ตุลาคม 2563

 
 
 
 
2
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
17
19
20
22
23
24
26
27
30
 
25 ตุลาคม 2563
All Blog
Guardian Priest เขียน


24/6/2019
 




Guardian (3 เล่มจบ) 

Priest เขียน  หวงจินจือ, ลูกหว้า แปล 

สำนักพิมพ์ everY  ในเครือแจ่มใส 

1,117 บาท  979 หน้า 



#yaoi #BoysLove #นิยายวาย #นิยายแปล #แปลจีน #Guardian #Priest #everY #รีวิวนิยาย #ออโอ
 

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย


 

หลังปกเล่ม 1 


 

หน่วยสืบสวนคดีพิเศษ สังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ 

รับผิดชอบคดีที่ไม่อาจใช้วิธีการปกติสามัญมาคลี่คลายได้ 

เพราะมันมี "สิ่งเหนือธรรมชาติ" เข้ามาเกี่ยวข้อง 

ดังนั้นสมาชิกของหน่วยพิเศษนี้ส่วนใหญ่จึง... อยู่เหนือธรรมชาติเช่นกัน 

ที่ตั้งสำนักงานกลางวันมีเจ้าหน้าที่มนุษย์ ตกกลางคืนก็มีเจ้าหน้าที่วิญญาณมาเข้ากะ 

อาคารหมายเลขสี่ ถนนกวงหมิงจึงไม่เคยเลยที่จะปิดไฟปิดประตู! 

"จ้าวอวิ๋นหลาน" หัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ 

และเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง "ราชันเทพผู้พิทักษ์จิตวิญญาณ" 

กำลังเผชิญกับคดีที่ซับซ้อนกว่าที่แล้ว ๆ มา 

เมื่อดูเหมือนว่าจะมีหนึ่งในสีของศักดิ์สิทธิ์จากแดนปรโลกที่สูญหายไปมาพัวพัน 

ไหนจะศาสตราจารย์หนุ่มประจำมหาวิทยาลัยอันเป็นที่เกิดเหตุ 

ซึ่งมักลอบมองเขาด้วยแววตาแฝงนัยบางอย่าง 

ที่ทำเอาเขาคันยุบยิบในใจจนแทบไม่เป็นอันไขคดี! 




 

คุยกันหลังอ่าน 


 

เป็นเรื่องของหน่วยสอบสวนคดีพิเศษซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องเหนือธรรมชาติ นำทีมโดยหัวหน้าหน่วย จ้าวอวิ๋นหลาน ผู้มีอีกฐานะคือราชันเทพผู้พิทักษ์จิตวิญญาณ ต้าชิ่ง แมว (อ้วน) ดำพูดได้ สมาชิกที่ประวัติไม่ธรรมดาอีกเล็กน้อย และเด็กใหม่ผู้หวาดกลัวทุกสิ่งอย่างกัวฉางเฉิง 

 

ตอนต้น ๆ ก็จะเล่าเรื่องคดีย่อยก่อนจะโยงไปถึงของศักดิ์สิทธิ์สี่อย่าง ความลับที่ถูกเก็บงำไว้ของจ้าวอวิ๋นหลาน ลึกไปถึงจุดกำเนิดของโลก ตำนานผานกู่ผ่าฟ้า หนี่ว์วาปั้นมนุษย์  

 

เรื่องความลับเรื่องราวที่พัวพันกับตำนานต่าง ๆ นี่เข้าใจยากมากค่ะ ไม่ลำดับอย่างชัดเจนไม่พอ ยังมีข้อมูลเท็จหลอกลวงอีก กำลังจะปะติดปะต่อเรียบเรียงข้อมูลในหัว เอ๋า หลอกอีกละ สรุปคือเท็จหรือจริงก็ชักจะแยกไม่ออกแล้ว ผู้เขียนชอบสับขาหลอกในเรื่อง แต่ประเด็นไม่ใช่การหลอก ประเด็นคือถึงเฉลยว่าหลอกก็งงอยู่ดี เหมือนผู้เขียนบอกตอนแรกคำตอบคือกอไก่ ไป ๆ มา ๆ กอไก่นั้นที่จริงหลอก แต่ก็ไม่ยอมบอกมาว่าคำตอบคือขอไข่ คอควาย หรือลากยาวไปจนฮอนกฮูก อ่านยากมากว่าตอนนี้ตัวละครต้องการอะไร ทำสิ่งนี้ทำไม ความสำคัญของการทำสิ่งนี้คืออะไร มาอยู่จุดจุดนี้ได้อย่างไร ผู้เขียนให้ข้อมูลผู้อ่านมากมาย แต่ข้อมูลนั้นเราใช้อะไรไม่ได้เลย คือเราไม่สามารถนำมาประมวลผลได้ คำตอบที่ได้มันกว้างมากจนเหมือนไม่รู้อะไรอยู่ดี เหมือนเขาสนุกกับใช้ประโยชน์จากตำนานมาสร้างเรื่องราว จับนู่นผสมนี่ แต่ไม่บอกที่มาที่ไป มาลอย ๆ และจากไปลอย ๆ สับขานู่นนี่ แต่ถ้าถามในแง่ของประโยชน์ของการนำไปใช้คือไม่มีเลย อ่านแล้วงง โลกในเรื่องนี้ที่โอเห็นคือโลกที่ไม่มีฐานที่มั่นคง เวิ้งว้าง ง่อนแง่น และไร้กฎเกณฑ์ ตอนพิเศษสุดท้ายที่พยายามบอกที่มาของสิ่งของหรือกล่าวถึงเนื้อหาในเรื่องเหมือนพยายามอุดช่องโหว่ ซึ่งมันไม่ควรอยู่ในตอนพิเศษนะโอว่า เรื่องราวที่ดีมันควรสามารถเข้าใจได้ตั้งแต่ตัวเนื้อหาหลักแล้ว 

 

มันจะมีหัวข้อกึ่งปรัชญาแทรกอยู่ ตัวละครเด่นเป็นพวกเทพต่าง ๆ ก็จะมีความคิดมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยเหมือนมนุษย์ มีพวกการตระหนักรู้จากเหตุการณ์ แต่กลับขาดพลังเร้าเรื่องเท่าที่ควรเพราะความมึน 

 

ส่วนที่ดีงามของเรื่องคือตัวละคร ตัวละครออกแบบมาดี โดยเฉพาะพระนาย เป็นคู่ที่อยู่ด้วยกันแล้วมีโมเมนต์ดี ๆ มากมาย เขินแบบกรุ้มกริ่ม อารมณ์นี้เลย 

 

จ้าวอวิ๋นหลาน หัวหน้าของเหล่าสมาชิกหน่วยพิเศษ จ้าวอวิ๋นหลานเป็นคนไหลลื่น (กะล่อนนั่นเอง) เข้าหาคนเก่ง ดูเผิน ๆ เหมือนเข้ากับคนง่าย แต่จริง ๆ ก็เป็นแค่มารยาททางสังคมเพื่อความก้าวหน้านั่นเอง อุปนิสัยที่แท้จริง ๆ คือเป็นคนขี้รำคาญ รั้น ทำอะไรตามใจตนไม่สนกฎเกณฑ์ จิตใจกว้างขวาง ชอบให้โอกาสคน รักพวกพ้อง เข้มงวดต่อตนเอง เผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ชอบทำตัวเจ้าชู้ (ใส่เสิ่นเวยคนเดียวนี่แหละ) ชัดเจน และเป็นบุคคลที่มีบุคลิกและบทบาทที่เท่มาก ๆ  

 

เสิ่นเวย ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยที่จ้าวอวิ๋นหลานเข้าไปทำคดี เสิ่นเวยใส่แว่น บุคลิกแบบนักวิชาการเต็มเปี่ยม พูดน้อย จริงจัง แต่จ้าวอวิ๋นหลานรู้สึกชอบก็เลยจีบ เทียวไล้เทียวขื่อจนเป็นที่ระอาของลูกน้อง แต่ศาสตราจารย์เสิ่นก็ไม่ตอบรับสักที ทั้งที่จ้าวอวิ๋นหลานมั่นใจว่าเขาไม่ได้ต่อต้านตน กระทั่งน่าจะชอบตนมากด้วยซ้ำ 

 

เสิ่นเวยเป็นตัวละครที่เปิดตัวมาแบบมีปริศนาตั้งแต่แรก เขามีความลับแอบซ่อนไว้ รวมถึงการที่เขาเกี่ยวข้องกับคดีแรกก็ทำให้เขาดูลึกลับซับซ้อนเข้าไปอีก แต่ความลึกลับของเขาก็ค่อย ๆ โดนความตื๊อหน้าไม่อายของจ้าวอวิ๋นหลานทำลาย 

 

จ้าวอวิ๋นหลานกับเสิ่นเวยนี่มีบุคลิกตรงข้ามกัน จ้าวอวิ๋นหลานนอกร้อนในเย็น เสิ่นเวยนอกเย็นในร้อน ความจริงสองคนนี้น่าจะเป็นคู่ที่มีความขัดแย้งน้อยที่สุด ถ้าไม่มีปัญหาคาราคาซังที่มีต้นตอเกี่ยวพันกับเรื่องราวมากมายแล้ว คู่นี้น่าจะเป็นคู่ที่เข้าขากันได้ดีมาก อาจเพราะจ้าวอวิ๋นหลานตามใจเสิ่นเวยมาก เสิ่นเวยก็ตามใจจ้าวอวิ๋นหลานมาก ทั้งคู่ใส่ใจกันและกันดี  

 

บทเข้าพระนายตัดเข้าม่านหมอกมุ้ง แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะความหวานของคู่นี้เต็มเปี่ยม ไม่ว่าแมว ผี หรือปีศาจก็สำลักความหวานยากจะทานทน 

 

ตัวละครประกอบ สมาชิกแก๊งปราบปีศาจของจ้าวอวิ๋นหลานก็มีบทบาทที่น่ารัก แมวอ้วนอย่างต้าชิ่งที่ปากร้ายและเห็นแก่กิน ก็น่าขย้ำ บทน้องใหม่อย่างกัวฉางเฉิงที่ขี้กลัวจนขึ้นสมอง ก็ทำให้เรื่องราวที่ควรจะหนักนั้นครื้นเครงไปได้มาก 

 

เรื่องนี้มีคู่รองนะคะ เป็นคู่รองที่แม้ไม่ชัดเจนมาก แต่ก็มากจนน่าลุ้นประมาณนึงเลย ไม่บอกว่าใครให้ลุ้นเอาเอง คู่นี้มาอย่างเหนือคาด และก็น่ารักไม่ธรรมดาซะด้วย 

 

เป็นเรื่องผี ปีศาจ มีความน่ากลัวเล็กน้อย มีความหนักประมาณหนึ่ง แต่จะโดนมุกตลกในเรื่องเบรกอารมณ์ให้ไม่เครียดจนเกินไปเป็นระยะ รวมกับตัวเอกที่เท่มากอย่างจ้าวอวิ๋นหลานแล้ว เรื่องนี้เลยได้คะแนนจากใจเชียร์ตัวละครซะมากโขเลยทีเดียว 

 

ส่วนตัวโอว่าถ้าเขียนเน้นเรื่องราวไปที่คดีย่อย ๆ เน้นปัจจุบันมากกว่าเรื่องสมัยสร้างโลก เน้นตัวละครและสิ่งที่ได้จากตัวละครมากกว่าความเร้นลับของเรื่อง โอจะชอบมากกว่านี้มากเลย 

 

โอเพิ่งสังเกตตอนเขียนรีวิวว่าเล่มสามคนละคนแปลกับสองเล่มแรก ถึงว่าอ่านแล้วแปลกไป โดยเฉพาะช่วงท้าย ๆ ตอนแรกนึกว่างานเร่ง มันมีจุดที่คิดว่าใช้คำหรือใช้ประโยคแปลกไป 

 

รวม ๆ แล้วโอก็ชอบนะคะ ตัวละครดี (น่ารัก+ตลก+เท่) แต่ก็อย่างที่บอกแหละว่าหลายเรื่องเข้าใจยากมาก มันเหมือนกึ่งจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ กึ่งจะมีแนวคิดดีแต่ก็ไปไม่ค่อยจะถึง เลยให้ที่ 3.5 ดาว 



 


 


 

มนุษย์เราเวลามีความทุกข์ควรคิดให้มากเข้าไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดซ้ำซ้อน แต่เวลามีความสุขควรคิดให้น้อยลงหน่อยจะได้ไม่พลาดความสุขเพราะมัวแต่คิดมาก ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก มนุษย์ทุกคนต้องกลายเป็นผี แล้วก่อนตายคุณพบว่าตัวเองยังไม่เคยได้ทำในสิ่งที่ปรารถนาเลยสักครั้ง คุณจะคับอกคับใจมากแค่ไหน 
 

--จ้าวอวิ๋นหลาน-- 

 

หน้า 195  บทที่ 4 

เล่ม 1 
 


 

จ้าวอวิ๋นหลานใจลอยไปพักหนึ่ง บอกไม่ถูกว่ารสชาติในใจมันหวานชื่น ขื่นขม ร้อนแรงหรือปวดร้าวกันแน่ โดยหลักการรู้ว่าตัวเองกำลังจัดการเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง แต่ภายในใจก็ขี้เกียจจะคิดอะไรทั้งนั้น 

 

คงจะมีบางทีที่คนเราเมื่อเดินมาถึงจุดลำบากก็หวังให้เวลาหยุดไว้ขณะนั้น ให้เขาไม่ต้องเดินไปข้างหน้า และไม่ต้องหันหลังกลับ เพียงหยุดอยู่ตรงนั้นก็เพียงพอแล้ว 

 

แต่เข็มนาฬิกาทุกเรือนบนโลกนี้ต่างกำลังเดินไปข้างหน้า เวลาไม่อาจหยุดลงเพื่อใครคนหนึ่งได้ 

 

หน้า 111  บทที่ 11 

เล่ม 3 
 


 

“อ้าว เป็นอะไรไป ไม่พอใจเหรอ หึงล่ะสิท่า” จ้าวอวิ๋นหลานร้ายซะยิ่งกว่าอะไร “ผมชอบให้คนอื่นหึงซะด้วย หึงให้เฮียดูหน่อยเร็ว” 

 

“...” 

 

“เมื่อก่อนคุณเก๊กอยู่ได้ทั้งวัน เหมือนเป็นเทวดาไม่กินอาหารมนุษย์ ผมขี้เกียจจะดูคุณแสดง เห็นแล้วเหนื่อยแทนจริง ๆ” จ้าวอวิ๋นหลานเอากระดาษโพสต์อิตติดมือมาแปะหลังร่างแผนการสอนที่เสิ่นเวยใช้แล้วแผ่นหนึ่ง แล้วพูดบงการ “มา พ่อเทวดา บนโต๊ะหนังสือข้างคอมฯ มีเครื่องสแกน ช่วยผมสแกนเป็นไฟล์ส่งไปที่หน่วย ให้พวกเขาสืบก่อนที่ผมจะเข้าไป สืบได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น” 
 

หน้า 164  บทที่ 15 

เล่ม 3 




 


 

 

มีใครอยากได้สปอยล์แบบสรุปมั้ยคะ จะได้ช่วยตัดสินใจเพิ่ม  

แต่สรุปนี่บอกโต้ง ๆ เลยนะคะ ถ้าอยากลุ้นเอาในเรื่องอย่าเพิ่งอ่านนะคะ 
 


 

***Spoiler Alert*** 

ลากเมาส์ค้างไว้ยาว ๆ หรือกด ctrl+A

 

 

  1. เสิ่นเวยคือทูตมรณะ เดิมทูตมรณะติดต่อกับหน่วยสืบสวนคดีพิเศษอยู่แล้วแต่ทุกคนเกรงกลัวฐานะพิเศษของเขา (ชายชุดดำพร้อมเคียวปลิดวิญญาณ) 

 

  1. จ้าวอวิ๋นหลานคือเทพคุนหลุน (เป็นเทพแห่งหุบเขาและแม่น้ำตั้งแต่บรรพกาล เกิดจากคมขวานของผานกู่ << ผู้เขียนเติมแต่งส่วนนี้เอง ไม่มีในตำนาน) 

  1. เสิ่นเวยเป็นเผ่าภูตผี เป็นเผ่าที่ดำรงชีพด้วยการกัดกินกันเอง ไม่มีวิญญาณ ถ้ามองเป็นลำดับศักดิ์ก็ถือว่าเป็นปีศาจชั้นต่ำ เสิ่นเวยตอนนั้นมาเจอคุนหลุนเข้าก็เกิดความรักให้เทพที่รักอิสระองค์นี้ 

  1. เกิดสงครามในโลกหลายครั้ง เทพหลายองค์อุทิศชีวิตเพื่อผนึกโลกรวมถึงคุนหลุนด้วย ก่อนตายคุนหลุนมอบตำแหน่งพิเศษให้เสิ่นเวย 

  1. เสิ่นเวยไม่ยอมเสียคุนหลุนไปจึงไปทำข้อตกลงกับเสินหนง เทพอีกองค์ ให้เขาช่วยให้คุนหลุนสามารถเข้าสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด แลกกับการที่ตนต้องคอยเฝ้าผนึก ไม่ละทิ้งหน้าที่ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุนหลุน เมื่อผนึกแตกอีกครั้งก็ต้องยอมอุทิศชีวิตให้เพื่อปิดผนึก 

  1. แต่เสิ่นเวยก็แอบวางแผนตุกติกหลายครั้งเพื่อที่จะได้ติดต่อคอยช่วยเหลือคุนหลุน เขาเฝ้าคุนหลุนมาทุกชาติภพ จนชาตินี้ที่คุนหลุนคือจ้าวอวิ๋นหลาน เสิ่นเวยเดิมมีร่างมนุษย์เพื่อคอยดูคุนหลุนห่าง ๆ คิดว่าจะไม่ข้องเกี่ยว แต่เจ้าหน้ากาก (ตัวร้ายของเรื่อง) แอบเข้ามาเล่นตุกติก ทำให้จ้าวอวิ๋นหลานรู้การมีอยู่ของเสิ่นเวย (และตามจีบ) 

  1. เจ้าหน้ากากจริง ๆ เป็นฝาแฝดของเสิ่นเวย แต่เขาอิจฉาเสิ่นเวยจึงวางแผนเล่นงานอยู่เสมอ 

  1. เมื่อจ้าวอวิ๋นหลานรู้ว่าเสิ่นเวยคือทูตมรณะ เริ่มรู้ราวความเป็นมาต่าง ๆ มากขึ้นตามความสัมพันธ์ที่พัฒนาระหว่างเขากับเสิ่นเว่ย เสิ่นเวยจึงแอบเปลี่ยนแปลง ป้อน หรือยับยั้งการตระหนักรู้ของจ้าวอวิ๋นหลาน โดยมีจุดประสงค์หนึ่งเดียว คือ ยามที่ผนึกแตกและตนต้องตาย ให้เขาตกลงยอมตายไปกับตน (ตรงนี้โอคิดเองว่าเหมือนเสิ่นเวยขาดแคลนความรัก และไม่เชื่อว่าคุนหลุน หรือจ้าวอวิ๋นหลานก็แล้วแต่ จะรักตนขนาดที่ยอมสละชีวิตไปด้วยกันกับตน การที่เขาตกลงโดยที่ตนไม่ต้องขอ เปรียบเสมือนการบอกรักถึงจิตวิญญาณ คิด ๆ ดูนี่มันจิตไม่น้อยนะนี่ เอาจริง ๆ ในเรื่องก่อนหน้านี้ เสิ่นเวยไม่จำเป็นต้องบีบอวิ๋นหลานก็บอกอยู่แล้วว่าเขารักเสิ่นเวยจริง ๆ  

  1. เรื่องราวมันไม่ได้มีแค่สองคนนี้ มีทั้งฝ่ายภูตและปีศาจต่าง ๆ ที่อยากให้ฝ่ายตนได้ผลประโยชน์ ก็เลยหลอกจ้าวอวิ๋นหลาน รวมถึงเสินหนง เทพที่ช่วยให้คุนหลุนเข้าสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิดก็แอบวางยาสองคนนี้ไว้ แต่คนที่เหนือกว่าใครคือเสิ่นเวยที่ใช้ประโยชน์จากทุกคนเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง 

  1. เจ้าหน้ากากป่วนจนผนึกแตกสำเร็จ  เสิ่นเวยทำตามสัญญา เขายอมสละชีวิตเพื่อผนึกอีกครั้ง และจ้าวอวิ๋นหลานก็ทำตามสัญญา เขายอมตายไปกับเสิ่นเวย 

  1. แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงจริง เสิ่นเวยกลับดึงความทรงจำของจ้าวอวิ๋นหลานเกี่ยวกับเขาออก แล้วผลักอวิ๋นหลานออกจากความตาย 

  1. มีเรื่องมหัศจรรย์ที่เกี่ยวกับแรงร่วมใจของทุกคน ความตั้งใจ มุ่งมั่น และเสียสละ ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ อวิ๋นหลานได้ความทรงจำของคุนหลุนคืนกลับมา เขากลายเป็นเทพคุนหลุนอีกครั้ง ส่วนเสิ่นเวยก็ได้วิญญาณ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

  1. สองคนใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ธรรมดา (ที่ไม่ธรรมดาเพราะมีพลังวิเศษของราชันวิญญาณและเทพคุนหลุน) 

  1. จ้าวอวิ๋นหลานรับ เสิ่นเวยรุก แต่เป็นประเภทรับหน้าหนากับรุกหน้าบาง ถึงแม้อวิ๋นหลานจะพยายามรุกกลับกี่ครั้งก็ยังไม่สำเร็จ 

  1. กัวฉางเฉิงเป็นไส้ตะเกียงพิทักษ์จิตวิญญาณ ซึ่งตะเกียงพิทักษ์จิตวิญญาณก็คือคุนหลุน ไส้ตะเกียงก็เหมือนจิตด้านดีของคุนหลุน จ้าวอวิ๋นหลานเลยโดนลูกน้องล้อว่าเขาขาดความเมตตาดีงาม กัวฉางเฉิงมีโมเมนต์กับพี่ผีดิบฉู่ซู่่จือ  พี่ผีดิบแอบชอบแน่ ๆ ส่วนน้องกัวดูจะยังเป๋อเหลออยู่ 

 

ถ้าโอพลาดหรือผิดตรงไหนช่วยแก้ได้เน้อ อย่างที่บอก อ่านแล้วก็ยังงง ๆ  

 




Create Date : 25 ตุลาคม 2563
Last Update : 25 ตุลาคม 2563 10:58:03 น.
Counter : 263 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku

  
ขอบคุณคุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku สำหรับ
โหวตนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 28 ตุลาคม 2563 เวลา:11:13:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments