กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
space
space
19 กันยายน 2564
space
space
space

ทำไมคนพุทธต้องใส่บาตรพระสงฆ์

9 ถาม 450

ทำไมคนพุทธต้องใส่บาตรให้พระสงฆ์ด้วยคะ?

https://www.facebook.com/groups/800582937198178/user/100035213146866/

  ถามสั้นๆ  แต่คำตอบยาวเป็นกิโล 107  ตอบสั้นๆก่อนก็ว่า  ที่คนพุทธใส่บาตร ก็เพราะเขาเป็นพุทธศาสนิกชน  หนึ่งในสี่ของบริษัท ๔ (ภิกษุ  ภิกษุณี อุบาสก  อุบาสิกา) ที่พระบรมศาสดาได้ฝากพระศาสนาไว้   ถ้าเป็นศาสนิกชนอื่นเขาก็ไม่ใส่  เรื่องมันก็มีแต่นี้  

   ศาสนิกชนที่นับถือลัทธิศาสนาอื่น  ไม่ใส่บาตรเป็นที่เข้าใจได้  ไม่มีใครว่าไม่มีใครตำหนิ  เพราะธรรมเนียมต่างกัน   แต่ที่ควรตำหนิ ได้แก่คนลัทธิศาสนาอื่นไปขัดขวางคนพุทธที่เขาใส่บาตร อันนี้ต้องตำหนิติเตียนว่าอย่าหาทำ 

มีตัวอย่าง

คคห. บางส่วน 450

93 หลังจากออกจากมหาลัยสงฆ์  ถึงเวลาแล้วที่จะออกเดินทางตามที่ตั่งใจไว้ และจะไม่กลับมาอีกแล้ว โดยเริ่มจากกลับไปที่บ้านเกิด  เพื่อสร้างบ้านให้พ่อก่อน  และเพื่อทดสอบตัวเอง เพราะถ้าผ่านที่บ้านมาได้ก็สามารถไปอยู่ทุกหนแห่งได้สบาย และก็บังเอิญพระที่มาจำพรรษา  ในถ้ำราชคฤห์   ออกพรรษาก็ย้ายออกพอดีเลยอยู่คนเดียว  ถือโอกาสทดสอบตัวเองเรื่องความกลัว    อยู่ภาวนาในถ้ำเป็นเวลาเดือนกว่า   เรื่องการปฏิบัติ ความกลัวก็ไม่มีปัญหาเพราะอยู่ไปๆ ก็ได้ผีนี้แหละเป็นเพื่อนทำให้หายกลัวไปเลย    แต่มีปัญหาเรื่องอาหารการฉัน   ตอนเช้าไปบิณฑบาตใส่แต่ทางบ้านกับบ้านญาติอีกสองหลัง   บ้านอื่นไม่ใส่ และที่บ้านใส่ก็เพราะบอกให้ใส่ทุกๆวัน  จะได้กับข้าวมาสามถุงก็ฉันอยู่แค่นี้อยู่ไปๆรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเรื่องอาหารการฉัน เพราะเหมือนไปบังคับให้เขามาใส่บาตร   อยู่ได้เดือนกว่าก็เลยเดินทางไป ดอยอ่างขาง  อ.ฝาง จ.เชียงใหม่   

ตอนอยู่ดอยอ่างขางได้เจอเหตุการณ์หนึ่งทำให้ตกใจมาก คือ ถูกคนอิสลามทำร้าย 

เรื่องมีอยู่ว่า   มีพระจะไปซื้อของฝากญาติทางบ้าน   ก็ชวนเราไปเป็นเพื่อน  ตรงด้านหน้าสถานีเกษตรหลวง บังเอิญร้านที่ซื้อเป็นร้านอิสลาม   เราก็ยืนอยู่หน้าร้านรอพระเพื่อน ปรากฎว่า มีคนอยู่ขั้นบนโยนกระสอบลงมาโดนเราเต็มๆ แต่ดีข้างในไม่ใช่ของแข็ง   ก็เลยไม่เป็นไรมาก   ด้วยความตกใจ    ก็เลยรีบเดินกลับ    คนรอบๆ เขาก็เห็นนะ   แต่ไม่มีใครกล้าว่าอะไร

อยู่ดอยอ่างขางหนึ่งเดือน   ก็เลยเดินทางไปดอยปุย   มาอยู่ดอยปุย  ได้เจอเอกสารเล่มหนึ่ง จริงๆแล้วก็เคยอ่านนานแล้วเป็นเอกสารที่หลุดออกมาเกี่ยวกับแผนการยึดครองประเทศไทยของศาสนาอิสลาม

ในเอกสารเขียนถึงดอยอ่างขาง   และดอยปุยแล้วก็เป็นอย่างที่เขียนไว้จริงๆ คือ เขาสำเร็จแล้ว คือตรงไหนเป็นแหละท่องเที่ยว   ย่านเศรษฐกิจ   การค้า   เขาจะส่งคนของเขาลงไปให้แต่งงานกับคนในพื้นที่แล้วค้าขาย   เพื่อเงินจะได้อยู่ในกลุ่มคนของเขา

ดังนั้น   จะเห็นได้ว่าร้านขายของฝากในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  จะมีร้านของคนอิสลามเกือบครึ่งหนึ่ง   แล้วมีร้านอาหารใหญ่โต    ตั้งอยู่หน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หรืออย่างดอยปุยร้านขายของฝากในหมู่บ้านม้งรวมถึงหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ ก็เหมือนกัน

จากที่สังเกตุ  ตอนเช้าไปบิณฑบาต   ร้านที่เป็นคนอิสลามเขาจะเปิดร้านก่อนคนพุทธคือเปิดแต่เช้ามืด  พอตอนเช้า  พระไปบิณฑบาตนักท่องเที่ยวก็จะไปซื้อของจากร้านอิสลามมาใส่บาตร อย่างหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขางกับหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ประจำเลยจะได้แต่อาหารอิสลาม

ก็คงไม่แปลกที่มีข่าวว่าจะมีการสร้างโรงงานผลิตอาหารฮาลาลที่ดอยหล่อ  และช่วงที่อยู่ดอยปุยก็เจออีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ  ตอนเช้าเราจะลงไปบิณฑบาตในหมู่บ้านม้ง  มียายคนหนึ่งแกจะพาหลานสองคนมารอใส่บาตรตรงจุดจำหน่ายตั๋วเพื่อเข้าชมดอกฝิ่นเป็นประจำทุกๆวันไม่เคยขาด ดูแล้วก็คงจะมีฐานะอยากจน   แต่มีศรัทธามาใส่บาตรทุกวัน  เรายังรู้สึกเปลื้มเลย 

233แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง   ในขณะกำลังเดินบิณฑบาต    ปรากฎว่ามีคนอิสลามประมาณร้อยกว่าคนเหมารถแดงขึ้นมาถึงแล้วก็แบ่งกันแยกย้ายเดินสำรวจดูหมู่บ้าน  จะว่ามาเที่ยวทำไมมาแต่เข้ามืดร้านค้ายังไม่เปิดเลย    พอเดินบิณฑบาตมาถึงยายที่ว่า   ปรากฎว่ามีคนอิสลามล้อมอยู่ประมาณ 10  คน  พอเห็นพระเดินมาก็เปิดทางให้ยายใส่บาตร   พอใส่เสร็จก็มาล้อมยายอีก และจากวันนั้นยายคนนี้ไม่มาใส่บาตรอีกเลย  ก็แปลกใจเหมือนกัน

จริงๆแล้วก็เจออะไรมาเยอะ   แต่ไม่อยากเอามาเล่าก็เฉพาะบางส่วน  จากเหตุการที่พบเจอกับความคิดว่าออกจากมหาลัยสงฆ์แล้วจะไม่กลับมาอีก   เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น  ขนาดหนีจากเมืองมาอยู่ตามป่าเขา   กลับมาต้องมาเจออะไรแบบนี้    ยอมรับว่ารู้สึกกลัวขึ้นมา   ถ้ายังมาอยู่แบบนี้ต่อไปในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร    อย่างที่ว่าพระก็เหมือนกับเต่าไม่มีกระดองใครสาดอะไรมาก็โดนเต็มๆ   ก็เลยตัดสินใจกลับจำพรรษาที่วัดในสังกัดเพื่อมาตั้งหลักใหม่


ที่เคยเล่าว่า  มีคนอิสลามมาสำรวจดูหมู่บ้านม้งตอนพระบิณฑบาต  จริงๆแล้วมีข้อมูล คือ เขามาสำรวจดูว่าบ้านไหนใส่บาตรเขาจะยื่นข้อเสนอเพื่อให้เลิกใส่เพื่อให้พระอยู่ไม่ได้. เช่นกับยายที่พาหลานมาใส่บาตร   เขาเห็นว่ามีเด็กด้วยกลัวเด็กจะซึมซับ  เห็นแล้วสงสารยาย  บางวันแกยังอุตส่าห์มาแอบดักใส่บาตร


ชาวเขามีประพณีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง  ทุกคนที่เกิดก็ซึมซับในประเพณีวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านความเชื่อ ถึงบางคนนับถือพุทธก็จริง  แต่ยังขาดความเข้าใจประเพณีพุทธ  เพราะไม่ได้ปลูกฝังมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งต่างจากชาวคริสในสกลนคร  ถึงจะนับถือคริสก็จริง แต่พวกเขานับถือพุทธมาก่อน คุ้นเคยกับประเพณีพุทธมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นคริสต์ภายหลัง เมื่อเปลี่ยนมานับถือคริสต์ก็จริง  สิ่งที่ถูกฝัง  สิ่งที่คุ้นเคยก็ยังอยู่  จึงไม่แปลกที่พวกเขายังมาใส่บาตร หรือบางคนที่ใส่บาตรมีญาติพี่น้องที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นคริสต์มาบวชอยู่ก็มี   ที่มหาลัยสงฆ์ก็มีพระเพื่อนที่มาจากสกลนคร   ก็เล่าให้ฟัง    เขามาบวช  แต่ญาติทางบ้านเปลี่ยนไปนับถือศริสต์แต่ก็ยังใส่บาตรอยู่ และที่สำคัญ คือ ชาวคริสต์ในสกลนครนั้นถูกซื้อตัวไป  เรื่องการปฏิบัติจึงไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่   แต่อย่าลืมว่าอิสลามไม่เหมือนคริสต์นะ  คริสต์ยังเข้ากันได้ แต่อิสลามเขาไม่เอาใครนะ    

ดูประกอบความเข้าใจอีก

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=04-2021&date=15&group=6&gblog=5

ขนาดพระออกบิณฑบาตทำหน้าที่ของตัว  ยังไม่ปลอดภัย  ต้องจัด จนท.ถือปืนคุ้มกัน  เล่นกันถึงขนาดนี้  ทีตัว (ศาสนิกชนอื่น) ไปอยู่ไหนก็ได้  บนยอดเขายอดดอยอยู่ได้ทั่ว   ริมโขงก็อยู่ได้  แต่ผู้ถือพระผู้เป็นเจ้านั่นไปอยู่ที่ไหนวุ่นวายที่นั่น  ทำไมเป็นงั้น  ไม่เข้าใจ  9   


   พระอยู่ในวัดของตัวแท้ๆ ยังไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  ย่องๆใช้อาวุธสงครามแอบยิงเขาจนเสียชีวิต   ถูกบาตรทะลุเป็นรูโหว่   ทำไมทำยังงั้น หรือพระเจ้ากระซิบให้ทำ   


ไม่ชอบพุทโธ ธัมโม สังโฆ  ไม่ถนัดพองหนอ  ยุบหนอ  ไม่ชอบสันติความสงบ ไม่ชอบซ้าย ย่าง หนอ ขวา ย่าง หนอ   ชอบสงคราม  ถนัดความวุ่นวายก็ไปโน่นอัฟกานิสถาน  เล่นปืนกันเหมือนเล่นเป่ากบ  พรืดๆๆทั้งวัน นอนปืนก็ไม่ห่างกาย หวาดอยู่ตลอดเวลา หน้าตาถมึงทึง สุขภาพจิตย่ำแย่  


 



Create Date : 19 กันยายน 2564
Last Update : 20 กันยายน 2564 5:18:23 น. 0 comments
Counter : 394 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space