The Blog To Love @ First Click - - ความเหงาไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่เจ้าของหัวใจที่ทำร้ายตน-- รักแรกคลิก
ม้านั่งยาวเล่าเรื่อง



เกร็ดบันทึกจากความทรงจำของฉัน ต่อหนังสือ บันทึกถึงเธอ เบียทริซ

ม้านั่งยาวสีเขียวลักษณะกลางเก่ากลางใหม่ตัวนี้ มองเผินๆก็ดูไม่ต่างจากม้านั่งยาวทั่วไป ที่รูปทรงของมันดูจะโคลนนิ่งออกมาคล้ายกันทั่วโลก

มันตั้งอยู่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งบนถนนสายเล็กๆย่านฮอว์ธอร์น (Hawthorn) รัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย แม้ประวัติศาสตร์เสี้ยวหนึ่งของมัานั่งยาวตัวนี้จะเป็นตำนานที่ไม่สำคัญของโลก แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวและความสัมพันธ์อันซาบซึ้งระหว่างสาวนักเรียนไทยคนหนึ่ง กับหญิงชราชาวออสซี่วัย 95 ปี จนกลายมาเป็นหนังสือบันทึกเรื่องราวจากชีวิตจริงเรื่อง บันทึกถึงเธอ เบียทริซ และเป็นที่มาของปริศนาริบบิ้นแดงบนม้านั่งยาว ตัวนี้

เรื่องราวตั้งแต่หน้าหนึ่งถึงหน้าสุดท้ายในหนังสือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความทรงจำ ที่ฉันมีต่อเบียทริซ

หากเบื้องหลังของงานจิตรกรรมจะมีที่มาของ ‘ข้างหลังภาพ’ แอบแฝงอยู่นั้น หนังสือเล่มนี้คงมีเรื่องราวแบบ ‘ข้างหลังเล่ม’ แฝงเร้นอยู่เช่นกัน

แต่ฉันคิดว่าคนเขียนหนังสือ ก็เหมือนกับเชฟปรุงอาหาร - - ความอิ่มแบบพอดี คือความอิ่มสมบูรณ์แบบ นั่นจึงเป็นที่มาของขนาดหนังสือเล่มกะทัดรัด ไม่มีภาคต่อ และปล่อยให้เรื่องราวปลีกย่่อยแสนน่าประทับใจอื่นๆเหล่านั้นเดินทางในความทรงจำของฉันอย่างเงียบๆ

การได้รู้จักกับหญิงชราอย่างเบียทริซทำให้วันต่อไปของฉันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การมีเพื่อนเป็นหญิงชรา เปลี่ยนสาวกระฉับกระเฉงคนหนึ่งให้อดทนต่อทุกสิ่งอย่างเป็นสุข

ฉันทานอาหารช้้าลง เพื่อถ่วงเวลาให้เบียทริซทานอาหารได้มากขึ้นและนานขึ้น รวมถึงอดทนรอคอยประโยคตอบจากเพื่อนที่กำลังนึกคำพูดอย่างสุดความสามารถ กระทั่งอดทนกับการเล่าเรื่องซ้ำๆประสาวัยชราของเบียทริซ

ฉันเดินช้าลงตามจังหวะการก้าวของเพื่อนข้างตัว เพียงเพราะฉันไม่อยากเดินนำหรือเดินพยุงเพื่อน แต่เราอยากเดินไปด้วยกัน

เบียทริซเป็นคนชอบเดิน ลูกสาวเบีัยทริซเคยเล่าให้ฟังว่าแม่ของเธอมักเ้ดินไปที่โน่นที่นี่ และเก็บดอกไม้ป่ามาตากแห้งทำของที่ระลึก ไม่ก็เก็บเมล็ดพันธุ์ต้นไม้แปลกๆมาปลูกและศึกษา แม้อายุที่มากขึ้นรวมถึงปัญหาสุขภาพทำให้เบียทริซเดินได้ไม่มากอย่างเคย แต่เบียทริซก็ยังไม่ยอมหยุดเดิน

ฉันเคยบันทึกไว้ในสมุดเกี่ยวกับเรื่องการเดินของเบียทริซว่า ‘She keeps walking to remain herself always independent’ - - ‘การเดิน’ของเบียทริซไม่เพียงช่วยให้เบียทริซอายุยืนและแข็งแรงกว่าใครๆในอายุไล่เลี่ยกันเท่านั้น แต่การที่เบียทริซไม่ยอมหยุดเดิน เพราะเธออยากถนอมช่วงเวลาของการใช้ชีวิตเสรีโดยไม่ต้องพึ่งพาใครให้ได้นานที่สุด

ถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่เบียทริซเดินไม่ไหว และคำชวนคลาสสิกที่ว่า ‘ไปเดินเล่นกันไหม’ของเบียทริซกลายเป็นเพียงคำพูดในความทรงจำ ฉันได้ให้คำมั่นกับเบียทริซว่าจะเดินให้เธอเท่ากับระยะทางที่เธออยากเดินทุกๆวัน

กระทั่งทุกวันนี้ คำมั่นสัญญานั้นยังได้รับการถนอมรักษาและดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับคำอุทิศในหน้าแรกของหนังสือบันทึกถึงเธอ เบียทริซที่ฉันอุทิศไว้ว่า “ แด่ เีบียทริซและทุกๆก้าวที่เราเคยเดินไปด้วยกัน”งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุดที่เพิ่งผ่านไป ฉันได้รับเกียรติจากสำนักพิมพ์อมรินทร์ไปพบปะนักอ่านและแจกลายเซนที่บูธอมรินทร์ในฐานะผู้เขียนหนังสือบันทึกถึงเธอ เบียทริซ หนึ่งในชุด ท่องใจในโลกกว้าง ของอมรินทร์

ถ้าเบียทริซยังอยู่ เธอคงภูมิใจที่แรงบันดาลใจจากเธอ รวมถึงความฝันที่จะได้เห็นฉันเป็นนักเขียน มีส่วนผลักดันให้ฉันมีวันนี้

ฉันยังจำได้ดีถึงคำปลอบโยนจากพี่สาวหลังทราบข่าวข้ามประเทศจากน้องสาวเรื่องการจากไปของเบียทริซว่า – จงภูมิใจที่ชีวิตนี้ได้พบเพื่อนแท้ เพราะหลายคนในโลกนี้ไม่มีโอกาสเจอสักคน แม้จะตามหาจนชั่วชีวิต –
ก่อนออกเดินทางไปงานสัปดาห์หนังสือในวันนั้น ฉันจึงไม่ลืมนึกถึงเบียทริซและนึกชวนเพื่อนแท้ ของฉันด้วยคำพูดประโยคเดียวกันกับที่เบียทริซเคยพูดกับฉันเป็นประจำว่า

‘เบียทริซ ...เราไปเดินเล่นกันไหม’







Create Date : 19 พฤษภาคม 2552
Last Update : 21 กรกฎาคม 2552 16:33:20 น. 8 comments
Counter : 1852 Pageviews.

 
คุณเขียนได้ดีมากเลยคะ ดิฉันมีชีวิตแวดล้อมอยู่กับผู้สูงอายุในอังกฤษหลายๆสิ่งที่คุณเขียนเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับดิฉันเหมือนกัน สั่งซื้อหนังสือแล้วส่งให้ที่อังกฤษได้ไหมคะ


โดย: tanya tanya วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:02:03 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ tanya tanya

ส่งที่อยู่ของคุณมาที่อีเมล์เรา หรือหลังไมค์ก็ได้ เราจะซื้อหนังสือส่งไปให้แทนคำขอบคุณที่สนใจอยากอ่านหนังสือของเรา ดีไหมคะ ไม่ต้องเกรงใจนะ

การมีเพื่อนเป็นผูสูงอายุ เป็นสัมพันธภาพพิเศษ ทำให้เราเรียนรู้อะไรมากมาย และได้ลดอัตตาตัวเอง

เหมือนต้นไม้ต้นเล็ก ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ อย่างที่สื่อให้เห็นในการออกแบบหน้าปกค่ะ






โดย: รักแรกคลิก IP: 204.136.218.8 วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:21:22 น.  

 


สวัสดีค่ะคุณสิริพันธุ์
เริ่มมั่นใจขึ้นมาแล้วว่า งานที่ดิฉันอ่านก่อนหน้านี้ไม่ใช่ธรรมดา
นั่นคือ-- ขมไม่ใช่เล่นชัดเจนทุกอารมณ์--
ตะหงิด ๆ ใจว่า คุณเล่าเรื่องได้น่าอ่านมาก


เนื่องจากดิฉันอ่านหนังสือของคุณเล่มนี้แล้ว
(บันทึกถึงเธอ เบียทริซ) แต่เพียงสองรอบเท่านั้นนะคะ

ชื่นชอบในภาษาเรียบง่าย งดงาม
สื่อถึงความอ่อนโยนและมิตรภาพต่างวัยที่สวยงามที่สุด
ดิฉันอ่านประวัติคร่าว ๆ ของคุณท้ายเล่มเช่นกัน
สิ่งที่เคยอ่านเมื่อตอนเป็นเด็กและชอบเหมือนกันคือเรื่องเด็กชายมะลิวัลย์
งานของคุณประภัสสร เสวิกุล ดิฉันชอบหนังสือเล่มนั้นนะคะ
อดยิ้มไม่ได้ที่นักเขียนท่านนี้พูดถึงหนังสือเล่มนี้ได้อย่างน่ารัก
ราวกับเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือด้วย
แต่ก็คงไม่เท่ากับที่ผู้เขียนถ่ายทอดหัวใจไปถึงเบียทริซจนผู้อ่านรับรู้สึกได้

ยิ่งทิ้งท้ายบทต่อบท และการเปรียบเทียบอย่างมีเสน่ห์
เพลงที่แต่งก็สวยงามมาก เพลงแรกสำหรับคน ๆ หนึ่ง
ที่มีค่าและคอยปลอบโยนหัวใจ ให้คำแนะนำดี ๆ
โดยเฉพาะมุมมองชีวิตที่เรา ๆ มักจะมองข้าม
หรือเห็นค่าก็น้อยเต็มทีที่จะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
สายใยแห่งมิตรภาพมันมีพลังเหลือล้นนะคะ

ขอบคุณที่เขียนหนังสือดี ๆ ให้ได้อ่าน



และสำหรับเรื่องราวที่คุณนำมาลงบล็อกในวันนี้
ดิฉันก็เพิ่งเคยอ่าน และรู้สึกชอบมาก
เขียนอีกนะคะ ดิฉันจะตามอ่านค่ะ


^)^





โดย: ภูเพยีย วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:14:16 น.  

 
คุณภูเพยียคะ
ขอบคุณมากสำหรับคอมเมนต์แสนลึกซึ้ง

ลองเข้าไปอ่าน group blog อื่นๆของเราด้วยนะคะ เราจะทยอยลงเรื่องที่ในนี้อีก มีสาม group blog ค่ะ

ว่าแต่คุณภูเพยียรู้จักพ่อเพยียหรือเปล่าคะ เขาเป็นสมาชิก bloggang อีกคนหนึ่ง เห็นชื่อคล้ายกัน

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: รักแรกคลิก IP: 204.136.218.8 วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:04:09 น.  

 


สวัสดีค่ะ
ดิฉันไล่อ่านเกือบทุกเอนทรี่ของคุณแล้วค่ะ
คิดว่าจะหาเวลาเขียนคอมเม้นท์ทีหลัง
ที่น่าทึ่งเกี่ยวกับผลไม้เช่นมังคุด
เกร็ดเล็ก ๆ น้อย คุณเล่าได้น่าฟัง
รหัสลับแห่งความซื่อสัตย์ในผลไม้
เห็นจะได้ยินจากคุณแม่คุณเป็นครั้งแรกเลยนะคะ
ดีใจที่อย่างน้อย เราก็ไม่เขลา
ที่จะรู้เรื่องราวเหล่านี้ด้วยการร้อยเรียงของคุณ
เขียนเรื่อย ๆ นะคะ ชอบสไตล์การเขียน
และชอบภาษาที่แปลด้วย เฉพาะตัวจริง ๆ
เพราะถ้าดิฉันแปล ก็จะไม่มีกลิ่นแบบนั้น
เนื่องจากภาษาไม่ค่อยแตกฉาน
ส่วนใหญ่จะใส่อารมณ์ส่วนตัวเข้าไปเยอะ
ผิดเพี้ยนจึงมีอยู่มาก ไม่กล้าแปลค่ะ
ขออ่านและชื่นชมอย่างเดียว


ไว้จะแวะมาคุยอีกนะคะ

^)^




โดย: ภูเพยีย วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:39:59 น.  

 
ผมอยากบอกว่าชอบเรื่องราวบันทึกความทรงจำในหนังสือเล็กๆเล่มนี้มากเลยครับ

ปล.ได้เขียนแนะนำไว้ให้เพื่อนๆอ่านในสเปซของตัวเองและใน //www.winbookclub.com ไว้ด้วยครับ ^_^


โดย: kurt IP: 58.181.189.253 วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:13:44:48 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่สิริพันธ์
ขอบคุณนะคะที่ช่วยแวะไปส่งลิงค์ให้ที่บล๊อค..

รินสังหรณ์ใจไม่ผิดเลย ว่าเจ้าของภาษาสวยๆ
และเนื้อเรื่องที่เตมไปด้วยเสน่ห์จนรินนั่งอ่านไปอมยิ้มไปแบบไม่รู้ตัว จะเป็นพี่นักเขียนคุณภาพอีกคนนึงค่ะ

ได้โอกาสกลับไทยไปเมื่อไหร่ จะรีบวิ่งเข้าร้านหนังสือ ไปเหมาทั้งคอลเลคชั่นของคุณพี่มาอ่านนะคะ





โดย: xiao ye zi วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:15:01:07 น.  

 
ชอบมาก....

ละเอียดอ่อน ลึกซึ้งมาก...


โดย: 1 IP: 167.67.140.51, 203.146.20.17 วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:3:56:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Love At First Click
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




An ordinary woman who loves to write and who loves to know what love is.
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Love At First Click's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.