กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
มิถุนายน 2564
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
space
space
16 มิถุนายน 2564
space
space
space

เรียกเราว่าเป็น พุทธะ เถิดนะพราหมณ์



ถาม 450   

> ท่านสมณโคดมบอกว่า เราไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่ยักษ์ เราเป็นพระพุทธเจ้า ชาวพุทธช่วยอธิบายหน่อยครับ  อย่างไรที่พระพุทธเจ้าไม่ใช่มนุษย์  ตกลงเป็นอะไร  เอาแบบเข้าใจง่ายๆนะครับ

มุสลิม 1

https://www.facebook.com/photo?fbid=4650614741634198&set=gm.1434020953642365
 
    

    ท่านผู้เป็นศาสดาของเทวะและมนุษย์ทั้งหลาย ซึ่งได้พัฒนาตนจนถึงภาวะสูงสุด   พ้นไปแล้ว  ทั้งจากความเป็นเทพเจ้า และความเป็นมนุษย์   ดังพุทธพจน์  (องฺ.จตุกฺก.21/36/48)  ต่อไปนี้

    ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จพุทธดำเนินทางไกล  พราหมณ์ผู้หนึ่ง ซึ่งได้เดินทางไกลทางเดียวกับพระองค์   มองเห็นรูปจักรที่รอยพระบาทแล้ว มีความอัศจรรย์ใจ ครั้นพระองค์เสด็จลงไปประทับนั่งพักที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่งข้างทาง   พราหมณ์เดินตามรอยพระบาทมา มองเห็นพุทธลักษณาการที่ประทับนั่ง สงบลึกซึ้ง น่าเลื่อมใสยิ่งนัก  จึงเข้าไปเฝ้า แล้ว

   ทูลถาม:   ท่านผู้เจริญคงจักเป็นเทพเจ้า

   ตรัสตอบ:   เทพเจ้าเราก็จักไม่เป็น

   ทูลถาม:   ท่านผู้เจริญคงจักเป็นคนธรรพ์

   ตรัสตอบ:   คนธรรพ์เราก็จักไม่เป็น

   ทูลถาม:   ท่านผู้เจริญคงจักเป็นยักษ์

   ตรัสตอบ:   ยักษ์เราก็จักไม่เป็น

   ทูลถาม:   ท่านผู้เจริญคงจักเป็นมนุษย์

   ตรัสตอบ:   มนุษย์เราก็จักไม่เป็น

   ทูลถาม:   เมื่อถามว่า   ท่านผู้เจริญคงจักเป็นเทพ ท่านก็กล่าวว่า เทพเราก็จักไม่เป็น เมื่อถามว่า ท่านผู้เจริญ คงจักเป็นคนธรรพ์...เป็นยักษ์...เป็นมนุษย์ ท่านก็กล่าวว่า จักไม่เป็น เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านผู้เจริญจะเป็นใครกันเล่า

   ตรัสตอบ:   นี่แน่ะพราหมณ์   อาสวะเหล่าใด   ที่เมื่อยังละไม่ได้  จะเป็นเหตุให้เราเป็นเทพเจ้า ... เป็นคนธรรพ์ ... เป็นยักษ์ ... เป็นมนุษย์  อาสวะเหล่านั้น  เราละได้แล้ว  ถอนรากเสียแล้ว ... หมดสิ้น  ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกต่อไป

   "เปรียบเหมือนดอกอุบล ดอกปทุม  ดอกบุณฑริก เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ แต่ตั้งอยู่พ้นน้ำ ไม่ถูกน้ำฉาบติด ฉันใด  เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน เกิดในโลก เติบโตขึ้นในโลก แต่เป็นอยู่เหนือโลก ไม่ติดกลั้วด้วยโลก  ฉันนั้น  นี่แน่ะพราหมณ์  จงถือเราว่าเป็น  "พุทธะ"  เถิด(องฺ.จตุกฺก.21/36/48)

(ข้อความมีลักษณะเล่นถ้อยคำ จึงแปลรักษาสำนวน เพื่อผู้ศึกษามีโอกาสพิจารณา)

   ตัวอย่างการตีความจากหนังสือจากตำรา  ยิ่งไปอ่านพระสูตรยาวๆก็ยิ่งหลงสำนวน   เขาก็บอกอยู่แล้วว่า  อาสวกิเลสที่ทำให้เป็นคน เป็นมนุษย์ ฯลฯ  ถูกละไปหมดแล้ว  เพราะฉะนั้น  เรียกฉันว่า "พุทธะ"  เถิดนะพราหมณ์ ก็แค่นั้น

   ถ้ามองในแง่หมดอาสวกิเลสแล้วเป็นพุทธะ  ถ้าอย่างนั้น ผู้ใดใครก็ตามที่ทำให้อาสวกิเลสหมดสิ้นไป  เขาก็เป็นพุทธะด้วย  

  
ส่วนนักอภิธรรมก็วาดแผนภูมิ   121  

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2026733700813255&set=p.2026733700813255&type=3

 



Create Date : 16 มิถุนายน 2564
Last Update : 14 มกราคม 2567 16:25:18 น. 0 comments
Counter : 634 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space