ศาสตร์การเขียน
ศาสตร์การเขียน

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

//www.drsuthichai.com

การจะประสบความสำเร็จในการเป็นนักเขียน ท่านจะต้อง เขียน เขียน และเขียน

การเขียนเป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของผู้ที่ต้องการการเป็นนักปราชญ์ จะต้องทำการฝึกฝน คือ สุ จิ ปุ ลิ

ซึ่งการเขียนจะว่ายากก็ยาก แต่คงไม่ยากเกินความสามารถ สำหรับที่บุคคลต้องการเป็นนักเขียนหรือต้องการเขียนเป็น

ในยุคปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร การจัดการองค์ความรู้จึงมีความสำคัญมาก การเขียนเป็นเครื่องมือหนึ่งในการการจัดการองค์ความรู้ ซึ่งมีมากมาย มีความกระจัดกระจาย สังคมใดที่สามารถจัดการองค์ความรู้ ออกมาเป็นหนังสือเป็นเล่ม มักจะทำให้คนในสังคมนั้นๆ เกิดการเรียนรู้มากขึ้น มีการคิด มีการเขียนต่อยอดองค์ความรู้มากขึ้น

พวกเราคงเคยเล่นเกมส์ เกมส์หนึ่ง คือ ให้ผู้เข้าร่วมเล่นเกมส์ต่อแถวกัน 2-3 แถว แล้วให้แข่งขันกันโดยผู้ดำเนินเกมส์ให้ให้กระดาษมาแผ่นหนึ่งซึ่งเขียนข้อความประโยคหนึ่ง แล้วให้ผู้เข้าเล่นเกมส์แข่งขันกันกระซิบต่อๆกัน จนถึงคนสุดท้าย ปรากฏว่า ข้อความที่กระซิบต่อต่อกันเกิดการผิดพลาดจากข้อความเดิมของคนที่ส่งข่าวสารให้คนแรก แต่ในทางกลับกัน หากเกมส์นี้ เปลี่ยนจากการกระซิบกัน แต่ผู้ดำเนินเกมส์ให้ส่งกระดาษที่เขียนประโยค แล้วส่งกระดาษให้ผู้เล่นเกมส์เป็นแถว จนถึงคนสุดท้ายให้อ่านข้อความในประโยคนั้น รับรองได้ว่าข้อสารนั้นจะไม่เกิดการผิดพลาด เพราะทุกคนที่เล่นเกมส์ก็จะอ่านประโยคในกระดาษที่เขียนเหมือนกันหมด

นี่คือความแตกต่างระหว่างการพูดกับการเขียน ถ้าสังคมใดมีการจัดการองค์ความรู้ด้วยการเขียน ก็จะทำให้คนรุ่นหลังได้เกิดการเรียนรู้ต่อๆกันไป แต่หากส่งต่อองค์ความรู้ด้วยการพูด การสื่อสารนั้นก็อาจคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับผู้ที่คิดค้นต้องการสื่อออกไป

การเขียนที่ดีมีวัตถุประสงค์หลายอย่าง ซึ่งผู้เขียนอาจมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน บางคนเขียนเพื่อการบันทึก บางคนอาจจะเขียนเพื่อให้ความรู้ บางคนเขียนเพื่อให้ความเพลิดเพลิน บางคนเขียนเพื่อประชาสัมพันธ์ บางคนเขียนเพื่อแจ้งข่าวสาร ฯลฯ

อีกทั้งการเขียนมีหลากหลายประเภท เช่น การเขียนบทความ การเขียนสารคดี การเขียนนวนิยาย การเขียนเรื่องสั้น การเขียนเรียงความ ฯลฯ

สำหรับผู้ที่ต้องการหัดเขียน กระผมขอแนะนำว่าท่านควรหัดเขียนตามแนวทางที่ตนถนัดก่อน ก็จะทำให้การเขียนของเราเขียนได้ง่ายขึ้น เขียนได้เป็นธรรมชาติขึ้น บางคนไม่รู้ว่าตนเองถนัดการเขียนในแนวไหน

ก็ลองสังเกตว่าตนเองชอบอ่านหนังสือประเภทไหน เพราะโดยมากคนที่อ่านหนังสือประเภทไหนก็มักจะมีความสนใจในหนังสือประเภทนั้น อีกทั้งท่านจะมีข้อมูลในการเขียนมากด้วย

ถามว่าเมื่อรู้แนวการเขียนว่าตัวเองชอบงานเขียนในแนวไหนแล้ว แต่ทำไมเขียนไม่ออก อาจเป็นเพราะหลายสาเหตุ เช่น กลัวไม่มั่นใจ ไม่มีเวลา ไม่รู้จะเขียนอะไร ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้ฝึกหัดการเขียนควรต้องทำการแก้ไข ปรับปรุงและพัฒนาตนเอง

ลองหาสาเหตุ ว่าเป็นเพราะสาเหตุใดแล้วจึง ค่อยๆ หาทางแก้ไข อาจเป็นไปได้ว่า คนบางคนเขียนไม่ได้เนื่องมาจากการขาดแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ เมื่อขาดแรงจูงใจ แรงบันดาลใจ ก็จะทำให้ผู้นั้นฝึกหัดการเขียนด้วยการขาดความกระตือรือร้น

สรุป บุคคลที่ต้องการเป็น นักเขียนหรือต้องการฝึกเขียน ควรฝึกนิสัยในการรักการอ่าน หัดเป็นนักฟัง นักสังเกต พยายาม หาทางพัฒนาการเขียนและปรับปรุงข้อบกพร่องในงานเขียนของตนเองตลอดเวลา สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าท่านอยากเป็นนักเขียน ท่านจะต้องเขียน เขียนและเขียน








Create Date : 30 กันยายน 2554
Last Update : 30 กันยายน 2554 11:21:09 น.
Counter : 389 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mrmarkandtony
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
24
25
26
27
28
29
 
 
30 กันยายน 2554
All Blog