กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
 
เมษายน 2564
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
space
space
8 เมษายน 2564
space
space
space

กิเลสภายในต้องเห็นชัดด้วยปัญญาจึงจะละมันได้
         “ภิกษุทั้งหลาย     ธรรมที่พึงละด้วยกาย    มิใช่ด้วยวาจา ก็มี    ธรรมที่พึงละด้วยวาจา   มิใช่ด้วยกาย ก็มี  ธรรมที่พึงละมิใช่ด้วยกาย    มิใช่ด้วยวาจา    ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาจึงละได้   ก็มี  

         “บรรดาธรรมที่พึงละด้วยกาย   มิใช่ด้วยวาจา เป็นไฉน?    คือ   ภิกษุในธรรมวินัยนี้    เป็นผู้ถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยกาย    เพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว    กล่าวกะเธออย่างนี้ว่า   ท่านผู้มีอายุถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยกาย    จะเป็นการดีแท้     ที่ท่านผู้มีอายุได้โปรดละกายทุจริต   จงบำเพ็ญกายสุจริตเถิด   เธอถูกเพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว ว่ากล่าวอยู่    จึงละกายทุจริต    บำเพ็ญกายสุจริต   นี่เรียกว่า ธรรมที่พึงละด้วยกาย มิใช่ละด้วยวาจา
 
         “ธรรมที่พึงละด้วยวาจา    มิใช่ด้วยกายเป็นไฉน?    คือ   ภิกษุในธรรมวินัยนี้    เป็นผู้ถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยวาจา    เพื่อนพรหมจารีผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว    กล่าวกะเธออย่างนี้ว่า    ท่านผู้มีอายุถึงความละเมิดอันเป็นอกุศลบางส่วนด้วยวาจา จะเป็นการดีแท้    ที่ท่านผู้มีอายุได้โปรดละวจีทุจริต   จงบำเพ็ญวจีสุจริตเถิด   เธอถูกเพื่อนพรหมจารี ผู้เป็นวิญญูใคร่ครวญแล้ว ว่ากล่าวอยู่    จึงละวจีทุจริต บำเพ็ญวจีสุจริต  นี่เรียกว่า ธรรมที่พึงละด้วยวาจา มิใช่ละด้วยกาย

         “ธรรมที่พึงละ  มิใช่ด้วยกาย  มิใช่ด้วยวาจา ต้องเห็นชัดด้วยปัญญาจึงละได้  เป็นไฉน ?   คือ โลภะ...โทสะ...โมหะ...ความโกรธ...ความผูกโกรธ...ความหลบหลู่...ความยกตัวกดเขาไว้...ความตระหนี่....พึงละมิใช่ด้วยกาย มิใช่ด้วยวาจา ต้องเห็นชัดด้วยปัญญา    จึงละได้...”   (อง.ทสก. 24/23/41) 

          ปัญญาพุทธศาสนา  ก็แยกเป็นสามระดับได้   ได้แก่  สุตมยปัญญา  จินตามยปัญญา  และภาวนามยปัญญา  ดังนั้น  กิเลสภายในต้องใช้ภาวนามยปัญญา ระดับที่สามที่เป็นสัมมาปฏิบัติ  

          บ้างก็ถามกันว่า "ธรรม"  คือ อะไร  หรือ ได้แก่ อะไร  ตรงนี้ก็เหมือนให้คำตอบด้วย  กล่าวคือ  ทั้งกุศล อกุศล  เรียกว่า "ธรรม" ได้   แยกให้ชัดก็  กุศลธรรม  อกุศลธรรม  


Create Date : 08 เมษายน 2564
Last Update : 8 เมษายน 2564 11:18:13 น. 0 comments
Counter : 16 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space