bloggang.com mainmenu search

ประเทศไทย เป็นเมืองร้อน ที่มีแสงแดดเป็นตัวกลางในการทำลายผิวพรรณ และเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิด ฝ้า กระ ที่เป็นปัญหาของคนไทย ทั้ง ชาย หญิง ทางที่ดีควรรีบจัดการฝ้าให้เร็วที่สุด แต่อย่างที่รู้กันว่าฝ้านั้นค่อนข้างรักษาได้ยากและต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่หายขาด 

ดังนั้นมาทำความรู้จักฝ้ากันค่ะ

ฝ้าเกิดจากภาวะที่เซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินในผิวหนังทำงานมากขึ้น เมื่อร่างกายได้สัมผัสแสงแดดบ่อยๆ ทำให้ผิวหน้าคล้ำขึ้น มาในรูปแบบลักษณะเป็นรอยสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเข้ม เป็นปื้นๆ หรือจุดๆ ส่วนใหญ่จะพบฝ้าบนจมูก คาง หน้าผาก โหนกแก้ม และยังปรากฏในส่วนอื่น ๆ ของร่างกายรวมถึงคอ หน้าอกหรือแขนอีกด้วย และมักจะพบในช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง 

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า

-พันธุกรรม พบว่าเกิดจากกรรมพันธุ์ หากใครที่มีคนในครอบครัวเป็นฝ้าอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะเกิดฝ้าได้มากกว่าคนทั่วไป

-แสงแดด ตัวการที่ทำให้เกิด ฝ้า จากรังสียูวีเอและยูวีบีจากแสงแดด แสงสีฟ้าจากจอโทรศัพท์ หลอดไฟ คอมพิวเตอร์ ปัจจัยเหล่านี้ที่คอยรบกวนผิว นอกจากจะทำให้เกิดฝ้าแล้วยังส่งผลให้เกิด กระ และจุดด่างดำ ตามมาอีกด้วย

-ฮอร์โมน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของร่างกายและความเครียด ทำให้เกิด ฝ้าเลือดหรือโดยเฉพาะในผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังรับประทานยาคุมกำเนิด แม้กระทั้งการใช้สารอันตรายที่มาจากเครื่องสำอาง เช่น ปรอท สเตียรอยด์

วิธีรักษาฝ้า

1.หลีกเลี่ยงแสงแดด หากต้องการบอกลาฝ้าแบบยาวๆ สาวๆ ควรเลี่ยงแสงแดด ในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. และต้องทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกครั้ง และสวมเสื้อแขนยาว หมวก ร่ม เพื่อป้องกันแสงแดดทำลาย 

2.เลเซอร์รักษาฝ้า  โดยการใช้เลเซอร์ยิงเข้าไปที่ผิวบริเวณที่เป็นฝ้า ทำให้เม็ดสีแตกออกจากกัน รอยฝ้าจึงดูจางลง วิธีนี้เห็นผลไวก็จริง แต่มีราคาค่อนข้างสูงและต้องดูแลผิวหลังเลเซอร์ให้ดี มิฉะนั้นอาจกลับมาเป็นฝ้าซ้ำ เพราะเลเซอร์ไม่ได้ป้องกันการสร้างเมลานินใหม่

3.ทาครีมรักษาฝ้า และ ครีมกันแดดด้วย ไม่ควรเลือกใช้แค่อย่างใด อย่างหนึ่ง และเวลาเราทากันแดด มักจะทาในครั้งเดียวตอนเช้า ซึ่งเป็นความเข้าใจกันแบบผิดๆ ปกติแล้วกันแดดจะอยู่กับเราแค่ 2-6 ชั่วโมงเท่านั้น เราจึงควรทาซ้ำๆทุกๆ 4 ชม.และหากคนที่เป็นฝ้าต้องทาซ้ำทุกๆ 2 ชม. 


วิธีเลือกครีมทาฝ้า
 
การเลือกใช้ ครีมทาฝ้า ช่วยลดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ โดยครีมทาฝ้านั้นจะต้องสามารถช่วยทำให้ฝ้าเก่าจางลง และจะต้องป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ได้ด้วย โดยทั่วไป ครีมทาฝ้าในท้องตลาดมีหลายยี่ห้อมาก มีฤทธิ์ที่ค่อนข้างรุนแรง บางยี่ห้อจึงสามารถใช้งานได้แค่กลางคืนเท่านั้นเพราะไวต่อแสง เราจำเป็นต้องเลือกใช้ครีมที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทย เพื่อไม่ให้หน้าพังหรือเสียดายไปมากกว่าเดิม ซึ่งหากใครที่กำลังตามหาครีมทาฝ้า ยี่ห้อไหนดี



 

1.NIVEA Luminous 630 Deep Spot Treatment 


นีเวีย ลูมินัส630 ดีพ สปอต ทรีทเม้นท์ เป็นเซรั่มเพื่อแก้ฝ้าแดด และจุดด่างดำฝังลึกได้อย่างตรงจุด ที่มักเป็นปัญหากวนใจสาวๆที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ด้วยพลังไมโครลูมินัส630 โมเลกุลเล็กที่สามารถซึมลึกถึงระดับเซลล์ผิว พร้อมลดการเกิดซ้ำของฝ้าแดดซึ่งสามารถตรงเข้าไป กำจัดปัญหาฝ้าแดดฝังลึกได้ถึงต้นตอ พร้อมลดโอกาสการเกิดซ้ำ ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าลดจุดลบเลือนจริง เห็นผลใน 4 สัปดาห์

ส่วนประกอบ : ไมโครลูมินัส630 ซึมลึกถึงเซลล์ผิว จึงสามารถตรงเข้าจัดการปัญหาฝ้าแดดสะสมได้ลึกถึงต้นตอใน 30 วัน และที่สำคัญคือเค้าผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่า ไม่เกิดผลข้างเคียง 

เนื้อสัมผัส : เนื้อเข้มข้น บางเบาสบาย เกลี่ยง่ายมาก ซึมไว ไม่ทิ้งความมันใบหน้า ไม่รบกวนผิว ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังว่าเป็นครีมทาฝ้าที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว และให้แต้มเฉพาะจุด เป็นประจำเช้าเย็น 

วิธีใช้: แต้มบางๆบริเวณที่มีจุดฝ้า เป็นประจำทุกวัน เช้า - เย็น  และให้ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของ สกินแคร์

 

 

2.Smooth E White Babyface Serum 

เซรั่มสูตรพิเศษที่จะช่วยจัดการกับปัญหากระ ฝ้าและจุดด่างทำได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้งานแล้วตัวเซรั่มจะช่วยให้ผิวของคุณดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตัวนี้ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ที่ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลของรัฐ แล้วว่าช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใสขึ้น ฝ้าจางลงได้ใน 4 สัปดาห์ โดยไม่ทิ้งผลข้างเคียง 

ส่วนประกอบ : สารสำคัญอย่าง Alpha Arbutin ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินในผิวให้เกิดภาวะสมดุล พอเมลานินสมดุล ผิวเราก็จะดูกระจ่างใสขึ้น ฝ้าจางลง สีผิวสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมี Licorice ที่ช่วยในการลดการอักเสบของผิวหนัง และปกป้องผิวจากแสงแดด Natural Vitamin E (Tocopherol) ช่วยให้คอลลาเจนในชั้นผิวหนังแข็งแรงขึ้น เร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก พร้อมกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่มาทดแทน ทำให้รอยฝ้าและริ้วรอยต่างๆ ลดลง และ Bisabolol จากดอกคาโมมายด์ ที่ทำหน้าที่ช่วยลดการระคายเคือง และลดการอักเสบ ช่วยลดเม็ดสีที่ผิดปกติจากอายุที่มากขึ้น ช่วยให้ผิวกระจ่างใสด้วย ตัวนี้ถือว่าก็จัดเต็มในเรื่องส่วนผสมมาให้เหมือนกันนะ

เนื้อสัมผัส : เนื้อเซรั่มค่อนข้างเข้มข้น ครีมนุ่มๆ ซึมเร็ว ใช้แล้วผิวหน้าไม่มัน มีกลิ่นหอม
วิธีใช้: ใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำเพื่อให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น

 

 

3. MELAMII Anti-Melasma Perfect White Serum and Spot Corrector

ครีมทาฝ้าเมลา เป็นเวชสำอางดูแลผิวเป็นฝ้า 4 in 1 สยบทั้งวงจรฝ้า เข้ายับยั้ง ลดเลือนฝ้า บำรุง พร้อมป้องกันผิวหมองคล้ำ เป็นฝ้าได้อย่างตรงจุด ลดโอกาสกลับมาเป็นฝ้าซ้ำเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมเอกสิทธิ์ Melasmiin X4 Technology นวัตกรรมเอกสิทธิ์เฉพาะเมลามี่ มีประสิทธิภาพล้ำกว่าอาร์บูตินถึง 80 เท่า ช่วยลดเลือนให้ความหมองคล้ำของฝ้า กะ จุดด่างดำให้แลดูจางลง ผิวขาวเนียนใน 14 วัน* ผ่านการทดสอบทางการแพทย์และสถาบัน Dermscan Asia ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบน ไฮโดรควิโนน เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย ปลอดภัย คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถใช้ได้ ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเมื่อหยุดใช้

ส่วนประกอบ: 
รวม 4 สารสกัดสำคัญ ได้แก่ Melatein-x ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวได้ดีกว่าอาร์บูติน 80 เท่า โดยไม่ทำร้ายเซลล์ผิว มีวิจัยรับรองจากสถาบัน RNS เกาหลี, Botanical Extract Complex B สกัดกั้นทุกขั้นตอนของการสร้างและขบวนการส่งผ่านเมลานินสู่ผิวชั้นบน ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน, Vitamin B3 ทำให้ผิวกระจ่างใสและแข็งแรงต่อการระคายเคือง, Hyaluronic Acid ให้ความชุ่มชื้น ผิวดูอิ่มน้ำ ช่วยลดการระคายเคือง ลดริ้วรอย พร้อมกับมี SPF 20 ช่วยปกป้องจากแสงแดด/ยูวี/แสงสีฟ้าได้ในระดับนึง 3 ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม ใช้ได้ทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย

เนื้อสัมผัส : ครีมกึ่งเซรั่ม บางเบาไม่หนักหน้า ซึมไว

วิธีการใช้ ทาครีมทาฝ้าบางๆทั่วใบหน้าเป็นประจำทุกวัน ช่วงเช้าและก่อนนอน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นควรทาครีมกันแดดซ้ำในช่วงกลางวันก่อนออกข้างนอกทุกครั้ง

 

4.EUCERIN UltraWhite+ Spotless Spot Corrector 


เจลรักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำ เฉพาะจุดตัวนี้โดดเด่นด้วยสาร Thiamidol™ ไวท์เทนนิ่งทรงพลังที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ยูเซอริน มาแรงมากๆ ตอนนี้ โดยเจ้าสารนี้มีวารสารแพทย์ผิวหนังทั่วโลกให้การยอมรับ รวมถึงมีการทำ Clinical Trial พิสูจน์แล้วว่าสามารถลงลึกไปในชั้นผิว สามารถยับยั้งเอ็นไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ซึ่งจะช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานินได้

โดยทางยูเซอรินได้ทำการทดลองสารนี้กับเอ็มไซม์ไทโรซิเนสในคนจริงๆ ต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่มักจะทำการทดลองในเห็ด ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงภายใน 2 สัปดาห์เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง* ยิ่งไปกว่านั้น มีงานวิจัยจากอาจารย์แพทย์ผิวหนัง รพ.จุฬา ออกมายืนยันอีกว่า หากใช้  Spot Corrector แต้มเฉพาะจุดร่วมกับการทา Day Fluid และ Night Fluid ทั่วใบหน้า พบว่ารอยดำ กระ ฝ้าจางลงอย่างชัดเจน สีผิวสม่ำเสมอขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเลเซอร์หรือยาที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา

จุดเด่นของเจ้าตัวนี้คือ การเข้าจัดการฝ้า กระ จุดด่าวดำ ได้ถึงต้นตอ ลดฝ้าแดดและจุดด่างดำฝังลึกสะสม แก้ไขยากเฉพาะจุดได้ดีกว่า 20 เท่า เมื่อเทียบกับสาร B-Resorcinol ในสูตรเดิม นอกจากนั้นแล้ว ไม่ทำให้ผิวไวต่อการเกิดจุดด่างดำและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก ที่สำคัญสุดผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวแพ้ง่าย

ส่วนประกอบ : ไทอามิดอล (Thiamidol™) ไวท์เทนนิ่งทรงพลัง ลดฝ้าแดดหนาลึก เอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ยูเซอริน

เนื้อสัมผัส : เจลค่อนข้างข้น แต่เบาสบายหน้า ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ

วิธีการใช้ : แต้มได้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน และควรใช้กันแดดควบคู่ไปด้วย

 

5.Provamed Anti Melasma Spot Corrector 

โปรวาเมด แอนตี้ เมลาสมา สปอท คอร์เรคเตอร์ ครีมรักษาฝ้าจากแบรนด์เวชสำอาง จึงอ่อนโยนต่อผิว และมีคุณสมบัติช่วยลดการสร้างเม็ดสีโดยตรง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝ้าและจุดด่างดำ ทั้งยังฟื้นบำรุงให้ผิวกลับมาแข็งแรง ลดอาการอักเสบ แพ้ และระคายเคือง รวมถึงเติมเต็มความชุ่มชื้น ให้ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส ดูแลรักษาปัญหาฝ้า จุดด่างดำ ที่เกิดจากมลภาวะ และแสงแดด มี ไม่ทำให้ผิวหน้าบาง ด้วยสูตรเฉพาะที่รวม Whitening นานาชนิด ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระให้กับเซลล์ผิวลดการสังเคราะห์ และควบคุมการสร้าง เม็ดสีผิว และช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว

ส่วนประกอบ :
Tranexamic Acid, Alpha Arbutin, Niacinamide, Tyrostat ช่วยลดการผลิตเม็ดสีผิวดูจางลง ช่วยลดการสังเคราะห์เม็ดสีผิวที่ทำให้เกิดฝ้า และจุดด่างดำ ฟื้นฟูเซลล์ผิว ด้วย Hyaluronic Acid ช่วยบำรุงและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ป้องกันการอักเสบ แพ้ ระคายเคืองปกป้องผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าบาง ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของ Defensil และ Allantoin ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองผิว ช่วยปกป้องผิวไม่ทำให้หน้าบาง  

เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมเข้มข้น เกลี่ยง่าย ซึมเข้าผิวอย่างหมดจด ไม่ทำให้ผิวมัน

วิธีการใช้: เพียงทาบางๆเช้า-เย็น ในบริเวณที่เป็นรอยฝ้า ตัวครีมจะช่วยปรับสีผิว และทำให้ผิวที่แห้งหรืออักเสบดีขึ้น


เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว ก็เลือกใช้ครีมทาฝ้า ให้ถูกตามลักษณะของแต่ละคน โดยดูจากส่วนผสม ทดสอบท้องแขนก่อนใช้ผลิตภัณฑ์กันด้วย อย่างไรแล้ว การรักษาฝ้า จะต้องทาอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการออกแดด มีโอกาสรักษาหาย แต่หากโดยแสงแดดก็มีโอกาสกลับมาเป็นฝ้า ได้อีกครั้ง อย่างไรแล้ว ดูแลตัวเองดีๆ รับหน้าร้อน บอกลาฝ้าหน้าใส ปี 2023!!

Create Date :02 พฤษภาคม 2566 Last Update :2 พฤษภาคม 2566 17:35:14 น. Counter : 998 Pageviews. Comments :0