กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
ตุลาคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
14 ตุลาคม 2564
space
space
space

ความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับชาวบ้าน

   ตอนนี้ถึงฤดูน้ำมาก  (ฝนพันปี,น้ำรอระบาย,น้ำมาก)    ผว.ไม่ให้เรียกน้ำท่วม  ให้เรียกน้ำมาก  บางพื้นที่น้ำมากล้นจนมิดหลังคาเรือน   คนที่มีกำลังทรัพย์ก็นำสิ่งของไปแจกกันแบ่งปันกัน   พระภิกษุก็ลุยน้ำแจกเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ญาติโยมที่ประสบอุทกภัย   ประเด็นนี้คนเห็นแล้วบ้างก็สาธุสาธุ  บ้างก็ตำหนิว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ไม่ใช่เรื่องของพระว่าซั่น 1ว่ากันไปตรงหน้าตรงบรรทัดที่ตนอ่านพบในหนังสือในคัมภีร์ซึ่งมีมากมาย  (ไหนยังขึ้นกับการตีความอีก 110 ภาคปฏิบัติก็ขึ้นกับประสบการณ์ตรง 11) แต่ฝ่ายที่ตำหนินี่เหมือนต้องการแยกบ้านกับวัดออกจากกันไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอยู่ใครอยู่มัน 
 


https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEjVp1Xekvxnkafx41aIm3s0dTD088x_wc1eTTIlJ_wjmG36sSsRTVJIjxyE4HgngX1ruOQgYUGhZLgi7MbXwxj--kVD13UY_0jgT4pkpcEK00ikZjOGBYoyRoy82tXTgVf2vnSbd5k_wqLc5LS4kGhWsHRUTrTT-UEmZ1iBvu6WeQrJyQJe2MJaKD_g=s320

https://1.bp.blogspot.com/-JU--U-b8Hi4/YVv2WlkPFvI/AAAAAAAAHaI/RKPMYRvy6KIwzIK37pN4TB2S2WjHlMjWACLcBGAsYHQ/s320/244418169_921081941850697_7747464106887699144_n.jpg

https://blogger.googleusercontent.com/img/a/AVvXsEhZ0175MFU0CkItwXNRv8zcRQ3bThdyn8jZhMBVvUIh78rxgyzS8K10eVqvkQQZcokuglOTZHDU5_2mVyx6I2yVYk7eb4bUEqfHO9T1YqvjF28Z50pd01nZOc7IUYTvoZyl_SYrPI82_pwxYu669gG6_9yzrjWJdFEaJb3lmAbRVqNa41e57ZmVs6U6=s320

   

  ทีนี้ดู พระพุทธเจ้าว่าไง (ตัดมา) https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=18-06-2021&group=23&gblog=7
   
  พระภิกษุสงฆ์    ก็พึงทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรของชาวบ้าน  ดังจะเห็นว่า หน้าที่ของพระภิกษุสงฆ์ต่อกุลบุตร   ตามหลักทิศเบื้องบน   ตรงกันทุกข้อกับลักษณะมิตรแท้ ประเภทมิตรแนะนำประโยชน์  จะว่าพระสงฆ์เป็นมิตรแท้  ประเภทมิตรแนะนำประโยชน์ ก็ได้  แต่หน้าที่ของพระสงฆ์นั้น มีเพิ่มมาอีก ๒ ข้อ รวมเป็น ๖ ข้อ คือ

๑. ห้ามปราม (สอนให้เว้น) จากความชั่ว
๒. (แนะนำสั่งสอน) ให้ตั้งอยู่ในความดี
๓. อนุเคราะห์ด้วยความปรารถนาดี (เพิ่ม)
๔. ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ยังไม่เคยรู้ไม่เคยฟัง
๕. (ชี้แจงอธิบาย) ทำสิ่งที่เคยฟังแล้ว ให้เข้าใจแจ่มแจ้ง (เพิ่ม)
๖. บอกทางสวรรค์ (สอนวิธีดำเนินชีวิตให้ประสบความสุข)


   หน้าที่ของพระสงฆ์นี้  เป็นไปตามความสัมพันธ์ต่อกันระหว่างพระสงฆ์ กับ ชาวบ้าน ดังพุทธพจน์ว่า

   "ภิกษุทั้งหลาย  พราหมณ์คหบดี (ชาวบ้าน) ทั้งหลาย   เป็นผู้มีอุปการะมากแก่เธอทั้งหลาย เป็นผู้บำรุงเธอทั้งหลายด้วย จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร

    "แม้พวกเธอก็จงเป็นผู้มีอุปการะมากแก่พราหมณ์คหบดีทั้งหลาย โดยแสดงธรรม อันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์  บริบูรณ์สิ้นเชิง  แก่พราหมณ์คหบดีเหล่านั้น

   "ภิกษุทั้งหลาย คฤหัสถ์ และบรรพชิต อาศัยซึ่งกันและกัน อยู่ประพฤติพรหมจรรย์นี้ เพื่อมุ่งหมายจะสลัดเสียซึ่งโอฆะ เพื่อทำความจบสิ้นทุกข์โดยชอบด้วยประการฉะนี้

   "ผู้ครองเรือน และผู้ไร้เรือน  ทั้งสองฝ่าย  อาศัยซึ่งกันและกัน  ย่อมบำเพ็ญให้สัมฤทธิ์ซึ่งสัทธรรม  ที่เป็นโยคเกษมอันยอดเยี่ยม ฯลฯ " (ขุ.อิติ.25/287/314)

และมีพุทธพจน์อีกแห่งหนึ่ง  ยืนยันการช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ชาวบ้าน (โดยทางที่ชอบธรรม) ว่า

    "ถูกอย่างนั้น นายบ้าน  ตถาคตสรรเสริญการเอื้อเอ็นดู สรรเสริญการช่วยรักษา สรรเสริญการอนุเคราะห์แก่สกุลทั้งหลาย  โดยอเนกปริยาย(สํ.สฬ.18/621/399)

 (แต่ก็มีลิมิต)  ไปต่อ

    อย่างไรก็ตาม  ความเป็นกัลยาณมิตรของพระสงฆ์   ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆทางธรรม ด้วยเมตตากรุณาแก่ชาวบ้านดังกล่าวมานี้   ก็จะต้องคงรักษาลักษณะพิเศษแห่งความมีชีวิตที่เป็นอิสระ และความเป็นสมณะไว้ด้วย   มีให้กลายเป็นการคลุกคลีกับคฤหัสถ์   ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียแก่ทั้งสองฝ่าย คือกลายเป็นเครื่องขัดขวางความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมของตนเอง และทำให้ชาวบ้านขาดที่พึ่ง เพราะมีแต่คนที่ยังวุ่นวายตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับพวกเขา  ไม่มีหลักที่จะช่วยเหนี่ยวออกไปให้พ้นจากความสับสนวุ่นวายได้


   ลักษณะความสัมพันธ์ผิดพลาด   ที่พระสงฆ์กลายเป็นผู้ตกลงมาอยู่ในสภาพวุ่นวายติดแหติดอวนอย่างเดียวกับชาวบ้าน   หมดความสามารถที่จะช่วยดึงชาวบ้านออกไปสู่ความเป็นอิสระ เช่นนี้ ท่านเรียกว่าเป็นอาการที่ถูกมนุษย์จับไว้   ดังพุทธพจน์ว่า

  "ดูกรภิกษุ การถูกมนุษย์จับไว้เป็นไฉน ? กล่าวคือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้  เป็นผู้คลุกคลีกับคฤหัสถ์ทั้งหลาย รื่นเริงด้วยกัน โศกเศร้าด้วยกัน เมื่อเขาสุข ก็พลอยสุขไปกับเขา เมื่อเขาทุกข์ก็พลอยทุกข์ไปกับเขา เมื่อเขาเกิดกิจธุระขึ้น ก็เข้าจัดแจง (เจ้ากี้เจ้าการ) ด้วยตนเอง นี้เรียกว่า ถูกมนุษย์จับไว้" (สํ.สฬ.18/323/225)

น้ำมาก

https://www.facebook.com/109967197212221/videos/4393635534077458


Create Date : 14 ตุลาคม 2564
Last Update : 18 ตุลาคม 2564 18:20:35 น. 0 comments
Counter : 92 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space