พลังคุณธรรม จริยธรรม และพลังความสามัคคี คือพลังแห่งการสร้างชาติ
พลังคุณธรรม จริยธรรม และพลังความสามัคคี
คือพลังแห่งการสร้างชาติ
โดย... ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์*
//www.drsuthichai.com
* นักวิชาการอิสระ วิทยากรพิเศษและนักพูด สถาบันพัฒนาบุคลากร
ท่ามกลางปัญหาต่างๆ ที่ประเทศต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ ทั้งปัญหาการแตกแยกแบ่งฝ่ายและปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น นั้น เชื่อกันว่าส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญ คือ การขาดคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้บริหารหรือข้าราชการการเมืองที่มีส่วนในการกำหนดนโยบายและบริหารประเทศ หากนักการเมืองยังคงแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เงินตรา และยศศักดิ์ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมแล้ว แน่นอนว่าโอกาสที่จะทำให้เกิดการละเมิดคุณธรรมจริยธรม รวมทั้งพลังความสามัคคีถูกลดทอนไป ก็จะทำให้พลังแห่งการสร้างชาติลดทอนไปด้วย
บทความชิ้นนี้ ผู้เขียนพยายามจะประมวลนิยามของคำว่า “จริยธรรม” และ “คุณธรรม” ให้ผู้อ่านได้เข้าใจ โดยเฉพาะการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญต่อการสร้างความสามัคคีที่จะนำไปสู่พลังแห่งการสร้างชาติให้เกิดความวัฒนาสถาพรสืบไป
คุณธรรม จริยธรรม : นิยามแห่งความดีงาม
คำว่า คุณธรรม (Virtue) มีผู้ให้ความหมายในทัศนะต่างๆ กันดังนี้
คุณธรรม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2546 หมายถึง สภาพคุณ
งามความดี
คุณธรรม หมายถึง เรื่องของความจริงแท้หรือสัจธรรม คุณธรรมทำให้เกิดการประพฤติปฏิบัติที่ดี ทำให้เกิดการรักษาศีล
คุณธรรม เป็นตัวหลักและกระจายออกเป็นจริยธรรมและจรรยาบรรณ (พระเมธีธรรมาภรณ์)
คุณธรรม หมายถึง วิถีแห่งความดีงามในการดำรงชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพที่ยังอยู่ในส่วนลึกของมนุษย์ ยิ่งมีคุณธรรมมากเท่าใดก็ยิ่งจะมีความโน้มเอียงในการทำความดีมากขึ้น (กีรติ บุญซื่อ)
คุณธรรม หมายถึง สิ่งที่ต้องอบรมโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดขึ้นเหมาะสมกับที่เราต้องการ (ท่านพุทธทาสภิกขุ)
คุณธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นคุณความดีงาม สภาพที่เกื้อกูล (พระราชวรมุนี)
คุณธรรม หมายถึง ความดีงามในจิตใจซึ่งทำให้เกิดความเคยชินเกิดความประพฤติดี ผู้มีคุณธรรมดี คือผู้มีความเคยชินประพฤติดีด้วยความรู้สึกในทางดีงาม การกระทำของคนที่ทำไปโดย
ไม่มีความรู้สึก ไม่มีการตัดสินใจ เช่น การกระทำของคนปัญญาอ่อนเป็นแต่เพียงพฤติกรรม (Behavior) ยังไม่ถือเป็นความประพฤติ (Conduct) พฤติกรรมที่มีมโนธรรมเข้าแทรกแซง คือมีความสำนึกและมีการตัดสินใจจึงจะถือเป็นความประพฤติ แต่ถ้าเพียงประพฤติดีเพราะมีการตัดสินใจเฉพาะหน้าชั่วครั้งชั่วคราวไม่แน่ใจว่าจะมีคุณธรรม ต้องมีความเคยชิน ประพฤติดีด้วยความรู้สึกในทางที่งาม จึงเรียกได้ว่า มีคุณธรรม (สุมน อมรวิวัฒน์ และคณะ)
โดยสรุป “คุณธรรม” หมายถึง สิ่งที่ดีงามที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ประสบการณ์การอบรมจนทำให้เกิดการประพฤติปฏิบัติที่ดี

คำว่า จริยธรรม (Ethics) มีผู้ให้ความหมายในทัศนะต่างๆ กันดังนี้
จริยธรรม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2535 หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ, ศีลธรรม, กฎศีลธรรม
จริยธรรม หมายถึง ระเบียบปฏิบัติที่มุ่งปฏิบัติเพื่อให้เกิดความผาสุกในสังคม เป็นสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น แต่งขึ้นตามเหตุผลของมนุษย์เอง หรือตามความต้องการของมนุษย์ (พุทธทาสภิกขุ) จริยธรรม หมายถึงการนำความรู้ในความจริงหรือกฎธรรมชาติไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการ ดำเนินชีวิตที่ดีงาม อันจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม (พระราชวรมุนี)
จริยธรรม หมายถึง การดำเนินการให้สอดคล้องกับสัจธรรม จริยธรรมจึงเป็นหลักแห่งความประพฤติที่ดีงามเพื่อประโยชน์ตนและสังคม (พระเมธีธรรมาภรณ์)
จริยธรรม หมายถึง แนวทางในการประพฤติเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้อย่างร่มเย็นในสังคม (สาโรช บัวศรี)
จริยธรรม หมายถึง ประมวลกฎเกณฑ์ความประพฤติ หรือมาตรการของความประพฤติซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีความสำนึกและการตัดสินใจ ( กีรติ บุญเจือ)
จริยธรรม หมายถึง ความประพฤติตามค่านิยมที่พึงประสงค์โดยใช้วิชาจริยศาสตร์ศึกษาพฤติกรรมด้านคุณค่า สามารถวิเคราะห์ค่านิยมที่เป็นคู่กัน (Dichotomy) สามารถแยกแยะได้ว่า
สิ่งใดดี ควรกระทำ และสิ่งใดควรละเว้น (วิทย์ วิศทเวทย์)
จริยธรรม หมายถึง ประมวลความประพฤติและความนึกคิดในสิ่งที่ดีงามและเหมาะสม จริยธรรมในสมัยก่อนและสมัยปัจจุบันในชนบทและในเมืองก็มีทั้งที่ดีและเลวเหมือนกัน
(ก่อ สวัสดิพาณิชย์)
สรุป “จริยธรรม” คือแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ซึ่งนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขในสังคมนั้น

คุณธรรมกับจริยธรรมในบริบทที่ส่งเสริมความสามัคคี
“คุณธรรม” หมายถึง สิ่งที่ดีงามที่อยู่ในจิตใจของมนุษย์โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ประสบการณ์การอบรมจนทำให้เกิดการประพฤติปฏิบัติที่ดี
“จริยธรรม” คือแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ซึ่งนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขในสังคมนั้น
นอกจากนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2550 ลงวันที่ 13 กรกฏาคม พ.ศ. 2550 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม พ.ศ. 2550 ได้กำหนดความหมายของ “คุณธรรม”ว่า หมายถึง สิ่งที่มีคุณค่ามีประโยชน์เป็น
ความดีงามเป็นมโนธรรมเป็นเครื่องประคับประคองใจให้เกลียดความชั่ว กลัวบาป ใฝ่ความดีเป็นเครื่องกระตุ้นผลักดันให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบ เกิดจิตสำนึกที่ดีมีความสงบเย็นภายในเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดขึ้นและเหมาะสมกับความต้องการในสังคมไทย และคำว่า “ จริยธรรม” ก็หมายถึง กรอบหรือแนวทางอันดีงามที่พึงปฏิบัติ ซึ่งกำหนดไว้สำหรับสังคมเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยงดงาม ความสงบร่มเย็นเป็นสุข ความรักสามัคคี ความอบอุ่น มั่นคงและปลอดภัยในการดำรงชีวิต
จึงอาจสรุปได้ว่า คุณธรรม และจริยธรรม หมายถึง สิ่งที่ดีงามของมนุษย์ที่ได้ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ซึ่งคุณงามความดีดังกล่าวทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุขเกิดความรักความสามัคคีขึ้นในสังคมนั้น
ฉะนั้น คุณธรรมจริยธรรมจึงมีความสำคัญมากในการอยู่ร่วมกันในสังคม ถ้าสังคมไหนมีคุณธรรม จริยธรรมสังคมนั้นก็จะอยู่กันด้วยความรักความสามัคคี และคนในสังคมใดเป็นคนที่มีคุณธรรมจริยธรรมคนในสังคมนั้นก็จะอยู่ด้วยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ดังคำกล่าวขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า “ ผู้ไร้คุณธรรม จริยธรรมแม้จะมีชีวิตอยู่ตั้งร้อยปี ยังสู้ผู้มีคุณธรรม จริยธรรมที่มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวไม่ได้”
พลังสามัคคี : พลังแห่งการสร้างชาติ
ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2532 ถึงแม้จะผ่านมาหลายปีแต่กระผมเห็นว่ายังคงทันสมัยอยู่ อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าความสามัคคีเป็นจริยธรรมที่มีความสำคัญในการสร้างความ เป็นปึกแผ่นมั่นคงให้ประเทศชาติ พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีดังนี้
"...ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียว กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง สองประการนี้ คือ คุณลักษณะสำคัญของไทย ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ และเจริญมั่นคงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน..."
เราต้องยอมรับว่า ในยุคปัจจุบันสังคมไทยมีความแตกแยกทางด้านความคิดโดยเฉพาะเรื่องของการเมือง ไม่ว่าเรื่องของ คนเสื้อแดง คนเสื้อเหลือง คนเสื้อน้ำเงิน
คนเสื้อดำ และคนเสื้อเขียว เป็นต้น ซึ่งการแตกแยกดังกล่าว ทำให้เกิดความกลัว เกิดความไม่ไว้วางใจกันขึ้น บางคนไม่กล้าที่จะใส่เสื้อสีแดง หรือ เสื้อสีเหลือง ไปในที่ต่างๆ เนื่องจาก เกรงกลัวว่า กลุ่มคนเสื้อสีฝ่ายตรงกันข้ามจะเข้าใจผิด อีกทั้งอาจถูกทำร้ายได้
การแตกแยกความคิดทางการเมืองดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจของประเทศ สังคม รวมทั้งบ้านเมืองถูกทำลาย ดังเช่นการชุมนุมทางการเมืองในอดีตที่ผ่านมามีการเผาทำลายตึก อาคาร และสถานที่ราชการ ทำให้ประเทศไทยของเราถดถอย ในทางตรงกันข้าม ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับเจริญรุดหน้า ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม เขมร มาเลเซีย ฯลฯ เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่ได้เกิดการแตกแยกกันภายในประเทศ แต่ประเทศเหล่านี้กลับมีความสามัคคีกันของคนในชาติ จึงทำให้เกิดการรุดหน้าทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
ในประวัติศาสตร์ชาติไทยของเรา ชาวบางระจัน ชนะศึกสงครามเพราะอะไร ในอดีตสมเด็จพระนเรศวร ทรงชนะศึกเพราะเหตุใด หรือ พระเจ้าตากสินมหาราชชนะศึกเพราะ
เหตุใด ไม่ใช่เพราะความสามัคคีของคนในชาติหรือ
ดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถได้ทรงพระราชทานแก่
ผู้บริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย ณ สวนอำพร วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 มีความตอนหนึ่งว่า...
“…ชาติเปรียบเหมือนครอบครัวใหญ่ ต้องอาศัยความสามัคคีของคนในชาติ
ดังปรากฏแล้วในประวัติศาสตร์ บรรพบุรุษของไทยได้มีความพร้อมเพรียง กอบกู้ชาติบ้านเมืองไว้ เพื่อดำรงเอกราชอยู่ได้จนทุกวันนี้ ความสามัคคีพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ในการประกอบคุณงามความดีจึงเป็นสิ่งประเสริฐ...”
ในทางกลับกัน กรุงศรีอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศพม่าครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2112 สมัยพระมหินทราธิราช เป็นเพราะสาเหตุอะไร สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่คนไทยแตกความสามัคคีไม่ใช่หรือ และในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศพม่าเป็นครั้งที่ 2 เพราะอะไร สาเหตุหนึ่งเกิดจากคนไทยแตกความสามัคคีไม่ใช่หรือ เพื่อเป็นการรำลึกถึงเมืองหลวงของไทยในอดีตคือ กรุงศรีอยุธยา จึงขอฝากบทเพลง : อยุธยาเมืองเก่า
คำร้อง – ทำนอง สุรินทร์ ปิยานันท์ ซึ่งภายในบทเพลงได้สะท้อนถึงเหตุการณ์ในยุคสมัยก่อนอีกทั้งยังบ่งบอกถึงความสามัคคีได้เป็นอย่างดี บทเพลง อยุธยาเมืองเก่า มีดังนี้
อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน จิตใจอาวรณ์ มาเล่า สู่กันฟัง
อยุธยา แต่ก่อน นี้ยัง เป็นดังเมืองทอง ของพี่น้อง เผ่าพงศ์ไทย
เดี๋ยวนี้ ซิเป็นเมืองเก่า ชาวไทยแสนเศร้า ถูกข้าศึกรุกราน
ชาวไทย ทุกคนหัวใจร้าวราน ข้าศึกเผาผลาญ แหลกราญ วอดวาย
เราชน ชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ อนุสรณ์ เตือนให้ ชาวไทยจงมั่น
สมัครสมาน ร่วมใจกันสามัคคี คงจะไม่มี ใครกล้า ราวีชาติไทย
ความสามัคคีจึงมีความสำคัญมาก ความสามัคคีจะช่วยให้ชาติของเรา สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้อย่างมั่นคงและถาวร ดังสัตว์ชนิดหนึ่งคือ ปลวก ปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ แต่ปลวกสามารถสร้างจอมปลวกอันเข้มแข็งใหญ่โตเท่าภูเขาลูกเล็กๆขึ้นมาได้ ซึ่งจอมปลวกสามารถทนต่อลมฝน อีกทั้งพายุไม่สามารถจะทำลายลงได้ ทั้งนี้เพราะเหตุใด ก็เพราะปลวกเป็นสัตว์ตัวเล็กที่รู้จักช่วยเหลือกัน รู้จักความสามัคคี ทำงานกันเป็นทีม และมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ของมัน
ดังนั้นหากคนในชาติมี คุณธรรม จริยธรรมและความสามัคคี กระผมเชื่อว่า สังคมไทย
จะมีความสงบสุข มีความเจริญก้าวหน้า มีความอบอุ่นและมีความน่าอยู่มากกว่าทุกวันนี้ เพราะ คุณธรรม จริยธรรมและความสามัคคีจะก่อให้เกิด การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คุณธรรม จริยธรรมและความสามัคคีจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ยอมรับในความแตกต่างซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และรู้จักการให้อภัยกัน
ท้ายนี้อยากฝากบทเพลงที่มีความหมาย ชื่อเพลง “รักกันไว้เถิด” ที่แต่งเนื้อร้องโดย
ครูนคร ถนอมทรัพย์
“รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย จะเกิดภาคไหนก็ไทยด้วยกัน เชื้อสายประเพณีไม่มี
กีดกั้น เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย…"

หมายเหตุ : บทความฉบับนี้ ได้อ้างอิงจาก วารสารผู้ตรวจการแผ่นดิน




Create Date : 04 ตุลาคม 2554
Last Update : 4 ตุลาคม 2554 10:12:37 น.
Counter : 716 Pageviews.

1 comments
  
อืม
โดย: riser01 วันที่: 4 ตุลาคม 2554 เวลา:10:59:06 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mrmarkandtony
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
17
18
19
22
25
28
31
 
 
All Blog