Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
10 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 

ร้านหนังสือในข้าวสาร ... ตอน Road trip 3 - คำถามของ Raju

สวัสดีครับคุณผู้อ่านที่รักทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ยังมีชีวิตอยู่ครับ กินได้ นอนหลับ ... บ้าง ไม่หลับบ้าง ตามประสาคนแก่เกินแกง อายุเลยหลักสี่ ผ่านใกล้ห้าแยกปากเกร็ดเข้าไปทุกทีๆ ก็หวังว่าทุกคนคงจะมีความสุขตามอัตภาพ จิตตกบ้างตามวัย อายุน้อยๆก็จิตตกเรื่องความรัก เรื่องเพศตรงข้ามไปพอขำๆ อย่าให้ถึงกับหนักหนาสาหัสจะเป็นจะตาย เส้นทางชีวิตพลิกผันแกว่งไกวเข้ารกเข้าพงจนกู่ไม่กลับ เหลือพลังชีวิตไว้พอสมควรด้วย เพราะพอเลยเข้าถึงวัยกลางคนก็จะมีเรื่องให้จิตตกกับการงาน ภาระเรื่องเงิน เรื่องครอบครัวตามมา ... ส่วนหลังจากนั้น พอเข้าวัยชรา มีปัญญาหาข้าวกิน ไม่ต้องดิ้นรนมากนักและยังมีปัญญาเขียนบล็อกอยู่ ไม่หลง ไม่อัลไซเมอร์ไปเสียก่อน คงได้เอาปัญหาจิตตกของวัยเกษียณมาเล่าสู่กันฟังอีกที ... สาธุ Smiley

ก็เฝ้ารออยู่นะครับ สำหรับ "ลมหนาว" ที่ยังไม่พัดมาสักที ปล่อยให้แดดร้อนเปรี้ยงติดๆกันมาหลายวันแล้วหลังจากสายฝนเริ่มจะทิ้งช่วงห่าง และเริ่มเข้าสู่หน้าแล้งปลายปี ข้อดีอย่างหนึ่งของฮาโลวีนไนท์ตอนสิ้นเดือนตุลาคมของทุกปีก็คือ มันเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่ไฮซีซันของการท่องเที่ยว นั่นหมายความว่าฝรั่งแบ็คแพ็คเกอร์จะเริ่มทยอยเดินทางกันเข้ามายังถนนข้าวสารบ้านเรา และทำให้ธุรกิจแถวนี้ดีขึ้นในทุกเซ็คเตอร์ ตั้งแต่ระดับขอทานล่างสุดที่จะมีเงินให้ทานจากฝรั่งลงในขันมากขึ้น คนเก็บขยะที่จะได้ขวดเหล้าเบียร์ ขวดพลาสติกเก็บกันไม่หวาดไม่ไหว พ่อค้าแม่ค้ารถเข็นทั้งไทย-เทศ ที่ขายโรตี ผัดไทย เคบับ ยันจนแมลงทอด (เมื่อก่อนที่ว่าแมงป่องผยองเดชทอดเป็นที่น่าครั่นคร้ามแล้ว ตอนนี้เจอไอ้แมงมุมตัวขนาดฝ่ามือทอดเข้ามาตีตลาด 8 ขากางอยู่ในถาดอยู่ครบเบียดไอ้แมงป่องชิดซ้ายตกขอบไปเลย)

ถัดมาก็เป็นธุรกิจบริการ ทั้งสาวพริตตี้เชียร์เบียร์นุ่งสั้น เปิดล่าง คว้านบน ที่ยืนเรียกลูกค้านักดื่มให้เข้าไปแฮงก์กันในยามค่ำคืน รถตุ๊กๆ รถแท็กซี่รับส่งฝรั่งนักท่องเที่ยว ตลอดจนรถตู้ที่รับลูกค้าแพ็คเกจทัวร์รอบกรุงเทพระยะใกล้ อยุธยา พัทยา หัวหิน กาญฯ ด่านอรัญฯ จนถึงรถบัสทัวร์คันใหญ่วิ่งข้ามคืน ขึ้นเหนือ-ล่องใต้ที่จะมีเด็กเดินตั๋ว (บัสบอย) เดินนำแถวฝรั่งยาวเหยียดไปยังจุดขึ้นรถ ร้านนวดที่จะมีหมอนวด ทำงานกันไม่หยุดเพราะฝรั่งขี้เมื่อยนั่งรอนวดกันเต็มทุกเตียง

ตลอดจนร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย ขายสินค้าท่องเที่ยว ทั้งที่จำเป็นอย่างกระเป๋าเดินทาง รองเท้า เสื้อผ้า รวมถึงของที่ระลึกจิปาถะ ร้านทัวร์ ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ร้านสะดวกซื้อที่จะมีลูกค้าฝรั่งเดินเข้าออก 24 ชั่วโมง พนักงานได้ทำงานกันอย่างเต็มประสิทธิภาพกันจริงๆ เลยไปจนกระทั่งผู้ประกอบการขนาดใหญ่ โฮสเทลรูหนูคืนละร้อย เกสเฮาส์สามร้อย-ห้าร้อย โฮสเทล มิกซ์ดอร์ม ยันโรงแรมสามดาวขนาดร้อยห้องแถวนี้ที่จะมีลูกค้าเซ็คอิน หนีหนาว มาตากอากาศยาวๆที่ถนนข้าวสารบ้านเรา

ร้านหนังสือเล็กๆในถนนข้าวสารแห่งนี้ก็เช่นกันครับ ลูกค้าเริ่มเข้ามาให้ได้พูดคุยกันมากขึ้น แม้ในยามดึกดื่นค่ำคืนที่ร้านค้าข้างๆนั้นปิดกันไปหมดแล้ว แต่บทสนทนากำลังเพิ่งจะเริ่มต้น ซีวิลเอ็นจิเนียร์รุ่นใหญ่จากแดนภารตะนั่งแปะลงบนเก้าอี้ด้านหน้า พร้อมกับแผนที่กรุงเทพมือสองฉบับนั้นที่ถืออยู่ในมือ เขาบอกว่าเขาชื่อ "Raju"

Raju "Can you give me discount? Second hand map on that price is costly, different from India. Over there is cheap, paper is cheap." เฮ้ คุณลดราคาหน่อยได้ไหม แผนที่กรุงเทพมือสองในราคานี้แพงไปหน่อยนะ ไม่เหมือนที่อินเดียเลย ที่นั่นถูกกว่า กระดาษราคาถูกกว่า ... ราจูต่อรอง พร้อมกับบอกว่าเขาจะเอาไว้สำหรับทริปหน้าที่จะมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง

"I know, of course books in India also very cheap. My friend who own bookshop also went there and gathered lot of books in the huge container back to sell in Thailand. But here is not India. English books or map were produced from outside before import to Thailand. And that price I give you is cheap and discount already." อ๋อ แหงสิ หนังสือภาษาอังกฤษที่อินเดียน่ะ ถูกกว่าที่นี่อยู่แล้ว เจ้าของร้านหนังสือที่รู้จักกันยังเคยไปขนหนังสือใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาขายเมืองไทยเลย แต่นี่มันไม่ใช่อินเดียนี่ หนังสือหรือแผนที่ภาษาอังกฤษที่ขาย ส่วนใหญ่นำเข้ามา แล้วราคาที่ผมให้ไปนั่นก็ลดแล้วด้วย ... ผมอธิบายยิ้มๆ

Raju ดึงจังหวะต่อราคาพักหนึ่ง ก่อนชวนคุยเรื่องอื่น ... "Do you know the cheap hostel here?" คุณรู้จักโฮสเทลราคาไม่แพงแถวๆนี้บ้างไหม

"Where is your hostel? How much you pay per night?" คุณพักที่ไหนล่ะ คืนละเท่าไหร่ ... ผมถามย้อนกลับไป

Raju "500 Baht, It's costly." คืนละห้าร้อยบาท แพงอ่ะ ... ราจูบอกชื่อเกสเฮาส์แถวนี้มาให้ พร้อมกับขอน้ำดื่มแก้วหนึ่ง บ่นพึมพำว่าที่พักไม่มีน้ำขวดให้ด้วย มีแต่ห้องเปล่าๆเท่านั้น

"I see. My friend, Deutschman ever told me about hostel that he visit every year. 100-200 Baht per night. Not so far but not easy to find." อ๋อ เพื่อนคนเยอรมันที่มาพักทุกปีบอกผมว่าเขาพักคืนละร้อย-สองร้อยเอง ไม่ไกลหรอก แต่หาไม่ง่ายนะ ส่วนน้ำน่ะ ถ้าเป็นโรงแรมคืนละพันกว่าคงมีให้หรอก ... ผมยิ้มพร้อมกับรินน้ำใส่แก้ว เลื่อนไปให้ลูกค้า

Raju "Where is it, can you tell me?" อยู่ไหนเหรอ คุณบอกหน่อยสิ ... ราจูเลิกคิ้วถามมา

"Why not? After you buy this map, I shall tell you name and direction from here." ได้สิ หลังจากคุณซื้อแผนที่แผ่นนี้แล้ว เดี๋ยวผมบอกให้เลย บอกชื่อ บอกทางเสร็จสรรพ ... ผมตอบไปยิ้มๆ หลังจากเอียงคอมองพร้อมกับประเมินสถานการณ์ในหัวอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจเล่นเกมส์พร้อมกับวางเดิมพัน

Raju "Ahhh accha, you're very intelligent." ฮัดช่าาาาา นายแน่มากกกก ... ราจูครางยิ้มกว้าง ส่ายหัวไปมาพักหนึ่งก่อนยอมจำนน จริงๆแล้วราจูไม่ได้แพ้หรอก เขาต่างหากที่ชนะ ราคาที่ให้ไปนั้นพิเศษแล้ว เพราะเป็นราคาก่อนร้านจะปิด

"But from that low price, I cannot guarantee you for cleanliness. Just only mattress, you may see small plane fly in the room (cockroach) or you may see tank run to your leg (mouse). แต่ราคานั้นน่ะ ผมไม่การันตีเรื่องความสะอาดนะ คิดไว้ก่อนว่ามีแค่ที่นอนเก่าๆ คุณอาจจะเจอเครื่องบินในห้อง หรือไม่ก็อาจมีรถถังแล่นมาชนขาคุณก็ได้ ... ผมออกตัวก่อน เพราะเพื่อนผมเคยเล่าไว้ให้ฟังทั้งแมลงสาบบินและหนูตัวเล็กที่อาจจะโผล่มาจากมุมห้องก็เป็นได้

Raju "Never mind, I'll go to survey first." ไม่เป็นไร ผมต้องไปลองดูห้องก่อนอยู่แล้ว ... ราจูบอกเบา ส่ายหน้าไปมา ทำธุรกิจกันเสร็จ ลูกค้าก็ชวนคุยตามมารยาทก่อนจะขอข้อมูลอันเป็นประโยชน์

Raju "How old are you?" คุณอายุเท่าไหร่ ... ราจูถามวกเข้ามา

"Can you guess?" เดาสิ ... ผมตอบยิ้มๆ

Raju "35 / 28" จะไปรู้ได้ไง 35 แล้วกัน ... ผมส่ายหน้าตอบ ... งั้น 28 ... ผมหัวเราะก๊าก

"Third time lucky." ลองอีกทีสิ ครั้งที่สามอาจจะถูกก็ได้ ... ผมแหย่ไปอีกที คิดในใจว่าอายุจะลงไปถึงวัยทีนไหม

Raju "25" งั้น 25 แล้วกัน ... ราจูเดาครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะเฉลย

"4X" สี่สิบกว่าแล้ว ... ผมตอบพร้อมกับบอกไปว่ากลางวันผมทำงานบริษัทต่างชาติ อยู่ฝ่ายประกันคุณภาพ พร้อมกับชี้ลายธงชาติบนอกเสื้อให้ดู ส่วนตอนเลิกงานก็กลับมาเฝ้าร้านหนังสือ ราจูบอกว่าผมทำงานหนัก แต่ช่วยไม่ได้นี่ มันจำเป็นสำหรับงานที่สองและในขณะเดียวกันหนังสือเป็นสิ่งที่อยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว แค่ประยุกต์ให้เข้ากับปัจจัยแวดล้อมนิดหน่อย ก็ออกมาเป็นสิ่งที่เห็น ส่วนตัวเขาเป็นวิศวกรโยธา อายุ 55 เป็นลูกจ้างบริษัท เงินรูปีที่นั่นราคาถูกกว่าเมืองไทยครึ่งหนึ่ง ค่าเงิน "โคร" ประมาณสิบล้านเป็นตัวเลขที่พูดถึง เป็นหน่วยเงินที่แปลกหูเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

Raju "You look very young, like college boy." คุณดูหน้าเด็กนะ ยังกะเด็กมหา'ลัย ... ราจูเปรยยิ้มๆ

"No, my hair start to change become white color already." เหรอ แต่ดูสิ ผมบนหัวเริ่มเปลี่ยนสีแล้วนะ ... ผมหัวเราะ พร้อมชี้ให้ดูเส้นผมสีขาวที่เริ่มแซมมากขึ้นบนศรีษะ

Raju "You have no mustache." คุณไม่ไว้หนวดนี่ ที่อินเดีย ผู้ชายอายุมากขึ้นจะเริ่มไว้หนวดกัน มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ชายส่วนใหญ่ ... ราจูบอกพร้อมกับเอาปลายนิ้วชี้ไปดูหนวดบนปากตัวเอง แล้วตวัดปลายงอนขึ้นประมาณเล็ก คาราบาว

"No, Thai guys not always keep that. May very low percent. For me I shave it out every 2-3 days. But I have no earring. Thai guy always no earring especially officeman. You have earring. You are not gay, right?" ไม่อ่ะ คนไทยมักจะไม่ไว้หนวดกันเท่าไหร่ มีน้อยนะ สำหรับผมเอง จะโกนออกทุก 2-3 วัน แต่ไม่เจาะหูนะ ชายไทยทั่วไปไม่เจาะหูกัน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ แต่คุณเจาะหูนี่ คุณไม่ใช่เกย์ใช่ไหม ... ผมตอบพร้อมกับถามกลับไป หลังจากสังเกตุเห็นลูกค้าเจาะหู มีต่างหูเป็นโลหะแบบเรียบๆฝังไว้ที่หูข้างขวา มองด้วยสายตาจากมุมเอียงที่นั่งอยู่

Raju "No, I'm not gay. I have both, not only right one." ไม่ ผมเจาะไว้ทั้งสองข้าง ไม่ใช่ขวาข้างเดียว ... ราจูหัวเราะยิ้มๆแล้วหันหน้าข้างซ้ายให้ดู

"So how about your trip, here in Thailand?" เป็นไงบ้าง ทริปเมืองไทยคราวนี้ ... ผมพยักหน้าก่อน ถามเปลี่ยนเรื่องการเดินทางที่อาจเป็นประโยชน์กับทั้งลูกค้า และร้านเอง

Raju "This time is my first time in Thailand. I came to China and Cambodia before arrived Thailand 3-4 days ago. I saw nice Temple in Cambodia from TV. So I decided to visit them. Next time after I go back, I can bring my family together. This time I survey everything also. When my family come, it will be easier. Generally I like your country so much. Your cars have no smoke, different from India." ฮัดช่า ... ผมมาเมืองไทยครั้งแรก มาถึง 3-4 วันก่อน หลังจากไปจีน ไปกัมพูชามา จำได้ว่าตอนนั้นดูทีวีแล้วเห็นวัดหนึ่งในกัมพูชาสวยมาก เลยคิดว่าอยากจะมาเห็นด้วยตาตัวเอง คราวหลังมาอีกจะได้พาครอบครัวมาดูด้วย จะได้สะดวกหน่อยเพราะคราวนี้ ผมสำรวจเส้นทางไว้หมดแล้ว เมืองไทยนี่แจ๋วมาก ผมชอบมากเลย รถยนตร์ที่นี่ดีมาก ไม่มีควันดำจากท่อไอเสียเลย ไม่เหมือนที่อินเดีย ที่นั่นควันดำปี๋ ... ราจูอธิบายยืดยาว

"I see. We have environmental law about those car smoke since design in auto-company, high smoke may effect to business or price. So car price may expensive. And also we have eco-car which is good for environment." ใช่เลย ที่นี่เรามีกฎหมายควบคุมมลพิษ ตั้งแต่การออกแบบในโรงงานผลิต ถ้าค่าไม่ได้มาตรฐานก็อาจผลิตไม่ได้หรือไม่ก็อาจกระทบกับภาษี หรือราคาที่อาจจะสูงขึ้นไป นอกจากนี้ก็ยังมีโครงการอีโคคาร์ด้วย มันช่วยให้อากาศบ้านผมสะอาดขึ้น ... ผมตอบพร้อมอธิบายเพิ่มเติม

"I have 2 more days left. Can you recommend me for good place?" ผมมีเวลาเหลืออีก 2 วัน คุณแนะนำที่เที่ยวให้หน่อยสิ ... ราจูพยักหน้า พร้อมกับถามขอข้อมูล

ผมเปิดกูเกิลแมพให้ดูทีละที่พร้อมกับรูปภาพ ... "Grand palace, Big reclining buddha on the behind, Temple of dawn on the opposite side of the river, National museum nearby those one. They collect houseware and some belonging of the king and many things inside. Anyway some place, you have to pay entrance fee." ใกล้ๆนี่ เดินไปสัก 10 นาที ก็มีวัดพระแก้ว พระนอนวัดโพธิ์ด้านหลัง ข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งนึงก็เป็นวัดโพธิ์ ใกล้ๆนี่เป็นพิพิธภัณฑ์ มีของเก่า ของใช้ของกษัตริย์องค์ก่อนๆในประวัติศาสตร์ แล้วก็อย่างอื่นอีกเพียบ แต่บางที่ คุณอาจต้องเสียค่าเข้านะ

Raju "Reclining buddha, I saw in ayutthaya yesterday. Can you tell me, I saw the big cock there. I have photo here in my camera. What does it's meaning?" ฮัดช่า พระนอนนั่น ผมเห็นที่อยุธยาวันก่อน เอ้อ ... ผมเห็น "ค็อก" อันเบ้อเริ่มอยู่ที่อยุธยาเยอะเลย ผมถ่ายรูปมาด้วย มันหมายความว่าอะไรน่ะ คุณบอกหน่อยสิ ... ราจูถาม พร้อมกับหยิบกล้องขึ้นมาสไลด์ภาพให้ดู ขณะที่ผมขมวดคิ้ว สะดุ้งอยู่ในใจ นึกไปถึงเทศกาลน่ารักๆในญี่ปุ่น ที่เขาแห่ "Cock" ไปตามถนน พลางคิดในใจว่า อยุธยามีใครทะลึ่งเอา "Cock" อันใหญ่ๆมาวางโชว์อย่างงั้นด้วยเหรอ ไอ้เราทั้งทำงานมาจะ 20 ปีแล้ว ทั้งไปเที่ยวก็หลายรอบ ไม่เคยเห็นเลย ... พอราจูเอารูปให้ดู ผมเลยถอนหายใจโล่งอก ยิ้มออกมาได้ มันคือตุ๊กตาปูนปั้นเป็นรูป "ไก่ชน" ในวัดๆหนึ่งนั่นเอง

"Ahh, one of our great king from couples of hundred years ago, who made the big fight with Burma in the history. He liked cockfight. So they make big cock to pay respect to him. You see this white-tail one. It's the strongest one." อ๋อ พระมหากษัตริย์องค์หนึ่งของเรา สมัยก่อนหลายร้อยปี ท่านนำทัพสู้รบกับพม่าเพื่อนบ้านเรา ท่านชอบกีฬาไก่ชน คนที่อยุธยาเขาเอารูปปั้นไก่ชนเหล่านี้มาถวาย แสดงความเคารพท่านน่ะ ... ผมตอบราจู พร้อมกับเปิดภาพ "เหลืองหางขาว" ไก่ชนเลือดนักสู้ในประวัติศาสตร์ จากกูเกิลให้ดู

"Here in Bangkok same temple, you can also try our Thai Traditional massage. Moreover from these, You can walk to see The Golden Mountain, Metal palace and Marble Temple also. Another 2 interesting places are Big aquarium "Siam Ocean World" & new exotic market "Asiatique". You can see ladyboy show "Calypso show" together." ส่วนวัดพระนอนที่กรุงเทพนี่ มีนวดแผนไทยด้วยนะ ถ้าเดินย้อนออกมาตามถนนราชดำเนินก็จะเจอ ภูเขาทอง โลหะปราสาท แล้วก็เดินไล่ไปอีกหน่อยจะเป็นวัดหินอ่อน ผมมีอีก 2 ที่แนะนำคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สยามโอเชียนเวิล์ด แล้วก็ที่ เอเชียทีค เป็นมาร์เก็ตสวยๆย้อนยุค ที่นั้นมีคาลิปโซโชว์ด้วย เลดี้บอยสวยๆทั้งนั้นเลย ... ผมอธิบาย พร้อมกับเปิดภาพจากกูเกิลประกอบไปด้วย ราจูคราง ฮัดช่าๆ ตลอดเวลา พร้อมกับขอกระดาษ-ปากกา จดชื่อสถานที่ลงไปทีละชื่อๆ

Raju "Aquarium, I went there. I like it. I visited the good show in Pattaya with my friend. Hmmm ... Alcazar. They are very beautiful. Are they ladyboy? Do they have hole?" อแควเรียมนี่ ผมไปมาแล้ว เยี่ยมมากเลย แล้วก็ไปดูโชว์ที่พัทยาด้วย ชื่ออะไรนะ ... อ้ออออ ... อัลคาซ่า สวยมากๆ นั่นก็เลดี้บอยใช่ไหม เขามี "รู" ใช่ไหม ... ราจูถาม ส่วนผมก็ได้แต่ยิ้มกับคำถามน่ารักๆ ตอนหลัง

"Yes, ladyboy. All of them always has breast. But someone has hole although someone still has penis. Anyway finally their target is collect money to do operation to cut it off." ช่าย พวกเธอเป็นเลดี้บอย ทุกคนจะมีหน้าอกเหมือนผู้หญิงนะ แต่ข้างล่างบางคนอาจจะเป็น "โฮล" แล้ว ในขณะที่บางคนอาจจะยังเป็น "พิกกาจู" อยู่ แต่เป้าหมายส่วนใหญ่ของพวกเธอคือเก็บเงินให้พอเพื่อไปตัด "มัน" ออก ... ผมตอบ พร้อมกับนึกถึงแฮงก์โอเวอร์ภาค 2 ที่สามหนุ่มนั่นมาเมาเละที่เมืองไทย ในหนังมีฉากเลดี้บอยที่ยังไม่แปลงเพศตอนท้ายเรื่องด้วย เพื่อนเจ้าบ่าว น่าจะชื่อ สตูว์ เมามากไม่รู้เรื่อง หวังจะเคลมสาวสวย แต่ดูเหมือนจะเจอเลดี้บอยที่ยังไม่แปลงเพศเล่นงานประตูหลังเข้าให้ ... เอ้อ มันหวาดเสียวนิดหน่อย ผู้ปกครองควรพิจารณานะครับ SmileySmileySmiley

Raju "Someone ask me to see Pingpong show. What is it?" ที่พัทยา มีคนมาเรียกผมไปดูปิงปองโชว์ด้วย มันอะไรน่ะ คุณบอกหน่อยสิ 

"It's the show of nake lady. She put pingpong ball inside her pussy and split it out. Sometimes she pure 1 bottle of cola inside. After then she pure it back to bottle. She has very strong body." เอ้อ ... มันเป็นโชว์หญิงเปลือย หล่อนจะแสดงโชว์พิเศษๆระหว่างลูกปิงปองกับอวัยวะสงวนบางส่วน บางทีก็น้ำโค๊กขวดนึงบ้าง คือหล่อนจะมีร่างกายที่แข็งแรงมาก ... ผมถอนหายใจและตัดสินใจก่อนตอบ เอาวะ คุยกันมาตั้งนานแล้ว

Raju "Where is it?" กรุงเทพมีไหม มันแสดงที่ไหนเหรอ ... ราจูถามต่อ อย่างคนผ่านโลกมามากที่อยากรู้ แน่นอนถึงแม้จะเป็นวัยจวนเกษียณ แต่ธุรกิจทางเพศแบบนี้อาจไม่มีในอินเดีย มันจึงเป็นของแปลกที่เรียกร้องความสนใจได้ในระดับหนึ่ง

"Patpong road in Silom. Here you can see lady show with bar beer, similar to pattaya bar beer. And here you see, Sukhumvit road (nana) you may can find european lady. Russian, Uzbekistan or others white lady. Not only Thai lady. Next Ratchadaphisek road, they have modern massage. Lots of ladies sit in the window, and you choose. The lady shall take your bath in the big bathtub or jaguzzi after then she has sex with you. 2-3000 Baht for 2 hours." ถนนพัฒน์พงศ์ในบริเวณสีลมนะ ก็น่าจะมีบาร์เบียร์ประมาณพัทยานั่นแหละ แล้วก็มีร้าน มีโชว์ข้างใน แต่ระวังโดนเชือดด้วย หมายถึงโขกราคาโอเวอร์ แล้วถ้าคุณไม่จ่ายก็อาจจะมีปัญหาล่ะ นอกนั้นก็สุขุมวิทซอย 3 นานา น่าจะฝรั่งเยอะ คุณอาจเจอหญิงผิวขาวขายบริการอยู่นอกเหนือจากคนไทยก็ได้ หญิงรัสเซีย หญิงอุซเบฯ หรือหญิงผิวขาวอื่นๆ ถัดไปก็ถนนรัชดาฯ ที่นั่นมีอาบอบนวด มีตุ๊กตานั่งอยู่ในตู้กระจก คุณก็ไปเลือกมา เธอจะอาบน้ำให้ในอ่างอาบน้ำ นวดให้แล้วหลังจากนั้นก็มีเซ็กซ์กับเธอบนเตียงในห้องนั้นแหละ 2 ชั่วโมง มีค่าใช้จ่าย 2-3000 บาท แล้วแต่ตกลง ... ผมเล่าคร่าวๆ พร้อมภาพประกอบจากกูเกิลเหมือนเดิม

Raju "Accha, my friend went there in Pattaya. 3000 baht around 1 hour, I wait outside. In India we have not. If they do, police will come. They are very strict. Why your country allow these free sex business." ฮัดช่า ... เพื่อนผมไปมาที่พัทยา ชั่วโมงนึง 3000 บาท ผมรอข้างนอก ที่อินเดียไม่มีอย่างนี้ มันผิดกฎหมาย อาจถึงตำรวจ ที่นั่นเข้มงวด ทำไมที่นี่มีธุรกิจแบบนี้ เปิดเผยแบบนี้ล่ะ ... ราจูพยักหน้า ถามมาเบาๆ ... แน่นอน ขายบริการทางเพศมันมีทุกที่แหละ ไม่ใช่ว่าอินเดียจะไม่มีธุรกิจพิเศษแบบนี้ เพียงแต่ว่าถ้าหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบทำตามกติกา ไม่อนุญาตก็คือทำไม่ได้ เข้มงวดกวดขัน ตรวจสอบ จับ ปิด มันก็จะลำบาก จะเปิดเผยมากไม่ได้ ก็หลบซ่อนกันไป ก็หนีๆกันไปที่ห่างๆ เหมือนบ่อนวิ่ง เปิดเผยมากไม่ได้ ก็เปลี่ยนที่ไปเรื่อย ... คงจับไม่หมด คงกำจัดไม่เกลี้ยง แต่ก็คงน้อยลง ไม่เปิดเผยเย้ยฟ้าท้าดินนัก คนที่เข้ามาในวงจรมันก็จะลำบาก ก็ไปทำอย่างอื่นดีกว่า ... ที่อินเดียเองก็เช่นกัน คงมีธุรกิจพิเศษแบบนี้อยู่บ้าง ราจูเองอาจไม่รู้ก็ได้ เพียงแต่ว่าเท่าที่เห็น มันไม่ได้เปิดเผย พลิกแพลง สร้างสรรค์ อลังการแบบบ้านเรา ... ราจูเลยมองว่าบ้านเรา "ฟรีเซ็กซ์"

"Exactly it's prohibit. We do not allow for this business. But I doubt the owner official declare to officer for food & relax for massage or just entertainment. For sex between lady and customer, they don't know. Together they pay money at behind to someone, that's why this business are still keep going well." จริงๆแล้วมันผิดกฎหมายนะ แต่ผมเดาว่า เจ้าของเขาอาจจะพลิกแพลงตอนขออนุญาตทำธุรกิจ เป็นอย่างอื่น ขายอาหาร บริการ นวดผ่อนคลาย ส่วนเรื่องเซ็กซ์นั้นไม่รู้เหมือนกัน มันอยู่ในห้องลับหูลับตาแล้ว ก็เป็นเรื่องความสมัครใจของผู้ให้กับผู้รับ ซึ่งมันไม่มีหลักฐานหรอก ในใบเสร็จมันก็มีแค่ค่าอาหารกับค่าบริการเท่านั้นแหละ ขณะเดียวกันเขาก็อาจมีการคุยกันด้านหลังกับผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการควบคุมดูแล อาจมีเงินเข้ามาด้วย นั่นก็เลยทำให้ธุรกิจนี้มันอยู่ได้ และอยู่มานาน ในสังคมบ้านเรา ... ผมตอบกว้างๆ แบบไม่กว้างเท่าไหร่

Raju "Accha, why you call here "Bangkok"?" ฮัดช่า แล้วทำไมที่นี่เรียกว่า "แบงคอค" ล่ะ ผมว่าความหมายมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ... ราจูถามต่อ อย่างเมามันส์

"If I'm not wrong, long time ago during Indo-China war or communist war. US army came here to fight with communist from our neighbor in the name of democracy. US soldiers have lots of money, dollar. Our people just only farmer or gardener. They get small money. But some lady came to hunt dollar and start to do the sex business. US army can pay money for sex. They may use their cock like gun and shoot the girls. So slang "Bangkok" become the name of our capital. Exactly we don't like it. But it's the truth. We cannot execute." ถ้าผมไม่ผิดนะ เท่าที่เคยอ่าน เคยรู้มาบ้าง เขาว่าสมัยก่อนน่ะ ตอนที่ทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพที่นี่เพื่อต่อต้านกับลัทธิคอมมิวนิสต์จากเพื่อนบ้านเรา รอบบ้านเราเปลี่ยนแปลงการปกครองไปหมดแล้ว เหลือแต่เราประเทศเดียว ทหารไอ้กันทั้งหลายแหล่ ก็มารบ มีเงินดอลลาร์ ระหว่างรบก็ใช้เงินซื้อทุกอย่าง เป็นธรรมดาของการค้าขาย แล้วหญิงสาวบ้านเราสมัยก่อนก็มีแต่ทำนา ทำการเกษตร พออยู่ พอกิน เจอเงินดอลลาร์เข้า บางส่วนก็อาจต้องการตรงนั้น ก็เอาตัวเข้าแลกให้ได้เงินมาเพื่อความสะดวกสบาย เมื่อซื้อง่าย ขายง่าย ก็เลยเกิดสแลงขึ้นมาว่าใช้ "ไอ้นั่น" แทนปืนยิงหญิงบริการไปทั่ว ... ผมแชร์ให้ฟัง พร้อมกับออกตัวไปว่าชื่อกรุงเทพเป็นแบงคอคนี่มันก่อนผมเกิดนะ ได้แต่อ่านและคาดเดาเท่านั้น

Raju "Moreover from these, do you have any interesting place?" นอกจากที่จดมานี่ คุณมีที่ไหนแนะนำอีกไหม ... ราจูพยักหน้าสลับกับส่ายหน้า ก่อนจะมองลงไปยังรายชื่อสถานที่ที่จดลงบนกระดาษตรงหน้า พร้อมถาม

"Out of Bangkok, may be floating market. Ancient Ayutthaya, you went there already. May be Chiangmai, you can see cloud sea from mountain top. Or you head down to southern, Krabi rock climbing or very beautiful beach in Phuket." ก็ออกจากกรุงเทพไปไม่ไกลมีตลาดน้ำ เมืองเก่าที่อยุธยาก็ไปมาแล้ว นั่งรถขึ้นเหนือไป 1 คืน คุณจะเจอทะเลหมอกที่เชียงใหม่ หรือถ้าลงใต้ 1 คืนเช่นกัน คุณอาจจะได้เจอหาดทรายขาวสวยๆของหาดป่าตองในภูเก็ต ไม่ก็ไปปีนเขาในกระบี่ ... ผมตอบให้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Raju "Accha, Floating market. Once in cambodia, I went to Floating village. It's very nice. Next time I'll go to Phuket." อ้า ... โฟลทติ้งมาร์เก็ต ตอนที่ไปกัมพูชา ผมได้ไปแวะที่โฟลทติ้งวิลเลจด้วย สวยมาก ได้ไปซื้อของด้วย ... คราวหน้าผมจะไปภูเก็ต น่าจะดี ... ราจูตอบส่งท้าย

ประตูเหล็กหน้าร้านปิดแล้ว เสียงอึกทึกจากจังหวะดนตรีของถนนข้าวสารเบาลง ราจูชักชวนให้ผมไปเที่ยวอินเดียบ้าง พุทธคยา หรือ ทัชมาฮาล เป็นชื่อที่ถูกกล่าวขวัญถึง ผมสัมผัสมือกับลูกค้าวิศวฯโยธารุ่นใหญ่ ก่อนที่กระดาษโน๊ต 2-3 ใบจะถูกเก็บลงในกระเป๋า นอกจากรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยแล้ว ในนั้นมีชื่อ ที่อยู่ และ อีเมล์แอดเดรสของผมติดไปด้วย เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก แต่บล็อกนี้จะเก็บรักษาความทรงจำไว้ ว่าระหว่างเวลาที่ดาวดวงนี้หมุนไป ครั้งหนึ่งเราเคยได้โคจรมาเจอกัน

เจตตจัน
02-2820358
087-0719858
085-8035412
jettajan227@yahoo.com

*********************************************

ครับ หลังเลี้ยวออกจากอยุธยา 4 ล้อของพาหนะสีดำหมุนต่อเนื่องพา 4 ชีวิตวิ่งทะยานผ่านหลักกิโลเมตรของถนนสายเอเชียหลักแล้วหลักเล่า กลางแดดบ่ายมุ่งขึ้นเหนือ แวะเติมเชื้อเพลิงข้างทางบ้างเป็นบางครั้ง ก่อนจะไปรู้ตัวอีกทีว่าผ่านใจกลางเมืองนครสวรรค์ในยามเย็น และย่างเข้าแตะนครรถม้าในยามอาทิตย์อัศดง

ความมืดสลัวที่โรยลงมาปกคลุมกับบรรยากาศแปลกตารอบด้าน ความต่างที่ต่างถิ่นกับความไม่คุ้นเคยเส้นทางชวนให้จิตใจหวั่นไหว แผนที่ในมือกับป้ายข้างทางบอกระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตรข้างหน้าจะถึง "เถิน" ขณะที่รอบข้างปั๊มน้ำมันแห่งนั้นดูห่างไกลเกินกว่าจะหาที่พักข้ามคืนเหมาะๆสักแห่งสำหรับ 4 ชีวิตของผู้มาเยือน ถ้าจะย้อนกลับไปหาที่พักในตัวเมืองกำแพงเพชร ก็ดูจะไม่แตกต่างกันเท่าไร ... จะว่าไปถ้าบินเดี่ยวมาคนเดียว อาจทำให้อะไรๆง่ายขึ้น แต่ในเมื่อมีสมาชิกตัวเล็กตัวน้อยมาร่วมทางด้วย อะไรๆก็เปลี่ยนไป ... ถึงกระนั้นการเดินทางแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ครั้งนี้ก็ยังทำให้เกิดรสชาติแปลกใหม่ จังหวะหัวใจเต้นระทึกอยู่ในอก

นั่งรถชมวิวมา 4-5 ชั่วโมง ทำเอาเชื้อเพลิงในกระเพาะที่เติมมาจากเมืองเก่าเริ่มหมด ในขณะที่เชื้อเพลิงของรถคู่ใจยังมีอยู่เต็มเปี่ยม สมาชิกทั้ง 4 มองตากันและตัดสินใจกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหาของกินมาเติมกระเพาะ เด็กน้อยทั้ง 2 ได้เบอร์เกอร์มายัดเข้าปากรองท้อง แล้วสบตาเป็นประกาย พร้อมพยักหน้าประกาศเดินหน้าสุดซอย ประหนึ่งพระเจ้าตากประกาศทุบหม้อข้าวก่อนยกทัพเข้าตีเมืองจันทร์ "เราจะไปกินข้าวเย็นกันคืนนี้ ... ที่เชียงใหม่"

... ผมยิ้มมุมปาก ก่อนนำพาหนะสีทมึนพุ่งทะยานฝ่าความมืดออกไป เป้าหมายคือผ่านแนวซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ที่พาดทับ "ขุนตาล" ให้ได้ก่อนมืดสนิท เส้นทางข้างหน้าเป็นถนนไต่ระดับขึ้นสู่แนวภูเขา ผมไม่แน่ใจว่าจะมีที่ให้แวะพักข้างทางอีกหรือไม่ ถนนไฮเวย์ใหญ่ขนาดนั้น รถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีพร้อมกับเป็นมหันตภัยยามมืดได้พอๆกัน

เวลาผ่านไป เราทิ้ง "เถิน" ไว้เบื้องหลัง หน้าปัทม์นาฬิกาหน้ารถบอกเวลาใกล้ 3 ทุ่ม เสียงพูดคุยในรถเงียบสนิท เหลือเพียงดนตรีคลอแผ่วๆเป็นเพื่อนร่วมทาง ไฮเวย์เลี้ยวลดคดเคี้ยวกลางความมืดสลับกับแสงไฟทางเป็นระยะๆ รถทำความเร็วได้ไม่มากนักต่างจากพื้นราบที่เข็มวัดความเร็วแตะอยู่ที่เลขสามหลัก

สี่ทุ่มเศษ ถนนสายนั้นนำพาหนะสีกลืนมืดพร้อมกับอีก 4 ชีวิตออกจากลำพูน เข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ แสงไฟสว่างกลางเมืองบ่งบอกความเป็นเมืองใหญ่ ชีพจรสำคัญของภาคเหนือ ทั้งธุรกิจ การท่องเที่ยว และทุกสิ่งทุกอย่าง เราได้ที่พักเป็นอพาร์ทเมนท์ในซอย ตรงข้ามโรงพยาบาลกลางเมืองแห่งหนึ่ง ก่อนจะเช็คอิน ชำระค่าห้องแล้วเลี้ยวรถออกมาอย่างรวดเร็ว สอดส่ายสายตาหาที่เหมาะๆสำหรับบรรจุกระเพาะ จนกระทั่งพบเป้าหมาย ล้อทั้ง 4 บดพื้นกรวดหน้าร้าน ก่อนจะเข้าเทียบที่จอดรถ ร้านกำลังจะปิดในอีกครึ่งชั่วโมง เวลาน้อยไปนิดสำหรับการกินบุฟเฟต์มื้อดึก แต่อากาศเย็นฉ่ำที่พลิ้วมากับสายลมเอื่อยยามดึก และวิวมุมกว้างของสายน้ำปิง ก็ทำให้แรงดึงดูดมากพอที่ทุกคนไม่อาจปฏิเสธ ..... "อิงปิง หมูกระทะ"

ในที่สุดเราก็ได้ "กินข้าวเย็นกันคืนนี้ ... ที่เชียงใหม่" ... เย้ เย้ เย้ SmileySmileySmiley



การบ้านปีใหม่ ณ ร้านกาแฟวาวี เชียงใหม่ ในวันรุ่งขึ้น




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2558
1 comments
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2558 23:24:02 น.
Counter : 4172 Pageviews.

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 11 พฤศจิกายน 2558 3:40:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


jettajan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add jettajan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.