กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
6
7
9
11
12
16
18
19
22
24
26
28
29
30
 
 
All Blog
ทาสหัวใจ คุณชายสูงศักดิ์ จื่อฝางเคอลี่ เขียน
16/8/2020

 

ทาสหัวใจ คุณชายสูงศักดิ์ (2 เล่มจบ)  

จื่อฝางเคอลี่ เขียน  ฉางจิ่ว แปล 

สำนักพิมพ์ inktreebook 

718 บาท  720 หน้า 

 
#แปลจีน #yaoi #Boyslove #นิยายวาย #ทาสหัวใจคุณชายสูงศักดิ์ #จื่อฝางเคอลี่ #inktreebook #รีวิวนิยาย #ออโอ


*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย 

 

(อย่าติงที่หนังสือโองอเลย โอก็ว่าโออ่านปกติเหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่ช่วงนี้ฝนตกหนักติดต่อกันสามวัน เห็นอีกทีจะถ่ายรูปรีวิว หนังสือมาเป็นคลื่นเลยเชียว) 



 

หลังปก 

 

ในชาติก่อน ข้ารับใช้ชายนามว่า โอเวน อีริค หลอกลวงบารอนออสการ์เพราะความโลภและลาภยศ เขากลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้บารอนถูกคนทำร้ายจนตาย และในท้ายที่สุดเขาก็เจ็บป่วย และตายตกไปตามกัน 

แต่ว่าพระเจ้ามอบโอกาสให้เขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง เขากลับไปยังจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมด เผชิญหน้ากับไวเคานต์แห่งตระกูลบรูซ ตัวการที่ทำร้ายเขา ในตอนนั้นโอเวนคิดว่าเหตุผลที่เขากลับมา ก็เพื่อแก้แค้น... 

แต่ว่าเมื่อออสการ์ปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง ภายใต้ความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น โอเวนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือช่วยเหลืออีกฝ่าย นี่ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงจุดจบของชาติก่อน ทั้งยังทำให้บารอนหลงรักเขาเร็วขึ้น หลงรักเขา ข้ารับใช้ชายชั้นต่ำ ผู้ที่มีฐานะแตกต่างจากตัวเองอย่างสิ้นเชิง 

ความรักของออสการ์ทั้งใสซื่อบริสุทธิ์และหยายกระด้าง โอเวนไม่เคยรู้มาก่อนว่า ชายที่มักจะอ่อนโยนกับเขาเสมอในชาติที่แล้ว เมื่อตกอยู่ในห้วงแห่งความรักจะร้อนแรงและเผด็จการถึงเพียงนี้ สวรรค์รู้ดีว่า ออสการ์เป็นคนที่เขาไม่อยากทำร้ายมากที่สุดในชีวิต แต่เพื่อการแก้แค้น เขากลับต้องหลอกใช้ความรักที่อีกฝ่ายมีให้เขาอีกครั้ง........ 

 

**หลังปกที่ตัวเล่มมีคำผิด โศกนาฏกรรม และ ปรากฏ ใช้ตัว ฏ (อ่านว่า ตอ-ปะ-ตัก) มีหยัก โอแก้ในที่นี้แล้ว 






 

คุยกันหลังอ่าน 
 

 

หนังสือเรื่องนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ณ ตอนนี้ ก็ผ่านมาปีหนึ่งพอดี โอไม่เคยสนใจเลย (จริง ๆ คือไม่รู้จักด้วยแหละ หนังสือออกใหม่เยอะมาก สำนักพิมพ์ก็เยอะ หลายเล่มหลายเรื่อง โอก็ไม่เคยเห็น) จนเมื่อไม่นานมานี้ เลื่อนเฟซบุ๊กไปมา เห็นสำนักพิมพ์พูดถึงเล่มนี้และมีตัวอย่างให้ อ้ะ ตามไปอ่านดูดีกว่า ช่วงนี้เป็นอะไรไม่ทราบ ลุยอ่านตัวอย่างดะไปหมด ตัวอย่างที่เขาลงไว้ให้มี 15 ตอน... ค่ะ อย่างที่ทุกคนคิด โอติดหนึบหนับแทบจะลงไปแดดิ้นกรีดร้อง ต้องหาเล่มจริงมาอ่านโดยด่วน 

 

เรื่องนี้เป็นนิยายแปลจีนก็จริง แต่เซ็ตติ้งในเรื่องคือยุโรปในสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม มีขุนนาง มีชนชั้นบรรดาศักดิ์  คนร่ำรวยแต่งตัวหรูหรา ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ มีเหล่าข้ารับใช้คอยปรนนิบัติ ขณะที่คนจนก็จ๊นจน เป็นข้ารับใช้ในแมนเนอร์นี่ถือว่าดีนะคะ สามารถยืดได้เลยนะ  

 

ตัวเอกของเรื่อง ชื่อ โอเวน อีริค เป็นข้ารับใช้ชายในแมนเนอร์ที่ชื่อว่าโมมอน (โอขอลอกคำอธิบายของแมนเนอร์ในหนังสือมาไว้ในที่นี้เลยนะ แมนเนอร์ (Manor) คือที่ดินที่กษัตริย์มอบสิทธิ์ให้ขุนนางปกครอง มีการบริหารจัดการที่ดินและปกครองภายในเบ็ดเสร็จ ประกอบด้วยคฤหาสน์ และหมู่บ้าน เลี้ยงชีพด้วยการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก) 
 

เรื่องเริ่มต้นเล่าถึงชีวิตประจำวันของโอเวน ตั้งแต่ตื่นนอน หน้าที่ของคนใช้ต้องทำอะไรบ้าง ข้ารับใช้ยังมีระดับอีกนะ โอเวนเป็นข้ารับใช้ระดับล่าง ทำได้แค่งานจิปาถะ งานประเภทที่ต้องอาศัยทักษะเฉพาะหรือใกล้ชิดเจ้านายนี่ทำไม่ได้เลย มีกฎเกณฑ์จุกจิกมากมาย โอชอบวิธีเขียนของผู้เขียนมาก เขาไม่ได้บอกทุกอย่างตั้งแต่ต้น แต่ค่อย ๆ หย่อนมาเป็นลำดับ หย่อนที่หนึ่ง นี่เป็นโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งของโอเวน หลังจากที่เขาตายในชาติก่อน หย่อนที่สอง โอเวนที่ดูเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยว่าร้ายใคร รับผิดชอบต่องาน กตัญญูต่อครอบครัว คนดีคนนี้นั้น ภายในเต็มไปด้วยความแค้น นางคือเงาแค้นของเรื่องค่ะ อ๊ะ แต่แค้นใครล่ะ หย่อนที่สาม ในแมนเนอร์โมมอนที่หรูหรายิ่งใหญ่ของตระกูลบรูซ มีคุณหนูสูงศักดิ์สองคนงดงามเหมือนดอกไม้แรกแย้ม ภายในกลับเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ ตระกูลบรูซของไวเคานต์มีหนี้สินมากมาย พวกเขาจับจ่ายใช้สอยมือเติบ แม้ว่าจะไม่มีเงิน แต่กลับไม่ยอมขายหน้า เที่ยวหยิบยืมเงินมาเสริมสร้างความมั่งคั่งและหน้าตา ตรงกันข้ามกับทักษะการหารายได้และบริหารทรัพย์สิน จนในที่สุด เมื่อบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านไวเคานต์ประสบอุบัติเหตุตาย ภรรยาของเขาที่เคยเป็นบ่อเงินให้พวกบรูซหอบทรัพย์สินของหล่อนกลับบ้านไป พวกบรูซขาดทั้งเงินและผู้สืบทอดสายตรง เมื่อตำแหน่งผู้สืบทอดจึงเปลี่ยนไปตกที่หลานชาย ซึ่งก็คือ บารอนออสการ์ ไวเคานต์จึงหมายมั่นให้ออสการ์ตกลงใจแต่งงานกับบุตรสาวคนใดคนหนึ่ง ซึ่งชาติที่แล้วนั้น โอเวนโดนพวกบรูซหลอกใช้ เป็นเหตุให้ออสการ์ต้องตาย แต่ทำไมล่ะ หย่อนที่สี่ เพราะออสการ์หลงรักโอเวนไงเล่า ...งั้นทำไมโอเวนถึงยอมทำตามสิ่งที่พวกบรูซบอกล่ะ หย่อนที่ห้า เพราะในชาติที่แล้ว โอเวนหลงรักคุณหนูแคทเธอรีน เขาจึงโดนคุณหนูหลอกใช้เข้าเต็มเปา 

 

เพราะชาติที่แล้ว โอเวนโดนหลอกใช้ เป็นเหตุให้ออสการ์ต้องตาย ชาตินี้เขาจึงต้องการจะแก้แค้นคนที่หลอกเขา พร้อมกับอยากชดเชยความผิดของตน 

 

จริง ๆ เรื่องแนวกลับมาแก้แค้นนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือแปลกเนอะ แต่โอชอบรายละเอียด ชอบวิธีเล่าของผู้เขียน ชอบมุมมอง ชอบการสอดแทรก อย่างข้างบนที่โอบอกไป ถ้าเขาเปิดมาเลยว่า โอเวนกลับชาติมาเกิดเพื่อต้องการแก้แค้นพวกไวเคานต์แห่งบรูซ มันก็ อืม แล้วก็แค่นั้น นี่เขาแบบ ค่อย ๆ หย่อน ค่อย ๆ ไล่เรียงความเป็นมา และจุดประสงค์ ค่อย ๆ เผยโฉมหน้าของโอเวน ว่าเห็นเป็นคนดีหล่อใสแบบนี้นะ ตัวจริงเขาร้าย เต็มไปด้วยความพยาบาทและความทะเยอทะยาน ไอ้เจ้าความทะเยอทะยานของโอเวนนี่โอก็ชอบมาก เพื่อให้บรรลุถึงสิ่งที่ต้องการ เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง ผู้เขียนใส่แบกกราวด์โอเวนมาว่า เขาเป็นลูกเกษตรกร หลังจากพ่อออกจากบ้านและไม่กลับมาอีกเลย แม่ก็กลายเป็นขี้เมา เขาในฐานะพี่ชายคนโตต้องดูแลน้อง ๆ ซึ่งคนแบบนี้ ชีวิตไม่มีทางมองโลกแบบใสซื่อแน่นอน (เป็นคนดีกับใสซื่อมันคนละอย่างนะ เขาอาจจะเป็นคนดีก็ได้ แต่ไม่มีทางมองโลกเป็นสีขาวสดสวยเพียงด้านเดียว มันต้องเห็นชีวิตมาพอสมควร) เขาผ่านอะไรมาเยอะ ต้องสู้เพื่อความอยู่รอด โอเวนเลยมีทักษะในการเอาตัวรอดสูง เขารู้วิธีบริหารเสน่ห์ (ถ้าจะทำ) รู้จักการรับมือกับผู้คน และมีความทะเยอทะยาน อยากถีบตัวเองให้มีชีวิตที่ดีกว่าปัจจุบัน ในชาติที่แล้วโอเวนฉลาดก็จริง แต่เขาค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองสูง แถมมีความหยิ่งทะนงพอควร ในชาตินี้ เขาใจเย็นขึ้น รู้จักประนีประนอม ยืดหยุ่น รอโอกาสที่เหมาะสม การได้รับโอกาสมามีชีวิตอีกครั้งของเขา ทำให้มุมมองที่เคยมองเห็นหลายด้านเปลี่ยนไป ซึ่งในเรื่อง โอก็ชอบที่ผู้เขียนเขียนในมุมนี้ ตัวอย่างเช่น ในชาติที่แล้ว เขาไม่ชอบแม่เลย แม่เอาแต่กินเหล้า เขาให้เงินแม่ไป แม่ก็เอาไปซื้อเหล้า แต่ในชาตินี้ เขารู้สึกว่า ถึงแม่จะใช้ชีวิตแย่อย่างไร ก็ไม่ทิ้งเขาและน้อง ๆ อย่างน้อยก็ยังอยู่ด้วยกัน เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ในหลาย ๆ แง่ ก็ทำให้มองรอบตัวด้วยใจที่เป็นกลางขึ้นนะ 
 

ความรู้สึกที่มีต่อออสการ์ก็เช่นกัน ในชาติที่แล้ว โอเวนไม่ชอบผู้ชาย กับออสการ์ยิ่งรังเกียจ ขยะแขยง หนึ่งเพราะไม่ชอบเป็นทุน สองเพราะรู้สึกว่า เป็นเพราะออสการ์ จึงทำให้ชีวิตของเขาไม่เป็นไปดังหวัง ในชาตินี้ โอเวนก็ยังคงไม่ชอบผู้ชายอีกนั่นแหละ แต่กับออสการ์ เขารู้สึกผิด อยากชดเชยให้ ยิ่งมองย้อนกลับไป ยิ่งเห็นว่าออสการ์ไม่เคยทำอะไรที่ผิดต่อเขาเลย ตรงกันข้าม ออสการ์วางตัวดี ยอมผ่อนปรน และไว้ใจโอเวนมาก ทั้งที่ฐานะอย่างเขาไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นด้วยซ้ำ มีตอนหนึ่ง ผู้เขียนเขียนถึงความรู้สึกที่โอเวนมีต่อออสการ์ว่า เขารู้สึกผิดต่อออสการ์ สามารถทำเพื่อออสการ์ได้ทุกอย่าง ตายแทนได้ หรือจะให้ยอมมอบกายให้ก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ที่ไม่ทำเพราะคิดว่า ถ้าออสการ์รู้ว่าตัวเขานี่แหละที่เป็นต้นเหตุทำให้ออสการ์ต้องตาย ออสการ์จะยังอยากเกี่ยวข้องกับเขาหรือ เหมือนที่ถ้าเปลี่ยนเป็นตัวเขาเอง ถ้าเกิดชาตินี้แคทเธอรีนรู้สึกผิด มาขอโทษ เขาจะยังอภัยให้แคทเธอรีนแล้วตกลงปลงใจกับหล่อนหรือ คำตอบคือไม่ อ่านเหตุผลนี้แล้วโออึ้งไปเลย หรือตอนหนึ่งที่โอเวนตระหนักได้ว่า เขาแทบไม่รู้จักออสการ์อย่างแท้จริงเลย เพราะออสการ์ในชาติที่แล้วนั้น วางตัวดีและเหมาะสมมาตลอด แตกต่างจากในชาตินี้ ที่เปิดเผยความรู้สึกมากขึ้น และทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากการที่โอเวนเปลี่ยนท่าทีต่อออสการ์ และเมื่อมองย้อนกลับไป เหตุผลที่ออสการ์เป็นแบบนั้น เพราะชาติที่แล้ว ออสการ์รักโอเวนก็จริง แต่เขารู้ว่าโอเวนไม่มีทางชอบตนเองในแบบนั้น จึงไม่ทำอะไรให้โอเวนต้องลำบาก ใจหรือขัดเคืองใจ นี่ก็อ่านแล้วอึ้งไปพร้อมโอเวนเช่นกัน โถ ท่านบารอน... 

นี่ยังแค่ช่วงต้น ๆ ถึงกลาง ๆ เรื่องเองนะ แต่โอรู้สึกว่ามันมีรายละเอียด มีอะไรหลาย ๆ อย่างอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด แล้วโอชอบด้วย ถ้าให้เขียนถึงหมดคาดว่าคงไม่จบในสั้น ๆ ขอข้ามไปที่รายละเอียดพื้นฐานตัวละครดีกว่า หลาย ๆ คนน่าจะอยากรู้ 

 

ออสการ์กับโอเวน สองคนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คุณชายสูงศักดิ์กับข้ารับใช้ต่ำต้อย ผู้ชายที่มีมุมมองความรักที่ใสซื่อ กับคนที่กร้านโลกและทะเยอทะยาน ผู้ชายหน้าตาธรรมดาที่มีข้อบกพร่องทางร่างกาย กับหนุ่มน้อยหน้าตาดีพราวเสน่ห์ 
 

โอเวน อายุสิบแปดปี สูง ผมสีทอง ตาสีฟ้า เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่ทำให้คนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น ถึงจะอายุไม่มาก แต่ผ่านประสบการณ์ยากลำบากมามากพอควร ทำให้โตเกินอายุ 
 

ออสการ์ อายุยี่สิบหก มากกว่าโอเวนแปดปี ออสการ์เป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาไม่โดดเด่น ผมและตาสีชา (สีชาคือสีน้ำตาลอ่อนใช่ไหมคะ โอมักจะสับสนประจำ โอเข้าใจว่าชามีหลายสี เลยไม่แน่ใจว่าสีชาควรจะเป็นสีประมาณไหน) กระดูกสันหลังของเขาคดเนื่องจากอาการป่วยในวัยเด็ก ส่งผลให้หลังของเขาค่อมเล็กน้อย จึงมักโดนคนดูถูก เรียกลับหลังเขาว่า เจ้าค่อม เขามีตำแหน่งเป็นบารอน ปกครองแมนเนอร์เดลแมน ถึงจะรับสืบทอดตำแหน่งบารอนจากพ่อ แต่ออสการ์เป็นคนที่นำพาแมนเนอร์ให้อยู่รอดต่อไปได้ เขามีหัวด้านการบริหารและการค้า อีกทั้งใฝ่ศึกษาหาความรู้เสมอ พ่อของออสการ์เป็นน้องชายของไวเคานต์บรูซแห่งโมมอน เขาจึงเป็นหลานชายแท้ ๆ ของไวเคานต์ แต่พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนัก ชีวิตของออสการ์ไม่ได้สวยหรูหรือโรยด้วยกลีบกุหลาบ พ่อของเขาตายตั้งแต่เขายังเล็ก แม่ของเขาก็เป็นผู้หญิงฟุ้งเฟ้อ ไร้ความรับผิดชอบ ลึก ๆ แล้วออสการ์จึงโหยหาความรักตลอดมา นิสัยของเขานั้นคล้ายกับคุณชายสูงศักดิ์ทั่วไป คือค่อนข้างหยิ่ง ไว้ตัว กับคนรับใช้ เขาก็จะมองเป็นคนอีกระดับกัน ถึงจะไม่ได้เหยียดหยาม แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษ ที่โอเวนเป็นข้อยกเว้นเพราะโอเวนเข้ามาในชีวิตออสการ์ในช่วงที่เขาอ่อนแอ เป็นความรู้สึกพิเศษที่ทำลายปราการและเงื่อนไขบางอย่างไป (ไม่นับว่าโอเวนหน้าตาดี และออสการ์ชอบผู้ชายอยู่แล้วน่ะนะ) 

 

ด้านความรัก โอว่าผู้เขียนเขียนได้ดีและลึกทีเดียว มีหลายองค์ประกอบที่ทำให้คู่นี้เขาเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน ออสการ์นั้นดูเหมือนรักโอเวนตั้งแต่แรกพบ แต่อันที่จริงก็ไม่เชิงซะทีเดียว คำอธิบายนั้นผู้เขียนมีเพิ่มในตอนพิเศษ โอว่าสำหรับออสการ์ โอเวนเป็นคนที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พิเศษ จึงกลายเป็นคนพิเศษสำหรับเขา สำหรับโอเวน เริ่มต้นที่ความรู้สึกผิด ต้องการไถ่โทษ มันมีความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเปอยู่ในนั้น ตั้งแต่แรกในชีวิตชาตินี้ ออสการ์ก็เป็นคนพิเศษของโอเวนเหนือใครอยู่แล้ว อีกทั้งในแต่ละช่วงชีวิตที่โอเวนได้รู้จักออสการ์ ออสการ์แสดงให้เห็นว่าเขาแตกต่างจากคุณชายสูงศักดิ์ที่โอเวนเคยรู้จัก ถึงเขาจะหยิ่ง ไว้ตัว แต่ไม่ได้มากจนไม่เห็นหัวใคร เขามีเมตตาต่อคนอื่น รู้จักเรียนรู้ ยอมรับ และขอโทษเมื่อทำผิดพลาด  มีความมานะพยายาม อ่อนโยนและใจเย็น ความหวานจัดว่ามากเลยค่ะ เรื่องดราม่า แต่ความหวานนั้นไม่น้อยหน้าเลย  
 

โทนเรื่องโดยรวมค่อนข้างจริงจังและสมจริง แต่จะมีคอมเมดี้แซมมา และมากยิ่งขึ้นในเล่มสอง 

 

ตัวละครเรื่องนี้ฉลาดทุกตัวนะ ฉลาดมากน้อยก็ว่ากันไป และก็ไม่ได้ฉลาดแบบ โห วางแผนสองชั้นสามชั้นหักเหลี่ยมอะไรอย่างนั้น เรื่องมันไม่ได้เป็นแนวนั้นอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ตื้นเขิน แบบถูกแค่เพียงคำพูดเดียวก็ปั่นหัวได้ คนอ่านอย่างเรา ๆ เองนี่แหละ ที่จะโดนตัวละครหลอกหลายครั้ง 

 

นอกจากนี้ผู้เขียนยังสอดแทรกเรื่องสิทธิความเป็นคนเข้ามาในยุคที่ชนชั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นเป็นเรื่องปรกติ ยุคแห่งความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยุคที่ชายมีอำนาจเหนือหญิง จะสามารถเห็นผ่านมุมมองของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นตัวโอเวนเอง หรือตัวละครอื่น พวกเขาเริ่มตระหนักถึงบางอย่าง ถึงจะไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทันทีทันใด แต่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงได้ เป็นการเล่นประเด็นที่โอไม่คิดมาก่อนว่าผู้เขียนจะเล่น พออ่านเจอจึงทำให้โอประทับใจมาก ๆ  
 

และผู้เขียนยังแอบแทรกเรื่องวัฒนธรรมการแต่งกาย การแพทย์ การค้าและอุตสาหกรรมในยุคนั้นเข้ามาด้วย เอ้อ มีเรื่องที่พูดถึงความเชื่อเรื่องการมีข้ารับใช้คือตัวบอกความมั่งคั่งด้วย บางคนไม่ได้รวยอะไร แต่ขอมีคนรับใช้เดินตามต้อย ๆ หน่อยเถอะเดี๋ยวไม่คูล คนสมัยนี้เขาคิดกันอย่างนั้น เหล่านี้ทำให้เรื่องมีความสมจริงและไม่ชูไปในทิศทางใดทางหนึ่งมากเกินไป  

 

โดยรวมโอประทับใจมาก ๆ โอชอบเล่มหนึ่งมากกว่าเล่มสอง ในเล่มหนึ่ง โอว่าคุมเรื่องได้ดี มีการวางแผนจัดวางดี ใช้ประโยชน์จากเรื่องราวเล็กน้อยที่เคยพูดถึงมาปูพื้นสร้างเรื่องราวต่อ ๆ มา ออกแบบให้ทุกอย่างสามารถใช้งานได้ ส่วนเล่มสอง โอว่ามีความยืดเล็กน้อย โทนเรื่องไปในทางคอมเมดี้บวกดราม่าความรักมากกว่าโทนจริงจังในเล่มแรก โอเสียดายบางประเด็นว่าน่าจะสามารถเล่นต่อได้มากกว่านี้ บวกกับบางเรื่องราวที่ตัวโอเองอาจไม่ค่อยถูกใจในช่วงท้าย ๆ แต่โดยรวมก็ไม่ได้เละหรือแย่ค่ะ ถือว่ายังทำได้ดี และทำให้ประทับใจอยู่ ไม่ค่อยมีเรื่องราวแบบนี้ หรือมีการนำเสนอในมุมมองแบบนี้ให้เห็นบ่อย ๆ  

(5+4)/2 = 4.5 ดาว 


 

คำผิดมีประปราย สำนวนถ้าเกลามากกว่านี้จะดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเล่มสอง มีบางช่วงอ่านแล้วไม่แน่ใจในความหมายที่ต้องการสื่อ ส่วนที่ควรจะคมเลยขาดไป เสียดายเพราะโอว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลย ไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดใด ๆ (โอจดมาไว้ในคอมเมนต์ข้างล่างนะคะ) 
 

ลองไปอ่านตัวอย่างดูก่อนได้ค่ะ ตัวอย่างที่สำนักพิมพ์ลงไว้มี 15 ตอน โอเทียบในเล่มจริงดูแล้ว ประมาณกว่าครึ่งเล่มหนึ่งเลยทีเดียว (เกินครึ่งเล่มแรกมานิดนึง) ถือว่ามากพอควร น่าจะทำให้ตัดสินใจได้นะคะ เผื่อจะมีคนชักดิ้นชักงออยากอ่านต่อแบบโอ  คลิก
 

ในตัวอย่าง ที่ทำให้โอติดขัดมากที่สุดคือการเว้นวรรคตอน เว้นในที่ที่ไม่ควรเว้น ที่ควรเว้นจริง ๆ กลับไม่เว้น ซึ่งตอนอ่านโอก็ภาวนาว่า เล่มจริงขออย่าเป็นนะ ปรากฏว่าความภาวนานั้นไม่เป็นผล เสียดายมาก โอมักจะบอกทุกครั้งว่า การเว้นวรรคตอนคือลมหายใจของเรื่อง คือลมหายใจของคนอ่าน เมื่อลมหายใจผิดจังหวะ ทุกอย่างก็จะรวน 

 


 

คำผิดกับสำนวนที่โอจดมา (โอไม่ได้จดทุกครั้งหรือทุกที่นะคะ) 

เล่ม 1 

12 ความรู้สึกอย่างนี้ทำให้ผมรู้สึกไม่สบาย พาลนึกถึงความทรมานที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ... 

พาลนึก >> ชวนให้นึกถึงความทรมาน  

25 เป้าตา >> เบ้าตา 

77 “ภรรยาของเขาจากไปแล้ว ลูกชายคนโตของเขาเล่นการเมืองมีแมนเนอร์ของตัวเองอยู่ข้างนอก ลูกสาวของเขาก็แต่งงานออกไปหมดแล้ว ขอเพียงมีลูกชายให้เขาได้ ก็จะได้รับมรดกของเขาครึ่งหนึ่งนั่นมีมูลค่ามหาศาล” 

เว้นวรรคใหม่ค่ะ  

“ภรรยาของเขาจากไปแล้ว ลูกชายคนโตของเขาเล่นการเมือง มีแมนเนอร์ของตัวเองอยู่ข้างนอก ลูกสาวของเขาก็แต่งงานออกไปหมดแล้ว ขอเพียงมีลูกชายให้เขาได้ ก็จะได้รับมรดกของเขาครึ่งหนึ่ง นั่นมีมูลค่ามหาศาล”  

ตรง “ก็จะได้รับมรดกของเขาครึ่งหนึ่ง นั่นมีมูลค่ามหาศาล” ตรงนี้ไม่เว้นวรรคไม่ได้เลย ความหมายเปลี่ยน อารมณ์เปลี่ยน 

77 มาการ์เรตกรอกตา >> กลอกตา 

83 ลมกรรโชก >> ลมกระโชก *คำนี้ผิดเกือบทุกที่ มีใช้ถูกที่เดียวเอง 

129 “ผมได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเพื่อร่วมงาน” >> เพื่อนร่วมงาน 

156 ชาร์ลีแสดงท่าทีผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เขาทอดมองบารอน กล่าวขึ้นว่า 

ตกคำนามค่ะ ต้องเป็น >> ทอดตา (หรือทอดสายตา) มอง *คำนี้เป็นอีกคำที่ใช้ผิดบ่อย  

ทอด หมายถึง ทิ้ง ก็คือ ทิ้งตามอง ถ้าตกคำนาม ตา ไป ก็จะเป็น เขาทิ้งมองบารอน คราวนี้งงเลย 

เหมือน ทอดแห ทอดตัว ทอดกาย ต้องตามด้วยคำนามนะคะ  

159 บารอนไม่โต้แย้งใด ๆ เขาเพียงแค่นิ่งเงียบ ทอดมองอีกฝ่าย 

เหมือนข้างบนค่ะ >> ทอดตามองอีกฝ่าย 

162 บารอนหยิบไวโอลินมาสีอีกครั้ง เขายังคงเล่นเพลงนั้นเพลงที่เจ็บปวดและน่าเศร้า..... 

ต้องเว้นวรรค >> บารอนหยิบไวโอลินมาสีอีกครั้ง เขายังคงเล่นเพลงนั้น เพลงที่เจ็บปวดและน่าเศร้า..... 

163 เหล่าขุนนาง ชนชั้นสูงและผู้มีฐานะทุกท่านล้วนไม่พลาดช่วงเวลาดี ๆ อย่างนี้แน่นอนว่าผู้ที่ฉลาดหลักแหลมก็จะใช้โอกาสนี้ผูกสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจปีนป่ายขึ้นไป โดยไม่แยแสต่อสิ่งใด 

เว้นวรรคมั่วมาก 

>> เหล่าขุนนาง ชนชั้นสูง และผู้มีฐานะทุกท่านล้วนไม่พลาดช่วงเวลาดี ๆ อย่างนี้ แน่นอนว่าผู้ที่ฉลาดหลักแหลมก็จะใช้โอกาสนี้ผูกสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจปีนป่ายขึ้นไปโดยไม่แยแสต่อสิ่งใด 

174 ท่านบารอนขบขันเสียงเบา 

ขบขัน ไม่ใช่คำกริยา แต่เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง น่าหัวเราะ ชวนหัวเราะ ไม่ได้หมายถึง หัวเราะ ต่างกันนะคะ *คำนี้เป็นอีกคำที่ใช้ผิดความหมายบ่อย (ส่วน ขัน เป็นคำกริยา หมายถึง หัวเราะ หรือหมายถึง นึกอยากหัวเราะ ก็ได้) 

ทำให้ขบขัน เป็นที่ขบขัน ก็คือ ทำให้น่าหัวเราะ เป็นที่น่าหัวเราะ  

เป็น >> ท่านบารอนหัวเราะเสียงเบา 

182 ในขณะที่บารอนชอบหัวข้อเกี่ยวกับวิถีชีวิตในครอบครัวมากกว่า เห็นได้ชัดว่าคุณหนูแคทเธอรีนคลำมาถูกทางแล้ว ในขณะที่มาร์กาเรตได้แต่รู้สึกขุ่นเคือง 

เรียงใหม่นะคะ >> เห็นได้ชัดว่าบารอนชอบหัวข้อเกี่ยวกับวิถีชีวิตในครอบครัวมากกว่า คุณหนูแคทเธอรีนคลำมาถูกทางแล้ว ในขณะที่มาร์กาเรตได้แต่รู้สึกขุ่นเคือง 

199 การกลับชาติมาเกิดเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อผมจะต้องระวังให้มากขึ้น ระวังการกระทำและคำพูดของตัวเอง ใครได้ยินคำขอร้องของผมเมื่อครู่ ย่อมต้องสงสัยในเจตนา การโต้ตอบของบารอนไม่ใช่เรื่องที่ผิด 

เว้นวรรคและเกลาใหม่ค่ะ 

>> การกลับชาติมาเกิดเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ผมจะต้องระวังให้มากขึ้น ระวังการกระทำและคำพูดของตัวเอง ใครได้ยินคำขอร้องของผมเมื่อครู่ย่อมต้องสงสัยในเจตนา ปฏิกิริยาตอบโต้ของบารอนไม่ใช่เรื่องที่ผิด 

202 ดูเหมือนบารอนจะอยู่สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาบ้างแล้ว >> รู้สึก 

206 ไวเคานต์บรูซไม่ใช่คนวู่วาม เพราะอะไรเขาจึงมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างนี้? 

ไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่นใด แต่เป็นเพราะการกระตือรือร้นในการลงทุนของเอิร์ลฮาร์ล็อค 

>> ความกระตือรือร้น 

234 เข้าชุดกับหมวดทรงกลมสีดำ >> หมวก 

261 นักปศุสัตว์ยิ่งประหม่าไปกันใหญ่ จนพาลคิดไปว่า บารอนไม่พอใจในข้อเสนอแนะของตน 

พาล หมายถึง หาเรื่องทำให้วุ่นวาย หาเรื่องทำให้เดือดร้อน เช่น พาลหาเรื่อง พาลหาเหตุ  

จะไม่ตรงความหมายในที่นี้ 

 >> จนคิดไปว่า บารอนไม่พอใจในข้อเสนอแนะของตน 

275 “เป็นกล่องทองที่ประดับด้วยอัญมณี ด้านบนมีรูปของพระแม่มารีซิสติน เธอมองก็น่าจะรู้ว่าบารอนจะต้องนำมันไปเก็บไว้ในที่ลับ” 

โอว่าความหมายไม่น่าจะถูก ควรเป็น >> “เป็นกล่องทองที่ประดับด้วยอัญมณี ด้านบนมีรูปของพระแม่มารีซิสติน เพียงเธอมองเห็นก็จะรู้เอง บารอนจะต้องนำมันไปเก็บไว้ในที่ลับ” 

336 “โอเวนช่วยฉันที” หล่อนใบหน้าขาวซีด ตัวสั่นเหมือนตะแกรง 

โอไม่เข้าใจค่ะ ตัวสั่นเหมือนตะแกรงคือยังไง ตะแกรงมันต้องสั่นเหรอ อันนี้งงจริง ๆ  

339 อังเดรขบขันเสียงเบา >> หัวเราะเสียงเบา  

เหตุผลตามข้างบนที่เคยบอกไว้ 

 

ในเล่มหนึ่งจะมีคำที่ใช้ซ้ำ ๆ ในท่อนเดียวกัน โอไม่ได้จดมา ถ้าสามารถบิด หรือทิ้งบางอย่าง จะสวยขึ้นได้ (แต่ต้องดูด้วยนะ บางที่ ใช้คำซ้ำ ๆ ย้ำความ เป็นเสน่ห์เหมือนกัน) 


 

เล่ม 2 

8 ทั้งสองข้างทางเป็นทางลาดที่ปกคลุมด้วยตะไคร้น้ำเป็นทางยาว >> ตะไคร่น้ำ 

303 ต่อไปอย่างให้คนอื่นมาดูแลคุณอีก >> อย่าให้ 

327 หลายวันแล้วที่คนรักของเขาไม่ยอมมีอะไรด้วย อย่างไม่มีสาเหตุ 

คนรักขี้งอนของเขาถ้าอยากให้น่าตื่นเต้นสักหน่อย เขาก็ไม่ถือสาหากจะอยากหยอกเย้ากับคนที่รัก เพื่อไม่ให้เขาเบื่อ จึงปฏิเสธเขาสักครั้งสองครั้ง 

แต่ว่าเอาแต่ปฏิเสธเสียทุกครั้ง ดูเหมือนจะเล่นตัวเกินไปหน่อยแล้ว 

ต้องเรียบเรียงใหม่ค่ะ อ่านแล้วงง 

ท่อนนี้ น่าจะประมาณนี้ 

>> ถ้าคนรักขี้งอนของเขาอยากให้รู้สึกตื่นเต้นสักหน่อยเพื่อไม่ให้เขาเบื่อ จึงปฏิเสธเขาสักครั้งสองครั้ง เขาก็ไม่ถือสาเรื่องหยอกเย้าเหล่านี้ 

327 ผลสุดท้ายเขาแค่เล่นสนุกเกินไปนิด ก็พลางโกรธเสียแล้ว 

>> พานโกรธ หมายถึง ทำท่าว่าโกรธ 

331 อย่างกังวลไปเลย ฉันจะจัดการเอง >> อย่ากังวล 

336 ท่านบารอนก็ได้รับคำเชิญจากพวกเขา  

ตรงนี้น่าจะเป็นไวเคานต์หรือเปล่าคะ ตำแหน่งเปลี่ยนไปแล้ว 

344 “คนเราจะหลงรัก อีกฝ่ายเพียงแค่พบหน้ากันครั้งแรกได้อย่างไรล่ะ? ในเมื่อต่างฝ่าย ต่างไม่รู้จักกัน เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้...” 

เว้นวรรคใหม่ค่ะ 

“คนเราจะหลงรักอีกฝ่ายเพียงแค่พบหน้ากันครั้งแรกได้อย่างไรล่ะ? ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกัน เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้...” 

357 โซฟา พรหม >> พรม  

371 มันเป็นนิยาย Boy’s Love จะมองว่านักเขียนเขียนแต่ฉากอย่างนี้ได้ยังไง บอกว่าเป็นผู้หญิงที่หมกมุ่นแต่เรื่องอย่างนี้ มาพูดกับฉันสิ 

โอไม่เข้าใจความหมายโดยรวมและโทนของคำพูด โดยเฉพาะคำว่า “มาพูดกับฉันสิ” มันน่าจะเป็นแนว ๆ นี้หรือเปล่าคะ 

“บอกว่าเป็นผู้หญิงที่หมกมุ่นแต่เรื่องอย่างนี้ บอกอย่างนี้มาเลยดีกว่า” 

หรือ 

“บอกว่าเป็นผู้หญิงที่หมกมุ่นแต่เรื่องนี้อย่างนี้ บอกมาเลยสิ” 

หรือ 

“นี่เท่ากับบอกว่าฉันเป็นผู้หญิงที่หมกมุ่นแต่เรื่องแบบนี้” 

 




 

 

ผมเกิดมาในความยากจน ความยากจนเป็นเพียงคำง่าย ๆ เพียงแต่คนที่เกิดและเติบโตมากับสิ่งนี้จึงจะเข้าใจความหมายของมันอย่างลึกซึ้ง ความยากจนไม่ใช่กินไม่อิ่ม เสื้อผ้าไม่อุ่น ไม่มีที่อยู่ ไม่ใช่ทุกวันต้องทำงานจนสายตัวแทบขาด ไม่ใช่การยอมละทิ้งศักดิ์ศรี เพื่อวอนขอทานน้ำใจจากผู้มั่งคั่ง ความยากจนคือไม่มีความรัก ไม่มีเกียรติ และไร้ความหวัง 

เพราะความยากจน พ่อแม่ของผมจึงริบคืนความรักที่พวกเขาควรมอบให้กับผม เพราะความยากจน น้องชายและน้องสาวของผมไม่อาจเกิดมาพร้อมกับความรัก และเพื่อสลัดความยากจนทิ้ง สลัดชีวิตที่ปราศจากความรัก จึงพยายามทุกทางทุ่มเททุกอย่าง 

แต่ความรักไม่ใช่สิ่งที่คนอย่างพวกผมสามารถมีได้ มันฟุ่มเฟือยเกินไป ในชาติก่อนผมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อของสิ่งนี้ เดิมทีในชาตินี้ ผมไม่คิดจะรักใครอีก 

แต่มีหลายครั้ง ความรู้สึกแบบนี้เข้ามาอย่างกะทันหันและรุนแรง เมื่อมันเกิดขึ้น มันสายเกินกว่าจะยับยั้ง ท้ายที่สุดก็ไม่อาจควบคุมความรู้สึกนี้ได้ 
 

หน้า 300-301  บทที่ 23 ในคืนที่ฝนตก 

เล่ม 1 

 

“อิสรภาพและศักดิ์ศรีที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความคิดของคนอื่น ไม่ได้อยู่ในสายตาของคนทั้งโลก ทั้งยังไม่ได้อยู่ที่ข้อจำกัดกฎเกณฑ์ทางสังคม แต่มันอยู่ที่ตรงนี้” คุณหมอชี้ไปที่หน้าผากด้วยรอยยิ้ม “มีเพียงที่นี่ ถึงแม้ทั้งโลกจะพูดว่าเธอเป็นคนต่ำต้อย แค่เพียงตัวเธอไม่ยอมรับมัน ศักดิ์ศรีของเธอก็จะอยู่เหนือทุกสิ่งแล้ว” 
 

หน้า 334  บทที่ 25 พ่อบ้านของพ่อค้า 

เล่ม 1 

 

 

 

 







 

แบบบ็อกซ์เซ็ตราคาเต็มอยู่ที่ 988 บาท เป็นกล่องจั่วปัง แต่โอไม่แน่ใจว่าพวกของแถมนะ เหมือนโปสการ์ดกับที่คั่นที่โอมีมันไม่ครบ มันน่าจะมีลายหน้าปกด้วย หรือเพราะโอไม่ได้สั่งตรงกัน แต่โอก็ซื้อมือหนึ่งนะ ไม่รู้มันไม่มีตั้งแต่แรกเพราะข้อผิดพลาดในการแพ็ก หรือเพราะโอทำหล่นหายเอง นี่ค้นทั้งบ้านยังไม่เจอ เศร้าเลย ตอนได้มาก็มัวแต่ตื่นเต้นอยากอ่าน เลยจำไม่ได้ว่ามีโปสการ์ดอะไรบ้าง

 




ให้ดูว่าเป็นคลื่นจริง ๆ นะ



Create Date : 17 กันยายน 2563
Last Update : 19 กันยายน 2563 8:06:33 น.
Counter : 182 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

  
ขอบคุณคุณสายหมอกและก้อนเมฆสำหรับโหวตนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 19 กันยายน 2563 เวลา:8:36:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments