Springdays's Firstpage J.Kim's webboard ETC's webboard
ช้างน้อย…ชวนคุย ตอน Sydney….ขี้เหงา

lozocat




คุณรู้สึกอย่างไร เมื่อได้ยินคำว่า “ เหงา ” หลายคนคงร้องยี้!! เข็ดขยาด แต่กระนั้นก็เถอะ คุณหนีมันไปได้ไหมล่ะ ??

ความเหงาเกิดขึ้นได้ทุกวัน ขึ้นอยู่เวลาและสถานการณ์ แต่ความเหงาที่ดูจะทรมานและพบกันบ่อยๆก็คงเป็นความเหงาเมื่อต้องอยู่ไกลบ้าน ไกลครอบครัว ไกลคนที่รัก สำหรับฉันชีวิตที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้อยู่กับครอบครัวมาตลอด ห่างบ้านไปก็เห็นจะมีแต่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งไม่นานก็ต้องกลับมาอยู่ดี เลยดูจะระเริงรื่นทุกที

แต่ถ้าหากวันนึงต้องไปอยู่ไกลบ้านไกลเมือง ไปอยู่ต่างแดน ฉันยังจิตนาการไม่ออกเลยว่า ตัวฉัน ความรู้สึกฉันจะเป็นยังไง ความเหงาคงทำให้ฉันร้องไห้คิดถึงบ้านทุกวันแน่ๆ แค่ไปเข้าค่ายสมัยเด็กๆ 3 วัน ทำตัวเป็นตุ๊กตาผี ร้อง หนูอยากกลับบ้านมันซะตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง เฮ้ออ..เอากะมันซิ !!


เพื่อนสาวลูกครึ่งเชียงใหม่ เชียงราย ( ดูไฮโซเนอะ )ของฉันคนนึงจากบ้านไปอยู่ออสเตรเลียตั้งแต่อายุได้เพียง 13-14 ปี นี่ก็ 10 กว่าปีเห็นจะได้ที่มันใช้ซิดนีย์เป็นแหล่งพักพิง ฉันก็รู้เรื่องมันไม่มากนักหรอก เพราะก็พึ่งจะมาคุ้นเคยกันตอนที่มันอยากรู้จักพี่คิ้มนั่นหล่ะ
“ สวัสดี คุณช้างน้อย เข้าไปอ่านเรื่องที่คุณเขียนอยู่บ่อยๆ ยังไงช่วยติดต่อกลับด้วยนะคะ” ข้อความที่มันแวะมาทักทายฉันเอาไว้ใน Hi5 เมื่อหลายเดือนที่แล้ว
“ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่ะ ” ฉันส่งข้อความสานสัมพันธ์กลับไป

Sunset at Sydney


แล้วตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาฉันก็จะได้รับโทรศัพท์อีตาประเวท (Private no.) จากซิดนีย์ ( อืม..สาลิกาลิ้นทองของฉันใช้ได้ผลแฮะ..) อาทิตย์นึงไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งๆละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง คุยกันตะพึดตะพือ ถึงแม้ว่าออสเตรเลียและประเทศไทยมีช่องว่างระหว่างเวลากันอยู่ 4 ชั่วโมง เพื่อนฉันคนนี้มักจะโทรหาฉันตอนที่ฟ้าเมืองไทยมืดสลัว ค่อนไปทางมืดมิดสนิท ซึ่งนั่นก็หมายความว่า มันต้องถ่างตารอเวลาโทรหาฉัน คิดง่ายๆว่าถ้ามันโทรหาฉันตอน 4 ทุ่ม เวลาที่นู่นก็ปาเข้าไป ตี 2 แรกๆฉันแอบสงสัยว่ามันไม่หลับไม่นอนรึไงว่ะ...อือ..??

แต่พอคุยกันไปได้สักพัก ก็ถึงบางอ้อ ด้วยอาชีพที่ใช้เลี้ยงตัวของมัน เป็นผู้หญิงกลางคืน เอ่ะ....อย่าได้คิดอกุศล (แบบฉัน) เพราะจริงๆมันเป็นผู้จัดการบาร์เครื่องดื่มในโรงแรมขึ้นชื่อแห่งนึงในซิดนีย์ เท่านั้นหล่ะ

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมานอกจากจะได้คุยกันแล้ว ฉันยังได้รับของฝากจากซิดนีย์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งมันก็เลยเถิดไปถึงพี่คิ้ม พี่โก้ พี่ข้าวตูด้วย พี่ๆทาเคชิ เอ่อ ไม่ซิ มันตั้งใจส่งมาใช้ฉันเป็นทางผ่านเอาไปให้พี่คิ้มต่างหาก (ฮือๆ..) แบบว่ากล่องที่ส่งมาให้ใหญ่เท่าฝาบ้าน เปิดกล่องมาของที่ฝากพี่คิ้มอัดกันแน่นกล่อง แงะดูข้างๆก็จะเห็นของฝากของฉันแอบทำตัวเล็กๆอยู่ อ้อ ที่สำคัญมันไม่ลืมที่จะมีน้ำใจฝากให้ทุกๆคนใน J.Kim Mania อีกด้วย

ของฝากส่วนใหญ่ส่งมาให้ด้วยความเต็มอกเต็มใจ มิได้มีการบีบบังคับแต่อย่างใด ฉันยังจำได้ในทุกๆอันที่มันฝากมา กล่องแรกที่ฉันได้รับเป็นครีมบำรุงบำเรอความงามของผิวพรรณ ยี่ห้อดังของออสเตรเลีย
กล่องถัดมาเป็นครีมรกแกะ 4 แพ็คใหญ่ๆ (เน้นว่า 1 แพ็คมี 6 กล่อง ) มีทั้ง Day ครีม และ Night ครีม ครบเซ็ต
กล่องถัดไปก็จะเป็นมินิโอเปร่าเฮ้าส์ที่ส่งมาครบตามจำนวนสมาชิก รวมทั้งบันทึกการแสดงสดของพี่คิ้มโดยฝีมือมันเมื่อครั้งไปเปิดมินิคอนเสิร์ตที่ซิดนีย์ ทั้ง 2 ครั้ง
หลายกล่องถัดไปก็จะเริ่มเป็นของกินที่ทำให้อารมณ์ดี Chocolate หลากยี่ห้อ หมุนเวียนกันมาให้อร่อยและเมา !! เอิ๊ก..
ส่วนวันเกิดปีของฉันนี้มันก็ส่งตุ๊กตา จิงโจ้ ตัวเขื่องมาให้ (ทั้งที่อยากได้หนุ่มออสซี่มากกว่าก็เถอะ)

ทุกครั้งที่บุรุษไปรษณียกกล่องมาส่งให้ฉัน เพื่อนๆในบริษัทก็จะฮือฮา ต่างพากันแซวว่ามีผู้ชายส่งของมาให้ ฉันได้แต่ยิ้มอายๆ ไม่อยากบอกความจริง ปล่อยให้พวกมันเข้าใจอย่างนั้นหล่ะดีแล้ว เพราะนานทีปีหนคนหน้าตา (แย่ๆ...)อย่างฉันจะตกเป็นข่าวคาวซักที...ฮ่า ฮ่า..!

ฉันยังคงเก็บทุกๆกล่องที่มันส่งมาให้ ถึงแม้ของในกล่องจะถูกถ่ายเทออกไปแล้วก็เถอะ แต่อย่าพึ่งคิดว่าฉันสักแต่ว่าจะเอาๆ (ล่อแหลมว่ะ..) เพราะก็มีบ้างที่ส่งของเล็กๆน้อยๆกลับไปเหมือนกัน แต่มันก็เทียบไม่ติดฝุ่นกับของที่มันอยู่ดี

การติดต่อของฉันกับเพื่อนคนนี้พักหลังดูจะบ่อยขึ้น ถี่ขึ้นจนเหมือนว่าบ้านอยู่ใกล้ๆกัน บางครั้งมันก็จะฝ่าความเหน็บหนาวออกมาโทรหาฉัน ถ้ามันเป็นผู้ชายฉันคงเคลิ้มในความพยายามของมันแน่ๆ แต่น่าเสียดายมันเป็น..ผู้หญิง !!

lonely


ระหว่างที่มันและฉันติดต่อกัน เราแทบจะคุยกันทุกเรื่อง หลายๆครั้งฉันรู้สึกถึงความเหงาที่ผ่านจากปากของมัน
“ ก่อนที่ฉันจะรู้จักแก ชีวิตฉันเหมือนอยู่ไปวันๆ ทั้งชีวิตมีแต่ทำงาน กลับบ้านก็นอน เมื่อเริ่มต้นวันใหม่ ชีวิตก็จะกลับไปซ้ำๆรอยเดิม ” ชีวิตคนไทยที่พลัดถิ่นที่กำลังแบ่งปันความเหงาให้ฉันฟัง

“ แต่พอแกเข้ามาในชีวิต ฉันรู้ได้ทันทีว่าต่อไปนี้จะไม่เหงาอีกแล้ว เมื่อไหร่ที่เหงาฉันมีแกให้โทรหา แค่ได้ยินเสียง ฉันก็หลับสบาย ” บอกแล้วไงว่าถ้ามันเป็นผู้ชาย ฉันจะจับมันทำสามีแน่ๆ ดูมันพูดมาแต่ละอย่าง เกือบเคลิ้มอ่ะ

ย่าน Thaitown


หลายเดือนที่มันโทรมา ส่งของมา ไม่มีครั้งไหนรู้สึกอึ้งเท่าครั้งล่าสุดที่มันบอกว่าจะกลับเมืองไทย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ตั้งแต่มันไปอยู่ที่นู่น เหตุผลที่มันไม่กลับมาก็เพราะไม่รู้จะกลับมาเพื่อใคร มันบอกฉันว่าที่เมืองไทยไม่มีใครรอมันมานานมากแล้ว แต่ที่มันจะกลับมาครั้งนี้มันจะกลับมาเพื่อจะเจอฉัน เจอทุกๆคนใน J.Kim Mania กลับมาเพื่อเจอพี่คิ้ม และที่สำคัญมันจะกลับมากิน MK เฮ้ออ..อนาถ

หลักเด่นประเด็นใหญ่ที่ทำให้ฉันกับมันรู้จักกันมากขึ้นก็คงเป็นเพราะเรื่องของพี่คิ้ม ที่มันประทับจิตประทับใจในเอามาก บ่อยครั้งที่มันมักโทรมาถามความเคลื่อนไหว ตามงานที่ฉันไปหาพี่คิ้ม บางทีมันก็ขอแค่ได้ยินเสียง บรรยากาศก็ยังดี ความไกลในความหมายของฉันมันเลยดูใกล้ลงทุกที

ต้นเดือนตุลาคม ฉันได้รับโทรศัพท์ทางไกลอีกครั้ง คราวนี้มันโทรมาเล่าความสุขที่ได้เจอพี่คิ้มตัวเป็นๆ (อีกหน) ทุกฉากทุกตอนมันเก็บมาเล่าให้ฉันฟังซะละเอียดยิบ เรียกได้ว่าหลับตานึกว่าตัวเองอยู่ซิดนีย์ แน่นอนว่าคนที่ห่างไกลบ้านอย่างมันคงอดดีใจไม่ได้ แล้วยิ่งเหตุการณ์ที่มันเจอเหนือความคาดหมายที่มันตั้งไว้แต่แรก

ขนมครก !!! ในย่าน Thaitown ที่ Sydney

เออ คน Sydney เค้ากินกันแบบนี้นี่เอง

ร้านเช่า vcd


มันยิ่งละเมอเพ้อพกกับฉันเข้าไปใหญ่ ความเป็นกันเองไม่เพียงของพี่คิ้ม แต่รวมไปถึงทุกๆคนที่พี่คิ้มพาไปด้วยต่างหากที่มันเน้นย้ำกับฉันว่า ประทับใจสุดๆ ซิดนีย์เวลานั้นคงเปี่ยมไปด้วยความหมายสำหรับเพื่อนฉันแน่ๆ

แต่แล้วเมื่อความสุขก่อเกิด ไม่นานความจริงก็พรากสิ่งดีๆในช่วงเวลาสั้นๆไปจากเพื่อนฉันจนสิ้น เมื่อวันที่พี่คิ้มต้องเดินทางกลับ เพื่อนฉันมันไปส่งพี่คิ้มเป็นครั้งสุดท้ายที่สนามบิน ปกติมันบอกฉันว่าถ้าไม่จำเป็นคนอย่างมันจะไม่ไปเหยียบสนามบิน มันไม่ชอบการลาจาก อ้อมกอดและบทสนทนาบทสุดท้ายระหว่างกันยิ่งทำให้เพื่อนฉัน เศร้า......

เมื่อประตูแห่งความสุขกับคนที่คิดถึงถูกปิดตายลง ประตูอีกบานนึงก็ถูกเปิดออก และกำลังรับตัวพี่คิ้มส่งคืนให้หลายคนที่คิดถึงและรออยู่ที่เมืองไทย พี่คิ้มกับทุกคนที่สร้างสิ่งดีๆให้มัน กำลังเดินหายไป มันบอกฉันว่า นาทีนั้นเหมือนมันหยุดหายใจไปชั่วขณะ มันแทบจะทำใจไม่ได้ที่จะละสายตาจากภาพสุดท้าย ภาพที่จะไม่มีพี่คิ้มในซิดนีย์อีก มันหันหลังกลับมาพร้อมน้ำตาเอ่อๆ ขับรถกลับบ้านอย่างเลื่อนลอย มันได้แต่บอกตัวเองว่า พี่คิ้มกลับไปแล้ว เหลือเพียงความทรงสีจางๆ ในทุกทีที่พี่คิ้มเคยไป เหลือแต่มันกับซิดนีย์ที่ขี้เหงา…

คิดดูแล้วมันต่างกันนะ แผ่นดินที่อยู่ใต้เท้า ท้องฟ้าสีตุ่นๆ ที่คุ้นเคยเหนือหัวฉัน มันทำให้ฉันอุ่นใจว่าที่นี่ คือ บ้าน ที่มีแต่ความอบอุ่นให้ฉันเสมอ หากฉันคิดถึงใครสักคน ฉันก็อาจจะแค่ไปหา แต่เพื่อนฉันถ้ามันคิดถึง มันคงได้แต่เก็บเอาไว้ แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่ จะได้เจอกันอีก

ของบางสิ่ง คนบางคนไม่อาจเป็นที่ถูกอกถูกใครอีกหลายคนได้ ในขณะเดียวกันเราอาจปฏิเสธความจริงไปเสียไม่ได้ว่า เราไม่อาจตัดสินอะไร หรือ ชีวิตใครด้วยน้ำคำจากเพียงลมปากของเรา ฉันจึงเชื่ออย่างนึงว่า อคติเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เหตุผล ต่อให้เราได้พยายามสักแค่ไหน อคติที่ก่อขึ้นในใจจึงมักงอกเงยจนปิดกั้น สิ่งอื่นที่เราควรรับรู้ มิตรภาพบางทีมันก็เปราะบางเหลือเกิน ถ้ามันเกิดกับใคร ฉันคงอยากให้แค่ประคับประคองรักษาเอาไว้ ชีวิตคนเรากว่าจะเกิดก็แสนจะยากเข็ญ เกิดมาแล้วเรายังต้องต่อสู้และเผชิญกับคลื่นความทุกข์ สุข ของชีวิตอีก เป็นอย่างนี้แล้วเรายังจะทำให้ชีวิตมันยากอีกทำไม

ตั้งแต่นั้นที่มันเข้ามาในชีวิตฉันๆก็เริ่มรู้ดีว่าการจากบ้านไปไกลขนาดนั้นมันอาจทำให้คนๆนึงที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดียวแบบนั้น เคว้งคว้างแค่ไหน เวลามันโทรมาทุกครั้ง ฉันจึงรู้สึกเหมือนได้แบ่งเอาความเหงามาจากมันบ้างก็ยังดี
ฉันเชื่อในเรื่องของ พรหมลิขิต ที่มักชักนำคนนั้นคนนี้มาให้ฉันได้รู้จักเรื่อยๆ ไม่มีใครรู้ว่าปลายทางของความรักเป็นเช่นไร ถ้าโชคดี เราอาจมีความรักดีๆ ที่ทำให้เรามีความสุข แต่ถ้าโชคร้าย คนที่สูญเสียความรักไปแล้วเท่านั้น ถึงจะรู้ว่า เราอาจชดใช้สิ่งที่เราเคยทำพลาด ด้วยความเจ็บปวด อย่างที่อาจจะไม่มีใครเข้าใจ

ในทุกวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เราอาจจะเสียใจกับสิ่งที่ไม่อาจหวนคืน แต่วันข้างหน้า เราจะขอบคุณความเจ็บปวดเหล่านั้น เราจะขอบคุณวันที่ไม่มีใคร และไม่ว่าคืนวันที่ผ่านไปจะเจ็บช้ำสักเพียงไหน

โอบกอดตัวเองบ้างในวันที่ไม่มีใคร
ปลอบใจตัวเองบ้างในวันที่ความเหงามาทำให้จิตใจอ้างว้าง
ไม่นานโชคชะตาจะพาเราไปพบเจอใครต่อใครที่เราอาจฝันถึง
ขอเพียงวันนี้เราอดทนรอให้มันผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า
วันข้างหน้าฟ้าคงไม่ใจร้ายเกินไป คงส่งคนที่หัวใจเราตามหา
ถึงวันนั้นสิ่งที่เรารอก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป...ในวันนี้


ป.ล. ซิดนีย์ที่พูดถึง มันชื่อ เบลล์ มันกำลังจะกลับมาในไม่ช้า เฮ้อ...บินข้ามฟ้ามาหารัก ( แร้ )

ขอบคุณรูปน้องหมาขี้เหงาจาก //balljailamur.multiply.com

รูปส่วนมากอาจจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่นะคะ ก็พี่เบลล์เล่นส่งมาแต่รูปของกินกับโคอาล่า รูปที่เหลือดูได้ที่ //www.esnips.com/web/pictures4


ร้อยเรียงเรื่องราว โดย ช้างน้อย นำเสนอ โดย บูเก้
Apple & Bouquet Productions...





Create Date : 10 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2551 19:05:30 น. 3 comments
Counter : 326 Pageviews.

 
ฮือๆๆ..น้ำตาท่วมซิดนีย์แล้วพี่ช้างเอ๊ย!! เขียนอะไรไม่ห่วงกันบ้างเลย ว่าร้องไห้แล้วจะมีใครมาปลอบรึปล่า..
คำขอบคุณแค่คำเดียวคงไม่พอ ไว้เจอกันเมื่อไหร่จะใช้เวลาทั้งหมดที่มีแบ่งปันสิ่งดีดีให้กันนะ

เพื่อน..กูซึ้งหว่ะ!!!!! มากอดทีซิ..

สิ่งเล็กน้อย ที่เธอให้มาด้วยใจของเธอ นั่นแหละสำคัญ
สิ่งเล็กน้อย ที่เธอให้มาด้วยความตั้งใจ นั่นคือสิ่งสำคัญ
เพราะฉันรับรู้ว่าเธอ..ใส่ใจ..


โดย: Bell IP: 115.128.23.105 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:57:58 น.  

 
ระฆังน้อยเอ้ย!!! สู้ สู้ เข้านะ ชีวิตบางทีก็ไม่ง่ายหรอก แต่ก็คงไม่ยากเกินกำลังที่เราจะทำ
...แม้จะมีจุดหมายเดียวกัน แต่เส้นทางของคนเราล้วนแตกต่างกัน... คนบางคนก็เพียบพร้อมซะจนเราอดนึกอิจฉาไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนอีกหลายคนที่ชีวิตลำบากซะจนนึกไม่ถึง
...จงดีใจซะเถิดที่เรามีโอกาสเกิดมาครบ 32
...จงดีใจที่เรามีงาน มีเงิน มีประสบการณ์ต่างแดนที่หลายคนใฝ่ฝันถึง
...ที่สำคัญคือ จงดีใจมากๆ ที่เรามีเพื่อนให้นึกถึงในยามที่เราเหงา
ถ้าป้ารู้ คงดีใจที่เป็นส่วนสำคัญให้น้องๆ หลายคนได้สร้างมิตรภาพที่มีคุณค่าด้วยกัน

...และพี่ก็ดีใจมาก ที่มีโอกาสได้รับรู้ความสวยงามที่ว่านี้...


โดย: พี่เกศ IP: 202.12.118.61 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:17:41 น.  

 
พี่เบลล์เคยบอกว่า .. 'Do u believe in destiny?? รึเปล่าหล่ะ '

เชื่อจิ๊ นู๋เชื่อสุดใจเลย .. ^ ^

'destiny' อันนั้นสำหรับทุกๆคนคงชื่อ 'เจนนิเฟอร์ คิ้ม' แน่ๆ .. อิอิ



โดย: พลอยค๊าบบ IP: 124.121.15.112 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:25:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

whitebouquet
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










ภารกิจนี้ ปังคุงและเจมส์
เอ้ยยย ไม่ใช่
Apple&Bouquet จะทำสำเร็จหรือไม่ ???
ติดตามได้ที่
ขำกลิ้ง เปิ้ลกะเก้ ภารกิจเพื่อป้า !!!


+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+
ขอบคุณแอปเปิ้ล(ช้างน้อย)เพื่อนรัก
สำหรับงานเขียนดี ๆ ใน Blog ของเราสองคน
และทุกงานที่ผจญภัยร่วมกัน
ขอบคุณ "พี่น้องผองเพื่อน" ที่น่ารัก
สำหรับสิ่งดี ๆ ที่ให้กันทุกครั้งที่เจอ

ขอบคุณค่ะ
+
-+-+-+-+-+บูเก้-+-+-+-+-+
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add whitebouquet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.