กุมภาพันธ์ 2561

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
เงารักในม่านใจ + ม่านมาส 1 แม่พี่หมา เขียน



นิยายในหมวดนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย

สองเรื่อง (สามเล่ม) นี้ โอได้รับจากผู้เขียนค่ะ ได้รับมาจนถึงวันนี้ก็สามเดือนได้ นานจนคงรู้สึกผิดที่ถ้าเกิดพรุ่งนี้เราตายไปแล้วยังติดค้าง ไม่ได้อ่านและไม่ได้เขียนรีวิวอยู่ ขอโทษที่โอชักช้านะคะ
คุณปุ้ย ผู้เขียน บอกโอว่าให้ช่วยวิจารณ์ผลงานให้หน่อย เราก็ค่อนข้างเกร็ง เพราะงานเขียนหลายครั้งก็ไม่ได้มีผิดถูกตายตัว และสิ่งที่โอเขียนหรือบอกไปก็ใช่ว่าจะถูกเสมอไป หลาย ๆ อย่างขึ้นกับมุมมองและเหตุผลของตัวเราด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม ขอบคุณที่ไว้ใจโอค่ะ
สามารถและเปลี่ยนความเห็นกันได้นะคะ
เงารักในม่านใจเป็นเรื่องที่สองในชุดค่ะ (จะเรียกว่าชุดม่านได้ไหมนะ)
ประกอบด้วย
ม่านรักหมอกหัวใจ โอเคยเขียนถึงแล้วที่นี่ค่ะ
เงารักในม่านใจ
ม่านมาส
ม่านผาหมื่น
เงารักในม่านใจ (2 เล่มจบ + 1เล่มเล็ก)
แม่พี่หมา เขียน
หนังสือทำมือ
หลังปก
เขา... เหมือนดอกหญ้า
เติบโตท่ามกลางหนามแหลมของดอกไม้ที่แสนงาม
เขา... หอบหัวใจช้ำรักมาหลบอยู่ในไร่ดอกไม้เหนือสุดของประเทศ
เมื่อคนใจพังสองคนโคจรมาพบกัน ความหวานซึ้ง (ละมั้ง) จึงเปล่งประกายขึ้น (ลุกโชน) เหมือนน้ำค้างกับแสงแดดที่แสนอบอุ่น (อุ่นปรี้ดดด!)
คุยกันหลังอ่าน
ถ้าเคยได้อ่านม่านรักหมอกหัวใจมาก่อน น่าจะจำการุณ เพื่อนสนิทที่ทำให้พากรณ์ต้องบุกมาตามตัวถึงไร่ส้มสุโขทัยได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของเขาค่ะ 
การุณหอบหัวใจช้ำรักไปถึงเชียงราย และสมัครงานที่ไร่ดอกไม้ที่นั่น หวังเงินเดือนและประสบการณ์จะช่วยเป็นรากฐานในอนาคต แม้ปัจจุบันจะมืดมน
การุณพยายามเป็นลูกน้องที่ดี เป็นน้องใหม่แสนน่ารักและว่าง่ายของพี่ ๆ ที่ทำงาน แต่โชคชะตาไม่เห็นด้วยกับเขา เพราะมันนำพาความวุ่นวายที่ตามหลังผู้ชายคนนั้นมา
ตฤณ เจ้านาย เจ้าของไร่ดอกไม้ และกรรมกรของบรรดาญาติพี่น้อง
การุณไม่คิดมาก่อนว่าตัวเขาจะถูกดึงเข้าไปในศึกสายเลือดนี้ โดยเฉพาะหลังจากเปิดพินัยกรรมที่มีเงื่อนไขพิลึกนั่น
และไม่คิดสักนิดด้วยซ้ำว่าหัวใจด้านช้าของเขาจะกลับมาเต้นอีกครั้งได้เพราะคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านาย
+++
ลักษณะนิสัยของพระนายสองคนนี้โอว่ามีส่วนคล้ายกันค่อนข้างมาก คือเป็นคนร้ายลึก
การุณร้ายแบบเจ้าเล่ห์ ตฤณร้ายแบบมีเงื่อนไข คนร้าย ๆ สองคนมาเจอกัน มันก็จะทันกันบ้าง มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบบ้าง
ตามความรู้สึกโอไม่ค่อยรู้สึกว่าตฤณร้าย อาจจะเพราะเป็นคนเนิบ ๆ ติดจะเฉื่อยชา ไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย เลยดูเหมือนเขาจะง่าย ๆ สบาย ๆ ไปกับทุกเรื่อง ความร้ายเขาจะออกมาตอนโดนเอาเปรียบมาก ๆ จนทนไม่ไหว หรือมาโดนจุดสำคัญที่ปล่อยไปไม่ได้ โอเลยใช้คำว่าร้ายแบบมีเงื่อนไข
ส่วนการุณ ค่อนข้างเจ้าเล่ห์ แต่นิสัยส่วนตัวคือใครร้ายมาถึงร้ายตอบ ถ้าดีมา การุณก็พร้อมจะเป็นคนดีของทุกคน
โอชอบตัวละครลักษณะนี้นะ ร้าย ๆ ทันกัน ถ้าเนื้อเรื่องมีการชิงไหวชิงพริบจะยิ่งชอบมาก แต่เรื่องนี้ดันมีจุดอ่อนที่สำคัญคือเนื้อเรื่องอ่อน เลยกลายเป็นความขัดแย้งกันเอง 
การเขียนตัวละครฉลาดให้ฉลาดโอว่ายากนะ  เพราะต้องเขียนเนื้อเรื่องพร้อมเหตุผลให้สอดรับกัน และแสดงไหวพริบของตัวละครนั้นให้คนอ่านเห็น โดยไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกยัดเยียดความเก่งกาจนั้นมา ขาดแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็จะเสียสมดุลทันที 
เนื้อเรื่องเบาเกินไป ประเด็นน้อยและอ่อนเกินไป มาเริ่มเข้าประเด็นหลักเอาช่วงท้ายเล่มสอง ซึ่งมันช้าไปมาก เกลี่ยน้ำหนักให้มีประเด็นสลับมาช่วงต้น ๆ บ้าง สลับช่วงผ่อนคลายบ้าง น่าจะดีกว่านี้
ตอนอ่านเรื่องนี้โอรู้สึกว่าถูกนำเสนอและชี้นำมาก โดยไม่รู้สึกคล้อยตาม เช่น ผู้เขียนบอกว่ายาก ว่าวุ่นวาย ว่าเก่ง ว่าโล่งใจ มันหยุดแค่ปลายตัวหนังสือ แต่ไม่ลงมาอยู่ในเนื้อเรื่องหรือเปล่า ท่ากิริยาใหญ่เกินเรื่อง
การตัดตอนที่สั้นเกินไปในแต่ละตอน จริง ๆ ความยาวสั้นจะไม่ใช่ปัญหา ถ้ากำหนดประเด็นในแต่ละตอน ตอนนี้ตั้งใจจะทำอะไร จะให้เกิดอะไรขึ้น มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เช่น เปิดตัวละครใหม่ เปิดประเด็นใหม่ สร้างความขัดแย้ง สร้างเงื่อนไข ถ้ามีแล้วจะสั้นเท่าไรก็ได้ เพราะเราทำตามเงื่อนไขและแผนละ แต่อันนี้เหมือนกับว่า เรื่องก็ไม่เดิน ตอนก็สั้น คำถามเกิดต่อไปว่า แล้วปัจจุบันทำอะไรอยู่ การกำหนดขอบเขตและวางโครงเรื่องจะช่วยแก้ปัญหาได้ดีค่ะ 
จังหวะและลำดับความสำคัญในเรื่องนี้ประหลาดมากในความรู้สึกโอ บทจะเนิบก็เนิบเกินไป บทจะตัดตอนก็รวดเร็วเกินไป อย่างตอนพิเศษในเล่มเล็ก โอคิดว่าควรอยู่ในเล่มหลัง จะแทรกมาอยู่ในเนื้อเรื่อง หรือเป็นตอนพิเศษท้ายเรื่องก็แล้วแต่ ไม่ควรแยกออกไปเป็นเล่มพิเศษเดี่ยว ๆ  เพราะเป็นสิ่งที่อ่านในเรื่องหลักแล้วรู้สึกติดค้างในใจ อย่างตอนที่การุณเปลี่ยนใจ ก็เป็นตอนที่อยู่ ๆ โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย อ่านแล้วงง ตามตัวละครไม่ทัน ไม่เข้าใจคนเขียน หรือตอนที่ตฤณกับการุณกำลังคุยเรื่องสำคัญ แล้วอยู่ ๆ ก็ไว้คุยต่อทีหลังดีกว่า อะไรอย่างนี้ 
สิ่งที่ขัดอีกอย่างคือ อารมณ์เรื่องกับอารมณ์ตัวละครไม่ไปด้วยกัน (ใช้คำว่า Mood and Tone ได้ไหมนะ) อย่างเรื่องม่านรักหมอกหัวใจ ตัวละครอย่างพากรณ์เป็นคนที่มีอารมณ์ขันในตัวสูง หรือหิรัญที่ปากจัดปนตลก ฉากเป็นไร่ส้ม การใช้การเล่าแบบตลกบ้านไร่เลยไปด้วยกันดีมาก 
แต่เรื่องนี้อารมณ์เรื่องมันคนละอย่างกัน  ใช้ดราม่าในครอบครัวเป็นแกนหลักเรื่อง อารมณ์ดราม่าต้องนำ จะให้ตลกตัวละครต้องมีอารมณ์ตลก หรือใช้เป็นตลกสถานการณ์ ซึ่งตัวละครอย่างการุณ ที่พื้นฐานไม่ใช่คนตลก แถมตัวเองยังมีดราม่าเรื่องอกหักรักคุดมาก่อน ส่วนตฤณก็ไม่ใช่คนตลก พื้นฐานเป็นคนจริงจัง และเอาการเอางานด้วยซ้ำ แถมมีดราม่าครอบครัวอีก จะเห็นว่าสองคนนี้เอาตลกนำเล่าเรื่องไม่ได้ละ เพราะไม่มีปูมหลังหรือนิสัยส่วนตัวไปทางนั้น เหลือทางแค่ตลกสถานการณ์ สถานการณ์นำเหตุการณ์ให้ตลกไปเอง คราวนี้มันจะมีรูปแบบอีกอย่าง ที่เนื้อเรื่องหนักมาก แต่ตัวละครดันเป็นคนตลก หรือไม่ได้ตลก แต่เล่าแบบเสียดสี เลยเล่าเรื่องหนักให้ตลก แบบนี้ก็มีพอสมควร แต่แนวของเรื่องเป็นไปอย่างนั้นตั้งแต่ต้น
สำนวนยังไม่ดี และคำผิดก็มีมาก
คำผิดก่อนนะคะ 
อยากให้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับคำผิดให้มาก เพราะผิดระดับไม่น่าให้อภัยเลย เริ่มต้นจากตัวเราอันดับแรก เหตุมาก่อนผล ผิดเพราะอะไร เพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องคำหรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นต้องทำการบ้านมากกว่านี้ ไม่แน่ใจอย่าละเลย ไม่รู้ต้องเปิดรับ ไม่เข้าใจต้องเสาะหาคำตอบ ส่วยปลายทางจะหลุดจะพิมพ์ผิด จะพิมพ์สลับ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนพิสูจน์อักษรหรือตรวจทานเอา หลักใหญ่คือเรา เล็กน้อยคือเขา
ปัญหาหลักคือการใช้วรรณยุกต์ ใช้ผิด เสียงที่ออกมาไม่ตรงความหมาย รองลงมาคือสะกดคำผิด
"อ่อ" "อ่าว" มาจาก "อ้อ" "อ้าว" คำอุทานในเรื่อง จริง ๆ คำอุทานมีสิทธิเป็นอะไรก็ได้ เพราะคนเราอยากจะพูดอยากไรก็ได้ เป็นตามลักษณะนิสัยส่วนตัว
แต่ลองนึกถึงความเป็นจริงนะคะ
อ้อ คือคำอุทานแสดงความเข้าใจ คล้อยตาม นึกออก 
ให้ออกเสียงตามเดี๋ยวนี้เลย
อ้อ อ้า อ้าว
"อ้อ เข้าใจแล้ว" 
"อ้า อย่างนี้นี่เอง" 
"อ้าว ไม่ใช่เหรอ"
เสียงจะไปด้วยกันกับอารมณ์เลย
คราวนี้
อ่อ อ่า อ่าว
"อ่อ เข้าใจแล้ว" (ถ้าออกเสียงไม่ถูก เทียบเสียงกับ ก่อ และ บ่อ) 
เสียงจะไม่ไปด้วยกันกับความหมายของประโยค และอารมณ์ที่พูด
"อ่า อย่างนี้นี้เอง" (ถ้าออกเสียงไม่ถูก เทียบเสียงกับ ป่า และ ผ่า)
ประโยคนี้มีความเป็นไปได้ ถ้าน้ำเสียงผู้พูดมีความไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจผสมอยู่
"อ่าว ไม่ใช่เหรอ" (ถ้าออกเสียงไม่ถูก ลองพูด อ่าวไทย)
ไม่ใช่เหรอ แสดงคำถามที่ไม่แน่ใจ โทนเสียงเป็นการสงสัย
โอลองนึกถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ ก็อาจจะมีเหมือนกัน อย่างที่นักแสดงตลกมักจะเล่นกัน "อ่าววว" "แป่วววว" มีความเป็นไปได้เหมือนกัน ลากเสียงยาว ๆ หนัก ๆ เน้นเสียง
สำคัญคือต้องรู้อารมณ์คนพูด ต้องการแสดงอารมณ์แบบไหน ก็ให้ใช้เสียงคล้อยตามกัน
แถมให้
"อ๊ะ ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ" (คำอุทานตกใจ เสียงจะสูงอัตโนมัติ)
"อ้ะ นี่ของที่เธอชอบ" ออกเสียงไม่ถูก ให้เทียบเสียงกับ ป้ะ จ้ะ ออกเสียงยังไม่ถูก ให้ออกเสียง อ้า แล้วออกเสียงสั้นลงเรื่อย ๆ จะเหลือเป็น อ้ะ
"อ๊า ทำไมลืมเสียได้" ออกเสียงไม่ถูก ให้เทียบเสียงกับ ป๊า
"อี๋ น่าเกลียดชะมัด" (คำอุทาน เน้นเสียงแสดงความรังเกียจ)
"อ๋อ เข้าใจแล้ว" (เน้นเสียงแสดงการเข้าใจ)
แรก ๆ โอจดมาหมด หลัง ๆ โอเลือกเฉพาะที่เตะตา หรือน่าจะมีประโยชน์สำคัญนะคะ
เล่ม 1
หน้า25 "อ่าว... แล้วทำไมพี่ไม่เข้าไป..." 
อ่าว เสียงหนัก การออกเสียงหนักแล้วต่อด้วยคำถามแสดงความข้องใจ โดยธรรมชาติแล้วจะออกเสียงยากมากเลยค่ะ เป็น "อ้าว"
และ "โธ่ทีม... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่เลี้ยงข้าวทั้งอาทิตย์เลยเอ๊า
ใช้ เอ๊า กับประโยคข้างบนไม่ได้ค่ะ ต้องเป็น เอ้า เพื่อเน้นเสียง (เลี้ยงข้าวทั้งอาทิตย์เลยนะ)
หน้า 26 "เป็นห้วง เป็นห่วง " 
ออกเสียงตามนะคะ ห้วงเวลา ห้วงคำนึง 
ในที่นี้ต้องเป็น เป็นห๊วงเป็นห่วง
หน้า 32 ใยดี ที่ถูกต้องเป็น ไยดี *คำนี้ผิดตลอดนะคะ อ่านเพิ่ม การใช้ ใย-ไย
หน้า 44 พ่อซินเดอเรลลา ตัวใหญ่ไม่ได้เจอแม้สักเสี้ยวใบหน้าของแม่เลี้ยงผู้อ่อนหวาน
วรรคตอนผิดค่ะ ที่ขีดเส้นใต้ต้องติดกัน
นอกจากคำผิด วรรคตอนก็สำคัญมากเพราะมีผลทำให้ความหมายผิดไปได้เลยค่ะ
หน้า 57 "ตฤณหมดโอกาสจะตื้อให้เขาไปทำงานด้วย"
ที่ถูก ต้องสะกด ตื๊อ
เช่น ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
ส่วน ตื้อ 
เช่น เขารู้สึกหัวตื้อไปหมดแล้วตอนนี้
สำนวน 
บางที คืนนั้นที่กรุงเทพมันก็ทำให้ทั้งสองคนทั้งรู้และไม่อยากรู้จักกันและกันเลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ
ที่ขีดเส้นใต้ต้องเป็น ทั้งอยากรู้จักและไม่อยากรู้จัก ค่ะ ย่อไม่ได้เพราะความหมายจะเพี้ยน หรืออยากย่อจริง ๆ จะเป็น ทั้งอยากและไม่อยากรู้จัก
หน้า 62 กระท่อมหลังกระจิ๊ดริด แต่คนอยู่อย่างกับยักษ์!
สะกดที่ถูก ต้องเป็น กระจิริด
หน้า 70 การุณยิ้มจนตาปิด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น สายตาจ้องมองสบตากับตฤณ ก่อนจะเลื่อนไปมองยังถ้วยชาหอมกรุ่น ที่ชายหนุ่มกำลังจิบไปแล้วหนึ่งอึก
กลิ่นหอมของชาและท่าทางของการุณ ทำให้ตฤณสนใจทั้งสองอย่าง จนเผลอลืมไปว่า ตัวเองนั้นรู้ทันความคิดของคุณเลขาฯ หน้ามนโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก
"ชาอะไรครับ รสดีจัง"
"ชาเบญจมาศผสมกับมะลิครับ"
"หืม?" การุณยิ้ม
"ผมทำเอง" แต่ไม่อธิบายหรอกนะว่าทำยังไง
สำนวนกำกวมค่ะ โออ่านไปห้ารอบก็ยังงงว่าชายหนุ่มที่จิบชาคือการุณหรือตฤณ จะอ่านข้อความถัดมาก็ไม่มีบ่งชี้เลย ในกรณีที่อยากจะใช้สำนวนชวนสงสัยดึงความสนใจ ข้อความเฉลยต้องไม่ไกลเกินไป (ไกลเกินระยะกวาดสายตา) ไม่งั้นจากชวนอยากรู้จะกลายเป็นชวนงงค่ะ
หน้า 131 เขาล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ หรือจริง ๆ เขาเข้าใจแต่ไม่อยากนึกถึง
หน้า 159 "วันนี้พี่ชมพู่มาแต่เช้าเลยแหะ"
ที่ถูก ต้องเป็น แฮะ
หน้า 195 "พี่ส้มจุกขา คุณตฤณขับรถมารับน้องทีมไปตั้งแต่เช้าเลยค้า"
ที่ถูก ต้องเป็น ค่า
หน้า 197 ช่วงนี้ตฤณก็ต้องจิบชามะลิไปพราง ๆ
ที่ถูก ต้องเป็น พลาง ๆ
หน้า 255 ปรีน่อง
ที่ถูก ต้องเป็น ปลีน่อง
ปลี ในที่นี้มาจากปลีกล้วยนั่นเอง เขาเปรียบเป็นน่อง (มักหมายถึงน่องหญิงสาว) เพราะกลมกลึงเป็นปลีกล้วย
เล่ม 2
หน้า 337 แต่คลื่นไม่มีอย่างนี้ โทรศัพท์มือถือเป็นทองคำก็ไม่มีค่า
จากความหมายประโยค ต้องใช้เป็น โทรศัพท์มือถือทำด้วยทองคำก็ไม่มีค่า
หน้า 340 การุณมองผู้มาเยือนด้วยสายตาตกใจ แต่มันมีแววของความดีใจฉายชัด เมื่อเห็นว่าใครที่เข้ามาในบ้านหลังนี้
ต้องเป็น แต่แล้วมันก็มีแววของความดีใจฉายชัด เพราะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ขัดแย้งกันค่ะ
หน้า 345 ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ตฤณและอินทรชิตเป็นผู้จัดการ
เรื่องที่เกิดขึ้น หมายถึงเรื่องทั้งหมดค่ะ แต่ในประโยคหมายความถึงเรื่องที่เหลือ หรือเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น เพราะฉะนั้นควรใช้ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นจากนั้น
สำนวนยังกำกวม อ่านแล้วต้องอ่านซ้ำ หรือเยิ่นเย้อ ใช้การขยายความมากเกินไปในบางจุด พยายามตบมุกตัวเองมากเกินไป 
อยากให้พยายามเลี่ยงการใช้เครื่องหมาย ! และวงเล็บ เพราะจะทำให้การอ่านสะดุด 
ใช้ ! ในจังหวะที่ควรเน้นจริง ๆ ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ เพราะมีผลต่ออารมณ์เรื่องมาก
ใช้วงเล็บเมื่อจำเป็น และเมื่อใช้แล้วสามารถอ่านได้ทั้งแบบไม่มีวงเล็บ และมีวงเล็บได้โดยไม่ทำให้ความหมายเปลี่ยนหรือขาดตอน
จุดที่โอชอบก็มีเช่นลักษณะตัวละคร อารมณ์เรื่อง ยังอ่านแล้วเพลิน สำรวจตัวเองแล้วยังยิ้มได้บางครั้ง แต่ก็มีจุดบกพร่อง ความสมดุลยังขาดค่อนข้างมาก
2 ดาว
ม่านมาส เล่ม 1 (จบในตัว)
แม่พี่หมา เขียน
หนังสือทำมือ
หลังปก
-
คุยกันหลังอ่าน
โองง ๆ กับเล่มนี้หน่อย ตั้งแต่หน้าปกยันมาเล่มหนึ่งอย่างเดียวโดด ๆ ถามผู้เขียนได้ความว่าเล่มสองยังพิมพ์ไม่เสร็จ แต่อ่านเล่มเดียวก็รู้เรื่อง โอเค เข้าใจละ ส่วนปกนี่คิดเอาเองว่ามาแบบมินิมอล น้อยแต่มาก อะไรเทือกนี้
ม่านมาสเป็นเรื่องของน้องชายต่างแม่ของตฤณ และหลานของหิรัญ ถ้าอ่านเล่มที่แล้วก็จะรู้ว่าใครจะคู่กับใครในเล่มนี้ไม่ยาก
แนวเรื่องต่างจากเงารักในม่านใจเลยค่ะ เพราะเป็นแนวรักใส ๆ รักของเจ้าชายน้ำแข็งจากต่างดาวกับมนุษย์เดินดินกินหญ้าคนธรรมดา 
มานัส หรือนัท เป็นคนขยัน ต้องการแบ่งเบาภาระของน้าชายอย่างหิรัญเลยรับทำงานพิเศษไม่เกี่ยงหน้าที่ บังเอิญรุ่นพี่คนสนิทที่นับถือรู้จักกับมารุต หรือมาศ เลยแนะนำเขาให้ มานัสเลยได้กลายเป็นพ่อบ้านส่วนตัวของพี่มาศนับแต่นั้น
เรื่องนี้โดดเด่นด้วยลักษณะตัวละครค่ะ เนื้อเรื่องไม่มีอะไร ถือว่าเป็นรักใส ๆ ในชีวิตประจำวัน (ที่ออกจะไม่ธรรมดาสักหน่อย) ก็ว่าได้
มาศ เป็นคนแปลก คาดเดาความรู้สึกยาก และไม่เปิดใจให้ใคร แม้แต่คนในครอบครัว ใครรู้จักก็มักจะแขยง เพราะเจ้าตัวมีนิสัยผิดมนุษย์มนา
นัท หนุ่มน้อยบ้านไร่ น้องชายคนซื่อ เพราะหน้าตาดูไม่ทันเล่ห์คน พี่และเพื่อนเลยมักห่วงแบบเกินไปสักหน่อย โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องมาทำงานให้มาศ
ออกแบบตัวละครให้ไปทางการ์ตูนซะมากหน่อย การเล่าเรื่องจะเกิน ๆ หน่อย ก็พอไปด้วยกันได้
แต่ก็ยังรู้สึกถึงความไม่เข้ากันของอารมณ์เรื่องและอารมณ์ตัวละคร มานัสเป็นคนซื่อ ตลกจากเขายังพอไปได้แบบตลกซื่อ ๆ ของคนมองโลกในแง่ดี ส่วนมารุตกับตลกไปด้วยกันไม่ได้เลย เพราะพอตลก ตัวละครนิสัยเปลี่ยน ตรงนี้ต้องระวัง ตลกอย่างไรถึงไม่เกินขอบเขตนิสัยตัวละคร จังหวะไหนควรจะใช้ ควรจะงด การใช้สำนวนแบบไหนสำหรับตัวละครใด ไม่งั้นมันจะปนและมั่วกันไปหมด เกิดความไม่ชัดเจน
ชมก่อน เห็นชัดว่าคำผิดน้อยลงกว่าเรื่องที่แล้ว แต่ก็ยังมีอยู่นะคะ ส่วนสำนวนยังคล้าย ๆ เรื่องก่อน ความกำกวมน้อยลงแล้ว แต่ยังเยิ่นเย้อ และมีรูปแบบที่เห็นชัดเจน
ยกตัวอย่าง
หน้า 123
มานัสตั้งท่าจะบ่นต่อเพราะทนเห็นคู่แฝดล้อไม่ได้ แต่โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาซะก่อน "แป๊บ ๆ กูรับสายก่อน เดี๋ยวจัดหนักมึงสองคน เดี๋ยวเจอ ๆ" มานัสทำเป็นขู่ แต่พอเห็นว่าใครโทรเข้ามา ก็เป็นอันลืมไปเลยว่าคาดโทษอะไรคู่แฝด
"สวัสดีครับพี่มาศ" ท่าทีที่เปลี่ยนไปของมานัสทำเอาแฝดหันมาสบตากันทันที คือมันก็เป็นการรับสายธรรมดา แต่ที่ว่ามันแปลก ก็ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน แต่ลงความเห็นแบบแฝด ๆ เลย คือ...
แปลก!
จากข้างบน มีคำว่า "แต่" จำนวนมาก และรูปแบบ "คือมันก็เป็นการรับสายธรรมดา (พยายามขยาย) แต่ที่ว่ามันแปลก ก็ไม่รู็ว่าแปลกตรงไหน (พยายามขยายเข้าไปอีก) แต่ (ใช้ซ้ำ) แปลก (สรุปก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น)"
เลยกลายเป็นความเยิ่นเย้อที่ไม่มีประโยชน์ค่ะ
อาจจะถือว่าเป็นการบรรยายพิเศษ ให้ตลกตามเนื้อเรื่องก็ได้ แต่ไม่ควรติดรูปแบบนี้มาก เพราะหนึ่ง คือ ไม่สวย และสอง คือไม่มีประโยชน์ 
ที่โอโน้ตมาเพราะสังเกตว่าผู้เขียนใช้รูปแบบการบรรยายแบบนี้มากจนกลายเป็นรูปแบบปกติที่เฝือในเนื้อเรื่องค่ะ
สำนวน
หน้า 148 จนช่วงหลังมานี้ ถ้าจำเป็นจะเรียกอูเบอร์แทน แค่ค่าบริการมันก็แพงกว่ากัน ทว่าเด็กหนุ่มก็พอทำใจได้
ไม่ใช้แบบนี้ค่ะ 
ลองปรับ
จนช่วงหลังมานี้ ถ้าจำเป็นจะเรียกอูเบอร์แทน แม้ค่าบริการจะแพงกว่า ทว่าเด็กหนุ่มก็พอทำใจได้
หรือ
จนช่วงหลังมานี้ ถ้าจำเป็นจะเรียกอูเบอร์แทน แค่ค่าบริการแพงกว่ากันนิดหน่อย ทว่าเมื่อเทียบกับข้อดีที่ได้ เด็กหนุ่มก็คิดว่าคุ้ม
หน้า 364 พากรณ์ทนเห็นลูกโดนลงโทษแบบนี้ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความเขาจะให้ท้ายลูกตลอดก็ไม่ใช่
ไม่ใช้แบบนี้ค่ะ
ลองปรับ
พากรณ์ทนเห็นลูกโดนลงโทษแบบนี้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะให้ท้ายลูกตลอด
หน้า 376 พากรณ์ยืนยิ้มมองลูกสาว ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้แม่บ้าน
ประโยคข้างบนเว้นวรรคผิดค่ะ ความหมายเลยผิดตาม ตามความหมายข้างบนคือพากรณ์เป็นคนส่งเงินจำนนวนหนึ่งให้แม่บ้าน แต่ความหมายที่แท้จริงคือลูกสาวเป็นคนส่งเงิน เพราะฉะนั้นต้องไม่เว้นวรรคในประโยคค่ะ
หน้า 386 ทั้งคู่พูดคุยกันไปเรื่อย ๆ จะว่าไปก็คือมานัสพูด มารุตฟังเสียมากกว่า จนเสียงเคาะประตูดังขึ้น
อีกรูปแบบที่ผู้เขียนติดใช้ และโอรู้สึกว่าเยิ่นเย้อ ทำไมต้องมาขยายซ้ำ ทั้งที่สามารถใช้การบรรยายในคราวเดียวได้
ลองเปลี่ยนเป็น
ทั้งคู่พูดคุยกันไปเรื่อย ๆ มานัสพูด มารุตฟัง จนเสียงเคาะประตูดังขึ้น
นอกจากนี้ จุดที่โอคิดว่ายังมีปัญหาคือช่วงรอยต่อระหว่างภาค คือชุดม่านเหล่านี้จะมีช่วงคาบเกี่ยวเนื้อเรื่องกันอยู่ แต่การกล่าวถึงยังไม่ค่อยเนียน ดูลอย ๆ อยู่ ทำอย่างไรผู้อ่านถึงจะสามารถอ่านแยกเรื่องกันได้เด็ดขาด เรื่องสมบูรณ์แบบในตัวของเรื่องเอง แต่เมื่อมาอ่านรวมกันแล้วไม่ซ้ำซ้อน ดูเข้าเนื้อกัน โอว่านี่ก็เป็นโจทย์หินเลยนะ
ถึงเรื่องจะไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก แต่ภาพรวมโอชอบม่านมาสมากกว่าเรื่องเงารักฯ เพราะความสมดุลดีกว่า ความเข้าเนื้อกันและเป็นธรรมชาติมีมากกว่า จุดที่ไม่ชอบหลัก ๆ เป็นเรื่องของสำนวน และตัวละครที่ยังไม่นิ่ง ต้นเรื่องกับท้ายเรื่องค่อนข้างฉีกจากกัน หรือไม่ก็เป็นเพราะโอยังไม่สามารถเข้าถึงตัวละครได้ดีมากพอก็เป็นได้
2.5 ดาว



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2561 4:54:36 น.
Counter : 1956 Pageviews.

4 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณnewyorknurse

  
โห วิจารณ์ละเอียดเลย คนเขียนน่าจะได้ความเห็นเยอะหละ

อ่อ กับ อ่าวนี่เห็นด้วย

อ่า นี่พี่ก็ใช้นะ ประมาณว่าเอ่ออ่า อย่าง อ่า...เป็นอย่างนี้นี่เอง แบบนี้พี่ก็ใช้แหละ แหะๆ

ไม่เห็นรีวิวนานเลยยย มาโหวตให้กำลังใจจ้า

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Hobby Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:23:40:09 น.
  
พี่สาวไกด์ฯ ใช้ อ่า ได้ค่ะ ตามตัวอย่างที่พี่ยกมาเลย แต่ในตัวอย่างข้างบนมันคนละอารมณ์ คนละความหมายที่ต้องการสื่อ เลยใช้ไม่ได้

ขอบคุณที่โหวตให้มากค่ะ หายไปนานจริง ๆ ค่ะ แหะๆ
โดย: ออโอ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:1:35:29 น.
  
ขอบคุณคุณโอมากเลยนะค้าาาาาาาาาาา

โดย: แม่พี่หมา IP: 58.8.118.134 วันที่: 9 เมษายน 2561 เวลา:21:23:09 น.
  
คุณแม่พี่หมา ค่า
โดย: ออโอ วันที่: 14 เมษายน 2561 เวลา:17:35:36 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments