มีนาคม 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
รักหลังเลนส์ Che Ye Liu Xiang เขียน

รีวิวเมื่อ 31/12/2019

 
 

รักหลังเลนส์ (2 เล่มจบ) 

Che Ye Liu Xiang เขียน  niecekiku แปล 

สำนักพิมพ์ Mee-D  ในเครือเอสเอ็มเอ็มพลัส 

440 บาท  430 หน้า 




*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความระหว่างชายกับชาย

#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #นิยายแปล #แปลจีน #รักหลังเลนส์ #CheYeLiuXiang #MeeD #มีดีส์ #รีวิวนิยาย #ออโอ

 

หลังปก 

 

เขาคือนายแบบค่าตัวถูก ที่ภาพลักษณ์เชยไม่เข้ากับยุคสมัย ส่วนอีกคนคือช่างภาพแฟชั่น ที่ฐานะร่ำรวยจนชวนให้ตกตะลึง 

 

เส้นขนานสองเส้นกลับมาประจบกันที่มุมมุมหนึ่ง เขาคิดว่าระหว่างพวกเขาเป็นแค่หยดน้ำมันที่ร่วงหล่นใส่น้ำ โอบอุ้มกันไว้ แต่ทว่ากลับไม่เข้ากันสักนิด 

 

เขารู้ว่าตัวเองต้องยืนอยู่บนก้อนเมฆเท่านั้น ถึงจะอยู่ในระดับเดียวกันกับอีกฝ่ายได้... 




 

คุยกันหลังอ่าน 


 

เรื่องของเถียนหยวน นายแบบไร้ชื่อเสียง กับนิคอน หรือหลี่พัวหราน ช่างภาพชื่อดัง 

 

เถียนหยวนเจอนิคอนครั้งแรกในงานถ่ายโฆษณางานหนึ่ง งานนั้นนิคอนได้หยิบยื่นโอกาสให้เถียนหยวน ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จัก เถียนหยวนที่เดิมคิดว่านิคอนเป็นคนหยิ่งและปากร้าย จึงเกิดคำถามติดค้างในใจตั้งแต่นั้น และเริ่มสนใจนิคอนตั้งแต่วันนั้นเช่นกัน 

 

+++ 

 

เรื่องจะดำเนินลักษณะที่ให้นิคอนเป็นคนขัดเกลาเถียนหยวน ก็จะมีฉากแนว ๆ ที่เถียนหยวนเปลี่ยนร่าง เหมือนสับสวิตช์ตัวเอง พอกล้องฉาย หรือขึ้นเวที จากหนุ่มธรรมดา ก็เป็นดาราเจ้าบทบาท ซึ่งตอนโออ่านตัวอย่าง ฉากพวกนี้มันดูโอเวอร์แบบการ์ตูนไปหน่อย ขาดมิติไปนิด ดูโดดออกมา (คนอ่านส่วนใหญ่จะชอบกับฉากอะไรประมาณนี้ เพราะตัวเอกได้โชว์ความเหนือชั้น เป็นฉากโชว์เทพนั่นแหละ พูดง่าย ๆ) แต่พอโอได้อ่านในตัวเล่มจริง เออ มันกลมกลืนไปกับเรื่องอยู่นะ ไม่ได้ดูโดดออกมามากขนาดนั้น แถมโอยังพบว่าตัวละครมีมิติค่อนข้างดี  

 

โอชอบตัวละครในเรื่องนี้ มีความลึก มีเรื่องที่แฝงอยู่ในใจ แถมผู้เขียนใช้วิธีที่ไม่ได้บอกเล่าออกมาตรง ๆ เลยยิ่งเสริมจุดเด่นให้ตัวละครมีเสน่ห์ 

 

เปิดตัวฉากเถียนหยวน แสดงให้เห็นถึงหนุ่มธรรมดาที่โตมาในชนบทแล้วมาทำงานในเมือง อุปนิสัยเป็นมิตร ซื่อตรง มีน้ำใจ จริงใจ ตั้งใจทำงาน ไม่นินทาว่าร้ายใคร เป็นคนที่ดีคนหนึ่ง 

 

แต่แล้วก็ค่อย ๆ เผยออกมาว่า ถึงเถียนหยวนจะซื่อ แต่เขาไม่ได้โง่ เถียนหยวนมีไหวพริบดี เข้าใจอะไรได้เร็ว ปรับตัวเก่ง  

 

ขอยกมาเพื่อให้เห็นภาพ 

 

>>> ครั้งนี้นิคอนไม่ได้นั่งกับเถียนหยวน เมื่อถึงตอนออกเดินทางเถียนหยวนถึงได้รู้ว่านิคอนนั่งเครื่องบินเที่ยวเช้าออกไปแล้ว 

 

เถียนหยวนก้มหน้าลง จากนั้นค่อยถามพนักงานตรงเคาน์เตอร์อย่างอ่อนโยน “ขอโทษนะครับ แขกห้อง 1203 เช็กเอาต์ออกไปรึยังครับ” 

 

พนักงานสาวสวยหน้าเคารน์เตอร์รู้ว่าพวกเขาทั้งชั้นเป็นนายแบบที่มาถ่ายโฆษณา ในนั้นยังมีไม่น้อยเคยมารบเร้าขอลายเซ็นเถียนหยวน พอได้ยินเขาถาม เธอจึงรีบตรวจดูถึงค่อยกล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า “คุณลูกค้าคะ คุณหลี่พัวหรานเช็กเอาต์ไปเมื่อตอนหกโมงเช้าแล้วค่ะ” 

 

เถียนหยวนเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท ตอนที่หมุนตัวกลับมา เขาคิดในใจว่า ที่แท้ชื่อจริงของนิคอนก็คือหลี่พัวหราน <<< 

 

คือเถียนหยวนรู้อยู่แล้วว่านิคอนออกไปแล้ว แต่ก็แสร้งไปถามเพื่อจะได้ชื่อจริงของนิคอนมา โอชอบที่ผู้เขียนไม่ได้อธิบายแบบตรง ๆ ว่าเถียนหยวนอยากรู้ชื่อของนิคอน เลยเดินไปหาพนักงาน แล้วถาม แต่ใช้การทิ้งช่องว่างให้คนอ่านเข้าใจเอง ฉากนี้เซอร์ไพรส์โอมาก นอกจากที่ประทับใจการบิดให้คิดตามแล้ว ยังเป็นจุดแรกที่ทำให้คนอ่านรู้ว่าเถียนหยวนไม่ได้ตรงเป็นไม้บรรทัด เขามีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว 

 

หรือตอนที่เถียนหยวนดั้นด้นไปถามนิคอนว่า เพราะอะไรถึงช่วยเหลือเขา นิคอนก็ตอบว่า เพราะถ้าเทียบกับนายแบบที่อยู่ตรงนั้นทุกคน เถียนหยวนเป็นคนที่กระหายความสำเร็จมากที่สุด นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่เปลี่ยนความเข้าใจของผู้อ่านที่มีต่อตัวละครได้เลย  

 

จากเถียนหยวนที่เป็นหนุ่มคนซื่อคนดีธรรมดาที่ตั้งตาทำงาน เป็นหนุ่มซื่อที่ไม่บื้อแถมมีเล่ห์เหลี่ยมพอตัว และเป็นหนุ่มซื่อที่ไม่บื้อ ที่ทะยานอยากที่สุด  
 

สังเกตว่า ผู้เขียนค่อย ๆ เปิดจุดที่ซ่อนไว้ของตัวละครทีละจุด โดยจุดที่ซ่อนไว้นั้นก็ไม่ได้ขัดแย้งกับจุดแรกที่นำเสนอ แต่เป็นมุมที่อยู่ลึกในจิตใจ และส่งผลต่ออารมณ์ผู้อ่าน ผู้เขียนไม่ได้ทำอย่างนี้เฉพาะกับเถียนหยวน แต่ทำกับตัวละครหลัก ๆ ทุกตัว ทำให้เรื่องมีความลึก พอบวกกับปมของตัวละครก็ยิ่งทำให้เรื่องความน่าติดตาม และคาดเดาได้ยาก 

 

การไม่ได้นำเสนอตรงไปตรงมา ก็เป็นอีกจุดเด่นของการดำเนินเรื่อง ผู้เขียนมักใช้การพูดเป็นนัยแทนความรู้สึกหรือความสัมพันธ์บางอย่าง โดยไม่ได้เล่าออกมาตรง ๆ  

 

โอชอบที่เขาค่อย ๆ เปลี่ยนพัฒนาบทบาทของนิคอน จากเดิม นิคอนที่เหมือนคนนอกแม้มีความอยากช่วยเถียนหยวนอยู่ แต่จะนิคอนจะแค่ให้โอกาส เถียนหยวนจะต้องเป็นคนไขว่คว้าและพยายามเอามาให้ได้เอง ต่อมา เถียนหยวนมีโอกาสได้มาทำงานใกล้ชิดกับนิคอน นิคอนก็จะเปลี่ยนบทเป็นคล้ายครู แนะนำ สอนสั่ง และวิจารณ์ เถียนหยวนก็จะตั้งตาฝึกฝนเพื่อให้นิคอนประทับใจ  

 

สองคนนี้พูดกันน้อยมาก แต่พวกเขาเข้าใจกันดี เถียนหยวนสังเกตและใส่ใจรายละเอียดที่นิคอนมีเสมอ ส่วนนิคอนก็ค่อย ๆ คุ้นเคยกับการมีเถียนหยวนอยู่ใกล้ ๆ 

 

อารมณ์ตอนสองคนนี้อยู่ด้วยกันช่วงแรก เถียนหยวนจะเหมือนสุนัข คอยเฝ้ามองเจ้าของ คาดหวังให้เจ้าของสนใจ ไม่เรียกร้องอะไร แค่ภักดีอยู่ข้าง ๆ แต่จะขู่อันตรายถ้ามีคนมาแย่งชิงหรืออยากทำร้ายเจ้าของตน  

 

ถึงตอนนี้คิดว่าหลายคนมีคำถาม ใครรุกใครรับคะ 

  

โอตอบให้ว่า ไม่ทราบค่ะ ผู้เขียนไม่ได้บอก ในเรื่องก็ไม่มีฉาก มากที่สุดคือกอด จูบยังไม่มีเลย  

บอกแค่ว่า สองคนนี้สูงใกล้กัน (เถียนหยวนสูงกว่านิดหน่อย) นิคอนอายุมากกว่าเถียนหยวน และมักใช้การบรรยายทั้งคู่ถึงความสวยงามและแข็งแกร่ง แต่ถ้าให้โอตอบตามความคิดโอนะ โอว่าเถียนหยวนรุก ไม่ก็สลับ อย่างหลังน่าจะเป็นไปได้มากสุด เพราะผู้เขียนดูจะชอบความ Unisex และจากช่วงฝึกเต้นรำก็อาจจะสื่อนัยบางอย่างอยู่)  

ความสัมพันธ์ในเรื่องเขียนอธิบายน้อย แต่ได้มาก  

 

เถียนหยวนเป็นคนที่ผู้เขียนเขียนให้เห็นการพัฒนาที่สุด จากหนุ่มที่มีพรสวรรค์แต่ไม่มีใครเห็น พอเจอนิคอนมาขัดเกลาก็ยิ่งโดดเด่น ไม่ว่าจะเจออุปสรรคกี่ครั้ง ก็สามารถกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เด็ดเดี่ยว ในแง่หนึ่งก็เป็นความดื้อดึงจนถึงที่สุด แต่คนแบบนี้ ถ้าไม่สู้จนตัวตาย ก็จะแข็งแกร่งจนใครก็ยากจะพิชิต 

 

นิคอนเป็นคนพิเศษ ตัวเขาให้ความรู้สึกสูงส่ง น่าเลื่อมใส แม้จะไม่ได้วางตัวเหนือคนทั่วไป เป็นคนที่ทำให้คนอยู่ที่อยู่ใกล้สนใจ ประทับใจ และยอมรับในที่สุด ในตอนพิเศษสามตอนท้ายจะอธิบายถึงความรู้สึกของตัวละครเด่นที่มีต่อนิคอน อ่านแล้วยิ่งตอกย้ำตรงจุดนี้ 

 

ด้วยความที่เป็นเรื่องของนายแบบ ก็จะพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้า ในเรื่องก็จะใช้การพูดชื่อแบรนด์มาบรรยายการแต่งตัว มีอธิบายถึงตัวของแบรนด์ที่สื่อความเป็นตัวตนของผู้สวมใส่  

 

โดยรวมโอชอบค่ะ บางจุดอาจจะนำเสนอแบบโอเวอร์ไปนิด แต่ด้วยความมีเสน่ห์ของตัวละคร บวกกับลูกเล่นการเล่าเรื่อง ทำให้เรื่องมีความลึก น่าสนใจ และดึงอารมณ์ได้ดี  

3.5 ดาว 

 

เสียดายที่อ่านไม่ลื่นไหลเลย โดยเฉพาะเล่มสอง มีตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ที่ถ้าตัด เพิ่ม เปลี่ยน จะเหมาะสมกว่า การเลือกใช้คำบางคำที่ไม่น่าจะตรงกับใจความที่สื่อสาร จนถึงกลุ่มก้อนบางอย่างที่อ่านแล้วสรุปความไม่ได้ 



 

ที่ติดขัด  


 

เล่ม 1 

 

71 ห้องครัวแบบเปิดอยู่กับห้องรับแขก ห้องนอนถูกวางอยู่บนชั้นลอย ด้านบนมีเพียงฟูกนอนขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนด้านข้างบันไดก็คือห้องน้ำ 

>> ห้องนอนอยู่บนชั้นลอย 

 

83 สนใจใยดี >> สนใจไยดี 

 

132  

เถียนหยวนหยิบตะเกียบมาคนไข่ทันที หลี่พัวหรานสั่งให้โรยหอมสับ สะบัดกระทะ จัดจาน ต่อเนื่องเป็นชุด 
 

จนกระทั่งไข่ข้นปรากฏอยู่ในจาน เถียนหยวนได้แต่รู้สึกว่าหมั่นฮั่นฉวนสีที่ตัวเองทำมาทั้งชีวิตจะไม่ผัดแค่ไข่อย่างเดียวจนเหลวมากเหมือนอย่างวันนี้ 

 

ไข่ข้นที่สีเหลืองอร่าม มีหอมสับสีเขียวตกแต่งอยู่ทั่ว ไม่ปกติจริง ๆ  

 

ประโยค 

‘เถียนหยวนได้แต่รู้สึกว่าหมั่นฮั่นฉวนสีที่ตัวเองทำมาทั้งชีวิตจะไม่ผัดแค่ไข่อย่างเดียวจนเหลวมากเหมือนอย่างวันนี’ >> ไม่เข้าใจค่ะ เดาว่าไข่ข้นที่เถียนหยวนทำมาทั้งชีวิตรวมกันยังผัดไม่นานเท่านี้ หรือเปล่า 

 

162  

“ถึงแม้เอเจนฯ ภายใต้บริษัทจะไม่ค่อยดีกับคุณเท่าไร แต่ฉันคิดว่าคุณน่าจะปั้นได้ไม่ยาก บางทีนิคอนก็คงเห็นจุดนี้เหมือนกัน วาดภาพลงบนกระดาษขาวก็ต้องใกล้เคียงกับความต้องการของตัวเองมากกว่าวาดลงกระดาษสี ใช่มั้ยล่ะ” 

 

“ความต้องการแบบนี้คือกระดาษสติ๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมระยะหนึ่ง หรือไม่ก็คือวอลเปเปอร์ที่ผลิตจำนวนมาก ๆ ก็คงไม่ใช่ภาพศิลปะละมั้งครับ!” 

 

ประโยค 

‘ถึงแม้เอเจนฯ ภายใต้บริษัทจะไม่ค่อยดีกับคุณเท่าไร’ >> ถึงแม้เอเจนฯ ในบริษัทจะปฏิบัติต่อคุณไม่ดีเท่าไร 

 

‘ความต้องการแบบนี้คือกระดาษสติ๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมระยะหนึ่ง หรือไม่ก็คือวอลเปเปอร์ที่ผลิตจำนวนมาก ๆ ก็คงไม่ใช่ภาพศิลปะละมั้งครับ!’ >> แบบนี้ก็เหมือนสติ๊กเกอร์ที่เป็นกระแสระยะหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นวอลเปเปอร์ที่ผลิตจำนวนมาก ๆ  ไม่น่าจะเป็นภาพศิลปะแล้วละครับ! 

 

193 

เถียนหยวนกลับไปคอนโดฯ ไห่เทียน ในบ้านนั้นเงียบเชียบ เขาทิ้งตัวลงโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ยกมือขึ้นเล็กน้อย กลับปัดนิตยสารแฟชั่นบนโซฟาเล่มหนึ่งตกลงพื้น 

เขาก้มตัวไปหยิบขึ้นมา ไม่คาดคิดว่าด้านนอกนิตยสารจะมีโปสการ์ดใบหนึ่งอยู่ 

 

ด้านนอก >> นอกจาก (เข้าใจว่าจะบอกว่าโปสการ์ดมันหลุดออกจากนิตยสารมาอยู่ด้านนอก) 

 

197 แต่เถียนหยวนนั้นมุ่งมั่น กระทั่งมุ่งมั่นยิ่งกว่าหลี่พัวหรานเสียอีก เฉียวเซินรู้สึกอธิบายไม่ถูก เถียนหยวนเหมือนจะใช้ความดื้อรั้นมาแสดงถึงความเชื่อมั่นของเขาในตัวหลี่พัวหรานที่ราวกับเป็นความเลื่อมใสแบบหนึ่ง 

>> เถียนหยวนเหมือนจะใช้ความดื้อรั้นมาแสดงถึงความเชื่อมั่นต่อหลี่พัวหราน ราวกับเป็นความเลื่อมใสแบบหนึ่ง 

 

221  

มีคนบอกว่าสิ่งที่ฟ่านเจ๋อซีแสดงออกมาไม่ใช่แค่กระแสเท่านั้น แต่เป็นจิตวิญญาณของการต่อสู้อย่างสุดชีวิต ไม่ว่าประวัติศาสตร์ของนายแบบจีนจะเขียนไว้อย่างไร เขาก็ยังเป็นหินบอกระยะไมล์ที่ยากจะข้ามไป 

และมีคนบอกว่า ถ้ามีใครคิดว่าฟ่านเจ๋อซีไม่สื่อถึงยุคยุคหนึ่ง ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าคนคนนั้นกล้าหาญ ได้แต่พิสูจน์ว่าคนคนนั้นโง่เขลา 

>> และมีคนบอกไว้เช่นกันว่า ถ้ามีใครคิดว่าฟ่านเจ๋อซีไม่สื่อถึงยุคยุคหนึ่ง ไม่ได้แสดงว่าคนคนนั้นกล้าหาญ ได้แต่ชี้ให้เห็นว่าคนคนนั้นโง่เขลา 


 

เล่ม 2 

 

67 สิ่งที่เป็นเด็กหนุ่มเหล่านั้นต่างจางหายไปหมดแล้ว ใต้โหนกคิ้วสูงคือดวงตาสีดำล้ำลึกที่ฝังตัวอยู่ในผิวสีชาน้ำผึ้ง สว่างดั่งดวงดาว ราวกับจะมองทะลุคนตรงหน้าได้ในแวบเดียว เพราะมองได้ทะลุเกินไป กลับไม่มีความน่าสงสารเลยสักนิด การเย้ยหยันที่ดูซุกซนนั่นคือเสน่ห์ที่เป็นผู้ใหญ่อย่างหนึ่ง เซ็กซี่อย่างเฉียบแหลม 

>> สิ่งที่แสดงถึงความเป็นเด็กหนุ่มเหล่านั้นต่างจางหายไปหมด 

>> เพราะมองได้ทะลุเกินไปจึงไม่เหลือความน่าสงสารสักนิด การเย้ยหยันอย่างซุกซนนั่นเป็นเสน่ห์ของผู้ใหญ่อย่างหนึ่ง เซ็กซี่อย่างเฉียบแหลม 

 

ถ้าเขาแบบนุ่มนวลเมื่อก่อนคือรังไหม เช่นนั้นเถียนหยวนคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าก็เจาะรังไหมออกมาแล้วลอกคราบอย่างไม่ต้องสงสัย 

>> ถ้าคนที่นุ่มนวลเมื่อก่อนนั้นคือรังไหม เช่นนั้นเถียนหยวนคนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เจาะรังไหมออกมา แล้วลอกคราบอย่างไม่ต้องสงสัย 

 

69  

“ถ้าผมออกจากการแข่งขัน ถึงจะทำให้เจ้าเวหาละอายใจต่างหาก เพราะผมยอมรับโทษฐานของผมกับทุกคนไปโดยปริยายแล้ว” 

>> เพราะเท่ากับผมยอมรับความผิดกับทุกคนไปโดยปริยาย 

 

“ทำไมคุณยังต้องทำแบบนี้ ขึ้นไปก็ไม่ได้รางวัล ยังจะไปโชว์ฟรี ๆ อีก เอาค่าชดเชยไปแทนไม่ดีกว่าเหรอครับ!” 

เถียนหยวนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า “นั่นก็แสดงได้แค่ว่าการพิจารณาเรื่องการแสวงหาของผมกับพวกคุณไม่เหมือนกัน!” 

‘การพิจารณาเรื่องการแสวงหา’ นี่คืออะไรคะ 

เดานะ 

>> นั่นก็ชี้ให้เห็นได้แค่ว่า เป้าหมายของผมกับพวกคุณไม่เหมือนกัน 

หรือ >> นั่นก็ชี้ให้เห็นได้แค่ว่า เกณฑ์การเสาะหาของผมกับพวกคุณไม่เหมือนกัน 

หรือ >> นั่นก็ชี้ให้เห็นได้แค่ว่า สิ่งที่แสวงหาของผมกับพวกคุณไม่เหมือนกัน 

หรือ >> นั่นก็ชี้ให้เห็นได้แค่ว่า การมุมมองการวินิจฉัยของผมกับคุณไม่เหมือนกัน 

 

78 “การประกวดพวกนี้ยากจะยืดความนิยมไปได้นาน คุณรู้ไหมว่าทำไม เพราะพวกเขายังไม่มีผลงานที่ทำให้ผู้ชมบ่มเพาะความรู้สึกขึ้นมาอย่างแท้จริง ทำให้เหล่าผู้ชมเบื่อหน่ายกับการประเมินความงามแล้ว สถานการณ์ที่เถียนหยวนคนนี้ต้องเผชิญเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าเขาไม่มีโอกาสภายในสองปีนี้อีก เขาก็จะกลายเป็นดาราตกยุคคนหนึ่ง ดาราตกยุคคนหนึ่งที่แม้แต่ผลงานที่ดูดีก็ไม่มีสักอย่าง” 

ไม่เข้าใจค่ะ 

ลองเดานะ >> การประกวดพวกนี้ยากจะยืดความนิยมไปได้นาน คุณรู้ไหมว่าทำไม เพราะพวกเขายังไม่มีผลงานที่ทำให้ผู้ชมบ่มเพาะความรู้สึกขึ้นมาอย่างแท้จริง ไม่นานผู้ชมก็เบื่อการประกวด เบื่อหน้าตาสวยงาม ในสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าเถียนหยวนไม่มีโอกาสภายในสองปี เขาก็จะกลายเป็นดาราตกยุคคนหนึ่ง เป็นดาราตกยุคคนหนึ่งที่แม้แต่ผลงานที่ดูดีก็ไม่มีสักอย่าง” 

 

80 เดิมทีนิคอน พัวหรานเป็นที่รู้จักในวงการเท่านั้น จู่ ๆ เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของแฟชั่นที่ทุกคนรู้จักกันทั่วโดยทันที เขาเริ่มตีพิมพ์ภาพนู้ดที่ตัวเองถ่ายลงนิตยสารแฟชั่นไฮคลาสแต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็นนายแบบ นางแบบ หรือดาราในวงการบันเทิง ต่างมีภาพนู้ดที่ถูกถ่ายโดยนิคอน พัวหรานที่ทำให้โด่งดังขึ้น 

โอคิดว่าใจความข้างบนต้องการบอกว่า นิคอนดังขึ้น 

>> เดิมทีนิคอน พัวหรานเป็นที่รู้จักในวงการเท่านั้น จู่ ๆ เขาก็กลายเป็นจุดสนใจของแฟชั่นเมื่อเขาเริ่มตีพิมพ์ภาพนู้ดที่ตัวเองถ่ายลงนิตยสารแฟชั่นไฮคลาสแต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็นนายแบบ นางแบบ หรือดาราในวงการบันเทิง ต่างมีภาพถ่ายนู้ดที่นิคอน พัวหรานเป็นผู้ถ่าย ทำให้เขาโด่งดังขึ้น เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทันที 

 

85 ‘ดีน เฉียว’ ถอดแว่นกันแดดออก เถียนหยวนถึงได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของเขา เทียบกับความนิยมของเขาแล้ว ดีน เฉียวนับว่าธรรมดาเกินไป ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ถ่อมตัวอยู่เสมอ 

ขยายความหน่อยค่ะว่า ที่ดูธรรมดาน่ะ หมายถึงหน้าตา ไม่งั้นมันจะไปตีกับเรื่องความนิยมระดับปานกลาง 

>> เทียบกับความนิยมของเขาแล้ว หน้าตาของดีน เฉียวนับว่าธรรมดาเกินไป 

 

86 แต่คาดว่าสิ่งที่ทำให้เฟ่ยอิงลี่ไม่คาดคิดคือ ท้ายที่สุดหลัวฟู่อวี้ก็ไม่มา 

>> แต่สิ่งที่ทำให้เฟ่ยอิงลี่คาดไม่ถึงคือ ท้ายที่สุดหลัวฟู่อวี้ก็ไม่มา 

 

96  

ไม่ใช่แค่ศิลปะ แต่ดูความอดทนที่มีต่อศิลปะนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้กำกับเหล่านี้แม้เร่งม้าก็ตามไม่ทันแล้ว ความแตกต่างเช่นนี้ทำให้ผู้กำกับทั้งหมดต้องรักษาความเงียบไว้ 

>> ไม่ใช่แค่ศิลปะ แค่ดูจากความอดทนที่มีต่อศิลปะ แม้พวกเขาเร่งม้าก็ตามไม่ทันแล้ว ความแตกต่างนี้ทำให้ผู้กำกับทั้งหมดต้องเงียบไป 

 

ส่วนหยางเจิ้นอวี่แทบจะเบิ่งตามองหมากที่ถูกตัวเองเขี่ยทิ้งไปแล้วนี้กลับทำให้โครงการร่วมมือยิ่งใหญ่ของตนต้องปลิวไป 

>> ส่วนหยางเจิ้นอวี้นั้น ทำได้แค่/ได้แต่เบิ่งตามองหมากที่ตัวเองเขี่ยทิ้งไปแล้วกลับมาทำให้โครงการร่วมมือยิ่งใหญ่ของตนต้องปลิวไป 

 

97-98 ตามปกติในห้องชุดจะมีห้องพักอยู่หลายห้อง เพื่อสะดวกต่อเจ้าของห้องจึงให้เช่าเป็นห้องเดี่ยว ๆ ด้วยเหตุนี้ในห้องจึงรู้สึกว่าไฟสลัวทั้งปี คนที่เข้าออกตึกนี้ก็หลากหลายมากเช่นกัน 

โองงใจความค่ะ  

เดาว่า >> ปกติแล้วในห้องชุดจะมีห้องพักอยู่หลายห้อง เพื่อให้ปล่อยห้องได้ง่าย เจ้าของห้องชุดจึงมักปล่อยเช่าแยกเป็นห้องเดี่ยว ๆ เห็นไฟเรื่อเรืองตลอดทั้งปี คนที่เข้าออกตึกนี้ก็หลากหลายมากเช่นกัน 

 

108 ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากเพราะดีน เฉียว มีหลายคนคิดว่าภาพยนตร์เรื่องที่ถ่ายทำหลังจากดีน เฉียวอยู่ในวงการภาพยนตร์สายหลักมาหลายปีจะกลายเป็นจุดล้มเหลวใน box office ของเขาหรือเปล่า 

>> มีหลายคนสงสัยว่าภาพยนตร์ที่ถ่ายทำหลังจากดีน เฉียวอยู่ในวงการภาพยนตร์สายหลักมาหลายปีเรื่องนี้จะกลายเป็นจุดล้มเหลวใน boxx office ของเขาหรือเปล่า 

 

120 “เหอะ!” เฟ่ยอิงลี่พลันดึงหน้าลงมา ใช้นิ้วที่ทาเล็บสีแดงชี้หลัวฟู่อวี้พลางเอ่ย 

ดึงหน้าลงมา ยังไงคะ >> ชะโงกหน้ามา หรือเปล่าคะ 

 

129 

“อ้าว อลิซมาแล้วเหรอ ไม่ได้เจอกันนานมากจริง ๆ นะ สีหน้าเปล่งปลั่งขึ้นเยอะเลยแฮะ ดูเป็นผู้หญิงขึ้นมกานะเนี่ย” 

เฟ่ยอิงลี่ยื่นมือออกไปเล่นแหวนที่สวมอยู่ที่นิ้วกลาง ยิ้มบาง ๆ พลางพูดว่า “ใช่สิ คนเรากำลังพัฒนาอยู่เสมอ คนที่อัปลักษณ์เป็นหมื่น ๆ ปีแบบคุณก็ไม่ง่ายเลยนะ” 

>> “ใช่สิ คนเราก็ต้องพัฒนาอยู่เสมอ ไม่ง่ายเลยที่จะอัปลักษณ์เป็นหมื่น ๆ ปีแบบคุณ” 

 

136 ผมสามารถทำอะไรให้เพื่อนร่วมงานของผมได้มากกว่าเดิม ช่วยให้พวกเขาสำเร็จผลงานที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น CDEA จะนำเสนอภาพลักษณ์ที่ใหม่ยิ่งขึ้น 

>> ช่วยให้พวกเขาสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น 

 

138 ความพ่ายแพ้ของหยางเจิ้นอวี่ในบริษัท CDEA ทำให้ฟ่านเจ๋อซีที่แทบจะหันเหความสนใจทั้งหมดไปที่ธุรกิจแล้วได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง รวมเข้ากับบริษัท CDEA ทำให้ Sect ยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ตอนนี้บริษัท CDEA กลับกลายเป็นโซ่พันธนาการ Sect เสียแล้ว 

ท่อนนี้ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ 

เดานะ >> ความพ่ายแพ้ของหยางเจิ้นอวีในบริษัท CDEA ทำให้ฟ่านเจ๋อซีที่แทบจะทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง การควบรวมกิจการกับบริษัท CDEA ทำให้ Sect ยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ตอนนี้บริษัท CDEA กลับกลายเป็นโซ่พันธนาการ Sect เสียแล้ว 

 

141 หลังจากต้าซานออกจากเรือนจำ เขากลับยึดกุมเครือข่ายมืดของเฟ่ยอิงลี่เอาไว้ เทียบกับในอดีต หลังจากทุกข์ทรมานในเรือนจำมาหลายปี ต้าซานเองก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง 

>> หลังจากต้าซานออกจากเรือนจำ เขาก็เข้ามากุมเครือข่ายมืดของเฟ่ยอิงลี่เอาไว้ 

 

143  

ระหว่างที่เขาพูด ต้าซานก็รีบจนมาถึงแล้ว 

>> ระหว่างที่เขาพูด ต้าซานก็รีบรุดมาถึง 

 

เถียนหยวนเบิ่งตาขึ้นมา ดวงตาเขาที่แยกเป็นขาวดำชัดเจนแต่เดิมเหมือนจะเต็มไปด้วยเลือด แฝงความอำมหิตอย่างหนึ่งเอาไว้ เขามองจนแม้แต่ต้าซานก็ยังรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว 

เบิ่ง หมายถึง จ้อง หรือแหงน แต่ในที่นี้ เถียนหยวนเปิดตากว้าง ใช้ เบิกตา 

>> เถียนหยวนเบิกตาโพลง/ เถียนหยวนเบิกตากว้าง ดวงตาของเขาที่แต่เดิมแยกเป็นขาวดำชัดเจนคล้ายจะเต็มไปด้วยเลือด มีความอำมหิตอย่างหนึ่งแฝงเอาไว้ 

 

144 “โอ้ คุณชาย นายทำให้กลุ้มจริง ๆ นะ ถึงเวลาแบบนี้เป็นคนอื่นเขามีแต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะนึกถึงบุญคุณที่ติดค้างไม่ออก แต่นายยังดีอยู่ แถมยังมายั่วโมโหฉันอีกเนี่ยนะ” 

>> เวลาแบบนี้ เป็นคนอื่นคงมีแต่กลัวว่าอีกฝ่ายจะนึกบุญคุณที่ติดค้างไม่ออก แต่นอกจากนายยังปกติดี ยังจะมายั่วโมโหฉันอีกเนี่ยนะ” 

 

146 “คุณชาย ชิวเฉิงเทียนอยากให้นายเอาหุ้น 20% ออกมา แต่ฉันเปลี่ยนความตั้งใจแล้ว” 

ในที่นี้ น่าจะหมายถึงยอมปล่อยมือจากหุ้นตัวนั้น 

>> คุณชาย ชิวเฉิงเทียนอยากให้นายปล่อยหุ้น 20% นั้นคืน 

 

147 หยางเจิ้นอวี่นิ่งสงบมาก เขาไม่ได้ตั้งใจปิดบังร่องรอยของตัวเองเลยสักนิด กระทั่งในใจเขามีการคาดหวังเรื่องนี้อยู่บ้างด้วยซ้ำ...ชายหนุ่มชนบทที่เคยดิ้นรนอยู่ใต้เท้าเขาจนเหยียบอยู่เหนือหัวเขาได้คนนั้นจะเผยอาการขลาดกลัวอยู่ตรงหน้าเขา 

>> กระทั่งในใจยังคาดหวังถึงเรื่องนี้อยู่บ้างด้วยซ้ำ...ชายหนุ่มชนบทที่เคยดิ้นรนอยู่ใต้เท้าจนสามารถกลับมาเหยียบเหนือหัวเขาได้คนนั้น จะเผยอาการขลาดกลัวอยู่ตรงหน้าเขา 

 

150 สีหน้าของหลี่พัวหรานชะงักไปทันที จากนั้นจึงเชยตาขึ้น 

เชย หมายถึง สัมผัสเบา ๆ หรือช้อนขึ้นเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู หรือรักใคร่ เช่น เชยแก้ม เชยคาง (นึกภาพ เอามือแตะคางอีกฝ่ายแล้วออกแรงยกขึ้นเบา ๆ ) 

ชายตา หมายถึง ชำเลือง, ดูจากหางตา 

ในที่นี้ ควรเป็น ช้อนตา ที่หมายถึง เหลือบตาขึ้นช้า ๆ  

Note: คำนี้ผิดทั้งเรื่อง เชยตา ไม่มีนะคะ 

 

160 

เทียบกับ Grenson ของนอร์ทแฮมพ์ตัน ในความสง่างามของ Scribe จากปารีสนั้นแฝงกลิ่นอายวินเทจให้ชวนคิดถึงอยู่หลายส่วน อีกทั้งยังมีความภูมิฐานแบบสุภาพบุรุษมากขึ้นหลายส่วน นี่สอดคล้องกับเสื้อผ้าสำหรับกลุ่ม White collar มากกว่า 

แต่เสื้อผ้าของ Farmer ที่ใช้ได้สองทาง ทั้งทางการและไม่เป็นทางการนั้น พูดจากความรู้สึกบางอย่าง คุณสมบัติของมันก็ยิ่งเหมาะกับเถียนหยวน 

 

ก้อนนี้ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ 

 

163  

คุณสมมติเอาว่าถ้าตอนเธอสาว ๆ เจอคนแบบคุณบ้าง ก็จะทำให้ทำให้เธอประสบความสำเร็จ ทำให้เธอมีความสุข ทำให้เธอไม่เดินทางผิด! 

>> ถ้าตอนเธอสาว ๆ ได้เจอกับคนแบบคุณ คนคนนั้นก็จะทำให้เธอประสบความสำเร็จ ทำให้เธอมีความสุข ทำให้เธอไม่เดินทางผิด! 

>> ถ้าตอนเธอสาว ๆ ได้เจอกับคนแบบคุณ เธอก็จะประสบความสำเร็จ เธอก็จะมีความสุข เธอก็จะไม่เดินทางผิด! 

 

การเอาชนะคุณได้ ผมว่าสำหรับใครก็ตามก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ 

เรื่องที่ดี นี่น่าจะหมายถึง >> เรื่องที่น่าปลื้มใจ น่าภูมิใจ เพราะนิคอนดูสูงส่ง ยากจะพิชิต 

 

175-176  

ต้าซานพาคนมาไม่น้อย ในนั้นยังรวมแพทย์ไว้ด้วย หลังจากแพทย์ตรวจอาการเรียบร้อย เถียนหยวนมั่นใจแล้วว่าหลี่พัวหรานไม่เป็นอะไร เขาถึงโล่งใจได้โดยอัตโนมัติ 

‘โล่งใจได้โดยอัตโนมัติ’ คืออะไรคะ 

เดาว่า >> ใจของเขาถึงผ่อนคลายได้เองสักที 

 

หลี่พัวหรานไม่เคยมีใครควบคุมให้อยู่ในกรอบมาก่อน 

>> ไม่เคยมีใครควบคุมหลี่พัวหรานให้อยู่ในกรอบมาก่อน 

 

188  

ปากคอเราะร้าย >> ปากคอเราะราย 

 

บางทีรูปร่างของชิวพัวหรานอาจเป็นแบบสูงโปร่งผอมบาง ด้วยเหตุนี้นิ้วมือและข้อมือของเขา เมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มวัยเดียวกันจึงดูผอมกว่าเล็กน้อย สิ่งนี้ทำให้ไม่ว่าเขาจะถือชามหรือหยิบของ ก็ล้วนให้ความรู้สึกชวนมองอย่างหนึ่ง 

>> อาจเพราะรูปร่างของชิวพัวหรานเป็นแบบสูงโปร่งผอมบาง นิ้วมือและข้อมือของเขาเมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มวัยเดียวกันจึงดูผอมกว่าเล็กน้อย ทำให้ไม่ว่าเขาจะถือชามหรือหยิบของ ก็ล้วนชวนมอง 

 

188-189 “เมื่อนิคอนให้นายอยู่ นายก็อยู่แล้วกัน แต่ฉันต้องบอกนายไว้ก่อน ถ้านายคิดว่าให้นายอยู่แล้วจะมีเจตนาไม่ดีอะไรขึ้นมาได้ ฉันต้องให้เข้าใจไว้ก่อน นิคอนให้นายอยู่ไม่ใช่แค่ว่านายโชคดีแน่นอน” 

ก้อนชวนงงอีกหนึ่ง  

 

189-190 หยางเจิ้นอวี่คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะเป็นบอดี้การ์ดให้ชิวพัวหรานมาได้เกือบห้าปี อีกทั้งจนกระทั่งตามชิวพัวหรานกลับไปเรียนที่อเมริกา เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะยอมรับใช้เด็กหนุ่มคนนี้มาเป็นเวลานานขนาดนี้ 

>> กระทั่งตามชิวพัวหรานกลับไปเรียนที่อเมริกา เขาก็ยังไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะยอมรับใช้เด็กหนุ่มคนนี้มาเป็นเวลานานขนาดนี้ 

 

เพียงแต่ห้าปีก่อนกับห้าปีหลัง ท่าทีที่ชิวพัวหรานมีกับเขาไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากมาตลอด 

>> ท่าทีที่ชิวพัวหรานมีต่อเขา 

>> ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก 

 

ทว่าหยางเจิ้นอวี่รู้ว่าผู้หญิงที่ต่อต้านแบบนี้เป็นเหมือนกับถั่ว ขอแค่กัดเปลือกชั้นนอกของพวกเธอออก ด้านในก็จะเป็นแกนกลางที่บอบบางเหมือนกัน 

>> บอบบางเหมือนกันหมด 

 

191 ตอนที่เขากั้นเธอไว้ในห้องน้ำของงานโชว์ 

>> กัก 

 

194 หยางเจิ้นอวี่อยากได้ภาพเหล่านั้นมาเป็นเรื่องที่ง่ายดายจริง ๆ  

>> การที่อยางเจิ้นอวี่ต้องการภาพเหล่านั้นมา เป็นเรื่องที่ง่ายดายจริง ๆ  

 

194-195 แต่มีวันหนึ่งตอนที่เขาเตรียมรายการอยู่ เขาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ตรงมุมมุมหนึ่ง เขาผมสั้นดกดำ สวมสูทที่เรียบง่ายมาก ๆ พร้อมกับผ้าพันคอสีเขียวเข้ม ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้แขกเข้าใจผิดว่าเป็นนายแบบแฟชั่นคนหนึ่ง 

>> แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้แขกหลายคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นนายแบบแฟชั่นคนหนึ่ง 

 

197 เกี่ยวกับเรื่องนี้ ยิ่งชิวเฉิงเทียนใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นทีละขั้น เขารู้ว่าชิวหมินไฉแก่แล้ว และลูกชายเพียงคนเดียวของเขาคนนี้ก็เด็กมาก เขาจำเป็นต้องลำบากลงแรงรักษาทรัพย์สินมหาศาลของตระกูลชิวไว้จนกว่าลูกชายคนนี้จะมีความสามารถพอรับช่วงสืบทอดได้ 

>> เกี่ยวกับเรื่องนี้ ยิ่งชิวเฉิงเทียนใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นทีละขั้น ชิวเฉิงเทียนรู้ว่าชิวหมินไฉแก่แล้ว และลูกชายเพียงคนเดียวของชิวหมินไฉก็เด็กมาก เขาจำเป็นต้องลำบากลงแรงรักษาทรัพย์สินมหาศาลของตระกูลชิวไว้จนกว่าลูกชายคนนี้จะมีความสามารถพอรับช่วงสืบทอดได้ 

(ย่อหน้านี้ ให้ เขา แทนตัวชิวหมินไฉคนเดียว ไม่งั้นจะงง) 

 

198 ตั้งแต่เขาเริ่มนั่งเครื่องบินไป ในห้วงสมองก็สมมติภาพขณะที่ตัวเองเจอกับชิวพัวหราานไม่หยุด เขาไม่กล้าเชื่อว่าตัวเองที่อายุสี่สิบปีแล้ว ทว่ากลับรู้สึกตื่นเต้นเพราะจะได้เจอใครบางคน 

>> ในหัวสมอง (ห้วง ต้อง มีช่วง มีระยะ มีตอน เช่น ห้วงน้ำ ห้วงอารมณ์ ห้วงเวลา) 

>> เขาไม่กล้าเชื่อว่าตัวเองที่อายุสี่สิบปีแล้ว จะมามีความรู้สึกตื่นเต้นเพราะจะได้เจอใครบางคน 

 

209 หลังจากนั้นหลายปีเฉินเซี่ยงหมิงก็ประสบความสำเร็จ มือข้างนั้นก็กลายเป็นการยั่วยวนที่ไม่จางหายไปตลอดชีวิตของเขาเช่นกัน 

>> และมือข้างนั้นก็กลายเป็นสิ่งยั่วยวนที่ไม่จางหายไปตลอดชีวิตของเขาเช่นกัน 

 

จบ.แล้ว.ปวด.หลัง.มาก.กลับ.ไป.ลบ.คะแนน.ได้.มั้ย.เก้า.ชั่วโมง.โอ.เอ็ม.จี. 

 









 



Create Date : 31 มีนาคม 2564
Last Update : 31 มีนาคม 2564 13:40:14 น.
Counter : 395 Pageviews.

4 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณSai Eeuu

  
ชายรักชาย
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 31 มีนาคม 2564 เวลา:22:48:50 น.
  
สวัสดีครับคุณออโอ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ

อ่านข้อความจากหน้า 198 ที่ยกมา
ก็เชื่อนะครับว่าไม่ว่าจะวัยไหน
ถ้าเจอคนที่ถูกใจก็ต้องใจเต้นได้หมด ^^

คุณออโออ่านรวดเดียว 9 ชม. เลยเหรอครับ
นับถือเลยครับ ผมอ่านไม่ทนเลย อ่านๆ พักๆ
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 31 มีนาคม 2564 เวลา:23:00:29 น.
  
หนังสือที่คนเอาไปทำหนังนี่ ต้องดีมากแน่ๆ ค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 1 เมษายน 2564 เวลา:14:52:54 น.
  
คุณสองแผ่นดิน สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่โหวตบล็อกให้ด้วยนะคะ

คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา เก้าชั่วโมงนั่นเวลาเขียนรีวิวค่ะ ไม่ใช่เวลาอ่านอ่านนานกว่านั้น ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมมาทักทายและโหวตให้ด้วยนะคะ

คุณ Sai Eeuu โอคิดว่าหลายเรื่องคนทำมองว่าสามารถทำได้ และทำเงินได้ หนังสือดีบางเรื่องก็ยากจะทำหนังนะคะ ขอบคุณที่โหวตให้ด้วยนะคะ

ขอบคุณคุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆที่โหวตบล็อกให้โอด้วยค่ะ

โดย: ออโอ วันที่: 5 เมษายน 2564 เวลา:18:29:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments