กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
สิงหาคม 2564
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
21 สิงหาคม 2564
space
space
space

รู้เรา รู้เขา

https://dhammachati.blogspot.com/2021/08/blog-post.html

   รู้เราด้วย   รู้เขาด้วย  รู้แต่ของเรา ไม่รู้ของเขาบ้างเลย  ชก ๑๐๐  ครั้ง  ถูกน๊อคทั้ง ๑๐๐ ครั้ง  107  สังคมปัจจุบันต่างจากอดีต  สภาพแวดล้อมเปลี่ยน  ประชากรเพิ่มขึ้น  คนย้ายถิ่นจากภาคหนึ่งไปอยู่อีกภาคหนึ่ง  จากประเทศหนึ่งไปอยู่อีกประเทศหนึ่ง  ขณะเดียวกันก็นำวัฒนธรรมประเพณีของตนติดไปด้วย  ตัวอย่างนี้  450       

443หลังจากออกจากมหาลัยสงฆ์  ถึงเวลาแล้วที่จะออกเดินทางตามที่ตั่งใจไว้ และจะไม่กลับมาอีกแล้ว โดยเริ่มจากกลับไปที่บ้านเกิด  เพื่อสร้างบ้านให้พ่อก่อน  และเพื่อทดสอบตัวเอง เพราะถ้าผ่านที่บ้านมาได้ก็สามารถไปอยู่ทุกหนแห่งได้สบาย และก็บังเอิญพระที่มาจำพรรษา  ในถ้ำราชคฤห์   ออกพรรษาก็ย้ายออกพอดีเลยอยู่คนเดียว  ถือโอกาสทดสอบตัวเองเรื่องความกลัว    อยู่ภาวนาในถ้ำเป็นเวลาเดือนกว่า   เรื่องการปฏิบัติ ความกลัวก็ไม่มีปัญหาเพราะอยู่ไปๆ ก็ได้ผีนี้แหละเป็นเพื่อนทำให้หายกลัวไปเลย    แต่มีปัญหาเรื่องอาหารการฉัน   ตอนเช้าไปบิณฑบาตใส่แต่ทางบ้านกับบ้านญาติอีกสองหลัง   บ้านอื่นไม่ใส่ และที่บ้านใส่ก็เพราะบอกให้ใส่ทุกๆวัน  จะได้กับข้าวมาสามถุงก็ฉันอยู่แค่นี้อยู่ไปๆรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเรื่องอาหารการฉัน เพราะเหมือนไปบังคับให้เขามาใส่บาตร   อยู่ได้เดือนกว่าก็เลยเดินทางไป ดอยอ่างขาง  อ.ฝาง จ.เชียงใหม่   

ตอนอยู่ดอยอ่างขางได้เจอเหตุการณ์หนึ่งทำให้ตกใจมาก คือ ถูกคนอิสลามทำร้าย 

เรื่องมีอยู่ว่า   มีพระจะไปซื้อของฝากญาติทางบ้าน   ก็ชวนเราไปเป็นเพื่อน  ตรงด้านหน้าสถานีเกษตรหลวง บังเอิญร้านที่ซื้อเป็นร้านอิสลาม   เราก็ยืนอยู่หน้าร้านรอพระเพื่อน ปรากฎว่า มีคนอยูชั้นบนโยนกระสอบลงมาโดนเราเต็มๆ แต่ดีข้างในไม่ใช่ของแข็ง   ก็เลยไม่เป็นไรมาก   ด้วยความตกใจ    ก็เลยรีบเดินกลับ    คนรอบๆ เขาก็เห็นนะ   แต่ไม่มีใครกล้าว่าอะไร

อยู่ดอยอ่างขางหนึ่งเดือน   ก็เลยเดินทางไปดอยปุย   มาอยู่ดอยปุย  ได้เจอเอกสารเล่มหนึ่ง จริงๆแล้วก็เคยอ่านนานแล้วเป็นเอกสารที่หลุดออกมาเกี่ยวกับแผนการยึดครองประเทศไทยของศาสนาอิสลาม

ในเอกสารเขียนถึงดอยอ่างขาง   และดอยปุยแล้วก็เป็นอย่างที่เขียนไว้จริงๆ คือ เขาสำเร็จแล้ว คือตรงไหนเป็นแหละท่องเที่ยว   ย่านเศรษฐกิจ   การค้า   เขาจะส่งคนของเขาลงไปให้แต่งงานกับคนในพื้นที่แล้วค้าขาย   เพื่อเงินจะได้อยู่ในกลุ่มคนของเขา

ดังนั้น   จะเห็นได้ว่าร้านขายของฝากในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  จะมีร้านของคนอิสลามเกือบครึ่งหนึ่ง   แล้วมีร้านอาหารใหญ่โต    ตั้งอยู่หน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หรืออย่างดอยปุยร้านขายของฝากในหมู่บ้านม้งรวมถึงหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ ก็เหมือนกัน

จากที่สังเกตุ  ตอนเช้าไปบิณฑบาต   ร้านที่เป็นคนอิสลามเขาจะเปิดร้านก่อนคนพุทธคือเปิดแต่เช้ามืด  พอตอนเช้า  พระไปบิณฑบาตนักท่องเที่ยวก็จะไปซื้อของจากร้านอิสลามมาใส่บาตร อย่างหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขางกับหน้าตำหนักราชนิเวศภูพิงค์ประจำเลยจะได้แต่อาหารอิสลาม

ก็คงไม่แปลกที่มีข่าวว่าจะมีการสร้างโรงงานผลิตอาหารฮาลาลที่ดอยหล่อ  และช่วงที่อยู่ดอยปุยก็เจออีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ  ตอนเช้าเราจะลงไปบิณฑบาตในหมู่บ้านม้ง  มียายคนหนึ่งแกจะพาหลานสองคนมารอใส่บาตรตรงจุดจำหน่ายตั๋วเพื่อเข้าชมดอกฝิ่นเป็นประจำทุกๆวันไม่เคยขาด ดูแล้วก็คงจะมีฐานะอยากจน   แต่มีศรัทธามาใส่บาตรทุกวัน  เรายังรู้สึกเปลื้มเลย 

แต่แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง   ในขณะกำลังเดินบิณฑบาต    ปรากฎว่ามีคนอิสลามประมาณร้อยกว่าคนเหมารถแดงขึ้นมาถึงแล้วก็แบ่งกันแยกย้ายเดินสำรวจดูหมู่บ้าน  จะว่ามาเที่ยวทำไมมาแต่เข้ามืดร้านค้ายังไม่เปิดเลย    พอเดินบิณฑบาตมาถึงยายที่ว่า   ปรากฎว่ามีคนอิสลามล้อมอยู่ประมาณ 10  คน  พอเห็นพระเดินมาก็เปิดทางให้ยายใส่บาตร   พอใส่เสร็จก็มาล้อมยายอีก และจากวันนั้นยายคนนี้ไม่มาใส่บาตรอีกเลย  ก็แปลกใจเหมือนกัน

จริงๆแล้วก็เจออะไรมาเยอะ   แต่ไม่อยากเอามาเล่าก็เฉพาะบางส่วน  จากเหตุการที่พบเจอกับความคิดว่าออกจากมหาลัยสงฆ์แล้วจะไม่กลับมาอีก   เริ่มรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น  ขนาดหนีจากเมืองมาอยู่ตามป่าเขา   กลับมาต้องมาเจออะไรแบบนี้    ยอมรับว่ารู้สึกกลัวขึ้นมา   ถ้ายังมาอยู่แบบนี้ต่อไปในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร    อย่างที่ว่าพระก็เหมือนกับเต่าไม่มีกระดองใครสาดอะไรมาก็โดนเต็มๆ   ก็เลยตัดสินใจกลับจำพรรษาที่วัดในสังกัดเพื่อมาตั้งหลักใหม่


ที่เคยเล่าว่า  มีคนอิสลามมาสำรวจดูหมู่บ้านม้งตอนพระบิณฑบาต  จริงๆแล้วมีข้อมูล คือ เขามาสำรวจดูว่าบ้านไหนใส่บาตรเขาจะยื่นข้อเสนอเพื่อให้เลิกใส่เพื่อให้พระอยู่ไม่ได้. เช่นกับยายที่พาหลานมาใส่บาตร   เขาเห็นว่ามีเด็กด้วยกลัวเด็กจะซึมซับ  เห็นแล้วสงสารยาย  บางวันแกยังอุตส่าห์มาแอบดักใส่บาตร

ชาวเขามีประเพณีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง  ทุกคนที่เกิดก็ซึมซับในประเพณีวัฒนธรรม โดยเฉพาะด้านความเชื่อ   ถึงบางคนนับถือพุทธก็จริง  แต่ยังขาดความเข้าใจประเพณีพุทธ  เพราะไม่ได้ปลูกฝังมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งต่างจากชาวคริสในสกลนคร  ถึงจะนับถือคริสก็จริง แต่พวกเขานับถือพุทธมาก่อน คุ้นเคยกับประเพณีพุทธมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แล้วค่อยมาเปลี่ยนเป็นคริสต์ภายหลัง เมื่อเปลี่ยนมานับถือคริสต์ก็จริง  สิ่งที่ถูกฝัง สิ่งที่คุ้นเคยก็ยังอยู่  จึงไม่แปลกที่พวกเขายังมาใส่บาตร หรือบางคนที่ใส่บาตรมีญาติพี่น้องที่ยังไม่เปลี่ยนเป็นคริสต์มาบวชอยู่ก็มี   ที่มหาลัยสงฆ์ก็มีพระเพื่อนที่มาจากสกลนคร   ก็เล่าให้ฟัง    เขามาบวช  แต่ญาติทางบ้านเปลี่ยนไปนับถือศริสต์แต่ก็ยังใส่บาตรอยู่ และที่สำคัญ คือ ชาวคริสต์ในสกลนครนั้นถูกซื้อตัวไป  เรื่องการปฏิบัติจึงไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่   แต่อย่าลืมว่าอิสลามไม่เหมือนคริสต์นะ  คริสต์ยังเข้ากันได้ https://www.youtube.com/watch?v=krkWwcqTDVo แต่อิสลามเขาไม่เอาใครนะ

จาก
https://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=49704&sid=d6725fd82a08c13d9ef25c05034fb527&start=60

ตัวอย่างที่ขีดเส้นใต้สุดท้าย


https://www.facebook.com/100025876042775/videos/463566874515843
 
ไปอยู่อเมริกา  ก็ละหมาดกันกลางถนนหนทาง   

https://www.facebook.com/kannaphat072/videos/854023435222173 



 



Create Date : 21 สิงหาคม 2564
Last Update : 7 ธันวาคม 2564 19:13:25 น. 0 comments
Counter : 4187 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#18


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space