็นอะไรคะ อ่านแล้วไม่เข้าใจเลย  

 

49 “ดังนั้นนะ สุภาพบุรุษทุกท่าน ผมขอให้การขุดครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของสาขาดาวเคราะห์แห่งนี้” ออบรีย์กล่าว “พวกคุณจะต้องรีบไปขุดคุ้ยหน่วยงานของตัวเองเพื่อหาทรัพยากรที่จะนำมาใช้กับงานนี้ได้ทันที รวมถึงทรัพยากรที่จะเปลี่ยนไปใช้หลังจากนั้น ผมได้ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ต่อไปเพื่อควบคุมโปรเจ็กต์ในช่วงต้นด้วยตัวเอง ถ้าพวกเราไม่เริ่มขุดตะเข็บนี้ภายในหนึ่งเดือน...และผมหมายถึงการรขุดอย่างซีเรียสจริงจัง...พวกคุณทุกคนก็เตรียมหางานใหม่ได้เลย ซึ่งผมจะถือเป็นภารกิจส่วนตัวในการทำให้พวกคุณไม่มีทางทำสำเร็จที่ไหนแน่ พวกเราเข้าใจตรงกันไหม” 

‘พวกคุณทุกคนก็เตรียมหางานใหม่ได้เลย ซึ่งผมจะถือเป็นภารกิจส่วนตัวในการทำให้พวกคุณไม่มีทางทำสำเร็จที่ไหนแน่’ >> ซึ่งผมจะถือเป็นภารกิจส่วนตัวในการทำให้พวกคุณไม่มีทางทำเสร็จไม่ว่าที่ไหน 

 

53 “...แต่ภาพจากกล้องรักษาความปลอดภัยของคุณอาจทำปลอมขึ้นได้ไม่ยาก” 

“ผมไม่ได้ทำปลอม” 

>> “ผมไม่ได้ปลอมขึ้นมา” 

 

53 

“ฉันอยากออกไป” อิซาเบลพูด 

“ว่าไง?” ฮอลโลเวย์ถาม คำพูดนี้ทำเอาลืมเรื่องเจ้าหน้าแมวไปเลย “แวบหนึ่งมันเหมือนกับคุณพูดว่าคุณอยากออกมา” 

“ใช่” 

“คุณ เนี่ยนะ” ฮอลโลเวย์ถามย้ำ “มา ที่นี่ เนี่ยนะ มาอยู่ใกล้ ๆ ผม เนี่ยนะ” 

อิซาเบลถอนหายใจ “แจ๊ก” 

“เดี๋ยว ขีดฆ่าเมื่อกี้ทิ้ง”ฮอลโลเวย์พูดต่อ “ไม่ใช่ ใกล้ ผม แต่อยู่ กับ ผมเลยต่างหาก เพราะคุณจะต้องค้างที่นี่ นอกจากว่าคุณจะอยากไปกางเต็นท์อยู่กับพวกแรปเตอร์” 

“คุณกำลังสนุกใช่ไหมเนี่ย แจ๊ก” อิซาเบลถาม 

“ก็อาจใช่” ฮอลโลเวย์ตอบ 

>> คิดว่ามาจาก go out คราวนี้ ตัวนี้มันแปลได้หลายอย่าง ออกไป (ตรงตัวอย่างที่อิซาเบลพูดประโยคแรก) ไปสนุกกัน (อย่างที่ตาแจ๊กถามกลับ) go out with ยังแปลว่าคบกันได้ด้วย (เหมือนที่ตาแจ๊กตบคำสุดท้าย) 

ค่อนข้างยากนะเพราะเหมือนเล่นคำของภาษาอังกฤษเขา แล้วตาแจ๊กนี่ก็เก่งเรื่องเฉไฉเล่นคำไป 

ถ้าเป็นโอนะ 

“ฉันอยากไปหา”  อิซาเบลพูด 

“ว่าไง?” ฮอลโลเวย์ถาม คำพูดนี้ทำเอาลืมเรื่องเจ้าหน้าแมวไปเลย “แวบหนึ่งมันเหมือนกับคุณพูดว่าคุณอยากมา” 

“ใช่” 

“คุณ เนี่ยนะ” ฮอลโลเวย์ถามย้ำ “มา ที่นี่ เนี่ยนะ มาอยู่ข้างผม เนี่ยนะ” 

อิซาเบลถอนหายใจ “แจ๊ก” 

“เดี๋ยว ขีดฆ่าเมื่อกี้ทิ้ง”ฮอลโลเวย์พูดต่อ “ไม่ใช่ ข้าง ผม แต่ อยู่กับ ผมเลยต่างหาก เพราะคุณจะต้องค้างที่นี่ นอกจากว่าคุณจะอยากไปกางเต็นท์อยู่กับพวกแรปเตอร์” 

“คุณกำลังสนุกใช่ไหมเนี่ย แจ๊ก” อิซาเบลถาม 

“ก็อาจใช่” ฮอลโลเวย์ตอบ 

 

57 พอถึงตอนนี้เจ้าหน้าแมวทุกตัวก็กินเสร็จแล้วและกำลังมองหน้าฮอลโลเวย์กับคาร์ลด้วยความสงสัยใคร่รู้ คาร์ลกำลังแกว่งหางแรงมากเมื่อเห็นผู้มาใหม่ คนทรยศ ฮอลโลเวย์คิดในใจอีกครั้ง สำหรับตอนนี้พลังอ่านใจของคาร์ลดูเหมือนจะไม่ตื่นขึ้นมา 

แจ๊กว่าคาร์ลที่เป็นหมาว่า คนทรยศ ไม่เหมาะเท่าไรนะคะ เป็นโอจะใช้ว่า เจ้าตัวทรยศนี่ อะไรแบบนี้มากกว่า 

 

118 “...ฉันมีอะไรให้ไปต่อมากกว่าความปรารถนาที่จะไม่ให้ฟัซซีพวกนี้เข้ามาขัดขวางการทำเงินก้อนโต ระหว่างที่เขาออกไปทำอะไรของเขาอยู่ก็ตาม...” 

โอว่า ‘ไปต่อ’ มันตรงไปหน่อย น่าจะเป็น มีอะไรให้ทำต่อ สานต่อ  

 

119 ฮอลโลเวย์มองเห็นคำพูดประชดเสียดสีอันหลากหลายด้วยความอัศจรรย์ใจที่ได้เห็นเขายอมขอโทษอย่างจริงใจ ผุดวาบ ๆ ขึ้นในดวงตาของอิซาเบล...แต่เธอก็หยุดแค่ตรงนั้น 

‘มองเห็นคำพูดประชดเสียดสีอันหลากหลายด้วยความอัศจรรย์ใจ’ โอว่าไม่น่าแปลอย่างนี้ค่ะ  

 

124 “เราไม่ได้เล็งอะไรทั้งนั้น” ซัลลิแวนแก้ “อันนั้นขึ้นอยู่กับผุ้พิพากษาล้วน ๆ แต่ก็อย่างที่บอก ผมคิดว่า ‘ต้องการศึกษาเพิ่มเติม’ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ทุกฝ่าย วิน-วิน อิซาเบล คุณชนะเพราะการไม่มีหลักฐานว่าพวกฟัซซีสามารถพูดได้นั้นจะไม่เป็นปัญหามากนักถ้าเทียบกับการที่คุณยื่นรายงานเอสเอสเอาร์ฉบับเต็มต่อศาล อย่างน้อยมันก็จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านเซเปียนส์ต่างดาวมาช่วยตัดสินใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แจ๊ก คุณชนะเพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร คุณก็ได้เงินแน่ อาจจะไม่ได้เงินพันล้านจากตะเข็บซันสโตนที่คุณพบ แต่ก็ได้หลายล้าน ซึ่งผมคิดว่าคุณน่าจะยอมรับได้” 

“ก็คงงั้น” ฮอลโลเวย์บอก 

“ซาร่าคอร์ปชนะเพราะพวกเขาถือว่าทำทุกอย่างตามกฎระเบียบเป๊ะ ไม่มีใครจะคัดค้านได้” ซัลลิแวนแจกแจง 

Win-Win Situation หมายถึงสถานการณ์ที่สองฝ่ายต่างได้ประโยชน์ (ในที่นี้หมายถึงสามฝ่าย) ควรใช้คำว่า ได้ประโยชน์ มากกว่า ชนะ ค่ะ (อิซาเบลได้ประโยชน์ แจ๊กได้ประโยชน์ และซาร่าคอร์ปได้ประโยชน์) 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2563 11:20:08 น.
Counter : 189 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments