Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 

บุญที่ทำให้เล่นกีฬาเก่ง



ถาม
คนที่เล่นกีฬาเก่งมากๆ นี่ทำบุญมาอย่างไรหรือครับ?
เท่าที่อยู่ในแวดวงกีฬามา จะเห็นบางคนมีพรสวรรค์ติดตัวมาอย่างชัดเจน
แต่บางคนก็ต้องฝึกฝนอย่างหนักถึงจะพอเข้าขั้น
ส่วนบางคนต่อให้ฝึกหนักเอาเป็นเอาตายขนาดไหน อย่างดีที่สุดก็แค่พอถูไถ ไปไม่ถึงดวงดาว
ถ้าหากเป็นเรื่องของบุญวาสนาเก่า ก็แปลว่าไม่มีทางทำบุญได้ทันใช้ชาตินี้ใช่ไหม?



เมื่อกล่าวว่าใครสักคน ‘เล่นกีฬาเก่ง’
คุณมักหมายถึงเขาชนะบ่อย เขาฉลาดในเกม เขาฉลาดในการเคลื่อนไหวตอบโต้ รวมทั้งเขามีกำลังมาก
พอซอยความเก่งออกเป็นแง่มุมต่างๆ ข้างต้น ก็พอจะบอกถึงบุญเก่าที่อยู่เบื้องหลัง
ตลอดจนมองเห็นลู่ทางสร้างบุญใหม่กันครับ

๑) ชนะบ่อย
ชัยชนะเป็นเครื่องวัดบารมีที่ชัดที่สุด เห็นง่ายที่สุด ว่าใครเก่งกว่าใคร หรือใครเก่งที่สุด
กรรมเก่าที่ทำให้ชนะบ่อยก็คือเคยเป็นผู้ประกอบบุญด้วย ‘ใจใหญ่’ เกินใคร
และเป็นการใจใหญ่ในทางดีนะครับ ไม่ใช่ประเภทใจกล้าบ้าบิ่นอย่างเปล่าประโยชน์

ความเป็นคนมีใจใหญ่ในการบุญ มักแสดงออกในรูปของการ ‘ทำมากกว่าใคร’
และ ‘หวังประโยชน์ใหญ่กับคนหมู่มาก’ ซึ่งผลข้างเคียงคือก่อความรู้สึกกระหยิ่ม ภาคภูมิในบุญของตน
หากเขาติดความคิดว่าจะทำบุญให้ยิ่งใหญ่กว่าใคร หรือจะเสียสละให้มากกว่าเพื่อน
เจตนานั้นจะพามาเกิดใต้ฤกษ์ผู้ชนะ เขาจะมีนิสัยชอบการแข่งขันติดตัวมาแต่อ้อนแต่ออก อยากเป็นที่หนึ่ง
และไม่รู้สึกยากที่จะเป็น เพราะเห็นว่าตนมีพลังผู้ชนะล้นหลาม มองไปไม่เห็นใครเทียบได้
โดยเฉพาะในเกมกีฬาที่ตนรักชอบและมีใจฝักใฝ่ที่สุด

ฤกษ์ผู้ชนะยังซอยแบ่งออกได้เป็นหลายระดับ ทั้งระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับประเทศ
ตลอดจนกระทั่งระดับโลก (ซึ่งระดับโลกนี้หมายถึงการคัดตัวแทนแต่ละชาติมาแล้ว แข่งกันก็ยังเป็นที่หนึ่งอยู่ดี
นั่นถือเป็นที่สุดของที่สุด คือเก่งที่สุดในโลก รสชาตินั้นคนได้เหรียญทองโอลิมปิกจะรู้ดีว่าหวานชื่นปานใด)

มองจากจุดสูงสุดนะครับ พลังชนะระดับโลกไม่จำเป็นต้องมาจากการทำบุญระดับโลกเสมอไป
อาจเป็นการบุญระดับท้องถิ่น แต่มี ‘ใจใหญ่ระดับโลก’ กล่าวคือทำบุญแบบไม่ห่วงชีวิต
หรือแบบที่ไม่มีใครในโลกใจถึงเท่า เช่น ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้า
หรือยอมยกทรัพย์สินส่วนตัวให้คนหมู่มากโดยตนเองเหลือไว้ใช้นิดเดียว


บุญเก่าอาจไม่ได้ตกแต่งให้ผู้ชนะมี ความสามารถสูงส่งระดับเทพเสมอไป
ดวงคนชนะจะมาในรูปแบบของพลังอะไรอย่างหนึ่ง ที่กดดันให้คู่แข่งต้านทานไม่ไหว
เช่น แข็งแรงพอกัน แต่งัดข้อแล้วกดอีกฝ่ายลงทุกที
หรือไม่ก็ดวงดีจัด แม้ทำท่าจวนเจียนจะแพ้ แต่ในที่สุดก็กลับพลิกล็อกเป็นชนะจนได้

พวกที่มี ‘พรสวรรค์อันน่าทึ่ง’ ในกีฬาอย่างใดอย่างหนึ่งมาตั้งแต่เด็ก เล่นแล้วชนะตลอด
ชนิดเก็บสถิติกันว่าชนะรวดกี่ปีไม่มีแพ้เลย อย่างเช่นในวงการหมากรุกมีอยู่หลายคน
ประเภทนี้มักเคยคร่ำหวอดในวงการกีฬานั้นๆ มาก่อน และอุทิศชีวิตให้ทั้งหมด พอได้รางวัล พอมีชื่อเสียง
พอมีเงินทอง ก็เอาไปใช้เดินสายโปรโมตกีฬาที่ตนรักแบบไม่อั้น ปั้นดาวรุ่งรุ่นหลังให้ได้ดีตามตนมากมาย
ไม่หวงวิชา ไม่มีกำมือของอาจารย์ ใจคิดอยากให้ทั้งโลกหันมารู้จักกีฬาที่ตนรัก
เมื่อเขาสร้างทำประโยชน์เกิดขึ้นอย่างไร้เทียมทาน เกิดใหม่ก็ย่อมไร้เทียมทานในทางนั้นๆ ตั้งแต่เด็ก
และเมื่อโตขึ้นก็มีสิทธิ์เป็นแชมป์โลกแบบไม่ต้องใช้ความพยายามมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีพลังผู้ชนะติดตัวมาแต่เกิด ก็สร้างเอาภายหลังได้ หากฝึกฝนกีฬาจริงจัง
มีใจมุ่งมั่นเอาความเป็นหนึ่ง ทุ่มเทชีวิตจิตใจอย่างต่อเนื่องนานพอ
พลังแห่งวิริยะและทักษะความสามารถที่สั่งสมแรมปี
ก็อาจแรงพอจะเบียดฤกษ์ผู้ชนะของฝ่ายตรงข้าม ให้ตกกระป๋องได้เหมือนกัน
นี่เองในเกมกีฬาระดับอาชีพ จึงหาคนดวงแข็งเป็นผู้ชนะตลอดกาลได้ยากยิ่ง
ส่วนใหญ่จะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ ขึ้นอยู่กับว่าบุญเก่าหรือวิริยะใหม่ของใครใหญ่กว่ากัน

ในทางกลับกัน แม้เกิดใต้ฤกษ์ผู้ชนะ แต่ขาดการฝึกซ้อม ประมาทชะล่า ทะนงตนหลงลำพอง
ปัจจัยลบที่พอกพูนแรมเดือนแรมปี ก็ฉุดกระชากพลังแห่งผู้ชนะให้ตกต่ำลงถึงก้นเหวได้เช่นกันครับ


๒) ฉลาดในการเคลื่อนไหวตอบโต้

หมายถึงการมีไหวพริบและปฏิภาณ ผ่านอุปสรรคเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนั้นยังเหมารวมถึงความมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว รู้หลบ รู้หลีก รู้วิธีตัดกำลัง
ตลอดจนรู้วิธี ‘เช็กบิล’ คู่ต่อสู้ได้แบบเหนือความคาดหมายบ่อยๆ เป็นที่สนุกสนานตื่นเต้นสำหรับตนเอง
และก่อความประทับใจอย่างยิ่งยวดให้แก่คนดู

คนส่วนใหญ่จะเรียกคุณสมบัติข้อนี้ว่าเป็น ‘ความสด’
คุณมักเห็นเจ้าหนูมหัศจรรย์ที่โผล่มาให้ใครต่อใครรู้จักลีลาโดดเด่น หน้าตาจริงจัง บุคลิกเฉียบคม
เพ่งไปข้างหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจทุกวินาที เช่นนักมวยบางคนออกจากมุมมาถึงกลางเวทีก็รัวตุ้งๆๆ
ไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้หายใจหายคอ ยังไม่ทันครบยกก็สบช่องสอยอีกฝ่ายร่วงลงไปกอง
ความสดระดับนี้มักเกิดจากบุญเก่าประเภทคิดก่อน ทำก่อน คิดเร็วกว่าใคร ทำเร็วกว่าใคร
แค่ใจอยากทำบุญแบบไหน กายก็พุ่งพรวดไปคว้าเครื่องมือมาทำทันที หากติดข้อจำกัดอันใดเช่นดึกดื่นเกินการณ์
ใจก็จดจ่อกระวนกระวาย นอนเร่งเวลาให้เช้าโดยเร็ว พอเช้าไก่ไม่ทันโห่ก็แทบลุกขึ้นมาโห่ก่อนไก่
แต่งเนื้อแต่งตัวไปทำบุญตามความตั้งใจไม่รีรอ

หมายเหตุไว้หน่อย การคิดเร็วทำเร็ว ไม่ใช่คิดลวกๆ ทำลวกๆ นะครับ
ต้องเร็วด้วย ถูกต้องบริบูรณ์ด้วยความรอบคอบด้วย จึงจะให้ผลเป็นความ ‘คม’ ที่สัมผัสได้
กล่าวคือพอถึงเวลาที่บุญให้ผล นอกจากจะมีใจชอบความเร็วแล้ว
เขายังมีสมาธิ มีหูตากว้างขวางในแบบที่รู้เห็นครอบทั่วภายในเวลาอันสั้น ตอบสนองสิ่งเร้าได้แม่นยำและทันใจ
เรียกว่ากายกับใจถูกบุญออกแบบมาเพื่อความเป็นเจ้าแห่งสายฟ้า เมื่อผ่าแล้วไม่พลาดเป้า

อันที่จริงไม่จำเป็นต้องรอผลข้าม ชาติ คุณลองดูก็ได้นะครับ
เห็นว่าอะไรจะเป็นประโยชน์กับใคร ให้เขาเดี๋ยวนั้นเลย หรือถ้าให้เดี๋ยวนั้นไม่ได้ ก็เอาแบบเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
เรื่องใดดี อย่าชักช้า อย่าลังเลคิดมาก ทำเลย เอาให้สำเร็จเลย
ด้วยวิธีทำบุญเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอ ภายในปีเดียวหลักฐานของบุญจะปรากฏชัด
คือคุณจะพบว่าร่างกายเกิดพลังแห่งความกระตือรือร้น กับทั้งมีประสาทสัมผัสโต้ตอบที่ว่องไวขึ้นผิดหูผิดตา

ส่วนบุญใหม่ เช่น รู้จักเทคนิควิธีฝึกซ้อม ดัดแปลงท่าทางให้ตอบสนองสัญชาตญาณอย่างฉับพลันทันด่วน
ก็มีส่วนพัฒนาความเก่งด้านนี้ เทียบเท่าบุญเก่าอันเกิดจากการคิดเร็วทำเร็วได้เหมือนกัน
เพียงแต่คุณจะพบความจริงที่ว่าการ ‘ฝึกความเร็ว’ และการเพิ่ม ‘ไหวพริบปฏิภาณ’ นั้น
ร้อยคนจะมีแค่สองสามคนที่ ‘เจ๋งจริง’ นอกนั้นฝึกกันหน้าดำคร่ำเครียดขนาดไหน ก็ไวเกินระดับเฉลี่ยมาไม่เท่าไหร่
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะขาดบุญประเภทคิดเร็วทำเร็วสนับสนุนนั่นเอง


๓) ฉลาดในเกม

หมายถึงการมีความเข้าใจ สามารถอ่านเกมได้ทะลุปรุโปร่ง หูตากว้างขวางในแบบที่เห็นลู่ทางพลิกแพลงได้มาก
รอบรู้เรื่องจังหวะกลเม็ดวิธีรุกและลูกไม้วิธีถอย รู้ว่าจะวางแผนอย่างไรเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ
รู้ว่าเล่นอย่างไรให้ตัวเองได้เปรียบ

คนส่วนใหญ่จะเรียกความเหนือชั้นข้อนี้ว่าเป็น ‘ความเก๋า’
การมีใจรัก ฝักใฝ่สั่งสมความรู้และประสบการณ์ในการเล่น จะมีบทบาทสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
พูดง่ายๆ ว่าความฉลาดในเกมมักเกิดจากบุญใหม่
แต่อย่างไรก็ต้องอาศัยบุญเก่าประเภททำให้เกิดปัญญามากมาอุดหนุน
บุญเก่าที่ทำให้เกิดปัญญามาก คือเป็นผู้ที่รู้จักว่ากรรมใดเป็นประโยชน์ กรรมใดเป็นโทษ
แยกแยะได้ว่าทำสิ่งใดแล้วจิตสว่าง ทำสิ่งใดแล้วจิตมืด ตลอดจนกระทั่งทราบวิธีแก้ปัญหา
ทราบวิธีถอนจิตออกจากทุกข์ ไม่ยอมจมปลักอยู่กับทุกข์โดยปราศจากการพยายามหาทางออก

บุญดังกล่าวส่งผลถึงความฉลาดแบบโลกๆ คือมีสัญชาตญาณรู้ได้เร็ว ว่าทางเลือกใดนำไปสู่ชัยชนะ
ทางเลือกใดนำไปสู่ความพ่ายแพ้ พบอุปสรรคแล้วรู้จักแก้เกม ไม่ยอมถอดใจให้กับปัญหาง่ายๆ
เห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทายความสามารถ ไม่เฉื่อยชา ไม่หลบหนีปัญหา

ผู้มีความฉลาดในเกมไม่จำเป็นต้องชนะบ่อย แต่สามารถเป็นนักกีฬาที่ได้รับการยอมรับนับถือ
บุคลิกดูหนักแน่นน่าเลื่อมใส แสดงน้ำใจนักกีฬาได้น่าประทับใจ มีความเป็นธรรมสูง แล้วก็เป็นผู้นำได้
ขนาดที่สามารถเป็นพลังความเชื่อมั่นให้กับทีม
สุดท้ายพอแก่ตัวจึงมักเป็นโค้ช เป็นครูฝึกที่ทำชื่อเสียงให้กับทีมซึ่งเป็นเด็กรุ่นหลัง


๔) มีกำลังมาก

หมายถึง มีกำลังวังชาที่จะเล่นกีฬาได้นาน
มีความกระตือรือร้นและสมาธิ จดจ่อกับเกมได้ต่อเนื่องโดยไม่ห่อเหี่ยวกลางคัน
นักกีฬาทุกประเภทย่อมทราบดีว่าคุณสมบัติข้อนี้มีความสำคัญขนาดไหน
โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่นเกมยาวกับคู่ต่อสู้ระดับไล่เลี่ยกัน
ความอึดทนมักเป็นตัวชี้ขาดเมื่อการแข่งขันดำเนินไปนานๆ
ต่อให้เก่งแค่ไหนถ้าแข่งได้เพียงครึ่งเวลาแล้วจอด ก็ไม่มีทางสอยตำแหน่งแชมป์มาครองสำเร็จ

บุญเก่าที่ทำให้เป็นผู้มีกำลังมาก คือการบริจาคแรงงานเป็นทาน
เห็นใครลำบาก เห็นใครเกิดอุบัติเหตุ ก็ทุ่มแรงกายลงไปเต็มที่ชนิดไม่กลัวเหนื่อย
ไม่เกรงว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ขอให้ช่วยสำเร็จเถอะ ด้วยความคิดแบบนี้ เมื่อต้องทำกิจของตน
หรืออยู่ในลู่แข่งของตน จึงมีพลังพอจะบากบั่นไปเรื่อยจนกว่าจะถึงเส้นชัยเช่นกัน


สำหรับบุญใหม่ที่ทำให้มีกำลังมาก ก็เห็นจะได้แก่การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ การรู้จักประมาณในการออกแรง
คือรู้ว่าขยับเขยื้อนอย่างไรจะเกร็งน้อยที่สุด เสียกำลังน้อยที่สุด แต่ได้ความหนักแน่นกระชับสูงสุด
เบาตัวปราดเปรียวสูงสุด นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการพักผ่อน การกินอาหาร
และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อม ถ้าทุกอย่างลงตัว ก็ช่วยเรื่องความมีน้ำอดน้ำทนได้มากเช่นกัน

นอกจากนั้น ความปลอดโปร่งใจก็มีส่วนช่วยยืดอายุพลังงานไม่ให้หมดเร็ว หากเป็นคนรู้จักตัดใจ
ทั้งจากความกังวล ความคาดหวัง และความโลภจะเอาชนะท่าเดียว ใจจะสบาย ไม่เคร่งเครียด
แล้วก็อยู่ในเกมได้อย่างมีความสุข และมีอาการตรองอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
คิดแค่ว่าขณะนั้นๆ จะเคลื่อนไหวอย่างไรจึงดีที่สุด สอดคล้องกับสถานการณ์ที่สุด
นั่นแหละความเพลิดเพลินจึงเกิด และความเพลิดเพลินนั่นเองเป็นตัวหล่อเลี้ยงพลังงานอย่างสำคัญ



ถาม
การเล่นกีฬาที่ต้องแบ่งข้าง มีแพ้มีชนะกัน จัดเป็นกุศลหรืออกุศล?
หากเป็นอกุศล มิแปลว่าทั้งโลกเป็นคนบาปกันหมดหรือครับ?
ในเมื่อการกีฬาอยู่คู่กับมนุษย์มาตลอด อย่างไรก็ขาดกีฬาและการแข่งขันไม่ได้แน่ๆ


กีฬาเป็นตัวแปรเสียมากกว่าครับ ถ้าใจคุณดีก่อนเล่นกีฬา สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือกีฬาดีๆ
กีฬาดีๆ ทำให้ร่างกายนักกีฬาแข็งแรง แถมยังทำให้จิตใจนักกีฬามีคุณภาพขึ้นด้วย

โดยนิยามของผม การเล่นกีฬาหรือการออกกำลังที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่มุ่งที่ผลแพ้ชนะ
ผลแพ้ชนะอาจเป็นตัวล่อ แต่สิ่งที่ต้องการกันจริงๆ คือสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ เกื้อกูลให้จิตใจตั้งมั่นง่าย
มีขันติสูง และที่สำคัญคือตื่นตัว สดใส ไม่หดหู่ง่วงงุน ลักษณะเหล่านี้ของจิตล้วนเป็นฝ่ายกุศลทั้งสิ้น

มองจิตเป็นดวงๆ คุณจะเห็นความสำคัญของจิตที่หนักแน่น แข็งแกร่ง
คือเมื่อเผชิญภัยคุณจะไม่ตระหนกตกตื่นเกินไป หรือเมื่อเผชิญสถานการณ์ยั่วให้ทำผิดคิดร้าย
ตราบใดที่คุณอยากสู้กับกิเลสจริงๆ ก็จะไม่หลงกระโจนหรือไหลตามสถานการณ์ไปง่ายๆ
และในทางกลับกัน เมื่อตั้งใจบำเพ็ญเพียรสร้างคุณงามความดี คุณจะไม่ย่อท้อ ไม่อ่อนแอ
ไม่ถอนเท้าเสียก่อนจะไปให้ถึงเส้นชัย ไม่ต่างจากในสนามแข่ง

อย่างไรก็ตามครับ นักกีฬาแต่ละคนเล็งเป้าหมายต่างกัน ถ้าก่อนเล่นมีใจ กระเหี้ยนกระหือรืออยากเอาชนะท่าเดียว
และขณะเล่นทำทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง แถมหลังเล่นจบยังเป็นผู้ชนะที่เหยียบย่ำซ้ำเติม
หรือเป็นผู้แพ้ประเภทอันธพาลชวนตี เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุให้จิตเศร้าหมอง จิตที่เศร้าหมองคืออกุศลจิต
การเล่นกีฬาของเขาย่อมดำเนินไปด้วยอกุศล และได้ผลลัพธ์เป็นอกุศล

สรุปคือ ถ้าเล่นกีฬาโดยเล็งกันที่สุขภาพกายและสุขภาพจิต อันนั้นเป็นกุศล
แต่ถ้าเล่นกีฬาโดยเล็งกันที่ผลแพ้ชนะ อันนั้นกระเดียดมาทางอกุศล
และถ้าเล่นกีฬาโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ไม่มีใจเป็นนักกีฬา อันนั้นเรียกว่าอกุศลเต็มขั้น เป็นบาปไปเต็มๆครับ



ถาม การชนะด้วยวิธีโกงมีผลอย่างไรบ้างครับ?

ชัยชนะที่ขาดความชอบธรรมย่อม ก่อความเจ็บปวดจนใจแทบขาดให้กับผู้แพ้
แผลในใจย่อมลึกยิ่งกว่าการแพ้ปกติหลายเท่า ฉะนั้นผลที่สนองคืนคนโกง จึงต้องเป็นเรื่องน่าเจ็บใจอย่างสาหัส
เช่น ถูกโกงหน้าด้านๆ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทุกข์ใจถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายเจียนคลั่ง ประมาณนั้น

ผลกรรมที่เกิดจากการโกงจะหนักหนาเพียงใด หรือให้ผลยืดเยื้อขนาดไหน
ก็ขึ้นอยู่กับว่าการโกงนั้น มีความหมายหรือความสำคัญกับชีวิตของแต่ละฝ่ายแค่ไหนด้วยครับ
ถ้าถึงขั้นที่ผู้ชนะจะได้เปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางดีขึ้น ก็เท่ากับปล้นชีวิตใหม่ของคนอื่นมาเป็นของตน
ลองนึกดูแล้วกันครับ ว่ามันเหี้ยมโหดยิ่งกว่าขโมยเงินหมื่นเงินแสนสักขนาดไหน
ถ้าต้องโดนริบชีวิตดีๆไปแบบไม่มีทางเอาคืน

ส่วนการโกงโดยทั่วไป ถ้าโกงจนเป็นนิสัย โกงจนเป็นคนไม่มีน้ำใจนักกีฬา
ผลที่เห็นได้ชัดก็คือจะเป็นผู้อยู่ในโลกสีดำ คนโกงย่อมสามารถโกหกได้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่าพูดไม่จริง
และพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า พระองค์ไม่เห็นความชั่วอย่างหนึ่งอย่างใดแม้แต่น้อย ที่คนขี้โกหกจะทำไม่ได้
นั่นหมายความว่าเขาอาจกลายเป็นคนชั่วร้ายอย่างสมบูรณ์แบบ ทำชั่วได้ทุกรูปแบบ
หลังจากเป็นตัวโกงไปได้พักหนึ่ง

รู้อย่างนี้คงเห็นแล้วว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปเจ็บใจคนโกง
เขาย่อมได้รับความเดือดร้อนในภายหลังยิ่งกว่าที่คุณคิด เพียงแต่อาจช้าไม่ทันตาเห็นให้คุณหายเจ็บใจ
ขณะเดียวกันคุณก็ต้องระมัดระวัง อย่าให้ชัยชนะอันหอมหวานทำลายมโนธรรมคุณได้
คิดอย่างเดียว จะเล่นอย่างขาวสะอาดเสมอ ไม่ว่าจะมีแรงยั่วยุปานใด
ใครมาทำคุณเจ็บใจขนาดไหน ยอมโง่ในเกมกีฬา ดีกว่ายอมโง่ในเกมกรรมครับ


จากหนังสือ เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัว เล่ม ๙
โดย : ดังตฤณ
ที่มา : //dungtrin.com




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553
0 comments
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 22:29:01 น.
Counter : 2080 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 200 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทุกคนไม่ได้รู้ทุกสิ่ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.