ตุลาคม 2561

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
27
29
30
 
 
All Blog
เฟื่องนคร ร เรือในมหาสมุท เขียน


นิยายในหมวดนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย



เฟื่องนคร
ร เรือในมหาสมุท เขียน
สำนักพิมพ์ everY  ในเครือแจ่มใส
409 บาท  550 หน้า

หลังปก

คุณรู้จักแอพพลิเคชั่นสัญชาติอเมริกันที่ชื่อว่าเซนดาย่าไหม

มันคือแอพฯ สังคมออนไลน์ที่มีกฎว่าทุกโพสต์จะต้องมีเนื้อหาแบบพลังบวกเท่านั้น ด้วยข้อจำกัดจากคอนเซ็ปต์แอพฯ ทำให้มันไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าใดนัก
จนเมื่อตัวร้ายอันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่าง ‘เฟื่องนคร’ สมัครลงทะเบียนและโพสต์ข้อความแรก

ม า ส่ ง ต่ อ พ ลั ง บ ว ก กั น ค รั บ

เซนดาย่าก็ถูกประชากรชาวไทยจู่โจมและกลายเป็นที่แพร่หลายทันที…
ผู้ใช้บริการในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนออฟฟิศเล็กๆ ของเซนดาย่าในซิลิคอนแวลลีย์ถึงขั้นสั่นสะเทือน

‘กรมท่า’ พนักงานชาวไทยหัวดำผู้น่าสงสารแห่งบริษัทเซนดาย่า
ตั้งใจจะกลับไทยมาพักผ่อนสบายๆ ก็กลายเป็นต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งดูแลแอพฯ ที่อยู่ดีๆ ก็ฮิตขึ้นมา

ยิ่งไปกว่านั้น... ใครจะไปคิดว่าตัวต้นเหตุที่ทำให้พักร้อนไม่ใช่พักร้อนอย่างเฟื่องนคร
จะมายืนกดกริ่งอยู่หน้าบ้านเพื่อมาขอกินข้าวฝีมือแม่ของเขา
แถมทั้งพ่อและแม่ยังโอ๋ตานี่มากกว่าลูกชายตัวจริงไปซะงั้น!


คุยกันหลังอ่าน

นี่คือเรื่องที่สองที่โออ่านงานของผู้เขียน และจะมีเรื่องต่อ ๆ ไปอีกแน่นอน


เฟื่องนครเป็นชื่อของพระเอกในเรื่อง ล้อกับคำว่าฝันเฟื่อง หรืออาจสื่อถึงความฝันของเฟื่อง

ดินแดนของเฟื่อง

ดินแดนของความมีชื่อเสียง

เฟื่องนครเป็นดาวร้ายชื่อดัง สวนทางกับตัวจริงที่เป็นคนสุภาพ อ่อนโยน เป็นคุณชายโลกสวย เขาสมัครแอพฯ เซนดาย่า ซึ่งเป็นแอพลิเคชันที่มีแนวคิดว่า ทุกคนควรจะส่งต่อแต่สิ่งที่ดี และสิ่งที่เป็นพลังบวกแก่กัน ทำให้มหาชนแฟนคลับชาวไทยแห่เข้ามาติดตามเขาในแอพฯ นี้จำนวนมาก

กรมท่าคือหนึ่งในผู้พัฒนาแอพลิเคชันนี้ เป็นพนักงานคนไทยเพียงหนึ่งเดียวของบริษัทซึ่งกำลังอยู่ในช่วงลาพักร้อนและขอกลับบ้านเกิด วันแรกของการเหยียบแผ่นดินไทย เขาก็ได้พบกับเฟื่องนคร ตัวการที่ทำให้เขาและทีมงานต้องตามแก้ปัญหาจากการใช้งานแอพฯ ผิดวัตถุประสงค์จากคนที่แห่เข้ามาติดตามดาราหนุ่ม

ไม่นานหลังจากนั้นกรมท่าก็ได้ตระหนักว่าพักร้อนนี้ดูท่าจะไม่ได้พักผ่อนอย่างที่คิดไว้ซะแล้ว


+++


แนวคิดหลักของเรื่องนี้ก็คือความร้ายกาจของโซเชียลมีเดีย มุมมองของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และวิถีของการเป็นบุคคลสาธารณะ

ผู้เขียนใช้บุคคลสาธารณะอย่างอาชีพนักแสดงมาสื่อผ่านตัวเอก ซึ่งทำให้เห็นภาพชัด

ทุกวันนี้เราอยู่กับการเสพข่าว รับข่าวสารอย่างง่ายดาย รวดเร็ว ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แต่ข่าวเหล่านั้นมีเพียงจำนวนไม่ถึงหยิบมือที่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองอย่างรอบคอบ บางครั้งเป็นเพียงข่าวลือ บางทีเป็นแค่ลมปาก แต่หลายคนกลับถูกทำร้ายเพราะข่าวลือหรือลมปากนั้น เพียงไม่กี่อึดใจก็ถูกกลบฝัง แม้ว่านั่นอาจไม่มีสิ่งใดเป็นความจริงก็ตาม

คำร้ายนั้นเร็ว รุนแรง และมีอานุภาพมหาศาล

เราอยู่กับสิ่งลบ ๆ มากเกินไปจนหลงลืมความเมตตาหรือไม่ 

หรือเราเองก็ถูกกลบฝังในโลกแห่งนี้เช่นกัน


โอชอบแนวคิดของเรื่องและการนำเสนอมาก ไม่เพียงแค่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นยิบย่อยก็ถูกนำมาตีแผ่ ความคะนองปาก ความร้ายกาจของผู้ที่ไม่เคยเห็นหน้า ความสะใจจากการเป็นผู้เหยียบย่ำ ซ้ำเติม คนใกล้ชิดที่กลายเป็นผู้หันมีดเข้าห้ำหั่น มุมมองทางเพศสภาพ เสรีภาพทางความคิดกับมารยาทขั้นพื้นฐาน

มันกำลังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แนวภูเขาไฟใต้น้ำ แล้วแต่ว่าจะปะทุขึ้นเมื่อไร ที่ไหน อย่างไร และใครจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอานุภาพร้ายกาจนี้

รวมถึงจะรับมือกับมันอย่างไร

คนที่แข็งแกร่งอยู่รอด คนที่อ่อนแอก็แพ้ไป จริงหรือ

ควรเป็นอย่างนี้จริงหรือ

ควรปล่อยให้เป็นอย่างนี้จริงหรือ


ประเด็นดีและหนัก แต่โทนเรื่องไม่หนัก มีความสดใส ตัวละครมีเสน่ห์

เปิดตัวมากับความฟรุ้งฟริ้งของเฟื่องนคร ถ้าเป็นในการ์ตูน พื้นหลังต้องมีดอกไม้บานสดใสให้ตานี่แน่ ๆ 

โอชอบที่ผู้เขียนเลือกคาแรกเตอร์ให้เฟื่องนครที่เป็นคนอ่อนโยนแต่กลับได้รับแต่บทร้าย ตรงข้ามกับเพื่อนอย่างกรดิฐที่เป็นตัวร้ายในคราบพระเอก ความตัดกันนี้ทำให้เรื่องมีสีสัน และก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแสดงให้เห็นว่า บทที่ได้รับ ก็เป็นเพียงบท เป็นงานงานหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนิสัยหรือความชอบส่วนตัว ที่สำคัญ ไม่มีใครรู้จักเจ้าตัวดีเท่าเจ้าตัวเอง

เฟื่องนครใจดี อ่อนโยน เป็นสาวน้อยในการ์ตูนตาหวาน เป็นพระเอกในมาดเจ้าชาย แต่นั่นก็ไม่ใช่ตัวตนแค่เพียงด้านเดียวของเขา

กรมท่า หนุ่มน้อยผู้โดนพี่ชายข้างบ้านสปอยล์ กรมท่ามีนิสัยของลูกคนเดียวค่อนข้างสูง ชอบตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ชอบให้ใครบังคับ อยู่ตรงกลางระหว่างเปิดรับและปกปิดป้องกันตัวเอง ข้อดีคือความไม่สุดโต่งของเขาทำให้เขารับมือกับอะไรหลาย ๆ อย่างได้ค่อนข้างดี

กรดิฐ หรือเฮียกอ แบดบอยที่อยู่ในฝันของสาว ๆ สามารถเป็นคนที่ร้ายกาจและแสนดีได้พร้อม ๆ กัน เป็นตัวละครที่โอไม่คิดว่าจะชอบ แต่แน่นอนว่าโดนเฮียกอตกไปเรียบร้อยแล้วในฐานะพี่ชายที่แสนดี แต่ถ้าจะให้หมอนี่เป็นพระเอกในฝัน คงไม่มีที่ให้นะจ๊ะ

ตัวละครหลักมีเท่านี้ และเล่าเท่านี้น่าจะพอดีสำหรับการแนะนำหนังสือ ที่เหลือรอลุ้นในเรื่องดีที่สุด

หนังสือหนา แต่อ่านไม่เบื่อ การที่สามารถทำให้คนอยากอ่านต่อไปเรื่อย ๆ เป็นคุณลักษณะที่ดีของงานเขียน โอเริ่มอ่านตอนเที่ยงคืน แน่นอนว่าตีสามกว่าก็ไม่จบ และบอกตัวเองว่าฉันจะไม่อ่านเรื่องของคนเขียนคนนี้ตอนก่อนนอนแล้ว ตาลึกตาโบ๋สุขภาพทรุดโทรมไม่สวยเลย

กดไปที่ 4.5 ดาว

จุดห้าที่กั๊กไว้คือ  การคีปคาแรกเตอร์ โอยังรู้สึกว่าเฟื่องนครตอนเปิดตัวกับตอนดำเนินเรื่องนั้นต่างกันมากไปนิด เปิดตัวแบบการ์ตูน แต่เมื่อผ่านไปไม่ใช่ ถ้าจะให้ออกการ์ตูนจ๋า ก็ควรจะมีจุดที่รู้สึกว่ามันจ๊าจ๋าหย่อนมาเป็นระยะ รักษาโทนให้ไปด้วยกันแล้วเรื่องจะสมูธ ไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ผสมเป็นเนื้อเดียวกันได้มากขึ้น ตัวละครที่โอรู้สึกว่าคีปได้ดีที่สุดคือเฮียกอ จุดต่อมาคือโอรู้สึกแปลก ๆ คือเนื้อหาการทำงานในเซนดาย่า แต่ในเมื่อเรื่องออกแนวการ์ตูน ความไม่ค่อยสมเหตุสมผลนี้สามารถหลับตาข้างได้ จุดต่อมาคือเรื่องใหญ่ในเรื่อง โอไม่รู้สึกใหญ่ตามเรื่อง อาจเพราะน้ำหนักไม่มากพอ สร้างไม่ใหญ่พอ อานุภาพเลยไม่มากพอ ความคล้อยตามเลยไปไม่สุด จุดสุดท้าย ถ้าสามารถตบเรื่องผู้จัดการ หรือจุดประสงค์ของเซนดาย่าได้ เรื่องจะจบในแบบที่ครบและสวยยิ่งขึ้น อย่างละนิดอย่างละหน่อย และไม่ใช่จุดสำคัญ รวมถึงนี่เป็นเพียงแค่ความคิดของโอคนเดียวนะคะ




.
.
.


"ผมไม่ใช่ว่ายินดีรับแต่ดอกไม้นะครับ ไม่ใช่ว่าต้องชมอย่างเดียว เวลาทำงานกับผู้กำกับหลาย ๆ ท่าน ท่านจะคอยติคอยสอน ซึ่งคำแนะนำพวกนี้ผมก็เอามาคิดมาปรับใช้เรื่อย ๆ ครับ แต่คำวิจารณ์ในเน็ตนี่มีไม่มากนักที่เป็นก้อนหินอันหวังดี ส่วนมากเป็นการแสดงอารมณ์มากกว่า แบบฉันเกลียดเธอจะทำไม แบบนี้คือยิ่งไปรับเราจะยิ่งหดหู่น่ะครับ เลยเลือกจะหนีไปเลย แน่นอนมันเป็นความขี้ขลาด แต่การไม่เห็นเนี่ยมันดีกว่าเยอะครับ ทำให้ผมดำเนินชีวิตไปตามปกติได้ ถ้าไปเห็น ไปอ่าน ผมก็จะเอาแต่หดหู่ ทำงานไม่ได้ ซึ่งก็จะเสียหายกันไปหมด ทั้งเรา ทั้งคนจ้างงาน"

"แต่ก็มีคนมากมายที่ชื่นชมนี่คะ" คุณจูจูถาม รินกาแฟลงแก้วให้ทั้งสอง"

"ก็มีครับ พวกแฟน ๆ ที่น่ารักเป็นคนที่ช่วยผมได้มาก ๆ เลย แต่จิตของมนุษย์มักจะจำความเจ็บปวดจากก้อนหินได้มากกว่ากลิ่นหอมของดอกไม้นะครับ เป็นเรื่องน่าเศร้า"

"เฮียว่าเรื่องการเจอข้อความลบ ๆ จากชาวเน็ตนี่เป็นประเด็นใหญ่ของยุคสมัยนะ มันเป็นเรื่องใหญ่มาก คนในหลาย ๆ ระดับเจอปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะดารา แต่พวกเรายังเห็นภาพไม่ชัดเจนพอ ยังไม่รู้ว่าควรทำยังไงกับมันกันแน่" กรดิฐดมกาแฟที่คุณจูจูรินมา " เอาจริง ๆ ผมเป็นคนที่เห็นด้วยกับเสรีภาพในการพูดนะ เราต้องยอมรับว่าสังคมอารยะคือสังคมที่อนุญาตให้คนพูดอะไรก็ได้ ไม่มีการห้ามไม่ให้พูดในบางประเด็น แต่ผมยังไม่แน่ใจว่า ถ้าเสรีภาพในการพูดเนี่ย มันกลายร่างเป็นการพูดที่ทำร้ายผู้อื่น เราควรทำยังไงกับมัน คือใจหนึ่งผมก็มองว่าเราห้ามไม่ได้นะ เพื่อรักษาความมีเสรีภาพในการพูดไว้ ตัวเสรีภาพในการพูดมันสำคัญมากในสังคม"

คุณจูจูยิ้มแห้ง ๆ ส่วนเฟื่องนครยิ้มเหมือนจะปลอบใจเธอ 

"เฮียโหมดวิชาการไง พิธีกรเราไม่เคยเห็น เลยยิ้มแห้งเลย" ดาราหนุ่มยิ้มให้เจ้าของสถานที่แล้วเอ่ยต่อ "นี่ผมชินกับเฮียโหมดนี้มากนะ เขาเป็นงี้บ่อย มีแต่คนภายนอกนั่นแหละที่ไม่ชิน แล้วทุกคนก็ทำตัวเหมือนรู้จักเฮีย แต่ความจริงคือไม่เลยสักนิด"

เฟื่องนครจิบกาแฟแล้วพูดต่อ โทนเสียงของเขาอ่อนโยน ช่วยละลายบรรยากาศให้เบาลง "ถ้าเรามองให้ง่ายกว่านั้นล่ะครับ ถ้าเราไม่ต้องพูดถึงเสรีภาพหรือสิทธิ์ มันซับซ้อนไป สมมติเราคิดแค่ว่า เออ คนเราควรมีน้ำใจต่อกัน เห็นอกเห็นใจกัน มีมารยาทในยามจะพูดถึงกันในระดับหนึ่ง แบบมารยาทสังคม ไรงี้ ได้มั้ย"

"คือเรามองภาพว่า สังคมควรเป็นแบบนั้นไง" กรดิฐพูดตอบขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเกือบเหมือนพูดขัด เขาถือแก้วกาแฟ หมุนข้อมือเป็นวงกลมไปมาระหว่างพูด "แต่ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว ผู้คนไม่รั้งรอที่จะแสดงอารมณ์ใส่เรา แต่ถ้าเราแสดงอารมณ์กลับบ้าง เราจะเป็นคนผิดทันที เราในฐานะบุคคลสาธารณะต้องไร้อารมณ์อะ ต้องยอมให้ปาหินอะ เพราะถ้าเราด่ากลับปุ๊บคือจบ ทั้งที่เราอาจจะทนโดนด่ามาร้อยครั้ง สองร้อยครั้ง ห้าร้อยครั้ง แต่พอเราด่าหนึ่งครั้ง กลายเป็นคนนิสัยไม่ดีทันที กลายเป็นดาราเจ้าอารมณ์ทันที สังคมมีสิทธิ์แสดงอารมณ์ใส่เรา แต่เราไม่มีสิทธิ์แสดงอารมณ์ใส่เขา"

"เป็นความคาดหวังจากสังคมหรือเปล่าคะ ว่าบุคคลสาธารณะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีกับสังคม" คุณจูจูถามระหว่างที่เฮียลองชิมน้ำสีน้ำตาลในแก้ว

"ผมอยากเป็นแบบอย่างที่ดีนะ ผมอยากเป็นคนสดใสมองโลกในแง่ดี" เฟื่องนครตอบยิ้ม ๆ "แต่คงต้องยอมรับว่า สังคมขอให้เราเป็นคนดีท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายต่อเรามาก เหมือนขอให้เด็กคนหนึ่งตั้งใจเรียน ทั้งที่ครูก็แย่ รอบโรงเรียนมีแต่คนขายยา ดมกาว การรักษาจิตใจที่จะทำดีมันต้องเข้มแข็งมากอะ"

"สังคมเรียกร้องจากบุคคลสาธารณะเยอะจริง" กรดิฐพยักหน้า วางแก้วกาแฟที่เกือบหมดแล้วหลง "ในขณะที่ปฏิบัติต่อบุคคลสาธารณะอย่างกระด้างมาก"
เฟื่องนครจ้องดูกาแฟในแก้วของเขา ขณะที่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ

"คุณใช้เวลาประมาณสองนาทีเพื่อพูดคําที่ร้ายแรงที่สุดกับผม แล้วคุณก็จะลืมมันไปภายในเจ็ดวัน ลืมสนิทว่าเคยพูดคำเหล่านี้ หันไปสนใจข่าวอื่นแทน แต่คำพูดของคุณมันจะอยู่กับผมไปอีกตลอดชีวิต คอยย้อนกลับมาหาผมในวันที่นอนไม่หลับ กลับมากระซิบข้างหูอีกหน ทำให้ร้อนรนทรมาน ในเวลาที่สับสนที่สุด... คำพูดเก่า ๆ จะย้อนกลับมาหาเราอีกครั้ง มาฉุดเราให้ร่วงลงไป"

"ไม่ใช่แค่ผม ไม่ใช่แค่เฟื่อง มีอีกหลายคนถูกทำร้ายในรูปแบบนี้" เฮียเก่าต้นคอ เงยหน้ามองเพดาน 

.
.
.

หน้า 436-438












Create Date : 26 ตุลาคม 2561
Last Update : 26 ตุลาคม 2561 16:22:16 น.
Counter : 800 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments