Group Blog
 
<<
มกราคม 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 มกราคม 2559
 
All Blogs
 
นัดเจอหนุ่มทางเน็ทครั้งแรก แต่หนุ่มไม่ได้มาแค่ 1 แต่มาถึง 3!!!!

เพื่ออรรถรสในการอ่าน
แนะนำให้ไปอ่านบล็อคก่อนหน้านี้ รู้จักที่มาที่ไปของตัวละครแต่ละตัวที่จะเม้าก่อนที่


นัดหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเข้าไปจับกันในความมืดเป็นชั่วโมง แล้วไกด์ก็ฮามาก ได้ใจสุด ๆ


เพราะบล็อคนี้คือตอนต่อไปนะจ๊ะ
อ่ะ เรามาต่อกัน
หลังจากออกมาจาก dialogue in the dark แล้ว
เรากะว่าจะกลับก่อนดีกว่า เพราะมากันตั้ง 3 คน
ไม่รู้จะคุยอะไรดี กลัว dead air แล้วก็เขินด้วย
แล้วหนุ่ม ๆ อาจจะอยากไปกินอะไรกันต่อ ฯลฯ
พอดีซื้อขนมไทยแถวบ้านเจ้าอร่อยมาฝาก ก็เลยให้กันเสร็จสรรพ แล้วกะว่าจะลา
เพราะร้านที่หนุ่ม ๆ จะไปกิน คือร้านเจ๊อ้อ เพชรบุรีซอย 5 ขายต้มยำล็อบสเตอร์
ซึ่งเราเป็นคนไม่กินล็อบสเตอร์ เพราะล็อบสเตอร์มีอายุยืนมากกกกกกกก
เรารู้สึกว่ามันบาป
หนุ่มก็งงกันใหญ่ แล้วก็แซวว่า แหม lobster…..long life





แล้วหนุ่มของเราก็บอกว่า ไปด้วยกันเถอะ ร้านนั้นมันไม่ได้มีแค่ล็อบสเตอร์หรอก
เราก็ search ดู เออจริง มันมีต้มยำกุ้ง ต้มยำทะเล บะหมี่เกี๊ยวก็มี
แล้วหนุ่มอิชั้นก็ขอตัวแยกไปคุยงาน
เราก็เลยลังเล ๆ ไปดี ไม่ไปดี
ระหว่างนี้ก็คุยเรื่องมาไหว้พระ เป็นยังไงบ้าง เรื่องปีชง ซึ่งบ้านเค้าก็มีปีชงเหมือนกันแฮะ (แน่ล่ะ คนจีนนี่หว่า เหอะ ๆ)
แล้วหนุ่มก็ถามตรงกันหมดว่าเรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทยเหรอ ทำไมภาษาอังกฤษดีจัง แฮ่
เรารู้สึกเลยว่า มี 2 หนุ่มนี่มาด้วยเป็นอะไรที่ดีมาก
เพราะไม่งั้นถ้ามีหนุ่มมากับเรา 2 คน แกร่วน่าดูเลย
เพราะหนุ่มขอตัวไปคุยงานตลอดเลย แทบไม่ได้คุยกับเราเลย
ปล่อยเราให้อยู่กับเพื่อนเค้า 2 คน
แต่เพื่อนเค้า 2 คนก็ดีนะ ชวนคุยตลอด
แบบว่าพอเหมือนจะมี dead air ปุ๊บ อีกคนก็ถามต่อทันที
เหมือนมีเรื่องถามเรามากมาย ชวนคุยตลอดเวลา
แล้วก็คุยอะไรอีกก็ไม่รู้ แต่รู้ว่านานจนแทบจะหายเขินไปเลยกว่าหนุ่มของเราจะคุยงานเสร็จแล้วกับมาจอย

ก็ลังเลอีก ไปดีมั้ยเนี่ย
2 หนุ่มที่เหลือก็บอกว่า ไปเถอะ เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ เรายังไม่ได้คุยอะไรกันเท่าไหร่เลย
ก็เลย โอเค ก็ได้วะ ไปก็ไป ผู้หญิงคนเดียวไปกับหนุ่มที่เพิ่งรู้จัก 3 คนตอนทุ่มกว่า
เปรี้ยวสุดชีวิตวัย 33 ของชั้นละเนี่ย ฮา ๆ
แล้วหนุ่ม ๆ ก็เรียลมากจ้ะ
เสร็จกิจกรรมปุ๊บ ขอออกนอกห้างไปสูบบุหรี่กันเลยจ้ะ



ส่วนหนุ่มของอิชั้น ก็แยกตัวไปคุยโทรศัพท์เลยจ้ะ
คืองานเค้าค้างคาน่ะนะ เค้าบอกเราตั้งแต่ก่อนมาแล้วล่ะ
ว่ามันมีดีลนึงของเค้ามีปัญหา เค้ามากรุงเทพก็ต้องกังวลดีลอันนี้ซึ่งเค้าต้องติดต่องานไปด้วย
แล้ว 2 หนุ่มที่เรายืนคุยไปด้วย ดมควันบุหรี่ไปด้วยก็พูดตรงกันเด๊ะว่าหนุ่มเรา ดีลเค้ามีปัญหา
ยืนอยู่กัน 3 คนก็คุยกันไปเรื่อย ๆ
หนุ่มก็ถามว่าบ้านอยู่ไหน บ้านเป็นยังไง
คือแบบ เป็นพวกในวงการอสังหาเนอะ ย่อมอยากรู้
ตอนแรกพวกเค้าคิดว่าเราอยู่คอนโดกับครอบครัว
ก็บอกว่าไม่ใช่ ๆ บ้านเป็นทาวเฮ้าส์หลังเล็ก ๆ
2 หนุ่มก็บอกว่า อ๋อ landed เหรอ บ้านมีเนื้อที่ปลูกต้นไม้มั้ย เอ่อ มากไปมั้ย เหอะ ๆ
แล้วก็ถามต่อว่าที่ทำงานอยู่ไหน มาทำงานยังไง ใช้เวลานานมั้ย เคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง
ก็เล่าให้ฟังทริปล่าสุดที่เราไปกับคนแปลกหน้า ผู้หญิง 2 คนที่เจอใน pantip แล้วไปเที่ยวเชียงใหม่ กับแม่ฮ่องสอนด้วยกัน
หนุ่ม 34 ก็เล่าให้ฟังว่าเคยไปเชียงใหม่มาเหมือนกัน อ.ฝาง (โห advance นะ แต่ทริปนั้นเค้ามีเพื่อนอยู่ที่นั่น ให้เพื่อนพาเที่ยว)
ว่าแล้ว
เท่าที่คุยกับหนุ่มสิงคโปร์มาเป็น 10-20 คน
หนุ่มสิงคโปร์ ไม่เคยเที่ยวต่างประเทศคนเดียวเลยซักคน
เที่ยวก็เที่ยวกับเพื่อนกันหมด ไม่มีเลยซักคนที่เคยมาเมืองไทยคนเดียวแบบไม่รู้จักใคร
อันนี้ก็คงถือว่า advance สำหรับเค้าแล้วล่ะที่มาคนเดียว แต่ให้เพื่อนที่นี่พาเที่ยวน่ะนะ



คุยกัน 15-20 นาทีได้มั้ง
หนุ่มเราก็เดินกลับมาบอกว่า ไปกันเถอะ
แล้วเราก็เรียก taxi ไปกัน
แล้วอายมากกก
ขนาดเราเรียก เป็นคนไทยนะ taxi ไม่ไปจ้ะ บอกว่าตรงนั้นรถติด
กว่าจะได้รถ คันที่ 3 หรือ 4 เนี่ยแหละ
หนุ่ม ๆ ยังบอกเลยว่าที่ยูเป็นคนไทยนะเนี่ย ยังเรียกแล้วไม่ไปเลย ร้องเรียนได้มั้ยเนี่ย
เราก็ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ แหะ ๆ

แล้วด้วยความที่เราเคยชินกับการเรียก taxi ตอนไปกินข้าวกลางวันเนอะ
คือเปิดประตูหลังถามคนขับว่าไปรึเปล่า
พอคนขับบอกว่าไปปุ๊บ เราก็เข้าไปนั่งเบาะหลังด้านในเลย
ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เราควรจะนั่งข้างหน้า ให้หนุ่ม 3 คนนั่งด้านหลัง ฮา ๆ
ซึ่งหนุ่ม 34 ที่เข้ามานั่งติดกะเรา ก็พูดนะว่า
อ้าว ทำไมยูไม่ไปนั่งข้างหน้า ยูอยู่ในกำมือชั้นละเนี่ย ดิ้นไปไหนไม่ได้ละนะ ก๊าก ๆ

แล้วหนุ่มเราดันไปนั่งข้างหน้า
พอขึ้นรถ หนุ่มของเราก็ถามว่า บ้านยูอยู่ไหน
ป๊าด อี 2 หนุ่มข้างหลังก็รีบบอกเลยว่า โว้ย เค้าถาม เค้าคุยหัวข้อนี้กันไปแล้ว
แล้วก็แซวว่า water under the bridge ประมาณว่าสายน้ำไม่ไหลกลับ มันผ่านไปแล้ว
โอ้ว ชอบประโยคนี้เลย ฮา ๆ
หนุ่ม ๆ ก็ถามว่า ยูจะไปสิงคโปร์เมื่อไหร่ เดี๋ยวพวกชั้นจะเคลียร์คิวแล้วพาเที่ยว
เราก็ไม่อยากบอกเนอะว่าไปเมื่อไหร่
ก็แหม
จ่ายเงินค่าตั๋ว ค่าที่พักไปถึงสิงคโปร์ทั้งที
ทำไมต้องไปเที่ยวกับพวกที่มีแฟนแล้วด้วยวะ
ตรูก็ต้องให้พวกโสด ๆ ที่ตูคุยด้วยพาเที่ยวสิ ฮา ๆ
ก็เลยบอกว่า ไม่บอกตอนนี้นะ แต่เดี๋ยวไปแล้วจะบอก
คือเราไม่อยากให้สัญญาน่ะ
ถ้าเค้ารู้ว่าเราไปเมื่อไหร่ แน่นอน เค้าก็ต้องเคลียร์คิวพาเราไปเที่ยวตอบแทนอยู่แล้วล่ะ
เพราะพวกเค้าก็คุยกันเป็นภาษาจีนกลางกันแล้วหันมาบอกเราว่า
พวกเรามีที่ ๆ จะพายูไปเลี้ยงดินเนอร์ที่สิงคโปร์แล้วนะ
มาเมื่อไหร่ก็บอกได้เลย เดี๋ยวพาไปร้านนั้น อร่อยเริ่ดแน่นอน
แต่เราอาจจะไม่อยากไปกับพวกมีแฟนแล้วไง
ถ้าเราไปแล้วไม่ไปเจอพวกเค้า ก็เท่ากับว่าเราผิดสัญญาเนอะ

(แหม พูดเหมือนตัวเองสวยยังไงก็ไม่รู้ ฮา ๆ)

แล้วรถในกรุงเทพก็ติ๊ด ติด
แล้วมันจะมีช่วงเงียบอยู่พักนึงที่ทั้ง 3 คนก้มหน้าก้มตากับมือถือตัวเอง
แต่เราเป็นคนไม่ก้มกับมือถือเวลาอยู่กับคนน่ะ มันดูเสียมารยาท
แต่ก็เข้าใจพวกเค้านะ มาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง คงอยากจะ text คุยกับคนที่บ้านหรือเพื่อนเป็นธรรมดา
แต่เราไม่ปล่อยให้ dead air มันนานหรอก
เราก็จะหาเรื่องมาคุยต่อ ให้หนุ่มเงยหน้าจากจอมือถือมาคุยกะเรา ฮา ๆ



แล้วหนุ่มก็ถามว่า โอเค ไม่บอกก็ได้ว่าจะไปสิงคโปร์เมื่อไหร่
แต่ยูจองตั๋วเครื่องบินแล้วใช่มั้ย (ใช่)
แล้วจองที่พักไว้รึยัง เดี๋ยวพวกเราเลือกให้มั้ย
ก็บอกว่า ไม่ต้อง ๆ ชั้นจะนอนโฮสเทลเตียงรวม
ชั้นไปต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว ชั้นนอนคนเดียวไม่ได้ ชั้นกลัวผี
อยากให้มีเสียงดังรบกวน ดีกว่านอนในห้องคนเดียวแบบเงียบ ๆ
แล้วหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ เราก็แซวว่า
อ๋อ งั้นเดี๋ยวจองห้องให้มีผู้ชาย 3 คนนอนเป็นเพื่อนมั้ย น่ากลัวกว่าผีอีกนะ ก๊าก ๆ
แล้วแบบทำมือเป็นกรงเล็บจะมาขย้ำเราอ่ะ
เล่นมุกแบบนี้นี่ เราสนิทกันแล้วใช่มั้ย ฮา ๆ

แล้วเราก็แอบดูเนอะว่าไอ้หนุ่ม 34 ที่นั่งข้าง ๆ เราดูอะไรหน้าจอ
อ๋อ facebook นี่เอง
แล้วฮีก็ขอ fb เรา
แต่เราเลี่ยง ๆ ตอบว่าเราไม่ค่อยได้อัพอะไรใน fb หรอก ไม่ต้องเอาไปหรอก
เอา whatsapp เราไปแล้วกัน เราเปลี่ยนรูป profile ใน whatsapp บ่อยกว่าใน fb ของเรามากอ่ะ
แล้วหนุ่มถามต่อ
แล้ว ig น่ะมีมั้ย
เราก็บอกว่า ig ชั้น ๆ เอาไว้ช้อปปิ้ง ดูรูปสวย ๆ สร้างแรงบันดาลใจไปงั้นแหละ
ไม่ได้โพสอะไรเลย
ฮีก็บอกว่า ยูเนี่ย ความลับเยอะจังเนอะ fb ก็ไม่ให้ ig ก็ไม่ให้ ฮา ๆ
ก็บอกว่า ชั้นจะพยายามไม่ติด social media เยอะ
อย่าง fb ก็เข้าเดือนละครั้ง 2 ครั้ง (คือเข้าแล้วเห็นชีวิตคนอื่นดูดีกว่าแล้วมันอิจฉาน่ะ log in เข้าไปแล้วทุกข์ก็ไม่รู้จะ log in เข้าไปทำไม)
แล้วอีกอย่าง
แค่คุย whatsapp กับหนุ่มสิงคโปร์หลายคนก็หมดเวลาไปเยอะแล้ว
เลยอยากโฟกัสแค่ whatsapp อย่างเดียว แหะ ๆ

แล้วรถก็ผ่านหน้า CTW ผ่านพระตรีมูรติ
เราก็บอกว่าเนี่ย พระตรีฯ เนี่ย ศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะในเรื่องความรัก
มีเวลาขอพรที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดด้วยนะ วันพฤหัส ตอน 3 ทุ่ม
คือวันที่เราเจอหนุ่มคือวันอังคารเนอะ แล้ว 2 หนุ่ม 33 กับ 34 กลับวันพุธ
แต่หนุ่ม 37 กลับวันศุกร์ หนุ่ม 37 เลยสนใจจะมาให้ได้คืนวันพฤหัส



แล้วหนุ่มก็คุยถึงเรื่องนวด
ว่าเมื่อวานไปนวดมา
เราก็เลยคุยเรื่องร้านนวดประจำของเราที่ดีมาก ดีที่สุดในกรุงเทพ ในราคาชั่วโมงละ 250 บาทน่ะนะ
เราเคยบอกหนุ่มของเราแล้วตั้งแต่ก่อนมากรุงเทพว่าดีมาก
แต่หนุ่มก็เปลี่ยนเรื่อง
แต่ดูเหมือนเพื่อน 2 คนของเค้าสนใจมากเลย
ต่อว่าหนุ่มเราใหญ่เลยว่าทำไมไม่รู้จักบอก เนี่ยได้คุยกับคน local จริง ๆ เค้ารู้ว่าที่ไหนถูกและดี
หนุ่ม 37 ที่กลับช้าก็สนใจ เราก็เลยโทรไปจองให้ โชคดีมีคนแคนเซิลพอดีเลยได้เสียบ
ไม่งั้น ต้องจองอย่างน้อยเป็นอาทิตย์ล่วงหน้านะ

และแล้ว
พวกเราก็มาถึงหน้าปากซอยเพชรบุรีซอย 5 ที่เราต้องเดินเข้าไปเพราะซอยมันเล็กมาก
เป็นครั้งแรกของเราเหมือนกันที่เรามาซอยนี้
ก็เดินหลง ๆ กันมา
3 หนุ่มอิชั้น ลงรถมาก็ขอจุดบุหรี่ดูดเลยจ้า เรียลมาก ณ จุดนี้
วันนี้ตูจะฉีดน้ำหอมมาทำไมวะ เจอควันบุหรี่หนุ่มเข้าไป หัวเหม็น เสื้อเหม็นบุหรี่ไปหมด ฮา ๆ

พอไปถึงร้าน หนุ่ม 3 คนก็สั่งต้มยำล็อปสเตอร์ราคา 1200 มาเลยจ้า
ส่วนอิชั้น กินต้มยำทะเล มีกุ้งแม่น้ำตัวเล็ก ๆ ชามละ 50 บาท ฮา ๆ
คือรู้ว่าเค้าต้องออกให้อยู่แล้ว ไม่อยากสั่งของแพง อิอิ
(รูปด้านล่าง ไม่ใช่รูปเรานะ เอารูปชาวบ้านมาทั้งหมด)




พอนั่งโต๊ะได้
หนุ่มอิชั้น ที่นั่งตรงข้ามก็เอาละ
เอามือถือขึ้นมา 2 เครื่อง ติดต่องาน ส่งอีเมลแล้วก็ขอโทษก่อนเลยว่าขอติดต่องานแป๊บนะ มันมีปัญหาคาราคาซัง
เออ เมิงอยากทำไร ทำเถอะ ตูก็แทบไม่ได้คุยกะเมิงอยู่ละ
คุยแต่กะเพื่อนเมิง 2 คนเนี่ยแหละ เหอะ ๆ

แล้วหนุ่มอิชั้นก็ถามว่า แล้วทริปปีใหม่ที่ไปเชียงใหม่กะแม่ฮ่องสอนเป็นยังไงบ้าง
เพื่อนมัน 2 คนก็เอาเลยจ้า water under the bridge เค้าคุยกันไปแล้วตอนเอ็งไปคุยงานอีกนั่นแหละ
ก็ฮากันไป
หนุ่มเราไม่ยอมแพ้จ้ะ ถามอีกว่าแล้วทริปก่อนหน้านั้นล่ะ ที่ยูส่งรูปมาให้ดูน่ะ
เราก็ อ๋อ ภูทับเบิกน่ะเหรอ
แล้วเพื่อนมัน 2 คนก็คิดว่าเป็นทริปเดียวกันก็พยายามจะบลัฟอีกว่า คุยไปแล้ว
อ่อ แต่ทริปนี้ยังไม่คุย คุยได้ ๆ ฮา ๆ

แล้วเราก็ถามเนอะว่าสถานการณ์ real estate ที่สิงคโปร์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
คนนึงบอกว่า good อีกคนบอกว่า bad
อ้าว นี่เมิงทำด้วยกันรึเปล่าวะ
หนุ่มก็อธิบายว่า ดูกันคนละ area ของใครของมัน
จริง ๆ มันก็ดีหมดแหละ ขึ้นอยู่กับว่ายูมีเงินเท่าไหร่
แหม่ คุยเล่น ๆ มาซะจริงจัง ฮา ๆ

แล้วต้มยำล็อปสเตอร์ก็มา
หนุ่ม ๆ ก็ถ่ายรูปความใหญ่กันใหญ่
คือมันก็จานใหญ่จริง ๆ นะ กุ้งตัวใหญ่มาก มีหอย มีแซลม่อน แล้วก็อะไรอีกก็ไม่รู้
ดูแกรนด์มาก สมราคา 1200 รึเปล่า อันนี้ไม่รู้นะ
พวกมันก็ไม่รู้จะเทียบกับอะไรให้ดูแกรนด์ เลยเอากล่องบุหรี่มาเทียบ ฮา ๆ



แล้วก็มีถามว่าเราเป็นจีนอะไร
ก็ตอบว่าเป็นแต้จิ๋ว
เพราะหนุ่มของเรา ๆ รู้อยู่แล้วตอนแชทว่าเค้าเป็นฮกเกี้ยน
ส่วนอีก 2 หนุ่มเพื่อนเค้าเป็นกวางตุ้ง
แล้ว 3 หนุ่มก็พูดแต้จิ๋วใส่เรารัว ๆ
ปรากฎว่า อิชั้นฟังไม่รู้เรื่องจ้า
ตอบก็ไม่ได้ ฮา ๆ
หน้าหมวยอย่างเดียว แต่สื่อสารจีนอะไรก็ไม่ได้เลย ก๊าก ๆ
คนสิงคโปร์ก็ดีเนอะ
พูดได้หลายจีนดี
เค้าได้ทั้งอังกฤษ จีนกลาง จีนภาษาถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ฮกเกี้ยนกัน
เพราะจีนที่นั่นส่วนใหญ่เป็นฮกเกี้ยน
แต่หนุ่มสิงคโปร์ที่เราคุยส่วนใหญ่เป็นกวางตุ้งนะ
น่าชวนไปเดทที่ฮ่องกงจริง ๆ เราจะได้สบาย หนุ่มพูดกวางตุ้งได้
แต่ไม่เป็นไร เราก็มีคุยกับหนุ่มฮ่องกงด้วย แต่ไม่กี่คน เพราะหนุ่มฮ่องกงไม่ยอมคุยภาษาอังกฤษด้วย ฮา ๆ

ระหว่างกินล็อปสเตอร์ไป
เราก็เพิ่งมีโอกาสได้คุยกับหนุ่มเราเนี่ยแหละ
แต่จะบอกว่า ช่วงเวลานั้น เราจำไม่ได้เลยล่ะว่าเราคุยอะไรกับเค้าไปบ้าง
ไม่เหมือนกับคุยกับเพื่อนเค้า 2 คน เรายังจำได้ว่าคุยอะไรไป ตลกมาก
เราคงไม่ได้อินกับเค้าจริง ๆ แหละ



แล้วไฮไลท์มันอยู่ตรงนี้
ตรงที่ว่า
หลังจากที่หนุ่ม ๆ กินล็อปสเตอร์กันเสร็จเรียบร้อย
แต่เราเหลือกุ้งแม่น้ำไว้ (เพราะว่าเราไม่อยากมือเปื้อนแกะกุ้ง เลยเหลือเอาไว้ ขี้เกียจกิน)
หนุ่ม 34 ที่นั่งข้าง ๆ เรามองแล้วบอกว่า
ที่ยูเหลือกุ้งไว้เนี่ย เพราะไม่อยากมือเปื้อนแกะกุ้งใช่มั้ย
มา เดี๋ยวไอแกะให้ แล้วก็หยิบกุ้งจากในชามเราไปแกะให้แล้วส่งคืนในชาม
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด (ในใจ) ดังไป 3 บ้าน 8 บ้าน
ปลาบปลื้มที่สุด ไม่เคยมีผู้ชาย (ที่ไม่ใช่ป๊า) แกะกุ้งให้มาก่อนเลยในชีวิต
โหย แก๊
ถ้าแกเลิกกะแฟน ชั้นขอจองต่อได้มั้ยอ่ะ เดี๋ยวชั้นจะพยายามชินกับกลิ่นบุหรี่ ฮา ๆ
คือเพื่อนเค้าที่อายุ 34 เนี่ย ทั้งหุ่นดีสุด สูง ผอม หน้าตาดี แล้วก็ขำที่สุดใน 3 คนเลย แถมยังรู้ใจแกะกุ้งให้อี๊ก เอาใจเราไปเลยดีกว่า
คือแค่ลุคนะ คนนี้ก็กินขาด
แล้วความใส่ใจ คนนี้ก็กินขาด
เพราะตอนเจอกันครั้งแรกนะ 3 คนก้มมองมือถือกันใช่มั้ย
แต่เวลาเราพูดชวนคุยเนี่ย หนุ่มคนนี้ก็จะเป็นคนแรกที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาแล้วฟังเราคุย
เวลาคุยกับทั้ง 3 คน คนนี้ก็จะสนใจฟังเราคุยมากสุด
คือมันเซ้นส์ได้เวลาคุยน่ะ ว่าใครสนใจฟังเรา หรือใจลอย หรือไม่สนใจเลย
แต่จริง ๆ ทั้ง 3 คนก็สนใจฟังแหละ
แต่พอเอาเข้าจริง เวลาทุกคนดูมือถือเนี่ย
คนนี้จะหลุดจากจอมือถือได้ง่ายสุด ประมาณนั้น

หลังจากกินข้าว คุยกัน ขำจนปวดท้อง เมื่อยหน้ายันร้านปิดตอน 3 ทุ่มกว่า
หนุ่ม ๆ ก็ไปส่งเราขึ้นรถไฟฟ้า จริง ๆ ถ้าเราไม่ทำงานแต่เช้า พวกเค้าจะชวนเราไปดริ๊งต่ออีก
แต่คือ....ยู ชั้นถือศีล 5
แล้วศีล 5 ที่ชั้นแน่ใจว่าชั้นจะถือได้มั่นคงที่สุดคือการไม่ดื่มเนี่ยแหละ
(ไอ้ข้อ 3 ก็มั่นใจนะ แต่เราก็ไม่รู้ว่าหน่าที่เราแชทด้วยหลาย ๆ คนเนี่ย มันมีแฟนรึเปล่า เพราะเราก็ไม่เคยถามซักคน นอกจากว่ามันจะบอกมาเอง)



หลังจากหนุ่ม 33 กับ 34 กลับไป
หนุ่มก็ส่งรูปขนมที่เราเอาไปฝากเค้ามาให้ดูว่ากินกันหมดนะ
โต๊ะในโรงแรมที่กิน ยังมีทั้งขวดเหล้า ทั้งกล่องบุหรี่อยู่เลย เรียลมาก ฮา ๆ
หนุ่ม 37 ยังไม่กลับ
เราก็บอกทางไปนวดแถวบ้านเราให้
แล้วตอนเย็น เราก็ชวนหนุ่มมาเดินงานไทยเที่ยวไทยที่สวนลุมเพราะมันมีแค่ปีละครั้งแล้ววันนั้นเป็นวันแรกพอดี
หนุ่มตื่นตาตื่นใจมาก
อย่าว่าแต่คนต่างชาติเรา
คนไทยอย่างเราก็ตื่นตาตื่นใจกับอาหารมากมายจากทุกภาค
เราไปมัน 3 วันเลย พุธถึงศุกร์ วันละหลายรอบด้วย เพราะใกล้ออฟฟิศ ฮา ๆ
ฝากท้องทั้งข้าวกลางวัน ข้าวเย็นที่นั่นเลย แถมตกดึกได้ดูโชว์อัลคาซ่า จากพัทยาด้วย
หนุ่มคนนี้โชคดีมาก ได้ทั้งมานวด ได้เดินเที่ยวงาน ดูโชว์ คุ้มสุด ๆ
เราก็บอกให้เค้าไปเล่าให้อีก 2 หนุ่มฟัง เค้าก็อิจฉากันใหญ่เลย
หนุ่มก็สำทับใหญ่เลยว่า
ถ้ายูไปสิงคโปร์เมื่อไหร่ อย่าเกรงใจที่จะบอกพวกชั้นนะ
เพราะพวกชั้น ทำงานกันไม่เป็นเวลา
สามารถปรับเวลาไปพายูเที่ยวได้ ตอบแทนที่ยูมาพวกชั้นเที่ยว
ก็ได้แต่ยิ้มและพยักหน้า ฮา ๆ

หลังจากหนุ่ม ๆ กลับไป
เราก็ยังคุยกับหนุ่มเราเหมือนเดิม
แต่ 2 หนุ่มเพื่อนเค้าก็ไม่อยากคุยมาก
ไม่ใช่ว่าไม่อยากคุยนะ ก็หนุ่ม 34 เนี่ย อยากคุยด้วยมาก แต่
แต่เค้ามีแฟนแล้วน่ะ
การที่เราคุยกับเค้า นั่นหมายความว่า เวลาที่เค้าคุยกับแฟนเค้าก็จะลดลง
แล้วมันง่ายมากเลยนะที่จะทำให้คนที่มีแฟนแล้วมาชอบเนี่ย
ไม่ใช่แค่เรานะ แต่ผู้หญิงคนไหนที่ให้ความสนใจกับผู้ชายที่มีแฟนแล้วน่ะ
เพราะเราจะเป็นของใหม่ ของตื่นเต้นเร้าใจสำหรับเค้า
เราก็ไม่อยากจะผิดศีลข้อ 3
ขอไม่เริ่มดีกว่า
ไว้เค้าเลิกกันก่อน ยังไม่สายที่จะเริ่มคุยกัน ฮา ๆ

แต่ตั้งแต่กลับไปเนี่ย
หนุ่มอายุ 37 ที่เราเที่ยวด้วยกันกับเค้าอีก 1 วันเนี่ย
ส่งข้อความมาคุยด้วยตลอดเลย
เราก็พยายามจะตอบคำ ไม่ถามอะไรต่อ
แต่ฮีก็พยายามจะหาเรื่องชวนคุยตลอด
ยิ่งทำให้เรารู้สึกผิด
คือก็ไม่ได้คิดไปเองนะ
แต่เรารู้สึกว่าเค้าชอบเรา
คนที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วมาชอบเนี่ย ไม่ได้รู้สึกภูมิใจเลยนะ
แต่วันที่เดินงานไทยเที่ยวไทยที่สวนลุมน่ะ
เราคุยกับเค้าเยอะมากจริง ๆ เดินไปคุยไปอยู่ 3 ชม.
เหมือนออกเดทจริง ๆ แต่คุยเรื่องทั่ว ๆ ไปนะ
แล้วฮีเป็นคนเดียวเลยนะที่ไปทั้งแถวบ้านเรา (ไปนวด)
แล้วก็ไปแถวออฟฟิศเรา (งานไทยเที่ยวไทย สวนลุม)
กำลังคิดว่า เราควรจะหยุดตอบคำถามฮีไปเลยดีกว่า
ยอมเสียมารยาทหน่อย ดีกว่าผิดศีลข้อ 3
เค้าอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเราก็ได้ แต่เราขอตัดไฟแต่ต้นลมเลยดีกว่า
แหม่ เหมือนสวยอีกละ ก๊าก ๆ


ส่วนหนุ่มที่เราคุย
หลังจากกลับไปก็ส่งข้อความมาถามว่า
เคยคิดอยากจะสร้างครอบครัวรึเปล่า
มีแฟนมั้ย
เอิ่ม ถามเหมือนจะจีบ แต่ไม่ได้จีบนะ
เพราะเราก็ถามกลับว่า ถามทำไม
มันบอกว่า ก็ยูทั้งอ่อนหวานและเฟรนลี่สนุกสนานขนาดนี้
คงเป็นสเป๊กของผู้ชายหลายคน
อายุก็สมควรจะมีครอบครัวได้แล้ว
เอิ่ม ถ้าไม่จีบตู ก็ไม่ต้องมาถามตูหรอก
ผู้ชายไทยโสด ๆ อายุพอ ๆ กะชั้นมันหาง่ายซะที่ไหน
แถมดั้งชั้นก็ไม่มี ตาก็ตี่ ใส่แว่นหนาเต๊อะเป็นยัยป้า หน้าก็บาน หนุ่มไทยไม่มองหรอก
แค่ขาวก็ชนะนี่มีแต่ในโฆษณา
ขาวโบ๊ะอมชมพูมา 33 ปี ไม่เห็นผู้ชายคนไหนเข้ามาจีบซ้ากกกคน
ชั้นถึงต้องไปหาถึงสิงคโปร์นี่ไงล่ะ (แอบคิดอยู่ในใจ)




อย่างน้อยวันนี้
เราก็ได้เพื่อนสิงคโปร์เพิ่มมา ไม่ใช่คนเดียวนะ แต่ตั้ง 3 คน
เป็นค่ำคืนที่สนุกสนานมากมาย หัวเราะจนเมื่อยแก้ม เจ็บคอไปหมดเลย
การที่หนุ่มเอาเพื่อนมาก็ดีเหมือนกันนะ
เพราะหนุ่มเค้าจะเฟคเราไม่ได้เลย
เราจะได้เห็นนิสัยจริง ๆ ของเค้าเลย ว่าเวลาเค้าอยู่กับเพื่อนเค้าเป็นยังไง

แล้วก็เข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่ถึงชอบผู้ชายแบดบอย
คือเราเป็นคนมีเพื่อนผู้ชายน้อยนะ
เพราะเรียนหญิงล้วนมาตลอด
ตอนมหาลัยก็มีเพื่อนผู้ชายพอสมควร
แต่เพื่อนผู้ชายในชมรมก็ไม่มีใครสูบบุหรี่
ส่วนใหญ่เป็นพวกติดเกมส์มากกว่า ไม่ค่อยไปผับกินเหล้าเท่าไหร่

ผู้ชายที่ทำงานซึ่งมีน้อยมากกกก ก็แต่งงานแล้วหมด
เป็นผู้ชายอบอุ่น รักครอบครัว เลิกงานกลับบ้านเลี้ยงลูก ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่
ผู้ชายที่เจอที่ปฏิบัติธรรมยิ่งแล้วใหญ่
เรียกได้ว่าแต่ละคน ประเสริฐเลยดีกว่า เพราะเข้าทางธรรมแล้ว
ตอนแรกกะจะไปหาในนั้นนะ
แต่ดูไปดูมา ผู้ชายที่มาปฏิบัติก็คือเมียลากมานั่นแหละ
ถ้าโสดและรุ่นเดียวกันก็ไม่ได้ชอบผู้หญิง

พอมาเจอกลุ่มผู้ชายเรียล ๆ กินเหล้า สูบบุหรี่ แล้วประทับใจ ฮา ๆ
เพราะชีวิตไม่ค่อยได้เจอผู้ชายประเภทนี้
แต่ทุกคนบอกว่า อย่าเล่นกับไฟ ศีลไม่เสมอกัน
แหม ๆ ก็รู้แหละ อาจจะประทับใจชั่วคราวเท่านั้นแหละ
แต่คิดถึง 3 หนุ่มไปเป็นอาทิตย์เลยนะเนี่ย มันขำดีชอบ ๆ
แต่ถ้าเราไปสิงคโปร์คนเดียวอีกไม่นานนี้จริง ๆ นะ
เราขอไปเจอคนหนุ่มโสดแล้วกัน ไปไม่กี่วัน ไม่รู้จะได้เจอหมดทุกคนที่คุยรึเปล่า
ก็คงไม่ อาจจะคัดแค่ 2-3 คน อิอิ
แหม่ เหมือนจะสวย


หนุ่มสิงคโปร์ก็ใช่ว่าจะมองผู้หญิงไทยดีนะ
แอบไปอ่านเว็ปบอร์ดบ้านเค้าที่เหมือน pantip บ้านเรา
เค้าดูถูกผู้หญิงไทยกะเวียดนามจะตาย
ว่าคบกับหนุ่มสิงคโปร์ที่เงิน
แต่โชคดีหน่อยที่เราหมวย
เพราะคนที่พวกเค้าดูถูกจะเป็นผู้หญิงที่หน้าไท้ ไทยอย่างที่เรารู้กันน่ะ
เออ แต่ตูจะทำให้รู้ว่า ไม่ใช่ทุกคนโว้ย
อีกไม่นานเจอกัน
แล้วเดี๋ยวต่อไป เอะอะ ดิชั้นก็จะไปแต่สิงคโปร์ ฮิ้วววว............


ปล. ใครยังอ่านประสบการณ์เกี่ยวกับ tinder ไม่สะใจ
เชิญเสพย์ต่อด้านล่างจ้ะ
เจ้ไม่ได้มาเล่น ๆ เจ้เล่นจริงจัง เก็บมาเม้าได้หลายบล็อคเลย ฮา ๆ


เม้าฝรั่งที่เจอในแอพ tinder หลังจากเพิ่งเล่นได้แค่อาทิตย์เดียว

เสียเซลฟ์กับหนุ่มใน tinder อีกละ

เรามาอ่าน tinder profile ขำ ๆ แย่ ๆ หรือสร้างสรรค์กันดีกว่า

มาอ่าน tinder profile ขำ ๆ กันต่อดีกว่า

มาอ่าน tinder profile สนุก ๆ ฝึกภาษากันต่อนะ

เม้าเรื่องที่แชทคุยกับหนุ่มสิงคโปร์

แชทคุยกับคนปลกหน้าที่เป็นผู้หญิงด้วยกันกว่า 4 ชม. เกี่ยวกับด้านมืดของเธอ

ลองให้หนุ่ม ๆ ทายหัวข้อนิทรรศการภาพถ่ายนึง มาดูซิหนุ่มแต่ละอาชีพทายกันว่าอะไรบ้าง

เม้าเรื่องต่าง ๆ ที่ได้แชทกะคนสิงคโปร์

คุยมาก็หลายเดือน ถึงเวลาเอาตัวเองบินไปเจอหนุ่มซักทีปีหน้า

นัดหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเข้าไปจับกันในความมืดเป็นชั่วโมง แล้วไกด์ก็ฮามาก ได้ใจสุด ๆ

นัดเจอหนุ่มทางเน็ทครั้งแรก แต่หนุ่มไม่ได้มาแค่ 1 แต่มาถึง 3!!!!

จะเม้าให้ฟังเรื่องที่คุยกับสาวสิงคโปร์ที่ทำงานในคาสิโน

เรื่องเศร้า ๆ เคล้าคำพูดแย่ ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่คุยด้วยจากใน tinder


แชทน่ารัก ๆ ฟิน ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่ได้คุยด้วย




Create Date : 22 มกราคม 2559
Last Update : 12 พฤษภาคม 2559 8:55:06 น. 0 comments
Counter : 2666 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
หนูลีลี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]





โสด + อินดี้
เป็นผู้หญิงขี้บ่น
เลยมีเรื่องมาบ่น มาเล่าในบล็อคเยอะแยะเต็มไปหมด
แถมถ้าเล่า ก็เป็นคนเล่าละเอียดซะด้วยสิ

แล้วก็ผู้หญิงช่างอิน


ชอบดูหนังเอเชียเป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะหนังญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง
แต่เป็นหนังที่คนเค้าไม่ชอบดูกันนะ
คือรันทด หดหู่ เศร้า สะเทือนอารมณ์ ดูแล้วปวดใจ + จิตตกไปหลายวัน
ไม่ก็หนังเงียบ ๆ นิ่ง ๆ เรื่่อย ๆ เอื่อย ๆ บทพูดน้อย ๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น เรียบง่ายแต่งดงาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังญี่ปุ่นซะเยอะ
แถมยังเรื่องมากไม่ดูหนังที่เด็กกว่าอายุตัวเองอีก


แต่อีกมุมนึงก็ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน
ถ้าได้อ่านหนังสือแล้วก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนนะ
จะนั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแล้วก็ท่องเที่ยวไปในจินตนาการของคนที่เค้าถ่ายทอดทุกตัวอักษร
นักเขียนที่ชอบน่ะเหรอ

แน่นอน ต้องพี่ 'ปราย พันแสง + พี่จิก ประภาส + อภิชาติ เพชรลีลา + เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย + พี่โหน่ง วงศ์ทนง + พี่เอ๋ นิ้วกลม + พี่ก้อง ทรงกลด + ใบพัด + พี่พลอย จริยะเวช + บัณฑิต อึ้งรังษี + พี่ตุ๊ก วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม + พี่ตุ๊กตา พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล + วิภว์ บูรพาเดชะ + คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx) + เต๋อ นวพล + พี่บิ๊กบุญ ภูมิชาย + เราว่าเราชอบนักเขียนเกือบจะทุกคนใน A Book เลยก็ว่าได้นะเนี่ย


บางช่วงก็อินกับธรรมะ
กลับมาจากปฏิบัติธรรมก็จะอินกับธรรมะเป็นเดือน ๆ เหมือนกัน
เคยไปปฏิบัติธรรมมา 2 ที่คือที่ยุวพุทธ กับ เตโชวิปัสสนา

อินได้หมดทุกอย่าง
ขอแค่มีคนมาบิ๊ว หรือบางครั้วก็อินด้วยตัวเองแล้วก็ไปบิ๊วคนอื่น

บล็อคตัวเองที่คนเข้า search เข้าเยอะ ๆ ก็มี
รีวิวแป้งมิสทีนทุกรุ่น
วิธีการบริหารอาการปวดก้น ปวดสะโพก
การปฏิบัติธรรมแบบเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
แล้วก็บล็อคที่เรารวบรวมคำพูดดี ๆ ประโยคสวย ๆ มาจากที่ต่าง ๆ

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนถึงเข้าไปดูเยอะ ก็ลองเข้าไปตามอ่านกันนะคะ
ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ในเราชื่นใจบ้างก็ได้ค่ะ เราเช็คทุกวัน
และค่อนข้างมีวินัยในการเขียนบล็อคใหม่ทุกอาทิตย์
ตามอ่านกันได้นะคะ มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างสนอง need เจ้าของบล็อคล้วน ๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add หนูลีลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.