แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 มกราคม 2560
 
All Blogs
 

ผู้มาเยือนยามวิกาล

เสาร์ที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ตอนตี 1 กว่าๆ ขณะที่นั่งอยู่กับแม่ ดูรายการ 48 hours ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับอาชญากรรมที่มักจะจับตัวคนร้ายได้แล้ว และทำแผนประกอบให้เราดูก่อนที่จะมีการพิพากษา ทำนองนี้ ...


เด็กที่รอคอยได้ยินเสียงคนเคาะประตูหน้าบ้าน ...

เคาะดัง เคาะรัว ... เคาะกันยามวิกาลแบบนี้ไม่มีคำว่าธรรมดาละ เลยลุกพรวดจากโซฟา ตรงไปประตูหน้าบ้านทันที ไปถึงก้อแหวกม่านประตูดู (ประตูเป็นบานกระจกใหญ่ทั้งบาน เลยติดม่านไว้อีกชั้น)

ไม่มีอะไรแฮะ ...

ไม่มีคน ...

นึกในใจ หรือใครมาแกล้ง?


ขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดไฟที่ส่องหน้าประตูบ้าน ชั่ววินาทีนั้นเอง มีร่างคนโผล่พรวดขึ้นมาจากพื้น! นี่ตกใจแหกปากออกมาอย่างลืมตัว "เชี้ยยยยยยยย!!"
(จะเอาอะไรกับคนกำลังตกใจวะคะ...) ในความมืดสลัว แต่ยังมีแสงจันทร์ส่องลงมาบ้าง ทำให้เห็นว่าเป็นเด็กวัยรุ่น ผู้หญิง ผมทอง หน้าตาตื่นตระหนก แต่ตอนนั้นยังไม่ทันพิจารณาเรื่องเสื้อผ้าอะไร แค่เห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิง ก้อเลยตะโกนถามไปว่า มีอะไรเรอะ!

"ฉันถูกไล่ตามอยู่!" แล้วน้องก้อมุดลงไปนั่งกับพื้นอีก

อืมมมมม ... คิดได้อย่างเดียวเลย 'เชี่ยละกรู...'

เด็กที่รอคอยตะโกนถามออกไปอีกรอบ "มันอยู่ไหน" น้องก้อบอกว่า "อยู่ด้านหลัง อยู่ในรถนั่น"

ได้ยินยังงั้นเลยเปิดไฟโคมหน้าบ้าน พอจะเห็นอยู่เหมือนกัน มีรถคล้ายๆปิกอัพอยู่บนถนนทางเข้า ซึ่งมันเป็นทางแบบวงกลม ทำไว้ให้สำหรับกลับรถ แต่ที่งงกว่านั้นคือ น้องลุกขึ้นมาครึ่งตัว แล้วทำท่าบอกว่า เขาโอเค ไม่เป็นไร ขอหลบตรงนี้ก้อพอ ซึ่ง 'ตรงนี้' ของน้อง พวกนั้นมันคงมองเห็นไม่ถนัดนักเนื่องจากมีต้นไม้และกระถางโป๊ยเซียนกับกุหลาบและอ่างบัวของแม่วางเรียงๆกันอยู่


เด็กที่รอคอยปิดไฟ หันไปตะโกนบอกแม่ว่า "มีผู้หญิงมาหลบอยู่หน้าบ้าน บอกว่าโดนรถอื่นไล่ตามมา" แม่ที่รอฟังอยู่ข้างหลังรีบก้าวเข้ามาดู จังหวะที่หันไปหาแม่ น้องเขาเคาะอีกที เหมือนกับว่าอย่าทิ้งเขานะ แต่ขอเขาหลบหน่อยเท่านั้นแหละ ไอ้เราก้อ ... โอ๊ยยยยย กู เอาไงดีวะ แต่พยายามดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่ได้มีใครตามมา แล้วก้อถามไปอีกทีว่า มีใครมาด้วยอีกมั้ย น้องเขาก้อบอกว่า ไม่มี เขาคนเดียว


ตอนนั้นคิดว่า เอาวะ เสี่ยงเป็นเสี่ยงกันก้อแล้วกัน จะเปิดประตู แต่ขอหาอาวุธก่อน


จังหวะที่กำลังจะก้าวเข้าไปห้องนอน คว้าไม้นวดหลังที่ใหญ่พอสมควรมาไว้เป็นอาวุธก่อนที่จะเปิดประตูบ้าน ไอ้รถนั่นก้อขับออกไปพอดี เด็กที่รอคอยเลยรีบเปิดประตูแล้วให้เข้ามาในบ้าน น้องเขาดูยังตกใจอยู่ เลยเหมือนเข้ามาครึ่งตัว อีกครึ่งยังเก้ๆกังๆอยู่นอกบ้าน เลยต้องดึงตัวเข้ามาแล้วปิดประตูซะ


ระหว่างนั้นยังได้ยินเสียงรถนั่นวนอยู่ในละแวกบ้านนะ มันยังไม่ไปไหน


พอเด็กนี่เข้ามาในบ้านปุ๊บ หมดแรง ทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที เพิ่งเห็นลักษณะการแต่งตัวว่าเกาะอกสีดำ กางเกงสีขาวแนวแฟชั่นเด็กสาวๆ ด้านหน้าเป็นกระโปรงแล้วข้างในเป็นกางเกงอะไรงี้ สั้นแบบกระโปรงเทนนิส รองเท้าแฟชั่นแบบสไตล์กรีก (ที่มันเป็นสายพันๆกันขึ้นมาถึงเกือบเข่า) แล้วที่คอสวมสร้อยดอกไม้ประดิษฐ์ที่คอแบบฮาวาย หน้าตาไม่ได้สวยมากแต่ก้อน่ารักดี ที่ต้นขาข้างซ้ายมีเลือดซิบ เป็นรอยอะไรสักอย่าง เหมือนไม้หนามเกี่ยว เลือดยังสดๆอยู่เลย


ความรู้สึกตอนนั้นนะ

เหมือนอยู่ในหนัง T H E P U R G E เหี้ยๆ ...


ให้หายใจสักนิดก้อเริ่มไถ่ถามว่า พวกนั้นเป็นใคร ทำไมไล่ตามมา น้องบอกว่าไปปาร์ตี้มา แล้วรู้สึกงานมันไม่โอเคเพราะมีคนดื่มกันหนักมาก รู้สึกไม่ปลอดภัย เลยออกมาก่อน แล้วโทรหาแฟน แฟนบอกว่าให้มาที่บ้านเขาก่อนก้อได้ แฟนทำงานที่คาสิโนในเมือง ใกล้ออกกะแล้วเด๋วจะรีบตามมา เด็กนี่อายุ 20 คือเขาเคยมาบ้านแฟนแล้วแหละ แต่ว่าไม่รู้ทางเพราะไม่ใช่คนแถวนี้ ต้องใกล้ๆบ้านถึงจะจำได้ แล้วความบัดซบคือ ตอนโทรไปหาแฟน แฟนบอกว่าบ้านเขาอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ สักกิโลนึงก้อถึงแล้ว (จากปาร์ตี้หรือเปล่าไม่รู้นะ เด็กมันก้อเล่าตอนกำลังพยามรวบรวมสติเท่าที่มี) นางก้อเลยเรียกแท็กซี่ Uber แต่ปรากฎว่าคนขับพูดจาไม่โอเค (เดาว่ามันคงแซวแทะโลมมั้ง เพราะแต่งตัวน้อยชิ้น แถมดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วด้วย) ก้อเลยลงกลางทาง แล้วก้อเดินจากตรงที่ลงแท็กซี่ ซึ่งมันจะเป็นทางฟรีเวย์นิดนึง แล้วก้อจะขึ้นมาที่ถนนแถวบ้านของเด็กที่อคอย


แต่ขอโทษนะ กิโลนึงของอีแฟนมันน่ะ ...


นับกันจริงๆ ซัดไปซะคงจะห้ากิโลได้ แม่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง กูงงตรงนี้! หนึ่งโลกับห้าโล ต่างกันเยอะนะมึ้งงงงงงงง!


แล้วระหว่างที่เดินอยู่คนเดียวดึกดื่น (ตามที่เล่านะ) ก้อโดนรถนี่ไล่ตามมาซะก่อน แล้วไล่กวดอยู่นานมาก ก้อหนีเข้าไปหลบในพงตามป่าเล็กๆที่เป็นพื้นที่ที่คนยังไม่มาขุดถอนรื้อทำให้เป็นที่ดินเรียบๆ เตรียมไว้ปลูกบ้านอะไรงี้ แต่หลบแล้วรถนั่นก้อยังวนอยู่
เลยตัดสินใจวิ่งหนีครั้งสุดท้าย แล้วเห็นบ้านนึง ยังมีไฟเปิดอยู่ ซึ่งก้อคือบ้านเด็กที่รอคอยนี่เอง

เด็กบอก "เหมือนพระเจ้ามาโปรดจริงๆ" เพราะว่า ในรถนั่นน่ะ หลังจากที่ถามไถ่ น้องเขาบอกว่าน่าจะมีคนอยู่ในนั้นซะ 5 คนเลยมั้ง เท่าที่พอจะมองเห็นในความมืด ... โอ้โห คิดดู ผู้ชาย 5 คน (น้องบอกน่าจะอายุรุ่นๆ 20 เหมือนกัน) ถ้ามันฉุดไปได้ล่ะมึ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง



พรุ่งนี้จะไปเป็นศพถูกหมกอยู่ที่ไหนก้อไม่รู้!


แล้วถามว่า มีเบอร์แฟนมั้ย เด็กบอกว่ามือถือดับไปแล้ว จำเบอร์ไม่ได้ จำได้แต่บ้านเลขที่ ซึ่งตอนแรกก้อเปิดดูเส้นทางที่จะเดินไปบ้านแฟนเหมือนกัร ถึงได้มารู้ว่า อีเหี้ย ... กูต้องเดินไกลน่าดู (แล้วแท็กซี่บ้านนอกของเมืองนอกนี่ ไม่ได้เหมือนกรุงเทพฯนะจ๊ะ ไม่จองก้อไม่มีมาให้โบกหรอก จะพอมีบ้างก้อต้องในเมืองนู่นน่ะ แต่ก้อไม่การันตีนะ) แต่กระนั้น น้องยังบอกอีกนะว่า เด๋วขอพักแป๊บนะ แล้วจะไปบ้านแฟนต่อ แล้วน้องเขาก้อท่องจำชิบหายเลยนะ ว่าบ้านเลขที่ของแฟนคือที่ไหน เลยมั่นใจว่าเด็กมันยังช็อคอยู่ ก้อเลยบอกให้ค่อยๆหายใจนะ ไม่เป็นไรแล้ว เด๋วกินน้ำก่อน แล้วชั้นจะไปโทรแจ้งตำรวจ น้องเขาบอกว่าไม่เป็นไรมั้ง มันไปแล้ว

แต่เด็กที่รอคอยบอกว่า ไม่ได้ เธอเข้ามาในบ้านชั้น ชั้นเองก้อมีความเสี่ยง มันยังตระเวนอยู่แถวนี้ แล้วถ้าเกิดบังเอิญมันไปทำแบบนี้กับใครอีกคืนนี้ คืนพรุ่งนี้ ตำรวจเขาจะได้มีข้อมูล


ในใจนี่แอบคิด ... ที่บอกว่า ขอพักหน่อยเด๋วจะไปบ้านแฟน คือมึงจะเดินต่อไปหรือไงน้องเอ๊ย ... กูล่ะกลุ้ม!


ก้อเป็นอันว่าโทรแจ้งตำรวจไว้แล้ว ระหว่างนั้นแม่ก้อถามไถ่คุยกันอีกพัก แม่ก้อคงตกใจไม่น้อยเหมือนกันที่มีเหตุการณ์แบบนี้ หลังจากนั้นก้อส่งสายให้น้องคุยกับตำรวจจนเสร็จสิ้น แล้วให้นั่งพักอีกแป๊บ ตอนแรกว่าจะทำแผลให้ แต่คิดว่าเด๋วให้น้องเขาถ่ายรูปไว้ก่อนดีกว่า (อาจจะไม่ใช่แผลจากฝีมือคนที่ตามมา แต่ก้อให้เป็นหลักฐานว่าหนีจนหัวซุนขนาดนี้เลยนะ) ก้อเลยหาผ้ากอซอะไรไว้ให้ บอกน้องว่า เด๋วถึงบ้านแฟนแล้ว ล้างแผลเอานะ ก้อน่าจะไม่มีอะไรแล้วเพราะว่าที่บ้านแฟน แม่ของผู้ชายเขาก้ออยู่


ก้อเอาไปส่งไปให้ที่บ้านจนถึงหน้าประตูรั้วเลยน่ะค่ะ พ่อขับ เด็กที่รอคอยก้อนั่งไปด้วย ระหว่างขับไป น้องเขาก้อขอโทษอีกหลายรอบที่รบกวน เลยบอกน้องไปว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอโทษแล้ว แต่ต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้นะ อย่าทำแบบนี้อีก ถ้าไม่มั่นใจว่าปาร์ตี้มันปลอดภัย ไม่มีเพื่อนที่ไว้ใจไปด้วยคอยดูแลก้ออย่าไป แล้วอย่าเดินมืดๆกลางดึกคนเดียวอีก เพราะวันนี้โชคดี แต่วันหน้าใครจะรู้ น้องเขาก้อรับคำ จะไม่เอาอีกแล้ว แล้วก้อขอบคุณอีกหลายสิบรอบ ถามอีกว่า ขอให้เขาตอบแทนได้มั้ย เขาพอจะมีเงินนะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เด็กที่รอคอยเลยบอกไปว่า


"งั้นก้อมีชีวิตอยู่ต่อไปนี่แหละ ไม่ต้องคิดอะไรหรอก ชั้นก้อช่วยเท่าที่ช่วยได้ จำวันนี้ไว้ให้ดีนะ วันหลังจะได้ไม่ประมาทอีก"


ไม่ได้บอกชื่อแซ่ เบอร์โทรของเราให้เขาไปหรอกค่ะ เขาก้อถามนะ แต่เราก้อคิดว่าทำบุญทำทานไปนั่นแหละ เพื่อนมนุษย์ด้วยกันแท้ๆ ยังดีที่อุตส่าห์รอดมาได้ และเด็กที่รอคอยก้ออวยพรให้น้องเขาตอนจากกันว่า ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตนะที่เจอแบบนี้ แล้วรักษาตัวด้วย ... น้องเขาก้อขอกอดทีนึง แล้วอำลาเข้าประตูรั้วบ้านไป


พวกเรารีบขับกลับมาบ้านเพราะห่วงแม่ กลัวมันจะมาวนอยู่ตรงนั้นอีก (ถามจากน้องเขาแล้วเหมือนกันว่า ตำรวจเขาบอกมั้ยว่าจะส่งกำลังมาตรวจแถวนี้ น้องก้อว่าบอกนะ) แม่ก้อว่าตำรวจโทรมาอีกรอบ ถามอะไรอีกนิดหน่อย แล้วก้อถามว่าเด็กยังอยู่มั้ย แม่บอกว่าสามีกับลูกพาไปส่งให้ที่บ้านแล้ว ตำรวจก้อกล่าวขอบคุณที่เราช่วยเหลือ แล้วก้อวางสายกันไป ... นี่มาคิดวันนี้ ดูมันง่ายจังเลยวะพี่ตำรวจ นี่ถ้าเด็กมันตายไป จะแอ๊คทีฟกว่านี้มั้ยเนี่ย


อย่างไรก้อตาม เด็กที่รอคอยดีใจมากที่วันนี้ไม่มีเหยื่ออาชญากรรมเพิ่มอีกหนึ่งราย และเด็กสาวคนนึงยังมีอนาคตรออยู่ข้างหน้า


กับอีกอย่างคือ ...


กูรู้ละว่าสถานการณ์แบบในหนัง The Purge มันเป็นอารมณ์แบบไหน ยังไงแล้วล่ะ


น่ากลัวเหมือนกันนะ อีเชี่ย ฮือออออออ ...





 

Create Date : 24 มกราคม 2560
0 comments
Last Update : 24 มกราคม 2560 19:28:43 น.
Counter : 711 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
เด็กที่รอคอย
Location :
กรุงเทพ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




จะเป็นกรวดหรือเพชร ถ้าไปนึกรักมันเข้าแล้วหายไปเมื่อไรก็เสียดาย ยิ่งรักมากก็ยิ่งเสียดายมาก บางคนถึงกับเสียคนไปก็มี


"ถ้าเราไม่อยากทุกข์มากไม่อยากเสียคน ก็อย่าไปรักอะไรให้มากนัก ถึงจะรักก็ต้องรู้กำพืดว่ามันเป็นเพชร หรือเป็นกรวด"


ถ้ารู้ราคาจริงๆของมันเสียแล้วถึงมันจะหายไป เราก็จะไม่เสียดายมากนัก

(จาก "สี่แผ่นดิน" โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช)

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add เด็กที่รอคอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.