ชีวิตคืองาน งานคือชีวิต.....
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
23 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
คาถาสู่การเป็นพ่อค้ามืออาชีพ(1)..คนเก่งมี 2คน..และมาลองนั่งสมาธิกันเถอะครับ...


ผมเคยเล่าหลายครั้งว่า..ทุกวันนี้ผมเป็นพ่อค้า..ทำมาหากินด้วยการซื้อมาขายไป...
วันที่ผมกำลังเรียนปริญญาตรี..ผมคิดว่าผมจะไม่กลับมาเป็นพ่อค้า..
เพราะอยากใช้ความรู้ที่ได้ไปร่ำเรียนมาให้สมกับเป็นลูกคนแรกที่ได้เรียนถึงปริญญาตรี...
แต่หลังจากจบและทำงานได้ 3 ปีก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมตัดสินใจลาออกจากงาน..มาอยู่บ้าน..
ประจวบเหมาะกับที่บ้านธุรกิจกำลังไปได้ดี..เตี่ยแม่จึงดีใจที่ผมกลับมาอยู่บ้าน...

การทำธุรกิจผมเริ่มจาก"ความขยัน"..แน่นอนว่าความขยันเป็นฐานของความสำเร็จ...
แต่ความขยันนั้นจะต้องขยันในการสร้าง"ปัญญา"ไม่ใช่ขยันในการสร้าง"ปัญหา."
ไม่งั้นเราก็คงไปอยู่ในบุคคลประเภทสุดท้ายคือ" โง่แล้วขยัน.."ที่ไม่มีใครต้องการ..
แล้วอะไรคือ "ปัญญา"อะไรคือ"ปัญหา"..????
สิ่งนี้เป็นปริศนาธรรมที่คนอยากเก่งอยากประสบความสำเร็จต้องตีให้แตก..

ผมบอกคนรอบข้างเสมอว่า..คนเก่งในโลกนี้มีอยู่ 2 คน..
คนหนึ่ง.."เก่งงาน.." และอีกคน.."เก่งคน.."

วันนี้เรามาคุยกันว่า..เราจะ"เก่งงาน"ได้อย่างไร????
การเป็นคนเก่งงาน ก็คือ ความเป็นมืออาชีพ(professional)ในงานนั้นๆ...
การเรียนรู้ที่จะรู้รายละเอียดและเทคนิคของทุกสิ่งในอาชีพนั้นๆ
ส่ิงเหล่านี้ต้องอาศัยวิธีเดียวคือ การได้เข้าไปอยู่กับสิ่งนั้นๆและเรียนรู้เพื่อจะรู้ด้วยตนเอง(น่ันคือ ขยัน)..
เปรียบเสมือนเมื่อมีคนถามว่า..รสหวานเป็นอย่างไร..??ผมเชื่อว่าไม่มีใครสามารถอธิบายได้..
แต่เมื่อรสหวานมาแตะลิ้น..เราจะรู้ทันทีว่า รสหวานเป็นเช่นนี้เอง...
รู้จนกระทั่งว่า..หวานมากหวานน้อย หวานน้ำตาลทรายหรือหวานขันทศกร..
ดังนั้นหากเราทำอาชีพอะไร??จึงจำเป็นที่สุดคือ ต้องเรียนรู้ส่ิงนั้นจำซึมลึกลงไปในสมอง..
ที่เราสามารถเรียกออกมาใช้โดยไม่ต้องวิ่งไปเปิดสมุดบันทึก...

เค้าพูดกันเสมอๆว่า..คนที่รู้เพียงอย่างเดียวแต่รู้จริงก็สามารถร่ำรวยได้..
อันนี้เป็น"สัจธรรม"จริงแท้แน่นอน..
เหมือนขณะนี้ ที่มี โดนัท บรรลือโลก ขายระเบิดเทิดเทิง อยู่ที่กรุงเทพ..
ชนิดที่ว่า ลูกชายผมไปเข้าคิวรอซื้อกว่า 2 ชม...?????
ดังนั้นหากคิดจะทำธุรกิจ สิ่งสำคัญคือ ต้องเรียนรู้สินค้านั้น ธุรกิจนั้น..ด้วยตนเอง...
รู้ให้จริง รู้จนสามารถทำออกมาให้ดีกว่าคนอื่น..
ความรู้มาจากไหน..?? มาจากความขยัน และการใฝ่รู้.เท่านั้นเอง...

สิ่งสำคัญอันดับต่อไปคือ..สร้างเครดิต..
คนจีนมักสอนลูกหลานเสมอๆว่า..หากจะทำการค้า..ต้องมี"วาจาดังทองคำ.."
คือพูดคำไหนคำนั้น..พูดแล้วต้องรักษาคำพูด..ไม่บิดพริ้วคำพูดในภายหลัง....
ความเชื่อถือกันในการทำการค้านั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง..
เพราะไม่มีใครอยากทำการค้ากับคนนิสัยคดโกง..คนไม่ซื่อสัตย์...
พ่อค้าอาชีพจึง "พูดจริง ทำจริง.."ต่างจากนักการเมืองบ้านเราที่"พูดอย่างทำอย่าง.."
เครดิต..นอกจากจะสร้างด้วยคำพูด(สัจจะ)แล้ว ที่สำคัญต้องกระทำด้วย..

ไม่มีความสำเร็จของนักธุรกิจระดับชาติของเมืองไทยคนใดเริ่มต้นจากเศรษฐีมาก่อน..
แทบทุกท่านเริ่มจากคนไม่มีอะไรทั้งสิ้น..
อยากให้ไปศึกษา..ดร.เทียม โชควัฒนา.."ผู้เป็นตำนานแห่งการค้าปลีก-ส่งนั้น"

//www.naluengjob.com/index.php?lang=TH&page_id=108

ท่านจึงไม่ใช่เพียงพ่อค้ามืออาชีพเท่านั้น..แต่ท่านคือปรมาจารย์แห่งการค้าโดยแท้..

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น..นอกจากขยันและซื่อสัตย์แล้ว..
สิ่งสำคัญอันดับต่อไปมาคือ รู้จักใช้.."โอกาศ"
การจะรู้ว่า​"โอกาศ"มาถึงเมื่อไรนั้น..เป็นเรื่องอธิบายยาก..
เพราะชัยชนะนั้น อยู่ที่การรู้จักช่วงชิง"โอกาศ"..
คนส่วนใหญ่ที่ยังย้ำอยู่กับที่เพราะละทิ้ง"โอกาศ"ที่มาถึง..??????
มีคนบอกว่า​"โอกาศ" มีมาหาทุกคนแต่มีสักกี่คนที่สามารถสร้างประโยชน์จากโอกาศนั้น...
"โอกาศ" มาเองเหมือนหล่นมาจากฟ้าหรือไง??? เปล่าเลย..??
"โอกาศ" ต้องสร้างเอง..เห็นเอง..แล้วฉกฉวยทันทีที่มีโอกาศ..
หลายคนเปรียบเทียบว่า..การค้าเหมือนการพนัน..หากไม่กล้าเสี่ยงก็รวยไม่ได้..
คำพูดนี้จริงเพียงส่วนเดียว..เพราะการค้านั้นแม้จะต้องเสี่ยงต้องพนัน..
แต่เป็นการเสี่ยงที่นอกจากมาจากข้อมูลมากมายย้อนหลัง
ยังต้องมาจากการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ..เพราะเห็นโอกาศ..
การใช้โอกาศจึงเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ(ร่ำรวย) อย่างแน่นอน..
วิธีการสร้างโอกาศอย่างหน่ึง คือ "การตลาด.."
การมองเห็นโอกาศจึงมาจากการรอบรู้ในการตลาดในธุรกิจนั้น..
เหตุใดนายกทักษิณสามารถเปลี่ยนราคายางพารา จาก 20 กว่าบาทให้เป็น 40 บาทในชั่วข้ามคืน..
ก็เพราะมองเห็นโอกาศ จากการตลาดนั้นเอง...

สูตรแห่งความสำเร็จในวันนี้ นอกจาก ขยัน ซื่อสัตย์ ฉกฉวยโอกาศแล้ว..
ที่สำดัญคือ อดทนอดออม.อย่านำเงินไปใช้นอกระบบ....
โอกาศเมื่อมาถึงเราอาจจะรีบคว้าไว้ แต่สิ่งสำคัญอีกประการคือ อย่าใช้เงินผิดประเภท....
เพราะโดยความเป็นจริงแล้ว..ไม่มีธุรกิจใดที่สำเร็จโดยไม่มีหนี้...
แต่จะเกิดการค้า.จากร้อยเป็นพัน จากพันไปหมื่น จากหมื่นไปล้าน ได้อย่างไร????
หากไม่มีหนี้..????? ก็ย่อมไม่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้...
วันนี้เครือเซ็นทรัลใช้เวลา 63 ปีก้าวกระโดดจากห้องแถวเป็นธุรกิจแสนล้านได้อย่างไร????
//th.wikipedia.org/wiki/เครือเซ็นทรัล
หากไม่ใช่เพราะ ความขยัน การฉกฉวยโอกาศ และ ความมั่นใจจากเจ้าหนี้...

วันนี้ฝากหลานไปคิดไปจำคาถาการค้าเพียง 4 ประการก่อน..
เพราะการท่องจำนั้นง่าย แต่การปฏิบัติให้ผลจริงนั้นยากนัก...
แต่ก็ไม่มีสิ่งใดยากเกินความพยายามและความตั้งใจของเรา...
จึงขอให้เพียรพยามต่อสู้งานหนักยากลำบาก......
เพื่อหล่อหลอมความแข็งแกร่งให้กับจิตใจและร่างกายเรา..
แล้วเราย่อมไปถึงความสำเร็จที่อยู่เบื้องหน้าอย่างแน่นอน...

........................................................................................................

วันแรกที่ผมได้สัมผัสธรรมะขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจากท่านอาจารย์นั้น..
ผมจึงได้เริ่มเกิดความเข้าใจว่า..อะไรคือ ทุกข์..??? และ อะไรคือ สาเหตุแห่งทุกข์????
เพราะที่ผ่านมาแม้ตนเองจะอยู่ในทุกข์ก็ไม่เห็นทุกข์...
เปรียบเสมือน หนอนในอาจมก็ไม่รู้ว่า สิ่งที่ตนเองสนุกสนานอยู่นั้นหาใช่สิ่งดีไม่???
การสามารถแยกแยะเห็นว่า สิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดีนั้น..เกิดขึ้นเพราะ "ปัญญา"..
และตัวปัญญาจะเกิดได้ก็มาจากการรู้เห็นตามความเป็นจริง(โยนิโสมนสิการ)
เอาง่ายๆแค่..คำว่า"สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว ย่อมดับไป.."
ที่จะทำให้เราเข้าใจจนลึกซึ้งแล้วนำมาปฏิบัติได้นั้นก็แสนยากลำบาก...
เพราะจะขัดกับกิเลส มานะที่อยู่ในจิตใจเราที่ยังยึดมั่นว่า.."ตัวกู ของกู"..
หากเราสามารถปล่อยวางในส่ิงที่รอบตัวเรา..ปล่อยวางในผล..
แต่ตั้งใจที่จะมุ่งมั่นทำแต่ความดี...แม้ผลที่ได้นั้นจะถูกใจหรือไม่ถูกใจเราก็ตาม...
นั่นแระเราจึงจะสามารถสัมผัสธรรมะของพระพุทธองค์อย่างแท้จริง...

........................................................................................................

ก่อนจะกล่าวถึงปัญญามากกว่านี้ คงต้องพูดถึง "สมาธิ"
อันนี้ขอให้หลาน"เพชรน้ำนิล"และท่านอื่นๆได้ลองดู....
ลุงเชื่อว่า..หลาน"เพชรน้ำนิล"คงเคยนั่งสมาธิมาบ้างนะ...วันนี้เราลองมาทำสมาธิกัน..
การนั่งสมาธินั้นไม่ใช่เรื่องยาก(สำหรับคนไทย)เพราะบ่อยครั้งที่เราเข้าวัดเราก็ต้องนั่งบ้าง..
แต่การเข้าสมาธินั้นยากนัก..หลายคนจึงบอกว่า..ไม่น่ังเพราะจิตฟุ้งซ่านไม่สงบ..
ความเป็นจริงแล้ว..ขั้นตอนของสมาธิขั้นต้นนั้น ไม่ว่าใครๆก็ต้องผ่านขั้นตอน(องค์)นี้ก่อน..คือ..
"วิตก..วิจารณ์...ปีติ..สุข..เอกคตา.."
เมื่อแรกเริ่มทันทีที่เราหลับตาลง..อดีตที่เกิดขึ้นทั้งสุขและทุกข์โดยเฉพาะความกังวล..
จะวิ่งกลับมาเป็นฉากๆเหมือนภาพวีดีโอสู่จิตเรา...นี่คือ "วิตก.."
หลายคนอยากสงบก็พยายามต่อสู้ที่จะไม่คิดบ้าง..หลายคนก็ขัดข้องรำคาญ..
สุดท้ายเลยไม่รับรู้ว่าจะผ่านขั้นตอนนี้ไปได้อย่างไร???
แท้จริงแล้ว ท่านบอกว่า..ให้เราติดตามดูโดยใช้ปัญญา..ใช้สติ..พินิจพิจารณา..
ว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเกิดจากอะไร??อะไรคือเหตุ..??
เพราะเรื่องที่เข้ามานั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจทั้งสิ้น..
หากเราพิจารณาแล้ว ซึมทราบแล้ว นั่นคือขั้นของ.."วิจารณ์"
จะทำให้เราเห็นว่า..แท้จริงแล้วทุกเรื่องล้วนมีเหตุทั้งสิ้น และเราสามารถระงับเหตุนั้นได้..
เราก็ค่อยๆโน้มน้าวจิตกลับมาเข้ามาสู่สมาธิโดยการใช้อุบาย..เช่น อยู่ที่ลมหายใจที่ปลายจมูก..
หายใจเข้าบริกรรม "พุทธ" หายใจออก บริกรรม "โธ"...พุท..โธ...
เมื่อจิตเกิดความฟุ้งซ่านก็ทำเช่นเดิม ตามไปดูแล้วค่อยๆดึงจิตกลับมา..
ทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก.....จนในที่สุดจิตก็จะเป็น"สมาธิ"....
สำหรับลุงแล้วเพียง 2 ขั้นตอนนี้ก็ทำให้ลุงเริ่มเข้าใจ(เกิดปัญญา)ว่า..
ส่วนใหญ่ของปัญหาเราที่เกิดขึ้นนั้นเพราะเรา"คิด"ผิด.."เข้าใจ"ผิด..
และเราก็เกิดความคิดตั้งใจที่จะไม่ทำเช่นนั้นอีก..
การคิดการทำ..เช่นนี้บ่อยๆสุดท้ายก็ทำให้เราลด..ละ..เลิก..ส่ิงชั่วร้ายในจิตใจเราได้...
หลาน"เพชรน้ำนิล"ลองทำดูนะ..

.............................................................................................................

ตะกี้แวะไปดูทีวีดูข่าวน้ำท่วม..เห็นนาย(ก)ไปแจกถุงยังชีพ..
โอ้ววว..พระเจ้าช่วย..น้ำท่วมแค่หน้าอก..คนล้อมรอบเต็มไปหมด..
แต่นาย(ก)เราใส่เสื้อชูชีพ...????????????????
ช่างเป็นภาพอุจาดตาโดยแท้...กลัวขนาดนี้ไปทำไมนะ...
ไม่อับอายพี่น้องที่ยืนแช่น้ำที่นั่นเลยหรือไง???
นี่เองที่มีวลีว่า.."ความกลัวทำให้เสื่อม"
เฮ้ออออ..นาย(ก)เมืองสารขันต์.....??????

...............................................................................................................


ครับ..วันนี้เป็นอีกวันที่ดีๆของประชาชนชาวไทย..
เพราะเป็นวันครบรอบ 100 ปีของสมเด็จพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5..
ที่ทรงได้สร้างคุณูปการให้กับชนชาวไทย อย่างมากมายล้นเหลือ..

จึงขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ..ของพระองค์..
ขอบุญบารมีของพระองค์โปรดได้ปกปักษ์รักษา..
พี่น้องชาวไทยที่กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งนี้..ด้วยเทอญ..

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ..

.. คนอุบล ...










Create Date : 23 ตุลาคม 2553
Last Update : 23 ตุลาคม 2553 7:14:53 น. 4 comments
Counter : 1193 Pageviews.

 
วันนี้เป็นอีกวันที่ดีๆของประชาชนชาวไทย..
เพราะเป็นวันครบรอบ 100 ปีของสมเด็จพระปิยะมหาราช รัชกาลที่ 5..
ที่ทรงได้สร้างคุณูปการให้กับชนชาวไทย อย่างมากมายล้นเหลือ..

จึงขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ..ของพระองค์..
ขอบุญบารมีของพระองค์โปรดได้ปกปักษ์รักษา..
พี่น้องชาวไทยที่กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งนี้..ด้วยเทอญ..

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะด้วยคน..

.. lionbooboo ...



โดย: lionbooboo วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:11:20:31 น.  

 
เป็นอีกวันหนึ่ง ที่ได้รับสิ่งดีๆจากข้อเขียนของคุณ
ประเทืองปัญญาเป็นอย่างยิ่ง มิได้ชมแต่มาจากใจ และขอให้ปวงชนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์..ขอบุญบารมีของพระองค์โปรดได้ปกปักษ์รักษา ปวงชนชาวไทยที่กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งนี้..ขอเดชะด้วยคน
Borkum_Monet


โดย: Borkum_Monet IP: 125.24.100.146 วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:13:35:50 น.  

 
ลุงจ๋า วันนี้นู๋นิดขอโทษด้วยจ้าที่เข้ามาบล็อกนี้ช้าเอาจนป่านนี้ ทั้งๆที่ใจจดใจจ่อ รออ่านเรื่องนี้จากลุง

นู๋นิดเพิ่งกลับจากไปทำธุระสำคัญของครอบครัวที่ตัวเมืองมาอะจ้า ตอนเช้าที่เข้าเน็ตก่อนไปในเมือง นู๋นิดยังมะเห็นโพสต์นี้

ลุงจ๋า นู๋นิดยังไม่รับปากลุงหรอกนะจ๊ะ ว่าจะทำได้ แต่นู๋นิดจะพยายามทำให้ดีที่สุด จะนำสิ่งที่ลุงตั้งใจลุงทุนลงแรงทำเพื่อนู๋นิดถึงขนาดนี้ เป็นแนวคิดนำทางในการทำงาน และดำเนินชีวิต นู๋นิดจะไม่ยอมให้สิ่งมีค่าที่ลุงนำมาสอนนี้สูญเปล่า นู๋นิดสัญญาจ้า

ลุงจ๋า นู๋นิดไม่รู้จะขอบคุณ คุณลุงยังไงดี


โดย: เพชรน้ำนิล วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:21:04:38 น.  

 
>

หวัดดีค่ะ
แวะมาทักทายกันวันอาทิตย์ค่ะ
และได้สาระดี ๆ กลับไปอีกด้วยค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 24 ตุลาคม 2553 เวลา:7:03:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนอุบล
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เกิดอุบล.เรียนจบแค่ ปริญญาตรีที่ มข...
ทำงานส่วนตัวเป็นนักธุรกิจที่อุบล....
ที่คิดว่าโลกของตนเอง..คือธรรมะ..
และชอบศึกษา..ชอบอ่าน..ชอบท่องโลก....
คิดว่าจนเองโชคดีที่ได้เกิดที่เมืองไทย..ที่อีสาน..และที่อุบลราชธานี..
"ดินแดนแห่งธรรมะ..และน้ำใจไมตรี..."

free web counter stat counters
New Comments
Friends' blogs
[Add คนอุบล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.