Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

๒เมษายน๒๕๖๑ วันรักการอ่าน เสวนา "ทำไม ต้องอ่าน"


















วันรักการอ่าน เสวนา "ทำไม ต้องอ่าน" เวลา ๐๙.๕๐ - ๑๐.๓๐ น. ( ๔๐ นาที )

๑. ความสำคัญของหนังสือ -  การอ่าน

๑.๑. การอ่าน เปรียบเหมือนกับ การทำงาน
- งาน สิ่งที่เราทำในชีวิต ทำเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ และ งานที่ทำเพื่อเติมเต็ม สร้างความสุข สุนทรีย์ให้กับชีวิต
- หนังสือ ก็เช่นกัน หนังสือเพื่อความรู้หารายได้เลี้ยงชีพ และ หนังสือเพื่อเติมเต็ม สร้างความสุขให้กับจิตใจ

๑.๒. หนังสือ เปรียบเหมือน อากาศ ที่เราหายใจ
- อากาศ บริสุทธิ์ หรือ อากาศที่มีกลิ่นเหม็นเน่า
- หนังสือ ก็มีทั้งหนังสือที่ดี และ หนังสือที่อ่านแล้วเสียเวลา ไม่ได้ประโยชน์ ไม่มีคุณค่ากับชีวิต
เราอ่านทั้งหมดไม่ได้ เพราะ เวลามีจำกัด จึงต้องเลือกหนังสือที่เหมาะสมกับความชอบ มีประโยชน์กับตัวเรา
เราเลือกอากาศที่ดี หายใจแล้วสดชื่น ก็ต้องเลือกอ่านสิ่งที่ดี มีประโยชน์ต่อการทำมาหาเลี้ยงชีพ หรือ จรรโลงจิตใจ อ่านไลน์ดูเฟส ถึงจะไร้สาระบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ก็อย่าให้มากเกินไปนัก อย่าลืมว่าเรามีเวลาจำกัด 

๒. การอ่าน การศึกษาเปลี่ยนชีวิตได้ ส่วนตัวผม ที่มีอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะ การอ่าน การศึกษา

- สมัยเด็ก บ้านยากจน บ้านเช่า พ่อเป็นช่างไม้ทำงานรับจ้าง ต้องไปทำงานซาอุ แม่เป็นแม่ค้าขายไก่ย่าง ขายขนม โชคดีที่พ่อแม่เห็นความสำคัญของการศึกษา ส่งให้เรียนและสอนเสมอว่าให้ตั้งใจเรียน ผมยังจำความคิดตอนนั้นได้ว่า ถ้าไม่ตั้งใจเรียนให้ดีก็ต้องไปทำนาไปรับจ้าง ซึ่งเคยทำแล้วเหนื่อยมาก ผมไม่อยากทำงานรับจ้างก็ต้องเรียน ผมจึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปที่การเรียน ผมไม่เล่นกีฬา ไม่เล่นดนตรี ซึ่งต้องเสียเงินและใช้เวลา การพักผ่อนก็มีแค่ การอ่านหนังสือ กับ ฟังเพลง

- สมัยก่อน ไม่มีอินเตอร์เนต ไม่มีสอนพิเศษ ถึงจะมีสอนบ้างแต่ไม่มีเงินเรียน การหาความรู้ทำได้อย่างเดียวคือ อ่านหนังสือ ถ้าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเรียนก็ต้องซื้อหาหยิบยืม แต่ถ้าจะหาหนังสืออ่านเพื่อพักผ่อน ก็มีอยู่ที่เดียวคือ ห้องสมุด ห้องสมุดโรงเรียนก็มักเป็นหนังสือเรียน นิยายไม่ค่อยมี ผมจึงมาหาหนังสืออ่านที่ห้องสมุดประชาชน สมัยก่อนค่าสมัคร ๕ บาท นั่งได้ทั้งวันยืมไปอ่านที่บ้านได้อีกต่างหาก คุ้มมาก เช้าไปเรียนที่ ร.ร.กพ เย็นเดินกลับมาขึ้นรถสองแถวที่ต้นโพธิ์ก็เดินเลยมาอีกหน่อย วันหยุดราชการ ไม่รู้ไปไหนก็มานั่งห้องสมุดประชาชน มีหนังสือให้เลือกเยอะ ที่ผมชอบก็เป็นหนังสืออัตชีวประวัติของผู้มีชื่อเสียง ผู้ที่ประสบความสำเร็จ สร้างความฝันสร้างแรงบันดาลใจ อ่านนิยายไทย เพชรพระอุมา ล่องไพร นิยายจีน มังกรหยก ฤิทธิ์มีดสั้น และที่ชอบมากที่สุดก็คือ การ์ตูน

(สรุปจบ)

ต้องขอบคุณ กศน. เจ้าหน้าที่ ห้องสมุดประชาชน ไว้ด้วยนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกท่่าน งานที่ท่านทำอยู่เปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ อย่างน้อยก็มีผมหนึ่งคน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายพันหลายหมื่นคนที่ได้รับประโยชน์จาก กศน. และ ห้องสมุดประชาชน เชิญทุกท่านปรบมือเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ของ กศน.ทุกท่านด้วยครับ

ขอบคุณครับ








Create Date : 05 เมษายน 2561
Last Update : 5 เมษายน 2561 21:46:57 น. 0 comments
Counter : 818 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]